[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 32 : Frozen Heart: Act IV Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    31 ธ.ค. 58

Act IV

Chapter 7

 




เจมส์ไม่รู้ว่าเขาแกล้งอีกฝ่ายผิดเวลาไปหรือเปล่า ในเมื่อปฏิกิริยาที่เขาได้รับ คือการชักมือออกและการเหวี่ยงประตูปิดตามหลัง ร่างสูงมองบานประตูไม้ที่ปิดสนิทอย่างหนักใจ เขาทำเรื่องที่ไม่ควรทำอีกแล้วหรือเปล่านะ



ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆก่อนจะพยายามไม่คิดถึงเรื่องนั้น มันผ่านไปแล้วและเขาก็ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก และที่เขาทำไปเพราะรู้สึกว่าควรจะทำและอยากทำ ที่เหลือที่ทำได้ตอนนี้ก็แค่รอให้เซเวอร์รัสกลับมาแลรอดูท่าทีของอีกฝ่ายเท่านั้น



เจมส์กวาดตามองไปรอบ ๆห้อง ที่นี่ต้องเป็นห้องเรียนที่ไม่ใช้แล้วภายในคุกใต้ดินอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งกำแพงหินที่เก่าแก่กับไอเย็นที่กระจายตัวอยู่ภายในห้อง ชายร่างสูงเลื่อนมือลงแตะที่ขอบเตียงของตนเองอย่างสนใจเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมารอบ ๆ นี่ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของเขา เตียงน้ำแข็งที่เย็นสุดขั้วนี้



ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็ยังอ่อนเพลียอยู่บ้าง แขนซ้ายของเขาก็ไร้ความรู้สึกราวกับมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ส่วนอื่น ๆของร่างกายก็ทยอยดีขึ้นตามลำดับ แต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเจมส์คือการที่เขาไม่รู้ร้อนรุ่มหรือทรมานด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวเหล่านั้นอีกต่อไป มันเหมือนกับว่าเขาได้ถูกปล่อยออกมาจากกรงขังและไม่มีอะไรล่ามโซ่เขาไว้อีก เว้นแต่แขนข้างเดียวที่ยังคงรู้สึกชาและหนักอึ้ง เป็นอย่างที่เซเวอร์รัสว่าไว้ ที่เขาไม่รู้สึกอะไรก็เพราะคาถาที่อีกฝ่ายลงเอาไว้กับยาที่เขาดื่มเข้าไป แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับร่างสูง อย่างน้อยก็ในตอนนี้



มือปราบมารหนุ่มขยับยิ้มเล็กน้อยเมื่อความคิดของเขาเผลอวกกลับไปหาร่างโปร่งบางอีกครั้ง สัมผัสแผ่วเบาที่เขาได้มอบให้แก่อีกฝ่ายคงเป็นอะไรที่เกินความคาดหมาย เอาเข้าจริง ๆเขาก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำแบบนั้น แค่เห็นมือนั้นอยู่ในระดับสายตาพอดิบพอดีกับคน ๆนั้นที่กำลังจะเดินจากไป มือของเขาก็ดันเอื้อมไปคว้าโดยไม่รู้ตัว



เจมส์ส่ายหน้าให้กับความเอาแต่ใจของตัวเองน้อย ๆก่อนจะเหลือบไปเห็นกล่องหนังสีน้ำตาลคุ้นตา มือหนาเอื้อมไปหยิบสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่ในห้องนี้ และนั่นทำให้เขาเจอกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ถูกทับไว้ข้างใต้ ชายหนุ่มก้มลงอ่านข้อความบนนั้นก่อนที่เขาจะต้องคลี่ยิ้มกว้างทันทีที่อ่านจบ



"นายขี้เบื่อเกินกว่าจะอ่านหนังสือ เพราะฉะนั้นฉันก็เลยเอาเจ้านี่มาให้"



