[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 51 : Frozen Heart: Act V Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    23 เม.ย. 60

Act V

Chapter 10

 



ตอนนี้ศีรษะของเขาตื้อไปหมด สายตาของเขาพลันพร่ามัวขึ้นมาอย่างกะทันหันก่อนจะกลับมาเป็นปกติ เจมส์มองเลยใบหน้าของลูกชายออกไป ขณะที่สมองกำลังพยายามเรียบเรียงข้อมูล โสตประสาทเขาของถูกปิด ชายหนุ่มกำหมัดแน่นเมื่อรู้ตัวว่ามือของเขาสั่น เขาไม่สนใจว่าจดหมายในมือจะยับมากน้อยแค่ไหน ตอนนี้เขาทุ่มความสนใจไปให้กับข้อความในจดหมายนั้นที่ทั้งให้ความกระจ่างและเป็นระเบิดในเวลาเดียวกัน



            ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง แฮร์รี่เองก็ยืนปิดปากเงียบ ร่างสูงหลับตาลงก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆและไล่คิดทบทวนข้อมูลที่เพิ่งได้รับมาอีกครั้ง



            มันเป็นความจริงที่เขาถูกวางยาเสน่ห์ และเป็นแบบที่เขาเคยเจอเมื่อหาข้อมูลในห้องสมุด ความทรงจำของเขาหายไปเกือบหมด ตั้งแต่จบฮอกวอตส์จนถึงหลังแฮร์รี่เกิดไม่นาน ส่วนที่หายไปเกือบสมบูรณ์คือช่วงที่มีเซเวอร์รัส แต่ถ้าความทรงจำส่วนอื่นเขายังพอมีเหลืออยู่บ้าง บางเหตุการณ์เขาเห็นเพียงแต่หมอกควันเลือนราง หรือบางครั้งเขาก็เห็นแต่ภาพที่วิ่งผ่านสายตาไป บางครั้งเขาก็ต้องมีตัวกระตุ้นเพื่อดึงความทรงจำเหล่านั้นขึ้นมา



            เจมส์ขบฟันแน่น มือของเขาไม่รู้สึกเย็นอีกต่อไปแล้ว ชีพจรข้างลำคอของเขาเต้นตุบ ทุกอย่างเป็นฝีมือของลิลี่ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะ—



            มันก็เป็นความผิดของเขาส่วนหนึ่งด้วยไม่ใช่รึไงกัน



            ไม่มีใครสั่งให้เขาไปตามจีบลิลี่ ช่วงนั้นเขาก็แค่อยากจะหาอะไรสนุก ๆทำเล่นฆ่าเวลา ตอนนั้นเซเวอร์รัสกับเขาก็ยังไม่ได้เริ่มคบกันจริงจังด้วยซ้ำ เจมส์หลับตาลงพลางนึกสาปแช่งตัวเองให้กับความไม่รู้จักคิด เขานึกเกลียดตัวเองสมัยเรียนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้



            ถ้าเพียงแต่เขาจะรู้จักอยู่เงียบ ๆ ไม่ไปยุ่งวอแวกับใครเขาบ้าง...



          เขาเป็นคนทำทุกอย่างพังตั้งแต่แรก



            เจมส์ใช้มือข้างหนึ่งก่ายหน้าผาก อกซ้ายของเขาเจ็บแน่น มันเป็นความทรมานที่เขาไม่เคยชินเสียที เพียงแค่คิดว่าจุดเริ่มต้นของทุกอย่างมาจากตัวเขาเอง มันก็ทำให้ชายหนุ่มนึกรังเกียจตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน



            เขาเองที่เป็นคนทำให้ลิลี่ต้องตาย... ต้องทำให้แฮร์รี่ต้องกำพร้าแม่...



            เป็นฝีมือของเจมส์ พอตเตอร์คนนี้นี่ไงที่ทำให้เซเวอร์รัสต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดเพียงลำพังเป็นเวลาหลายสิบปี



            มือปราบมารร่างสูงลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของลูกชายตรงหน้า เขาสบตากับดวงเนตรสีเขียวนิ่ง และการกระทำนั้นก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บมากขึ้นเมื่อเขาเห็นภาพสะท้อนของลิลี่ในดวงตาคู่นั้น



            ลิลี่ที่น่ารักและยิ้มเก่ง... ลิลี่ เอฟเวนส์ ภรรยาของเขา



            เจมส์ถอนหายใจออกมาเบา ๆก่อนจะเปล่งเสียงทำลายความเงียบ เสียงของเขาแหบต่ำกว่าปกติ แต่อย่างน้อยมันก็ยังไม่สั่น



            “พ่อไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง เราสงสัยอะไรก็ถามมาเลย”



            ลิลี่เป็นคนดูแลเขากับแฮร์รี่มาตลอด... ลิลี่ที่คอยบ่นเวลาเขาทำงานจนลืมทานมื้อค่ำ



            แฮร์รี่เสมองไปทางอื่นก่อนที่คำถามแรกจะดังออกจากปาก และมันทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น



            “พ่อกับสเนป... มันเป็นความจริงหรือเปล่าครับ”



            ชายหนุ่มร่างสูงเพิ่งรู้ตัวว่าเขาคิดผิด เมื่อเขาคิดว่าเขาคงจะไม่สามารถรู้สึกไปได้มากกว่านี้แล้ว การได้ยินคำถามนั้นจากลูกชายของเขา— ที่หน้าตาเหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ เจมส์ไม่เคยคิดว่าเขาจะรู้สึกเจ็บได้มากขนาดนี้มาก่อน



            ลิลี่ที่ตื่นเช้ามาเพื่อทำอาหาร... ลิลี่ที่ร่าเริงและทำให้เขายิ้มได้เสมอ



            เจมส์จิกเล็บลงบนฝ่ามือ เขารอให้แฮร์รี่หันกลับมามองหน้าก่อนจะให้ความกระจ่างแก่ข้อสงสัยนั้น



            “จริง... อย่างน้อยก็สมัยเรียนนะ”



            แฮร์รี่เบิกตากว้างขึ้น ลูกชายของเขาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรออกมา แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง



            “ตอนนี้... ตอนนี้พ่อไม่รู้ว่าเขายังคิดแบบเดิมเหมือนตอนนั้นหรือเปล่า”



            เพราะเขากับเซเวอร์รัสยังไม่เคยคุยกันจริงจังและให้คำนิยามกับความสัมพันธ์ของพวกเขาในตอนนี้เลยสักครั้ง



            อดีตคนรัก? คู่อริ? เพื่อนร่วมงาน? เพื่อนสมัยเรียน?



