[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 55 : Frozen Heart: Act V Chapter 14 (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2016
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    10 มิ.ย. 60

Act V

Chapter 14

 



“ฆ่าอีกคนซะ”



            ไม่...



            “แฮร์รี่ พาร่างฉันกลับไปด้วย พาฉันกลับไปหาพ่อที”



            ฉันขอโทษ...



            “ฆ่าเขาซะ—!”



            เฮือก!



            ดวงตาสีเขียวเบิกกว้าง ลมหายใจของเขาถี่และกระชั้น เด็กหนุ่มผมดำกะพริบตามองภาพที่พร่ามัวตรงหน้าก่อนที่สติจะค่อย ๆกลับมา



            เขาเอื้อมมือไปหยิบแว่นมาสวมก่อนจะรู้สึกถึงบางสิ่งที่คุ้นเคย แฮร์รี่ยันกายขึ้นก่อนที่สีหน้าจะพลันอ่อนลง น้ำเสียงเย็นเยือกและเสียงกรีดร้องได้เลือนหายไปจากหัวของเขาแล้ว ดูเหมือนว่าจิตใต้สำนึกของเขาจะมีความรู้สึกที่รุนแรงเกินกว่าที่เวทมนตร์จะต้านทานได้ เด็กหนุ่มถอนหายใจเบา ๆขณะที่คลองสายตาของเขากลับมาชัดเจนอีกครั้ง เขาก้มลงมองลายมือของเดรโกบนกระดาษแผ่นเล็กนิ่ง และทันทีที่เขาอ่านจบ จุกก้อนบางอย่างก็ได้ก่อตัวขึ้นในลำคอพร้อมกับความร้อนที่ขอบตา



            “ไม่ต้องคิดมาก นายพยายามเต็มที่แล้ว”



            ริมฝีปากของเขาขยับยิ้มอย่างที่เขาควบคุมไม่ได้ ทว่าความรู้สึกมากมายที่เขาพยายามที่จะกดลงไปกลับพุ่งขึ้นมา แฮร์รี่วางกระดาษโน้ตลงที่เดิมขณะที่เปลือกตาปิดลงซ่อนนัยน์เนตรสีมรกตเอาไว้ เขาขบฟันแน่นและนับจังหวะการหายใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับเข้ามาอยู่ในความควบคุมของเขาอีกครั้ง



            แฮร์รี่ลืมตาขึ้น เขาเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างที่อยู่ห่างไกลออกไป ไม่มีร่องรอยของหิมะหลงเหลืออยู่แล้ว มีแต่การเกิดใหม่ของเหล่าต้นไม้ที่จะมอบความชุ่มช่ำและสดใสให้กับที่นี่ ทว่าจิตใจของเขาไม่สามารถเบิกบานได้เพราะความคิดนั้น ตอนนี้เขามีแต่ความรู้สึกผิดอันหนักอึ้งในจิตใจ แฮร์รี่ถอนลมหายใจก่อนจะดึงตัวเองขึ้นมาจากความสิ้นหวังนั้นอีกครั้ง



            ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ก็มีเสียงฝีเท้าดังลอดเข้าโสตประสาท เด็กหนุ่มหันกลับมาก่อนจะพบมาดามพอมฟรีย์เดินยกถาดอาหารมาให้ เขากล่าวขอบคุณเธอและถามอาการของอลาสเตอร์ มู้ดดี้ตัวจริง พยักหน้ารับให้กับคำตอบที่ได้และรับปากเธอว่าเขาจะจัดการมื้อเช้าให้หมด แม้ว่ากระเพาะของเขาจะไม่มีความกระตือรือร้นหรือความอยากใด ๆเลยสักนิดเดียว



            มาดามพอมฟรีย์ผละออกไปตรวจอาการของมู้ดดี้ตัวจริงที่บัดนี้ยังคงหลับสนิท มือปราบมารอาวุโสนอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนจนเขาอดกังวลไม่ได้ แต่เมื่อสังเกตเห็นหน้าอกที่ขยับขึ้นลงนั้นเขาจึงรู้ว่าเจ้าตัวยังคงมีชีวิตอยู่



            เขากำลังพยายามทานซุปเมื่อสองสามีภรรยาดิกกอรี่เดินเข้ามาในห้อง แฮร์รี่วางช้อนลงพลางย้ายถาดอาหารไปวางบนพื้นที่ว่างบนเตียง เขาปิดปากนิ่งเมื่อเห็นสภาพของทั้งคู่ คลื่นความรู้สึกผิดได้ซัดโจมตีเขาอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง



            “ขอโทษนะครับ...” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นทันทีที่พวกเขาเดินมาถึง



            นางดิกกอรี่ส่ายหน้า “อย่าขอโทษไปเลย เราต่างหากสิที่ต้องขอบคุณเธอ— ขอบคุณที่พาเขากลับมานะ”



            นายดิกกอรี่อาจก้มหน้านิ่งแต่กระนั้นเขาก็พยักหน้าให้กับคำพูดของภรรยา หญิงวัยกลางคนกุมมือสามีไว้และบีบแน่น



            “เธอเองก็รักษาตัวด้วยนะ” เธอกล่าวก่อนจะส่งยิ้มเศร้ามาให้เขา และเมื่อพวกเขากำลังจะหันหลังเดินออกไป แฮร์รี่จึงรั้งพวกเขาเอาไว้พร้อมยื่นถุงรางวัลบนโต๊ะข้าง ๆส่งให้



            “รับเงินรางวัลไปด้วยเถอะครับ มันควรเป็นของเซดริก... เขาไปถึงก่อน”



            แต่ทั้งสองคนกลับถอยห่าง นางดิกกอรี่ส่ายหน้า “ไม่ได้หรอก เรารับไว้ไม่ได้ เธอเก็บไว้เถอะจ้ะ”



            และพวกเขาก็เดินออกจากห้องพยาบาลไป แฮร์รี่กลืนจุกก้อนในลำคอลงไปอย่างยากลำบากก่อนที่จะวางถุงเงินไว้ที่เดิม เสียงเหรียญเกลเลียนกระทบกันฟังดูน่ารังเกียจสำหรับเขา เด็กหนุ่มหยิบกระดาษโน้ตแผ่นเล็กนั้นขึ้นมาอ่านอีกครั้งก่อนที่ความรู้สึกแย่ ๆจะทุเลาลงไปเล็กน้อย



            รอนและเฮอร์ไมโอนี่เดินเข้ามานั่งอยู่ข้างเตียงเขาหลังจากนั้นอีกไม่นาน พร้อมกับการนั่งดูเขาจัดการมื้อเช้าจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ทั้งสองคนไม่ได้พูดเรื่องการประลองเวทเลยสักนิด เฮอร์ไมโอนี่ปล่อยให้รอนเล่นมุกตลกและแสดงกลที่จำมาจากเฟร็ดกับจอร์จ เขาไม่อาจต้านเสียงหัวเราะที่ดังออกจากปากได้ แม้มันจะให้ความรู้สึกแปลกพิกลและเขาคิดว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมานั่งหัวเราะในตอนนี้ แต่การได้หัวเราะออกมาอีกครั้งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเบาขึ้น ราวกับว่าความหนักใจนั้นได้ระเหยหายไปด้วยเช่นกัน



            เขาออกจากห้องพยาบาลหลังจากนั้นไม่นาน รอยแผลต่าง ๆหายจนเกือบหมดแล้ว แม้แต่รอยกรีดที่แขนซ้ายของเขาก็หายไปด้วยเช่นกัน แฮร์รี่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นหมากรุกพ่อมดกับรอน นั่งเล่นกับครุกแชงก์แทนเฮอร์ไมโอนี่ที่ฝังตัวอยู่กับหนังสือและหัวเราะให้กับของเล่นตลกของฝาแฝดวีสลีย์ที่นับวันก็ยิ่งดูจะสมจริงและตลกร้ายมากขึ้นทุกที



            พิธีไว้อาลัยเซดริกจัดขึ้นภายในห้องโถงใหญ่ จากธงประจำบ้านได้ถูกเปลี่ยนเป็นผืนผ้าสีดำสนิททั้งหมด บรรยากาศภายในห้องโถงนั้นเงียบสงัดและอึมครึม ทุกอณูพื้นที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก เสียงสะอื้นและร้องไห้มีให้ได้ยินอยู่เรื่อย ๆขณะที่เขาถูกจ้องมองตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้ามา



            เด็กบ้านกริฟฟินดอร์ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นเมื่อเทียบกับบรรยากาศจากฝั่งเด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟ จินนี่พยักหน้าเป็นกำลังใจให้ขณะที่เนวิลล์ตบบ่าเขาเบา ๆ ถึงแม้จะไม่มีบทสนทนาใด ๆเกิดขึ้น แต่เขาสัมผัสได้ว่าทุกคนยังต้อนรับเขาอยู่



