วันรักคืนร้อน

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 12 ความวุ่นวาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 ก.ย. 55

ท่ามกลางบรรยากาศของการโต้เถียงอันแสนดุเดือดนั้น หญิงสาวสองวัยได้แต่ยืนมองคนทั้งคู่สลับไปมาอยู่ห่างๆ  แม้ว่าสาวรับใช้วัยรุ่นจะรู้สึกแปลกใจที่เห็นผู้เป็นนายของตนยืนต่อล้อต่อเถียงกับแขกที่มาพักอยู่นานสองนานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่พอจะเข้าไปห้ามก็ถูกแม่บ้านหญิงสูงวัยขวางเอาไว้เสียก่อน นางบอกด้วยสายตาเป็นเชิงปรามว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว และพากันย่องออกไปเงียบๆ ปล่อยให้สองหนุ่มสาวยืนโต้เถียงกันต่อไปตามลำพัง

 

เวลาผ่านไปเกือบครู่ใหญ่ทีเดียว เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าดูท่าจะไม่ยอมลดราวาศอกให้เขาง่ายๆ จึงทำให้ธมกรเริ่มโมโห เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น เช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายก็พยายามเดินถอยหลังหนีเขา จนกระทั่งแผ่นหลังแนบสนิทกับต้นไม้ใหญ่ข้างบ้านพักเข้าจึงรู้ตัวว่าไม่มีทางหลีกหนีได้เสียแล้ว

 

“นายจะทำอะไรน่ะ ออกไปห่างๆ เลยนะ ถ้ายังขืนเข้ามาใกล้อีกฉันจะร้องให้คนช่วย นี่ ได้ยินรึเปล่า ฉันร้องจริงๆ นะ”

 

อาจเป็นเพราะรูปร่างที่สูงใหญ่ราวกับยักษ์ปักหลั่นกับสีหน้าถมึงทึงของชายหนุ่มตรงหน้าที่ค่อยๆ เข้ามาใกล้เธอมากขึ้น จึงทำให้หญิงสาวที่ร่างเล็กอยู่แล้วเริ่มหวาดกลัวจนดูราวกับว่าตัวหดตัวลีบลงกว่าเดิมหลายเท่านัก อรุสาได้แต่มองหาตัวช่วยพลางพูดขู่ ในขณะที่สองมือของเธอก็พยายามยันอกแกร่งของอีกฝ่ายออกไปให้ห่างกาย แต่ดูเหมือนการกระทำของเธอจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับยิ่งเหมือนยั่วยุอารมณ์กรุ่นโกรธของอีกฝ่ายขึ้นไปอีก ทั้งที่ความจริงแล้วเธอต้องการเพียงแค่ได้ยินคำขอโทษจากปากเขาเท่านั้น

 

“หยุดนะ ไอ้คนโรคจิต อย่าทำแบบนี้กับฉัน ถอยออกไปเลยนะ เอ๊ะ!...มาจับมือฉันทำไม ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”

 

คำต่อว่ากับสองมือเล็กๆ ที่พยายามดันเขาออกห่าง ไม่ทำให้ธมกรรู้สึกหวั่นกลัวเลยสักนิด เขารวบสองมือของหญิงสาวไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดายและยกมันขึ้นไปเหนือศีรษะของเธอ ก่อนจะจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเต็มตา

 

“คุณเปลี่ยนไปมากเลยรู้ไหม”

 

คำพูดประโยคนั้นของธมกร สร้างความฉงนให้กับอรุสาเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า แวบหนึ่งที่ได้เห็นสายตาตัดพ้อในดวงตาของชายหนุ่ม ราวกับว่าหญิงสาวได้ลืมเลือนเรื่องสำคัญบางอย่างระหว่างเธอและเขาไป ทั้งๆ ที่เธอมั่นใจว่าเพิ่งได้พบเขาเป็นครั้งแรกก็วันนี้แน่นอน

 

“เปลี่ยน? หมายความว่ายังไง พูดอย่างกับว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างนั้นแหละ”

 

“งั้นคุณอยากให้ผมช่วยทบทวนความจำให้ไหมล่ะ”

 

ไม่พูดเปล่า แต่ชายหนุ่มยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นก่อนจะกดริมฝีปากลงบนริมฝีปากของหญิงสาวอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่ทันให้ตั้งตัว อรุสาตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เธอพยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่ก็หลบไม่พ้นริมฝีปากร้อนผ่าวของอีกฝ่ายได้เลย ความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาในใจของหญิงสาว ทั้งที่เป็นจูบครั้งแรกของเธอแท้ๆ แต่เหตุใดถึงรู้สึกคุ้นเคยกับมันอย่างน่าประหลาด เช่นเดียวกับที่ไม่รู้สึกรังเกียจสัมผัสของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความตกใจระคนตื่นเต้นปนกระดากอายเท่านั้น และความรู้สึกนั้นก็ช่วยเรียกสติสัมปชัญญะของเธอกลับมาได้ทันท่วงที อรุสายกเท้าขึ้นพลางเตะไปที่หน้าแข้งของชายหนุ่มเต็มแรง จนอีกฝ่ายต้องยอมถอนริมฝีปากออกพลางร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บ และเปิดโอกาสให้เธอหลุดรอดจากอ้อมแขนของเขาวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านพัก ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำพร้อมลงกลอนอย่างแน่นหนา  พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก

