ตอนที่ 52 : Frozen Heart: Act V Chapter 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 891
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    30 เม.ย. 60

Act V

Chapter 11

 



เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ได้กลับมาอยู่ท่ามกลางฝูงชนอีกครั้งเมื่อเวลามื้อเย็นมาถึง หลังจากที่ตัดสินใจโดดเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์และใช้เวลาอยู่ตามลำพังในความเงียบสงบเกือบทั้งบ่าย แฮร์รี่รู้สึกดีขึ้นบ้างเล็กน้อย เขาไม่รู้สึกหดหู่หรือเศร้าเท่าไรแล้ว และที่แน่ ๆคือรอนกับเฮอร์ไมโอนี่คงจะได้ฆ่าเขาถ้าหากเขาหายไปเฉย ๆแบบนี้



            แฮร์รี่เดินเข้าห้องโถงใหญ่ที่บัดนี้เต็มไปด้วยเด็กนักเรียนพลางมองหาเพื่อนสนิททั้งสอง และเมื่อเขาเห็น เด็กหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะก้าวตรงไปและทรุดตัวนั่งลงบนที่ว่างที่เฮอร์ไมโอนี่เว้นไว้ให้เขา



            “นายหายไปไหนมา”



            รอนถามขึ้นทันทีเมื่อเขานั่งลง เด็กหนุ่มผมแดงตักมันบดใส่จานตัวเองก่อนจะเลิกคิ้วส่งให้เมื่อไร้คำตอบจากเขา



            แฮร์รี่นึกอยากถอนหายใจ แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้แสดงมันออกมา “คุยกับพ่อ”



            “ฉันหมายถึงที่นายโดดคาบของทรีลอว์นีย์” เฮอร์ไมโอนี่หันหน้ามามองเขาทันที “เธอพูดซ้ำ ๆอยู่ทั้งคาบว่านายคงจะนอนไม่ได้สติอยู่สักที่ หรือไม่ก็นอนป่วยใกล้ตายที่ห้องพยาบาล”



            เด็กหนุ่มผมดำอดพ่นลมออกมาจากจมูกดังพรืดไม่ได้ “ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไร อาจารย์คงเห็นภาพฉันตายอยู่ตลอดเวลานั่นแหละ”



            รอนขยับยิ้มเล็ก ๆให้เขาพลางยักไหล่ เฮอร์ไมโอนี่รับช่วงในการยิงคำถามใส่เขาในวินาทีต่อมา



            “เธอโดดเรียน? ไปไหนมาแฮร์รี๋”



            เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์กะพริบตามองเด็กสาวข้างกายด้วยสีหน้าที่หวังว่าจะดูงุนงง แต่จริง ๆแล้วสมองของเขากำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุดที่เคยทำมา และในที่สุด โดยไม่ปล่อยให้ความเงียบได้เข้าครอบครองพื้นที่เสียก่อน เขาก็ตอบว่า



            “แค่อยากคิดอะไรนิดหน่อย ภารกิจที่สาม เธอก็รู้”



            เฮอร์ไมโอนี่หรี่ตาลง แฮร์รี่ยักไหล่ตอบก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถาดสเต็ก เขาเมินเฉยต่อสายตาของเด็กสาวขณะที่เขาอดรู้สึกระแวงและกังวลไม่ได้



            แต่แล้วเฮอร์ไมโอนี่ก็เบนสายตาออกไปจากเขา เด็กหนุ่มผมดำผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเฮอร์ไมโอนี่กลับไปอ่านหนังสือและทานอาหารในเวลาเดียวกันเหมือนอย่างเคยอีกครั้ง



            เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์หั่นสเต็กเข้าปาก เขาพยายามทานอาหารทั้ง ๆที่กระเพาะของเขาไม่ได้ต้องการอะไรลงไปใส่ให้เต็มเลยสักนิดเดียว แฮร์รี่มองชิ้นเนื้อในจานของเขาก่อนจะอดรู้สึกหดหู่ไม่ได้ เมื่อความคิดไล่ย้อนกลับไปหาไรอัล ลูกสิงโตสีทองที่ได้หายไปจากชีวิตของเขาแล้ว



            เขาบังคับให้ตัวเองกลืนอาหารลงคอไปก่อนจะจิบน้ำฟักทองตาม เขารู้สึกโหวงและว่างเปล่า เด็กหนุ่มผมดำตักมันบดเข้าปากก่อนที่กลิ่นหอมจะอบอวลไปทั่วทั้งปาก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอยากอาหารมากขึ้นเลยแม้แต่น้อย



