[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 9 : Frozen Heart: Act III Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    25 ม.ค. 58

Act III

Chapter 1





 

 

                การมาเยือนของสถาบันเวทมนตร์ทั้งสองได้สร้างความตื่นตาตื่นใจมากกว่าที่แฮร์รี่คิดไว้เสียอีก


 

                ทั้งเรือลำใหญ่ของเดิร์มแสตรงก์ที่โผล่พ้นขิ้นมาจากผืนน้ำเงียบสงบ และรถม้าบินได้ของโบซ์บาตงที่จอดลงมาอย่างไม่นุ่มนวลเท่าไรนัก ทั้งสองสถาบันที่ได้แข่งความยิ่งใหญ่กันอย่างเปิดเผยได้สร้างความประทับใจให้กับเหล่านักเรียนฮอกวอตส์ ทั้งร่างอันใหญ่โตของมาดามมักซีมที่ก้าวลงจากรถม้าขนาดใหญ่และใบหน้าที่ดูไม่น่าไว้วางใจของคาร์คารอฟ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา ๆสั้นในยามเย็นนี้เป็นสิ่งที่เขาจะไม่ลืมอย่างง่าย ๆอย่างแน่นอน


 

                พวกเขาเปิดทางให้แขกจากทั้งสองสถาบันได้เข้าไปพักภายในปราสาทก่อน รอนที่ยืนอยู่ข้างแฮร์รี่ดูจะพยายามชะเง้อมองดูวิกเตอร์ ครัมขณะที่เขาได้เดินผ่านไปพร้อมกับเพื่อนเดิร์มแสตรงก์ เฮอร์ไมโอนี่อยู่ข้าง ๆเขาและดูเหมือนว่าเธอจะไม่สนใจซีกเกอร์ชาวบัลแกเรียอย่างที่หลาย ๆคนสนใจ แฮร์รี่เองก็ไม่ได้สนใจครัมมากนัก ตัวเขาเองกลับนึกถึงมาดามมักซีมผู้ที่สูงพอ ๆกับแฮกริดเสียมากกว่า ขณะที่นักเรียนหญิงหลาย ๆคนรอบตัวเขา แน่นอนว่ายกเว้นเฮอร์ไมโอนี่ กำลังควานหาสิ่งของในกระเป๋าที่สามารถนำมาเขียนได้อย่างรีบร้อน เขาได้ยินเสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นจากนักเรียนฮอกวอตส์หลายคนเพราะครัมได้ย่างก้าวเข้ามาในฮอกวอตส์ ไม่ใช่ในฐานะซีกเกอร์ที่เก่งที่สุดในโลก แต่เป็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งของเดิร์มแสตรงก์


 

                พวกเขาทยอยกันเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่หลังจากที่พวกเดิร์มแสตรงก์ได้เข้าไปก่อนแล้ว เด็กนักเรียนฮอกวอตส์ได้กระจายกันเดินไปนั่งโต๊ะตามบ้านของตนอย่างทุกครั้งขณะที่แขกในชุดสีฟ้าและขนเฟอร์เส้นหยาบมองซ้ายขวาและกระซิบปรึกษาหารือกันอย่างรวดเร็ว อาจารย์ใหญ่ของพวกเขาทั้งสองไม่อยู่กับพวกเขาในตอนนี้ และแฮร์รี่ก็ต้องหยุดการสังเกตบรรยากาศรอบ ๆไปแทบจะในทันทีที่รอนกระทุ้งสีข้างของเขา


 

                เร็วแฮร์รี่ เร็ว ขยับ!”


 

                และไม่ทันที่แฮร์รี่จะได้ขยับ เหล่านักเรียนจากเดิร์มแสตรงก์ก็ได้เดินไปนั่งที่โต๊ะสลิธีรินแล้ว เช่นเดียวกันกับนักเรียนโบซ์บาตงที่ตัดสินใจนั่งที่โต๊ะบ้านเรเวนคลอ นักเรียนหญิงบางคนของโบซ์บาตงยังคงพันผ้าพันคอและคลุมศีรษะเอาไว้ขณะที่หลาย ๆคนได้ปลดออกเรียบร้อยแล้ว สีหน้าของพวกเขาไม่ได้แสดงความพึงพอใจหรือความประทับใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกับนักเรียนจากเดิร์มแสตรงก์ที่มองไปรอบ ๆปราสาทด้วยสีหน้าที่สุดแสนจะเหลือเชื่อ พวกเขาหลายคนเงยหน้าขึ้นมองเพดานที่สุกสว่างด้วยแสงดาวและมองจานสีทองวาววับตรงหน้าอย่างสนใจ


