[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 39 : Frozen Heart: Act IV Chapter 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    15 มี.ค. 59

Act IV

Chapter 13

 



การแสดงชุดแรกของเหล่าคณาจารย์ฮอกวอตส์จบลงพร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังก้องจนพวกเขาอดรู้สึกประทับใจแทนไม่ได้ เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์นึกอยากจะออกไปชมการแสดงนั้นบ้างเช่นเดียวกัน เขาอยากรู้ว่าใครเป็นคนดีดเปียโนและสีไวโอลินนั้น บทเพลงก็ฟังดูคุ้นหูสำหรับเขา แฮร์รี่รู้สึกเหมือนว่าเขาเคยฟังเพลงนี้มาก่อน แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็นึกไม่ออกเสียที  ดังนั้นสิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงแต่การหลับตาและนึกจินตนาการว่าการแสดงด้านนอกนั้นจะเป็นอย่างไร



            ตัวแทนคนอื่น ๆก็ดูจะตื่นเต้นและวิตกกังวลเช่นเดียวกันกับเขา เซดริกเริ่มเดินไปเดินมาอีกครั้งขณะที่เฟลอร์ยืนอยู่หน้ากระจกและสูดหายใจเข้าลึก ๆอย่างเดียว ครัมกับคู่เต้นรำของเขานั่งนิ่งอยู่อีกมุมหนึ่ง ทั้งสองคนดูตึงเครียดและกดดันแต่ทว่ากลับเห็นถึงความพยายามในการควบคุมความรู้สึกเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน เขามองทั้งสองคนที่นั่งจับมือกันเงียบ ๆแล้วก็อดรู้สึกยิ้มออกมาไม่ได้ เด็กหนุ่มหันไปมองใบหน้าของคนข้างกายก่อนจะเลื่อนมือไปหามือบางของอีกฝ่าย เดรโกหันหน้ามามองเขาทันทีที่มือของเจ้าตัวถูกเกาะกุม แฮร์รี่ยิ้มกว้างก่อนจะพูดว่า



            "เหงื่อเต็มมือเลย ผ้าเช็ดหน้าของฉันชุ่มไปหมดแล้วนะ"



            "ก็ไม่ได้ขอให้เช็ดให้" คนผมบลอนด์เหยียดริมฝีปากเป็นเส้นตรงก่อนจะชักมือออก แฮร์รี่หัวเราะน้อย ๆก่อนที่เสียงประกาศจะดังขึ้นอีกครั้ง ในตอนนี้เป็นรอบของเซดริกและครัมแล้ว เด็กหนุ่มร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนขึ้นทันทีที่ตัวแทนทั้งสองกำลังจะก้าวออกขึ้นไปบนเวที เขาส่งยิ้มให้เซดริกและพยักหน้าให้ครัม ตัวแทนทั้งสองตอบรับเขาด้วยการพยักหน้าขรึม ๆก่อนจะเดินไปพร้อมกับคู่เต้นรำของตัวเอง แฮร์รี่ทรุดตัวนั่งลงข้างคนตัวเล็กกว่าอีกครั้งหนึ่งเมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น การแสดงชุดแรก-- วอลซ์ ได้เริ่มขึ้นแล้ว



            ทุกอย่างดูจะดำเนินไปได้ด้วยดี เพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น เสียงดนตรีก็หยุดลงพร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งสี่คนที่ได้แสดงวอลซ์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังเวทีเมื่อเสียงปรบมือหยุดลง เฟลอร์ เดอลากูร์ในชุดผ้าซาตินสีดำยืดตัวขึ้นขณะที่สายตาของเธอมองไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ เด็กหนุ่มร่างสูงที่เป็นคู่เต้นรำของเธอดูแตกต่างจากเธอไปอย่างสิ้นเชิง เขาดูตื่นและลนลานจนไม่เหลือความสง่าผ่าเผยใด ๆทั้งสิ้น



            เสียงประกาศดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง เฟลอร์เดินนำคู่เต้นรำของเธอไปก่อนแล้ว และเพียงเวลาไม่นาน การแสดงชุดที่สองก็เริ่มต้นขึ้น



            แฮร์รี่เหลือบตามองคนตัวเล็กที่นั่งประสานมือกันไว้อย่างหดหู่ เด็กหนุ่มร่างสูงขยับตัวมานั่งคุกเข่าต่อหน้าอีกฝ่ายก่อนจะใส่รองเท้าส้นสูงให้ ฝ่ายคนร่างบางที่กำลังคิดอะไรอยู่เพลิน ๆชักเท้าออกเล็กน้อยพลางขมวดคิ้วใส่เขา



            "จะทำอะไร"



            เสียงติดห้วนน้อย ๆของเดรโกไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดหรือขัดใจแต่อย่างใด มันทำให้เขารู้สึกขบขันเล็กน้อยที่ร่างโปร่งบางคนนี้ดูจะพยายามต่อต้านเขาตลอดเวลา แฮร์รี่แย่งรองเท้าส้นสูงทั้งสองข้างจากมือของอีกฝ่ายก่อนจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่



            "แค่อยากใส่รองเท้าให้" เขาตอบเรียบ ๆพลางก้มหน้าใส่รองเท้าให้อีกฝ่าย เท้าของเดรโกมีขนาดเล็กกว่าที่เขาคาดไว้ แฮร์รี่อดนึกถึงเท้าของเด็กเล็กไม่ได้ เท้าของเด็กหนุ่มผมบลอนด์คนนี้ไม่ได้นุ่มนิ่มแบบนั้นแต่มีขนาดเล็กและขาวเนียนเช่นเดียวกันกับท่อนขาเรียวของอีกฝ่าย แฮร์รี่จัดแจงคาดสายและล็อคทุกอย่างไว้อย่างดีขณะที่คนตัวเล็กนั่งเงียบมองเขา