            แฮร์รี่ถอนหายใจออกมาเบา ๆก่อนจะวางส้อมและมีดลง เขาเอื้อมมือไปหาคัพเค้กช็อกโกแลตชิพที่อยู่ถัดไปก่อนที่ภาพเด็กหนุ่มผมบลอนด์จะพลันปรากฏขึ้นมาชั่วขณะ เด็กหนุ่มชะงักมือก่อนจะตั้งสติได้และหยิบคัพเค้กชิ้นนั้นมาวางตรงหน้า เด็กหนุ่มผมดำมองวิปครีมสีขาวกับช็อกโกแลตชิพนิ่ง มือหนาค่อย ๆแกะห่อกระดาษออกและกัดเนื้อเค้กนุ่มนั้นในที่สุด



            แม้แต่รสชาติหวานละมุนที่เขาไม่เคยต้านทานไหวก็ยังไม่สามารถช่วยให้เขาอยากอาหารไปมากกว่านี้ได้ แฮร์รี่วางคัพเค้กที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งลงขณะที่รสชาติของวิปครีมยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น จู่ ๆโสตประสาทของเขาก็พลันได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงขู่ฟ่อ มันแผ่วเบาและดังก้องราวกับดังมาจากที่ห่างไกล แต่แฮร์รี่รู้ดีว่าเสียงที่เขาได้ยินนั้นไม่มีอยู่จริง



            “ฉันไปก่อนนะ เจอกันที่หอ” แฮร์รี่ลุกขึ้นเดินออกไปก่อนที่รอนหรือเฮอร์ไมโอนี่จะได้ถาม เขากระชับกระเป๋าสะพายพลางก้าวยาว ๆตรงไปยังประตู เด็กหนุ่มผมดำรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องแผ่นหลังของเขาจนกระทั่งเขาเดินพ้นประตูไป ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีเมื่อทางเดินแทบจะไม่เหลือใครเดินอยู่แล้ว และถึงเขาจะเดินสวนกับใครก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้คิดจะทักแฮร์รี่ ซึ่งเขามองว่าเป็นเรื่องดี



            สิ่งเดียวที่เขาอยากจะทำในตอนนี้คือการล้มตัวลงนอนและทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาแค่อยากจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าจริง ๆวันนี้ก็เป็นแค่ความฝัน เขาไม่ได้ถือจดหมายไปถามเจมส์ว่า เนื้อหาในจดหมายนั้นเป็นความจริงหรือเปล่า เขาไม่ได้นึกอยากรู้เรื่องสมัยเรียนของพ่อหรืออะไรก็แล้วแต่เลยสักนิด แฮร์รี่ขบฟันแน่นเมื่อความคิดของเขาย้อนกลับไปถึงสีหน้าของเจมส์ เมื่อเขานึกถึงข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือของลิลี่ เอฟเวนส์ โดยเฉพาะความนัยที่ว่าเขาไม่ควรจะเกิดมา— เขาไม่ได้เป็นที่ต้องการ—



            จุกก้อนบางอย่างก่อตัวขึ้นในลำคออีกครั้ง แฮร์รี่กลืนมันลงไปขณะที่ตาของเขาเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมา เด็กหนุ่มร่างสูงนึกขอบคุณตัวเองที่ไม่ได้ขยี้ตาในตอนนั้น เพราะตอนนี้ตาของเขาจึงไม่ได้บวมมากจนสังเกตเห็น แต่หากว่าเขายังไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้ในตอนนี้ จะต้องมีคนถามอย่างแน่นอนว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงตาแดงเหมือนเพิ่งร้องไห้มา อย่างน้อยเด็กหนุ่มก็รู้ว่าเขาไม่สามารถซ่อนมันจากรอนและเฮอร์ไมโอนี่ได้นานนัก เขาจึงหวังว่าเขาจะสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆให้เรียบร้อยได้ก่อนที่ทั้งสองคนนั้นจะเริ่มสงสัย



            เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์กำลังคำนวณเวลานอนของเขาในวันนี้เมื่อสายตาพลันเห็นชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าบันได ขวางทางเดินทุกทิศทางที่จะเข้าไปสู่หอพักบ้านกริฟฟินดอร์ เขาก้าวเท้าช้าลงก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะพลันหยุดลงในที่สุด



            ดวงเนตรสีเขียวมองใบหน้าหล่อเหลาที่อมทุกข์นั้นนิ่ง เขาไม่เคยเห็นเจมส์ในสภาพอิดโรยขนาดนั้นมาก่อน และมันทำให้เขารู้สึกอดใจหายไม่ได้เมื่อเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่าย เจมส์ดูแก่ขึ้น สุขุมขึ้นทว่าก็เศร้าโศกในเวลาเดียวกัน แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าเขาควรรู้สึกอย่างไรหรือทำอะไรในเวลานี้ เมื่อเจมส์ยกยิ้มขึ้นทักทายเขาทั้ง ๆที่ดวงตาคู่นั้นกลับหม่นลงจนน่าใจหาย



            “แฮร์รี่...”



