[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 38 : Frozen Heart: Act IV Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    14 มี.ค. 59

Act IV

Chapter 12



 

หลังจากที่ข้อเท้าของเขาได้รับบาดเจ็บเพราะความไม่มีสติและความงี่เง่าของนักบุญพอตเตอร์ เด็กหนุ่มจึงถูกบังคับให้ขี่หลังคนก่อเรื่องไปที่ห้องพยาบาล ซึ่งนับว่าโชคดีที่มาดามพอมฟรีย์ยังไม่ได้เข้านอน ข้อเท้าของเขาจึงได้รับการรักษาและหายดีภายในสิบนาที



            เขาว่าคนตัวสูงกว่าคนนั้นไปเรื่องความงี่เง่าและการควบคุมอารมณ์ไปเล็กน้อย ถึงเขาจะยังอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมครั้งนี้พอตเตอร์ถึงได้สติและเดินออกมาหาเขาไวกว่าครั้งล่าสุดที่ทะเลาะกัน ร่างบางคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอะไรที่ทำให้คนงี่เง่าคนนั้นรู้ตัวได้เร็วขึ้นกว่าปกติ เขาก็นึกออกแต่ที่เขาเคยว่าพอตเตอร์ไปในห้องพยาบาลวันนั้น เพราะแค่ลำพังคำพูดของเขาคงไม่ทำให้คนสมองทึบคนนี้คิดได้แน่นอน



            แต่พอตเตอร์นี่ก็แปลกคน นอกจากจะจู่ ๆก็งี่เง่าแล้ว จู่ ๆก็คิดได้เองเฉย แถมยังพูดคำว่าขอโทษออกมาง่าย ๆด้วย



            ก็ถ้าตอนนั้นไปขอโทษเซเวอร์รัสแบบนี้บ้างก็คงจะดีนะ



            เดรโกถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเผลอนึกไปถึงตอนที่ปลายจมูกของพวกเขาชนกัน เด็กหนุ่มหลับตาลงก่อนจะเอาหนังสือตีหัวตัวเองเบา ๆ เขาควรจะลืมช่วงตรงนั้นไปนะ ลืมมันให้หมดเลย



            ร่างบางวางหนังสือลงก่อนจะมองตรงไปที่นาฬิกา เขาควรจะเริ่มแต่งตัวได้แล้วเพราะตัวแทนและคู่เต้นรำจะต้องไปถึงห้องโถงใหญ่ก่อนคนอื่น ๆเพื่อเตรียมการแสดง เด็กหนุ่มหันไปมองแครบและกอยล์ที่กำลังกินเมอแรงก์กันอย่างเอร็ดอร่อย เบลสที่ยังนอนหลับเหมือนอย่างเคยก็ดูน่าจะหลับไปอีกอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ห้องนั่งเล่นรวมในตอนนี้เองก็ใช่ว่าจะมีคนอยู่เยอะมากนัก เขาหันไปมองรอบ ๆก่อนจะพบว่าไม่มีวี่แววของแพนซี่และกลุ่มเพื่อนผู้หญิงของเธอ เขาจึงเดาเอาเองว่ากลุ่มนั้นน่าจะขึ้นไปแต่งตัวกันแล้ว



            เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินถือโอกาสช่วงที่แครบและกอยล์ยังคงหมกมุ่นกับการกินขนมหวานในห้องนั่งเล่นปลีกตัวออกมาคนเดียว เดรโกก้าวยาว ๆขึ้นมาที่หอนอนก่อนจะหยิบกล่องพัสดุจากใต้เตียงมาวางไว้บนเก้าอี้ เพนเทียร์ขู่ฟ่อจากตู้กระจกข้าง ๆ ร่างโปร่งหันไปส่งยิ้มเร็ว ๆให้งูสีดำก่อนจะเปิดหีบออกและเริ่มย้ายของ



            ชุดเดรสของเขากับรองเท้าส้นสูงอยู่ในกล่องเรียบร้อยแล้ว แต่เขาก็อยากจะหยิบชุดทักซิโดของเขาเผื่อไปด้วย เพราะถ้าเขาแสดงจบเรียบร้อย เด็กหนุ่มก็จะได้หาโอกาสเปลี่ยนชุดกลับในทันที เดรโกคว้าชุดราตรีสีดำและรองเท้าคัทชูมาใส่ไว้ในกล่องเดียวกันก่อนจะหยิบหน้ากากทั้งสองอันมาวางไว้บนสุด



            เดรโกแง้มฝาตู้กระจกไว้เล็กน้อยก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากหอ เขาต้องอาศัยช่วงที่แพนซี่ผละไปเปลี่ยนชุดหนีไปให้เร็วที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นเขาได้ตายแน่ ๆ



            เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินเดินถือกล่องพัสดุออกจากหอไปโดยไม่สบตาหรือมองหน้าใคร เขาถอนหายใจออกมาเมื่อเดินพ้นจากอาณาเขตคุกใต้ดินแล้ว เดรโกเดินเร็ว ๆไปที่ห้องต้องประสงค์ในทันที ตอนนี้เขาไม่อยากจะเจอใครทั้งนั้น



            ร่างโปร่งมองไปรอบ ๆบริเวณเมื่อหยุดอยู่หน้าห้องต้องประสงค์ เดรโกหลับตาลงและนึกถึงสิ่งที่ต้องการซ้ำไปมาอย่างที่พอตเตอร์บอกเอาไว้ และเมื่อเขาลืมตาขึ้นมาหลังการพูดย้ำครั้งที่สาม บานประตูไม้เก่าแก่ก็ปรากฎขึ้นตรงหน้า



            เด็กหนุ่มผมบลอนด์ผลักประตูเข้าไปก่อนจะต้องอ้าปากค้าง เมื่อพบว่าเขากำลังอยู่ในห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ มีเสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบเรียงรายกันอยู่ตามผนัง ทั้งชุดราตรียาวกรอมเท้าจนถึงเดรสสั้นรัดรูป เดรโกวางกล่องลงบนโซฟากลางห้องขณะที่กวาดสายตาไปรอบ ๆ