 

                ช้าไปแล้วรอนบ่นงึมงำเบา ๆข้างเขาขณะที่เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจให้กับกริยานั้น แฮร์รี่นั่งข้างรอน พวกเขาหันหน้าออกไปทางโต๊ะบ้านสลิธีรินพอดี และนั่นหมายความว่าพวกเขาจะยังสามารถเห็นเหล่านักเรียนจากเดิร์มแสตรงก์ได้อยู่ ครัมเลือกนั่งข้างมัลฟอย แฮร์รี่ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะได้ยินเสียงรอนพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์อีกครั้ง


 

                เอาเลย เลียเขาให้เต็มที่เลยนะ มัลฟอยเด็กหนุ่มผมแดงแบะปากออกอย่างดูแคลน


 

                ที่โต๊ะบ้านสลิธีริน เดรโก มัลฟอยกำลังเริ่มต้นสนทนากับครัมขณะที่แครบกับกอยล์ดูพออกพอใจในตัวเองอย่างเห็นได้ชัด แพนซี่ พาร์กินสันเองก็เช่นกัน


 

                ในจังหวะที่รอนกำลังแสดงความเห็นเกี่ยวกับครัมอยู่นั้น ฟิลช์กำลังเสริมเก้าอี้อยู่ เขาเสริมเก้าอี้เพิ่มขึ้นอีกห้าตัว ที่ด้านขวาของดัมเบิลดอร์สามตัวและด้านซ้ายอีกสอง แฮร์รี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างแปลกใจเมื่อเขาจำได้ว่าแขกที่เพิ่มมามีเพียงสองคนเท่านั้นคือ มาดามมักซีมและคาร์คารอฟ


 

                แต่ความสงสัยของเขาก็คงอยู่ได้ไม่นานเมื่อฟิลช์เดินออกจากบริเวณโต๊ะของเหล่าอาจารย์ เมื่อภารโรงในชุดเสื้อคลุมตัวยาวได้พ้นสายตาไปแล้ว เหล่าคณาจารย์ก็เดินตรงไปยังที่นั่งของตน สามคนสุดท้ายที่เดินเข้ามาคืออาจารย์ใหญ่ของทั้งสามสถาบัน นักเรียนจากโบซ์บาตงลุกพรวดขึ้นยืนตัวตรงทันทีที่อาจารย์ใหญ่ของพวกเขาเดินเข้ามา และไม่นั่งจนกว่ามาดามมักซีมจะนั่งลงที่ซ้ายมือของดัมเบิลดอร์ พวกเขาไม่สนใจเสียงหัวเราะและเสียงกระซิบกระซาบเกี่ยวกับการกระทำนั้น ขณะที่ดัมเบิลดอร์ยังคงยืนอยู่ ใบหน้าของเขาปรากฎรอยยิ้มกว้างอันอบอุ่นอย่างที่เคยเห็นเช่นทุกครั้ง


 

                สวัสดีท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี บรรดาผีและแน่นอน แขกผู้มีเกียรติของเราดัมเบิลดอร์หยุดเว้นจังหวะพลางส่งยิ้มไปทั่ว ขอต้อนรับทุกท่านสู่ฮอกวอตส์ และฉันเชื่อว่าทุกท่านจะได้รับความสะดวกสบายและความสนุกสนานภายในปราสาทแห่งนี้


 

                นักเรียนหญิงโบซ์บาตงคนหนึ่งซึ่งยังคงยึดผ้าคลุมศีรษะไว้ส่งเสียงหัวเราะที่ฟังดูล้อเลียนอย่างชัดเจนขึ้นมา หลายคนหันควับไปมองเธออย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก เฮอร์ไมโอนี่ก็เช่นกัน ส่วนดัมเบิลดอร์ดูจะไม่ใส่ใจ


 

                การประลองเวทไตรภาคีจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อสิ้นสุดงานเลี้ยงศาสตราจารย์ร่างโปร่งกล่าวต่อไป บัดนี้ฉันขอเชิญทุกท่านร่วมรับประทานอาหาร ดื่มและทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านของท่านเอง!”