            แค่เพียงเท่านั้น แค่เพียงเขาได้ยินเสียงเจมส์เรียกชื่อของเขา เด็กหนุ่มร่างสูงก็พลันรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมากะทันหัน เขาขมวดคิ้วพลางขบฟันแน่น แฮร์รี่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะรู้ตัวว่าเขาเผลอกำหมัดแน่นมากแค่ไหน



            “ผมยังไม่อยากคุยตอนนี้”



            เจมส์หลุบตาลงมองพื้นก่อนจะถอนหายใจออกมา แม้เพียงแผ่วเบาแต่มันกลับดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณที่ความเงียบได้ปกครองอยู่ แฮร์รี่จิกเล็บลงบนฝ่ามือของตัวเองขณะที่ชีพจรเต้นตุบอยู่ข้างหู



            สีหน้าของเจมส์นั้นแย่จนเขาอดรู้สึกผิดไม่ได้ ตอนนี้ไม่เหลือคราบของมือปราบมารหนุ่มผู้เก่งกาจหรือกัปตันควิดดิชผู้มีชื่อเสียงอีกต่อไปแล้ว ภาพลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความสดใสและความมั่นใจของเจมส์ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศแห่งความเศร้าหมอง แฮร์รี่พยายามอ่านสีหน้าของผู้เป็นพ่อ แต่สิ่งที่เขาได้กลับเป็นเพียงความว่างเปล่า มีแต่สายตาของเจมส์เท่านั้นที่สื่อออกมาว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกอย่างไร



            แฮร์รี่ก้มหน้าลง เขาไม่สามารถทนมองเจมส์ได้ด้วยความรู้สึกเดิมอีกแล้ว



            “ขอโทษนะครับ แต่ผมขอตัวก่อน” เด็กหนุ่มผมดำว่าพลางเดินเร็ว ๆผ่านชายร่างสูงไป



            เจมส์ไม่ได้กล่าวตอบเขาหรือขยับตัวเข้ามาขวาง พ่อของเขาแค่ยืนนิ่งไร้การตอบสนองใด ๆทั้งสิ้น แฮร์รี่บอกรหัสผ่านแก่สุภาพสตรีอ้วนที่กำลังคุยอย่างออกรสกับเพื่อนสาว รูปภาพเหวี่ยงเปิดออกพร้อมกับเสียงบ่นอุบอิบตามหลัง แต่เขาไม่สนใจ เขาก้าวตรงไปยังหอนอนโดยไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปดูคนที่ยังยืนนิ่งไม่เปลี่ยน



            แฮร์รี่กำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตวางอยู่บนหมอน เด็กหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะหยิบมันขึ้นมา และโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากหยักก็ขยับยิ้มขึ้นมาเป็นครั้งแรกของวันพร้อมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ



            อาการคลื่นไส้นั้นได้จางหายไปแล้ว โสตประสาทของเขาไม่อื้ออึงและกลับมาได้ยินเป็นปกติอีกครั้ง แฮร์รี่หลับตาลงก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆขณะที่เสียงนุ่มของใครบางคนดังขึ้นในหัวราวกับเจ้าตัวได้เป็นคนพูดออกมาให้เขาได้ยินเอง



            “แล้วทุกอย่างจะโอเค”





















เดรโกคิดว่าเจ้าหัวแผลเป็นดูแปลกไปตั้งแต่วินาทีแรกที่เจ้าตัวเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่แล้ว



            อันดับแรก มันเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่จะเห็นสามหน่อบ้านกริฟฟินดอร์เดินไปไหนมาไหนด้วยกัน โดยเฉพาะช่วงมื้ออาหารที่ทั้งสามคนจะเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วยกันเสมอ ยกเว้นก็แต่บางครั้งที่เกรนเจอร์ตามมาทีหลัง เพราะรายนั้นลงเรียนแทบทุกวิชาจนแทบไม่มีเวลาจะหายใจ เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องแปลกที่พอตเตอร์จะเดินเข้ามาทีหลังคนเดียวแบบนี้



            เหตุผลที่สองคือ บรรยากาศรอบตัวนักบุญพอตเตอร์ที่วันนี้แปลกออกไป ทุกอย่างดูทะมึนและหดหู่ เดรโกสังเกตเห็นหน้าตาอมทุกข์ของอีกฝ่ายวูบหนึ่งก่อนที่คนผมดำจะกลืนหายไปกับฝูงชน ซึ่งเชาก็เห็นเพียงแว๊บเดียวเท่านั้น และมันเร็วมากจนเขาไม่แน่ใจในสายตาของตัวเองได้เลย



