[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 48 : Frozen Heart: Act V Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,083
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    4 เม.ย. 60

Act V

Chapter 7

 



เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ค่อย ๆวางจดหมายลงบนโต๊ะ ความอยากอาหารในตอนแรกที่ก็ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วตอนนี้กลับหายไปอย่างสิ้นเชิง กระเพาะของเขาครางเบา ๆขณะที่ความรู้สึกโหวงเหวงได้เข้ามาแทนที่ความหิวไปเรียบร้อย แฮร์รี่ก้มลงมองชามข้าวโอ๊ตที่ยังพร่องไปไม่ถึงครึ่งชั่วครู่ก่อนจะผลักมันให้ออกห่างจากตัว เขายื่นจดหมายให้เพื่อนสนิทสองคทนี่มองมาอย่างคาดคั้น ไม่นานนักเขาก็เห็นปฏิกิริยาของทั้งสองคน ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างไปจากเขาสักเท่าไร



            “นี่มันบ้าไปแล้ว” รอนว่า เด็กหนุ่มผมแดงทิ้งจดหมายลงบนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา “นายคิดว่ามัลฟอยจะมาใช้เลือดของไรอัลหรือเปล่า?”



            แฮร์รี่ส่ายหน้าตอบในทันที “ไม่น่านะ”



            ถึงเขาจะไม่รู้ว่าจริง ๆแล้วคนผมบลอนด์คนนั้นจะตัดสินใจอย่างไร แต่เขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าคน ๆนั้นจะไม่ทำเรื่องแบบนี้เด็ดขาด เขารู้จักเดรโกมากขึ้นแล้ว ได้เห็นเดรโก มัลฟอยในมุมที่คนอื่นไม่เคยเห็น ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเย่อหยิ่งและชื่อของตระกูลเลือดบริสุทธิ์นั่น แฮร์รี่มั่นใจว่าเดรโกจะต้องไม่ทำอะไรแบบนั้นอย่างแน่นอน



            เฮอร์ไมโอนี่ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆพลางขมวดคิ้ววุ่น “ลองไปถามแฮกริดดูไหม เผื่อจะมีวิธีการรักษานอกเหนือจากนี้”



            เด็กหนุ่มผมดำกำลังจะเอ่ยปากตอบ แต่เมื่อสายตาของเขาพลันเคลื่อนไปสบกับดวงเนตรสีอ่อนที่คุ้นเคย ความสนใจของเขาจึงพุ่งไปยังร่างบางจากบ้านสลิธีรินที่เดินตรงมาหาเขาในทันที เดรโกดูกังวลใจ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร— เป็นที่คาดเดาได้ด้วยซ้ำเมื่อพวกเขาทั้งสองคนต้องมาเผชิญกับเหตุการณ์เดียวกัน



            แครบและกอยล์เดินแยกออกไปนั่งที่โต๊ะบ้านสลิธีรินตามปกติกับเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งที่แฮร์รี่ไม่เห็นหน้า แต่ว่าเขาไม่ได้สนใจไปมากกว่าคนผมบลอนด์ที่เดินดุ่มเข้ามาในเขตบ้านกริฟฟินดอร์อย่างไม่กลัวเกรงใด ๆ เดรโกเพิกเฉยให้กับทุกสายตาที่มองมา ไม่สนใจกับเสียงคำเสียดสีที่ดังขึ้นวินาทีที่เจ้าตัวย่างกรายเข้ามาใกล้โต๊ะบ้านกริฟฟินดอร์เลยสักนิดเดียว ในอ้อมกอดของเด็กหนุ่มมีกระเป๋าหนังใบใหญ่ที่ไม่คุ้นตาอยู่ ซึ่งเขาเดาว่าเพนเทียร์คงจะนอนอยู่ในนั้นโดยมีสภาพไม่ต่างไปจากไรอัลที่นอนนิ่งอยู่บนตักของเขาเสียเท่าไร



            แฮร์รี่ไม่เอ่ยพูดอะไร เขาเพียงแต่ยื่นจดหมายบนโต๊ะไปให้อีกฝ่าย เดรโกเองก็เช่นกัน เขารับจดหมายจากคนตัวเล็กมาอ่าน และเมื่อสายตาหยุดลงที่ตัวอักษรตัวสุดท้าย เขาก็เงยหน้าขึ้นสบตากับเดรโกอีกครั้ง



            “ตอนนี้ 7.50 น. แล้ว”



            คนบ้านสลิธีรินพยักหน้ารับ “อีกสิบนาที”



