[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 60 : Summer: The Missing Warmth - 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    8 พ.ย. 61



Summer: The Missing Warmth


02

 







สายลมฤดูร้อนพัดผ่านใบหน้าของเขา ดวงตาสีอ่อนเหม่อมองออกไปยังทุ่งหญ้าสีเขียวสดภายนอก ความคิดของเขาว่างเปล่า เด็กหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ข้างหน้าต่างพลางปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปอย่างไร้ความหมาย



แสงอาทิตย์สว่างจ้านั่นอาบไล้ทุกบริเวณและแผ่ความร้อนออกไปทั่ว เดรโกอดนึกถึงตนเองสมัยเด็กไม่ได้ เมื่อตอนที่เขาพยายามจะขี่ไม้กวาดครั้งแรก เมื่อตอนที่แม่ของเขายืนเท้าเอวอยู่ข้างล่างและเงยหน้าขมวดคิ้วใส่เขา ริมฝีปากบางของเด็กหนุ่มผมบลอนด์ขยับเล็กน้อยเมื่อนึกถึงตอนนั้น ช่วงเวลาที่ปราศจากความวุ่นวายและความหนักใจต่าง ๆ เมื่อตอนที่โลกที่เขารู้จักมีแค่คนในตระกูลและเซเวอร์รัส— พ่อทูนหัวของเขา ช่วงเวลาที่เขารู้สึกสบายใจและปลอดโปร่งราวกับไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนใด ๆ จะทำอันตรายเขาได้



แต่นั่นมันก็ผ่านมานานแล้ว...



เดรโกถอนหายใจก่อนที่จะละสายตาออกมาในที่สุด เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนจะปิดหน้าต่าง หันหลังให้แก่แสงสว่างจากโลกภายนอกและเดินกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว



เขาอยู่ในชุดลำลองธรรมดา เสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนกับกางเกงขายาวสีดำ เขารู้ดีว่ามันอาจจะไม่ใช่ชุดที่เด็กวัยรุ่นปกติใส่เวลาอยู่บ้าน แต่เพราะเขาโตมาในครอบครัวที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ ตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์ที่มีหน้าตาในสังคม รูปร่างและการแต่งกายเป็นสิ่งที่เขาจะต้องเอาใจใส่อยู่เสมอ และนั่นจึงกลายเป็นความเคยชิน



เดรโกเดินผ่านห้องนั่งเล่นที่มีแสงสลัวก่อนจะเลี้ยวเข้าห้องดนตรี บรรยากาศที่เงียบสงบภายในบ้านไม่ได้ทำให้เขารู้สึกวังเวงหรือเหงา เพียงแต่มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นสิ่งของที่ถูกนำมาเก็บ ถูกเอามาซ่อนเมื่อยามไม่เป็นที่ต้องการ แม้ว่าแม่ของเขาจะอธิบายเหตุผลแล้ว และแน่นอนว่าเขาเองก็เข้าใจ แต่กระนั้นเด็กหนุ่มผมบลอนด์ก็อดที่จะคิดแบบนั้นไม่ได้ ว่าทำไมต้องส่งเขามาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง



"มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่จะต้องจัดการ... ลูกจะปลอดภัยที่นั่น"



ร่างกายของเขาอาจปลอดภัยจากอันตรายต่าง ๆ แต่มันไม่ใช่กับสภาพจิตใจของเขาเลยสักนิดเดียว



ตัวเขาในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากนักโทษที่ถูกขังเดี่ยว



เดรโกสั่นศีรษะเบา ๆ ก่อนที่จะโคมไฟภายในห้องจะพลันสว่างขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามา ขาทั้งสองหยุดอยู่กับที่ขณะที่สายตากวาดไปรอบ ๆ ห้องดนตรีเป็นห้องที่ไว้รับรองแขกอันดับสองรองจากห้องรับแขกด้านหน้า รวมถึงเป็นห้องสังสรรค์เมื่อยามที่เหล่าสมาชิกจากตระกูลเก่าแก่มารวมตัวกัน ดังนั้นห้องนี่จึงมีลักษณะคล้ายกับห้องโถงที่ไว้จัดงานเลี้ยง หรูหราและโอ่อ่า