            ถัดเข้ามาจากแถวชุดราตรีคือชั้นรองเท้าและเครื่องประดับ เด็กหนุ่มกะพริบตามองข้าวของทุกอย่างภายในห้องนี้อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่แล้วเขาก็ส่ายหน้าแล้วก้าวไปหยุดอยู่หน้ากระจกบานยาว เดรโกสบตากับเงาสะท้อนของตัวเองนิ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา



            "ต้องทำมันจริง ๆสินะ"



            เขาถอดเครื่องแบบชุดนักเรียนออกก่อนจะใส่เดรสยาวสีเขียวน้ำทะเลอย่างเก้ ๆกัง ๆ เด็กหนุ่มรู้สึกขอบคุณที่คุณอาไม่ได้ส่งชุดรัดทรงมาให้เขาด้วยและเดรสยาวตัวนี้ก็เป็นแบบที่เขารับได้ เพราะมันไม่ได้พองจนฟู่ฟ่าหรืออลังการเกินไป เดรโกพยายามใส่ชุดเดรสอยู่นานสองนานก่อนที่จะจัดแจงชุดได้ในที่สุด



            เด็กหนุ่มมองเงาของตัวเองในกระจกก่อนจะต้องหลุดขำออกมา เขาดูตลกมาก ชุดเดรสสีเขียวนี้เป็นชุดราตรีที่ควรถูกสวมใส่โดยผู้หญิงสวย ๆสักคน ไม่ใช่เด็กหนุ่มผอมแห้งอย่างเขา เดรโกเอียงคอมองก่อนจะหันซ้ายขวาเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง



            ชุดเดรสสีเขียวนี้ทำจากผ้าลินินเนื้อบาง มันเป็นชุดเปิดไหล่แขนยาวถึงข้อศอกพร้อมด้วยริบบิ้นรัดเอวสีเขียวเข้ม ชายกระโปรงถูกตัดไล่สลับระดับความยาวประมาณเข่าจนเกือบถึงหน้าแข้ง ส่วนชายกระโปรงเป็นจีบระบายน้อย ๆ



            ริบบิ้นสีเขียวเข้มรอบเอวของเขาก็ถูกปล่อยยาวไปด้านหลัง บางทีมันไม่ควรจะถูกเรียกว่าริบบิ้นเพราะมันมีขนาดกว้างเกินว่าจะเป็นริบบิ้นได้ ส่วนบริเวณหน้าอกแบนราบของเขาก็ดูนูนขึ้นเล็กน้อยด้วยฟองน้ำที่คุณอาส่งมาพร้อมกับชุด เดรโกกะพริบตามองตัวเองก่อนจะหัวเราะออกมาอีกครั้งอย่างอดไม่ได้



            เด็กหนุ่มจัดการเซ็ตผมสีบลอนด์ตัดสั้นของตัวเองด้วยการใส่เจลและหวีไปด้านหลัง เขารู้สึกแปลก ๆที่จะต้องเผยต้นคอและไหล่ของตัวเอง แต่มันก็ช่วยไม่ได้ อย่างน้อยผ้าลินินช่วงลำตัวของเขาก็ถูกตัดเย็บซ้อนทับกันหลายชั้น เด็กหนุ่มรู้สึกโล่งใจเมื่อชุดที่ได้มาไม่เปิดเผยทรวดทรงอะไรมากเกินไป



            เดรโกทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาเพื่อใส่รองเท้าส้นสูง มันเป็นรองเท้าที่อยู่ในเซ็ตเดียวกันกับชุดเดรสชุดนี้ เพราะฉะนั้นเขาไม่ต้องกังวลว่ามันจะดูไม่เข้ากันหรือประหลาดอะไร เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนเมื่อใส่รองเท้าเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เขาดูไม่เหมือนเดรโก มัลฟอยเลยสักนิดเดียว



            เด็กหนุ่มมองบริเวณลำคอและไหปลาร้าของตัวเองอย่างใช้ความคิด เขาไม่ชอบเลยที่จะต้องเปิดเผยผิวบริเวณนั้น มันรู้สึกโล่งแปลก ๆ แต่เขาก็ไม่อยากจะใส่สร้อยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นร่างบางจึงเลือกที่จะไม่ใส่ใจมันและพยายามไม่สนใจความรู้สึกประหลาด ๆบริเวณนั้น



            เดรโกเอื้อมมือไปหยิบหน้ากากสีมรกตในกล่อง และเมื่อเขายื่นมือออกไป เขาจึงเห็นว่าที่ข้อมือของเขายังมีกำไลเส้นนั้นอยู่ เด็กหนุ่มขยับยิ้มเมื่อคิดว่ามันก็ดูจะเข้ากับชุดของเขาเหมือนกัน เขาอดคิดไม่ได้ว่าทุกอย่างดูเข้ากันราวกับไม่ใช่เรื่องบังเอิญ



            เด็กหนุ่มใส่หน้ากากก่อนจะมองเงาของตัวเองอีกครั้ง ตอนนี้เขาได้แปลงโฉมกลายเป็นคนละคนไปแล้ว เดรโกยิ้มกว้างอย่างพอใจ เขามั่นใจว่าจะไม่มีใครจำเขาได้อย่างแน่นอน แม้แต่แครบ กอยล์หรือแพนซี่เองก็ตามเถอะ



            ร่างบางเลือกที่จะทิ้งกล่องชุดทักซิโดไว้ในห้องนี้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป เขาคิดย้ำกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเมื่อแสดงจบเขาจะต้องมาเปลี่ยนชุดและรีบวิ่งกลับไปที่งานอีกครั้ง เด็กหนุ่มผมบลอนด์ค่อย ๆเดินไปอย่างใจเย็น เขาเริ่มชินกับรองเท้าส้นสูงแล้วก็จริง แต่เขาก็ไม่อยากจะทำให้ข้อเท้าเจ็บอีกเป็นครั้งที่สอง