            “ฉันขอดูเพนเทียร์หน่อย” เดรโกขยับตัวหนีห่างจากเขาทันทีที่เขาพูดจบ คนตัวเล็กกว่าแนบกระเป๋าหนังชิดกับตัวเองมากขึ้นด้วยเช่นกัน



            เด็กหนุ่มผมดำถอนหายใจ “ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า เดรโก”



            คนตัวเล็กกว่ามองหน้าเขานิ่งชั่วขณะราวกับต้องการจะหาอะไรบางอย่างภายในสีหน้าของเขา และชั่วขณะหนึ่งหลังจากนั้น เจ้าตัวก็ยอมขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับแง้มกระเป๋าให้ดู แฮร์รี่ก้มลงมองสภาพของงูสีดำก่อนจะนึกใจเสีย สภาพของเพนเทียร์เลวร้ายกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก แฮร์รี่หันกลับมามองไรอัลที่ยังนอนนิ่งอยู่บนตักไม่ขยับ สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า



            “ใช้เลือดของไรอัลเถอะ”



            ใช่ เพราะเพนเทียร์อาการหนักกว่า เพนเทียร์สำคัญกับเดรโก เพราะยังไงเพนเทียร์ก็ต้องรอดให้ได้



            “หา?”



            ไม่ใช่แค่เดรโกเท่านั้นที่ดูจะงุนงงให้กับคำกล่าวนั้น รอนและเฮอร์ไมโอนี่เองก็เช่นกัน รอนทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่เฮอร์ไมโอนี่จับไหล่ของรอนเอาไว้ หยุดไม่ให้รอนได้เข้ามาแทรก เด็กหนุ่มผมดำไม่สนใจท่าทางไม่พอใจของเพื่อนซี้ผมแดง เขายังคงสบตากับคนตรงหน้าก่อนจะเน้นย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม



            “เพนเทียร์ดูแย่กว่าไรอัลอีก ใช้เลือดของไรอัลรักษาเพนเทียร์เถอะ เดรโก”



            เด็กหนุ่มผมบลอนด์หรี่ตาลงพร้อมแผ่รังสีอำมหิตออกมาทันทีที่สิ้นเสียง ใบหน้าหวานที่ดูจะกังวลในตอนแรกกลับฉายแววโทสะขึ้นมา “ฉันจะไม่ยอมใช้ชีวิตของไรอัลมาต่อชีวิตให้เพนเทียร์ นายบ้าไปแล้วหรอ พอตเตอร์ นั่นมันลูกสิงโตของนายนะ!”



            เสียงตวาดของเดรโกในประโยคสุดท้ายเรียกความสนใจจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์รู้สึกขอบคุณในความเสียงดังเป็นปกติในห้องโถงใหญ่ที่ทำให้คนรอบ ๆเท่านั้นที่ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาทั้งคู่ เด็กนักเรียนที่นั่งอยู่ห่างไกลออกไปไม่มีทีท่าว่าจะได้ยินเสียงของเดรโกเลยสักนิดเดียว



            แฮร์รี่กัดฟันแน่นพลางพยายามรักษาระดับอารมณ์และเสียงของตัวเองเอาไว้ ดูเหมือนว่าเริ่มมีคนสนใจพวกเขามากขึ้นกว่าเดิมแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เด็กหนุ่มไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นการโต้เถียงหรือการทะเลาะ “ฉันรู้! แต่เพนเทียร์มีสภาพแย่กว่าชัด ๆ ฉันไม่อยากให้งูของนายตายนะ”



            “ฉันก็ไม่อยากให้สิงโตของนายตายเหมือนกัน”



            เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ



            7.54



            “เดรโก เราเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วนะ รักษาเพนเทียร์เถอะ” คนตัวสูงกว่าเปลี่ยนมาใช้น้ำเสียงอ้อนวอน เขาเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังขบฟันแน่น



            “พอตเตอร์ ถ้านายพูดว่าให้รักษาเพนเทียร์เพราะอาการของเพนเทียร์ดูหนักกว่า นายไม่คิดมุมกลับกันบ้างหรอว่าเพนเทียร์น่าจะเป็นฝ่ายต่อชีวิตให้ไรอัลมากกว่า” เดรโกกัดริมฝีปาก ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กกว่าก็พยายามควบคุมตนเองอย่างที่สุดเหมือนกัน ใบหน้าเรียวยาวนั้นเริ่มขึ้นสี แฮร์รี่สังเกตว่าเจ้าตัวกำลังกำหมัดแน่นโดยพยายามไม่ทำให้กระทบกระเทือนกระเป๋าหนังในอ้อมกอด “เพราะเพนเทียร์อาการหนักมากกว่า ถ้ารักษาไรอัล ไรอัลก็มีโอกาสรอดมากกว่า”



            “แต่เพนเทียร์สำคัญสำหรับนาย—”



            “ก็เหมือนกับที่ไรอัลสำคัญสำหรับนาย” เดรโกสวนกลับมาในทันควัน “ถ้าจะให้เพนเทียร์อยู่ต่อโดยให้ไรอัลสังเวยชีวิตของตัวเอง นายจะมีความสุขหรอ?”