            “แต่สำหรับพ่อ พ่อยังรู้สึกกับเซเวอร์รัสเหมือนเดิม”



            ลูกแมวสีดำของเขา... ลูกสนิชเพียงหนึ่งเดียวของเขา



            รอยยิ้มของลิลี่พลันปรากฎขึ้นมาในหัว ดวงตาคู่สวยของเธอเป็นประกายขณะที่เส้นผมสีแดงเอนอ่อนไปตามแรงลม ลิลี่ยื่นมือมาให้เขาก่อนจะขยับริมฝีปากเพื่อพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ความอบอุ่นประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง



            “ทำไม— ทำไมต้องเป็นสเนป...” แฮร์รี่เม้มริมฝีปากแน่น เด็กหนุ่มตัวสั่นด้วยอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามกักเก็บไว้



            นัยน์เนตรสีรัตติกาลพลันเข้ามาแทนที่ใบหน้าของหญิงสาว เจมส์พลันเห็นรอยยิ้มโศกเศร้าของคนผิวสีซีด เซเวอร์รัสในชุดนักเรียนและผ้าพันคอสีเขียวสลับเงิน ดวงตาของคนตัวเล็กคนนั้นเป็นประกายชั่ววูบก่อนที่หยดน้ำตาจะรินไหลลงมาตามโครงหน้า



            หัวใจของเขาบีบแน่นกว่าเก่า



            “พ่อเป็น... เป็น—” แฮร์รี่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขารู้สึกเกลียดตัวเองเมื่อเห็นว่าต้นเหตุที่ทำให้แฮร์รี่ต้องเสียใจก็คือตัวเขาเอง



            “พ่อ— ชอบ... ชอบผู้ชายจริงหรอครับ”



            ริมฝีปากของเขากระตุก เจมส์ไม่แน่ใจว่าแฮร์รี่ตีความรอยยิ้มของเขาว่าอย่างไร แต่สำหรับมือปราบมารหนุ่มแล้ว เขาคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มที่น่าเกลียดที่สุดที่เคยอยู่บนใบหน้าของเขา



            ไม่หรอก... ไม่ใช่ผู้ชายคนไหนก็ได้



            เจมส์ส่ายหน้าช้า ๆ “ไม่ใช่...”



            แฮร์รี่ขมวดคิ้วเข้าหากันขณะที่ขอบตาของเด็กหนุ่มเริ่มเป็นสีแดง เจมส์ขบฟันแน่นก่อนจะเปล่งเสียงพูดอีกครั้ง



            “แค่เขาคนเดียวเท่านั้น”



            แค่เซเวอร์รัส สเนปคนเดียวเท่านั้น



            แฮร์รี่หน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เจมส์อยากจะเอื้อมมือไปปลอบประโลมลูกชายของเขา ขอร้องให้แฮร์รี่ฟังและให้อภัยเขา แต่ชายหนุ่มรู้ดีว่าเขาไม่สามารถทำได้ เขาไม่มีสิทธิ์ทำหน้าที่นั้นเมื่อเขาเป็นคนทำให้แฮร์รี่มีสีหน้าผิดหวังแบบนั้นเอง



            “ตอบผมมาตามตรง...” เด็กหนุ่มผมดำกัดปากขณะที่น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ เจมส์กัดริมฝีปากขณะบังคับให้ตัวเองสบตากับลูกชายนิ่ง รอให้แฮร์รี่ถามคำถามต่อไป



            “พ่อรักผมบ้างหรือเปล่า”



            เจมส์เบิกตากว้าง เขาพุ่งเข้าไปจับไหล่ของแฮร์รี่ไว้มั่นทั้งสองข้างและย่อตัวลงให้พวกเขาอยู่ในระดับสายตาเดียวกัน



          เขารู้สึกเหมือนว่ามีอะไรแตกหักจากข้างใน



            “แฮร์รี่ พ่อรักลูก อย่าได้คิดอย่างอื่นเชียวนะ”



            “แต่— แต่ว่า...” เด็กหนุ่มผมดำเริ่มสะอื้นน้อย ๆ “ใน— ในจดหมาย แม่พูดเหมือน... เหมือนว่าผมเป็นแค่... ค— ความผิดพลาด เหมือนผมไม่ควร... เกิดมา”



            ในตอนนั้นเองที่หยดน้ำอุ่นเอ่อล้นออกมาจากดวงตาของเขา เจมส์ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาเริ่มร้องไห้ตั้งแต่เมื่อไร แต่เมื่อรู้ตัวอีกที แก้มของเขาก็ชื้นแฉะไปแล้ว



            เขาพยายามกลืนจุกก้อนในลำคอลงไป แต่มันช่างยากเสียเหลือเกิน ภาพความทรงจำที่เป็นเพียงเศษซากชิ้นส่วนเล็ก ๆผลัดกันโผล่ขึ้นมาในหัวของเขา ขณะที่อกซ้ายของเขาบีบแน่น ชีพจรเต้นตุบอยู่ข้างหู มือของเขาวางบนไหล่ทั้งสองข้างของลูกชายเพียงคนเดียวที่ตอนนี้ดูเหมือนแตะหักและเศร้าโศกจนน่าใจหาย



            “แฮร์รี่ มองพ่อ มองหน้าพ่อ” เจมส์ประคองศีรษะลูกชายของเขาด้วยมือทั้งสองข้าง บังคับให้ดวงตาสีเขียวสดใสนั้นสบตากับเขา “มันไม่จริง โอเคไหม พ่อรักลูก แม่เขาก็รักลูก การที่พ่อกับแม่ไม่ใช่คู่รักที่ดีต่อกันหรือการที่พ่อรักใครนอกจากแม่ ไม่ได้แปลว่าพ่อจะไม่รักเรา โอเคไหมครับ”



            ริมฝีปากของแฮร์รี่สั่นขณะที่น้ำตาอีกหยดไหลงลงมาอย่างเงียบเชียบ



            “ทำไมต้องเป็นเขา ผมไม่ชอบเขา...”



            “แฮร์รี่...”



            “ระหว่างเขากับผม— พ่อจะ... พ่อจะเลือกใคร”



            วินาทีนั้นเองที่เจมส์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหล่นลงมาทับตัวเขา ชายหนุ่มคลายมือออกจากศีรษะของแฮร์รี่เล็กน้อยขณะที่นัยน์ตาสีอำพันเบิกกว้าง โสตประสาทของเขาดับไปชั่วขณะ เขาได้ยินเพียงแต่เสียงเต้นตุบของชีพจร เสียงหวีดหวิวประหลาดที่พัดผ่านหูของเขาไป เจมส์มองหน้าแฮร์รี่นิ่งขณะที่ลูกชายของเขากระตุกมุมปากขึ้น



            “ช่างเถอะ ผมไม่ได้อยากรู้แล้ว”



            แฮร์รี่ปัดมือของเขาออกก่อนจะก้าวยาว ๆตรงไปที่ประตู เจมส์หันไปมองพลางส่งเสียงร้องเรียกตามหลัง



            “แฮร์รี่! แฮร์รี่ เดี๋ยวก่อน!”



            แต่ลูกชายของเขาไม่สนใจ เด็กหนุ่มกระชากประตูเปิดออกก่อนจะวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งตามหลังไปแต่ก็ไม่ทันการณ์ เมื่อบันไดหินได้ขยับตัวเปลี่ยนทางไปอีกฝั่งก่อนที่เขาจะได้วิ่งลงไป เจมส์เกาะระเบียงแน่นพลางมองตามแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เคลื่อนออกห่างจากเขามากขึ้นทุกขณะ



            มือปราบมารหนุ่มยกมือขึ้นยีผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เขาเดินไปเดินมาระหว่างห้องเรียนและระเบียงพลางเคี้ยวริมฝีปาก ดวงตาคู่คมฉายแววประหลาดที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกแห่งความทุกข์ทรมาน ขณะที่คำถามสุดท้ายของแฮร์รี่ยังดังก้องไปมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า



          “ระหว่างเขากับผม...”



            เจมส์กุมศีรษะแน่นขณะที่เขารู้สึกเจ็บเกินกว่าจะร้องครวญครางออกมา ตอนนี้ขมับของเขาปวดตุบและสมองของเขาก็ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้นเลยสักนิดเดียว เมื่อสิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นเศษเสี้ยวความทรงจำจากอดีตขณะที่เสียงของแฮร์รี่ยังดังขึ้นซ้ำ ๆ



          “ระหว่างเขากับผม...”