            และอย่างสุดท้าย— ข้อที่สาม คือการที่พอตเตอร์มานั่งทานอาหารได้ไม่ถึงสิบห้านาทีแล้วลุกออกไปจากห้องโถงใหญ่คนเดียวอีกครั้ง



            ไม่ว่าจะคิดยังไง เขาก็มองว่ามันแปลกอยู่ดี



            เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินก้มหน้าก้มตาทานอาหารตรงหน้าต่อไปขณะที่คอยเงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างแครบและกอยล์อยู่เงียบ ๆ เขาอาจจะแค่คิดไปเองก็ได้ว่าเจ้าหัวแผลเป็นทำตัวแปลกมากกว่าปกติ บางทีเจ้านั่นอาจจะมีเรื่องกลุ้มใจอยู่—



            อ้อ... ใช่ เรื่องนั้น



            เดรโกเงยหน้าขึ้นเพื่อหันไปมองโต๊ะของเหล่าคณาจารย์ที่อยู่ห่างไกลออกไป สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ศาสตราจารย์หนุ่มวิชาปรุงยาชั่วขณะก่อนจะกวาดสายตามองหามือปราบมารผมดำ แต่ก็เปล่าประโยชน์ ไร้วี่แววของเจมส์ พอตเตอร์อย่างสิ้นเชิง เด็กหนุ่มร่างโปร่งอดนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้นที่เขาดันไปเจอพอตเตอร์นั่งอยู่ข้างหน้าต่างคนเดียวไม่ได้ เดรโกขมวดคิ้วน้อย ๆพลางหันหน้ากลับมาทานมื้อค่ำต่อเหมือนเดิม



            เขาสงสัยว่าเซเวอร์รัสเคยคบกับเจมส์จริง ๆหรือเปล่า หรือมันก็แค่มุกตลกร้ายอีกมุกหนึ่งเท่านั้น ถึงเขาจะไม่ได้มีปัญหากับความรักระหว่างเพศเดียวกัน แต่การที่เซเวอร์รัสมีความรักก็ให้ความรู้สึกแปลก ๆสำหรับเขา ไม่ใช่เพราะรายนั้นไม่น่ามี แต่เดรโกคิดไม่ออกว่าคนที่เซเวอร์รัสเลือกจะเป็นคนอย่างไร



            แต่ถ้าสองคนนั่นเคยคบกันจริง ๆละก็... มันก็เหนือความคาดหมายนะ



            เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินเบนความสนใจกลับที่อาหารตรงหน้าอีกครั้ง เขานั่งหั่นชิ้นเนื้อพลางคิดว่าเซเวอร์รัสเมื่ออยู่กับเจมส์จะเป็นคนแบบไหน แน่ละว่าเซเวอร์รัสไม่ได้เป็นคนเย็นชาช่างเหน็บอยู่ตลอดเวลา เด็กหนุ่มผมบลอนด์สั่นศีรษะเบา ๆขณะที่ริมฝีปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ว่าจริง ๆแล้วเซเวอร์รัส สเนปคนนั้นก็มีมุมอ่อนโยนเหมือนกัน



            เขาจำได้ดีว่าครั้งแรกที่เขากับเซเวอร์รัสเจอกันคือเมื่อตอนเขาอายุห้าขวบ มันเป็นหนึ่งในความทรงจำที่เขาจำได้ดีแม้ว่าจะผ่านไปนานมากแล้วก็ตาม เขานั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางกองหนังสือที่มีแต่ตำราวิชาการรอบตัว เขายังอ่านหนังสือไม่คล่องแต่พ่อของเขากลับส่งตำรากองเท่าภูเขามาให้เขาฝึกอ่าน แม่เองก็ห้ามอะไรไม่ได้มากนัก แต่ก็พยายามซ่อนหนังสือนิทานไว้ในกองนั้นด้วยเช่นกัน



            เซเวอร์รัสเป็นคนเห็นเขาก่อนและเข้ามาทักทายเขา เดรโกจำได้ว่าตอนแรกเขากลัวคนแปลกหน้าคนนี้ที่ใส่ชุดดำทั้งตัว แต่เพียงสักพักเท่านั้น ความรู้สึกหวาดระแวงก็ได้เปลี่ยนเป็นความรู้สึกปลอดภัย เขากับเซเวอร์รัสรู้จักกันก่อนที่พ่อจะแนะนำให้รู้จักพ่อทูนหัวคนนี้เสียอีก ส่วนเซเวอร์รัสเองก็คงจะรู้จักเขาตั้งแต่เขาเกิดมาแล้ว



            เพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่กอยล์และแครบตอบคำถามเชาว์จากเบลสได้ถูกต้องเสียที เขาก็รวบมีดและส้อมไว้บนจานเป็นสัญญาณบอกให้ทั้งสองคนรู้ว่าเขาทานอิ่มแล้ว แครบและกอยล์พร้อมใจกันโกยอาหารและขนมเข้าไปในอ้อมแขนขณะที่เขานั่งรออยู่ข้าง ๆ