เจมส์วางกระดาษโน้ตไว้บนโต๊ะข้างเตียงที่เดิมก่อนจะเปิดกล่องขนาดเล็กในมือ และเป็นอย่างที่เขาคาดไว้ มันคือลูกสนิชสีทองที่ปีกยับเล็กน้อย ลูกสนิชที่เขาชอบใช้เล่นฆ่าเวลาโดยเฉพาะเวลานั่งอยู่บนต้นอลาสเทียร์เพียงลำพัง ชายหนุ่มขมวดคิ้วน้อย ๆพลางพยายามนึกว่าคนตัวเล็กจะเห็นเขาเล่นกับลูกสนิชได้ยังไงในเมื่อเขาก็ไม่ได้เล่นบ่อยขนาดนั้น รวมทั้งเซเวอร์รัสไปหาลูกสนิชลูกนี้มาได้ยังไงกันในเมื่อเขาก็คิดว่าตัวเองเอามันไปเก็บที่เรียบร้อยแล้ว



"ช่างมันก็แล้วกัน" เจมส์ยักไหล่น้อย ๆอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะหยิบลูกสนิชออกมาและวางกล่องลงบนเตียง มันเริ่มขยับแล้ว ลูกสนิชสีทองกระพือปีกเบา ๆภายในกำมือของเขา ร่างสูงกำมันไว้หลวม ๆให้ลูกสนิชมีพื้นที่พอที่จะสยายปีกของมันออกมา สัมผัสเย็นเยียบที่คุ้นเคยในมือทำให้เขาอดนึกถึงสมัยเรียนไม่ได้ แต่ที่เขานึกถึงทุกครั้งคือแมวสีดำของเขาที่ล่าสุดเหวี่ยงประตูปิดตามหลัง ลูกสนิชสีทองก็เหมือนกับเซเวอร์รัสที่พยายามออกห่างจากเขาอยู่ตลอด



แต่สุดท้ายเขาก็จับกลับมาได้ทุกครั้ง...



ชายร่างสูงแบมือออกปล่อยให้ลูกสนิชบินออกห่างจากตัว ดวงตาสีอำพันมองไปตามลูกสนิชที่บินไปมาเพียงชั่วครู่ก่อนจะคว้ามันไว้ในทันที ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงการต่อต้านภายในกำมือของตน เขาค่อย ๆแบมือออกและปล่อยให้ลูกสนิชได้โผบินออกไปอีกครั้ง



แม้แต่ตอนที่เขากำลังจมอยู่แต่ห้วงความคิดของตัวเอง ชายหนุ่มก็ไม่ได้ปล่อยให้ลูกสนิชพลาดจากการจับกุมเลยสักครั้ง เจมส์เล่นกับลูกสนิชอย่างทุกครั้งที่เขาทำเวลาเบื่อ แต่ติดที่เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้มากเท่าเดิมเนื่องจากสภาพร่างกายที่ไม่อำนวย ซึ่งเขาก็ไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาอะไรตราบใดที่เขายังจับมันได้อยู่



แล้วจู่ ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นหลังจากที่เขาจับลูกสนิชไว้ได้อีกครั้ง เจมส์จัดการเก็บลูกสนิชสีทองไว้ในกล่องขนาดเล็กในทันที ก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตคนด้านนอก



"เชิญครับ"



บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นผู้มาเยือน เจมส์รู้สึกได้ถึงความห่อเหี่ยวของตนเองที่คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่เซเวอร์รัสอย่างที่เขาคาดเอาไว้ ชายหนุ่มมองหน้าลูกชายของตัวเองนิ่งก่อนจะขยับยิ้มส่งให้เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์



"ว่าไง แฮร์รี่"



เขาไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า แต่เจมส์คิดว่าเขาเห็นความกังวลอยู่ในดวงตาคู่นั้น นัยน์เนตรสีเขียวที่ถอดแบบมาจากลิลี่ เอฟเวนส์ แฮร์รี่ทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา



"พ่อครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม"



ชายหนุ่มร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ "ว่ามาสิ"