            เพราะเขาไม่อยากจะขี่หลังใครแล้ว... มันดูแย่และอ่อนแอชะมัด



            ความคิดเรื่องปลายจมูกที่ชนกันนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง เดรโกส่ายหน้าน้อย ๆเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกไป เขาจะต้องตั้งสติตั้งแต่ตอนนี้ เขาจะมาว่อกแว่กหรือเสียสมาธิเพราะเรื่องไร้สาระแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด



            เดรโกเดินไปเรื่อย ๆก่อนจะหยุดชะงักเมื่ออยู่หน้าประตูเข้าห้องโถงใหญ่เมื่อเห็นว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ในชุดสูทคอตั้งยืนรอเขาอยู่ก่อนแล้ว เดรโกสูดหายใจเข้าลึก ๆแล้วเดินไปหาคนตัวสูงกว่าด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจ ร่างสูงที่ยังไม่ได้ใส่หน้ากากหันมามองเขาอย่างงุนงงก่อนจะเบิกตากว้างขึ้น



            "มองอะไร"



            น้ำเสียงห้วนสั้นดังออกจากริมฝีปากบางทันทีที่คู่เต้นรำจ้องเขาไม่วางตา พอตเตอร์ไล่สายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้า เด็กหนุ่มร่างบางเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆแม้เขาจะรู้ว่าคนตัวสูงจะไม่เห็นว่าเขากำลังทำสีหน้ากวนประสาทแค่ไหนก็ตาม เด็กหนุ่มผมดำกะพริบตาถี่ ๆก่อนจะพยายามอ้าปากพูด



            "แค่-- แค่ประหลาดใจน่ะ"



            "ทำไม ตลกมากเลยใช่ไหม" เดรโกกอดอกก่อนจะเบ้ปากเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอยู่ในชุดที่ดูดีมากแค่ไหน "ฉันไม่อิจฉานายหรอก เดี๋ยวพอแสดงจบฉันก็จะได้ใส่ชุดดี ๆบ้างเหมือนกัน"



            "นายไม่ได้ดูตลกเลย" พอตเตอร์ว่า เขาเอียงคอมองคนตัวสูงที่ยกมือเกาแก้มตัวเอง "นายดูสวยต่างหาก"



            "นั่นเพราะฉันใส่หน้ากากอยู่ต่างหาก" เด็กหนุ่มผมบลอนด์กลอกตาก่อนจะมองไปรอบ ๆ "คนอื่นละ?"



            "นายสวยจริง ๆนะ เดรโก" เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ยังคงยืนยันคำเดิมขณะที่เขาเริ่มรู้สึกอายขึ้นมา เด็กหนุ่มรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนวาบขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ



            "หุบปากไปเลยถ้ายังไม่อยากตาย" ร่างบางขู่ฟ่อ "และฉันถามนายว่าตัวแทนคนอื่น ๆอยู่ไหนกัน"



            พอตเตอร์ขำออกมาน้อย ๆก่อนจะตอบว่า "อยู่ในห้องโถงใหญ่ เข้าไปสิ คงมากันครบแล้วนั่นแหละ"



            "ก็แค่นั้น" เขาว่าก่อนจะทำท่าเดินเข้าไปด้านใน แต่คนตัวสูงก็คว้าแขนของเขาเอาไว้ก่อน เดรโกหันไปมองหมายจะเอาเรื่อง แต่เมื่อพบกับใบหน้าที่ถูกซ่อนไว้ด้วยหน้ากากสีดำและรอยยิ้มนั่นแล้ว เขาจึงเผลอชะงักค้างไปชั่วครู่



            เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์จับแขนของเขาไว้ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการควงแขนแทน พอตเตอร์เอียงศีรษะน้อย ๆเมื่อเห็นว่าเขานิ่งไป



            "ไม่ไปหรอ"



            เดรโกบังคับให้ตัวเองถอนสายตาจากรอยยิ้มซุกซนนั้นและสั่งให้ตัวเองมองตรงไปข้างหน้า ร่างสูงผลักบานประตูเปิดออกก่อนจะเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับเขา



            ภายในห้องโถงใหญ่ที่กว้างขวางนั้นถูกตกแต่งและประดับประดาใหม่เพื่อต้อนรับวันคริสมาสต์อย่างดี ละอองหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาจากเพดานท้องฟ้าสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว เชิงเทียนรอบข้างก็ถูกปรับเปลี่ยนให้มีช่อมิสเซิลโทเกาะอยู่ทั่ว เปลวไฟสีส้มอ่อนที่ลุกโชนอยู่รอบ  ๆทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้นมาแม้ว่าด้านในจะเต็มไปด้วยหิมะก็ตาม ต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่ที่สูงแทบจะถึงเพดานโค้งเองก็ถูกตกแต่งไว้อย่างหรูหรา ซุ้มเถาวัลย์ดอกไม้ถูกจัดวางไว้ล้อมรอบฟลอร์เต้นรำ ขณะที่โต๊ะกลมสำหรับทานอาหารถูกจัดไว้ในอีกโซนหนึ่ง เด็กหนุ่มร่างบางสังเกตเห็นว่าบนเวทีมีเปียโนสีดำหลังหนึ่งตั้งไว้อยู่ ข้าง ๆนั้นมีไวโอลินสีขาววางตั้งไว้ด้วยกัน



            เด็กหนุ่มทั้งสองเดินไปตามทางที่ทอดยาวอย่างเงียบเชียบ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกับตัวแทนคนอื่น ๆยืนจับกลุ่มรอกันอยู่ก่อนแล้ว เขาไม่รู้ว่าใครคู่กับใครบ้างเพราะทุกคนต่างก็ใส่หน้ากากกันอยู่ทั้งนั้น แต่อะไรบางอย่างทำให้ร่างบางรู้สึกว่าเด็กสาวผมน้ำตาลที่เป็นคู่เต้นรำของวิกเตอร์ ครัมดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด เธอใส่ชุดราตรีสีฟ้าอ่อนกับหน้ากากสีครามที่ดูเข้ากัน ถึงท่าทางนั้นจะดูประหม่าและเขินอาย แต่เด็กหนุ่มก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอก็ดูดีเหมือนกัน