บ้านพักตากอากาศชานเมืองของตระกูลมัลฟอยเองก็มีขนาดใหญ่พอ ๆ กันกับตัวคฤหาสน์ แม้ว่าจะมีบรรยากาศที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่กระนั้นมันก็ยังให้ความรู้สึกเดิมกับเขา น่าเกรงขาม โอ่โถงและคุ้นเคยในเวลาเดียวกัน เดรโกเดินตรงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงจุดหมายที่ต้องการ ตรงหน้าของเขาคือฮาร์ปตัวใหญ่สีทอง มือเล็กเอื้อมขึ้นไปแตะขอบของเครื่องดนตรีก่อนจะขยับยิ้มเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเอลฟ์ประจำบ้านตนใหม่จะทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม



เด็กหนุ่มเดินผ่านฮาร์ปสีทองและไล่ปลายนิ้วไปตามแกรนด์เปียโนสีดำ เขาไม่เคยเล่นเปียโนได้แม้ว่าแม่ของเขาจะพยายามสอนมากเท่าไรก็ตาม พ่อของเขาเคยบอกให้เขาเรียนรู้ที่จะเล่นดนตรีด้วยเวทมนตร์แทน เพราะมันอาจจะง่ายกว่าที่จะมาเล่นด้วยมือของตนเช่นเดียวกับมักเกิ้ล และมันเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของเหล่าเลือดบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน แต่เพราะแม่ของเขายืนกรานว่าดนตรีจะต้องถูกบรรเลงออกมาโดยปราศจากเวทมนตร์ มันเป็นข้อยกเว้นที่ไม่ว่ายังไงแม่ของเขาก็ไม่ยอม พ่อจึงต้องยกมือยอมแพ้ในข้อนั้นไป



เหล่าเครื่องสายที่ถูกเก็บอยู่ในกล่องเองก็ไม่ใช่ทางของเขา โดยเฉพาะไวโอลินและเชลโลที่เดรโกไม่เคยรู้สึกใช่ มันอ่อนหวานเกินไปสำหรับเขา และเขาชอบที่จะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของโน้ตดนตรีผ่านปลายนิ้วของตนเอง ดังนั้นสุดท้ายแล้วเขาจึงมาจบที่ฮาร์ป



ฮาร์ปนี้ไม่ได้มีคนเล่นมานานแล้ว แม่ของเขาเคยพูดไว้ แม่ของเขาชอบเปียโนขณะที่พ่อของเขาร่ายเวทมนตร์ให้เครื่องดนตรีบรรเลงตัวเอง มันเป็นศิลปะ และศิลปะไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์เสมอไป ฮาร์ปนั่นมักทำร้ายนิ้วของผู้บรรเลง และผู้วิเศษหลาย ๆ คนโดยเฉพาะเหล่าเลือดบริสุทธิ์ก็มีความคิดเหมือนพ่อ ในเมื่อเล่นเองแล้วต้องเจ็บตัว ให้เวทมนตร์ทำงานแทนนั้นง่ายกว่าเป็นไหน ๆ และแน่นอนว่าเพลงที่บรรเลงออกมาก็ไพเราะไม่ต่างกัน



แต่นั่นไม่ใช่สำหรับคนที่เล่นดนตรีอย่างเขา



เดรโกยกมือทั้งสองขึ้นมอง นิ้วของเขาเคยกร้านจนลอกมาแล้ว เด็กหนุ่มจำได้ดีถึงความรู้สึกเจ็บแสบที่ปลายนิ้ว แต่เมื่อแลกมากับโน้ตดนตรีที่เรียงร้อยกันอย่างสวยงาม ประสานเสียงกันจนเป็นผลงานศิลปะที่ถูกสรรสร้างโดยแรงของเขาเอง เขาไม่เคยนึกเสียใจที่เล่นดนตรีโดยมือของตนเองเลยสักนิดเดียว



นัยน์ตาสีเทาเลื่อนลงไปยังข้อมือว่างเปล่าก่อนที่ลมหายใจจะถูกผ่อนออกมาอีกครั้ง เดรโกลดมือลงก่อนที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสกับเครื่องสายนั่นเบา ๆ



กำไลข้อมือของเขาถูกยึดไปแล้ว...



"เดรโก อะไรอยู่ที่ข้อมือ?"