            เขาไม่สามารถรักใครมากกว่าหนึ่งคนงั้นหรอ...



            ชายหนุ่มก้มหัวลง เขายืนคอตกก่อนจะค่อย ๆทิ้งแขนทั้งสองไว้ข้างลำตัว ชายหนุ่มเริ่มใจเย็นลงบ้างแล้ว และนั่นหมายถึงความเศร้าโศกได้โอกาสกัดกินเขาอย่างช้า ๆโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น ดวงตาสีอำพันหม่นแสงลงขณะที่เขามองพื้นกระเบื้องอย่างเหม่อลอย



            เขาควรทำอย่างไรดี...



            มือปราบมารหนุ่มสบถก่อนจะรู้สึกตัวว่าในมือของเขายังมีจดหมายอยู่ ทว่าแผ่นกระดาษยับเยินจนแทบจะไม่สามารถแผ่ออกอ่านได้แล้ว สายตาของเขาเหลือบไปเห็นอัลบั้มรูปที่ไม่รู้ว่าถูกวางทิ้งไว้บนพื้นตั้งแต่เมื่อไร เจมส์เดินไปหยิบมันขึ้นมาก่อนจะหลับตาลง



            แก้มของเขาเปียกชุ่ม ลำคอของเขาตีบตัน เจมส์มั่นใจว่าเขาไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน



            “ระหว่างเขากับผม... พ่อจะเลือกใคร”



            เจมส์ลืมตาขึ้นพลางปาดน้ำตาออก ชายหนุ่มควบคุมจังหวะการหายใจจนกระทั่งกลับมาเป็นปกติ  ร่างสูงสั่นศีรษะเบา ๆราวกับจะไล่ความคิดที่ไม่เป็นประโยชน์ออกไป และนาทีต่อมา ใบหน้าหล่อเหลานั้นก็ปรากฎร่องรอยของความมั่นใจอีกครั้ง เจมส์คว้าเสื้อโค้ทที่แขวนไว้กับเสาเหล็กมาสวมขณะที่ขายาวพาร่างของเขาไปจากห้องเรียน





















เพราะคาบถัดจากวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคือวิชาพยากรณ์ศาสตร์ เด็กหนุ่มผมดำจึงไม่ลังเลที่จะตัดสินใจโดดคาบเรียน แฮร์รี่เดินก้มหน้าไปตามทางพลางไม่สนใจผู้คนที่เดินสวนกับเขา เด็กหนุ่มเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าไปหมดแล้ว แต่เขารู้ดีว่าตาของเขาคงจะไม่หายบวมและจมูกของเขาคงไม่หายแดงง่าย ๆ



            เขาไม่รู้จะไปที่ไหนดี เขาต้องการความเป็นส่วนตัว เขาอยากจะซ่อนตัวอยู่ในที่ที่ไม่มีใครหาเจอ แฮร์รี่ไม่ได้คิดจริงจังว่าเขาจะไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน แต่เมื่อเด็กหนุ่มรู้ตัวอีกที ขาทั้งสองข้างก็พาเขามาหยุดอยู่ที่ประตูห้องเรียนสำรองที่คุ้นเคย



            แฮร์รี่เลื่อนประตูเปิดก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องเรียนที่ว่างเปล่า เขาปิดประตูตามหลังและวางกระเป๋าบนโต๊ะ เด็กหนุ่มผมดำค่อย ๆก้าวผ่านเก้าอี้และโต๊ะที่ถูกจัดวางทิ้งไว้แบบเดิม— เมื่อตอนที่เขากับเดรโกนั่งทานมื้อกลางวันด้วยกันพร้อมกับเพนเทียร์และไรอัล ภาพในวันนั้นยังคงติดตาเขา เช่นเดียวกันกับเสียงหัวเราะที่ครั้งหนึ่งที่เคยดังก้องทำลายความเงียบเหงาของที่แห่งนี้ แฮร์รี่เม้มริมฝีปากพลางไล่ปลายนิ้วไปตามพนักเก้าอี้ที่เดรโกเคยนั่งขณะที่หัวใจของเขาพลันรู้สึกเย็นเฉียบ



            เมื่อเขายืนอยู่เพียงลำพังภายในห้องที่ว่างเปล่านี้โดยปราศจากการมีอยู่ของใครอีกคน แฮร์รี่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะคิดถึงเด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินได้มากขนาดนี้ และแม้แต่ตอนที่เขาหลงทางในความคิดของตัวเอง เมื่อเขาไม่มีที่ไป เด็กหนุ่มผมดำก็เพิ่งมารู้ตัวว่าเขาได้กลับมาที่นี่ ที่ซ่อนลับของเดรโกซึ่งได้กลายเป็นเขตปลอดภัยของเขาไปโดยไม่รู้ตัว



            ริมฝีปากหยักยกขึ้นน้อย ๆให้กับความคิดนั้น ปลายนิ้วของเขาผละจากเก้าอี้มาแตะที่กำไลข้อมือเบา ๆ ดวงตาสีเขียวมองผ่านเลนส์แว่นไปนอกหน้าต่างขณะที่ความเงียบงันได้ปลอบโยนจิตใจของเขาอย่างเชื่องช้า



            แฮร์รี่เดินไปทรุดตัวนั่งลงที่ริมหน้าต่าง ตำแหน่งเดียวกันกับที่เขาเคยเห็นเดรโกนั่ง เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์มองออกไปด้านนอก แสงอาทิตย์สว่างจ้าส่องผ่านเมฆสีเทาหม่นลงมาบนพื้นหิมะ เขาเห็นร่องรอยสีเขียวกระจายอยู่ประปราย ใกล้ถึงเวลาที่ฤดูหนาวจะต้องจากไปแล้ว เด็กหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเอนศีรษะพิงกระจกใสและหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน



            ฤดูหนาวกำลังจะสิ้นสุดลง เขาก็เพียงได้แต่ภาวนาขอให้เรื่องทุกอย่างจบลงในเร็ววันด้วยเช่นกัน



            มือหนาล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นเล็กออกมา เขาพกมันติดตัวไว้ตลอดทั้ง ๆที่จริงแล้วไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษให้ต้องทำอย่างนั้น แต่เขากลับรู้สึกสงบและอบอุ่นทุกครั้งที่มองมัน



            ใบหน้ายิ้มบนกระดาษแผ่นเล็กนี้...



            เด็กหนุ่มร่างสูงลืมตาขึ้นก่อนจะเบนความสนใจมาให้รอยยิ้มที่คนตัวเล็กกว่าเคยวาดส่งมาให้เขา แฮร์รี่ลูบรอยหมึกนั้นเบา ๆพลางคิดถึงสัมผัสอบอุ่นของคน ๆนั้น



            ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เขามีเดรโก มัลฟอยเป็นที่พักพิง...