            แฮร์รี่เห็นโชนั่งสะอื้นอยู่กับเพื่อนของเธอที่โต๊ะเรเวนคลอ เขามองผ่านโชไปเห็นเดรโกที่สีหน้าไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใด ๆ เขามองคนตัวเล็กเท่าชั่วครู่ขณะที่อีกฝ่ายดูจะไม่สังเกตเห็นเขา จากนั้นแฮร์รี่จึงมองเลยผ่านไปยังวิกเตอร์ ครัมท่ามกลางนักเรียนจากเดิร์มแสตรงก์ที่ยังนั่งอยู่กับเด็กบ้านสลิธีรินเช่นเดิม ใบหน้าของครัมดูบึ้งตึงเหมือนอย่างทุกครั้งแต่กระนั้นก็ยังพอจับความเศร้าโศกในดวงตาสีเข้มได้



            เฟลอร์ เดอลากูร์กับน้องสาวของเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะบ้านเรเวนคลอ เฟลอร์ยังมีรอยถลอกอยู่ที่แก้ม รัศมีเฉพาะตัวของเด็กสาวที่ดูเหมือนส่องแสงออกมาทุกขณะดูหม่นลงเช่นเดียวกันกับสีหน้าของเธอ เฟลอร์หันหน้ามาสบตากับเขาก่อนจะส่งยิ้มเศร้ามาให้



            แฮร์รี่กะพริบตาก่อนจะพยักหน้ารับ เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงหันกลับไปหาเพื่อนร่วมสถาบันอีกครั้ง เด็กหนุ่มร่างสูงถอนหายใจเบา ๆก่อนที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์จะกล่าวคำปราศรัย



            ส่วนสิ่งที่ได้จากการที่ชายชราประกาศว่าโวลเดอมอร์กลับมาแล้วเป็นผลตอบรับที่หลากหลาย แฮร์รี่เพิกเฉยต่อเสียงกระซิบกระซาบและความสับสนที่แผ่กระจายไปรอบ ๆ เขาเมินเสียงพึมพำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นขณะที่สายตากำลังมองหาเจมส์และสเนป และจากนั้นเขาก็เจอ— สเนปนั่งอยู่ที่เดิมโดยมีสีหน้านิ่งไร้อารมณ์แบบเดิมไม่เปลี่ยน ถัดไปจากลูโด แบ็กแมนคือ เจมส์และเพอร์ซี่ แฮร์รี่หยุดสายตาไว้ที่มือปราบมารหนุ่มสลับกับอาจารย์วิชาปรุงยา เขาไม่ได้คิดเรื่องจดหมายแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกแย่เพราะเรื่องนั้นอีกแล้ว และนั่นจึงทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกดีขึ้นมาก



            เด็กหนุ่มผมดำรู้ดีว่าสำหรับเขา ยังไงผู้ชายที่ชื่อว่าเซเวอร์รัส สเนปก็ไม่มีทางเป็นคนน่าไว้ใจไปได้ เขาเองก็ยังมีไม่ค่อยชอบความคิดที่เจมส์จะคบกับสเนปเท่าไรนัก ไม่ใช่เพราะเรื่องเพศอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเพราะอคติและความไม่ชอบส่วนตัวล้วน ๆ เพราะการที่จะให้เขายอมรับว่าหาเรื่องเขามาตลอดตั้งแต่ปีหนึ่งจะเป็นคนรักของพ่อก็ไม่ง่ายขนาดนั้น แต่เขาไม่มีใจจะไปขัดขวางความสุขของเจมส์และเพราะต้องการให้เจมส์มีความสุข เขาจึงยอมรับเรื่องนี้ในที่สุด



            แฮร์รี่มองเลยผ่านกลับไปยังศาสตราจารย์ผมดำอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์สั่งให้สเนปไปทำงานอะไรในคืนนั้น แต่ถ้าอาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์มั่นใจและเชื่อใจในตัวสเนปเช่นเดียวกับพ่อของเขา เด็กหนุ่มก็จะเชื่อเช่นนั้นด้วยเช่นกัน แม้คำว่า “ผู้เสพความตาย” จะไม่สามารถถูกลบออกหรือเลิกเป็นได้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าสเนปจะไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับพวกเขา



            และเพราะไม่มีหลักฐานใด ๆมายืนยันความบริสุทธิ์ใจของสเนปได้ เขาจึงได้แต่เชื่อเท่านั้น



            และเชื่อ... ว่าคน ๆนี้จะดูแลพ่อของเขาได้



            เมื่อคำปราศรัยของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์และการแจ้งข่าวได้จบลง พวกเขาก็แยกย้ายกันกลับไปเก็บข้าวของที่หอพัก เดิร์มแสตรงก์รวมกลุ่มกันและเดินแยกออกไปโดยปราศจากอาจารย์ใหญ่ของพวกเขา ส่วนเด็กนักเรียนจากโบซ์บาตงนั้นเข้าแถวรอคำสั่งจากมาดามมักซีม พวกเขาเดินออกไปก่อนที่จะรู้ว่าโบซ์บาตงและเดิร์มแสตรงก์จะแยกย้ายออกไปพร้อมกันหรือเปล่า มีเด็กนักเรียนบางส่วนเช่นกันที่พูดคุยกับนักเรียนต่างสถาบันก่อนจะแยกกลับไปที่หอของตัวเอง



            ในส่วนของเขาเอง หลังจากที่รอนกำลังเขินหน้าแดงเมื่อเฟลอร์แวะเข้ามาทักทาย และเมื่อครัมเดินเข้ามาหาเฮอร์ไมโอนี่ เด็กหนุ่มผมดำใช้โอกาสนี้แยกตัวออกไปเดินเล่นเพียงลำพัง เขาเดินฝ่าฝูงชนออกมาด้านนอกผ่านลานกว้างจนมาถึงริมทะเลสาบ สองขาของเขาพาร่างเดินไปเรื่อย ๆอย่างไร้จุดหมายขณะที่สายลมแผ่วเบาพัดผ่าน แฮร์รี่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะผ่อนออกมาอย่างเชื่องช้า เขารู้สึกสงบขึ้นหลังจากคืนวันนั้น— วันที่จะอยู่ในความทรงจำของเขาไปตลอดกาล



            เขาเห็นต้นอลาสเทียร์อยู่ห่างออกไป มันยังดูโดดเดี่ยวเหมือนเคยแต่ทว่าไม่หดหู่เท่าไรแล้ว แฮร์รี่กำลังจะเดินตรงไปยังไม้ยืนต้นนั้นเมื่อจู่ ๆนกฮูกสีน้ำตาลอ่อนก็บินมาหาเขาพร้อมกับกระดาษโน้ตอีกครั้ง



            เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์แกะกระดาษออกจากข้อเท้าของนกฮูกก่อนจะลูบหัวมันเบา ๆ มันส่งเสียงร้องตอบเขาก่อนจะบินจากไป แฮร์รี่หยุดยืนอยู่กับที่ขณะคลี่แผ่นกระดาษออกอ่าน และเมื่อสายตาของเขาไล่มาจนถึงอักษรตัวสุดท้าย หัวใจของเขาก็พลันโลดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ร่างสูงพับกระดาษนั่นและเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหันและเดินกลับเข้าไปในปราสาท





















เดรโกกำลังนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างจากที่นั่งที่เดิมในห้องเรียนสำรองแห่งนี้ ร่างบางเอนศีรษะพิงกระจกขณะที่ปลายนิ้วเล่นกับกำไลข้อมือของตัวเอง ดวงเนตรสีอ่อนเหม่อออกไปอย่างไร้จุดหมายขณะที่สายตาของเขามีเพียงสีเขียวของวสันตฤดูที่เข้าครอบครองพื้นที่อย่างสมบูรณ์แบบ จากมุมมองตรงนี้เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านไปแล้ว เมื่อยามที่หิมะได้ละลายและต้นไม้ได้ผลิใบอีกครั้ง— เขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างภายในตัวเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน



            ฤดูร้อนกำลังจะมาถึง และหลังจากนั้นจึงเป็นเวลาแห่งการร่วงโรยในฤดูใบไม้ร่วง ริมฝีปากบางขยับยิ้มน้อย ๆเมื่อความคิดหนึ่งวิ่งเข้ามาในหัว เขาทำตัวเป็นมิตรกับพอตเตอร์มานานขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน ความรู้สึกอิจฉาในมิตรภาพของทั้งสามคนนั้นกับความรู้สึกอื่น ๆได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสิ่งที่เขาไม่รู้จัก แต่มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแย่หรือเป็นสิ่งไม่ดี เพราะฉะนั้นเดรโกคิดว่าเป็นแบบนี้น่ะดีแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพอตเตอร์ในตอนนี้น่ะ... ดีแล้ว



            เสียงบานประตูดังขึ้น เดรโกหลุดออกมาจากความคิดของตัวเองก่อนจะพบกับเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ เขาผละออกมาจากหน้าต่างและหันมานั่งดี ๆขณะที่คนตัวสูงกว่าสาวเท้าเข้าใกล้ ความเงียบเข้าครอบครองทุกอณาบริเวณเมื่อไร้เสียงพูดคุย เขาสบตากับคนผมดำนิ่งก่อนจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ



            “ไง”



            พอตเตอร์ที่ดูหดหู่ยิ้มออกมาน้อย ๆ “ไง”



            เขาล้วงกระเป๋ากางเกงก่อนจะส่งกระดาษโน้ตแผ่นเล็กให้ ฝ่ายคนตัวสูงก็รับมาอ่านก่อนจะเบิกตากว้าง พอตเตอร์เลิกคิ้วพลางกะพริบตามองเขาอย่างงุนงง เดรโกมั่นใจว่าเขาเห็นเครื่องหมายคำถามลอยอยู่บนหัวยุ่ง ๆนั้น ร่างบางส่ายหน้าน้อย ๆก่อนจะไขข้อสงสัยนั้นว่า



            “นั่นที่อยู่ฉันไง เผื่อนายอยากจะส่งจดหมายมา”



            พอตเตอร์อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ปิดปากลงโดยไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา เดรโกขมวดคิ้วมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านิ่ง



            “หรือถ้านายไม่อยากได้ ก็ส่งกระดาษคืนมา”



            เขาแบมือรอ แต่พอตเตอร์กลับพับกระดาษแผ่นนั่นใส่กระเป๋ากางเกง “ฉันอยากได้”



            เดรโกเดาะลิ้นก่อนจะโบกมือไล่คนตัวสูงกว่า “เรียกมาแค่นี้แหละ ถ้านายไม่มีอะไรก็ออกไปได้แล้ว”



            แต่คนผมดำยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาเอียงคอน้อย ๆก่อนที่ริมฝีปากของเจ้าตัวจะขยับยิ้ม และประโยคถัดมาจากเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ก็ทำให้เขารู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา



            “ไม่เกลียดฉันแล้วหรอ”



            เขาเปล่าหน้าแดง เขาเปล่าเขิน ที่รู้สึกว่าหน้าร้อน ๆน่ะ ก็เพราะเริ่มหงุดหงิดคนตรงหน้าต่างหากล่ะ!



            “แล้วนายไม่เบื่อฉันแล้วรึไง”



            เดรโกตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงยียวนด้วยความตั้งใจที่จะกวนประสาทคนผมดำ แต่คนฟังกลับดูไม่สนใจกับน้ำเสียงนั่นเลยสักนิดเดียว แถมเจ้าตัวยังหลุดขำออกมาอีกต่างหาก



            “ทำไมนายชอบหาเรื่องจังนะ เดรโก” พอตเตอร์ย่อตัวให้ระดับสายตาของพวกเขาเสมอกัน เขานึกหงุดหงิดรอยยิ้มบนหน้าของอีกฝ่ายขึ้นมาตะหงิด ๆ



            “ทำไมนายถึงน่ารำคาญแบบนี้นะ พอตเตอร์” และเด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินหมายความตามนั้นจริง ๆ



            “ไม่ใช่พอตเตอร์—“ เขาเลิกคิ้ว— กำลังจะสวนกลับว่าจะให้เรียกว่านักบุญไหมก่อนที่คนตัวสูงจะต่อประโยคจนจบ “— แฮร์รี่ต่างหาก”



            คนผมบลอนด์กลอกตาไปมา “เจ้าหัวแผลเป็นขี้แย”



            คิดหรอว่าเขาจะเรียกชื่อต้นของเจ้านี่? ไม่มีทางซะละ!



            “อะไรครับ คุณหนูเอาแต่ใจ” แล้วพอตเตอร์ก็หัวเราะออกมาเมื่อเขาจิ๊ปาก คนตัวสูงยืดตัวขึ้นและก้าวมานั่งลงข้าง ๆเขา เดรโกมองเด็กหนุ่มผมดำแตะไม้กายสิทธิ์ลงบนกำไลข้อมือทับทิมนั้นก่อนที่กำไลอีกเส้นที่เหมือนกันจะปรากฏขึ้นมากลางอากาศเมื่ออีกฝ่ายร่ายคาถาจบ



            พอตเตอร์ลดไม้กายสิทธิ์ลง คว้ากำไลเหล็กเส้นหน้านั้นไว้ก่อนจะจับมือของเขาขึ้นมา— ข้างเดียวกันกับที่กำไลข้อมือเส้นบางนั้นอยู่ เดรโกมองอีกฝ่ายใส่กำไลเหล็กให้เขาเงียบ ๆขณะที่ประสาทสัมผัสตื่นตัว เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากมือของอีกฝ่าย เขารู้สึกได้ถึงความคุ้นเคยที่เขาไม่น่าจะเจอมาก่อนขณะที่คนผมดำจับมือของเขาไว้หลวม ๆและใช้ไม้กายสิทธิ์จิ้มลงบนกำไลเส้นใหม่ที่ใหญ่กว่าข้อมือของเขา



            เขาปล่อยให้อีกฝ่ายร่ายคาถาลดขนาดจนกระทั่งมันพอดีกับข้อมือของเขาเช่นเดียวกันกับกำไลอีกเส้น เดรโกขยับมือน้อย ๆ เสียงโลหะทั้งสองกระทบกันดังขึ้นเบา ๆ เขามองกำไลทั้งสองเส้นนั่นนิ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย



            “ทำอะไร ฉันไม่ได้อยากได้สักหน่อย”



            เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์กลอกตาให้กับคำพูดนั้นก่อนจะยักไหล่ “คนเขาอยากให้ก็รับไว้เถอะน่า”



            เดรโกขมวดคิ้วมองกำไลอัญมณีทั้งสองอีกครั้งและอดเบ้ปากไม่ได้เมื่อรู้สึกถึงความหนักที่ข้อมือ แค่เส้นมรกตยังไม่ค่อยรู้สึกเท่าไร แต่พอใส่เส้นทับทิมนี้ไปด้วยแล้วข้อมือของเขาก็รู้สึกหนักขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้



            “เกะกะ อยากถอด”



            “ถ้าเห็นว่าถอดก็จะทำใหม่แล้วใส่ให้ทุกครั้งนั่นแหละ”



            เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆให้กับท่าทีจริงจังของคนตรงหน้า



            “พยายามไม่เข้าเรื่อง”



            คนผมดำยกยิ้มขึ้น ดวงตาสีเขียวนั้นกลับมาเป็นประกายสดใสอีกครั้ง และเขาเพิ่งรู้ในวินาทีนั้นเองว่าเขาชอบที่ได้เห็นร่องรอยของความสุขในแววตาคู่นั้นมากแค่ไหน



            “ฉันจะตื๊อจนกว่านายจะรำคาญเลยล่ะ”



            “แค่นี้ก็รำคาญจะแย่” เดรโกพ่นลมหายใจออกมาดังพรืด และนั่นทำให้พอตเตอร์หัวเราะออกมา



            เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ขยับตัวออกห่างก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนตักของเขา คนตัวเล็กกำลังจะโวยใส่แต่ยังไม่ได้ทำอะไรเมื่อข้อมือของเขาถูกอีกฝ่ายยึดเอาไว้ เขาคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะจับข้อมือเอาไว้แล้วสั่งให้เขาอยู่นิ่ง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ฟังเด็ดขาด แต่เมื่อเสียงพูดของคนผมดำดังขึ้น เดรโกไม่คิดเลยว่านั่นจะเป็นประโยคที่ทำให้เขาหยุดเคลื่อนไหวได้จริง ๆ



            “ทับทิมกับมรกต เวลาโดนแสงอาทิตย์แล้วสวยมากนะ ห้ามถอดเด็ดขาดล่ะ”



            ชิ.. เจ้าหัวแผลเป็นนี่มัน...