            "วันนี้นายมาแปลกนะ" แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเรียกความสนใจจากเขาไป "ปกติแล้วไม่ได้เป็นแบบนี้นี้ จะมาเรียกร้องหรือคาดหวังอะไรจากฉันหรือเปล่า" เด็กหนุ่มผมดำหลุดขำให้กับท่าทางไม่ไว้ใจของคนในชุดเดรสสีเขียว



            "เปล่านี่ ฉันก็ไม่ได้แปลกอะไรไปนะ" เสียงดนตรีด้านนอกยังคงดังอยู่ แต่ฟังดูแล้วเขารู้สึกว่าการแสดงกำลังจะจบในเร็ว ๆนี้ "แค่คิดว่าอยากทำอะไรดี ๆให้นายบ้างก็แค่นั้น"



            เดรโกหรี่ตามองเขาขณะที่เขาวางเท้าทั้งสองข้างของเจ้าตัวลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล "แน่ใจหรอ"



            "แน่ใจสิ" เด็กหนุ่มร่างสูงยกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนจะยืดตัวขึ้นเมื่อเสียงเพลงจบลง เสียงปรบมือดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้ง เขาส่งมือให้คนตัวเล็กกว่าที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ เดรโกเงยหน้ามองเขาก่อนจะส่ายหน้าและจับมือเขาไว้ คนตัวเล็กลุกขึ้นมายืนข้างกายเขาขณะที่เฟลอร์ เดอลากูร์เดินกลับเข้ามาด้วยร่างที่ชุ่มด้วยเหงื่อ



            เด็กสาวเดินผ่านเขาไปพร้อมกับคู่เต้นรำของเธอ แฮร์รี่บีบมือคนตัวเล็กเบา ๆเมื่อสัมผัสได้ว่าเดรโกกำลังตื่นเต้นมากแค่ไหน เด็กหนุ่มรู้ดีเพราะเขาก็กำลังหวาดกลัวเช่นเดียวกัน แต่พวกเขาทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากจะเดินหน้าต่อไป เด็กหนุ่มร่างสูงสูดหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะผ่อนออกมาช้า ๆ เขาหลับตาลงเพื่อตั้งสติขณะที่เสียงปรบมือซาลงและเสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง



            “-- และการแสดงชุดสุดท้ายจากตัวแทนคนสุดท้าย!”



            เดรโกบีบมือเขาไว้แน่น เขาบีบมืออีกฝ่ายตอบกลับก่อนจะเปลี่ยนให้ร่างบางควงแขนเขาเดินออกไป แฮร์รี่ิก้าวนำคนตัวเล็กกว่าเล็กน้อยก่อนที่ทั้งคู่จะมาหยุดยืนบนเวทีพร้อมกัน ทุกอย่างช่างเงียบสงบและน่าอึดอัด



            แสงไฟสลัวจากเชิงเทียนติดผนังรอบห้องโถงใหญ่และแสงสว่างสลัวรอบ ๆเวทีคือสิ่งเดียวที่ทำให้ความมืดไม่แผ่ปกคลุมทั่วทุกบริเวณ แสงที่ไม่สว่างจ้าจนเกินไปทำให้คนตัวเล็กกว่าอำพรางตัวเองได้ดีกกว่าที่เขาคาดเอาไว้ ถึงแม้ใครจะมองออกว่าเดรโกเป็นผู้ชายมันก็ไม่สำคัญ เพราะตอนนี้คนร่างบางคือคู่เต้นรำของเขา แฮร์รี่ไม่สนใจเสียงพูดคุยที่ดังขึ้นมาเบา ๆจากกลุ่มผู้ชมด้านหน้า เขาเดินไปอยู่ที่กลางเวทีกับเดรโกก่อนจะอยู่ในท่าเตรียมพร้อมอย่างที่ซ้อมกันมา



            มือของเขากุมมือของเดรโกแน่น ดวงเนตรสีเทาของอีกฝ่ายสบกับนัยน์ตาของเขานิ่ง แล้วรอยยิ้มเล็ก ๆก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าเรียวยาวของอีกฝ่าย



            "ไม่ต้องคิดมากนะ มีสติ คิดถึงที่ซ้อมกันไว้ก็พอ"



            ร่างบางกระซิบเบา ๆก่อนที่เสียงเพลงจะดังขึ้น เท้าของเขาเริ่มขยับนำคนตัวเล็กกว่าและเมื่อทั้งสองคนเริ่มเต้นรำด้วยกันจริง ๆ พวกเขาจึงได้ลืมไปชั่วขณะหนึ่งว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนกำลังเต้นรำอยู่บนเวทีเพียงลำพัง



            มือบางที่เขากำลังเกาะกุมและร่างบางที่เขาโอบแขนล้อมรอบไว้อย่างหลวม ๆทำให้เด็กหนุ่มร่างสูงรู้สึกปลอดโปร่งและสบายใจได้อย่างน่าประหลาด ความรู้สึกอบอุ่นและชื้นแฉะบนฝ่ามือของพวกเขาทั้งสองเป็นสัญญาณว่าพวกเขาต่างก็กำลังรู้สึกอย่างเดียวกันในเวลานี้ แฮร์รี่เริ่มผ่อนคลายเมื่อเห็นว่าเดรโกเองก็ไม่ได้เกร็งอะไรมากนัก พวกเขาซ้อมกันอย่างหนักจนจำท่าและจังหวะได้อย่างแม่นยำดังนั้นสิ่งเดียวที่เขาต้องมีคือสติที่ในช่วงใกล้จบเพลง