"ทำไมพ่อถึงดูสบายใจทั้ง ๆที่คนดูแลพ่อคือเขา..." เด็กหนุ่มเริ่มด้วยเสียงเรียบนิ่งที่ปกปิดความขุ่นเคืองเอาไว้ไม่มิด เจมส์หวั่นใจเล็กน้อยเพราะเขาไม่รู้ว่าแฮร์รี่ต้องการอะไรกันแน่ ตอนนี้เขาอ่านความคิดและอารมณ์ของแฮร์รี่ไม่ได้ เพราะทุกอย่างดูสับสนปนเปกันไปหมด "...ผมมาดูแลพ่อเองก็ได้นะ ผมไม่สบายใจเลยที่จะปล่อยให้พ่ออยู่ในกำมือของเขาน่ะ"



เขา... คนนั้น



เจมส์ถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบว่า "ไม่เป็นไรหรอกน่า แฮร์รี่ เซเวอร์รัสเขาไม่ทำอะไรพ่อหรอก นี่ไง ดูสิ พ่อดีขึ้นตั้งเยอะก็เพราะเขานะ" ชายหนุ่มส่งยิ้มกว้างไปให้พลางทำท่าฮึด แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นสีหน้าอันราบเรียบของลูกชายที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด



"พ่อแน่ใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ทำอะไรพ่อ..."



"เซเวอร์รัสเขาก็มีศักดิ์ศรีนะ ถึงเราสองคนจะทะเลาะกันบ่อย แต่พ่อว่าเขาไม่ทำอะไรคนป่วยแบบนี้หรอก" แฮร์รี่ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนที่ดวงตาสีเขียวจะสบตากับเขานิ่ง



"เซเวอร์รัส... เซเวอร์รัส... เรียกชื่อจริงกันแล้วหรอครับ"



"แฮร์รี่--" ชายหนุ่มพยายามจะอธิบาย แต่แฮร์รี่กลับไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูด



“-- ทำไมพ่อถึงเชื่อใจสเนปนักหนา ผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ชื่อเสียงดี ๆของเขาน่ะมีบ้างไหม เราต่างก็รู้ว่าเขาเป็นอะไร..."



"...เคยเป็นอะไร" เสียงของเจมส์แข็งขึ้นในทันที ร่างสูงมองคนอายุน้อยกว่าด้วยสายตาที่ไร้ร่องรอยของความขี้เล่นเหมือนอย่างเคย "ลูกเป็นอะไร ทำไมจู่ ๆมาพูดเรื่องเขา"



"ผมเป็นห่วงพ่อไง ผมไม่อยากให้เขาเข้าใกล้พ่อ" แฮร์รี่วกเข้าประเด็นหลักในทันที เด็กหนุ่มอาจดูอารมณ์เสียจนแทบควบคุมไม่ได้แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้ขึ้นเสียงกับเจมส์ "ผมไม่เชื่อใจเขา ผมไม่คิดว่าเขาจะจริงใจกับพ่อ--"



"แล้วอะไรที่ทำให้ลูกคิดว่าเขาจะทำอันตรายอะไรกับพ่อ?" เจมส์สวนขึ้นมาด้วยคำถามที่ทำให้แฮร์รี่ต้องหยุดคิด "เท่าที่พ่อเห็นมันก็ไม่มีอะไรเลยนี่ แฮร์รี่ เขาก็อยู่ของเขา พ่อก็อยู่ของพ่อ"



"ง่าย ๆเลยนะครับ" เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะยกนิ้วขึ้นนับ "หนึ่งเขาเกลียดพ่อ พ่อเกลียดเขา ใคร ๆก็รู้ครับว่าเขากับพ่อน่ะ เกลียดกันขนาดไหน..."



เจมส์รู้สึกว่าใบหน้าของเขาชาไปหมด อกข้างซ้ายของเขาก็พลันเจ็บแน่นราวกับมีคนมาบีบเอาไว้ ชายหนุ่มร่างสูงลอบกำหมัดแน่นเมื่อได้ยินความจริงดังออกมาจากปากของลูกชายตรงหน้า หูของเขาอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินอะไร เจมส์หลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะดึงสติของตัวเองกลับมา



เขาเกลียดพ่อ พ่อเกลียดเขา...



