[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 65 : Special: Stormy Night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

#Side Notes

ตรงนี้จะรวมชื่อตอนพิเศษสำหรับ Frozen Heart ทั้งหมดนะครับ (เรียงตามปีที่เขียน)

- Stormy Night (Halloween 2012)

- Under the Mistletoe (X'mas 2012)

- Spring Time (2014)

- Today, My Day (HBD JP 2016)

- Incertitude (X'mas 2017)








Special Chapter

Halloween Day


‘Stormy Night’


**Originally written in 2012**







ท้องฟ้าสีหม่นที่อึมครึมนานนับชั่วโมง ไม่มีแม้แต่แสงตะวันลอดผ่านกลุ่มเมฆหมอกที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ยามเช้าตรู่ จนบัดนี้เมื่อถึงคราที่สุริยาจะคล้อยลับขอบฟ้าไป เสียงร้องคำรามของแผ่นฟ้าในยามราตรีกลับดังขึ้นแทน

 

อุณหภูมิที่เย็นเยือกจากด้านนอกปราสาทค่อย ๆแทรกซึมผ่านเนื้อหินเข้าสู่ด้านใน ท้องฟ้าที่ไร้หมู่ดาวกำลังแผ่ขยายใหญ่ขึ้นบดบังแสงจันทร์ในยามเต็มดวงเสียสิ้น

 

เสียงเม็ดฝนที่ตกซู่ลงมากระทบกับหลังคานั้นดังประสานและสอดแทรกท่ามกลางเสียงพูดคุยของเด็กนักเรียนเป็นระยะ ขณะที่ห้องโถงใหญ่กำลังอบอุ่นและอบอวลไปด้วยบรรยากาศของวันฮาโลวีน ใครบางคนอาจไม่เป็นเฉกเช่นเพื่อนร่วมชั้นที่ต่างร่าเริงและกำลังสนุกสนานในงานเลี้ยง

 

ไกลออกไปจากความอบอุ่น...สู่ความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย

 

ลึกลงไปในความมืดมิดของคุกใต้ดิน

 

เสียงลมหายใจของใครบางคนกำลังรัวเร็วและแผ่วเบา...ราวกับกำลังจะสลายไปก็ไม่ปาน

 

            เปลือกตาที่เคลื่อนลงซ่อนนัยน์ตาสีรัตติกาลไว้นั้นสลึมสะลือตื่นขึ้น ขณะที่เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบผุดเพิ่มมากขึ้นบนผิวกายสีซีด ใบหน้าเรียวยาวนั้นขึ้นสีระเรื่อเพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากพิษไข้

 

            เซเวอร์รัสยกมือขึ้นก่ายหน้าผากของตนอย่างเคยชิน พลางปัดปอยผมที่ชุ่มชื้นไปด้วยเหงื่อให้พ้นจากใบหน้า ก่อนที่มืออีกข้างจะเลิกผ้าห่มขึ้นอย่างอ่อนแรงและพยายามยันกายลุกขึ้นยืน

 

            ขาเรียวที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงนั้นมิอาจสามารถพยุงกายได้ เด็กหนุ่มผมประบ่าทราบถึงสภาพของเขาในตอนนี้ดี หากแต่ความกระหายนั้นชักจูงให้ต้องเคลื่อนกายไป

 

            มือบางนั้นเกาะกำแพงหินตามทางเดินก่อนที่จะคว้าเหยือกใส่น้ำที่ว่างเปล่ากลับมาที่เตียงในหอพักชายที่สงบเงียบร้างผู้คน ไม้กายสิทธิ์สีดำสนิทตวัดฟาดผ่านอากาศ เพียงพริบตาในเหยือกก็มีน้ำปรากฏขึ้นจนเต็ม

 

            ร่างโปร่งผ่อนลมหายใจของตนอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะรินน้ำใส่แก้วและยกขึ้นดื่มอย่างช้า ๆพลางรู้สึกได้ว่า...อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นนั้นกลับลดต่ำลงบ้าง

 

            ...แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม

 

            ตึก...ตึก...