เด็กหนุ่มกัดฟันเมื่อเสียงของผู้เป็นบิดาดังขึ้นในหัว พร้อมกับดวงตาสีเทาซีดที่เยือกเย็นจนเขารู้สึกเสียวสันหลังวาบ ใบหน้าของชายร่างสูงไม่มีวี่แววอารมณ์ใด ๆ ให้เห็น ยกเว้นเพียงแต่น้ำเสียงหนักแน่นชัดเจน และดวงตาที่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากน้ำแข็ง



"ก็แค่กำไลข้อมือน่ะครับ"



พ่อของเขาลุกขึ้นจากโซฟา ก้าวตรงมาหาเขาที่หยุดยืนที่ขั้นบันได แม่ของเขาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือก่อนจะมองตรงมาที่เขาและพ่อ



เดรโกสบตากับชายผมสีซีดชั่วครู่ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้น แขนเสื้อเชิ้ตร่นลงเผยให้เห็นกำไลข้อมือเส้นบางทั้งสองที่ใครบางคนมอบให้เขา ราชสีห์กับทับทิมอยู่ตรงนั้น เป็นประกายแวววาวราวกับมีชีวิตขณะที่มรกตและอสรพิษหางยาวอยู่ข้างกัน เขาเห็นอะไรบางอย่างฉายผ่านดวงตาสีเดียวกันกับเขา แต่มันหายไปก่อนที่เขาจะชี้ชัดได้ว่าคืออะไร พ่อของเขาแบมือนิ่งขณะที่ไม่มีเสียงใด ๆ ดังขึ้นเพื่อสร้างบทสนทนา



มันไม่จำเป็นเลย... ในเมื่อการกระทำสำคัญกว่าคำพูด



เด็กหนุ่มผมบลอนด์ไม่เอ่ยอะไร เขาเพียงแต่ยกมืออีกข้างขึ้นเพื่อปลดกำไลทั้งสองเส้นนั่นและวางมันลงบนมือตรงหน้า เขาเรียนรู้ที่จะไม่ถาม ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ และที่สำคัญคือจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งไร้เสียงนั่น รับรู้ผ่านประสาทสัมผัสถึงแรงกดดันทางอ้อมจากบิดา ลูเซียส มัลฟอยที่นับว่าเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลในสังคม—โดยเฉพาะกับเหล่าสายเลือดบริสุทธิ์



และนั่นจึงทำให้เขารู้สึกว่างเปล่า เดรโกจับข้อมือโล่งของตนเอง สัมผัสกับผิวกายที่พลันรู้สึกเดียวดายและอดใจหายไม่ได้เมื่อเขารู้สึกตัวว่าความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นนี้คืออะไร



ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลมัลฟอย เด็กหนุ่มเจ้าของสายเลือดบริสุทธิ์จากตระกูลเก่าแก่ เดรโก มัลฟอยที่เคยถูกพร่ำสอนว่าความสัมพันธ์เป็นสิ่งไม่จีรังและสูญสลายได้โดยง่าย ถูกทำลายจนย่อยยับได้ด้วยความอิจฉาริษยาของมนุษย์ เดรโก มัลฟอยคนนั้นที่เคยเป็นดั่งปราการน้ำแข็ง— ไม่สะทกสะท้านต่อสายตาและคำพูดของใครต่อใครที่พาดพิงถึง บัดนี้ได้หายไปแล้ว



เขาถูกละลาย... ถูกละลายเพียงเพราะเด็กชายผู้รอดชีวิตคนนั้น



"ลูกไม่สามารถเป็นเพื่อนกับทุกคนได้หรอกนะ เดรโก"



นั่นเป็นคำตอบจากปากพ่อของเขาเมื่อเขายังเด็ก แม่ของเขาเคยพาเขาไปเดินเล่นในลอนดอน แม้ว่าจะเป็นเมืองที่พลุกพล่านและเต็มไปด้วยมักเกิ้ล แต่ทุกคนกลับดูเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้วิเศษหรือมนุษย์ธรรมดาที่ไร้เวทมนตร์ เพียงแค่เสื้อผ้าภายนอกที่ต่างกัน เพียงแค่บรรยากาศรอบ ๆ ตัวที่ต่างกัน แต่ที่เหลือแล้ว— มนุษย์ก็คือมนุษย์