ไม่หรอก... อาจจะเป็นแค่คน ๆนั้นที่เกลียดเขาอยู่ฝ่ายเดียวก็ได้



"...สอง เขาเป็นผู้เสพความตาย ไม่ว่ายังไงก็เคยเป็นสมุนของโวลเดอมอร์มาก่อน พ่อเคยพูดเองว่าผู้เสพความตายไว้ใจไม่ได้สักคน"



"สาม เขาทำตามแต่คำสั่งของดัมเบิลดอร์ซึ่งหมายความว่า เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจริง ๆแล้วเขาคิดอะไรอยู่หรืออยากจะทำอะไร ไม่เคยมีใครอ่านใจเขาออก"



นั่นก็จริง... ไม่เคยมีใครอ่านใจเซเวอร์รัสได้ ไม่เคยมีใครเข้าใจความคิดของคน ๆนั้นได้แม้แต่การจับโกหกใด ๆทั้งสิ้น เขาเองก็ทำไม่ได้



การยอมรับว่าแท้จริงแล้วตัวเองก็ไม่ได้พิเศษอะไรสำหรับคน ๆหนึ่งเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มไม่คิดว่ามันจะเจ็บปวดได้มากเพียงนี้ ร่างสูงสูดหายใจเขาลึก ๆขณะที่แฮร์รี่ดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตถึงท่าทีผิดปกติของเขา เจมส์คลายกำปั้นออกช้า ๆก่อนจะพยายามลบอารมณ์ต่าง ๆออกไป



"และสี่ เขารักศาสตร์มืด ส่วนพ่อเป็นมือปราบมาร ขั้วตรงข้ามกับพ่อมดศาสตร์มืดชัด ๆ" เด็กหนุ่มว่า "ดูยังไงก็เหมือนขาวกับดำที่มารวมกันไม่ได้ แค่นี้พ่อก็เข้าใจผมแล้วใช่ไหม"



เจมส์ถอนหายใจออกมาอีกครั้งขณะที่ขมับของเขาปวดตุบ เขาปวดศีรษะครั้งล่าสุดเมื่อไรกันนะ ทำไมมันถึงทรมานได้ขนาดนี้ แต่กระนั้นร่างสูงก็ยังเอ่ยปากตอบด้วยเสียงเฉียบขาด



"ถ้าเขาอยากจะฆ่าพ่อ พ่อคงไม่มานั่งคุยกับลูกตอนนี้หรอก"



เขาเกลียดพ่อ... พ่อเกลียดเขา...



ดูยังไงก็เหมือนขาวกับดำที่มารวมกันไม่ได้



"พ่อรู้ตัวไหมครับว่าพ่อกำลังปกป้องเขาอยู่ ทำไมถึงมีแต่คนปกป้องเขา..."



"เพราะว่าลูกพูดจากความรู้สึกอคติของตัวเองไง" เจมส์ตอบกลับในทันที "ลูกสนใจแต่ว่าเขาเคยทำอะไรแย่ ๆกับลูกบ้างก็แค่นั้น"



"แล้วจะให้ผมคิดยังไงกับเขา คิดว่าเป็นเทวดาที่แสนใจดีน่ะนะ" เด็กหนุ่มส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ "ผมคิดว่ามันยากนะที่จะทำให้เขามาเป็นคนดีที่ขาวสะอาดได้ ในเมื่อเขาก็แปดเปื้อนไปแล้ว"



"พอได้แล้ว!"



เจมส์ตัดบทในทันทีเมื่อทุกอย่างจะเริ่มไปกันใหญ่ เด็กหนุ่มผมดำมองหน้าเขานิ่ง บรรยากาศรอบตัวพลันอึดอัดขึ้นมาในทันทีที่เกิดความเงียบขึ้น สองพ่อลูกสบตากันก่อนที่คนพ่อจะเปิดปากพูดอีกครั้ง



"เลิกตัดสินคนอื่นด้วยอคติ ด้วยความคิดของลูกเพียงด้านเดียวได้แล้ว เพราะสิ่งที่ลูกเห็นอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป"



เขาแปดเปื้อนไปแล้ว...