            ศาสตราจารย์มักกอนนากัลในชุดราตรีสีเขียวที่ไม่ค่อยจะต่างจากเดิมสักเท่าไรนักกวาดตามองตัวแทนและคู่เต้นรำทุกคนก่อนจะหยุดชะงักที่เขา เดรโกสบตากับอาจารย์วิชาแปลงร่างนิ่ง เขาไม่มั่นใจนักว่าอาจารย์จะทราบว่าเป็นเขา แต่กระนั้นเธอก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพยักหน้าให้พวกเขาทั้งแปดคนเดินตามหลังเธอไปยังบริเวณหลังเวทีที่ถูกกั้นและซ่อนไว้ด้วยต้นคริสมาสต์ขนาดเล็ก



            “พวกเธอคงรู้ลำดับการแสดงกันดีอยู่แล้ว” เธอกล่าวเมื่อพวกเขาเดินมาที่อีกฝั่งของฟลอร์เต้นรำ ในนี้มีกระจกและพื้นที่กว้างเพียงพอที่จะเต้นรำได้เลยด้วยซ้ำ “มิสเตอร์ดิกกอรี่กับมิสเตอร์ครัมเป็นอันดับแรก พร้อมกัน ลำดับที่สองคือมิสเดอลากูร์ และอันดับสุดท้ายคือมิสเตอร์พอตเตอร์”



            ตัวแทนทั้งสี่คนพยักหน้ารับก่อนที่เธอจะกล่าวต่อไป



            “แต่ก่อนหน้าการแสดงของพวกเธอจะมีการแสดงของเหล่าอาจารย์จากฮอกวอตส์ก่อน เตรียมตัวให้พร้อม เพราะเราจะมีประกาศการแสดง พวกเธอไม่ต้องลนหรือกังวลไปว่าจะออกไปตอนไหน แค่รอฟังเสียงประกาศกับเสียงเพลงก็พอ”



            และจู่ ๆก็มีเสียงฝีเท้าจำนวนมากมายค่อย ๆหลั่งไหลเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่แห่งนี้ เช่นเดียวกันกับเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะที่ดูห่างไกลออกไป ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเดินออกไปชะเง้อมองสถานการณ์ด้านนอกก่อนจะหันกลับมาหาพวกเขา



            “รออยู่ในนี้ก่อน อีกไม่นานจะเริ่มแสดงแล้ว อย่าไปไหนล่ะ”



            เด็กนักเรียนทั้งหมดรับคำก่อนที่อาจารย์วิชาแปลงร่างจะเดินออกจากบริเวณหลังเวทีไป ตัวแทนและคู่เต้นรำต่างก็แยกกันอยู่ที่มุมของตัวเอง เซดริกกับคู่ของเขายิ้มและหัวเราะให้กันอย่างเขินอายขณะที่ครัมดูจะเกร็งไม่แพ้กัน เด็กหนุ่มผมบลอนด์มัวแต่สังเกตรอบ ๆบริเวณโดยไม่ได้สนใจเลยว่าเขายังคงควงแขนอยู่กับคนตัวสูงกว่า



            บรรยากาศด้านหลังเวทีนั้นสว่างด้วยแสงเทียนสลัว และนั่นจึงทำให้ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในห้วงภวังค์ของตนเอง เด็กหนุ่มร่างบางเองก็กำลังพยายามตั้งสติและสูดลมหายใจเข้าลึก ๆเพราะในอีกไม่กี่นาทีนี้ เขาก็จะต้องขึ้นไปอยู่บนเวทีและเริ่มทำการแสดงพร้อมกับพอตเตอร์เช่นเดียวกัน เดรโกรู้สึกว่ามือของเขาเปียกชุ่มไปหมด ร่างบางทำท่าจะชักมือออกจากการเกาะกุมของร่างสูง แต่การกระทำของเขาก็ต้องถูกขัดเมื่อพอตเตอร์ก้มหน้ามองเขานิ่ง ๆ



            เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ในชุดราตรีสีดำขยับยิ้มน้อย ๆก่อนจะส่งผ้าเช็ดหน้าสีครีมให้ เขาหัวเราะออกมาเบา ๆเมื่อร่างสูงเช็ดเหงื่อบนมือของเขา เดรโกปล่อยให้คนตัวสูงกว่าอำนวยความสะดวกให้เขาไปก่อนจะพูดขึ้นมาว่า



            “ไม่คิดเลยนะว่านายจะพกผ้าเช็ดหน้าด้วย”



            “มางานเต้นรำทั้งที ก็ควรจะพกติดตัวไว้บ้างนะ” พอตเตอร์ตอบขณะที่เจ้าตัวยังคงเช็ดมือให้เขาอย่างนุ่มนวล มือของเขาและพอตเตอร์สัมผัสกันและมันทำให้เด็กหนุ่มร่างบางรู้สึกร้อนวาบขึ้นมาอีกครั้ง “ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีประโยชน์หรอก แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าได้ใช้มันจริง ๆ คิดไม่ผิดเลยที่หยิบติดมือมาด้วย”



            เดรโกทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้เมื่อร่างสูงเช็ดมือเขาเรียบร้อยแล้ว ขาของเขาเริ่มล้า ร่างบางจึงก้มลงถอดรองเท้าส้นสูงออกและเริ่มยืดขาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และพอตเตอร์ก็ทำให้เขาประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวคุกเข่าลงต่อหน้า จับเท้าของเขามาวางบนเข่าของตัวเองก่อนจะเริ่มนวดขาให้เขา



            “ทำอะไรของนาย”



            “นวดขาให้ไง ไม่ดีหรอ” พอตเตอร์ส่งยิ้มกว้างมาให้เขา ซึ่งร่างบางรู้สึกขอบคุณที่เขาเห็นดวงตากับใบหน้าของคนตัวสูงกว่าไม่ชัดเพราะมีหน้ากากบังเอาไว้ เดรโกแกล้งถอนหายใจออกมาเบา ๆก่อนจะตอบว่า



            “เอาเถอะ อยากทำอะไรก็ทำ” และนั่นจึงทำให้เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์เริ่มบริการเขาอย่างเต็มที่ เดรโกอดรู้สึกขำไม่ได้ที่เห็นคนตัวสูงกว่ามาทำอะไรแบบนี้ แต่ก็เอาเถอะ... ยังไงเขาก็ได้ประโยชน์นี่นา













“ทำไมผมต้องเล่นด้วย...”



            ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาทำหน้าบึ้งเมื่อเขาถูกยัดเยียดโน้ตเพลงมาให้ ฝ่ายคนต้นเรื่องก็ได้แต่ยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี เซเวอร์รัส สเนปถอนหายใจหนัก ๆออกมาก่อนจะกวาดตามองโน้ตไวโอลินในมือตัวเองผ่าน ๆ



            “เธอคือคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำการแสดงยังไงล่ะ เซเวอร์รัส” ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์พูดเรียบ ๆแม้ว่าดวงตาของเขาจะเป็นประกายก็ตาม เซเวอร์รัสมองใบหน้านั้นอย่างขัดใจ เขารู้ว่านี่เป็นแผนของเจมส์ พอตเตอร์ที่ดันไปเสนอกับอาจารย์ใหญ่ก่อนแล้วก็ส่งให้อาจารย์ใหญ่มาสั่งงานเขาถึงที่แบบนี้ “เจมส์บอกว่าเธอเคยเล่นไวโอลินมาก่อน”



            อาจารย์หนุ่มร่างโปร่งตวัดสายตาไปมองชายร่างสูงที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะพยายามกลั้นโทสะและกัดฟันพูดว่า “ทราบแล้วครับ ผมจะทำให้เต็มที่”



            ก็แน่ล่ะ... เถียงไป ยื้อไปก็เท่านั้น ในเมื่อยังไงเขาก็ต้องทำอยู่แล้ว



            อาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์ยิ้มก่อนจะตบบ่าเขาเบา ๆ “งั้นฝากด้วยนะ เซเวอร์รัส”



            ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เดินออกจากห้องทำงานของเขาไปเมื่อการสนทนาจบลง ฝ่ายคนร่างสูงก็เดินออกไปเช่นกัน ร่างบางเห็นสีหน้าของผู้ชนะบนใบหน้าหล่อเหลานั้นแล้วก็อดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้ เซเวอร์รัสทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะกุมขมับ



            นี่มันแผนของพอตเตอร์ชัด ๆ



            เซเวอร์รัสถอนหายใจออกมาอีกรอบก่อนจะสงสัยว่าเขาต้องแก่ขึ้นไปอีกกี่ปีเพราะผู้ชายคนนี้ ชายหนุ่มกวาดตามองโน้ตดนตรีอีกครั้ง ดวงตาสีรัตติกาลที่พลันเป็นประกายด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองกลับกลายเป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย



            “ทำไมถึงเลือกเพลงนี้...”






 

แล้วสุดท้ายเขาก็ต้องรื้อฟื้นการสีไวโอลินจนได้



            ชายหนุ่มร่างบางมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ชุดราตรีสีดำที่ไม่ค่อยต่างจากชุดปกติของเขาสักเท่าไรกับหน้ากากสีเดียวกัน เซเวอร์รัสอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อทั้งตัวของเขาเป็นสีดำอย่างทุกครั้ง ขณะที่ใครหลายคนให้ความสำคัญกับวันนี้มากกว่าอะไร แต่เขากลับทำเหมือนกับว่ามันก็เป็นแค่วันธรรมดาอีกวันหนึ่งเท่านั้น



            ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ด้านหลังเวทีกับร่างสูงตัวก่อปัญหาที่กำลังผิวปากอย่างสบายใจ ร่างบางรู้มาว่าอีกด้านหนึ่งของหลังฟลอร์เป็นบริเวณเตรียมตัวสำหรับตัวแทนและคู่เต้นรำที่ต้องแสดงถัดจากเขา เซเวอร์รัสทรุดตัวนั่งลงเมื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองเสร็จแล้ว ชายหนุ่มผมดำขยับนิ้วไปมาเพื่อเป็นการวอร์มก่อนที่คนตัวสูงกว่าจะเดินมานั่งลงข้าง ๆ



            “ฝีมือขึ้นสนิมรึยัง”



            คนถูกถามเหลือบตามองคนข้างกายอย่างไม่สบอารมณ์นัก “สนิมเขรอะนานแล้ว คิดยังไงมาบังคับให้ฉันต้องเล่นคู่กับนายเนี่ย”



            “ก็แค่อยากเล่นเพลงนี้กับนายเท่านั้นแหละ” เจมส์ตอบออกมาในทันที ชายหนุ่มร่างสูงหันหน้ามาส่งยิ้มกว้างให้เขา “ไม่เอาน่า อย่าอารมณ์เสียไปเลย เพลงนี้ก็ไม่ได้เล่นยากอะไรขนาดนั้นซะหน่อย”



            “ไม่ได้ว่าอะไร” อาจารย์หนุ่มผมดำพึมพำก่อนจะเบือนหน้ากลับมามองมือตัวเอง “แค่คิดอยู่ว่านายเจ้าเล่ห์มากกว่าเดิมอีก”



            เจมส์หัวเราะออกมาทันทีที่สิ้นคำกล่าวนั้น ชายหนุ่มร่างสูงในชุดราตรีสีดำดูจะชอบใจมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้ เซเวอร์รัสกลอกตาให้กับความบ้าของคนข้าง ๆพลางเขยิบตัวหนีเล็กน้อย แต่แล้วก่อนที่เขาหรือเจมส์จะได้ทำอะไรมากกว่านี้ เสียงอื้ออึงจากผู้ร่วมงานด้านนอกก็พลันเงียบเสียงลง เซเวอร์รัสสะกิดคนตัวสูงกว่าให้หยุดหัวเราะก่อนจะหยิบหน้ากากสีทองของอีกฝ่ายส่งให้



          “— และสำหรับการแสดงเปิดงานเต้นรำ...”