 

            เสียงฝีเท้าที่แผ่วค่อยดังลอดเข้าโสตประสาทของคนป่วย สัญชาติญาณนั้นบอกให้คว้าไม้กายสิทธิ์ขึ้นตั้งท่าเตรียมพร้อม หากแต่กำลังที่สูญหายไปยังไม่กลับมาเต็มที่ แม้แต่แรงที่จะก้าวเดินอีกครั้งยังไม่มี แล้วจะสามารถป้องกันตัวได้อย่างไรเล่า...

 

            “ใคร...?” เสียงแผ่วเบาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเย็นชาดังลอดออกจากเจ้าของริมฝีปากบางที่บัดนี้เป็นสีซีดยิ่งกว่าทุกครั้ง

 

            “ฉันถามว่าใคร – เฮ้ย !” เซเวอร์รัสร้องเสียงหลงทันทีที่จู่ ๆร่างของเขาก็ถูกช้อนตัวขึ้นอุ้มด้วยท่าที่ไม่ต่างอะไรกับเจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาว เด็กหนุ่มร่างโปร่งพยายามโวยวายและขัดขืนเท่าที่จะสามารถทำได้

 

            นัยน์ตาสีดำสนิทพยายามเพ่งมองความว่างเปล่าที่โอบอุ้มตนขึ้น แต่แม้ว่าจะมีแสงเทียนส่องสลัวเพียงเล็กน้อย เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินก็ยังรู้อยู่แก่ใจดี

 

            ว่าคนที่ชอบแอบย่องไปตามปราสาทในยามวิกาลพร้อมกับผ้าคลุมล่องหน

 

            ก็มีอยู่คนเดียวนี่นะ...

 

            “พอตเตอร์ ?” เซเวอร์รัสเอ่ยเสียงแผ่วเบาหากแต่ดวงตาก็มิได้ละไปจากจุดที่ควรจะเป็นใบหน้าของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งสิ่งลวงตานั้นถูกถอดออก

 

            ใบหน้าคมสันที่กำลังส่งยิ้มกวน ๆมาให้ก็ปรากฏสู่สายตา

 

            “สภาพนายดูไม่ได้เลยนะ สนิฟเวลลัส”

 

            เจมส์พูดเสียงเรียบหากแต่กลับผุดยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นบนใบหน้า ขณะที่ร่างสูงวางคนป่วยไว้บนเตียงอย่างนุ่มนวล

 

            ทักทายกันได้ดีจริง ๆ...ถ้าฉันไม่ได้ป่วยละก็นะ...

 

            “นายมาทำอะไรที่นี่” คนถูกถามเลิกคิ้วเป็นเชิงแปลกใจเมื่อคู่กัดตลอดกาลกลับมิได้จิกกัดอย่างทุกวัน ขณะที่มุมปากก็ยกขึ้นด้วยความขบขันก็เพราะคนตรงหน้า

 

            ...ที่พยายามเขยิบตัวออกห่างอย่างระแวดระวัง

 

            เตียงมันก็เล็กแค่นี้...ยังจะหนีอีก

 

            “มาเดินเล่นมั้ง ถามแปลก ๆงี้ ไข้ขึ้นจนเพ้อไปแล้วรึไง”

 

            “กลับไปซะ” เด็กหนุ่มผมดำเอ่ยพลางล้มตัวลงนอนอย่างไม่แยแสคนตัวสูงกว่าราวกับว่าเขาไม่ปรารถนาที่จะเห็นหัวยุ่ง ๆของใครบางคนแถว ๆนี้

 

            แต่มีหรือ...ที่เจมส์ พอตเตอร์ จะทำตาม

 

            ไม่มีทาง !