            สมองของเขากำลังพยายามทบทวนบทสนทนากับเจมส์เมื่อครู่ แต่เด็กหนุ่มปัดมันทิ้ง เขาอยากจะพักหายใจจากเรื่องนี้ เขาอยากจะทิ้งตัวลงนอนโดยไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น แฮร์รี่ยังคงมองใบหน้ายิ้มในมือขณะที่ความคิดของเขาค่อย ๆเป็นรูปเป็นร่าง



            เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์เม้มริมฝีปากน้อย ๆก่อนจะรู้ตัวว่าความรู้สึกที่เขามีในตอนนี้ช่างน่าสับสนและยุ่งเหยิง เขาทั้งตกใจ ประหลาดใจ โกรธ เสียใจและรู้สึกไร้ค่าในเวลาเดียวกัน แต่เขากลับยังเจอมุมเล็ก ๆที่ทำให้เขาสงบลงได้อย่างง่ายดาย เด็กหนุ่มยกยิ้มขึ้นน้อย ๆให้กับใบหน้ายิ้มในมือก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง



            ช่างมันเถอะ... ไม่ว่าจะเป็นอะไรในตอนนี้ก็ปล่อยมันไปก่อน



            เขาอยากจะอยู่เงียบ ๆแบบนี้สักพักก่อนจะต้องออกไปเผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็นจริง





















เดรโก มัลฟอยรู้สึกตะขิดตะขวงใจตั้งแต่ไม่เห็นคนตัวสูงกับรอยแผลเป็นนั่นเมื่อเกรนเจอร์กับวีสลีย์เดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่แค่สองคน คนตัวเล็กลอบสังเกตการณ์เงียบ ๆจากโต๊ะบ้านสลิธีริน เขามองดูทั้งสองคนนั่นนั่งลงทานมื้อกลางวันพลางนึกสงสัยว่าเจ้าหัวแผลเป็นหายไปไหน



            คนผมบลอนด์แอบสังเกตดูท่าทางของเกรนเจอร์และวีสลีย์ที่ดูไม่ค่อยจะทุกข์ร้อนอะไรเท่าไร บางทีพอตเตอร์อาจจะแค่ติดงานหรือคุยกับอาจารณ์สักคน หรือไม่ก็คงจะโดนกักบริเวณอยู่สักที่



            สายตาของเขาเหลือบไปมองโต๊ะของเหล่าคณาจารย์อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันกลับไปมองอีกรอบเมื่อพบว่าที่นั่งของเซเวอร์รัสว่างเปล่า เด็กหนุ่มร่างบางเบนสายตากลับมามองเด็กบ้านกริฟฟินดอร์สองคนที่ลุกขึ้นจากโต๊ะพร้อมอาหารในมือ เกรนเจอร์และวีสลีย์เดินออกไปจากห้องโถงใหญ่ในนาทีถัดมา และนั่นจึงทำให้เดรโกค่อนข้างมั่นใจว่ามันจะต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่างแน่ ๆ



            เด็กหนุ่มกัดลิ้นเรียกสติของตัวเองกลับมาพลางเน้นย้ำเป็นรอบที่ร้อยว่า นักบุญพอตเตอร์จะมีปัญหาอะไรยังไงมันก็ไม่ใช่ธุระของเขา เขาก็ยังไม่ชอบเจ้าหัวแผลเป็นรายนั้นเหมือนเดิม เขาไม่ได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายดูโดดเดี่ยวหรือต้องการให้คนกอดเลยสักนิดเดียว



            เดรโกถอนหายใจก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ ความคิดสุดท้ายของเขาก่อนที่ความสนใจทั้งหมดจะเทไปให้บทสนทนาระหว่างเบลสและแพนซี่คือ เขาไม่ได้เป็นห่วงแฮร์รี่ พอตเตอร์เลยแม้แต่น้อย



            ไม่เลยสักนิด...





















มันเป็นอีกหนึ่งวันที่เซเวอร์รัสไม่ได้ไปทานมื้อกลางวัน



            ชายหนุ่มผมดำบอกกับตัวเองเช่นกันว่าเขาไม่ได้รู้สึกผิดหวังเลยสักนิดเมื่อไม่เห็นวี่แววของถาดอาหารบนโต๊ะ มันดีเสียอีกเมื่อร่างบางมองโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่านั้นเป็นสัญญาณว่าเจมส์ไม่ได้ใส่ใจเขา และนั่นหมายความว่าเจมส์ พอตเตอร์ไม่ได้คิดถึงเขา



            แต่เซเวอร์รัส สเนปไม่โง่พอที่จะหลอกตัวเองได้ว่เขาไม่รู้สึกเจ็บ



            ศาสตราจารย์ผมดำถอนหายใจให้กับความคิดฟุ้งซ่านที่โผล่ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เขาดึงสมาธิกลับมาจดจ่อกับงานตรงหน้า เขายังมีเรียงความของเด็กปีหกทั้งระดับต้องตรวจ รวมทั้งตรวจสอบคุณภาพน้ำยาของเด็กปีสองที่ตอนนี้วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะข้าง ๆ ชายหนุ่มสั่นศีรษะให้กับตัวเองพลางคิดว่าเขาไม่มีเวลามาคิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องทั้ง ๆที่ยังมีงานอีกมากต้องสะสาง



            ดอกกุหลาบสีขาวยังคงอยู่ดีในแจกันที่มุมห้อง เขาไม่ลืมที่จะจับมันแช่น้ำเอาไว้เพื่อให้ดอกไม้เหี่ยวช้าลง มันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คอยเรียกความสนใจจากเขาทั้ง ๆที่เขาตั้งมันไว้ห่างจากสายตามากที่สุดแล้ว นึกแล้วก็น่าขันที่ควมคิดของเขากระจัดกระจายไปไกลแค่เพียงเพราะดอกกุหลาบดอกเดียว



            เซเวอร์รัสถอนหายใจออกมาอีกรอบก่อนจะกลับมาจดจ่อกับเรียงความตรงหน้าอีกครั้ง ชายหนุ่มร่างโปร่งเพิ่งจะกลับมามีสมาธิและกำลังอ่านย่อหน้าที่สามอยู่เมื่อจู่ ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น อาจารย์ผมดำเปล่งเสียงอนุญาตโดยไม่แม้แต่จะใส่ใจเงยหน้าขึ้นมาจากแผ่นกระดาษ



            “เชิญ”



            เสียงฝีเท้าดังลอดเข้าโสตประสาทพร้อมกับเสียงประตูที่ปิดลง ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาเหลือบมองผู้มาใหม่อย่างไม่สนใจก่อนจะขีดฆ่าประโยคในเรียงความ เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับการแก้จุดที่ผิดจนไม่ได้มองว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือใคร



            “เซเวอร์รัส”



            มือบางที่กำลังเขียนงานด้วยหมึกสีแดงชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบกับชายหนุ่มร่างสูงที่เขาไม่เจอมาสักพัก เซเวอร์รัสกำลังจะต่อว่าอีกฝ่ายเมื่อเขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง



            “เราต้องคุยกัน”



            คนผมประบ่าขมวดคิ้วให้กับน้ำเสียงจริงจังนั้น เขาโบกไม้กายสิทธิ์ร่ายคาถากักเสียงก่อนจะวางมือจากงานตรงหน้า ผายมือไปยังเก้าอี้ให้คนตัวสูงกว่านั่ง แต่เจมส์ไม่สนใจ มือปราบมารร่างสูงเดินเข้าใกล้โต๊ะทำงานของเขามากขึ้นก่อนจะวางมือทั้งสองลงบนโต๊ะและก้มตัวลงต่ำ