            เขาไม่เอ่ยตอบอะไร เดรโกปล่อยให้อีกฝ่ายมองกำไลทั้งสองเส้นรอบข้อมือไปขณะที่เขาหันออกไปมองนอกหน้าต่าง ขณะที่รู้สึกได้ว่าสัมผัสจากมือของคนตัวสูงกว่าเปลี่ยนจากกำรอบข้อมือของเขามากุมมือของเขาไว้ นาทีต่อมามือของเขาก็ลดต่ำลงและวางบนอกซ้ายของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มผมบลอนด์คิดจะชักมือหนี แต่เหมือนกับล่วงรู้ความคิดของเขา— พอตเตอร์วางมือของตัวเองทับลงบนมือของเขา ไม่ยอมให้เขาขยับหนีไปไหน ขณะที่มืออีกข้างของอีกฝ่ายเล่นกับกำไลเหล็กทั้งสองเส้นเงียบ ๆ



            บทสนทนาระหว่างพวกเขาได้ตายลง ความเงียบสงบได้กลับเข้ามาครอบครองห้องนี้อีกครั้ง เด็กหนุ่มร่างโปร่งรู้ดีว่าพวกเขาอยู่ตรงนี้ได้อีกไม่นานก็จะต้องจากกันไปอย่างสมบูรณ์ และไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงเป็นแบบเดิมเมื่อพวกเขาเจอหน้ากันอีกครั้ง แต่เดรโกรู้สึกพอใจ... เขาพอใจกับสิ่งที่เขามีอยู่ในตอนนี้ โดยเฉพาะเวลานี้— ช่วงเวลาสั้น ๆไม่กี่นาทีที่เขาอยู่กับคนที่เคยเกลียดหน้าจนเข้ากระดูก ริมฝีปากบางขยับยิ้มเยาะตัวเองน้อย ๆเมื่อความคิดนั้นแล่นเข้ามาในหัว



            เขามาถึงจุดนี้ได้ยังไงกันนะ



            มือบางข้างที่เป็นอิสระเลื่อนมาวางบนกลุ่มผมสีเข้มบนตักก่อนที่นิ้วของเขาจะเคลื่อนขยับ คนตัวสูงกว่าฮัมเบา ๆในลำคอเป็นเชิงตอบรับเมื่อเขาลูบศีรษะของอีกฝ่าย เดรโกก้มลงมองใบหน้าของคนผมดำก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายหลับตาลงไปแล้ว แถมการเคลื่อนไหวรอบกำไลข้อมือของเขาก็หยุดลงไปด้วย ลมหายใจแผ่วเบาที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอเป็นสัญญาณที่ดีว่าคน ๆนี้จมไปในห้วงนิทราเรียบร้อยแล้ว เดรโกอดขำให้กับสีหน้าสงบนิ่งนี้ไม่ได้ เป็นอีกครั้งที่เขาเห็นพอตเตอร์หลับ แต่เมื่อเทียบระหว่างครั้งนี้กับตอนนั้น... ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะดีกว่าเป็นไหน ๆ



            นี่ไม่กลัวตกรถไฟรึไงกันนะ...



            เดรโกสั่นศีรษะเบา ๆขณะที่ริมฝีปากบางขยับยิ้ม เขาผละสายตาออกไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้งขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงลูบศีรษะของคนขี้เซา ส่วนมืออีกข้างก็ยังคงอยู่บนอกซ้ายโดยมีมือของคนตัวสูงกุมไว้อีกที



            คงไม่เป็นไรมั้งถ้าจะปล่อยให้หลับสักหน่อย...



            ไม่นานหรอก แค่สักพักหนึ่งเท่านั้น...



          มันเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า... ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดในปี





















ชายหนุ่มร่างสูงเดินขึ้นบันไดไปยังหอดูดาว เขากำลังตามหาเซเวอร์รัสอยู่ แต่เพราะที่ห้องทำงานก็ไม่อยู่ แถมที่ ๆคนตัวเล็กน่าจะอยู่ก็เช็คหมดแล้วยกเว้นที่นี่ เขาจึงเดินขึ้นมาด้วยความมั่นใจว่าเซเวอร์รัสต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน ทว่าสุดท้ายแล้วเขาก็พบเจอแต่เพียงความว่างเปล่า



            เจมส์กะพริบตามองทางเดินโล่งตรงหน้าก่อนที่ขายาวจะพาร่างของเขามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูออกไปยังด้านนอก เขาเดินออกไปยังเขตดูดาวแต่ก็ไม่พบคนที่เขาตามหาเช่นเดียวกัน



            เขานั่งลงบนพื้นเพื่อพักเหนื่อย เอนหลังพิงกำแพงพลางมองลอดออกไปทางหน้าต่างบานเล็ก เขาอยากจะบอกข่าวดีนี้แก่เซเวอร์รัส อยากจะเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเรียบนิ่งนั้นอีกครั้ง เขาเชื่อว่าคนตัวเล็กคนนั้นคงจะดีใจเช่นกันเมื่อรู้เรื่องนี้



            ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เขาก้าวยาว ๆลงบันไดไปถึงห้องโถงใหญ่ซึ่งบัดนี้ร้างผู้คนก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปยังฝั่งทะเลสาบ



            บริเวณสนามหญ้าและลานกว้างเองก็เงียบสงัดเช่นเดียวกัน เจมส์ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะสันนิษฐานว่านักเรียนคงแยกย้ายกันกลับไปหมดแล้ว ทั้งเดิร์มแสตรงก์ โบซ์บาตงและฮอกวอตส์ ทิ้งไว้ให้ปราสาทแห่งนี้เงียบเหงาจนน่าวังเวงอีกครั้ง



            เขาเดินไปเรื่อย ๆพลางไล่คิดถึงสถานที่ที่ร่างบางชอบไป จริงอยู่ที่ฮอกวอตส์ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าคนตัวเล็กยังอยู่ในเขตปราสาทหรือเปล่า หรือว่ากลับมาจากการปฏิบัติภารกิจที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์มอบหมายหรือยัง เพราะเขาเองก็เพิ่งจะกลับมาจากงานของตัวเองเช่นเดียวกัน



            มือปราบมารหนุ่มหยุดยืนชั่วขณะก่อนจะหันหลังกลับไปมองปราสาท ริมฝีปากหยักขยับยิ้มขึ้นเมื่อเห็นต้นอลาสเทียร์อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ใบสีขาวซีดที่กลมกลืนไปกับเกล็ดหิมะได้แปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวซีดตามปกติแล้ว ละอองสีขาวโปรยปรายลงมาจากต้นไม้เมื่อสายลมพัดผ่าน เขามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ก่อนที่สายตาของเขาจะพลันเห็นอะไรบางอย่างเป็นสีฟ้าติดอยู่บนต้น



            และทันใดนั้นเองที่เจมส์รู้ว่าเขาต้องหาเซเวอร์รัสให้เจอในทันที



            เขาวิ่งเหยาะ ๆไปตามลานหญ้า ลัดเลาะไปตามริมทะเลสาบก่อนที่สายตาจะเห็นร่างโปร่งในชุดสีดำสนิท เขายกยิ้มขึ้นก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆตรงไปยังคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นโอ๊ก และก่อนที่เซเวอร์รัสจะได้ระวังตัว เขาก็พุ่งตัวเข้ากอดอีกฝ่ายจากด้านหลังเสียก่อน



            อาจารย์หนุ่มผมดำสะดุ้งน้อย ๆพร้อมหันตัวมาเผชิญหน้ากับเขา คนตัวเล็กพยายามยันตัวเองออกจากเขาแต่เพราะลูกแมวนั้นไม่อาจสู้กำลังของราชสีห์ได้ เจมส์ขยับยิ้มเจ้าเล่ห์พลางกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น เขายักคิ้วตอบสีหน้าหาเรื่องของอีกฝ่าย เพิกเฉยต่อสายตาที่มองมาอย่างคาดโทษนั้นและก้มลงทำลายช่องว่างที่เหลืออยู่



            ริมฝีปากของเซเวอร์รัสให้ความรู้สึกเดิมแก่เขาเสมอ สัมผัสนุ่มนิ่มนั้นช่างอ่อนโยนและชวนให้ลุ่มหลงในเวลาเดียวกัน เขาเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาประคองใบหน้าของอีกฝ่ายไว้พลางกัดริมฝีปากบางเบา ๆ เซเวอร์รัสตัวสั่นก่อนจะพยายามอ้าปากเพื่อเปล่งเสียงค้าน แต่มันกลับเป็นโอกาสดีที่เขาจะเข้าไปทักทายอีกฝ่าย เจมส์ส่งเสียงฮัมในลำคอเบา ๆขณะที่กำปั้นของคนตัวเล็กที่ทุบไหล่ของเขาเริ่มอ่อนแรงลง เขากดจูบหนักขึ้น ขยับตัวแนบชิดกับเซเวอร์รัสจนไม่มีส่วนไหนของร่างกายที่ไม่สัมผัสกัน ความร้อนแผ่ออกมาจากลูกแมวในอ้อมกอดของเขา เจมส์ยิ้มให้กับจูบลึกล้ำนั้นเมื่อรู้สึกได้ว่าคนร่างบางเริ่มผ่อนคลาย และโดยไม่รู้ว่าเซเวอร์รัสรู้ตัวหรือไม่— ร่างโปร่งได้เปลี่ยนมาโอบแขนรอบคอของเขาแทนแล้ว



            จูบในครั้งนี้ต่างจากจูบบนต้นอลาสเทียร์ มันไม่ได้เต็มไปด้วยความรู้สึกกระหายหรือความเร่าร้อน แต่มันเต็มไปด้วยความปรารถนาที่สิ้นหวัง ความต้องการที่จะถูกเติมเต็มและความรู้สึกโหยหา เขารู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าไหลไปทั่วทั้งร่าง แต่กระนั้นจูบนี้กลับนุ่มนวลและปลอบประโลมเขาจนสงบลง เจมส์ขยับปลายนิ้วเล่นกับเส้นผมสีดำของคนตัวเล็กก่อนที่พวกเขาจะผละออกจากกัน เสียงหอบหายใจดังขึ้นทำลายความเงียบเมื่อต่างฝ่ายต่างต้องการอากาศ เขาจูบริมฝีปากแดงนั้นเบา ๆอีกครั้งก่อนที่รอยยิ้มจะถูกวาดขึ้นบนใบหน้าอย่างควบคุมไม่ได้



            “นี่มัน—“ เขาปิดปากนั้นด้วยการจูบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเซเวอร์รัสจะตั้งสติได้ คนตัวเล็กผละออกห่างจากเขาก่อนจะขมวดคิ้วยุ่ง ดวงเนตรสีรัตติกาลมองหน้าเขาอย่างต้องการคำตอบ



            “แฮร์รี่ยอมรับแล้ว” เจมส์ว่า เขาหยุดชั่วขณะเพื่อมองปฏิกิริยาของศาสตราจารย์ผมดำตรงหน้า ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าตกใจเล็กน้อยเท่านั้น “แฮร์รี่โอเคกับเรื่องนี้และเรื่องจดหมายแล้ว”



            คนตัวเล็กกะพริบตาถี่ ๆก่อนที่เสียงนุ่มจะละล่ำละลักออกมา “เขาโอเคกับเรื่อง... ของเรา?”