 

            “ไม่เอาน่า สนิฟเวลลัส” เด็กหนุ่มร่างสูงลอบถอนหายใจก่อนที่จะโบกไม้กายสิทธิ์ เพียงพริบตาชามแก้วที่บรรจุน้ำอยู่เต็มก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับผ้าขนหนูสีขาวพิสุทธิ์

 

            เจมส์ผุดรอยยิ้มขี้แกล้งขึ้นอีกครั้งขณะที่นัยน์ตาสีน้ำตาลก้มมองคนที่พยายามหลับอยู่บนเตียง  มือหนาก็ลดลงไปสัมผัสกับหน้าผากอุ่นร้อนของร่างบางอย่างรวดเร็ว

 

            เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินสะดุ้งกายทันทีที่มีมือที่เย็นกว่าแตะใบหน้าของตนอย่างไม่ทันตั้งตัว นัยน์ตาสีราตรีส่อแววต่อต้านและไม่พอใจ หากแต่ก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยสักนิด

 

            ...ในเมื่อมืออีกข้างของซีกเกอร์หัวยุ่งกำลังกั้นเขาไม่ให้ลุกจากเตียง

 

            “เป็นเด็กดีสักวันเถอะน่า...เพื่อตัวนายเองนะ” เจมส์ไม่ว่าเปล่า มือหนานั้นเลื่อนลงมาเกาคางของใบหน้าเรียวซีดอย่างหยอกล้อ ราวกับว่าคนป่วยตรงหน้าเป็นแมวเอาแต่ใจ

 

            หากแต่คิ้วเรียวได้รูปนั้นยังขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปมเดียว เจมส์ยิ้มเล็ก ๆให้กับการกระทำนั้นพลางใช้ปลายนิ้วของตนจิ้มไปที่หัวคิ้วของคนตัวเล็กกว่าเบา ๆ

 

            “หน้าบึ้งบ่อยเดี๋ยวก็เหี่ยวหรอก”

 

            ...แล้วหน้าฉันมันเกี่ยวอะไรกับนายมิทราบ

 

            เซเวอร์รัสกลอกตาไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย แต่มิได้เอ่ยความคิดของตนออกไป เด็กหนุ่มร่างสูงยักยิ้มขึ้นพลางเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นจัด ก่อนจะบิดพอหมาดและวางลงบนหน้าผากของคนป่วย

 

            เด็กหนุ่มร่างโปร่งกระตุกร่างเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำที่เย็นเยียบ ร่างโปร่งเม้มปากพลางจ้องมองมาที่คนตัวสูงกว่าอย่างไม่วางตา...เนื่องจากความไม่วางใจ

 

            “ไม่ต้องมองหน้าฉันแบบนี้ก็ได้นะ รู้อยู่แล้วว่าหน้าตาดี” เจมส์ยักคิ้วปนทะเล้นพลางเอี้ยวตัวหลบหมอนจากเตียงข้าง ๆที่ถูกโยนส่งมาอย่างว่องไว เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ผิวปากเบา ๆให้กับการกระทำนั้น แต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากพูดสิ่งใดต่อ ผ้าขนหนูที่เย็นเฉียบพอ ๆกับอุณหภูมินอกปราสาทก็ถูกปาใส่ใบหน้าคมสันเข้าอย่างจัง

           

            ผืนผ้าสีขาวบริสุทธิ์เลื่อนหล่นลงจากใบหน้าที่เริ่มส่อแววของความไม่พอใจจาง ๆ แว่นตาทรงกลมนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำทำให้มองเห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลเบื้องหลังได้ไม่ชัดเจน

 

            เซเวอร์รัสผุดรอยยิ้มขึ้นอย่างสะใจก่อนที่จะชะงักไปเมื่อเหลือบตาไปเห็นขวดยาอยู่บนโต๊ะข้างเตียง มันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เจมส์เปิดฝาขวดและดื่มเข้าไปอึกหนึ่ง

 

            เด็กหนุ่มร่างโปร่งเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ ก่อนที่จะไม่ลังเลเลยที่จะพยายามหนีไปจากปีศาจเดินดินตรงหน้า หากแต่ก็มิอาจรอดไปได้

 

            ...เลยสักครั้งเดียว

 

            เจมส์ล็อคตัวร่างบางไว้กับเตียงพลางล็อคคอเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหนี ก่อนที่จะประกบริมฝีปากทันทีเมื่อร่างโปร่งบางกำลังจะอ้าปากส่งเสียงออกไป

 

            “อื้อ...อื้อ !” เด็กหนุ่มผมประบ่าส่งเสียงประท้วงในลำคอ ขณะที่มือบางเรียวสีซีดกำลังกระหน่ำทุบไปที่ไหล่กว้างของนักกีฬาร่างสูงอย่างบ้าคลั่ง