            ตอนที่ซ้อมกัน เขารู้อยู่แล้วว่าเดรโกต้องพยายามเต้นเป็นผู้หญิงมากขนาดไหน แต่เขาก็ไม่คิดว่าร่างบางจะทำได้มากถึงเพียงนี้ ด้วยความต้องการที่จะไม่ให้ใครรู้ว่าจริง ๆแล้วคู่เต้นรำคนนี้เป็นผู้ชาย คนตัวเล็กจึงต้องพยายามที่จะขยับตัวและเต้นรำได้อย่างผู้หญิงจริง ๆ กระโปรงที่คนผมบลอนด์สวมใส่นั้นก็พลิ้วสะบัดตามแรงที่เจ้าตัวขยับไป ชายผ้าเบาบางด้านหลังนั้นดูเบาบางและนิ่มนวลขณะที่ทุกการเคลื่อนไหวของเดรโกดูทั้งแข็งแรงและสวยงามในเวลาเดียวกัน ร่างสูงจับมือของคนตัวเล็กไว้มั่นเมื่อถึงเวลาต้องหมุนอีกครั้ง เขาอยากจะเห็นสีหน้าของเดรโกในตอนนี้ เขาอยากจะรู้ว่าตอนนี้เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินคนนั้นกำลังแสดงสีหน้าออกมาเช่นไร แต่เขาก็ไม่อาจรู้ได้เนื่องจากหน้ากากสีมรกตที่ซ่อนใบหน้าของอีกฝ่ายไปกว่าครึ่ง



            เด็กหนุ่มผมดำดึงคนตัวเล็กกลับเข้าอ้อมกอดของตัวเองก่อนจะโน้มตัวลงต่ำพลางใช้แขนข้างหนึ่งรองรับน้ำหนักที่แผ่นหลังของเดรโกเอาไว้ ดวงตาของพวกเขาทั้งคู่สบกันชั่วขณะก่อนจะต้องผละจากกันอีกครั้ง โสตประสาทของเขาอื้ออึงและไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น แต่ท่าเต้นรำและจังหวะที่เขากำลังขยับไปพร้อม ๆกับเดรโกทำให้เขารู้ว่าตอนนี้ใกล้จะจบเพลงแล้ว



            ทำไมเวลาถึงผ่านไปเร็วแบบนี้นะ



            แฮร์รี่ยังไม่ได้รู้สึกว่าเขาได้เต้นรำกับเดรโกจริงจังเลยด้วยซ้ำ แม้เขาจะไม่รู้สึกและไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบ ๆที่กำลังมองมา แต่กระนั้นเด็กหนุ่มกลับรู้สึกว่าเขาไม่อยากปล่อยให้ช่วงเวลานี้ผ่านไป เขาอยากจะหยุดมันไว้ตรงนี้ มองดูคนตัวเล็กในชุดเดรสสีเขียวน้ำทะเลกับหน้ากากสีมรกต เดรโก มัลฟอยที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงกับเส้นผมสีบลอนด์ที่ถูกหวีเรียบไปข้างหลัง ร่างสูงไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงรู้สึกแบบนั้น แต่ตอนนี้เขาอยากจะดึงคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอดแล้วปลดหน้ากากที่ซ่อนใบหน้านั้นออกด้วยมือของเขาเอง



            เพียงชั่วพริบตา ช่วงสุดท้ายของบทเพลงก็มาถึง แฮร์รี่ยืดแขนออกไปเพื่อเป็นหลักให้คนตัวเล็กกว่าขณะที่ร่างบางหมุนตัวเป็นครั้งสุดท้าย และทันทีที่เดรโกหยุดหมุนตัว เขาดึงร่างเล็กกลับเข้ามาหาตัวอีกครั้ง เดรโกกระโดดส่งตัวเองขึ้นไปโดยยึดบ่าของเขาเป็นหลัก แฮร์รี่จับเอวบางไว้มั่นขณะที่เจ้าตัวแอ่นตัวไปด้านหลัง ร่างสูงค่อย ๆหมุนตัวช้า ๆก่อนจะส่งตัวเดรโกขึ้นไปสูงกว่าเดิมเมื่อเจ้าตัวเอนตัวกลับมาอีกครั้ง



            เดรโกดูเหมือนนกที่กำลังจะทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่แล้วก็พลันร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง แฮร์รี่รับร่างของอีกฝ่ายที่ตกลงมาไว้อย่างเหมาะเหม็ง ริมฝีปากบางขยับยิ้มเมื่อเขาทั้งสองคนสบตากันอีกครั้ง เด็กหนุ่มผมดำยิ้มกว้างขณะที่เขาค่อย ๆวางร่างบางลงอย่างนิ่มนวล แขนทั้งสองข้างของเดรโกเองก็กำลังกอดคอเขาเอาไว้อย่างหลวม ๆ



            ดนตรีหยุดลงแล้ว พร้อมกับที่พวกเขาทั้งสองคนหยุดนิ่งอยู่บนเวที ต่างคนต่างหอบหายใจและส่งยิ้มให้กันในอ้อมกอดของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มร่างสูงกระชับเอวของคนตัวเล็กกว่าให้เข้าใกล้ตัวเองมากขึ้นก่อนจะก้มหน้าให้หน้าผากของทั้งคู่ชนกัน



            “จบแล้วนะ” ซีกเกอร์บ้านกริฟฟินดอร์กระซิบเบา ๆขณะที่ดวงตาสีเทาของอีกฝ่ายพลันเป็นประกายประหลาดขึ้น