            “ใช่ครับ” มือปราบมารร่างสูงลดมือลงมาโอบรอบเอวบางนั้นไว้หลวม ๆ เขามองใบหน้าขึ้นสีระเรื่อของคนตัวเล็กก่อนจะขยับยิ้มกว้าง “ยอดไปเลยใช่ไหม ทีนี้เราก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว”



            “มันก็ใช่ แต่ว่า...”



            “ฉันมีอะไรบางอย่างอยากให้นายดู” เขาตัดบทคนตัวเล็กกว่าก่อนจะจูงมืออีกฝ่ายเดินกลับไปทางปราสาท ละทิ้งร่มเงาของต้นโอ๊กริมทะเลสาบสู่ลานกว้างซึ่งเป็นที่อยู่ของต้นอลาสเทียร์



            “อะไรจะสำคัญขนาดนั้นกัน มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิ”



            ร่างบางบ่นขณะที่เจ้าตัวพยายามไล่ตามเขาให้ทัน เจมส์ไม่เอ่ยตอบอะไร เขาเพียงแต่เร่งความเร็วของฝีเท้าให้มากขึ้นและบีบมือเล็กนั้นเบา ๆ



            ภายในไม่กี่อึดใจ พวกเขาทั้งสองคนก็มาหยุดยืนอยู่หน้าต้นอลาสเทียร์ ละอองสีขาวร่วงหล่นลงมาจากไม้ยืนต้นเมื่อสายลมพัดผ่าน เขาเงยหน้าขึ้นพลางบีบมือเซเวอร์รัสอีกครั้ง และครั้งนี้คนตัวเล็กบีบมือเขาตอบกลับมาด้วยเช่นกัน



            เบื้องหน้าของพวกเขาคือต้นอลาสเทียร์ในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้สีเขียวซีดได้พลันกลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง ละอองสีขาวที่ดูเสมือนเกล็ดหิมะที่ว่ากันว่าเป็นเกสรร่วงหล่นลงมาปกคุลมพื้นดินรอบ ๆจนกลายเป็นสีขาวโพลน แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือกลีบดอกสีฟ้าอมขาวที่บานสะพรั่งอยู่บนต้นไม้ ช่อดอกอลาสเทียร์ได้แต่งแต้มต้นไม้โดดเดี่ยวต้นนี้ให้งดงามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เจมส์มองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกประทับใจก่อนที่เสียงของใครบางคนจะดังขึ้นในหัว



          “...สัญญาเลยล่ะ”



            มือบางที่เขากุมอยู่นั้นสั่น เจมส์เปลี่ยนมาประสานมือเล็กนั้นไว้ขณะที่เขายังไม่ละสายตาจากกลีบดอกสีฟ้าอมขาวที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ความทรงจำของเขาเริ่มปะติดปะต่อกลับมาทีละเล็กทีละน้อย และในทันใดนั้นเองที่จู่ ๆเขาก็จำได้ ในที่สุดเขาก็จำได้ว่าทำไมเขาถึงมีความรู้สึกอันแรงกล้าขนาดนั้นว่าจะต้องพาเซเวอร์รัสมาดูให้ได้



          “ไว้กลับมาที่นี่ด้วยกันนะ”



          “อืม”



            ชายหนุ่มร่างสูงกะพริบตา และโดยไม่รู้ตัว น้ำตาก็รินไหลลงมาอย่างเงียบเชียบ เขาหันกลับไปมองคนข้างกายที่ยังเงยหน้ามองต้นอลาสเทียร์อยู่ ก่อนจะเห็นว่าเซเวอร์รัสร้องไห้เช่นเดียวกัน สายลมแผ่วเบาได้พาละอองสีขาวมาตกลงบนเรือนผมสีราตรี ดวงตาคู่คมที่มักดูเย็นชาบัดนี้กับเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ใบหน้าสีซีดกลายเป็นสีระเรื่อขณะที่ริมฝีปากกลายเป็นสีแดงและดูช้ำน้อย ๆ เขามองดูภาพตรงหน้าพลางพยายามจดจำทุกรายละเอียดให้ได้มากที่สุด ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากจะให้ดวงตาของเขาเก็บภาพตรงหน้านี้ไว้ได้ราวกับกล้องถ่ายรูป เพราะเขาอยากจะมั่นใจว่า เขาจะไม่เสียความทรงจำใด ๆไปอีก



            โดยเฉพาะความทรงจำที่มีค่านี้...



            “สัญญาของเราเมื่อตอนนั้น... เป็นจริงแล้วนะ”



            เซเวอร์รัสขยับยิ้มน้อย ๆก่อนจะส่งเสียงตอบในลำคอเท่านั้น “อืม”



            เจมส์ขยับตัวเข้าใกล้คนตัวเล็กกว่าก่อนจะจับไหล่ของอีกฝ่ายให้หันมาประจันหน้ากับเขา มือหนายกขึ้นปาดน้ำตาบนโครงหน้านั้นด้วยนิ้วหัวแม่มือก่อนที่เสียงทุ้มจะดังขึ้นอีกครั้ง



            “ไม่ร้องไห้นะครับ ไม่จำเป็นต้องร้องไห้อีกแล้ว”



            อาจารย์หนุ่มสบตาเขาขณะที่ริมฝีปากบางยังคงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ทว่ามันกลับดูเศร้าโศกยิ่งกว่าสิ่งใดที่เขาเคยเจอมา คนตัวเล็กบีบมือเขาเบา ๆก่อนที่เสียงกระซิบจะดังออกจากริมฝีปากแดงช้ำ



            “แต่... เราสองคนน่ะ...” เขารู้... เขารู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้าจะพูดว่าอะไร



            “เป็นไปได้ ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น” ดวงตาสีดำเบิกกว้างขึ้น เจมส์ถือโอกาสที่เซเวอร์รัสกำลังคิดรุกหน้าต่อไป



            “ฉันไม่สนใจอีกแล้วว่านายจะเป็นผู้เสพความตาย ฉันเป็นมือปราบมาร ถ้าคนเราจะรักกัน ทำไมเราต้องสนด้วยว่าเขาเคยทำอะไรหรือเป็นอะไรมาก่อน ใช่ ฉันเกลียดศาสตร์มืด แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของนายเหมือนกัน นายจะไม่เป็นตัวนายเลยถ้าไม่มีมัน ฉันไม่คิดจะบอกให้นายเปลี่ยนหรือผลักนายออกไปเพราะเรื่องแบบนี้หรอกนะ”



            “พอตเตอร์—“ เซเวอร์รัสทำท่าเหมือนจะค้าน แต่เขาไม่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้หาข้ออ้างใด ๆอีกแล้ว



            “เซเวอร์รัส เราไม่ได้มีชีวิตอยู่ในอดีต เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เรื่องเก่า ๆจะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญอีกแล้ว นายได้ยินฉันไหม มันไม่สำคัญเลยว่าเมื่อก่อนเราเคยเป็นยังไง เคยทำอะไรมา สิ่งที่จะกำหนดตัวเราได้คือการกระทำในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นฉันถึงเลือกที่จะเมินต่อความจริงที่นายเคยเป็นมาก่อน ฉันเชื่อใจนายอย่างที่ดัมเบิลดอร์เชื่อ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”



            ร่างบางหลุบตาลง เซเวอร์รัสไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆทั้งนั้น และเมื่อความเงียบเริ่มโรยตัวครอบครองพื้นที่ ร่างสูงจึงรู้ว่าเขาต้องเดินหน้าต่อไป



            “ได้โปรดเถอะ เซเวอร์รัส ฉันกำลังซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองอยู่นะ แล้วนายล่ะ... นายจะซื่อสัตย์ต่อตัวเองได้บ้างหรือเปล่า?”