 

ทันทีทีสิ้นเสียงของอาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์ อาหารนานาชนิดก็ได้ปรากฏขึ้นในทันที แฮร์รี่ไม่รอช้าที่จะจัดการกับอาหารหน้าตาแปลกตาตรงหน้า เขาแทบจะลืมความหิวโหยนี้ไปแล้วหากดัมเบิลดอร์ไม่ได้พูดถึง ทันทีที่อาหารนานาชนิดปรากฏขึ้นบนโต๊ะตัวยาว ทั้งห้องที่เคยเงียบกริบเพื่อฟังคำปราศรัยของอาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์ก็พลันดังขึ้นในทันที ดูเหมือนว่าเอลฟ์ประจำบ้านจะปล่อยทีเด็ดออกมาจนหมด เพราะมีอาหารหน้าตาแปลก ๆที่แฮร์รี่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเดาว่าคงจะเป็นอาหารต่างชาติที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อต้อนรับแขกโดยเฉพาะ


 

รอนผู้ซึ่งยอมละสายตาจากครัมมาจดจ่ออยู่ที่หลากหลายเมนูตรงหน้า เด็กหนุ่มผมแดงได้จัดการตักอาหารใส่จานของตนจนพูนก่อนจะเริ่มลงมือจัดการอย่างรวดเร็ว เขาไม่พูดอีกเลยขณะที่ในปากยังเคี้ยวไก่งวงอยู่ เฮอร์ไมโอนี่เองกำลังพูดคุยอยู่กับปาราวตี พาติล และหันกลับมาหาเด็กหนุ่มทั้งสองอีกครั้งเมื่อรอนชี้ไปที่อาหารไม่คุ้นหน้าข้าง ๆเขา


 

"นี่อะไร" เด็กหนุ่มตระกูลวีสลีย์ถามหลังจากที่เขาได้กลืนเนื้อไก่ลงคอเรียบร้อยแล้ว แฮร์รี่ส่ายหน้าให้กับคำถามนั้นขณะที่เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยปากตอบ


 

"บุยยาเบส อาหารฝรั่งเศส" เธอว่าพลางหั่นพุดดิ้งสเต็กกับไตในจาน "ฉันเคยกินตอนไปฝรั่งเศส อร่อยมากเลย"


 

"หรอ ฉันเชื่อเธอก็แล้วกัน" เขาว่าแต่กลับตักปลาแซลมอนย่างแทน


 

"ฉันสงสัยจังว่าใครคือเจ้าของที่นั่งอีกสามที่นั่น" เด็กสาวผมน้ำตาลว่าพลางบุ้ยใบ้ไปทางโต๊ะของเหล่าคณาจารย์ แฮร์รี่เองก็หันไปด้วยเช่นกัน เขาสังเกตเห็นว่าคาร์คารอฟดูเอาอกเอาใจดัมเบิลดอร์เต็มที่ ส่วนมาดามมักซีมเองหันไปคุยกับศาสตราจารย์มักกอนนากัล ขณะที่เก้าอี้ว่างทั้งสามยังไม่มีทีท่าว่าจะมีใครมานั่งเสียที บทสนทนาและงานเลี้ยงก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ


 

"ดูเหมือนว่าเพื่อนใหม่เราจะไม่ค่อยมีความสุขด้วยนะ" ปาราวตีเสริมพลางยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก แฮร์รี่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ปาราวตีทำหน้าแบบนั้น เพราะปกติแล้วเธอมักจะร่าเริงสดใสอยู่เสมอ น้ำเสียงเสียดสีพร้อมสายตาที่บ่งบอกความไม่พอใจนั้นมุ่งมอบให้แด่นักเรียนจากโบซ์บาตงที่นั่งทานอาหารที่โต๊ะบ้านเรเวนคลอ พวกเขากระซิบกระซาบและหัวเราะคิกคักในบางครั้ง แต่ดูจากสีหน้าของแต่ละคนแล้วดูจะไม่ได้ประทับใจอะไรในฮอกวอตส์มากนัก แฮร์รี่เห็นเด็กหนุ่มจากโบซ์บาตงคนหนึ่งทำหน้าประหลาดใจเมื่อตักอาหารเข้าปาก ไม่แน่ใจว่าเขาคนนั้นประหลาดใจเพราะอาหารรสชาติดีหรือแย่กว่าที่คิดกันแน่