            เด็กหนุ่มผมบลอนด์เลิกคิ้วมองทั้งสองคนก่อจะลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าปฏิบัติการโกยอาหารได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เดรโกคว้ากระเป๋าสะพายพลางพยักหน้าส่งให้เบลสที่โบกมือลาราวกับว่าเขาจะเดินทางไปไหนไกล เขาก้าวยาว ๆนำหน้าทั้งสองคนไปเหมือนเดิมอย่างทุกครั้ง เดรโกเพิ่งเดินออกจากประตูห้องโถงใหญ่เมื่อเท้าของเขาพลันชะงัก เขายกมือขึ้นขวางแครบที่ทำท่าจะเดินมากันเขาเอาไว้ ริมฝีปากบางยกขึ้นน้อย ๆก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายทักทายคนตรงหน้า



            “วีสลีย์... เกรนเจอร์...”



            มันเป็นเรื่องตลกสำหรับเขาที่วีสลีย์ชอบพุ่งตัวเข้าใส่ขณะที่จะต้องโดนเกรนเจอร์ห้ามไว้ทุกครั้ง เด็กบ้านกริฟฟินดอร์ทั้งสองคนยืนขวางบันไดลงคุกใต้ดิน ดูก็รู้ว่ารอดักเขาอยู่



            “มัลฟอย นายทำอะไรแฮร์รี่รึเปล่า” วีสลีย์กัดฟันกรอด เขากะพริบตามองคนที่หน้ากำลังเป็นสีแดงเหมือนเส้นผมก่อนจะตอบว่า



            “ไม่ได้ทำอะไรนี่”



            วีสลีย์หรี่ตามองเขา เดรโกอดกลอกตาให้กับท่าทีนั้นไม่ได้ ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่คนอื่น— เด็กนักเรียนบ้านอื่นจะไม่ไว้ใจในคำพูด เด็กบ้านสลิธีรินก็โดนเหมือนกันทั้งนั้น



            “ช่วงนี้แฮร์รี่ทำตัวแปลก ๆไป พวกเราเลยมาถามนาย เผื่อนายจะรู้อะไรบ้าง” เกรนเจอร์ดึงแขนวีสลีย์ให้เจ้าตัวถอยออกมายืนข้างหลังเธอ เด็กสาวผมสีน้ำตาลก็ดูเหมือนเดิม เขาชอบเธอก็แค่ตรงที่เธอไม่ได้ตัดสินทุกคนเหมือนกันไปหมด และที่สำคัญเกรนเจอร์ก็รู้ดีว่าเวลาไหนควรจะพูดจาดี ๆ ไม่เหมือนวีสลีย์ที่จ้องจะหาเรื่องทุกครั้งที่เจอหน้า



            แต่จะว่าไป... เขาก็มีหาเรื่องฝั่งนั้นเหมือนกันนี่นา



            “ถ้านายรู้ก็ช่วยบอกพวกเราหน่อยนะ เราเป็นห่วงแฮร์รี่”



            เดรโกมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง เขาไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไป การที่ทั้งสองคนมาพูดกับเขาแบบนี้ก็แสดงว่าพอตเตอร์ไม่ได้เล่าเรื่องจดหมาย ซึ่งนั่นหมายความว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของเขาเช่นกันที่จะเที่ยวบอกใครต่อใคร แม้จะเป็นเพื่อนสนิทของพอตเตอร์ก็ตาม และอีกอย่างแครบกับกอยล์ก็ยืนอยู่ข้างหลังเขา เด็กหนุ่มร่างบางยังไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขากับพอตเตอร์มีความสัมพันธ์กันแบบไหน



            “บางทีเรื่องบางเรื่องก็ควรจะจัดการด้วยตัวเองนะ แค่อยู่ตรงนี้ให้เจ้านั่นรู้ว่ายังมีพวกเธออยู่ด้วยก็พอแล้ว” เดรโกพูดเรียบ ๆก่อนจะเดินผ่านทั้งสองคนไป แต่เขาก็ต้องหยุดเมื่อวีสลีย์ถามเสียงห้วนว่า



            “ที่พูดแบบนั้นหมายความว่าไง นายกำลังบอกว่านายรู้เรื่องไม่ใช่รึไง”



            เด็กหนุ่มผมบลอนด์เหลือบตามองคนพูด “ฉันไม่รู้เรื่องด้วยหรอก แต่นายน่าจะปล่อยให้พอตเตอร์โตด้วยตัวเองบ้างนะ วีสลีย์”



            ครั้งนี้เขาไม่สนใจเสียงโวยวายของวีสลีย์ที่ไล่ตามหลังมาหรือเสียงร้องห้ามเพื่อนซี้จากเกรนเจอร์ เขาเดินลงบันไดไปตรงไปตามทางเดินเพื่อกลับไปสู่คุกใต้ดินที่คุ้นเคย โดยมีแครบและกอยล์เดินตามหลังอย่างเงียบเชียบ



            หรือว่า... พอตเตอร์ไปคุยเรื่องจดหมายแล้ว?





