            เซเวอร์รัสใช้เวลาช่วงสั้น ๆในการสำรวจใบหน้าคมสันที่เขาคุ้นตาดี บนแก้มของเจมส์มีร่องรอยบางอย่างและเมื่อเขามองเลยไปยังดวงตาสีอำพัน เขาจึงรู้ว่ามันเป็นคราบน้ำตา เส้นผมสีเข้มที่ปกติก็ยุ่งไม่เป็นทรงอยู่แล้ว ตอนนี้กลับกระเซอะกระเซิงยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ขอบตาของเจมส์แดงและบวมน้อย ๆ ร่างสูงกำลังขบฟันแน่นส่งผลให้แนวกรามของเจ้าตัวนูนออกมา บรรยากาศความเคร่งเครียดแผ่ออกมารอบ ๆ และนั่นจึงทำให้คนตัวเล็กกว่ารู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งมันไม่มีทางเป็นสิ่งดี ๆไปได้อย่างแน่นอน



            “มีอะไร?” เขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ ไม่ขยับตัวถอยห่างหรือเข้าใกล้อีกฝ่าย เซเวอร์รัสมองเห็นความเจ็บปวดที่ปรากฎขึ้นชั่ววูบนั้นก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ชีพจรของเขาเริ่มเต้นเร็วขึ้นก่อนที่คนตัวสูงกว่าจะวางบางอย่างลงบนโต๊ะ



            “แฮร์รี่รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว” เปลือกตาของเขากระตุก ไม่ต้องถามคนตรงหน้าไปมากกว่านี้เขาก็รู้ดีว่าเจมส์หมายถึงอะไร “แฮร์รี่เจอจดหมายนี่”



            เซเวอร์รัสก้มลงมองจดหมายที่ยับยู่ยี่ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้น เขาเอื้อมมืออันสั่นเทาไปคลี่กระดาษออกอ่าน และสิ่งแรกที่เขาเห็นคือลายมือของลิลี่ เอฟเวนส์— ลายมือที่เมื่อไรเขาก็จำได้เสมอ



            ชายหนุ่มร่างโปร่งเม้มริมฝีปากแน่นขณะที่สายตาไล่ไปตามตัวอักษร โสตประสาทของเขาพลันถูกปิดลง เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรไปมากกว่าความอื้ออึงในหูทั้งสองข้าง ชีพจรของเขาเต้นรัว ขอบตาของเขาร้อนผ่าวขณะที่ลำคอของเขาตีบตัน อารมณ์ความรู้สึกมากมายก่อตัวขึ้นโดยที่เขาแทบจะไม่สามารถควบคุมมันได้เลยสักนิดเดียว



            ภาพรอยยิ้มของลิลี่พลันโผล่ขึ้นมาในความคิด ความอบอุ่นและความจริงใจที่เขาสัมผัสได้จากเธอกลับดูห่างไกลสำหรับเขาขึ้นมากะทันหัน เซเวอร์รัสหลับตาลงขณะที่ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ร่างโปร่งขบฟันแน่น พยายามอดกลั้นความเศร้าโศกเอาไว้ไม่ให้มันปะทุออกมา พยายามไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกทรยศมาตั้งแต่แรก เขาคิดถึงเด็กหญิงผมแดงที่เขารู้จักตั้งแต่เด็ก ลิลี่ เอฟเวนส์ที่เขารู้สึกรักและไว้วางใจเสมอ เธอคนที่ดีกว่าจะมีคนอย่างเขาเป็นเพื่อน



            มือเรียวค่อย ๆวางจดหมายลงก่อนจะกำมือแน่นเพื่อซ่อนไม่ให้เจมส์เห็นว่ามือของเขาสั่นมากแค่ไหน เซเวอร์รัสสูดลมหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะค่อย ๆผ่อนออก เขาลืมตาขึ้น เจมส์ยังคงยืนค้ำตัวเหนือโต๊ะทำงานพลางจ้องมาที่เขาอย่างคาดคั้น อาจารย์วิชาปรุงยารู้สึกว่าริมฝีปากของเขาแห้งผาก ร่างบางสบตากับคนตัวสูงกว่านิ่งก่อนที่เสียงแผ่วเบาจะลอดออกมาทำลายความเงียบ



            “นั่งลงและเล่าให้ฉันฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”



            มือปราบมารร่างสูงทำตามในทันที เจมส์ทรุดตัวลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเขาก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น บทสนทนาของเจมส์กับแฮร์รี่ ขณะที่คนตัวเล็กกว่าพยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ หัวใจของเขาเต้นแรงจนเจ็บ เซเวอร์รัสยกมือขึ้นนวดขมับที่เริ่มปวดตุบพลางพยายามคิดหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย



            ความเงียบได้ก่อตัวและครอบครองทุกอาณาบริเวณอีกครั้งเมื่อเสียงทุ้มพลันเงียบลง เซเวอร์รัสรู้สึกได้ถึงสายตาของอีกฝ่ายที่กำลังจับจ้องเขาอยู่ แต่ร่างบางไม่สนใจ สายตาของเขายังคงนิ่งอยู่บนแผ่นกระดาษยับเยินนี้ สมองของเขายังรู้สึกตื้อและเขาพบว่ามันยากเหลือเกินที่จะบอกว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร



            ศาสตราจารย์ผมดำถอนหายใจ เขาหลับตาลงชั่วครู่พลางซึมซับความสงบเงียบชั่วขณะหนึ่ง และนาทีต่อมาเมื่อเขาจัดการกลืนจุกก้อนในลำคอลงได้สำเร็จ น้ำเสียงเรียบนิ่งก็ดังลอดออกจากปากของเขา



            “นายเลือกแฮร์รี่ นายควรตอบว่านายเลือกเขา”



            เจมส์กะพริบตามองเขาก่อนที่คิ้วเข้มนั้นจะขมวดเข้าหากันเมื่อเจ้าตัวรู้ว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น



            “ฉะ— ฉันหูฝาดหรือเปล่า เซเวอร์รัส”



            ร่างบางยังคงนวดขมับที่ปวดตุบนิ่งพลางพยายามคุมเสียงของตัวเองไม่ให้สั่น “เปล่า ฉันพูดจริง”



            บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองคนพลันตึงเครียดและอึดอัด เจมส์กัดฟันแน่นพลางพยายามสบตาเขา เซเวอร์รัสพบว่าเขาไม่สามารถสู้สายตาดุดันนั้นได้เลยแม้แต่น้อย อาจารย์หนุ่มร่างโปร่งจึงตัดสินใจที่จะจบเรื่องทุกอย่างระหว่างพวกเขาลงอย่างที่เขาตั้งใจมาตลอด



            “ฉัน... ฉันคิดจะบอกนายมาสักพักแล้ว” เขากัดริมฝีปากเมื่อเห็นว่าสีหน้าของเจมส์แข็งกร้าวขึ้น ดวงตาสีอำพันนั้นลุกโชนราวกับเปลวไฟ “ฉันคิดว่าเราควรมาพูดเรื่องนี้ ความสัมพันธ์ของเราสองคน— ตอนนี้มันคืออะไรกันแน่?”



            “เซเวอร์รัส...”