 

"เธอไม่ชอบพวกโบซ์บาตงงั้นสิ" รอนถามพลางตักอาหารใส่จานเพิ่มมากขึ้นอีก


 

"ฉันไม่ชอบท่าทางของพวกเขามากกว่า" ปาราวตีย่นจมูก "พวกเขาบางคนก็หล่อดี แต่ดูหยิ่งมากเลย รู้ไหม พวกเขาทำให้ฉันนึกถึงพวกสลิธีริน"


 

"อ่า อันนั้นฉันก็เห็นด้วยนะ" เชมัสที่นั่งถัดไปจากรอนเข้ามาร่วมวงด้วย "ตอนพวกเขาเดินเข้าห้องโถงมาแล้วพวกเราเดินตามหลังน่ะ ฉันเห็นพวกเขาบางคนเหลือบตามองพวกเราด้วย ไม่รู้สิ แต่ฉันไม่ชอบเลย"


 

"แล้วพวกเดิร์มแสตรงก์ละ" รอนถามต่อ "ฉันว่าพวกเขาก็ดีนะ"


 

"ไม่ใช่ว่าเพราะเธอชอบครัมหรอ" เฮอร์ไมโอนี่ถามกลับเรียบพลางจิ้มเบคอนเข้าปาก "แล้วครัมก็อยู่เดิร์มแสตรงก์"


 

ใบหน้าของรอนเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วง และนั่นทำให้แฮร์รี่รู้ว่ารอนจะทำอะไรต่อไป เขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะแทรกขึ้นมา


 

"นี่รอน บางทีเราน่าจะชวนเขามาเล่นควิดดิชด้วยกันนะ บางที" เด็กหนุ่มผมดำขยับยิ้มน้อย ๆราวกับมันเป็นเรื่องสนุก "คิดสภาพครัมกับทีมควิดดิชบ้านกริฟฟินดอร์สิ มันต้องเจ๋งแน่ ๆ"


 

โชคดีที่มันได้ผล รอนเมินหน้าจากเฮอร์ไมโอนี่มาที่เขาแล้วยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกาย "จริงสิ ฉันอยากเห็นเขาตอนซ้อมควิดดิชจังแฮะ คิดดูสิว่าเราจะได้ดูเขาเล่นที่ฮอกวอตส์ โอ้โห แฮร์รี่ นี่มันเจ๋งมาก ๆ"


 

เจ้าของฉายาเด็กชายผู้รอดชีวิตยิ้มกว้างรับคำกล่าวนั้น ดูเหมือนว่ารอนจะไม่ได้สนใจเฮอร์ไมโอนี่แล้ว หลังจากที่แฮร์รี่ได้เอ่ยแทรกขึ้นมาขัด รอนก็หันไปคุยกับเชมัสและดีนเรื่องควิดดิชเวิลด์คัพ ส่วนแฮร์รี่เองกลับนั่งอยู่เงียบ ๆกับเฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งเด็กสาวแอบกลอกตาให้เขาราวกับเหนื่อยหน่ายเต็มทน และเขาคิดว่าเขารู้ว่าเธอหมายถึงอะไร



 

เด็กหนุ่มผมดำมองตรงไปยังโต๊ะที่ชิดมุม คนที่นั่งตรงกับเขาคือเดรโก มัลฟอย เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินที่กำลังคุยกับครัมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งมันทำให้มัลฟอยดูแปลกตา อย่างน้อยก็สำหรับเขา เพราะตามปกติแล้ว เขามักจะเห็นใบหน้ายาวนั้นดูแคลนคนอื่นเสียมากกว่า


 

"ขอโทษนะ พวกเธอกินบุยยาเบสนี่ไหม"


 

แล้วในทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น แฮร์รี่หันไปมองเด็กสาวจากโบซ์บาตงที่ส่งยิ้มมาให้ทุกคนรอบบริเวณนั้น รอนเองก็หันมามองเธอเช่นกัน เขาส่งเสียงคลุกคลักในลำคอขณะที่พยายามจะตอบ และนั่นทำให้เฮอร์ไมโอนี่เบือนหน้าหนีอย่างสมเพช


