[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 6 : Frozen Heart: Chapter 0.5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    23 ก.ค. 57

Winter's Embrace
No.1: Frozen Heart


 


Part II
 

Chapter 0

- Prologue -

 


 

                สายลมแผ่วเบาที่พัดพากลิ่นอายของวสันตฤดูมาค่อย ๆดึงเขาขึ้นจากห้วงนิทรา เปลือกตาที่ซ่อนนัยน์เนตรสีดำสนิทค่อย ๆเบิกกว้างก่อนที่เจ้าตัวจะยกแขนขึ้นก่ายหน้าผากด้วยความเคยชิน แสงจากดวงอาทิตย์เบื้องบนที่อาบไล้ไปทั่วบริเวณดูจะสว่างจ้าเกินไปสำหรับเขา เส้นผมสีนิลแผ่สยายอยู่บนหญ้าสีเขียวสด อาภรณ์เนื้อบางที่เอนอ่อนอย่างแผ่วเบาตามแรงลมนั้นคล้ายจะทำให้ความกังวลใด ๆพัดปลิวไปด้วย

 

 

                ก้อนเนื้อใต้อกซ้ายกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อเขากวาดตามองไปรอบบริเวณอย่างนึกฉงน น่าแปลกที่รอบข้างเต็มไปด้วยเหล่าพฤกษาที่คล้ายจะเพิ่งผลิบาน นี่คือช่วงเวลาหลังฤดูหนาวที่ใครต่อหลายคนโปรดปราน เมื่อยามที่ได้เดินอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีสันสดใส แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเขา

 

 

                ไม่ใช่สำหรับ... เซเวอร์รัส สเนป

 

 

                ร่างโปร่งบางผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะปัดต้นหญ้าที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าออก เขามองซ้ายขวาก่อนจะตัดสินใจเดินลงจากเนิน รอบข้างคือทุ่งดอกฟรีเซียที่ทอดยาวไปสุดสายตา มือบางที่ปล่อยแกว่งอยู่ข้างลำตัวยื่นมือไปสัมผัสกลีบดอกไม้ไปพลางขณะที่ขายาวสาวเท้าก้าวไป

 

 

                เซเวอร์รัสเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มันเป็นสีฟ้าสดใสที่เขาไม่เคยคิดจะชอบ กลุ่มเมฆสีขาวที่รวมกันเป็นก้อนขนาดใหญ่ได้เติมแต่งผืนผ้าใบนั้นอย่างสวยงาม ดวงอาทิตย์ลอยอยู่เหนือเส้นขอบฟ้าไม่มากนัก เหล่าวิหคต่างกางปีกออกโผบินอย่างเริงร่า ดูราวกับภาพวาดที่เคยเห็นผ่านตามาในอดีต ขณะที่หัวใจของเขากลับรู้สึกเจ็บขึ้นมาอย่างกะทันหัน เมื่อเหลือบไปเห็นดอกมิโมซ่าโดดเดี่ยวท่ามกลางทุ่งดอกฟรีเซีย ทันใดนั้นเองที่ภาพความทรงจำก็ได้ฉายวาบกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง

 

 

                “ไว้เราสองคนเรียนจบจากฮอกวอตส์เมื่อไร... กลับมาที่ใต้ต้นนี้อีกครั้งนะ”

 

 

                “ทำไมต้องกลับมา ?” คนตัวเล็กกว่าหันหน้าไปมองด้วยสายตาเรียบนิ่งขณะที่อีกฝ่ายขยับยิ้ม

 

 

                “ก็เพราะต้นอลาสเทียร์น่ะ ชั่วชีวิตของมันจะผลิดอกแค่สามครั้งเท่านั้น และไม่รู้เลยว่าฤดูใบไม้ผลิปีไหนที่มันจะตาย หรือจะออกดอก ฉันก็แค่อยากจะให้เรากลับมาที่นี่... เพื่อที่จะได้เฝ้ารอความหวังที่ผลิบานด้วยกันยังไงล่ะ”

 

 

                ความหวัง... จากความสิ้นหวัง

 

 

          นายเคยพูดไว้ว่าอย่างนั้นใช่หรือเปล่า...