            เขายกมืออีกฝ่ายขึ้นมาจูบเบา ๆขณะที่มืออีกข้างเลื่อนไปวางอยู่บนสะโพก รั้งคนตัวเล็กกว่าเข้าใกล้เมื่ออาจารย์ร่างบางทำท่าจะขยับหนีเขา เซเวอร์รัสยังคงไม่สบตาเขาทว่าน้ำตาก็ยังไม่หยุดไหลออกมาเช่นกัน



            “ฉันรู้ว่าอีกไม่นาน เราจะไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้อีก”



            เจมส์โน้มตัวลงจุมพิตบนหน้าผากของคนตัวเล็กกว่า



            “ฉันอยากจะมีความสุขกับนาย มีความทรงจำร่วมกันกับนายอีกครั้ง”



          ถึงมันจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆเท่านั้นก็ตาม...



            เขาประทับริมฝีปากลงบนเปลือกตาข้างหนึ่ง จูบซับน้ำตาที่ยังคงเอ่อคลอล้นออกมาอย่างเงียบงัน



            “ฉันอยากจะตามใจตัวเองบ้างสักครั้ง นายเองก็เหมือนกัน นายทำเพื่อคนอื่นมามากพอแล้วนะ การไถ่บาปของนายน่ะ มันพอแล้วล่ะ เพราะฉะนั้น... นายก็ควรจะทำตามใจตัวเองสักครั้งเหมือนกัน”



            ร่างสูงมอบจูบลงบนเปลือกตาอีกข้างก่อนจะไล่ลงมาตามทางที่น้ำตาไหลผ่านอย่างอ่อนโยน



            “เราสองคนถูกขโมยเวลาไป ตอนนี้เราได้มันคืนกลับมาแล้ว และถ้าความรู้สึกเหล่านั้นยังคงเป็นเหมือนเดิม ฉันก็อยากจะอยู่กับนายอีกครั้ง”



            เขาจูบที่ปลายจมูกของคนร่างบาง เซเวอร์รัสหลับตานิ่งขณะที่มือของเจ้าตัวสั่น เจมส์กุมมือเล็กนั้นไว้ก่อนที่เสียงทุ้มของเขาจะดังต่อไป



            “ฉันรู้ว่ามันอาจฟังดูย้อนแย้ง แต่จริง ๆที่ฉันต้องการจะสื่อมันก็แค่...” ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากริมฝีปากของคนตัวเล็กไม่ถึงคืบ เจมส์มองใบหน้าของเซเวอร์รัสก่อนจะหลับตาลง “...ฉันรักนาย”



            มันก็แค่นั้นแหละ...



            และช่องว่างเพียงน้อยนิดก็ถูกทำลายลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาเพียงแต่จูบลงบนความนุ่มนิ่มนั้นโดยไม่รุกล้ำใด ๆ ปล่อยให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างเมื่อริมฝีปากของพวกเขาสัมผัสกัน เซเวอร์รัสเองนิ่งราวกับรูปปั้นจนเขาเริ่มนึกใจเสีย เจมส์กำลังจะผละออกห่างเมื่อจู่ ๆริมฝีปากบางก็พลันขยับ และวินาทีต่อมาลำคอของเขาก็ถูกโอบรอบอีกครั้ง



            หัวใจของเขาโลดขึ้น ชีพจรเต้นตุบอยู่ข้างหู เซเวอร์รัสจูบเขาหนักขึ้นราวกับต้องการจะส่งผ่านความรู้สึกของตัวเองให้เขารับรู้ โดยไม่มีคำพูดใด ๆมาแทนที่ได้ โดยไม่มีท่าทางใด ๆมาบรรยายให้เข้าใจได้ คนตัวเล็กเพียงจูบเขาตอบอย่างตั้งใจ พยายามอย่างยิ่งที่จะให้ความกระจ่างแก่เขาเพื่อขับไล่เมฆหมอกที่คลุมเครือออกไป เจมส์ปล่อยให้ร่างบางทำตามสิ่งที่เจ้าตัวต้องการ อกซ้ายของเขาเจ็บเนื่องจากหัวใจที่เต้นรัวแรงเกินไป ในตอนนั้นเองที่มือปราบมารหนุ่มเข้าใจแล้วว่าดีใจจนตัวแทบแตกเป็นอย่างไร



            สัมผัสจากรสจูบในครั้งนี้นุ่มนวลและอ่อนโยนยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ไม่มีการเร่งจังหวะ ไม่มีการแข่งกันเพื่อเป็นผู้คุมเกม ไม่มีการหยอกล้อใด ๆทั้งสิ้น ลิ้นของพวกเขาพันเกี่ยวกันอย่างตรงไปตรงมา แลกเปลี่ยนความรู้สึกวาบหวามและความรู้สึกที่ลึกล้ำมากกว่านั้นภายในไม่กี่วินาที และในที่สุด หลังจากเวลาผ่านไปราวกับนิรันดร์ เสมือนว่าเวทมนตร์ถูกคลายออกเมื่อเซเวอร์รัสผละริมฝีปากจากเขา คนตัวเล็กช้อนตามองเขานิ่งก่อนที่ริมฝีปากแดงช้ำนั้นจะขยับ



            “...รู้อยู่แล้วล่ะ”



            แม้ว่าเสียงที่ดังออกมาจะไม่ต่างจากเสียงกระซิบ แต่มันกลับดังก้องไปทั่วในหัวใจของเขา



            เขาก้มศีรษะลงให้หน้าผากของพวกเขาชนกัน มือข้างหนึ่งของเขายังคงประคองใบหน้าเรียวไว้ขณะที่มืออีกข้างโอบรอบร่างบางอยู่ เขาลดมือลงมากอดรอบเอวเล็กไว้ขณะที่เซเวอร์รัสกอดหลังของเขา ท่ามกลางความเงียบงันที่แวะเข้ามาทักทายเพียงชั่วครู่ เขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นแรงและกึกก้องจนน่ากลัว



            “อยู่กับฉันนะ เซเวอร์รัส อย่าทิ้งฉันไว้ตรงนี้”



            คนตัวเล็กขยำเสื้อของเขาแต่ไม่เอ่ยปากพูดอะไร เขาปิดตาลงพลางพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน



            “นายจะทำร้ายตัวเองไปถึงไหนกัน... พอเถอะ กลับมามีความสุขเถอะนะ”



            ร่าบางยังคงหลับตา ไม่ยอมมองหน้าเขา



            “เซเวอร์รัส...”



            “ขอฟังอีกครั้งได้ไหม”



            ชายหนุ่มร่างสูงลืมตาขึ้นก่อนจะผละออกห่างเล็กน้อย เซเวอร์รัสลืมตาขึ้นมาแล้ว เขานึกดีใจที่เห็นว่าในที่สุดคนตรงหน้าก็หยุดร้องไห้ เจมส์เลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นแววตาจริงจังนั้นก่อนที่เขาจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร



            ริมฝีปากหยักขยับยิ้มก่อนที่เสียงทุ้มจะดังขึ้นมาอีกครั้ง



            “รักนะครับ”



            ดวงเนตรสีรัตติกาลอ่อนลง เซเวอร์รัสกอดเขาแน่นขึ้นพลางซุกหน้าลงบนบ่าของเขา เส้นผมสีดำร่วงหล่นลงมาบังใบหน้าของเจ้าตัว แต่มันกลับเผยให้เห็นใบหูสีแดงนั่นเล็กน้อย



            “รัก... เหมือนกัน”



            เขากอดร่างเล็กแน่นขึ้นพลางซุกใบหน้าลงบนไหล่บางนั้นอย่างที่เจ้าตัวทำกับเขา เจมส์อดยิ้มให้กับน้ำเสียงอู้อี้นั้นไม่ได้ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือคำตอบของเซเวอร์รัสที่ถูกซ่อนไว้อยู่ในคำและท่าทางที่อีกฝ่ายแสดงออกมา



            เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว... แค่นี้ก็พอแล้วจริง ๆ



            “รู้แล้วล่ะ...”



            รู้มาตลอดเลยล่ะ... ว่าเรื่องของเราน่ะ...



          เป็นไปได้แน่นอน

 












-end.








[Talk]


จบแล้ววว อมก. ไม่คิดเลยว่าจะเขียนเรื่องนี้จบได้ในที่สุด T^T

นี่อาจจะเป็นทอล์คสุดท้าย? ไม่แน่ใจเหมือนกัน 55555 มันยังมีอะไรในฟิคนี้ให้ผมเขียนอีก แต่ว่าตอนนี้เหนื่อยและ HP เป็น 0 ไม่สามารถทำให้ตัวเองกลับมาเขียนได้เลย ขอโทษด้วยนะครับ ไว้พักจนอิ่มพอใจแล้วยังไงจะดูอีกทีเนาะ ตอนนี้ขอไม่คอนเฟิร์มอะไรทั้งนั้น


ก่อนอื่นเลย ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านมาจนถึงบทสุดท้ายนี้ เรื่องนี้ผมเขียนตั้งชาติเศษมาแล้ว รีไรท์หลายรอบมากกว่าจะมาถึงตอนจบได้ ขอบคุณทุกคอมเมนท์ ทุกความกรีดร้องสาปแช่งแฮร์รี่ 55555 ขอบคุณนะครับที่ทำให้ผมยิ้มได้และรู้สึกว่า เฮ้ย! เราก็ไม่กากอะไรเท่าไรหรอก Gracias, as always.