            อาจารย์ร่างบางจิกเล็บลงบนฝ่ามือ เตือนตัวเองไม่ให้หลงใจอ่อนให้กับน้ำเสียงอ้อนวอนที่ดังออกมาจากคนตรงหน้า เซเวอร์รัสพูดต่อไปราวกับเขาไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น



            “ตอนนี้เราเป็นอะไรกันแน่ พอตเตอร์? เพื่อนร่วมงาน คนรู้จักหรือคู่อริ? ถ้านายจะบอกว่าเราเป็นคู่รักกัน เรื่องพวกนั้นมันเป็นแค่อดีตนะ เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในอดีตกันทั้งคู่”



            “เซเวอร์รัส...” เจมส์หลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะลืมตาขึ้น เขาเห็นความผิดหวังที่ฉายชัดในดวงตาของอีกฝ่าย มันมองตรงมาที่เขา และร่างโปร่งรู้ดีว่าเขาคือที่มาของแววตานั้น เซเวอร์รัสรู้สึกเหมือนเขาหายใจไม่ออกก่อนที่คนตัวสูงกว่าจะพูดต่อ



            “...อย่าพูดเหมือนว่าตอนนี้นายรู้สึกต่างไปจากเดิม เพราะเราต่างก็รู้ว่ามันไม่จริง”



            “เจมส์...” ชื่อของคนตัวสูง วิธีที่ลิ้นของเขาขยับเพื่อเรียกชื่ออีกฝ่าย เซเวอร์รัสพบว่ามันยากที่จะบอกตัวเองว่าความรู้สึกเหล่านั้นเป็นแค่เรื่องโกหก เขากำหมัดแน่น บังคับไม่ให้ตัวเองเอื้อมมือไปปลอบคนตรงหน้า สัมผัสกับแนวกรามและแก้มที่ยังปรากฎคราบน้ำตาอยู่ “เรื่องมันนานมาแล้ว มันควรจบตั้งแต่วันนั้น ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะใคร มันก็เกิดไปแล้ว เราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขมันได้ ไม่อย่างนั้นมันจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง”



            “ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของนาย ฉันรู้ว่านายกลับมาที่นี่หลังจากที่นายมีความฝันพวกนั้น พยายามที่จะหาคำตอบให้ได้ว่านายเห็นใคร...” ในทันใดนั้นเองที่ภาพเด็กหนุ่มที่ถูกแช่แข็งอยู่ท่ามกลางทุ่งหิมะก็ปรากฎขึ้นมาในหัว แต่เขารู้ดีว่าเขาเห็นมันเพราะเขาเคยเข้าไปสำรวจความทรงจำของคนตรงหน้า “...แล้วนายก็เจอฉัน เราเจอกันอีกครั้ง”



            และในที่สุดเขาก็ไม่สามารถทนต่อแรงกระตุ้นนั้นได้ เขาเอื้อมมือไปปาดน้ำตาบนแก้มของอีกฝ่ายเบา ๆเมื่อมันหยดลงมาอีกครั้ง ก่อนที่จะประคองใบหน้านั้นไว้ในมือทั้งสองข้าง เซเวอร์รัสคลี่ยิ้มน้อย ๆก่อนจะกล่าวต่อไปว่า



            “เจมส์ มันจริงอยู่ที่ฉันไม่ได้รู้สึกเปลี่ยนไปจากเดิม แต่เราไม่ได้เป็นเด็กนักเรียนอีกแล้ว เราต่างก็มีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำให้ดี เราต่างก็มีความรับผิดชอบ” คนตัวสูงกว่าหลับตาลงรับสัมผัสจากมือของเขา เจมส์ยกมือขึ้นแนบกับหลังมือของเขาขณะที่น้ำตายังคงรินไหลงลงมาตามโครงหน้าหล่อเหลาอย่างเงียบเชียบ



            “นายมีแฮร์รี่ เขาต้องการนาย ลูกชายของนายต้องการพ่อนะ เขาเสียแม่ไปแล้ว ฉันไม่อยากให้เด็กคนนั้นต้องเสียพ่อไปอีกคน”



            มันเป็นความผิดของเขาที่ลิลี่ตาย



            ถึงแม้ว่าจะมีจดหมายฉบับนี้— คำสารภาพจากลิลี่ว่าเธอทำผิดต่อเขาอย่างไร ยังไงความจริงก็คือความจริง เธออาจทำให้เจมส์กับเขาแยกทางกัน แต่เขาเป็นคนที่นำความตายไปหาเธอ



            “ฉันรู้ว่านายรักเขามาก ได้โปรดเถอะ เจมส์ อย่าทอดทิ้งเด็กคนนั้นเพราะฉัน” เซเวอร์รัสใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดน้ำตาบนแก้มของเจมส์อย่างอ่อนโยน “ฉันไม่มีค่าพอสำหรับนาย นายไม่ควรจะมาเสียเวลาหรือเสียอะไรไปเพื่อฉัน เพราะฉะนั้น เจมส์ กลับไปหาแฮร์รี่ ไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง”



            ร่างสูงยึดข้อมือของเขาไว้แน่น เจมส์ลืมตาขึ้นมามองเขา ดวงตาคู่คมนั้นสั่นระริกและเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา เซเวอร์รัสกัดฟันแน่นพลางสบตากับอีกฝ่ายนิ่ง พยายามย้ำกับตัวเองไม่ให้หวั่นไหวไปกับสีหน้าของอีกฝ่าย



            “ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เจมส์ เราไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว เราทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว”



            “นายอาจจะบอกว่านายไม่มีค่าอะไร แต่นายมีค่าที่สุดสำหรับฉัน” คนตัวสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เซเวอร์รัส นายไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย”



            คนตัวเล็กเบือนหน้าหนีพลางผละมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย “ฉันว่าข้อนั้นเราก็รู้ดีกันอยู่ ฉันมีเหตุผลอีกเป็นร้อยข้อพันข้อที่พิสูจน์ได้ว่าเราไม่ควรอยู่ด้วยกัน”



            “เช่นอะไร เพราะฉันมีลูกแล้ว งั้นหรอ? หรือเพราะว่าผู้ชายอย่างเรายังไม่มีที่ยืนในสังคม?”



            “เจมส์ ขอร้องล่ะ ฉันไม่อยากพูดความจริงที่สุดที่นายมองข้ามไป...” เซเวอร์รัสซุกใบหน้าลงบนฝ่ามือ ขอบตาของเขาร้อนเกินกว่าที่เขาจะคุมไหว จุกก้อนในลำคอก็กลับมาอีกครั้ง สมองของเขานึกย้อนไปถึงจูบของพวกเขาบนต้นอลาสเทียร์ เขานึกย้อนไปถึงเจมส์ที่คุกเข่าลงต่อหน้า— ยัดเยียดไม้กายสิทธิ์ของตัวเองให้เขาใช้พินิจใจ เซเวอร์รัสกัดริมฝีปากแน่นขนเขาได้กลิ่นคาวเลือด



            ไหล่ของเขาสั่นไหว และเซเวอร์รัสเกลียดตัวเองที่เขาไม่สามารถกำจัดความอ่อนแอนี้ไปได้เสียที



            “เซเวอร์รัส เราหาทางออกด้วยกันได้ เราอธิบายให้แฮร์รี่เข้าใจได้—”



            “นายคิดว่าลูกนายจะรับได้หรอ ว่าพ่อของตัวเองชอบผู้ชาย” ร่างบางสะบัดหน้ากลับมาพูดเหน็บมือปราบมารร่างสูง “อย่าคิดแง่ดีไปหน่อยเลย แค่จากที่ฉันฟังนายเล่ามา นั่นเป็นปฏิกิริยาของคนที่รับไม่ได้ชัด ๆ”



            “ฉันคิดว่าเขายังช็อคอยู่มากกว่า—”



            “แล้วนายจะอธิบายยังไงเรื่องที่มือปราบมารคบกับผู้เสพความตาย”



            คำสุดท้ายที่ดังออกจากปากของเขาเปรียบเสมือนคำประกาศิต เจมส์เบิกตากว้างขณะที่ใบหน้าคมพลันกร้าวขึ้นอีกครั้ง เซเวอร์รัสกระตุกยิ้มที่มุมปาก เมินเฉยต่อความเจ็บแน่นที่อกซ้ายและพูดต่อว่า



            “ดูนายสิ นายเองก็ยังรับเรื่องที่ฉันเป็นหนึ่งในพวกนั้นไม่ได้เลย แล้วนายจะคาดหวังอะไรจากเราในตอนนี้ เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”



            เขาเกลียดตัวเองที่พูดแบบนั้นออกไป...