 

"ไม่หรอก เธอเอาไปสิ" เขาเลื่อนจานไปให้เธอ


 

"พวกเธอทานพอแล้วหรือ" สำเนียงของเธอฟังดูแปลกและไม่คุ้นหู แต่น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลทีเดียว


 

"ใช่ พอแล้ว" ในที่สุดรอนก็เปล่งเสียงออกมาได้ เขาอ้าปากเหวอค้างไว้ชั่วครู่ก่อนจะพูดอย่างรัวเร็ว "ใช่ มันอร่อย- อร่อยที่สุดเลย"


 

เด็กสาวผมเงินยิ้มให้เขาก่อนจะกล่าวขอบคุณแล้วเดินจากไป และดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่รอนเพียงคนเดียวที่มองเธอตาค้าง แฮร์รี่เห็นว่ามีเด็กนักเรียนชายอีกหลายคนที่มีปฏิกิริยาแบบนั้นที่หลงใหลในความงามของเธอ เขากำลังจะหั่นแฮมอีกชิ้นเมื่อสังเกตเห็นว่ารอนยังคงมองตามหลังเธอจนเธอนั่งลง เขาหัวเราะออกมาก่อนที่รอนจะหันกลับมาเปล่งเสียงแหบห้าว


 

"เธอเป็นวีล่า!"


 

"เปล่าหรอก เธอไม่ใช่" แฮร์รี่หัวเราะให้กับสีหน้าแปลก ๆของรอน


 

"เธอยังเป็นคนที่หัวเราะตอนดัมเบิลดอร์ปราศรัยด้วย" เฮอร์ไมโอนี่พูด ดูเหมือนว่าเธอจะมองว่าการล้อเลียนการปราศรัยของอาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์เป็นเรื่องร้ายแรงที่ให้อภัยไม่ได้ "แต่ก็ช่างเถอะ ถอนสายตาจากเธอแล้วหันไปมองซะว่าอีกสามคนคือใคร"


 

เด็กหนุ่มทั้งสองคนพรัอมใจกันหันไปมองที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ ซึ่งตอนนี้เก้าอี้ทั้งสามตัวไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป เมื่อที่ว่างนั้นถูกเติมเต็มด้วยเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเวทมนตร์สามคน พวกเขาจับมือกับอาจารย์ใหญ่จากสองสถาบันและดัมเบิลดอร์ ก่อนที่จะทรุดตัวนั่งลงเข้าร่วมงานเลี้ยง


 

บาร์ทีเมียส เคร้าข์นั่งลงข้างมาดามมักซีม ส่วนลูโด แบ็กแมนนั่งข้างคาร์คารอฟ และเจ้าหน้าที่ร่างสูงนั่งลงเป็นคนสุดท้าย เขาคือชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลที่ยุ่งเหยิง แฮร์รี่จำทรงผมนั้นได้แทบจะในทันทีก่อนที่เขาจะสามารถเห็นหน้าของชายคนนั้นได้อย่างชัดเจน


 

เจมส์ พอตเตอร์นั่งอยู่ตรงนั้นพลางยิ้มอย่างเริงร่าและเริ่มต้นพูดคุยกับศาสตราจารย์ฟลิตวิก


 

"นายรู้หรือเปล่าว่าพ่อนายจะมาที่นี่น่ะ แฮร์รี่" รอนเริ่มต้นคำถามที่เขาเองก็อยากจะถามเช่นกัน







 








 

ในที่สุดเวลาของงานเลี้ยงก็จบลง ของหวานที่วางเรียงกันบนโต๊ะตัวยาวจนลายตาพลันหายวับไปแทบจะในทันที และภายในไม่กี่อึดใจ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ก็ลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มอบอุ่นไปทั่วห้องโถงอย่างเคย และเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงดังก้องกังวานอีกครั้ง


 

“บัดนี้ถึงเวลาแล้ว” อาจารย์ใหญ่กล่าว “การประลองเวทไตรภาคีกำลังจะเริ่มขึ้น ฉันอยากจะอธิบายอะไรเล็กน้อยก่อนที่จะนำหีบเข้ามา --”


 

“หีบอะไร” แฮร์รี่ได้ยินเสียงดีน โทมัสพึมพำเบา ๆกับเชมัสที่ส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ


 

“ฉันจะขออธิบายขั้นตอนที่เราจะดำเนินการต่อไปนี้ แต่ก่อนอื่น ฉันขอแนะนำผู้อยู่เบื้องหลังการจัดการประลองเวทไตรภาคีในครั้งนี้และผู้ดูแลความปลอดภัยอีกท่านที่จะมาคอยอยู่กับเราตลอดทั้งการแข่งขัน”


 

“คนแรก คุณบาร์ทีเมียส เคร้าช์ หัวหน้ากองความร่วมมือด้านเวทมนตร์ระหว่างประเทศ” มีเสียงปรบมือดังเปาะแปะอย่างสุภาพดังขึ้นเมื่อดัมเบิลดอร์ผายมือไปทางเคร้าช์ ผู้ซึ่งนั่งนิ่ง ๆและไร้รอยยิ้มบนใบหน้า เขากวาดตามองดูนักเรียนในห้องโถงด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก และเขาดูจะไม่สนใจว่าทำไมตนถึงได้เสียงปรบมือน้อยนิดนัก


 

“คนที่สอง คุณลูโด แบ็กแมน หัวหน้ากองควบคุมดูแลเกมและกีฬาเวทมนตร์” เสียงปรบมือที่มอบให้แด่แบ็กแมนดังกว่าของเคร้าช์มากนัก แบ็กแมนส่งรอยยิ้มกว้างไปทั่วพลางโบกมือน้อย ๆเป็นการทักทาย บางทีอาจจะเป็นท่าที่ที่ชวนให้ถูกชะตามากกว่าเคร้าช์ หรืออาจเป็นเพราะชื่อเสียงในฐานะบีตเตอร์ของเขาก็ได้ แต่แบ็กแมนดูจะร่าเริงกว่ามาก แฮร์รี่สังเกตว่าเขาหลิ่วตาเล็กน้อยก่อนที่เสียงปรบมือจะซาลง


 

“คุณเคร้าช์และคุณแบ็กแมนได้ทุ่มเททำงานให้กับการประลองเวทไตรภาคีในครั้งนี้อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมานี้” ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์กล่าวต่อไป “ทั้งสองจะร่วมกับศาสตราจารย์คาร์คารอฟ มาดามมักซีม และฉัน เพื่อเป็นคณะกรรมการที่จะตัดสินผลงานของตัวแทนที่เข้าแข่งขัน”


 

“และแน่นอน สำหรับคนสุดท้ายนี้--” แฮร์รี่พุ่งความสนใจไปยังพ่อของตนในทันที และแน่นอนว่าคนอื่น ๆก็เช่นกัน เพราะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์ยังไม่ได้แนะนำ และเขายังเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดคนหนึ่ง ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์หยุดเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อไป


 

“ผู้ดูแลความปลอดภัยตลอดการแข่งขันของเรา เจมส์ พอตเตอร์”


 

เสียงปรบมือดังกระหึ่มขึ้นในทันใดนั้นเอง มีเสียงโห่ห่าและเป่าปากแทรกเป็นระยะ ทั่วทั้งห้องโถงดูจะกึกก้องไปด้วยความตื่นตาตื่นใจที่กัปตันควิดดิชทีมชาติอังกฤษมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ เจมส์ขยับยิ้มน้อย ๆขณะที่นักเรียนฮอกวอตส์ทุกคนพร้อมใจกันส่งเสียงเชียร์ ดูเหมือนนี่จะเป็นความแตกต่างถึงค่าระดับความนิยมได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว


 

“รู้ไหม พ่อนายนี่ป๊อปกว่าสองคนนั่นเยอะเลย” รอนแทบจะต้องตะโกนเมื่อเสียงในห้องโถงช่างดังเหลือเกิน “โดยเฉพาะตอนที่เขาเพิ่งชนะบัลแกเรียมา ฉันว่าพวกเดิร์มแสตรงก์คงไม่มีความสุขเท่าไรหรอกที่เห็นเขาที่นี่”


 

ที่รอนพูดก็ถูกอยู่ เมื่อแฮร์รี่หันไปมองที่โต๊ะบ้านสลิธีริน โต๊ะที่มีเสียงปรบมือดังน้อยที่สุด ที่นั่นนักเรียนจากเดิร์มแสตรงก์เพียงแต่ปรบมือตามมารยาทเท่านั้น เขาสังเกตเห็นว่าครัมไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆนอกจากใบหน้าบูดบึ้งตามปกติของเจ้าตัว