เขาไม่รู้เลยว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้ได้ยังไง



            ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจขณะที่ขายาวยังคงก้าวตรงไปข้างหน้า สู่ลานกว้างที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะด้านนอก เจมส์ซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อโค้ททันทีที่เขาพ้นจากเขตความอบอุ่นของปราสาท ควันขาวเบาบางลอดออกมาเมื่อเขาหายใจ ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีอมเทานิ่งก่อนจะเบนสายตาไปหาต้นไม้โดดเดี่ยวที่กลางลาน



            เขาเดินย่ำหิมะไปหาต้นอลาสเทียร์ก่อนจะพาตัวเองขึ้นไปนั่งเล่นบนต้นไม้ด้วยเวทมนตร์ ขายาวยืดไปตามกิ่งไม้ขณะที่แผ่นหลังของเขาพิงลำต้นแกร่งเอาไว้ เจมส์หลับตาลงขณะที่ศีรษะของเขาปวดตุบเหมือนจะระเบิด ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากพลางไล่ย้อนคิดถึงบทสนทนาที่เขาเพิ่งจะเดินจากมาเมื่อครู่



            ตอนนี้แฮร์รี่ไม่อยากคุยกับเขา ไม่คิดหรือพร้อมจะฟังเขา ซึ่งเจมส์ก็ไม่แปลกใจ ชายหนุ่มไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขากับแฮร์รี่จะมีช่วงเวลาแบบนี้ ตอนที่ทะเลาะกันจนถึงขั้นไม่คุยกัน แฮร์รี่ก็ไม่เคยหลบหน้าเขา เดินหนีเขา เจมส์เอนศีรษะพิงต้นอลาสเทียร์พลางผ่อนลมหายใจออกมา ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนแฮร์รี่ไม่สามารถทนเห็นหน้าเขาได้อีกแล้ว การมีตัวตนของเขาทำให้แฮร์รี่รู้สึกแย่



            ที่หนักกว่าเก่าคือเซเวอร์รัส คนที่เขาคิดว่าคงจะปลอบเขาและบอกเขาว่าไม่เป็นไร แล้วทุกอย่างก็จะเข้าที่เข้าทางเอง แต่เปล่าเลย รายนั้นกลับเป็นคนบอกให้เขาเลือกแฮร์รี่ บอกว่าความสัมพันธ์ซับซ้อนที่ไร้ชื่อนี้ควรยุติลงซะ เจมส์รู้สึกเหมือนเขาโดนหักอกซ้ำสอง ขณะที่แฮร์รี่รังเกียจเขาไปแล้ว เซเวอร์รัสเองก็เลือกที่จะหนีห่าง— ผลักตัวเองออกจากเขาเช่นกัน



          “นายควรเลือกเขา”



            เจมส์ลืมตาขึ้นมองใบไม้สีขาวซีดที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะนิ่ง สีหน้าของเซเวอร์รัส แววตาของคนตัวเล็กที่มองเขา ชายหนุ่มรู้ดีว่าเซเวอร์รัสรู้สึกอย่างไรในตอนนั้น เขาเรียนรู้ที่จะอ่านความคิดจากใบหน้าไร้อารมณ์ของอีกฝ่ายมานานแล้ว เพราะทุกครั้งที่คนผมดำคนนั้นตีหน้านิ่งในเวลาแบบนี้ เขาจะต้องสบตาอีกฝ่ายให้ได้ เพราะดวงเนตรสีราตรีคู่นั้นไม่เคยโกหกเขาได้



            เขามั่นใจมาก เขามั่นใจมาตลอดเวลาเขาเข้าใจเซเวอร์รัสไม่ผิด ความทรงจำในอดีตของเขาอาจถูกทำลายไปอย่างถาวร แต่เขาจำรสจูบครั้งล่าสุดได้ เซเวอร์รัสที่แทบจะนั่งคร่อมเขา ริมฝีปากสีซีดที่พลันกลายเป็นสีแดงนั่น เขายังจำวิธีที่คนตัวเล็กจูบตอบเขาได้— จูบที่ให้ความรู้สึกราวกับความรักอันสิ้นหวังและความหิวกระหายที่ถูกซุกซ่อนมานาน จูบที่ทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบและถูกปลุกเร้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จูบที่ทำให้เขาอยากกอบโกยอย่างไม่รู้จักพอ จูบที่เติมเต็มทุกอย่างที่ขาดหายไป



            คนที่มอบจูบแบบนั้นให้เขา... ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายผลักเขาออกไป



          “ผู้เสพความตาย..”