            “จบแล้วน่ะสิ” เดรโกเอ่ยตอบเบา ๆก่อนที่ทั้งสองจะผละออกจากกันเมื่อเสียงปรบมือดังขึ้น แฮร์รี่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะจับมือคนตัวเล็กกว่าไว้และโค้งตัวให้กับผู้ชม เด็กหนุ่มร่างสูงรู้สึกใจหายที่จะต้องผละจากกับคน ๆนี้ไปอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขารู้ว่าเดรโกจะต้องรีบไปเปลี่ยนชุดกลับเป็นชุดเดิมและกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านสลิธีริน ส่วนตัวเขาเองก็จะต้องกลับไปหารอนและเฮอร์ไมโอนีเช่นเดียวกัน



            พวกเขาทั้งสองคนเดินกลับเข้าไปในบริเวณหลังเวทีขณะที่เสียงปรบมือค่อย ๆซาลง ตัวแทนทั้งสามคนกับคู่เต้นรำของพวกเขานั่งรออยู่ที่เดิม เซดริกส่งยิ้มกว้างและชูนิ้วโป้งมาให้เขา แฮร์รี่ยิ้มรับก่อนที่เขาจะเดินไปยังเก้าอี้ที่มุมห้อง เด็กหนุ่มร่างเล็กที่เพิ่งรู้ตัวก็พลันชักมือออกจากการเกาะกุมของเขา คนตัวสูงกว่าทรุดตัวนั่งลงก่อนจะพยักพเยิดให้อีกฝ่ายนั่งลงด้วยกัน แต่เดรโกกลับส่ายหน้า



            เสียงประกาศจากด้านนอกดังแว่วเข้ามาอีกครั้ง อีกไม่นานนี้งานเต้นรำก็คงจะได้เริ่มอย่างเป็นทางการเสียที แฮร์รี่ถอดหน้ากากออกก่อนจะซับเหงื่อพลางเลิกคิ้วมองคนตัวเล็กอย่างงุนงง “ไม่นั่งหรอ นายจะยืนทำไม”



            “จบกันสักทีนะ” เดรโกขยับยิ้มก่อนจะชูมือขึ้นให้เขาเห็นกำไลมรกต “เดี๋ยวงานก็จะเริ่มแล้ว ฉันไปก่อนล่ะ”



            สิ้นเสียง ร่างบางก็รีบก้าวยาว ๆออกไปจากบริเวณหลังเวทีในทันที เด็กหนุ่มร่างสูงก็ได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นไปอย่างหดหู่ เขายังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรเลยด้วยซ้ำ แฮร์รี่ถอนหายใจออกมาก่อนจะกวาดตามองไปรอบ ๆ ทันใดนั้นเองที่เขารู้สึกว่าตัวเองช่างโดดเดี่ยวเสียเหลือเกิน ที่นั่งข้างกายของเขาก็ว่างเปล่าและดูทีท่าว่าจะไม่มีใครมานั่งด้วยแน่ ๆ ซีกเกอร์ผมดำเก็บผ้าเช็ดหน้าก่อนจะใส่หน้ากาก เสียงปรบมือดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงดนตรีจากเดอะเวียร์ดซิสเตอร์สก่อนที่ศาสตราจารย์ฟลิตวิกจะเดินเข้ามาในบริเวณด้านหลังเวที



            “งานเลี้ยงเริ่มแล้วนะ ออกไปสนุกกันสิ”











            ทันทีที่การแสดงทั้งหมดจบลง เซเวอร์รัสก็แกะมือของเขาออกและเดินหายไปในความมืด



            ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจพลางกำมือไว้หลวม ๆ ความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายยังติดอยู่บนฝ่ามือของเขา กลิ่นหอมอ่อน ๆที่ไม่ต่างจากกลิ่นยาและสมุนไพรนั้นก็ยังคงติดจมูก เจมส์ยืนนิ่งเพียงลำพังก่อนจะเดินออกไปร่วมงานเลี้ยงบ้าง



            ตอนนี้เวทีที่ถูกยกขึ้นมาถูกสลับตำแหน่งไปอยู่อีกมุมหนึ่ง ขณะที่อีกฝั่งเป็นฟลอร์เต้นรำที่โล่งกว้าง บรรยากาศในห้องโถงใหญ่พลันสว่างขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว โคมไฟระย้ำส่องแสงไปทั่วเช่นเดียวกับเปลวไฟที่วูบไหวอยู่ตามเชิงเทียน เจมส์กวาดตามองดูรอบ ๆก่อนจะเริ่มเดินหาคนร่างบาง ขณะที่เดอะเวียร์ดซิสเตอร์สได้เริ่มบรรเลงเพลงเนิบช้า อาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์ก็เป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นไปเปิดฟลอร์พร้อมกับศาสตราจารย์มักกอนนากัล



            ในงานเลี้ยงเต้นรำสวมหน้ากาก ตอนนี้เจมส์เริ่มไม่สามารถแยกแยะได้แล้วว่าใครเป็นใคร เพราะทุกคนดูคล้ายกันไปหมด แต่กระนั้นชายหนุ่มรู้ดีว่าเซเวอร์รัสจะไปอยู่บริเวณไหนของงาน เขาพยายามยืดตัวขึ้นและมองฝ่าฝูงชนไปที่มุมห้อง และขณะที่เด็กนักเรียนเริ่มทยอยควงแขนกันไปเต้นรำกัน เมื่อฝูงชนเริ่มเบาตาลงเล็กน้อย เขาจึงเห็นร่างโปร่งยืนเอามือไพล่หลังไว้เพียงลำพังที่ข้างเสา



            ริมฝีปากหยักขยับยิ้มขึ้นเมื่อเขาเจออีกฝ่าย ดวงตาสีน้ำตาลมองนิ่งไปยังอาจารย์หนุ่มผมดำที่ยังไม่รู้ตัวว่าถูกจับตามองอยู่ เจมส์ก้าวเท้าตรงไปหาเหยื่อของเขาขณะที่เด็กนักเรียนหลายคนเหลียวหลังมองตามเขาอย่างสนใจ ชายหนุ่มร่างสูงเดินออกจากกลุ่มฝูงชนไปที่มุมห้องอีกด้านก่อนจะเดินเลาะตรงไปหาคนตัวเล็กกว่าที่กำลังซ่อนตัวอยู่ภายใต้เงามืด