"ลูกจะเที่ยวเดินชี้หน้าบอกว่าใครต่อใครเป็นคนไม่ดีไม่ได้ ลูกมีสิทธิ์อะไรไปตัดสินเขา มนุษย์เราต่างก็มีเหตุผลเป็นของตัวเองทั้งนั้น เขาอาจทำตัวแย่กับลูก แต่จำเป็นไหมที่เขาจะตัองเป็นคนเลว"



เด็กหนุ่มก้มหน้านั่งฟังอย่างเงียบงันขณะที่ชีพจรเต้นดังอยู่ข้างหูของเขา เจมส์เม้มริมฝีปากพลางพยายามสะกดกั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านลง แต่ในหัวของเขากลับดังก้องไปด้วยคำพูดของแฮร์รี่ราวกับมีคนเปิดเทปทิ้งเอาไว้



เขาเกลียดพ่อ พ่อเกลียดเขา



"มีสติหน่อย แฮร์รี่ เลิกตัดสินทุกอย่างจากสิ่งที่ลูกเห็น สิ่งที่ลูกเชื่อว่ามันจะเป็น" เขาเห็นว่าเด็กหนุ่มผมดำคนนี้กำลังกำหมัดแน่น แต่กระนั้นอย่างน้อยแฮร์รี่ก็ยังมีสติพอที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง เจมส์ไม่อยากจะเถียงกับลูกชายที่นี่ ตอนนี้ โดยเฉพาะเมื่อต้นเหตุคือคน ๆนั้น



มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้



"เลิกใช้อคติตัดสินคนอื่นได้แล้ว" ชายหนุ่มพูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "และพ่อหวังว่าเราจะปรับปรุงตัว"



"ครับ"



แฮร์รี่รับคำก่อนจะลุกขึ้นยืน เด็กหนุ่มเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันหลังมามองเขา แต่นั่นไม่ได้ทำให้เจมส์รู้สึกแย่ เพราะเขารู้ว่าแฮร์รี่จะกลับมาคุยเรื่องนี้กับเขาอีกครั้งเมื่อเจ้าตัวเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้ว และนั่นก็ดีกว่าการที่จะนั่งเถียงกันตอนนี้ โดยเฉพาะเมื่อเขาถูกโจมตีโดยที่ไม่ได้เตรียมตัวตั้งรับมาก่อน



เจมส์ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะหลับตาลง ทุกอย่างเริ่มกลับสู่สภาพปกติ ชีพจรของเขาก็กลับมาเต้นจังหวะเดิม อุณหภูมิของร่างกายที่ทำท่าเหมือนจะเพิ่มขึ้นก็กลับมาเย็นเฉียบเหมือนเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างไปจากเดิมคือความรู้สึกของเขา



รอยยิ้มขมขื่นถูกวาดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เจมส์ลืมตาขึ้นก่อนจะเหม่อมองไปยังกล่องสีน้ำตาลข้างตัว อกซ้ายของเขายังรู้สึกเจ็บทั้ง ๆที่มันเป็นจุดที่ไม่โดนคำสาป ไม่มีพิษกระจายไปบริเวณนั้น คำพูดของแฮร์รี่ยังวนเวียนอยู่ในหัวของเขา และนั่นทำให้ร่างสูงรู้ว่าเขาควรจะตื่นจากฝันลม ๆแล้ง ๆแล้วเผชิญหน้ากับความจริงเสียที



เขาเกลียดพ่อ...