            คนตัวสูงถอดแว่นออกก่อนจะใส่หน้ากากและหันมาส่งยิ้มให้กับเขา “เป็นไง หล่อรึยัง”



            เซเวอร์รัสดีดหน้าผากคนตัวสูงกว่าเบา ๆก่อนจะลุกขึ้นยืน “เลิกเล่นได้แล้ว”



          “...การแสดงชุดแรกจากเหล่าคณาจารย์แห่งฮอกวอตส์!



            เสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้นทันทีที่สิ้นเสียงประกาศจากพิธีกร ชายหนุ่มทั้งสองคนยืดตัวขึ้นก่อนจะก้าวออกไปจากบริเวณหลังเวทีพร้อมกัน เซเวอร์รัสกำมือที่สั่นแน่นก่อนจะคลายออกเมื่อคนตัวสูงกว่าเลื่อนมือมาจับข้อมือของเขาเอาไว้



            เจมส์ที่เดินตามหลังเขาออกมากระซิบเบา ๆขณะเดินผ่านว่า “ไม่ต้องห่วง นายทำได้แน่”



            ชายหนุ่มร่างสูงกุมมือของเขาก่อนจะผละออกห่างโดยส่งยิ้มน้อย ๆให้ไว้ทิ้งท้าย เจมส์เดินตรงไปที่แกรนด์เปียโนสีดำของตนเองขณะที่เขาเดินไปที่ไวโอลินสีขาว เซเวอร์รัสจับคันชักและตัวไวโอลินขึ้นมาก่อนจะตั้งท่าเตรียมพร้อม เขาได้จูนเสียงไวโอลินไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนเจมส์เองก็จัดการปรับเสียงของเปียโนไว้แล้วเช่นกัน เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงสามารถทำการแสดงได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาใด ๆอีก



            ความเงียบเข้าครอบครองทุกอณูพื้นที่เมื่อยามที่พวกเขาทั้งสองคนเดินขึ้นมายืนบนเวที ฟลอร์โล่งสีไม้ที่มีเพียงเครื่องดนตรีสองชิ้นกับชายหนุ่มทั้งสองคนเรียกความสนใจจากผู้คนทั่วทั้งห้องโถงได้เป็นอย่างดี แสงไฟสว่างจากโคมไฟระย้าและเชิงเทียนรอบ ๆพลันค่อย ๆอ่อนแรงลงจนความมืดเข้ากลืนกินทุกสิ่ง เปลวเทียนบริเวณรอบ ๆต่างดับไปทีละดวง ๆจนเห็นได้เพียงแต่แสงจากดวงดาราบนท้องฟ้าเบื้อบน เกล็ดหิมะที่ยังคงโปรยปรายลงมานั้นยิ่งทำให้บรรยากาศทุกอย่างดูเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน



            เสียงเปียโนดังขึ้นเบา ๆราวกับแค่การทดลองเสียง เสียงคอร์ดทุ้มนั้นดังก้องสะท้อนไปมาก่อนจะทิ้งช่วงห่างจนกระทั่งเสียงนั้น ค่อย ๆเงียบลงไปในที่สุด ทุกคนตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าที่จะเปล่งเสียงใด ๆออกมา และจู่ ๆเสียงเปียโนก็พลันดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่ฟองสีขาวโปร่งแสงจะพลันลอยขึ้นจากพื้นทั่วทั้งห้องโถงใหญ่



            ฟองสีขาวโปร่งแสงนั้นดูคล้ายกับฟองสบู่ ฟองจำนวนมากมายที่ค่อย ๆล่องลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ารวมประสานกับเกล็ดหิมะจนแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ฟองเหล่านั้นลอยขึ้นไปรวมตัวกันที่ด้านบนเหนือศีรษะของทุกคนราวกับแสงดาวที่ส่องประกายสว่างกว่าครั้งไหน ๆ ทุกอย่างดูนิ่งสงบและอ่อนไหวไปตามเสียงเปียโนที่แผ่วเบาและนุ่มนวล จนกระทั่งเสียงไวโอลินดังขึ้นประสานสอดแทรกไปตามบทเพลง ฟองสีขาวเหล่านั้นได้แตะกระจายออกกลายเป็นเส้นใยสีขาวเรืองรองไม่ต่างจากขนนก



            เส้นใยและขนนกสีขาวอ่อนนั้นกระจัดกระจายไปทั่วทั่งบริเวณ ขนนกพลันค่อย ๆร่วงหล่นลงมาอีกครั้งขณะที่เส้นใยสีขาวพุ่งตกลงไปที่เชิงเทียนติดผนัง เส้นใยบางเส้นพุ่งเข้าไปที่เปียโนสีดำสนิทกับไวโอลินสีขาวที่ชายหนุ่มทั้งสองกำลังเล่นอยู่ แต่ทว่าทั้งสองกลับไม่สนใจ เซเวอร์รัสยังคงหลับตาเล่นดนตรีต่อไปเช่นเดียวกันกับชายร่างสูงอีกคนที่ดูคล้ายกำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์ของตนเอง



            และเมื่อเจมส์เล่นโน้ตตัวถัดไป เส้นใยสีฟ้าอ่อนก็พลันพุ่งออกจากเปียโนสีดำขึ้นมารวมตัวกันอยู่ที่กลางห้องโถง เส้นใยเหล่านั้นพันรวมกันในอากาศธาตุก่อนจะถักทอกันจนกลายเป็นเรือนร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ขณะที่เสียงไวโอลินเริ่มดังและมีบทบาทมากขึ้นในเพลงนี้ ร่างกายท่อนล่างของหญิงสาวนั้นค่อย ๆแปรเปลี่ยนเป็นดอกกุหลาบที่ค่อย ๆผลิบานอย่างเชื่องช้า หญิงสาวร่างสีฟ้าที่ดูคล้ายกับภูติพรายร่ายรำอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าขณะที่ละอองหลากสีโปรยปรายตกลงมาทุกครั้งที่เธอขยับตัว