            “มายืนทำอะไรตรงนี้”



            นัยน์ตาสีดำสนิทของอีกฝ่ายเหลือบมองดูเขาเพียงชั่วครู่ก่อนที่น้ำเสียงราบเรียบจะดังออกจากริมฝีปากบางนั้น “ไม่ใช่เรื่องของนาย”



            “ไปเต้นรำกัน” เจมส์ว่าพลางเอื้อมมือไปหยิบแก้วค็อกเทลสีสวยบนโต๊ะตัวยาวขึ้นมาจิบ “ไม่ได้เต้นรำกันนานแล้วนะ”



            “ไปเต้นคนเดียวสิ ฉันไม่ได้อยากเต้นซะหน่อย” อาจารย์หนุ่มวิชาปรุงยาตอบกลับในทันที เจมส์มองไปที่กลุ่มเด็กนักเรียนที่กำลังยึดครองพื้นที่บนฟลอร์ก่อนจะกวาดตามองดูบริเวณกลางห้องโถงใหญ่ที่ผู้คนเบียดเสียดกันแน่นยิ่งกว่าบนฟลอร์



            “คนเยอะเกินไปสินะ”



            “ไม่ว่าจะเยอะหรือไม่เยอะ ฉันก็ไม่เต้นรำกับนายอยู่ดี” ชายหนุ่มร่างโปร่งว่าก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆเดินจากไป แต่ก่อนที่เจ้าตัวจะได้ขยับไปมากกว่าสองก้าว เขาก็รั้งแขนของอีกฝ่ายไว้ก่อนจะส่งแก้วค็อกเทลให้อีกแก้ว



            “ถ้าไม่เต้นรำก็มายืนดื่มเป็นเพื่อนหน่อยสิ” เจมส์ส่งยิ้มให้กับเจ้าของใบหน้าบูดบึ้งนั้น ถึงแม้ว่าเซเวอร์รัสจะใส่หน้ากากอยู่ แต่เขารู้ดีว่าตอนนี้สีหน้าของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร



            ชายหนุ่มร่างโปร่งส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอก่อนจะรับแก้วค็อกเทลและกลับมายืนที่เดิม เซเวอร์รัสจิบมันน้อย ๆขณะที่สายตามองตรงไปยังกลุ่มเด็กนักเรียนที่ดูจะกำลังสนุกสุดเหวี่ยงกันเป็นการใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นฮอกวอตส์ เดิร์มแสตรงก์หรือโบซ์บาตงก็ดูจะไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เจมส์มองตามสายตาของคนตัวเล็กกว่าพลางพยายามคิดว่าตอนนี้คนข้างกายของเขากำลังคิดอะไรอยู่



            พวกเขายืนกันอยู่เงียบ ๆไร้บทสนทนานานจนกระทั่งเดอะเวียร์ดซิสเตอร์สพักชั่วครู่ ตอนนี้ถึงช่วงจังหวะของเพลงเนิบช้าแล้ว นักเรียนหลายคนเดินลงจากฟลอร์จนเหลือแต่พวกคู่รักที่กำลังอิงแอบกันอยู่อย่างเงียบงัน เหล่าคณาจารย์เองก็กำลังคุยกันอยู่ที่มุมห้อง เจมส์วางแก้วค็อกเทลที่ยังดื่มไม่หมดของเขาลงบนโต๊ะก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้ร่างโปร่งและผายมือชวนอีกฝ่าย



            “เต้นรำกับผมนะครับ?”



            เซเวอร์รัสมองเขานิ่งขณะที่ดนตรีเริ่มบรรเลงอีกครั้ง ริมฝีปากบางของอีกฝ่ายขยับยิ้มน้อย ๆก่อนจะพลันเหยียดออกเป็นเส้นตรงไม่ต่างจากการเบ้ปาก “ไม่”



            “ไม่เอาน่า นาน ๆทีนะเซเวอร์รัส งานนี้ใช่ว่าจะมีทุกปีซะที่ไหน” ชายหนุ่มร่างสูงเริ่มปฏิบัติการตามแผนของเขา เขาเห็นว่าเซเวอร์รัสกลอกตาไปมาอยู่หลังหน้ากากสีดำ และแน่นอนว่าเซเวอร์รัสจะยังไม่ยอมตอบตกลงในครั้งแรกของการไล่ตามเซ้าซี้



            “หรือจะบอกว่าเต้นไม่เป็น ที่สอนเด็ก ๆในห้องก็แค่โม้เอา เต้นมั่ว ๆไปงั้นหรอ” เจมส์เอียงคอมองอีกฝ่ายที่มองเขาด้วยสายตาจิกกัด อาจารย์หนุ่มผมดำกอดอกก่อนจะหันหน้าไปอีกทางหนึ่ง เขารู้ว่าเขาเริ่มจี้ถูกจุดแล้ว สักพักหนึ่งหลังจากที่เซเวอร์รัสเริ่มรำคาญจนทนไม่ไหว คนตัวเล็กคนนี้ก็จะต้องมาเต้นรำกับเขาจนได้



            เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับเพลงบรรเลงที่เชื่องช้าและนุ่มนวล เดอะเวียร์ดซิสเตอร์สหายไปแล้ว เจมส์มองไปบริเวณกลางห้องโถงใหญ่ก่อนจะพบว่าตอนนี้เป็นช่วงที่เด็กนักเรียนกำลังง่วนอยู่กับการพูดคุยและการทานอาหาร ฟลอร์เต้นรำค่อนข้างโล่งและตอนนี้ก็กำลังจะถึงท่อนคอรัสแล้ว เขาจะต้องรีบไล่ต้อนลูกแมวสีดำตัวนี้ให้เร็วที่สุด