"ฉันเกลียดนาย พอตเตอร์"



"หรือบางที... ฉันควรจะปล่อยนายไปอย่างที่นายต้องการ"













กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวโอ๊ตสูตรพิเศษทำให้เขาเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาบ้าง เซเวอร์รัสยกยิ้มให้กับผลงานชิ้นล่าสุดของตัวเองที่มีสภาพดีมากกว่าที่คาดไว้ เหล่าเอลฟ์ประจำบ้านกำลังจัดข้าวโอ๊ตใส่ถาดพร้อมกับอาหารเล็ก ๆน้อย ๆพร้อมเครื่องดื่ม อาจารย์ร่างโปร่งยกมือขึ้นปาดเหงื่อก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วส่งไปให้เอลฟ์ตัวหนึ่งที่ยืนรอรับอยู่แล้ว และเมื่อเหล่าเอลฟ์ประจำบ้านยกถาดมาให้เขาตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง อาจารย์ผมดำจึงพยักหน้าให้ส่งมันไปที่ห้องพักฟื้นของเจมส์ พอตเตอร์ได้ในทันที



ชายหนุ่มกล่าวขอบใจเหล่าเอลฟ์ประจำบ้านพลางเดินออกจากโรงครัว เหล่าเอลฟ์เองก็ดูจะดีใจที่เขาประทับใจกับการทำงานและอาหารที่นี่ เหล่าเอลฟ์ตัวน้อยโค้งให้เขาเมื่อเขาเดินผ่าน เซเวอร์รัสถอนหายใจออกมาเมื่อเขาเดินออกมายังทางเดินด้านนอกเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ร่างโปร่งรู้สึกโล่งราวกับว่าเขาได้ปล่อยเรื่องหนักใจออกไปจนหมด ตอนนี้เขาก็ได้ทำในสิ่งที่อยากทำแล้ว จะเหลือก็แค่จัดการให้ร่างสูงคนนั้นได้ทานอาหารบ้างเสียที



ทางเดินนี้ยังคงเงียบสงบเหมือนตอนที่เขาเดินมา น่าแปลกที่แม้ว่าจุดนี้จะไม่ใช่จุดอับหรือที่ซ่อนตัวใด ๆ แต่กลับไม่มีใครเดินผ่านมาบ่อยสักเท่าใดนัก รูปภาพที่เรียงรายกันอยู่ตามผนังก็มีทั้งภาพวาดนิ่งสงบกับภาพที่มีชีวิต เซเวอร์รัสเดินไปเรื่อย ๆขณะที่ความคิดของเขาล่องลอยออกไป และเมื่อเขาจะเดินไปที่บันไดเพื่อลงสู่คุกใต้ดิน ชายหนุ่มจึงไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนที่เพิ่งเดินลงมาจากบันไดด้านข้างและกำลังจับตามองเขาอยู่



“เซเวอร์รัส”



อาจารย์หนุ่มวิชาปรุงยาหันหน้าไปตามเสียงเรียกก่อนที่ดวงเนตรสีดำจะต้องเบิกกว้าง แต่แล้วสีหน้าของเขากลับไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆอย่างที่อีกฝ่ายต้องการเลยสักนิด อาจารย์ใหญ่แห่งเดิร์มแสตรงก์ส่งยิ้มบูดเบี้ยวมาให้ก่อนที่เจ้าตัวจะเปล่งเสียงเย็นเยียบอีกครั้งหนึ่ง



“เล่นละครเก่งดีนี่”



“ไร้มารยาทไม่เปลี่ยนเลยนะ” ร่างบางตอบสั้น ๆก่อนจะทำท่าเดินลงบันไดไป แต่เขากลับถูกขวางไว้เมื่อคาร์คารอฟยื่นแขนมากั้น เซเวอร์รัสเงยหน้ามองศาสตราจารย์ผมดำด้วยสายตาเรียบนิ่งที่ไม่อาจคาดเดาความคิดได้ คาร์คารอฟขยับตัวเข้าใกล้เขาก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วว่า



“ขอบคุณที่ชม... แล้วนี่นายแสร้งทำเป็นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว คิดจะย้ายฝั่งจริง ๆน่ะหรอ”