            “ฉัน—”



            “ยิ่งไปกว่านั้น นายคิดว่าฉันจะมีความสุขหรอ!?” ดวงตาสีเทาพลันเป็นประกายกร้าวขึ้นชั่วครู่ก่อนที่เปลวไฟในนัยน์เนตรคู่นั้นจะพลันหายไป



            “เดรโก...” เขาพยายามเอื้อมมือไปหาคนตัวเล็กกว่า แต่เดรโกถอยตัวออกห่างจากเขา ดวงตาสีเทาสั่นไหวอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าสายตาที่เดรโกกำลังมองเขานั้นสะท้อนความรู้สึกอะไร โกรธ? เศร้า? ผิดหวัง? เขารู้เพียงแต่ว่าการได้มองดวงตาคู่นั้นหม่นแสงลงก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บ แฮร์รี่ค่อย ๆลดมือลงขณะที่มืออีกข้างยังคงลูบหัวไรอัลเบา ๆ สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกจุกมากกว่าสายตาของเดรโกคือการที่คนตัวเล็กกว่าถอยห่างจากเขา ทั้ง ๆที่เขาอยากจะเอื้อมมือไปหาอีกฝ่าย... อยากจะจับมือคู่นั้นเอาไว้



            7.57



            “นายไม่เห็นทางเลือกอื่นหรอ พอตเตอร์...” เด็กหนุ่มผมบลอนด์ลดเสียงลง และโดยไม่รู้ว่าทำไม แฮร์รี่อยากจะพุ่งตัวเข้าไปกอดคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน เดรโกที่อุ้มกระเป๋าหนังไว้แนบอก— งูของเด็กหนุ่มที่มีสภาพใกล้ตายแต่ไม่มีทางรักษา ทันใดนั้นเองที่เดรโกก็ดูเปราะบางสำหรับเขา และภาพที่เขาเห็นก็กำลังเรียกร้องให้เขาเข้าไปปลอบอีกฝ่าย



            แต่เขาไม่สามารถทำได้... ไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่ตอนนี้



            “...นาย— เราก็แค่ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น” เด็กหนุ่มร่างบางกัดริมฝีปากแน่นกว่าเก่าและมันทำให้เขานึกกลัวว่าอีกฝ่ายจะทำให้ตัวเองต้องเจ็บ “เราก็แค่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเท่านั้นเอง แบบนั้นไม่ยุติธรรมกว่าหรอ?”



            7.59



            “เดรโก...”



            “แบบนั้น... มันจะได้เท่าเทียม...”



            แฮร์รี่ไม่สนว่าพวกเขากำลังอยู่ในห้องโถงใหญ่ ถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนมากมายที่กำลังสอดรู้สอดเห็นและจับตามองพวกเขา เด็กหนุ่มผมดำเอื้อมมือไปหาคนตัวเล็กกว่า เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างเต็มที่ แฮร์รี่จับมือเล็กนั้นไว้แล้วบีบมันเบา ๆก่อนจะเปล่งเสียงทุ้มตอบในที่สุด



            “โอเค เราจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น”



            ดวงตาสีเทาเบิกกว้างขึ้น เดรโกสบตากับเขา และก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรไปมากกว่านี้ เสียงป๊อปที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น พร้อมกับจดหมายที่หล่นลงมาตรงหน้าท่ามกลางช่องว่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคน





















8.00



            ป๊อป



            เด็กหนุ่มผมบลอนด์กะพริบตามองจดหมายสีขาวตรงหน้าขณะที่รู้สึกว่าอะไรบางอย่างที่กำลังก่อตัวระหว่างเขาทั้งสองคน— ไม่ว่าเขาคิดไปเองหรือไม่ ได้ถูกทำลายลง พอตเตอร์เป็นคนคว้ามันมาเปิดและคลี่ออกอ่าน และนั่นจึงทำให้สัมผัสอบอุ่นผละออกไปจากมือของเขา เดรโกพยายามไม่ใส่ใจความรู้สึกว่างเปล่าที่พลันโจมตีเขาอย่างไร้สาเหตุ เด็กหนุ่มยืนมองคนตัวสูงกว่า รอให้อีกฝ่ายอ่านจดหมายจบ และเพียงครู่เดียวเท่านั้นอีกฝ่ายก็ยื่นจดหมายมาให้พร้อมกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า