และนั่นจึงทำให้เขาตัดสินใจเล่นกับเด็กชายคนหนึ่งที่สวนสาธารณะ ขณะที่แม่ของเขากำลังคุยกับเซเวอร์รัส— พ่อทูนหัวของเขาที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น มันเป็นฤดูใบไม้ผลิในช่วงที่ดอกไม้กำลังเบ่งบานมากที่สุด และเด็กชายคนนั้นคือเพื่อนคนแรกของเขา



"พวกเราเหล่าเลือดบริสุทธิ์ไม่ควรเข้าไปปะปนหรือคลุกคลีกับมักเกิ้ลพวกนั้น"



ความทรงจำของเขาอาจเลือนราง เด็กหนุ่มจำไม่ได้ว่าเด็กชายคนนั้นมีหน้าตาเช่นไร เขาจำได้เพียงกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำและรอยยิ้มทะเล้น สีตาอาจเป็นเฉดสีสว่างสักสีหนึ่ง และเหมือนว่าเด็กชายคนนั้นจะใส่แว่นตา แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม เดรโกไม่เคยคิดออกเลยว่าเด็กชายคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไรหรือชื่ออะไร ราวกับว่าสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในหัวของเขาเป็นเพียงฝุ่นละอองของความทรงจำ เบาบางและจะสามารถถูกพัดปลิวหายไปในที่สุด



"ลูกเป็นพ่อมด ลูกเกิดมาในตระกูลเลือดบริสุทธิ์ อย่าทรยศตระกูล อย่าทรยศสายเลือด อย่าทรยศครอบครัว"



ศักดิ์ศรีและครอบครัว...



สองอย่างนั่นอยู่ในอันดับแรกเสมอท่ามกลางความสำคัญต่าง ๆ ในชีวิต พ่อของเขาบอกว่ามัลฟอยทุกคนเป็นแบบนั้น สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งคือศักดิ์ศรีและครอบครัว การดำรงอยู่ของตระกูลและการสืบทอดสายเลือดบริสุทธิ์เป็นสิ่งสำคัญรองลงมา เพราะมันเป็นหน้าที่รองที่เขาจะต้องทำเมื่อกลายเป็นผู้นำตระกูลเอง



แต่ไม่ว่าอย่างไร ศักดิ์ศรีและครอบครัวต้องมาก่อนเสมอ



"เพราะฉะนั้น พ่อหวังว่าพ่อจะไม่ได้ยินเรื่องแบบนี้อีกนะ"



ที่ว่าลูกไปคลุกคลีกับพวกมักเกิ้ล



"ครับ"



เด็กชายคนนั้นชื่ออะไรกันนะ... เขาจำได้ว่าเขาเคยถามอีกฝ่าย ภาพในหัวของเขาเห็นเด็กชายคนนั้นตอบ แม้ว่าเขาจะลืมเสียงของอีกฝ่ายไปแล้ว แต่รอยยิ้มกว้างที่สดใสนั่นยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำ เช่นเดียวกันกับคำสัญญาที่ไม่อาจเป็นจริง



"ไว้เรามาเล่นกันอีกนะ!"



น้ำเสียงที่เริงร่าและเปี่ยมด้วยความหวังนั่น... เขาตอบอะไรไปนะ เขาตอบตกลงไปหรือเปล่า? เดรโกไม่รู้เลย และนั่นมันก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว



ทุกอย่างเป็นแค่อดีตเท่านั้น



มือทั้งสองที่กำลังไล่ไปตามสายของเครื่องดนตรีพลันหยุดลง แรงสั่นสะเทือนเบาบางนั่นยังติดอยู่ที่ปลายนิ้วของเขา เดรโกลดมือลงก่อนที่จะถอนหายใจออกมา



ช่างมันเถอะ... จะคิดถึงมันไปก็เท่านั้น



ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี











-tbc.