“นายหมายถึงอะไร” ร่างโปร่งกวาดตามองไปรอบ ๆก่อนจะพบว่าบริเวณนี้ไม่มีใครนอกจากพวกเขาสองคน คาร์คารอฟจับแขนของเขาไว้มั่นก่อนจะลากกลับไปที่รูปปั้นหมีขนาดใหญ่ ทั้งสองซ่อนอยู่ใต้เงาของรูปปั้นขณะที่ดวงตาของคาร์คารอฟเป็นประกายวาวขึ้นในความมืด เซเวอร์รัสบีบข้อมือของอีกฝ่ายแน่นก่อนจะชักแขนออกมาจากการเกาะกุม



“อย่าทำเป็นไม่รู้ เซเวอร์รัส ฉันรู้ดีว่านายก็รู้สึกถึงมัน” ชายในชุดเฟลอร์สีขาวแสยะยิ้มกว้าง “ไม่มีใครหนีพ้น ไม่ว่าฉันหรือนาย ไม่มีใครทั้งนั้น มันติดตัวพวกเราไปจนวันตาย”



คาร์คารอฟจับแขนซ้ายของเขาไว้มั่นก่อนจะถกแขนเสื้อของเขาขึ้น เซเวอร์รัสผลักชายอีกคนออกห่างก่อนจะรีบดึงแขนเสื้อลงมาปิดไว้ดังเดิม อาจารย์ใหญ่แห่งเดิร์มแสตรงก์เบ้ปากให้กับท่าทีนั้นก่อนจะส่งเสียงไม่พอใจในลำคอ



“ใคร ๆก็รู้ว่านายเป็นอะไร ไม่จำเป็นต้องปิดบังไม่ใช่หรือไง”



“ไม่ใช่ที่นี่ ตอนนี้” เขาขู่ฟ่อพลางจะขยับตัวออกห่าง แต่คาร์คารอฟไม่สนใจ เจ้าตัวยึดแขนของเขาไว้อีกครั้งก่อนจะดึงให้เขากลับมาซ่อนอยู่หลังรูปปั้นอีกครั้ง



คาร์คารอฟถกแขนเสื้อของตัวเองขึ้นก่อนจะยื่นแขนซ้ายออกมาตรงหน้าเขา บังคับให้เขามองมัน ร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายขณะที่คิ้วเรียวเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ



“ต้องการอะไร”



“เราหนีไปด้วยกันได้ ยังพอมีเวลาอยู่” คาร์คารอฟกระซิบก่อนจะดึงแขนเสื้อลงอีกครั้งหนึ่ง เซเวอร์รัสเบือนหน้าหนีเจ้าของเสียงเย็นเยียบนั้นอย่างนึกรังเกียจขณะที่อีกฝ่ายไม่ได้ถอยห่างไปจากเขาเลยสักนิด “ฉันเองก็ทำผิด นายเองก็ทำผิด ถ้าเขากลับมาได้ เราตายแน่ ๆ”



“ไม่มีใครหนีความตายพ้น อีกอร์” ร่างบางตอบนิ่ง ๆก่อนจะหันกลับมาสบตาเจ้าของเคราแพะอีกครั้ง “ฉันไม่หนีไปไหนทั้งนั้น อยากจะไปก็ไปคนเดียว”



“นายไม่กลัวเลยรึไงทั้ง ๆที่รู้ว่ามันติดตัวนายอยู่ เขาจะตามหานายได้ทุกที่” ดวงตาของคาร์คารอฟแทบจะถลนออกมาจากเบ้า เซเวอร์รัสเบ้ปากน้อย ๆให้กับท่าทีร้อนรนนั้น



“สิ่งที่ติดตัวนายอยู่ก็คือความผิดที่นายสร้างขึ้นมาเอง และไม่ว่าจะมีสิ่งนั้นหรือไม่มี ถ้าเขาจะหาอะไร เขาไม่เคยพลาด” อาจารย์หนุ่มผมดำขยับยิ้มน้อย ๆอย่างขมขื่น “นายเลือกทางเดินของนาย ส่วนฉันก็เลือกทางเดินของฉัน แค่นี้ชัดพอไหม”