            เจมส์ยกมือขึ้นทึ้งหัวตัวเอง เขาหลับตาลงพลางกัดฟันแน่น เสียงพูดของเซเวอร์รัสในตอนนั้นยังดังก้องไปมาในหัว เช่นเดียวกันกับภาพของคนตัวเล็กกว่าที่น้ำตาพลันไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว เขามีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน แต่กำลังเดินซ้ำรอยตัวเองในอดีตอยู่หรือเปล่า เขามาที่นี่เพื่อหาคำตอบเรื่องความฝัน แต่มันกลับนำเขาไปสู่คนผมดำคนนั้น และโดยที่ไม่สามารถห้ามตัวเองได้ เจมส์พบว่าเขาต้องการเซเวอร์รัส เขาต้องการทุกอย่างจากลูกแมวสีดำตัวนั้น สนิชสีทองเพียงหนึ่งเดียวที่เขาไม่เคยคว้าได้ตลอดทุกครั้ง



            “ดูนายสิ นายเองยังรับที่รู้ว่าฉันเป็นหนึ่งในพวกนั้นไม่ได้เลย”



            มันไม่ใช่ข่าวใหม่ แต่ปฏิกิริยาของเขามันเป็นไปเองโดยอัติโนมัติ เจมส์จำได้ว่าเขาเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน จากรีมัส— ถ้าจำไม่ผิด ที่จู่ ๆก็ไปเจอเซเวอร์รัส สเนปอยู่ในกลุ่มของผู้เสพความตาย ในตอนแรกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ ทำไมเขาถึงไม่ใส่ใจกันนะ ตอนนั้นเขาไม่สนใจเลยสักนิดว่าทำไมรีมัสถึงดูตกใจที่เขาดูไร้อารมณ์และไม่แยแสแบบนั้น



            ใช่สิ... ยาเสน่ห์



          “เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”



            ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนเขาหายใจไม่ออก หน้าอกของเขาปวดตุบ เจมส์เม้มริมฝีปากพลางพยายามไล่จับความคิดของตัวเองให้มันอยู่กับที่ ชีพจรที่ข้างลำคอเต้นแรงจนเขารู้สึกได้ มือปราบมารหนุ่มพยายามหยุดเสียงของเซเวอร์รัสและแฮร์รี่ที่ดังวนไปมาในหัว แต่ความพยายามของเขากลับเปล่าประโยชน์ ยิ่งเขาพยายามบอกให้ตัวเองหยุดคิด ยิ่งเขาบอกย้ำให้ตัวเองหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้ ความจริงที่เขาเพิ่งรับรู้ด้วยตัวเองยังคงอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน



            ทั้งสีหน้าของแฮร์รี่ในห้องเรียนนั่น... และแววตาของเซเวอร์รัสเมื่อเจ้าตัวเตือนสติเขาว่าเขากำลังทำอะไรอยู่



          “แล้วนายจะอธิบายยังไงเรื่องที่มือปราบมารคบกับผู้เสพความตาย”



            เขาเกลียดศาสตร์มืดที่สุด แต่เซเวอร์รัส...



            เขาไม่อยากให้เรื่องระหว่างเซเวอร์รัสกับเขาต้องจบลงแบบนี้ และเขาก็อยากให้แฮร์รี่เข้าใจเช่นเดียวกัน



            เจมส์ถอนหายใจหนัก ๆออกมาก่อนจะลืมตาขึ้น มือหนาเปลี่ยนมานวดขมับทั้งสองข้างขณะที่สายตาของเขาทอดมองไปยังพื้นหิมะสีขาวบริสุทธิ์ด้านล่างอย่างเหม่อลอย



            เขาควรทำอย่างไรดี

















-tbc.


[Talk]

ผมก็อยากลงให้ครบจบหมดทั้งเรื่องเช่นกัน 5555

บทนี้ก็เป็นอะไรเบา ๆจากความดราม่าหม่นทะมึนเมื่อบทที่แล้วนะครับ

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์ ขอบคุณทุกคนที่ยังรออ่าน <3