 

เสียงปรบมือซาลงเมื่อศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ส่งสัญญาณให้พวกเขาเงียบลง ดูเหมือนว่าทุกคนจะกระฉับกระเฉงขึ้นมาก ศาสตราจารย์ร่างโปร่งรอให้ห้องโถงเงียบจริง ๆก่อนที่เขาจะพูดต่อไป


 

“ขอหีบด้วย คุณฟิลช์”


 

เสียงกระซิบกระซาบและพึมพำดังขึ้นอีกครั้งเมื่อฟิลช์ที่ซุ่มคอยอยู่ที่สุดปลายห้องโถงเดินตรงมาหาดัมเบิลดอร์ เขาประคองหีบไม้ใบมหึมาที่ประดับประดาด้วยอัญมณีหลากหลายชนิดไว้อย่างสวยงาม มันดูเก่าแก่ โบราณและมีมนต์ขลัง มีนักเรียนหลายคนที่นั่งคุกเข่าบนเก้าอี้เพื่อจะได้มองเห็นหีบนั้นได้อย่างชัดเจน


 

“คำสั่งสำหรับภารกิจที่ตัวแทนจะต้องปฏิบัติในปีนี้ได้รับการตรวจตราจากคุณเคร้าช์และคุณแบ็กแมนแล้ว” ดัมเบิลดอร์กล่าวขณะที่ฟิลช์บรรจงวางหีบลงบนโต๊ะตรงหน้า “และยังได้ดำเนินการตระเตรียมสำหรับภารกิจแต่ละอย่างไว้พร้อมแล้ว จึงมีทั้งหมดสามภารกิจด้วยกัน โดยจะทยอยจัดขึ้นตลอดทั้งปีการศึกษานี้ และจะทดสอบตัวแทนในด้านต่าง ๆ เช่น ความเชี่ยวชาญในการใช้เวทมนตร์ ความกล้าหาญ ความสามารถในการตีความ และความสามารถในการรับมือเมื่ออันตรายมาถึงตัว”


 

สิ้นเสียงของดัมเบิลดอร์ ทั่วทั้งห้องโถงต่างพากันเงียบกริบ


 

“อย่างที่พวกเธอรู้อยู่แล้ว จะมีผู้เข้าร่วมการประลองสามคน หนึ่งคนจากหนึ่งสถาบัน โดยทั้งสามคนจะได้รับคะแนนตามฝีมือการประลองในแต่ละภารกิจและเมื่อครบทั้งสามภารกิจแล้ว ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้รับถ้วยไตรภาคี การคัดเลือกตัวแทนจะกระทำโดยกรรมการที่เป็นกลาง ซึ่งก็คือถ้วยอัคนี”


 

เมื่อดัมเบิลดอร์พูดจบ เขาก็หยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาแล้วเคาะลงด้านบนของหีบสามครั้ง ฝาหีบค่อย ๆเปิดออกก่อนที่เขาจะล้วงมือเข้าไปข้างในและดึงเอาถ้วยไม้ใบใหญ่ที่สลักหยาบ ๆออกมา มันดูเรียบง่ายและธรรมดาอย่างที่สุด ยกเว้นก็แต่เปลวไฟสีขาวอมฟ้าที่พวยพุ่งขึ้นมาจากขอบถ้วย


 

อาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์ปิดหีบและค่อย ๆวางถ้วยลงบนหีบ และนั่นทำให้ทุกคนในห้องโถงเห็นมันได้อย่างถนัดตา


 

“ใครก็ตามที่ปรารถนาจะเสนอตัวเป็นตัวแทน จะต้องเขียนชื่อตัวเองและชื่อโรงเรียนให้ชัดเจนลงบนกระดาษและหย่อนลงในถ้วยนี้” เขากล่าวต่อไป “ผู้สนใจจะเป็นตัวแทนจะมีเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงที่จะใส่ชื่อลงไป คืนวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันฮาโลวีน ถ้วยจะส่งมอบชื่อของบุคคลทั้งสามซึ่งมีคุณสมบติคู่ควรพอจะเป็นตัวแทนของโรงเรียน ถ้วยจะตั้งไว้ในโถงทางเข้าคืนนี้ ซึ่งทุกคนที่สนใจเข้าแข่งขันจะสามารถเข้าถึงได้”