            แต่เห็นได้ชัดว่าเจมส์มองข้ามเรื่องนี้ไปเสียสนิท



            เซเวอร์รัสสบตากับคนตัวสูงกว่า เขามองความเปลี่ยนแปลงภายในดวงตาสีอำพันด้วยหัวใจที่เต้นรัว เขาพูดมันออกไปแล้ว พูดคำที่เหมือนกับคำสาป คำสั่งประหารที่ไม่มีใครอยากได้ยิน ร่างบางมองความตกใจ ความรังเกียจ ความสับสนที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของร่างสูงนิ่ง ไม่แยแสต่อความชื้นแฉะที่ค่อย ๆไหลลงมาตามโครงหน้าของเขาอย่างเงียบเชียบ



            เขารู้ว่ามันต้องยากสำหรับมื่อเอาความจริงในข้อนี้มาพูด แต่เซเวอร์รัสมั่นใจว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะจบความสัมพันธ์ไร้คำนิยามของพวกเขาในตอนนี้



            คนตัวสูงกว่าไม่เอ่ยปากพูดอะไรทั้งนั้น เจมส์เพียงแต่มองหน้าเขานิ่ง และในที่สุดก็เป็นเขาอีกเช่นเคยที่เป็นคนผละสายตาออกมาก่อน



            “ไปหาแฮร์รี่เถอะ ไปอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเราไม่ได้มีอะไรกันอีกต่อไปแล้ว”



            มันก็เป็นแค่เรื่องในอดีตเท่านั้น...



            อึดใจต่อมา เจมส์ก็ลุกขึ้นยืนและก้าวยาว ๆออกไปจากห้องโดยไม่เอ่ยปากพูดใด ๆทั้งสิ้น เซเวอร์รัสถือว่านั่นเป็นความสำเร็จสำหรับเขา อาจารย์ร่างบางมองประตูที่ปิดตามหลังอีกฝ่ายก่อนจะหลุบสายตามาที่พื้น เขาหลับตาลงขณะที่น้ำตายังไม่หยุดไหล



            เขาทำถูกแล้ว... เขาทำดีแล้ว...



            มือขวาของคนตัวเล็กเลื่อนมาจับแขนซ้ายของตัวเองอย่างเหม่อลอย เขากำรอบบริเวณที่ตรามารประทับอยู่ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ



            เขานี่มันน่าสมเพชจริง ๆ...















-tbc.



[Talk]


ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าเขียนแล้วดราม่าได้มากแค่ไหน ฮือ

แต่เรื่องนี้มันค่อนข้างไม่มีอะไรหวือหวาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คืออยากเขียนเน้นพัฒนาการของตัวละครมากกว่า (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขียนออกมาได้ดีแค่ไหน เขียนแบบงง ๆ ขาด ๆหาย ๆเช่นเดียวกับสติที่ไม่ค่อยจะมี)

ภาษาก็เป็นความชอบส่วนตัวล้วน ๆ เน้นลื่นไหลพลิ้ว ๆ 5555 (เมื่อก่อนชอบภาษาสวยม้ากกก ตอนนี้ก็ชอบอยู่ แต่ปรับตามปัจจัยอื่น ๆไปแล้ว ภาษาตอนนี้เลยเรียบไปเลยถ้าเทียบกับเมื่อก่อน)

คือเป็นคนเขียนแนวมุ้งมิ้งไม่เก่ง (ไม่เป็นก็ได้ ไม่ต้องไม่เก่งหรอก) คิดอะไรก็เปลี่ยนเป็นแนวดราม่าไม่ก็มีความงง ๆในตัวได้เฉยเลย (ฟิคเรื่องอื่นนี้เห็นชัด บางเรื่องแบบ ต้องการจะสื่ออะไรที่ไม่เกี่ยวกับความวายก็มี 5555555)

ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคยาวเรื่องแรกที่เขียน ตั้งแต่สมัยละอ่อนยันแก่แล้ว อมก. เป็นฟิคที่เรียกว่าโตมาด้วยกันกับผมเลย เห็นได้จากความหลากหลายของเวอร์ชั่นยันมาปัจจุบัน มันเป็นการเดินทางที่แสนยาวไกล.

ตอนแรกไม่คิดว่าจะพล่ามอะไรเยอะขนาดนี้ แต่บทก่อน ๆไม่ค่อยได้พูดเลย พอพิมพ์ออกมาก็เยอะเฉยเลย ขออภัยสำหรับความเพ้อเจ้อนี้ด้วยครับ._.




ปล. เซอร์เวย์ความสนใจจะปิดวันที่ 3 พ.ค. 60 นี้นะ!

ปลล. บทนี้อาจจะเป็นบทสุดท้ายที่จะอัพนะครับ



ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกวิว ทุกคอมเมนท์ครับผม <3












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #990 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 21:36
    เจ็บอ่ะ แฮร์รี่เราเข้าใจว่สมันยากนะ แต่การที่เธอถามพ่อว่ารักผมไหม แล้วพยายามบังคับให้เขาเลือกอ่ะ เห็นแก่ตัวไปป่ะวะ อย่าว่าแต่ดจมส์รักเธอไหมเลย เธอรักเจมส์ไหมด้วยเถอะ
    #990
    0
  2. #951 Hayeon22 (@Hayeon22) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 11:05
    ดราม่าพอแล้ว.. พอเถอะ... กินอย่างอื่นบ้าง
    #951
    0
  3. วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 11:40
    พอตตี้ แกจะพูดกับพ่ออย่างงี้ได้ไงกันย่ะ??? ทั้งที่นายก็ชอบผู้ชายด้วยกันนิย่ะ?!?!!?!?!?!?!?!?!??!=_=+++
    ห๊าาาาาาาาาาาาาา ตอบบบบบบบบบบบบบ
    (เศร้าคู่พ่อมากกกกกกกก)T^T
    #844
    0
  4. #809 Miew Sirikanya (@miew09-snape) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 18:15
    เซฟวี่น่าสงสารอ่ะ น่าตบนักนังแฮร์รี่ เด็กบ้า ขนาดตัวเองยังชอบผู้ชายเลยแค่ทำไม่เป็นยอมรับไม่ได้//เบะปากมองบน
    #809
    0
  5. #808 เงา (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:38
    แงงงงงง ฮืออออ รี่ เด็กบ้าาา ยอมรับไปเถอะะะ เซฟวี่ไม่เป็นไรอย่าร้องไห้ มาต่อเร็วๆนะคะ ฮืออออ
    #808
    0
  6. #807 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 19:29
    มันเศร้ามาก
    #807
    0
  7. #806 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 19:29
    มันเศร้ามาก
    #806
    0
  8. #805 daddy's direction (@gracecg) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 14:28
    อย่าให้มันเป็นบทสุดท้ายเลยไรท์ กลับมาอัพต่อเถอะ pleaseeeeeee
    #805
    0
  9. #804 furfurn (@furfurn) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 11:31
    หลังจากที่อ่านจบอยากจะบอกคุณไรท์เรื่องดราม่า 
    ตอนนี้เป็นตอนที่ดราม่าสำหรับเรามากเลยค่ะ ดาเมจแบบรุนแรง
    ไม่ใช่ทำนองว่าร้องไห้น้ำตาไหล แต่เป็นความรู้สึกที่อึดอัด
    หม่นแล้วเป็นสีเทามากแบบโคตร ๆ (ขออนุญาตหยาบนะคะ)
    มันไม่ได้หวือหวาก็จริงแต่เข้าใจทุกความรู้สึกของตัวละครนะคะ
    เหตุผลทที่เลือก เหตุผลที่กระทำ ทุกอย่างอินี่อินจัดมากเลยค่ะ 
    กราบไรท์แบบเบญจางคประดิษฐ์ เราชอบความเทาหม่นนี้----