            “ว่าไง ไม่คิดจะพิสูจน์หน่อยหรอว่าจริง ๆก็เต้นได้นะ” เจมส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนก่อนที่เจ้าตัวจะถอนหายใจออกมา “ใจเย็นขึ้นเยอะเลยนะ เซเวอร์รัส แต่ก็ไม่กล้าทำอยู่ดี ใช่ไหมละ คนมันเยอะไปเลยไม่กล้าออกไปเต้นรำ”



            “ถ้านายอยากเต้นรำนักก็ไปชวนคนอื่นเขาสิ” ร่างโปร่งตอกกลับด้วยน้ำเสียงฉุน ๆ เซเวอร์รัสหันหน้ากลับมามองเขาแล้ว ดวงตาสีราตรีคู่นั้นฉายแววหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจนจนเจมส์รู้สึกได้ถึงความไม่พอใจที่แผ่ล้นออกมานอกหน้ากาก เจมส์อมยิ้มในใจขณะที่เขายังเปล่งเสียงพูดออกไป



            “ไม่เอาหรอก คนอื่นไม่รู้ใจฉันเท่ากับนาย แต่ยังไงนายก็คงไม่ยอมไปเต้นรำใช่ไหมละ ถึงเพลงจะเป็นจังหวะช้า ๆแบบที่นายชอบ ถึงฟลอร์จะโล่งหรือไม่มีคนดูยังไงก็ไม่ออกไปสินะ” มือปราบมารผมดำถอนหายใจ “ไม่กล้าเหมือนเดิม ก็อยากจะใช้คำว่าขี้ขลาดนะ แต่ว่ามันก็อาจจะแรงไป—”



            “พูดใหม่ซิ นายว่าใครขี้ขลาด” นัยน์เนตรสีรัตติกาลมองเขานิ่ง เจมส์ขยับยิ้มน้อย ๆก่อนจะตอบว่า



            “นายไง”



            เซเวอร์รัสกระแทกแก้วค็อกเทลลงบนโต๊ะ น้ำสีพั้นช์สดใสหกกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ แต่ร่างโปร่งไม่สนใจ บรรยากาศคุกรุ่นเริ่มก่อตัวขึ้นขณะที่ร่างบางปิดปากไม่พูดอะไร เซเวอร์รัสถอนหายใจหนัก ๆออกมาก่อนจะเอียงคอมองเขาและผายมือ



            “เชิญครับ”



            น้ำเสียงเย็นเยียบที่ดังออกจากปากของอีกฝ่ายทำให้เขาแอบขนลุกไม่ได้ เจมส์วางมือลงบนฝ่ามือของอีกฝ่ายก่อนจะพลิกกลับมาให้มือของเขาอยู่ด้านล่าง ฝ่ายคนตัวเล็กกว่าก็เหลือบตามองเขาอย่างไม่พอใจขณะที่เจ้าตัวเดินนำออกไป แต่กระนั้นเซเวอร์รัสก็ไม่ได้พลิกมือกลับมาให้ตัวเองอยู่ด้านล่างอีกครั้ง



            และเมื่อเขาทั้งสองคนเดินมาถึงฟลอร์เต้นรำที่ค่อนข้างโล่ง มันก็เป็นจังหวะเดียวกับที่นักร้องสาวร้องจบเพลงแรกและกำลังจะขึ้นเพลงใหม่ ซึ่งจังหวะและทำนองไม่ต่างกันมากนัก มือบางผละออกจากเขาขณะที่เจ้าตัวยังคงดูจะอารมณ์เสียอยู่ไม่หาย เจมส์โค้งตัวน้อย ๆก่อนจะผายมือชวนอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง



            เซเวอร์รัสถอนหายใจก่อนจะวางมือลงมือของเขา ริมฝีปากหยักขยับยิ้มอ่อนโยนขึ้นมาก่อนที่เขาจะเปล่งเสียงพูดว่า



            “ฟังเพลงสิ เซเวอร์รัส ฉันว่ามันเหมาะกับเรามากนะ”



            มือของเซเวอร์รัสวางบนบ่าของเขาขณะที่มือของเขารวบเอวของอีกฝ่ายไว้ ร่างกายของเขาทั้งสองคนแนบชิดกันอย่างที่เคยใกล้กันในอดีต ดวงตาสีอำพันของมือปราบมารหนุ่มเป็นประกายระยับขณะที่รอยยิ้มยังคงปรากฎอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้น เท้าของเขาเริ่มก้าวนำอีกฝ่ายไปเมื่อศิลปินสาวเริ่มร้องเพลงขึ้นมา



            I don't know what I'm supposed to say
When now suddenly you feel so far away
And you're not prepared to talk
And if you're now afraid to listen
Then I don't want to do this anymore



            เขาสัมผัสได้ว่าอารมณ์ที่เริ่มหม่นลงของเซเวอร์รัสในตอนแรกเริ่มกลับมาดีขึ้นอย่างช้า ๆ ขณะที่เสียงเพลงอันนุ่มนวลได้เข้าครอบครองพื้นที่ทุกอณูบริเวณ ร่างกายของเขาทั้งสองคงคล้ายกับจะประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน เนื้อเพลงเองก็ช่างตรงกับความคิดของเขาในตอนนี้เสียเหลือเกิน ชายหนุ่มร่างสูงก็ได้แต่หวังว่าคนตัวเล็กจะฟังถ้อยคำเหล่านั้นและนึกถึงเขา