 

“เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีนักเรียนอายุต่ำกว่ากติกาเกิดอดใจไม่ไหวขึ้นมา” แฮร์รี่สังเกตว่านัยน์ตาของเขาเป็นประกายขบขันเล็กน้อยเมื่อมองตรงไปยังฝาแฝดตระกูลวีสลีย์ “ฉันจะขีดเส้นอายุไว้รอบถ้วยอัคนีทันทีที่จัดวางไว้ในโถงทางเข้า ไม่มีใครอายุต่ำกว่าสิบเจ็ดปีจะสามารถข้ามเส้นนี้ได้”


 

“และฉันขอย้ำอีกครั้งกับทุกคนที่ปรารถนาจะเข้าแข่งขันว่า ขอให้คิดให้ดีว่าเธอพร้อมที่จะเข้าร่วมการประลอง เพราะเมื่อถ้วยอัคนีได้เลือกตัวแทนแล้ว ตัวแทนจะต้องเข้าร่วมการประลองเวทจนจบ การใส่ชื่อลงในถ้วยถือเป็นข้อผูกมัดตามสัญญาวิเศษและจะไม่มีการเปลี่ยนใจเมื่อได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนแล้ว โปรดมั่นใจจริง ๆว่าเธอพร้อมเต็มที่ที่จะทำตามกติกาก่อนจะหย่อนชื่อลงในถ้วย”


 

“และสำหรับกิจกรรมต่อไป ซึ่งเราจะจัดขึ้นพร้อมกับการประลองเวทไตรภาคี” เขาพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย มีนักเรียนหลายคนที่ขยับตัวอย่างสนใจ “คือการกระชับมิตรระหว่างสถาบันและระหว่างบ้านทั้งสี่”



















-tbc.




[Talk]

ภาษาเปลี่ยนแบบชัดชัด... โอเอ็มจี

ส่วนตัวแล้วชอบภาษาช่วงบทนำทั้งสอง (ที่ลงไปแล้วในนี้) มากครับ

ผมเองไม่ได้เขียนสองคู่นี้นานแล้ว และคิดว่าจะต้องกู้คืนภาษาที่เคยเขียนกลับมาให้ได้ lol

ช่วยรอและให้กำลังใจผมด้วยนะครับ! ผมจะพยายามเขียนให้เต็มที่ ♥

ขอบคุณทุกคนที่แวะมาอ่าน+คอมเมนท์ครับผม //โค้ง



PS. 9.1.15 ที่ผ่านมาวันเกิดเนะ ไม่ใช่ว่าลืมนะ T T แต่งานรัดตัวจริงจัง เสียใจแพพ






 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #486 BlueBunny (@smirk) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 22:13
    หลังจากอ่าน ver a,b จบก็กลับมาอ่านใหม่อีกรอบ เพิ่งจะมาเม้นให้ ขออภัยจริงๆ ค่ะ ;_; 



    ไฟต์ติ้ง
    #486
    0
  2. #463 kikunee (@nunee_kikunee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 20:40
    คิดถึงอะ จริงๆเห็นอัพได้สักพักเเล้วค่ะเเต่รออ่านรวดเดียว เเต่แบบโอ๊ยมันคันไม้คันมือทนไม่ไหวเผลอคลิ๊กเข้ามาจนได้ เเละในที่สุดก็ติดค่ะ 555555 ขอเเสดงความยินดีกับไรท์ด้วยนะคะ ได้คนติดตามนิยายอีก 1 คนเซฟไว้ใน Favorite แล้วค่ะ ><
    #463
    0
  3. #453 SuperELF (@conan4869) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 22:11
    คิดถึงจังเลยค่าาา ยังอ่านลื่นเหมือนเดิมเลย 
    รอนะคะ น่าสนุกมากๆๆๆๆๆ
    #453
    0
  4. #452 พี (@gamhunter) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 16:00
    รอต่อจ้าาาา
    #452
    0
  5. #451 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 19:58
    ถ้าเจมส์ยังไม่ตาย อะไรๆก้เกิดขึ้นได้5555555555 5
    #451
    0