            หัวใจของเขาพลันโลดขึ้นขณะที่เสียงอื้ออึงในหูได้แผ่วเบาลง เดรโกก้มลงอ่านเนื้อหาในจดหมายนั้นก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าริมฝีปากของเขาได้ขยับขึ้นทีละเล็กทีละน้อย



            “ถึง คุณพอตเตอร์และคุณมัลฟอย




            เนื่องจากขณะนี้เป็นเวลา 8.00 น. หมดเวลาสำหรับการคิดและตัดสินใจ และเนื่องจากคุณทั้งสองคนต่างตกลงที่จะไม่ทำอะไรสัตว์วิเศษของอีกฝ่าย การป่วยของสัตว์วิเศษและเงื่อนไขในการรักษาจึงถือว่าเป็นโมฆะ สัตว์วิเศษทั้งสองจะกับมาเป็นปกติอีกครั้ง



            เป้าหมายของกิจกรรมนี้ คือการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคู่อริ ซึ่งคือคุณพอตเตอร์จากบ้านกริฟฟินดอร์ และคุณมัลฟอยจากบ้านสลิธีริน โดยมีสิ่งกระตุ้นคือการตัดแต้มจากบ้านและการใช้สัตว์วิเศษในกิจกรรม จากการตัดสินใจร่วมกันของคุณทั้งสองคนที่จะไม่ปลิดชีวิตสัตว์วิเศษของอีกฝ่ายเพื่อต่อชีวิตให้กับสัตว์วิเศษของตนเอง แสดงให้เห็นถึงผลของกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์นี้ที่คุณทั้งสองคนได้บรรลุจุดประสงค์ในที่สุด เพราะพวกคุณต่างห่วงใยอีกฝ่ายมากกว่าตนเองและพร้อมที่จะเสียสละความสุขของตัวเองเพื่ออีกฝ่ายอย่างจริงใจ



            มนตราโบราณที่ได้เชื่อมพวกคุณทั้งสองคนเอาไว้จะถูกคลายออกโดยอัติโนมัติ พร้อมกับสัตว์วิเศษในเวลาเที่ยงคืนที่จะถึงนี้ เนื่องจากสัตว์วิเศษทั้งสองเกิดจากเวทมนตร์ จึงไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้ตลอดไป หรือในอีกแง่หนึ่งคือ ไม่ได้มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงขอให้พวกคุณทั้งสองคนได้ใช้เวลาที่เหลือกับสัตว์วิเศษอย่างคุ้มค่า



กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์จบลงแต่เพียงเท่านี้



ขอให้พวกคุณมีวันที่ดี”



แสงสว่างที่ข้อมือเรียกความสนใจจากเขาไป กำไลข้อมือเส้นบางของเขาเรืองแสงขึ้นเช่นเดียวกันกับกำไลที่ข้อมือของพอตเตอร์ ทุกอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ และในพริบตาต่อมา แสงสว่างนั้นก็หายไป มรกตของเขากลับมาเป็นสีเดิมกับตอนแรกที่เขาได้มันมา เดรโกเหลือบมองเม็ดทับทีมสีแดงฉานบนข้อมือของคนผมดำ มันดูแวววาวอย่างที่มันควรจะเป็นเช่นกัน



ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเกิดขึ้นรอบกายของเขา เดรโกเบิกตากว้างก่อนจะสบตากับคนตัวสูงกว่าที่ดูจะกำลังรู้สึกแบบเดียวกัน ความอบอุ่นประหลาดพลันห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ ก่อนที่เส้นใยสีขาวจะพุ่งออกจากปลายนิ้วทั้งห้าจากมือที่สวมกำไลไว้ มันพุ่งไปหาเส้นใยสีเดียวกันที่ออกมาจากปลายนิ้วของพอตเตอร์ พลังเวทมนตร์นั้นหลอมรวมกันก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นเส้นด้ายสีทอง มันขดเข้าหากันและขมวดจนกลายเป็นปมก่อนที่ปลายทั้งสองข้างจะพุ่งเข้าหาสัตว์วิเศษทั้งสองที่บัดนี้ยังคงหลับสนิท