 



[Talk]


สวัสดีเดือนพฤศจิกายนกับฤดูหนาวที่ไม่มีอยู่จริง 555555555


ตอนนี้ทุกครั้งที่ฤดูหนาวมา (แบบหนาวจริงจัง มีความลมแรงและอื่น ๆ) ผมจะนึกถึงช่วงที่เขียน Frozen Heart โดยเฉพาะต้นอลาสเทียร์ นึกถึงตอนที่ลมพัดแรงจนใบไม้ร่วงลงมา จากนั้นก็รู้สึกว่า มันก็นานแล้วนะ 555555 (เพราะจริง ๆ แล้ว Frozen Heart เวอร์ชั่นปัจจุบันที่เขียนจบไปแล้ว ทุกอย่างเริ่มต้นจากการแค่เห็นลมพัดจนใบไม้ร่วงในฤดูหนาวเมื่อหลายปีก่อนเท่านั้นเองครับ)


วันนี้แวะมาอัพบทที่ 2 ของฟิคฤดูร้อนครับ! อย่างที่บอกไปในตอนก่อนหน้าว่า มันจะไม่ใช่เรื่องยาวจริงจัง แต่เป็นเหมือนช็อตเรื่องสั้นมากกว่า


ในเรื่องนี้นะครับ ตรงไปตรงมาตามชื่อเรื่อง ผมอยากจะลองเขียนเกี่ยวกับความเหงา ความโดดเดี่ยวเดียวดายต่าง ๆ โดยที่ไม่เกี่ยวกับบรรยากาศเท่าไหร่ อยากจะโฟกัสไปที่ตัวจิตใจข้างในมากกว่า ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะสื่อออกมาได้ดีแค่ไหน แต่ว่าด้วยความที่อยากเขียน (อีกแล้ว 55555) ก็จะพยายามให้เต็มที่ครับ


และด้วยความที่ผมชอบความ subtle และซ่อนอะไรนู่นนี่ไว้ในเรื่องเป็นจุดเล็ก ๆ (ตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ไม่รู้ว่าจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหน 5555 แล้วแต่ความคิดเห็นของแต่ละคนเลยครับ) หวังว่าทุกคนจะหาเจอและทำให้ช็อตสั้น ๆ พวกนี้มีความหมายมากขึ้น ผมไม่รู้ว่ามันจะ deep อะไรแค่ไหน แต่คิดว่ามันก็คงจะค่อย ๆ เพิ่มเลเวลนะ (คิดว่า)


เพราะถ้าข้างในของเราโดดเดี่ยวอยู่เสมอ มันไม่สำคัญว่าจะเป็นเวลาไหนหรือฤดูอะไร ยังไงเราก็ตัวคนเดียวอยู่ดี


ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบครับ ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์และการจิ้มให้กำลังใจเช่นเดิม :)


- I.


ปล. ยังคงฝาก State of Nature อย่างต่อเนื่อง JP/SS โอเมก้าเวิร์สที่เขียนถึงครึ่งเรื่องแล้ว 55555

ปลล. SoN เป็นเรื่องที่เขียนแล้วรู้สึกว่าใช่สไตล์ของตัวเองที่สุดแล้ว กับ Before the Dawn (Dracula fanfic) สำหรับคนที่ชอบงานสไตล์ของผม คิดว่าอยากแนะนำสองเรื่องนี้ครับ

ปลลล. หวังว่าจะได้มีโอกาสมาอัพบทต่อไปเร็ว ๆ นี้ครับ!

ปลลลล. ทอล์คยาวจริงไรจริง LOL








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #937 Ice_Iris (@Ice_Iris) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 20:27

    ขอบคุณน้า

    #937
    0
  2. #936 moo (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 19:53

    รุ่นพ่อนี่ดูอบอุ่นดี แต่รุ่นลูกนี่ดูหน่วงๆยังไงก็ไม่รู้

    #936
    0
  3. #935 P.ERR (@peacechan) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 09:47
    เดรโกดูเหนี่อยนะ ; w ; ทั้งเหนี่อยทั้งปลงทั้งยอมรับชะตากรรม
    #935
    0
  4. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 06:52

    หงึ เศร้าเบย
    #934
    0
  5. #933 Yoseop~Ah :) (@janeeya) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 00:18
    ความเหงาพ่วงความโดดเดี่ยวด้วยค่ะ55555 เพื่อนตอนเด็กของหนูเดรก คงจะแฮร์รี่แน่ๆเลยย อยากให้นางจำได้จังง
    #933
    0
  6. #932 Mamorudes (@Mamorudes) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 00:09

    หงอยๆแต่ละมุน ;;v;;

    #932
    0
  7. #931 Chocoe'clair (@reren) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 22:59

    ความเหงาเต็มตอนเลยค่ะ
    #931
    0
  8. #930 natjawa148478 (@natjawa148478) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 22:30
    คิดถึงไรท์~~~~
    #930
    0