            เจมส์นึกถึงตอนที่เขาพยายามไล่ตามเซเวอร์รัสในช่วงแรกที่เขาเพิ่งมาถึงฮอกวอตส์ ไม่ว่าเขาจะเดินสวนทางกันที่ระเบียงหรือเจอหน้ากันตอนมื้ออาหาร ลูกแมวสีดำตัวนี้ดูจะเป็นฝ่ายเมินเขาหรือไม่ก็พยายามขับไล่เขาอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ร่างสูงอ้าปากอยากจะทักทายหรือพูดคุยอะไรสักอย่าง คน ๆนี้ก็จะปฏิเสธและเดินหนีเขาอยู่ตลอด ชายหนุ่มผมดำรู้สึกผิดขึ้นมาในทันทีที่เขานึกถึงเหตุการณ์ที่หอคอยดูดาววันนั้น ตอนที่เขาดันตัวเซเวอร์รัสให้ชิดกับกำแพงและไล่ต้อนอีกฝ่ายอย่างที่เขาเคยมาในอดีต ชายหนุ่มไม่รู้มาก่อนเลยว่าการกระทำแบบนั้นจะทำให้ร่างบางร้องไห้ออกมา ดูเหมือนว่าเขาจะพยายามคาดคั้นคำตอบมากเกินไปโดยไม่ได้สนใจเลยว่าตัวเองได้ทำอะไรเอาไว้



            เขายังจำภาพนั้นได้ดี... คนตัวเล็กกว่าที่ไม่เคยให้เขาเห็นน้ำตากลับร้องไห้ฟูมฟาย



            สัมผัสของเซเวอร์รัสที่อยู่บนบ่าของเขาในตอนนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าพวกเขาทั้งสองคนใกล้กันเป็นครั้งแรก เขารู้ดีว่าเซเวอร์รัสจำอะไรที่เขาจำไม่ได้ ความทรงจำเหล่านั้นที่หายไปและคลุมเครือจนจับต้นชนปลายไม่ถูก นั่นคงเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถกลับมาเผชิญหน้ากันได้อีกในตอนนี้



            Oh I don't know which way that I should turn
Seems the more we love
The more we have to learn
And I keep staring into space
Like it somehow has the answer
So don't let the music end
Oh my darling



            ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มน้อย ๆเมื่อเขาสบตากับดวงเนตรสีรัตติกาล เซเวอร์รัสกำลังเงยหน้ามองเขาอยู่ ภายในหน้ากากสีดำสนิทของอีกฝ่าย ตอนนี้เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าร่างบางกำลังคิดอะไรอยู่ แต่อย่างน้อยเขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าคนตัวเล็กไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดกับเขาอีกต่อไปแล้ว เจมส์บีบมือบางเบา ๆก่อนที่พวกเขาทั้งสองคนจะพร้อมใจผละตัวออกจากกันเมื่อนักร้องสาวร้องจนถึงท่อนคอรัสของเพลง



            “Symphony
It's gone quiet around us now
How I wish you would hold me
And that you never told me
That it's better if you leave
Look at the sun
We're starting to lose all of the light
Where we once burnt so brightly
Tell me we might be
Throwing it away



            พวกเขาต่างเอามือไพล่หลังไว้ข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็แบมือชนกันและเริ่มเดินวนเป็นวงกลมอย่างเชื่องช้า เขาสบตากับร่างบางที่กำลังยิ้มออกมาน้อย ๆ เสียงดนตรีที่เคยครอบคลุมทั่วบริเวณกลับดูห่างไกลไปในทันทีสำหรับเขา เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะจากคนอื่น ๆในงานเต้นรำเองก็ดูจะไม่สำคัญอะไรอีกต่อไป โสตประสาทของเขาในตอนนี้ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเสียงร้องของศิลปินนั้นจะไพเราะหรือเสียงดนตรีจะนุ่มนวลมากแค่ไหน ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่าเขาพร้อมจะล่องลอยไปในภวังค์ของตนเองได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะเมื่อเซเวอร์รัส สเนปส่งยิ้มมาให้เขา ถึงแม้มันจะแค่เล็กน้อย แต่นั่นก็เป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายกำลังฟังเพลง ๆนี้อยู่ด้วยความรู้สึกเดียวกัน



            Well you don't know what you've got
Until it's gone
But then nothing ever hurt like holding on
I am scared and unprepared
And I feel like I am falling
So can you tell me
Where did we go wrong?



            ทันใดนั้นเองที่เขาเห็นว่านัยน์ตาของอีกฝ่ายเป็นประกาย เซเวอร์รัสหลุบตาลงขณะที่พวกเขาทั้งสองคนประสานมือกันไว้และกลับมาเต้นรำในท่าเดิมอีกครั้ง เขาบีบมือของอีกฝ่ายเบา ๆเพื่อเรียกความสนใจแต่ร่างบางกลับไม่สนใจ เซเวอร์รัสก้มหน้าลงมองเท้าแทนที่จะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเหมือนอย่างเคย ชายหนุ่มร่างสูงทำท่าจะเอ่ยปากถาม แต่เมื่อเขาได้ยินท่อนต่อมาของเพลง เขาจึงเลือกที่จะเงียบ



            If everything is broken
Then it's better that we give up
And remember how we once had
Something beautiful



            หัวใจของเขาเจ็บแน่นทันทีที่โสตประสาทได้ยินวรรคสุดท้ายของท่อนนี้ ทุกอย่างที่กำลังจะล่องลอยไปในความรู้สึกของเขากลับกลายเป็นจริงขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกดี ๆชั่วขณะหนึ่งเหล่านั้นได้พลันหายไปแล้ว มือบางที่วางบนบ่าของเขาก็เปลี่ยนมาจิกเล็บแทน มือของเซเวอร์รัสที่เขากำลังกุมอยู่ก็สั่นน้อย ๆ เจมส์อยากจะกระซิบเรียกชื่ออีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้นมองเขา แต่เขากลับพูดอะไรไม่ออก ทุกอย่างที่เพิ่งจะกลับเข้าที่เข้าทางได้แตกสลายไปอีกครั้ง ริมฝีปากหยักแห้งผากเมื่อยามที่เขาสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร



            ทั้งเล็บที่จิกลงบนบ่าของเขาและมือที่สั่นระริกนั้น...