และเมื่อแสงสว่างเหล่านั้นหายไป กระเป๋าหนังในอ้อมกอดของเขาก็พลันขยับไหว เดรโกอ้ากระเป๋าออกดูก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฎขึ้นบนใบหน้า



บริเวณที่เกล็ดของเพนเทียร์หลุดลอดออกไปได้มีเกล็ดใหม่กลับมาแทนที่ เลือดที่ไหลซิบนั้นก็ถูกเยียวยาจนหายดีไม่มีแม้แต่รอยแผลเหลือให้เห็น เกล็ดที่ดูเปื่อยยุ่ยเหมือนจะหลุดอยู่รอมร่อก็กลับมาเป็นปกติเช่นเดิม เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินเงยหน้าขึ้นมองไรอัลที่ขนสีทองค่อย ๆงอกกลับมาฟูเหมือนเดิมอีกครั้ง เดรโกขยับยิ้มก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปลูบหัวเจ้าสิงโตตัวน้อยที่เริ่มสะบัดหางไปมาอย่างช้า ๆ ดวงตากลมโตของมันเป็นประกายสดใสอีกครั้งหนึ่ง และนั่นก็ทำให้เดรโกรู้สึกโล่งใจ



เขาพยักหน้าให้พอตเตอร์ก่อนจะหันหลังเพื่อจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะบ้านสลิธีริน แต่ข้อมือของเขาถูกฉวยเอาไว้ เดรโกหันกลับไปมองคนผมดำพลางเลิกคิ้วขึ้นแต่ไม่พูดอะไร



พอตเตอร์อุ้มไรอัลลงจากตักและวางบนพื้นที่ว่างข้าง ๆตัวก่อนจะลุกขึ้นมากระซิบที่ข้างหูของเขา



“เจอกันที่เดิม พักกลางวัน พาเพนเทียร์มาด้วยนะ”



มุมปากของเขายกขึ้นน้อย ๆก่อนจะพลันกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เด็กหนุ่มผมบลอนด์พยักหน้ารับ ดวงตาสีเขียวของคนตัวสูงกว่ามองเขา เดรโกอ่านสีหน้าและแววตาของพอตเตอร์ตอนนี้ไม่ออก เขาเห็นแต่ความสดใสภายในนัยน์เนตรคู่นั้น แต่ความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้กลับขมุกขมัวและมืดหม่นอย่างน่าประหลาด มันไม่ชัดเจนเอาเสียเลย เด็กหนุ่มผมบลอนด์ไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรที่กำลังรบกวนพอตเตอร์อยู่ จดหมายนั่นหรือเปล่านะ? หรือเรื่องที่สัตว์วิเศษจะหายไปในเที่ยงคืนของวันนี้ แต่เขาก็เลือกที่จะปล่อยมันไป เพราะเขารู้ว่าเมื่อถึงเวลาพอตเตอร์ก็คงจะพูดออกมาเองว่ากำลังคิดอะไรอยู่



และในที่สุดมือหนาก็ปล่อยข้อมือของเขาให้เป็นอิสระ เดรโกหันหลังและเดินกลับไปยังถิ่นของผ้าพันคอสีเขียวอีกครั้ง






















ไอเวทมนตร์ประหลาดที่ไม่น่าจะมีในฮอกวอตส์ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ



            มือปราบมารร่างสูงขมวดคิ้วกับตัวเอง วันนี้เขาอยู่ในชุดลำลองสีดำทั้งตัวโดยมีเสื้อโค้ทสีช็อกโกแลตและเฟลอร์สีครีมที่ขอบเสื้อช่วยป้องกันความหนาวเย็นจากหิมะ ผ้าพันคอสีเทาเข้มล้อมรอบลำคอไว้อย่างดี เส้นผมสีเข้มที่ปลิวไปตามลมน้อย ๆก็ดูยุ่งเหยิงกว่าปกติ แว่นตาของเขาไร้เกล็ดหิมะหรือฝ้าใด ๆด้วยฤทธิ์ของคาถาที่เขาเสกเอาไว้ก่อนออกจากปราสาท



            เจมส์เดินมาหยุดอยู่ที่ชายป่าต้องห้าม เขาสัมผัสได้ถึงพลังของศาสตร์มืดที่แผ่ออกมาชั่วครู่ แต่แม้เพียงครู่เดียว มันก็ทำให้เขาตัดสินใจที่จะเดินเข้าไป ชายหนุ่มชักไม้กายสิทธิ์ออกมาอยู่ในท่าเตรียมพร้อม ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ป่าต้องห้ามก็คือป่าต้องห้าม เขาจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด แม้ว่าพื้นที่บริเวณนี้จะอยู่ในอาณาเขตของฮอกวอตส์ก็ตาม



