วันรักคืนร้อน

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 10 โฮมสเตย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 ส.ค. 55

            “คุณผู้หญิงจองบ้านไว้กี่วันครับ”

 

            “ก็ราวๆ อาทิตย์นึงน่ะ มีอะไรเหรอคะ”

 

            คำถามของชายหนุ่มคนสวนทำให้อรุสาขมวดคิ้วพลางย้อนถามกลับสงสัย ก่อนจะหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ฟังประโยคถัดมาจากคนถาม

 

            “เปล่าครับ ผมแค่นึกว่าจะมาอยู่ที่นี่แบบถาวรเสียอีก ก็เห็นว่าขนข้าวของกองเป็นภูเขาอย่างกับจะย้ายบ้านใหม่”

 

            หนุ่มร่างสูงผิวเข้มกล่าวเรียบๆ แต่ฟังแล้วเหมือนจะเป็นการประชดประชันเสียมากกว่า ทำเอาเจ้าของสัมภาระกองเป็นภูเขาเหมือนจะย้ายบ้านใหม่ถึงกับหน้ามุ่ย เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที

 

“ช่างฉันเถอะน่า แล้วนี่เมื่อไหร่จะพาไปที่บ้านพักเสียทีล่ะคุณ ยืนตรงนี้นานๆ แดดมันร้อนนะเนี่ย เดี๋ยวผิวฉันเสียกันหมดพอดี”       

 

            อรุสาคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอขึ้นมาคล้องไหล่พลางสะบัดหน้าไปอีกทางอย่างไม่พอใจ เล่นเอาชายหนุ่มผิวเข้มถึงกับโคลงศีรษะน้อยๆ กับท่าทางของหญิงสาวที่ดูจะรักสวยรักงามจนเกินเหตุ เขาก้มลงไปหยิบกระเป๋าถือสองใบยื่นส่งให้กับอรุสาพลางทำท่าบุ้ยใบ้คล้ายจะบอกให้ช่วยถือ แต่หญิงสาวกลับยืนนิ่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเสียอย่างนั้น

 

            “ช่วยกันถือหน่อยสิครับ ของคุณตั้งมากมายก่ายกองขนาดนี้ ผมมีแค่สองมือจะถือหมดได้ยังไง แค่นี้ก็ต้องให้บอกด้วยหรือไงนะ”

 

            แสงแดดที่เริ่มจัดจ้าพาให้หนุ่มผิวเข้มชักเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาทีละน้อย เมื่อลูกค้าคนงามยังคงวางมาดดั่งนางพญาผู้สูงศักดิ์ไม่ยอมช่วยหยิบจับอะไรสักอย่าง เขาจึงแกล้งปล่อยกระเป๋าสองใบในมือร่วงลงกับพื้นดังตุ้บ

 

            “นาย...นายกล้าดียังไงทิ้งกระเป๋าฉันลงไปแบบนั้น หา! ที่นี่เขาไม่รู้จักสั่งสอนมารยาทในการบริการลูกค้าบ้างเลยหรือไง”

 

            อรุสาถึงกับฉุนกึกทันที เมื่อได้เห็นข้าวของตัวเองถูกโยนทิ้งเหมือนไร้ค่าอย่างนั้น เธอตวาดแหวใส่ชายหนุ่มตรงหน้า แล้วรีบปรี่เข้ามาหยิบกระเป๋าของตนขึ้นถือไว้ พร้อมกับเงยหน้ามองตัวต้นเหตุด้วยสายตาวาวโรจน์อย่างโกรธเคือง แต่อีกฝ่ายเพียงแค่ยักไหล่พร้อมกับยกยิ้มมุมปากน้อยๆ แล้วจึงหันหลังกลับไปหยิบกระเป๋ากับสัมภาระที่เหลือขึ้นมา ก่อนจะออกเดินนำไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หญิงสาวจึงได้แต่ทำเสียงจิ๊จ๊ะพร้อมกับส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายไปยังแผ่นหลังกว้างของหนุ่มคนสวนที่ดันมายั่วโมโหเธอเล่นเช่นนี้

 

ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างสูงใหญ่ก็พาแขกผู้มาเยือนมาถึงยังหน้าบ้านพักขนาดย่อมในสภาพกลางเก่ากลางใหม่หลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังเมื่อครู่นัก

 

            “นี่กุญแจบ้านพักของคุณครับ ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็เดินไปเรียกที่บ้านใหญ่แล้วกันนะครับ”

 

            ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่วางข้าวของที่แบกมาทั้งหมดไว้ตรงระเบียงไม้หน้าบ้านพัก ก่อนจะล้วงเอากุญแจออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นส่งให้กับอรุสา ตั้งท่าจะหันหลังเดินกลับไปยังทางเดิม แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนเสียงบ่นกระปอดกระแปดของหญิงสาวคนเดียวในที่นั้นก็ลอยเข้าหูมาให้ได้ยินเสียก่อน

 

            “เดี๋ยวก่อนสิ นายพาฉันมาผิดที่หรือเปล่าน่ะ บรรยากาศข้างนอกก็ดูดีจะตาย แล้วทำไมบ้านพักถึงดูซอมซ่อเหมือนกระต๊อบถูกๆ แบบนี้ล่ะ”

 

            สีหน้าท่าทางเหมือนรังเกียจของอรุสา ทำให้คนที่อุตส่าห์ช่วยหอบสัมภาระอันหนักอึ้งมาส่งถึงที่ถึงกับหน้าตูมทันทีหลังได้ฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ชนิดไม่เกรงอกเกรงใจเจ้าของบ้านพักเช่นนี้ หนุ่มผิวเข้มจึงแกล้งพูดประชดประชันออกไปอย่างนึกฉุนขึ้นมาตงิดๆ

 

            “คงไม่ผิดหรอกครับ ปกติเราไม่ค่อยได้เปิดบ้านให้ใครพักง่ายๆ ถ้าไม่ได้มีการจองมาก่อนล่วงหน้าหรือเป็นลูกค้าขาประจำจริงๆ แต่ถ้าคุณไม่พอใจจะย้ายไปพักที่รีสอร์ตอื่นก็ได้นะครับ”

 

            “แต่ฉันให้คนขับรถกลับไปแล้วนี่ ไม่เป็นไรเดี๋ยวลองโทร. เรียกเขากลับมาใหม่ก็ได้ เอ๊ะ นี่มันอะไรกัน ทำไมแถวนี้ไม่มีสัญญาณเลยล่ะ”

 

            คำตอบของอีกฝ่ายดูจะตรงกับใจอรุสาพอดี เธอเองก็รู้สึกหงุดหงิดกับหนุ่มผิวเข้มเต็มทีแล้ว จึงพยักหน้าถี่ๆ พลางหยิบเอาโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดออกมาจากกระเป๋าสะพาย แล้วทำท่าจะกดต่อสายไปยังคนขับรถที่เธอเพิ่งบอกให้เขากลับไปก่อน แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องเบิกตาโพลงอย่างตกใจเมื่อพบว่าบนหน้าจอนั้นไร้ซึ่งขีดสัญญาณโทรศัพท์แม้แต่ขีดเดียว

 

            ชายหนุ่มคนสวนมองอากัปกิริยาของหญิงสาวจากเมืองกรุงที่เดินวนเวียนไปมาพร้อมกับทำท่าเขย่าโทรศัพท์ในมือคล้ายกำลังเรียกหาสัญญาณเชื่อมต่ออย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่กำลังไม่สบอารมณ์กับคำวิจารณ์ของอีกฝ่าย แต่ท่าทางของเธอกลับสร้างความขบขันให้กับเจ้าของร่างสูงใหญ่ไม่น้อย เขาแอบอมยิ้มและพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ พลางเอ่ยบอกหญิงสาวพร้อมกับชี้มือไปยังภูเขาลูกหนึ่งซึ่งอยู่ทางด้านหลังบ้านพัก

 

            “แถวนี้เป็นแถบหุบเขา คงจะหาสัญญาณยากหน่อยนะครับ บางวันก็มีบางวันก็ไม่มี แต่ถ้าอยากจะให้ใช้ได้จริงๆ ต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขาตรงโน้นน่ะ”

 