ด้านล่างจะพูดถึงคหสต.ที่มีต่อฟิคและคาแรคเตอร์นะครับ


สำหรับฟิคเรื่องนี้ อย่างที่เห็นในเวอร์ชั่น A และ B มันค่อนข้างไม่ make sense ไร้เหตุผลและดูจะขับเคลื่อนด้วยความต้องการและอารมณ์เป็นหลัก โดยเฉพาะรุ่นลูก ผมจึงรู้สึกว่ามันไม่โอเคเลย เลยรีไรท์ใหม่เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน คือเวอร์ชั่นนี้


รุ่นลูก อาจจะสังเกตว่ารุ่นลูกในฟิคเรื่องนี้อาจไม่ได้ตะมุตะมิมาก หรือไม่ได้จีบกันจริงจัง ไม่ได้วายขนาดนั้นเหมือนอย่างเรื่องอื่นๆ เพราะผมคิดถึงอายุจริงๆของพวกเขาครับ มันก็ใช่เนาะที่ว่าพวกเขาเป็นแค่เด็กอายุ 14 (ถึงในออริแฮร์รี่จะจูบกับโชตอนอายุ 15 แต่เรื่องรักๆใคร่ๆเกิดขึ้นจริงช่วง 16-17) ผมคิดว่ามันเร็วไปที่ความสัมพันธ์ของรุ่นลูกจะพัฒนาไปเร็วขนาดนั้น ผมสังเกตตัวเองละ ว่าเขียนพัฒนาการของตัวละครค่อนข้างช้า ถึงแม้อยากจะเขียนให้ตกหลุมรักกันเร็วแค่ไหนสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการเป็น slow burn อยู่ดี  ผมจึงอยากลองเขียนว่า พวกเขาเคยเกลียดกันมาก่อน เพราะเห็นแต่เปลือกนอกของกันและกัน ไม่ได้ทำความรู้จักกันจริงๆ ถูกปิดตาด้วยอคติ แต่พอมาต้องอยู่ด้วยกันแล้วถึงรู้ว่า อีกฝ่ายก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นซะหน่อย แต่อย่างที่บอกไปว่าเรื่องอายุเนาะ แล้วก็อะไรๆที่อยู่รอบตัว เลยคิดว่าไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปไกลขนาดนั้น จึงขอหยุดที่ช่วงที่ทั้งคู่กำลังเริ่มมฟีลลิ่งที่ไม่คุ้นเคยระหว่างกันแทน ซึ่งผมพยายามจะสื่อออกมาในรูปแบบของการกระทำมากกว่า พยายามแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเริ่มแคร์กันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้คิดพิจารณากันอย่างจริงจังว่าความรู้สึกที่มีนี้คืออะไร


รุ่นพ่อ ฮ่า ดราม่าหนักหน่วงแปลกๆช่วงแรกที่ผมรู้สึกว่าเออ มันน่าจะใส่เข้าไปอีกสักฉากนึงให้รู้ที่มาที่ไปแต่สุดท้ายก็... ปล่อยมันไปเถอะ 555555


รุ่นพ่อนี้ เพราะอายุด้วยครับ ขึ้นเลข 3 แล้วเนาะ เลยเวลาจะทำอะไรก็ต้องคิดให้รอบด้าน ภาระหน้าที่ก็มีจะทำตามใจตัวเองไม่ได้ สำหรับผมแล้ว เนะดูเป็นคนที่เก็บกดและแบกอะไรๆไว้บนไหล่ตัวเองเยอะมาก ไม่แบ่งให้คนอื่น เลยอยากเขียนแนวนี้ว่า ถ้าต้องเจอกับอดีต ต้องเจอกับความผิดพลาด/บาปของตัวเองอีกครั้งแล้ว + ต้องเทียบกับความสุขของตัวเองกับคนอื่นแล้ว จะเป็นยังไง ฟังดูงงๆมั้ย มันก็จะงงหน่อยๆ แบบนั้นแหละ -..- ผมไม่ได้ลงช่วงก่อนหน้า Act 3 ไว้ เวลามาอ่านก็คงต้องใช้เวลาและความอดทนในการพยายามทำความเข้าใจว่า ไอ้ไรท์เตอร์มันเขียนไรวะ แบบนั้นแหละครับ 5555


(ผมคิดสด พิมพ์สดในเว็บเนี่ยตรงทอล์ค ไม่ได้แพลนอะไรมาล่วงหน้า คิดอะไรออกก็เขียน มันก็เลยเละเทะแบบนี้แหละ)


เรื่องนี้ ไม่เชิงว่าลิลี่เป็นตัวร้ายเนาะ ผมทำใจให้ลิลี่เป็นตัวร้ายไม่ได้ 5555 มันดูแย่เกิน อยากให้เป็นความเข้าใจผิด/อารมณ์/ความหวงอะไรแนวๆนี้ที่เกิดขึ้นชั่ววูบ แต่นำพาความหายนะมาในระยะยาวมากกว่า ไม่เล็กขนาด butterfly effect แต่ก็มากพอที่จะทำให้อะไรๆเปลี่ยนไป


ออออ แล้วก็อยากเขียน/แทรกเรื่องสิทธิ LGBTQ ด้วยครับ (ถึงมันจะเล็กน้อยมากก็ตาม) ไทม์ไลน์ของออริเกิดขึ้นก่อนหน้าช่วงเวลาปัจจุบันไม่นานมาก (ใช่มะ อย่างตอนแฮร์รี่ปี 7 ก็ปี 1998) แต่ถึงยังไงมันก็ไม่ได้เปิดกว้างกันขนาดนั้น ผมเองก็ไม่แน่ใจนักว่าในโลกยุคแฮร์รี่เป็นยังไง แต่ถ้าเป็นช่วง 1960-1970s มันก็ไม่ได้เปิดกว้างขนาดนี้ เช่น ช่วงเวลาใน XMFC-XMDOFP คิดว่าก็น่าจะพอสนับสนุนได้ว่าทำไมรุ่นพ่อมันดูรันทดกันจัง


เพลง! เพลงที่เริ่มต้นทำให้มีฟิคเรื่องนี้เลยคือ Madonna - Frozen และ Mariah Carey - H.A.T.E.U

ส่วนเพลงที่ทำให้ผมรู้สึกว่าใช่อ่ะ! ต้องหาเรื่องใช้ให้ได้ก็คือ Celine Dion - Breakaway, Sarah Brightman - Symphony, Evanescence - My Immortal (Lindsey Stirling Cover) และเพลงหลักๆที่ชอบฟังเวลาเขียนคือ Jason Chen - Still In Love, Utada Hikaru - This One (Crying Like A Child), Yiruma - River Flows In You, Time Forgets, Kiss The Rain


คิดไม่ออกแล้วว่ามีอะไรให้พูดถึงอีกรึเปล่า... ไม่น่ามีแล้วมั้ง?


และสำหรับรีดเดอร์ที่ตามเรื่องนี้มาตลอดนะครับ ผมทำตามสัญญาแล้วนะ! บอกแล้วว่าจะเขียนจบก็คือเขียนจบ :)


ขอบคุณทุกคนที่คอยตามอ่านฟิคในไหดองของผมเรื่องนี้ (ตอนนี้ไหแตกแล้วจ้า เย้!)

ขอบคุณทุกคอมเมนท์ที่ทำให้ผมรู้ว่ายังมีคนอ่านอยู่ 55555555

ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ ผมดีใจและรู้สึกโชคดีที่เจอรีดเดอร์ที่น่ารัก  #นี่จริงจังนะไม่ได้ยอ

ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอดจนถึงตอนจบนี้นะครับ!


- Ignetuz






#AfterAllThisTime?