            ขายาวของเขาก้าวไปตามทาง รองเท้าบู๊ตย่ำหิมะเย็นเยียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงเนตรสีอำพันกวาดตามองไปรอบ ๆอย่างระแวดระวัง กิ่งไม้แห้งกรังสีเข้มนูนขึ้นมาจากกองหิมะประปราย เสียงครวญของกระแสลมหวีดร้องผ่านหูของเขาไป เจมส์กระชับไม้กายสิทธิ์แน่นขึ้นพลางเสกคาถาตรวจสอบพื้นที่รอบบริเวณในใจ



            ไม่มี... ไม่มีใครอยู่แถวนี้นอกจากเขา



            ไอเวทมนตร์ประหลาดได้จางหายไปแล้ว เจมส์ไม่คิดว่ามันจะอยู่ลึกเข้าไปในป่ามากกว่านี้ เพราะถ้าลึกมากกว่านี้ เขาจะย่างเข้าสู่เขตพื้นที่ของเซนทอร์ ซึ่งชายหนุ่มไม่อยากจะเจอเลยสักนิดเดียว ร่างสูงกำลังคิดไตร่ตรองสถานการณ์ปัจจุบันเมื่อจู่ ๆสายตาก็พลันสังเกตเห็นประกายแสงเล็ก ๆจากกองหิมะที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก เขาเบนความสนใจไปให้แสงสะท้อนนั้นพลางคิดขอบคุณบริเวณป่าด้านนอกที่ยังมีแสงตกลงมาถึง ถ้าเข้าไปด้านในมากกว่านี้ก็คงจะบอกความแตกต่างระหว่างกลางวันกับกลางคืนได้ยาก และทำให้การหาร่องรอยอะไรก็ตามนั้นยากขึ้นกว่าเดิม



            เจมส์เดินตรงไปยังที่มาของแสงนั้น เขายื่นไม้กายสิทธิ์ออกไปก่อนจะเสกมันให้ลอยขึ้นมาปรากฎสู่สายตา



            มันคือขวดแก้ว... ขวดยาที่ถูกดื่มจนหมดแล้ว



            ร่างสูงเอื้อมมือไปคว้ามันมาสำรวจก่อนจะดมกลิ่นที่ปากขวด ไม่รู้เลย... เขาไม่รู้ว่ากลิ่นนี้เป็นกลิ่นของน้ำยาอะไร กลิ่นของสมุนไพรและส่วนผสมอื่น ๆเริ่มเบาบางลงจนแทบไม่เหลือแล้ว เจมส์ถอนหายใจก่อนจะเก็บขวดยาเปล่านั้นลงไปในเสื้อโค้ทและหันหลังเดินกลับปราสาท



            ระหว่างการเดินกลับออกไปจากป่าต้องห้ามมีอะไรที่ผิดแปลกไปจากตอนเดินเข้ามา มือหนาจับด้ามไม้กายสิทธิ์แน่นพลางเงี่ยหูฟังเสียงรอบข้างขณะที่เท้าของเขายังก้าวต่อไปอย่างเงียบเชียบ เจมส์รู้ดีว่าเขากำลังถูกจับตามอง ไม่ใช่ความรู้สึกของการเป็นเหยื่อ แต่เขากำลังตกอยู่ในสายตาของการวิเคราะห์และพิจารณา มือปราบมารหนุ่มร่ายเวทมนตร์ไร้เสียงพลางขยับไม้กายสิทธิ์ให้น้อยที่สุด แต่กระนั้นกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทุกอย่างยังคงเงียบเชียบ



            จนกระทั่งเขาเดินออกมาจากป่าต้องห้าม บรรยากาศที่กดดันและแปลกประหลาดเหล่านั้นก็พลันหายไปในทันที เจมส์ถอนหายใจออกมาเบา ๆพลางเดินเลียบไปตามชายป่า ตั้งใจจะทักทายแฮกริดก่อนที่จะกลับปราสาท