คำพูดของชายหนุ่มผิวเข้มทำให้คนที่กำลังวิ่งวุ่นเที่ยวเดินหาสัญญาณถึงกับหยุดชะงักกึก พลางหันมามองคนพูดด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อนัก แต่เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าหงึกหงักแทนคำยืนยัน อรุสาก็แทบจะกรีดร้องออกมาอย่างหัวเสีย เธอถามหนุ่มคนสวนด้วยน้ำเสียงสะบัด

 

“ว่าไงนะ! ไม่มีสัญญาณมือถือ ทำไมที่นี่มันถึงได้บ้านนอกคอกนาขนาดนี้เนี่ย แล้วถ้าจะติดต่อกับคนอื่นจะทำยังไงล่ะ”

 

            “ใช้โทรศัพท์บ้านครับ”

 

            คำตอบสั้นๆ พร้อมกับใบหน้ายิ้มยียวนกวนประสาทของคนตรงหน้า สร้างความหงุดหงิดให้อรุสามากขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่หญิงสาวก็ทำได้เพียงแค่เก็บกดอารมณ์ขุ่นมัวนั้นเอาไว้ เพราะกลัวว่าหากเธอพูดอะไรออกไปให้ระคายหู หนุ่มคนสวนตรงหน้าอาจโมโหจนถึงขั้นบันดาลโทสะฆ่าเธอหมกกลางป่าก็เป็นได้

 

            “ก็ได้ แล้วไหนล่ะโทรศัพท์บ้าน ในบ้านพักนี้มีหรือเปล่า”

 

            คำถามของสาวชาวกรุงทำให้หนุ่มผิวเข้มยิ้มกว้าง ก่อนจะส่ายหน้าดิกและชี้มือกลับไปยังทางที่เพิ่งเดินมา กล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

 

            “ไม่มีหรอกคุณ โฮมสเตย์ของเราเน้นความเป็นธรรมชาติและความเป็นส่วนตัวให้กับแขกที่มาพัก ไม่ได้เน้นบริการเครื่องอำนวยความสะดวก ถ้าอยากจะใช้ก็ต้องเดินกลับไปที่บ้านใหญ่นั่นล่ะ”

 

            สิ้นเสียงของหนุ่มคนสวน ก็ทำให้อรุสาถึงกับเข่าอ่อนนึกอยากเป็นลมล้มตึงขึ้นมาเสียดื้อๆ พลางแอบนึกกล่าวโทษโกรธเคืองผู้เป็นอาอยู่ในใจมิได้ ว่าเหตุใดจึงต้องพาเธอมาตกระกำลำบากลำบนอยู่ในสถานที่เช่นนี้ ทั้งที่โรงแรมและรีสอร์ตในอำเภอทองผาภูมินี้ก็มีตั้งมากมายหลายแห่ง ไม่รู้ทำไมต้องเจาะจงมาพักที่นี่ด้วย หากรู้มาก่อนล่วงหน้าว่าในบริเวณที่พักจะสุดแสนกันดารและไร้ซึ่งเครื่องอำนวยความสะดวกเพียงนี้ เธอคงไม่มีทางยอมมาด้วยอย่างแน่นอน

 

            “แย่ชะมัด ทำไมฉันต้องมาติดแหง็กอยู่ที่นี่ด้วยเนี่ย เป็นเพราะอาเกื้อคนเดียวเลย คอยดูนะมาเมื่อไหร่จะฟ้องอานพเสียให้เข็ดเลย ฮึ้ย!

 

            อรุสาได้แต่พึมพำกับตัวเองอย่างโมโห ก่อนจะเดินลงส้นเท้าปึงปังเข้าบ้านไป จึงไม่ทันได้เห็นบางอย่างในแววตาของหนุ่มคนสวนที่มองตามแผ่นหลังของเธอไปจนกระทั่งลับสายตา

...............................................................................................................

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้ค่ะ >>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #65 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 22:30
    เป็นคู่ที่ทันกันดีนะ
    #65
    0
  2. #22 tungkn4841 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2555 / 02:18
    หนุ่มคนสวนหรือเจ้าของบ้านกันแน่ ?????

    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #22
    0
  3. #18 jeabkiss (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2555 / 21:47
    หนูสาแผลงฤทธิ์อีกแล้ว
    #18
    0