 

 

                ดวงตาสีเข้มสลดลงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาไร้อารมณ์อีกครั้ง ร่างบางเบือนหน้าหนีออกจากทิวทัศน์ด้านข้างและมุ่งหน้าเดินตรงต่อไปยังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลออกไปโดยไม่เหลียวมองดอกไม้เหล่านั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

 

 

                ฝ่าเท้าที่เปลือยเปล่าของเขากำลังเหยียบย่ำลงบนแผ่นหญ้าอ่อนนุ่ม แต่ทันทีที่เขายกเท้าขึ้นเพื่อจะก้าวต่อไปนั้น ต้นหญ้าที่ครั้งหนึ่งเคยเขียวชอุ่มกลับค่อย ๆหดตัวลงเมื่อถูกไอเย็นปกคลุม ตามทางที่เขาได้เดินผ่านกลับมีหิมะโปรยทับซ้อนอยู่เบื้องหลัง โดยที่ร่างบางไม่รู้ตัวสักนิด ว่าเขาได้ทำให้ความหวังต้องสูญสิ้นด้วยความสิ้นหวังจากเหมันต์

 

 

                ร่างโปร่งบางก้าวเท้าเดินไปตามทางก่อนที่จะพบว่ากลิ่นหอมของมวลดอกไม้ได้จางหายไปแล้ว เบื้องหน้าของเขาคือต้นไม้ที่ยืนต้นอยู่อย่างโดดเดี่ยว เสียงกระแสน้ำดังแว่วเข้าโสตประสาทจากที่ไหนสักแห่ง ขณะที่เขายังคงเดินหน้าต่อไปแม้ไม่รู้ว่าปลายทางของตนคือสิ่งใด

 

 

                “นี่คือคำสัญญาที่ฉันให้นายไว้... ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน จะเป็นยังไง นายจะมีฉันอยู่ข้าง ๆเสมอ”

               

 

                ลมหายใจของร่างบางสะดุดเมื่อปรากฏเจ้าของคำพูดนั้นในคลองสายตา คนที่เขาคิดว่าได้เดินจากเขาไปแล้วชั่วนิรันดร์ คนที่เขาเคยพร่ำบอกรักเสียมากมาย ใบหน้าหล่อเหลาที่ใครเห็นเป็นต้องหลงใหลนั้นสงบนิ่ง เปลือกตาที่ปิดสนิทกับริมฝีปากที่เผยอออกน้อย ๆบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังหลับสนิท ขณะที่เสียงทุ้มที่คุ้นเคยกลับดังแว่วเข้ามาให้ได้ยินอีกครั้ง

 

 

                “นายไม่เคยได้ยินหรือไง คำพูดที่ว่า เด็กผู้ชายมักจะแกล้งคนที่แอบชอบ... ฉันว่ามันเป็นเรื่องจริงนะ”

 

 

 คนตัวเล็กค่อย ๆเดินเข้าใกล้ชายหนุ่มร่างสูงที่นอนพิงลำต้นแกร่ง ข้างตัวของเขาคือแผ่นกระดาษที่วางอยู่อย่างกระจัดกระจาย บนตักของชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าคมสัน คือแมวสีดำตัวเล็กที่นอนขดอยู่อย่างเป็นสุข หู อุ้งเท้าและปลายหางของมันเป็นสีขาว มือหนาของร่างสูงวางอยู่บนหัวของมัน แว่นทรงกลมที่เอียงกะเท่เร่ใกล้จะหล่นทำให้คนตัวเล็กกว่าอดยิ้มขบขันไม่ได้

 

 

ทำไม... ถึงรู้สึกคิดถึงขนาดนี้นะ

               

 

                เขาค่อย ๆย่อตัวลงเพื่อมองใบหน้าหล่อเหลานั้นได้อย่างชัดเจน ก่อนที่มือบางจะประคองแว่นออกจากโครงหน้า เส้นผมสีดำที่ยาวลงปรกหน้าถูกเกลี่ยให้พ้นดวงตา ก่อนที่ร่างบางจะประทับจุมพิตแผ่วเบาลงบนริมฝีปากหยักเพียงชั่วครู่ แต่กลับเนิ่นนานในความรู้สึก

 

 

                ริมฝีปากนี้...

 

 

                สัมผัสอ่อนโยน... ถ้อยคำที่คอยปลอบประโลม... ล้วนแล้วแต่มาจากริมฝีปากของคน ๆนี้

 

 

                เซเวอร์รัสผละออกห่างพลางยืดตัวขึ้นก่อนจะเงยหน้ามองต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านออกมา ใบไม้ที่ถักทอรวมกันจนเกิดร่มเงานั้นเป็นสีเขียวเข้ม มือบางยกขึ้นอย่างช้า ๆก่อนจะแนบฝ่ามือของตนเองลงบนลำต้นแกร่ง เส้นด้ายสีแดงสดพลันปรากฏขึ้นมาให้เห็นในทันที

 

 

                ร่างบางยกนิ้วก้อยซ้ายของตนขึ้นมาก่อนจะเสมองไปยังร่างสูงที่ยังคงหลับสนิท เซเวอร์รัสกำหมัดแน่นก่อนที่จะตัดสินใจจับเส้นด้ายระหว่างเขาและร่างสูงเอาไว้ทั้งสองมือแล้วดึงสุดแรง