            จนกระทั่งเมื่อเสียงเปียโนและไวโอลินต่างคร่ำครวญและส่งเสียงถึงกันและกัน เหล่านางฟ้าและแฟรี่ตัวจิ๋วก็พลันปรากฎขึ้นและบินวนไปรอบ ๆหญิงสาวที่กำลังร่ายระบำ หญิงสาวร่างสีฟ้าอ่อนร่ายรำไปตามจังหวะเพลงและเสียงของไวโอลิน เหล่าแฟรี่ตัวน้อยวินล้อมรอบเธอเป็นวงกลมด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ จนกระทั่งเหล่าแฟรี่ได้กลายเป็นแสงสีระยับรอบ ๆดอกกุหลาบที่เบ่งบานอย่างงดงามในที่สุด



            เสียงเปียโนเด่นขึ้นมาอีกครั้ง และเมื่อชายหนุ่มร่างสูงเริ่มไล่นิ้วบรรเลงเพลงหลังจากปล่อยให้ราชินีแห่ง เครื่องดนตรีสร้างอารมณ์ไปก่อนแล้ว เสียงเปียโนที่ค่อย ๆดังไล่เลี่ยกับไวโอลินค่อย ๆมีบทบาทมากขึ้นก่อนจะกลายเป็นผู้ควบคุมการเคลื่อนไหวของพรายสาวสีฟ้าแทน



            ท่าร่ายรำของภูติพรายและแฟรี่นั้นเปลี่ยนและขยับไหวไปตามจังหวะคอร์ดเปียโนที่ดังขึ้น จนกระทั่งถึงตอนที่เปียโนพลันลดอารมณ์ลงและให้ไวโอลินครวญขึ้นมาในทันที พรายสาวพลันกางปีกออกและบินพุ่งขึ้นจากดอกกุหลาบพร้อมกับเหล่านางฟ้าตัวจิ๋ว ทั้งหมดบินและพุ่งเข้ามารวมกันจนสลายกลายเป็นดอกไม้ไฟหลากสีที่ระเบิดออกเปล่งแสงระยับกับเกล็ดหิมะที่กระจายไปรอบ ๆ หงส์ขาวกว่าสิบตัวที่พุ่งออกจากดอกไม้ไฟเหล่านั้นอย่างเริงร่า เหล่าหงส์ขาวสีนวลที่ดูเรืองรองไม่ต่างจากผู้พิทักษ์ พวกมันกางปีกและโผบินไปมาจนทำให้ห้องโถงใหญ่ที่เคยมืดสนิทกลับพลันดูสว่างไสวและอบอุ่นในทันที



            และเมื่อถึงท่อนสุดท้ายของบทเพลง เหล่าหงส์ขาวพลันจางหายไปกับอากาศธาตุก่อนที่เปลวไฟสีฟ้าอมขาวจะลุกโชนขึ้นจากสะเก็ดดอกไม้ไฟดอกสุดท้าย เหล่านางฟ้าตัวน้อยปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งที่ปลายของเปลวเพลิงนั้น แฟรี่ตัวจิ๋วกางปีกออกและร่ายรำไปอย่างเชื่องช้าก่อนจะค่อย ๆก้มหัวลงและบินกลับเข้าไปในเปลวไฟอีกครั้งหนึ่ง



            เสียงเปียโนแผ่วเบาลงแล้ว เหลือเพียงแต่เสียงไวโอลินที่ยังดังคลออยู่อย่างอ่อนแรง เสียงเพลงที่เศร้าโศกและเต็มไปด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งค่อย ๆจางหายไปขณะที่เหล่าแฟรี่ต่างหมุนตัวหายวับไปในเปลวอัคคีสีอ่อน จนกระทั่งโน้ตตัวสุดท้ายของไวโอลินดังขึ้น เปลวไฟนั้นจึงค่อย ๆดับลงและทิ้งไว้เพียงละอองสีทองและเงินในอากาศ พร้อมกับประกายแสงระยิบระยับและเกล็ดหิมะที่โปรยปรายไปทั่วทั้งบริเวณ



            ความมืดและความเงียบโรยตัวเข้าครอบครองพื้นที่อีกครั้ง เมื่อยามที่เสียงเปียโนและไวโอลินพลันเงียบลง เซเวอร์รัสถอนหายใจออกมาเบา ๆก่อนจะลดมือลงและวางไวโอลินไว้ที่เดิม ขณะที่ชายร่างสูงอีกคนลุกขึ้นยืนและก้าวตรงมาที่เขา เจมส์จับมือของเขาไว้ก่อนจะก้มหัวให้กับผู้ชมด้านล่าง คนตัวเล็กกว่าทำตามไปอย่างไม่รีรอทั้ง ๆที่ตอนนี้ความคิดทุกอย่างดูจะโล่งโปร่งไปหมด



            เสียงปรบมือดังก้องขึ้นในทันทีที่เขาทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เจมส์กระชับมือเขาแน่นก่อนจะส่งยิ้มกว้างไปให้กับเด็กนักเรียนที่ต่างส่งเสียงเชียร์ เซเวอร์รัสหันไปมองหน้าคนตัวสูงกว่าก่อนจะผุดยิ้มออกมาน้อย ๆ มือของเขาหายสั่นแล้วและตอนนี้หัวใจของเขาก็พลันรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน



            ทั้งสองคนพากันเดินลงจากเวทีขณะที่เสียงปรบมือนั้นยังดังต่อเนื่องอยู่ เจมส์เดินนำลงไปก่อนจะจับมือเขาไว้แน่นขณะที่เขาลงบันไดท่ามกลางความมืด เซเวอร์รัสรู้สึกได้ถึงเม็ดเหงื่อบนฝ่ามือของอีกฝ่าย เจมส์ก็คงจะตื่นเต้นไม่ต่างจากเขา และทันทีที่พวกเขาทั้งสองคนกลับเข้ามาที่เดิมด้านหลังเวที ร่างสูงก็โผเข้ากอดเขาแน่น



            วงแขนของอีกฝ่ายโอบรัดเอวของเขาจากทางด้านหลัง เซเวอร์รัสชะงักก่อนจะหันหน้ามองคนตัวสูงกว่า แต่เจมส์กลับซุกหน้าบนไหล่ของเขานิ่ง ร่างบางพยายามแกะมือหนาของอีกฝ่ายออกแต่ทว่าไร้ผล เพราะเจมส์ดูจะไม่ยอมผละออกห่างจากเขาง่าย ๆ



            “อะไรของนาย ปล่อยสิ...”