 

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจมส์จะเพิกเฉยต่อการต่อต้าน เด็กหนุ่มผมยุ่งส่งยารสฝาดขมไปให้อีกฝ่ายขณะที่ลิ้นร้อนก็ถือโอกาสลิ้มรสความหวานในโพรงปากที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติอย่างใจเย็น

 

            และไม่มีทางจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะสัมผัสกัน

 

            ...เพราะเจมส์ พอตเตอร์ จะไม่มีวันปล่อยร่างนี้ให้กับใครแม้แต่คนเดียว

 

            กำปั้นที่ทุบแผ่นอกและไหล่กว้างของนักกีฬาเริ่มอ่อนแรงลง เจมส์ละจากแหล่งกักเก็บความหวานอย่างเสียดาย พลางเลียริมฝีปากของตนเองราวกับเจอรสชาติที่ถูกใจ

 

            และบางทีอาจจะต้องการลิ้มรสอีกครั้ง...

 

            นักปรุงยาบ้านสลิธีรินหอบหายใจราวกับขาดอากาศบริสุทธิ์เป็นเวลา ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อมากกว่าเดิม...แต่มิใช่เพราะพิษไข้

 

            รสชาติของอีกฝ่ายยังคงค้างคาอยู่ในโพรงปากของร่างบาง ขณะที่เซเวอร์รัสก็รู้สึกได้ถึงชีพจรที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติ

 

            รวมทั้งหัวใจที่แทบจะระเบิดออกจากอกข้างซ้าย

 

            “นั่นคือบทลงโทษ...” เจมส์กระซิบเสียงแหบพร่าขณะที่สติสัมปชัญญะของตนป่วยเริ่มลางเลือน “ฤทธิ์ยาจะทำให้นายหลับสนิท...นอนซะ”

 

            หากแต่สิ่งสุดท้ายที่เซเวอร์รัสรับรู้กลับมิใช่คำพูดที่ดังเรี่ยข้างหู

 

            ...แต่กลับเป็นจุมพิตที่แผ่วเบา

 

 

 

 



 

 

ขณะเดียวกัน ณ ห้องโถงใหญ่

 

            “เจ้าเจมส์มันหายไปไหนของมันวะ” ซีเรียสบ่นพึมพำกับตนเองอย่างแผ่วเบา แต่แม้ว่าจะเบาสักเท่าไหร่คนหูดีก็ต้องย่อมได้ยินเป็นธรรมดา

 

            “อ้าว เจมส์ยังไม่กลับมาอีกหรอ ซีเรียส” รีมัส ลูปินเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วนิด ๆ โครงหน้าที่สวยกว่าเพศเดียวกันนั้นแสดงถึงความฉงน ก่อนที่ดวงตาจะไปหยุดอยู่ที่โต๊ะบ้านสลิธีริน

 

            ...สเนปไม่อยู่

 

            งั้นเจมส์ก็...

 

            “ฉันจะไปหาเขาแหลมนะ จันทร์เจ้า” ซีเรียสพูดพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้แต่ครั้นพอจะเดินออกไปก็ถูกมือดีจับไว้ก่อน

 

            “ช่างมันเถอะ ซีเรียส เจมส์มันก็อย่างนี้แหละ เดี๋ยวก็คงจะกลับมา” รีมัสยิ้มบางขณะที่ทายาทตระกูลแบล็กถอนหายใจเบา ๆและทรุดตัวลงนั่งต่อ

 

            แถมยังกุมมือบางไว้ซะงั้น...

 

            ...เออ เอากับมันสิ เจ้าหมาดำเนี่ย

 

            “ฉันช่วยนายได้แค่นี้นะเจมส์” รีมัสพึมพำกับตนเองเบา ๆก่อนจะอ้าปากรับคัพเค้กที่ซีเรียสป้อนให้ พลางเหลือบตามองคนข้าง ๆอย่างระแวดระวัง

 

            หวังว่าเจมส์มันจะไม่ก่อเรื่องอีกนะ

 

            แค่เอฟเวนส์ก็จะบ้าตายแล้ว....

 

            ขอทีเถอะ!

           

 









-end.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น