    เรื่องของแฮรี่ ถึงแม้ว่าจะอยากให้เขาสังเกตอะไรให้มากขึ้น
    เพื่อบางอย่าง แต่ด้วยความเป็นเด็กของเขานั่นแหละค่ะทำให้
    เราพูดไม่ออกแล้วอยากส่งหนูเดรไปปลอบพ่อหัวฟูตัวยุ่ง
    คือว่าหมั่นเขี้ยวนะตะแต่สงสารมากกว่า ฮา เจอเรื่องแบบนี้
    กว่าจะกลั่นคำพูดว่าให้พ่อเลือกได้นี่ นายต้องแกร่งขนาดไหนกันนะ
     
    เราแอบชอบจังหวะของไรท์ด้วยนะคะ กับการเว้นบรรยายของแต่ละคน
    ไหลลื่นแล้วพอดีมากเลยค่ะ ฮือออออออ

    ในส่วนตอนของรุ่นใหญ่ การแสดงและบทพูดก็เลยต้องเล่นใหญ่
    ความสับสน ความตึงเครียด เรื่องที่ต้องคิดมันมีเยอะมาก ๆ 
    ในคู่นี้ จนคำว่า สำเร็จ ที่เซเวอรัสนึกออกมาหลังปิดประคูนี่จุก
    จุกขั้นสุด...ให้หนูเดรไปกอดแฮรี่แล้ว เพราะฉะนั้นของอุปทานตัวเองไปกอด
    เซเวอรัสนะคะ---- ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจเจมส์แต่ว่าแบบ ลำเอียงอ่ะค่ะ //ผิด
    ตลอดเวลาที่อ่านมาจนถึงตอนนั่งคุยกันหรือหลังคุยกันนี้ มันทำให้รู้สึกว่า
    รทั้งคู่เป็นเส้นด้ายที่เดี๋ยวตึงเดี๋ยวหย่อน หย่อนแบบที่เหมือนจะคลาย
    แต่ก็ไม่ได้คลาย พอตึงก็ตึงจนรู้สึกว่าจะแก้ปมนี้ออกไม่ได้แล้ว
    (เป็นความหม่นที่ชอบจริง ๆ ค่ะ) แต่เกลียดมากตอนฉากหันหลังปิดประตู
    แม้ว่าจะ เออ ไปนั่งเงียบ ๆ คนละฝั่งก่อนไป ทั้งสองคนนั่นแหละ
    มาตอนนี้ก็มีแต่สลักคลายแล้วก็ตู้ม... 

    ให้เวลาเป็นต้องช่วยแล้วกันค่ะ ดูเหมือนจะดีที่สุดแล้วสำหรับทุกคนเลย
    จริง ๆ อยากจับขังสี่ให้คุยกัน ไม่เข้าใจไม่ต้องออกเดี๋ยวส่งข้างส่งน้ำ
    ให้ไม่ต้องห่วง ข้างนอกรอได้และเชียร์มาก แค่ก ๆ
    สุดท้าย ขอบคุณไรท์ด้วยนะคะ แล้วก็ นี่ตอนสุดท้ายเหรอคะ 
    ข้าน้อยยังค้างติดบนต้นไม้อยู่เลยค่ะ T___T )
    #804
    0
  10. #803 pd_72 (@DD_Ten) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 08:07
    ไม่อย่าให้เป็นบทสุดท้าย ฮืออ ค้าง ค้างมากจริงๆ
    แฮรี่ก็ทำตัวเด็กเกิน แน่จริงอย่าชอบเดรกสิ ฮือออ
    ตอนนี้สงสารเจมส์กับสเนปมาก และอยากถีบแฮรี่สุด ;____;
    #803
    0
  11. #802 Pa_riii_pie (@Pa_riii_pie) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 00:05
    ไรท์อย่าให้บทนี้เป็นบทสุดท้ายสิ-- อุตส่าห์กรอกแบบสอบถามเป็นสิบกว่ารอบนะเนี่ย555 มาต่อไวๆนะคะ ได้โปรดดด
    #802
    0
  12. #801 Haiiro Sakana (@gamhunter) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 21:43
    รี่ไม่น่าถามว่าให้เจมส์เลือกใครเลย =_=

    นายไม่เข้าใจความรู้สึกนั้นเหรอแฮร์รี่! ไม่ใช่ว่าเขาชอบผู้ชาย แต่แค่คนที่เขารักเป็นผู้ชายเท่านั้นเอง เหมือนกับเดรโกยังไงล่ะ!!!
    //"ฉันเกี่ยวอะไรด้วย!" เดรโกหันมาแว้ดใส่
    #801
    0
  13. #800 happy-sin (@happy-sin) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 19:47
    ...รี่ๆ คิดต่ออีกนิดก็ได้ พ่อเค้ากำลังทำร้ายหัวใจของตัวเองแล้ว
    #800
    0
  14. #799 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 17:56
    แงๆๆๆๆๆๆ หน่วงอ่าาาาา โฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สร้างครอบครัวใหม่ไม่ได้หยอออออออออออออออออออออ เจมส์ เซฟ หนูรี่ พ่อ แม่ ลูก
    #799
    0
  15. #798 allxer (@FaunzEr) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 14:13
    แฮรี่ว่าเจมส์ไม่ดูตัวเองเล้ย ตัวเองก็ยังคิดถึงเดรโกอยู่แท้ๆ สงสารเซเวอร์รัสจัง ฝืนใจสุดๆ
    #798
    0
  16. วันที่ 23 เมษายน 2560 / 13:58
    ตอนแรกก็สงสารแฮร์รี่อยู่หรอก แต่พอแกเอ่ยปากให้พ่อเลือกระหว่างตัวเองหรือเซฟเท่านั้นแหละ ฉันหมั่นไส้แกขึ้นมาทันทีเลย 555

    หลังจากนี้หวังว่าแกจะกลับไปนั่งคิดทบทวนอะไรบางอย่างนะแฮร์รี่ เห้ออออ ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ดีแล้วเชียว มันจะไม่จบง่ายๆสินะ มันจะไม่แฮ็ปปี้สินะ เหนื่อยใจเลย ลุ้นเหนื่อยมาก 55555

    เป็นกำลังใจให้คนแต่งค่ะ ^^
    #797
    0