 

“อีตาบ้าโรคจิตนั่นแย่ที่สุดเลย ทั้งที่เป็นจูบแรกของฉันแท้ๆ เลยนะ ฮือๆ”

 

จู่ๆ น้ำตาของหญิงสาวก็ไหลรินลงมาอาบสองแก้มเมื่อนึกไปว่าเธอเสียจูบแรกให้กับชายแปลกหน้าไปเสียแล้ว ทว่าเหตุใดหัวใจของเธอจึงเต้นถี่ระรัวได้ถึงเพียงนี้ จะว่าเป็นเพราะความหวาดกลัวผสมกับความเหนื่อยจากการวิ่งหนีเข้ามาในนี้ก็คงใช่ แต่ดูเหมือนจะมีความรู้สึกอีกอย่างเกิดขึ้นในใจของเธอ เป็นความรู้สึกที่แม้แต่เธอเองก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ระหว่างที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง เสียงทุบประตูห้องน้ำรัวๆ ก็ดังขึ้น ทำให้ร่างเล็กถึงกับสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ

 

“ออกมาเถอะคุณ เรื่องเมื่อกี้ผมขอโทษ คิดเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกัน”

 

ธมกรเอ่ย แม้สีหน้าจะยังบ่งยอกถึงความเจ็บจากการถูกประทุษร้ายที่หน้าแข้งเมื่อครู่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีร่องรอยของความโกรธหลงเหลืออยู่แล้ว แต่กลับมีสีหน้าสำนึกผิดขึ้นมาแทนที่ เขานึกอย่างตบปากตัวเองแรงๆ สักทีที่เผลอทำเช่นนั้นไปเพราะความโมโห

 

“ไม่ ถ้านายยังไม่ไปฉันก็ไม่ออกไปหรอก แล้วก็อย่าคิดว่าจำเรื่องแบบนั้นแล้วจะให้ฉันลืมง่ายๆ นะ ฮึ! คอยดูถ้าอาเกื้อมาเมื่อไหร่ฉันจะฟ้องว่านายทำอะไรกับฉันบ้าง”

 

เมื่อได้ยินเสียงตอบกลับมาเช่นนั้นทำให้ธมกรอดแปลกใจไม่ได้ เขาแอบอมยิ้มอย่างนึกขำ เมื่อได้ฟังคำพูดของหญิงสาวช่างฟ้องก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้นึกโกรธเคืองเขาจนพาลเกลียดขี้หน้าไปด้วยอย่างแน่นอน จึงค่อยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง

 

“ครับๆ เข้าใจแล้ว ถ้างั้นผมกลับก่อนนะ ท่าทางฝนใกล้จะตกแล้ว ถ้าคุณพร้อมเมื่อไร ค่อยตามไปคิดบัญชีกับผมทีหลังแล้วกัน”

 

“แน่นอน ฉันไม่ปล่อยให้คนโรคจิตอย่างนายลอยนวลหรอก”

 

อรุสาตอบกลับพลางแลบลิ้นใส่ประตูไม้ที่กั้นระหว่างคนทั้งสองด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ที่อีกฝ่ายทำตัวราวกับสุภาพบุรุษที่ยอมจำนนต่อความผิดง่ายๆ ทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งทำตัวเป็นวายร้ายขโมยจูบแรกของเธอไปหยกๆ ธมกรได้ยินดังนั้นก็ถึงกับกลั้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับแล้วเดินออกไปจากบ้านพัก

 

ส่วนหญิงสาวที่ยังขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำนั้น เขยิบเข้าไปใกล้ประตูพลางเอาหูแนบเพื่อฟังเสียงข้างนอก ก็ได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูหน้าบ้านพัก เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าชายหนุ่มตัวปัญหานั้นจากไปแล้ว ในขณะที่เธอกำลังจะปลดล็อกกลอนจู่ๆ ก็มีเสียงแปลกประหลาดเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากเพดานเหนือศีรษะของเธอ เมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองก็ได้เห็นอะไรบางอย่าง เกาะอยู่ตรงเสามุมเพดานด้านหนึ่ง ดวงตาสองคู่จ้องมองซึ่งกันและกัน ก่อนที่สิ่งมีชีวิตตัวนั้นจะส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งดังยิ่งกว่าครั้งแรก

 

 “กรี๊ด!!!

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ >>>

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #67 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 22:50
    เริ่มกัดกันแล้ว
    #67
    0
  2. #30 tungkn4841 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2555 / 18:31

    อะไรเอยอยู่บนเพดาน เป็นตุ๊กแก หรือ นายธมกร ปีนอยู่บนเพดาน ...55555

    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #30
    0
  3. #27 jeabkiss (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 15:10
    ตัวอะไรอ่ะ
    #27
    0
  4. #26 muLaTAE (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 14:57
    ตุ๊กแก  แน่เลย
    #26
    0