            “นายลืมไปแล้ว”



            อาจารย์ผมดำที่กำลังพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมนั้นนิ่งทันทีที่เสียงทุ้มดังออกจากริมฝีปากของอีกฝ่าย เจมส์ที่ยังกอดเขาเอาไว้แน่นไม่ได้พูดอะไรอีกจนกระทั่งเขาต้องกระตุ้นอีกฝ่ายอีกครั้ง



            “ปล่อย...”



            “นายลืมเพลงนั้นไปแล้ว”



            น้ำเสียงของเจมส์ดูเศร้าจนเขาใจหาย น่าแปลกที่ชายร่างสูงคนนี้ดูจะเปลี่ยนอารมณ์ไวเกินกว่าที่ใครจะปรับตามได้ทัน เขามั่นใจว่าเมื่อครู่ตอนที่พวกเขาทั้งสองคนยังยืนอยู่บนเวที คน ๆนี้ยังดูอารมณ์ดีและประทับใจอยู่แท้ ๆ แต่แล้วเมื่อเดินกลับมาอยู่ในห้องเล็ก ๆมืด ๆเพียงลำพัง ร่างสูงกลับห่อเหี่ยวและเศร้าโศกจนเขาตามไม่ทัน



            “นายลืมเพลงนั้นไปแล้วงั้นหรอ... โน้ตเพลงนั้นที่ฉันเขียนให้นาย”



            เซเวอร์รัสรู้สึกกระตุกวูบทันทีที่สิ้นเสียงทุ้มนั้น ดวงตาสีรัตติกาลเบิกกว้างขึ้น มือบางที่พยายามแกะแขนยาวของร่างสูงออกพลันหยุดพร้อมกับห้วงความคิดที่นึกย้อนไปถึงโน้ตเพลงที่เขาเพิ่งเล่นไปเมื่อครู่



            ความคุ้นเคยเหล่านั้น...



            “แล้วถ้าฉันบอกว่าฉันลืมล่ะ...”



            ร่างบางสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มที่อยู่ข้างลำคอของเขา เจมส์ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะกระชับวงแขนให้ร่างของเขาแนบชิดกับแผ่นอกของอีกฝ่ายมากขึ้น



            “ก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้นายก็คงจะจำได้แล้ว”



            มือหนาของอีกฝ่ายแทรกเข้ามาประสานกับมือของเขาแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนของเจมส์ยังคงรดอยู่ข้างลำคอของเขา เซเวอร์รัสยืนนิ่งพลางพยายามตั้งสติและข่มความรู้สึกต่าง ๆขณะที่อีกฝ่ายดูจะไม่ขยับไหวเลยสักนิด



            “ขออยู่อย่างนี้สักพักนะ... อย่างน้อยก็จนกว่าการแสดงทั้งหมดจะจบลง”



            ร่างบางส่งเสียงตอบรับในลำคอ เขาปล่อยให้คนตัวสูงกว่ากอดเขาไว้เงียบ ๆ แสงเทียนที่ประดับอยู่ที่มุมห้องใกล้ดับลงแล้ว และนั่นหมายความว่าความมืดกำลังจะเข้าครอบครองทุกสิ่ง เซเวอร์รัสหลับตาลงพลางซึมซับไออุ่นจากอีกฝ่ายอย่างเงียบงัน



            ขณะที่เขายังไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรดี หัวใจของเขาทั้งเต้นรัวและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน











-tbc.

[Talk]

เรื่องมันเศร้า._. ทำไมเมะพ่อลูกคู่นี้อารมณ์แปรปรวน 5555

ไม่รู้จะทอล์คอะไรดี เอาเป็นว่าฝากติดตามตอนต่อ ๆไปด้วยนะครับผม!


ใครที่สนใจจะลงชื่อสอยฟิคหัวใจก็สามารถย้อนกลับไปที่ตอนที่แล้ว หรือจะไปที่หน้าหลักของบทความก็ได้

ตอนนี้อยากจะได้จำนวนคนที่สนใจและจะสอยฟิค ขอแบบชัวร์หน่อยเนอะเพราะต้องไปคุยกับโรงพิมพ์

เจอกันบทต่อไปค้าบ


#ขอบคุณทุกเมนท์ทุกวิวฟค.ทุกคน ♥

#ทีมเคะบ้านสลิธีริน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #979 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 20:47
    เง้อออ
    #979
    0
  2. #642 yaoi yaoi (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 20:24
    พ่อลูกอารมณ์แปรปวนซะจริงนะอืออแต่คู่พ่อมันเศร้าๆอ่ะคู่ลูกก็เริ่มหวานขึ้นหน่อยล่ะ
    #642
    0
  3. #638 RS9882 (@Tang_9882) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 19:48
    หวานจังเลย ตั้งแต่พ่อยันลูก ^///^ รอตอนต่อไปนะคะ
    #638
    0
  4. #637 I_To_Se (@mistfox) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 19:35
    ตอนเล่นเพลงบรรยายดีมากเลยฮะ เรานี่เห็นภาพชัดสุดๆเลย
    #637
    0
  5. วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 18:54
    โอ้ะ!! คู่พ่อแย่งซีนซะแระ >0<
    #636
    0
  6. #635 W.Hyacinth (@tiwarate) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 17:35
    รู้สึกอยากไปอยู่ในงานด้วยจัง >< คู่พ่อหว๊านหวาน-//-
    #635
    0
  7. #634 colnonelia (@colnonelia) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 17:13
    ทำไมเราเขินแฮรี่ -///-
    #634
    0