#Always










 

 

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #994 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 22:06
    งื้ออ ฉันมายินดีให้กับรักที่สดใสส
    #994
    0
  2. #941 Pinkyrangyai1984 (@Pinkyrangyai1984) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 21:37
    เย้ เวอร์รัสไม่ตาย แต่ไม่เล่าถึงภาค 7 เลย ช่างเถอะ ขอให้ แฮปปี้ก็พออออ
    #941
    0
  3. #925 Chocoe'clair (@reren) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 16:41
    งุ้ง จบแล้ววว จำได้ว่ามาตามตอนดอคในตอนแรกยังเปิดให้อ่านอยู่ค่ะ 5555 อ่านแล้วก็หายเพราะนึกว่าดองแต่กดเฟบไว้เผื่อสักวันจะจบ แล้วก็จบ เย่ /จุดพลุ
    ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่า
    #925
    0
  4. #858 moo (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 20:49
    ตอนจบมันน่ารักมาก ไม่หวือหวาแต่ก็หวาน เขินจริงๆ

    ตอนแรกคิดว่าอาจจะไม่ได้อ่านจนจบเพราะว่ารีไรต์เรื่อยๆต้องย้อนอ่านไปมาใหม่ทุกๆครั้งที่กลับมาอ่าน แต่ก็ยังยืนยันว่าเรื่องนี้มันน่ารักจริงๆ ชอบคนพ่อมากๆๆ
    #858
    0
  5. #847 yaoi yaoi (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 23:20
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ เป็นเรื่องที่ดีมากเลยรู้สึกใจหายมากตอนที่อ่านมาเรื่อยๆแล้วเห็นว่าถึงตอนจบแล้ว พูดตามตรงคือไม่ได้ให้ฟิคเรื่องนี้จบเลยเพราะตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนแรกๆเลยจะบอกว่ารู้สึกผูกพันกับเรื่องนี้ก็ได้ รู้สึกลุ้นแล้วก็เอาใจช่วยไรท์ตลอดที่บอกว่ารีไรต์เนื้อเรื่องใหม่ก็ตามอ่านว่าจะปรับเปลี่ยนเป็นยังไงมีช่วงที่หายไปยาวๆเพราะธุระส่วนตัวเราก็รอว่าไรท์จะมาแต่งต่อตอนไหน ช่วงนี้พอจะว่างอยู่ก็เลยมีเวลาตามอ่านเราก็ไม่ค่อยได้เม้นต์ตอนนี้ก็เลยจะเขียนยาวๆหน่อย

    สุดท้ายนี้ขอบคุณจริงๆนะคะที่มาแต่งต่อจนจบขอบคุณที่ไม่ทิ้งเรื่องนี้นะคะสนุกมากจริงๆค่ะ
    #847
    0
  6. #846 NimbusNero (@Tarnero) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 08:43
    เป็นฟิคที่ดีมากค่ะ ดีในที่นี้ไม่ใช่เพราะใครคู่ใคร แต่ดีทั้งภาษาและเนื้อเรื่อง ดีทั้งเหตุผลและการกระทำของทุกตัวละคร ไม่ผิดหวังเลยค่ะที่ตามฟิคเรื่องนี้ (ถึงจะตามเงียบๆก็ตาม5555) แอบหวังว่าจะได้เห็นตอนต่อไป หรือภาคต่อไปนะคะ

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่ะ สนุกมากเลย~?
    #846
    0
  7. วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 23:01
    กลับมาอ่านอีกรอบ และคิดว่าหลังจากนี้ก็ยังจะกลับมาอ่านอีกหลายรอบเมื่อคิดถึง 5555

    เวลาที่อยากอ่านฟิคแฮร์รี่ทีไรก็จะนึกถึงเรื่องนี้ทุกที ฟิคเรื่องนี้เป็นหนึ่งในสองเรื่องที่เราชอบมากที่สุดเลยหละ ใจจริงก็อยากให้คนแต่งแวะกลับมาอัพตอนพิเศษบ้าง เพราะคิดถึงพวกเขาเหล่านี้มากจริงๆ (ทำไมเราเป็นนักอ่านที่โลภจัง 555) ถึงเรื่องนี้มันจะได้จบไปแล้วแต่เรื่องราวของทั้ง 2 คู่มันก็แค่พึ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง วดม.ก็พึ่งจะฟื้น เรารู้สึกว่ายังอยากอ่านเรื่องราวของพวกเขาต่อไปอีกเรื่อยๆอยู่เลยอ่ะ อยากอ่านไปถึงตอนที่แฮร์รี่ไว้ใจเซฟและรับว่าเป็นคนรักของพ่อด้วยใจจริง อยากอ่านตอนจีบเดรกเป็นแฟนด้วย และถ้ามีฉากที่ทั้ง 2 คู่กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบคัวเดียวกันก็คงจะฟินน่าดู นี่เราคิดไปไกลมากจริงๆ 5555

    ยังไงก็ยังคงขอบคุณคนแต่งอยู่เสมอที่ได้สรรสร้างเรื่องราวเหล่านี้ให้เราได้อ่านกันนะคะ มันดีมากจริงๆ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ ^^
    #842
    0
  8. #838 real_ssz (@real_ssz) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 19:05
    แงงงงง จบแล้ว ชอบฟิคเรื่องนี้มากเลนค่ะ โฮ ถ้าไรต์มีผลงานอีกจะติดตามแน่นอนค่ะะะ
    #838
    0
  9. #836 minizipzap (@kwansbaza) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 04:22
    เพิ่งมาเห็นว่าจบแล้ว เราขอบอกเลยว่าตามเรื่องนี้มาตั้งแต่เวอร์a ไม่คิดว่าไรต์จะมาต่อจนจบแต่สุดท้ายก็จบด้วยดี ขอบคุณไรต์ที่เขียนฟิคดีๆขึ้นมา เรานึกว่าไรต์จะเทไปหลายรอบแล้ว เลยไม่ได้ตามต่อแต่พอเข้ามาดูก็จบเฉย สวยงามสมกับการติดตามอันยาวนานของเรา ขอบคุณสำหรับผลงานดีๆแบบนี้นะคะ
    #836
    0
  10. #833 GuNeVer. (@kemu546) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 00:33
    จบเหมือนมีการบอกกลายๆว่า"ยังไม่จบนะเว้ยย"เลยอ่ะ ชอบอ่ะ เป็นฟิคที่ตามและรอมากกกกกก มาแต่ละตอนมันคุ้มมากเลยอ่ะ คุ้มสุดๆ อยากให้ทำรวมเล่ม แต่ก็เข้าใจเพราะอยากโฟกัสเรื่องอื่นมากกว่า แถมการแต่งนิยายมันใช้ความคิดและแรงบันดาลใจพอๆกับการวาดรูปเลย(เข้าใจค่ะ เพราะเวลาวาดรูปก็ชอบหาเพลงมาบิ๊วอารมณ์เหมือนกัน55555) เราชอบการดำเนินเรื่องแบบนี้ มันดูค่อยๆเป็นค่อยๆไปมากกว่า เพราะฟิคHP/DM JP/SSแต่ละเรื่องที่ตามคือจะไม่มีการมาค่อยๆไล่ลำดับเหตุการณ์แบบเรื่องนี้ บทจะให้ไปก็ไปเลย ไม่มีการกล่าวถึงปมเหมือนเรื่องนี้ เราชอบเรื่องนี้มากกกกกกกกก ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ ขอบคุณที่เสียสละแต่งให้พวกเราได้อ่านนิยายที่ดีขนาดนี้ ขอบคุณจริงๆค่ะ แต่ถ้าจะลงสเปหรืออะไรก็ตามอ่านค่ะ5555555555555
    #833
    0
  11. #832 What's time? (@nuttaporn_ntps) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 00:02
    จบลงแล้วว ติดตามมาตั้งแต่ต้นเลย ร้องไห้เสียน้ำตา กัดหมอนจิดฟินเสียไปเท่าไหร่แล้วกีบฟิคเรื่องนี้ ขอบคุณสำหรับผลงานดีๆนะคะ
    #832
    0
  12. #831 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 22:34
    จบแบบไม่จบบริบูรณ์
    #831
    0
  13. #828 Alexis Riddle (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 18:30
    อยากเห็นเจมส์หาน้องคนละแม่ให้แฮร์รี่อะค่--// โดนพี่เซฟเซกตัมเซมปร้าใส่ (แค่ทำงานก็เวลานอนแทบไม่มีแล้วครับ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเอาเวลาไปเลี้ยงลูกเลย)



    อ่า...ในที่สุดเจ้ารี่ก็เลื่อยเขาออกจากหัวได้สำเร็จเสียทีนะลูกชาย ปล่อยพ่อหนูเค้ามีความสุขไปเห๊อะ อย่าไปขัดขวางเค้าเลยนะ



    สุดท้ายคือดีใจมากที่จบดีแบบนี้ค่ะ นี่แอบกลัวจะจบไม่สวยอยู่นานมาก 5555
    #828
    0
  14. #827 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 18:15
    หน่วงๆซึ้งๆ
    #827
    0
  15. #826 พระเนตรสีเทา (@lovely4898) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 16:18
    กรี๊ดดดดดด!! ไรต์มาต่อทีสองตอนและต่อจนจบด้วยอะ ชอบอะส่วนตัวชอบรุ่นลูกมากๆ ม๊ากกกกกกกกกก!!!! รุ่นพ่อก็อร๊ายยอ่านไปเขินไป อยากให้แต่งอีกนะค่ะ แต่งเรื่องใหม่ก้ได้ หรือต่อก้ได้ค่ะ อ่านหมดเลยยน่าร้ากกกกก
    #826
    0