 

 

                เสียงร้องดังออกจากริมฝีปากบางทันทีที่เขาออกแรงกระทำ อกซ้ายกำลังเจ็บราวกับกำลังถูกกระชากออกไปเสียเดี๋ยวนั้น เซเวอร์รัสหอบหายใจพลางทิ้งตัวลงบนพื้นหญ้า เส้นด้ายที่บางเฉียบนั้นดูเหนียวแน่นกว่าที่เขาคาดไว้ และเขาก็ยังไม่สามารถทนรับความเจ็บปวดนี้ได้

 

 

                ชายหนุ่มร่างสูงที่นอนหลับสนิทและแมวตัวจ้อยพลันหายไปแล้ว เช่นเดียวกับทุ่งดอกฟรีเซียที่หายวับไปกับตา แสงอาทิตย์อยู่ไกลเกินว่าที่จะมองเห็น สัมผัสอบอุ่นที่โอบกอดเขาเอาไว้ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยือก ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากปากเมื่อเขาพยายามจะเปล่งเสียง ทุก ๆอย่างกำลังถูกความมืดเข้ากลืนกิน

 

 

                เซเวอร์รัสร้องลั่นเมื่อรู้สึกว่าแม้แต่พื้นที่รองรับร่างกายของเขาก็อันตรธานหายไป ร่างบางกำลังร่วงหล่นลงลึกลงไปเรื่อย ๆ ดำดิ่งสู่ความว่างเปล่าที่อาจไม่มีปลายทางให้ไปถึง หัวใจเขาหล่นวูบเมื่อความคิดประหลาดผ่านเข้ามาในหัว เมื่อนึกถึงร่างของตัวเองที่แหลกสลายอยู่บนพื้นหินขรุขระ ดวงตาเบิกกว้างไร้วี่แววของการมีชีวิต

 

 

                จับฉันไว้ที

 

 

          นายอยู่ที่ไหน

 

 

                เปลือกตาค่อย ๆเคลื่อนลงซ่อนนัยน์เนตรสีรัตติกาล เส้นผมปลิวลงขณะที่เขากำลังรู้สึกไร้น้ำหนัก เขากำลังหล่นลงสู่ใจกลางความมืดที่ไม่รู้ว่าอะไรรออยู่ แขนทั้งสองข้างถูกปล่อยให้ขยับตามแรงลม ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะตกลงไปในผืนน้ำสีดำสนิท

 

 

                ตูม !

 

 

                ดวงเนตรสีดำเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ ฟองอากาศผุดออกจากโพรงปากขณะที่เจ้าตัวพยายามจะพาตัวเองขึ้นไป ความเย็นกรีดแทงลงบนผิวไม่ต่างกับปลายมีดนับพัน ขาทั้งสองข้างขยับเร็ว ๆก่อนที่จะนิ่งไปเมื่อกล้ามเนื้อทุกส่วนของเขาเกร็งตัวแน่น ร่างบางอ้าปากปล่อยให้น้ำทะลักเข้ามาในปอดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผิวน้ำเบื้องบนเป็นครั้งสุดท้าย

 

 

                ไม่มีแสงสว่างให้อาวรณ์...

 

 

                ใบหน้าเรียวยาวก้มลงมาก่อนที่ฟองอากาศจะผุดออกจากปาก เส้นผมสีดำสนิทแผ่สยายกระจายไปทั่วขณะที่กระแสน้ำไหลกระทบกายอย่างแผ่วเบา มันทำให้แขนขาของเขาขยับไหวน้อย ๆ เปลือกตาค่อย ๆปิดลงอีกครั้งก่อนที่ชีพจรจะหยุดลง

 

 

                มีแต่ความมืดเท่านั้น... ที่รออยู่

 




 

                นายอยู่ที่ไหนเมื่อฉันหลงทาง...

 

 

                นายอยู่ที่ไหนเมื่อฉันไม่มีใคร...

 

 

                นายอยู่ที่ไหนกัน...

 

 

                 คนโกหก

               

 

 

 

               






 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #1007 Malika1 (@0860053714) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 22:45
    แงงงงงง จาร้องง
    #1007
    0
  2. #943 BabyFish2004 (@lookpa2547) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 16:31

    เศร้า TT

    #943
    0
  3. #424 ❤ D E S T I N Y '_ dear (@violy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2557 / 01:33
    เป็นอินโทรที่บีบคั้นความรู้สึกจริมๆ รออยู่นะคะ อิอิ
    #424
    0
  4. #422 Jeerawan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 20:19
    TT ไม่น๊าาาาา
    #422
    0