ปล. ผมเห็นรีดเดอร์อินกับเนื้อเรื่องก็ดีใจครับ TwT











 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #991 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 21:39
    สงสารเจมส์ สงสารเซเวอรัส และนายรอน หัดให้เพื่อนโตด้วยตัวเองบ้าง การที่เขาไม่บอกแปลว่าไม่สบายใจที่จะบอกรึเปล่า
    #991
    0
  2. #818 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 15:40
    ถอนหายใจให้กับทุกอย่างประดังประเดเข้ามาในชีวิต เฮ้อ
    #818
    0
  3. #817 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 21:29
    มันเศร้ามาก
    #817
    0
  4. #816 pd_72 (@DD_Ten) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 21:51
    ถ้าไม่กลัวเดรกเป็นม้าย จะหนับหนุนให้แฮรี่ตาย ปัญหาจะจบเลย ฮืออออ
    ทำไมใครๆก็ใจร้ายกับเจมส์ กอดดด
    #816
    0
  5. #815 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 18:16
    เป็นกำลังใจให้ค่าาาา
    #815
    0
  6. วันที่ 30 เมษายน 2560 / 14:41
    รอนเอ๊ย โตได้ละหนู
    รี่ยังต้องใช้เวลาก่อนรับฟังสินะ เหอๆๆๆ งั้นขอเดรสักสองอาทิตย์ละกัน//กอด
    #814
    0
  7. วันที่ 30 เมษายน 2560 / 13:46
    เห็นคนแต่งบอกว่าอาจจะอัพไม่ถึงตอนจบ น่าเสียดายอ่ะ แต่ก็ต้องขอบคุณที่แต่งเรื่องราวสนุกๆของสองคู่นี้ให้อ่านนะคะ

    โดยส่วนตัวชอบคู่พ่อมาก หาอ่านยากด้วย จะแต่งเองก็ไม่ได้อีก 5555 ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ก็ยังคงลุ้นอยู่เสมอว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้จบลงยังไง อาจจะเป็นเพราะความเป็นผู้ใหญ่ของรุ่นพ่อที่เจอเรื่องราวต่างๆมามากมาย ทั้งความทรงจำ ความผิดหวัง ความตรึงเครียด และความจริงจังมันอัดแน่นเต็มไปหมด จนบางทีมันก็ทำให้รู้สึกว่าความรักของสองคนนี้มันมีเปอร์เซ็นที่จะไม่สมหวังได้เหมือนกัน ไม่อาจคาดเดาตอนจบได้เลย 5555(แต่อยากให้จบแฮ็ปปี้มากที่สุด) ส่วนคู่ลูกก็เป็นอีกความรู้สึกนึงอาจจะเพราะเขาพึ่งจะเริ่มมีเรื่องราว มีความทรงจำร่วมกันไม่มากเท่ารุ่นพ่อ แต่มันก็เป็นความรักวัยหนุ่มสามที่มีความเป็นไปได้สูงกว่าและน่าจะจบแฮ็ปปี้แน่นอน และเราก็ชอบความเป็นเดรโกเรื่องนี้ด้วย ดูมีกระบวนการคิดและความเยือกเย็นมากกว่าแฮร์รี่อีก 5555 ต่อไปคือรู้เลยว่าแฮร์รี่น่าจะได้อยู่ในชมรมพ่อบ้านใจกล้า(ไม่รู้ทำไมอยากให้แฮร์รี่เป็นคนกลัวเมีย 55555) และเพราะแฮร์รี่เป็นคนแบบนี้ด้วยหละมั้ง เลยทำให้เดรโกต้องคอยเป็นคนเตือนสติและดึงความคิดของแฮร์รี่อยู่ตลอด

    เศร้าใจที่อาจจะไม่ได้อ่านตอนจบ แต่ไหนๆก็ติดตามมาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไงเราก็จะติดตามต่อไปจนถึงวันสุดท้ายที่คนแต่งจะอัพให้ค่ะ

    เป็นกำลังใจให้เสมอ ^^
    #813
    0
  8. #812 พระเนตรสีเทา (@lovely4898) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 13:19
    ชอบ...ชอบมากไอรี่!ทำไมแกทำตัวงี่เง่าอย่างงี้!ให้เขารักกันเถอะ บอกชอบเดรโกด้วย หนูเดรกแกปากแข็งเซฟก็ปากแข็งไอรี่อีก ปากไม่ตรงกับใจกันทั้งนั้น เมื่อไรจะรักกานนนนนนนนนน รักกันสิ~~~~ร้ากกกกกก!!! //ชี้หน้า
    #812
    0
  9. #811 daddy's direction (@gracecg) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 12:25
    ลุ้นมากกก นึกว่าไรต์จะไม่อัพต่อซะแล้ววว
    อันที่จริงเราเข้าใจไรเตอร์นะที่บางทีก็หายอ่ะ เพราะเราเองก็เแนไรเตอร์ที่ดองนิยายเหมือนกัน
    สุดท้ายนี้เราอยากบอกว่านิยายของไรต์หนุกมากกกก ติดตามๆๆๆ
    #811
    0
  10. #810 Miew Sirikanya (@miew09-snape) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 12:21
    รอๆๆคู่เจมส์กับเซวี่ สู้ๆเอาให้ชนะใจเซวี่ให้ได้ เรื่องลูกปล่อยๆไปก่อน ทำตามหัวใจดีที่สุด
    #810
    0