            จากจุดที่เขายืนอยู่นี้กับกระท่อมของแฮกริดเป็นระยะทางพอสมควร ชายหนุ่มส่ายหน้าให้กับตัวเองน้อย ๆขณะที่ขายาวยังคงพาเขาเดินย่ำหิมะไปเรื่อย ๆ ชายหนุ่มเพิ่งรู้ว่าการได้ออกมาสัมผัสกับแสงอาทิตย์ในฤดูหนาวเป็นสิ่งที่น่าหลงใหลและปลอบประโลมจิตใจได้ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อเขาเพิ่งออกมาจากป่าต้องห้ามด้วยแล้ว เจมส์จำไม่ได้เลยว่าสมัยเรียน— ป่าต้องห้ามให้ความรู้สึกแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า แต่เขาเลือกที่จะผลักมันออกไปจากความสนใจของตัวเอง ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาพึ่งพาความทรงจำที่ขาด ๆหาย ๆของเขา



            ชายหนุ่มเดินไปเรื่อย ๆท่ามกลางเกล็ดหิมะและอุณหภูมิที่เย็นเยือก เขาเก็บไม้กายสิทธิ์ไปแล้วแต่นิ้วมือของเขายังกำรอบมันไว้อยู่ การซุกมือไว้ในเสื้อโค้ทให้ประโยชน์สองอย่างแก่เขา หนึ่งคือการทำให้มืออุ่น สองคือการเตรียมพร้อมไว้ทุกขณะสำหรับเหตุการณ์ที่ขาดไม่ถึง มันกลายเป็นนิสัยของเขาไปแล้วที่จะซุกมือลงไปในเสื้อโค้ทและกำรอบไม้กายสิทธิ์เอาไว้ โดยเฉพาะหลังจากการเดินเข้าไปในป่าต้องห้ามที่ทิ้งความรู้สึกไม่สบายใจเอาไว้ เจมส์ไม่รู้ว่าทำไม หรือเพราะเขาอาจจะคิดไปเอง แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในป่าแห่งนั้น และเขาค่อนข้างมั่นใจว่ามันไม่ใช่แค่ขวดยาเปล่าที่ถูกทิ้งไว้บนหิมะอย่างแน่นอน



            เพียงไม่กี่นาที ชายหนุ่มก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้ากระท่อมของแฮกริด ชายร่างยักษ์กำลังขุดหลุมใหม่ในแปลงของเขาอย่างขมักเขม้นจนเจมส์แอบคิดไปว่า ดูเหมือนว่าเขาจะมาขัดเวลาทำงานมากกว่าการมาเยี่ยม แต่เพราะไหน ๆเขาก็ตั้งใจจะมาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นชายหนุ่มจึงอ้าปากทักทายอีกฝ่ายพร้อมส่งรอยยิ้มกว้างไปให้



            “สวัสดี แฮกริด”



            แฮกริดหันหน้ามาทางเขาก่อนจะส่งยิ้มกว้างตอบกลับมาให้เช่นกัน “หวัดดี เจมส์ เป็นไงบ้าง”



            “ก็ดีครับ งานยุ่งเหมือนเดิม” เจมส์ว่าพลางเดินเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น เขายังคงซุกมือเปล่าทั้งสองข้างไว้ในเสื้อโค้ท แต่มือข้างหนึ่งได้คลายออกจากไม้กายสิทธิ์แล้ว “คุณเป็นศาสตราจารย์แล้วนี่นา ผมเองก็เพิ่งมาแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการก็ตอนนี้ หลังจากที่ฝากให้แฮร์รี่เอาของขวัญมาให้เมื่อปีที่แล้ว ขอโทษด้วยนะครับ ช้าไปมากเลย”



            “ไม่เป็นไรหรอก เรื่องแบบนั้น ฉันนี่นะ— ศาสตราจารย์?” แฮกริดโบกไม้โบกมือไปมา เจมส์ยิ้มขำให้กับท่าทางนั้น ไม่ต้องเอาเครารุนรังนั้นออกก็รู้ว่าแฮกริดกำลังอาย



            “ขอบคุณที่ดูแลแฮร์รี่มาตลอดด้วยนะครับ รายนั้นคงก่อเรื่องได้ทุกปีแน่ ๆ”



            แฮกริดหัวเราะ “ไม่เคยมีชีวิตสงบบ้างเล้ย แต่เขาเป็นเด็กดีนะ ถึงจะมีเรื่องโน้นเรื่องนี้ก็เถอะ” เจมส์หัวเราะให้กับคำกล่าวนั้น โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงตอนที่มีจดหมายมาจากโรงเรียนรายงานเรื่องความประพฤติ— วีรกรรมของลูกชายตัวดีของเขา จะว่าเหนื่อยใจก็ไม่เท่าไร เขารู้สึกภูมิใจมากกว่าและดีใจที่แฮร์รี่มีชีวิตวัยเรียนที่น่าสนใจ และที่สำคัญคือลูกชายของเขายังปลอดภัยกลับมาได้ทุกครั้ง ซึ่งเขาก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้นต่อไป