            เซเวอร์รัสนิ่งเงียบไม่เอ่ยปากเปล่งเสียงใด ๆทั้งสิ้น ชายหนุ่มร่างบางยังคงเต้นรำกับเขาต่อไปจนกระทั่งเพลงได้จบลง เสียงปรบมือดังขึ้นให้กับนักร้องสาวที่โค้งตัวรับเสียงชื่นชม คนตัวเล็กผละตัวออกห่างจากเขาก่อนจะก้าวยาว ๆเดินออกไปจากห้องโถงใหญ่ในทันทีที่โค้งตัวให้กันและกันแล้ว



            ชายหนุ่มร่างสูงมองตามแผ่นหลังของร่างบางที่ไกลออกไปจากทุกขณะจนกระทั่งอีกฝ่ายลับตาหายไป เจมส์ค่อย ๆเดินออกจากฟลอร์เต้นรำพลางคิดทบทวนถึงเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น เนื้อเพลงเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ในหัวของเขา ราวกับเป็นการตอกย้ำความจริงที่เกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งสองคน



            เจมส์ไม่แน่ใจแล้วว่าเซเวอร์รัสรู้สึกอย่างไรที่ได้ยินเพลงนี้ ร่างสูงหวังเพียงแต่จะให้เซเวอร์รัสคิดตามเนื้อเพลงนั้นและรับรู้ว่าเขาต้องการจะพูดคุยปรับความเข้าใจกับอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นคนละอย่างกันโดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มรู้ดีว่าจริง ๆแล้วเซเวอร์รัสเป็นคนอ่อนไหวมากแค่ไหน ภายนอกที่ดูแข็งกร้าวและเย็นชานั้นก็เป็นแค่เกราะป้องกันตัวเองที่เจ้าตัวสร้างขึ้นมาเท่านั้น เจมส์กำหมัดแน่นเมื่อเขานึกถึงสิ่งที่ร่างบางคิดหรือรู้สึก



            เซเวอร์รัสไม่น่าออกมาเต้นรำกับเขาเลย



            และตอนนี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็ดูจะเหมือนกับเนื้อเพลงแทบไม่มีผิดเพี้ยน



          เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดว่าอะไร... และตอนนี้คน ๆนั้นก็ดูจะห่างไกลจากเขาเสียเหลือเกิน






-tbc.

Inspirations (Songs)

Act IV

Chapter 12
JP/SS #1: Lindsey Stirling - My Immortal (Evanescence cover)

Chapter 13
HP/DM: Celine Dion - Breakaway (Strictly Come Dancing 2013) **เดรกที่คิดไว้ไม่ได้เต้นโหดขนาดนั้น**
JP/SS #2: Sarah Brightman - Symphony


[Talk]

เป็นเพราะ move เปลี่ยน pov ของแต่ละคนไปมาตลอด (+ ละฉากบางฉาก) ทำให้ฟีลลิ่งของอีกตัวจะไม่เคลียร์ purpose ไม่ชัดเจน

#ตั้งใจนะครับ #อย่าเพิ่งคิดว่าเห้ยเขียนไม่เคลียร์เลย เพราะผมจะสลับ pov ไปมาอยู่แล้ว เราจะได้รับรู้เรื่องราวเดียวกันแต่ต่างมุมมอง

#พูดมาเหมือนดูดี #จริง ๆไม่มีอะไรเลย LOL #ที่มาของเนื้อเรื่องที่ดำเนินช้ากว่าเต่าคลาน


PS. ขอบคุณทุกเมนท์ ทุกวิว ทุกคนที่แอด fav. ไว้เช่นเดิม :)

PSS. ตอนนี้กลับไปอ่านฟิคเก่า ๆที่เขียนไว้ไม่ได้เลย รู้สึกแปลก ๆ 55555 ภาษาเวอร์วังมากกก อย่าง B ver. งี้ ตอนนี้ชอบแนวเรียบแต่หรูมากกว่าบ้าความสวย(ของภาษา)อย่างชัดเจน

PSSS. บทจะทอล์คเยอะก็เยอะและเปี่ยมด้วยสาระ บทจะเงียบก็แค่โผล่มาแปะฟิค #คงเส้นคงวาไปอีก



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #980 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 20:49
    เศร้าเกินไปแล้ว
    #980
    0
  2. #645 V.I.P™KAEW™ (@keaw0238) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 20:08
    หน่วงปนดราม่ามาก T__T 
    #645
    0
  3. #643 yaoi yaoi (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 20:50
    คู่พ่อหน่วงมากกกกคู่ลูกก็ดูหวานซะจริงนะอยากให้คู่พ่อกับมารักกันเหมือนเดิมสักทีอ่านแล้วมันหน่วงเกินไปอ่ะ
    #643
    0
  4. #641 RS9882 (@Tang_9882) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 20:07
    กลิ่นของความดราม่ามาแต่ไหลเลย... แต่ไม่เป็นไรคู่ลูกยังหวานอยู่! เอาใจช่วยนะคะไรท์!
    #641
    0
  5. วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 19:29
    โอ๊ะ คู่พ่อเด่นกว่าอีกแล้ว แอบมีดราม่านิดๆแฮะ TT
    #640
    0
  6. #639 colnonelia (@colnonelia) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 13:04
    รู้สึกเริ่มดราม่าาา TT
    #639
    0