            “เข้ามาจิบชาก่อนไหม ฉันทำเค้กหินเอาไว้”



            “ไม่เป็นไรครับ ผมไม่รบกวนดีกว่า” เจมส์รีบปฏิเสธอีกฝ่ายทันทีที่เขาได้ยินคำว่า เค้กหินก่อนจะพยักพเยิดไปทางแปลงฟักทองที่แฮกริดขุดทั้ง ๆที่หิมะยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกในเร็ว ๆนี้ “คุณดูยุ่งอยู่ด้วย ผมแค่อยากแวะมาทักทาย เดี๋ยวผมเองก็ต้องกลับไปจัดการงานต่อ ขอโทษนะครับ”



            แฮกริดแค่ยักไหล่ตอบเขา “งานเยอะ ฉันเข้าใจ งั้นไว้วันหลังละกันนะ”



            “ครับ แล้วเจอกัน” มือปราบมารหนุ่มส่งยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายอีกครั้งก่อนจะหันหลังและเดินจากไปพลางทบทวนสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับต่อไปในหัว



            เอาขวดยาไปให้เซเวอร์รัสช่วยตรวจดูว่าเป็นน้ำยาอะไร...



            ใช่สิ...



            เซเวอร์รัสเคยพูดเอาไว้ว่าวัตถุดิบปรุงยาหาย ตู้เก็บของส่วนตัวของเซเวอร์รัสถูกปล้น



            เจมส์พยายามนึกถึงรายชื่อวัตถุดิบที่หายไป เขาค่อนข้างแน่ใจว่าเซเวอร์รัสเคยพูดเอาไว้ว่าวัตถุดิบที่หายไปเป็นส่วนผสมของน้ำยาชนิดหนึ่งที่ปรุงยาก แต่จนแล้วจนรอดเขาก็นึกไม่ออก ชายหนุ่มถอนหายใจให้กับประสิทธิภาพในการจำของตัวเอง พลางเน้นย้ำกับตัวเองในใจอีกครั้งว่าเขาจะต้องถามรายชื่อส่วนผสมที่หายไปจากตู้ของเซเวอร์รัสอีกรอบ ร่างสูงกระชับเสื้อคลุมตัวหนาเล็กน้อยขณะเดินสวนกับสายลมเย็นเยียบเมื่อขึ้นเนินเล็ก ๆไปยังประตูปราสาท



            ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ชายหนุ่มก็หวังว่าเขาจะสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้และขวดยาเปล่าเพื่อจะได้จัดการมันได้ทันเวลา...



            ...ก่อนที่ทุกอย่างจะหลุดจากการควบคุม














-tbc.



[Talk]

ช่วงนี้แอบชอบฟีลลิ่งของรุ่นลูกเป็นการส่วนตัว ตอนแรกไม่คิดว่าจะเขียนแล้วให้อารมณ์แบบนี้ แต่พอเขียนมาได้ไกลขนาดนี้ ถึงคิดว่า รุ่นลูกก็แอบน่ารักนะเนี่ย #มีความดีเลย์


แปะไว้อะเกนเนาะ สำหรับคนที่สนใจรวมเล่ม

- แบบหนังสือจริง ๆจิ้มที่นี่

- แบบ e-book จิ้มที่นี่

และอย่าลืมน้าว่า 19 เมษานี้ปิดโหลดหัวใจ A&B ในบทที่ 1


ขอบคุณสำหรับทุกคนที่แวะเข้ามาอ่าน และขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์นะครับ! <3



I.



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1,028 ความคิดเห็น

  1. #987 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 21:18
    มีแต่เรื่อง..
    #987
    0
  2. #771 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 20:31
    รุ่นลูกน่สรัก
    #771
    0
  3. #768 danger^_^ (@mypiyawan-_-) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 08:42
    แฮรรี่เดรโกน่ารักมากกกกกค่าาา ฮือออชอบมากกกกก
    #768
    0
  4. #765 พระเนตรสีเทา (@lovely4898) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 17:03
    รุ่นลูกนั้นล้ากมากคร้าาาาา>///<
    #765
    0
  5. #764 happy-sin (@happy-sin) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 12:24
    รุ่นลูกน่ารักมาก ชอบเดรกสุดๆอ่ะ
    #764
    0