“เหอะ นายจะกลับไปเลียแข้งเลียขาตาแก่นั่นอีกสินะ” คาร์คารอฟถ่มน้ำลายลงพื้น “มีศักดิ์ศรีมากเลยนี่ เซเวอร์รัส แล้วตอนนี้นายก็ไปดูแลเจ้ามือปราบมารทั้ง ๆที่รู้ดีว่าเจ้านั่นมีค่ามากแค่ไหน”



“อย่าพูดเหมือนว่าตัวเองยังเหลือศักดิ์ศรีอยู่สิ คาร์คารอฟ” น้ำเสียงเย็นเยียบดังออกจากริมฝีปากบางขณะที่เจ้าตัวเหยียดริมฝีปากเป็นเส้นตรง ดวงเนตรสีราตรีกวาดตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะกลับขึ้นมาที่ดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง “คนที่ขายพวกพ้องเพื่อเอาตัวรอดน่ะ ไม่มีสิทธิ์พูดแบบนี้นะ รู้ไหม”



“สเนป!” คาร์คารอฟตะโกนลั่นก่อนจะพุ่งเข้าใส่เขา แต่ร่างโปร่งกลับชักไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาจ่อใต้คางของอีกฝ่ายก่อนอย่างรวดเร็ว อาจารย์ใหญ่แห่งเดิร์มแสตรงก์เชิดหน้าขึ้นขณะที่ดวงตาเหลือบมองลงต่ำ ใบหน้าของคาร์คารอฟเต็มไปด้วยความเกลียดชัง



เซเวอร์รัสจุ๊ปากเบา ๆ “อย่าเสียงดังไป ฉันนึกว่าพวกเราต้องการความเป็นส่วนตัวซะอีก”



“ถ้าแกคิดว่าแกจะรอดไปได้พร้อมกับเจ้ามือปราบมารนั่น ก็อย่าหวังเลย” คาร์คารอฟแสยะยิ้มอวดฟันซี่เหลืองที่เรียงตัวกันอย่างไม่เป็นระเบียบ “ถึงแกจะรอด แต่เจ้านั่นไม่มีทางรอดแน่ เขาพลาดมาครั้งหนึ่งแล้ว เขาจะไม่พลาดเป็นครั้งที่สองอีก”



“จริง ๆแล้วนายน่าจะเก็บไว้พูดกับตัวเองมากกว่า” เซเวอร์รัสตอบเสียงเบาขณะที่ดวงเนตรคู่คมหรี่ตาลงอย่างมุ่งร้าย “นายไม่มีข้อแก้ตัวอะไรเลยไม่ใช่รึไง ไม่ว่าอะไรก็มาชดใช้ความผิดของนายไม่ได้หรอกนะ”



เขาเลื่อนไม้กายสิทธิ์มาที่คอของอีกฝ่ายก่อนจะกดมันแรงมากกว่าเดิมเมื่อคาร์คารอฟทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง คาร์คารอฟเปล่งเสียงขลุกขลักไม่น่าฟังขณะที่ร่างโปร่งเอ่ยปากพูดต่อไปอย่างไม่สนใจ “ฉันมีหน้าที่ของฉัน และฉันจำได้ว่านายมันหมดหน้าที่ไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก”



เซเวอร์รัสผลักอีกฝ่ายออกไปก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกจากเงาของรูปปั้น คาร์คารอฟกำรอบคอของตัวเองก่อนจะตะโกนไล่ตามหลังมา



“อย่าทำเป็นไม่รู้ไปหน่อยเลย สเนป!



ชายร่างโปร่งไม่สนใจ เขาเดินลงบันไดไปด้วยความเร็วปกติที่ทำให้ผ้าคลุมเกิดระลอกคลื่นตามหลัง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันขณะที่ดวงเนตรสีดำเต็มไปด้วยความหนักใจ ความร้อนที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาในช่วงหลายวันมานี้ แม้จะเบาบางแต่ทว่าชัดเจน เซเวอร์รัสเม้มริมฝีปากขณะที่เลื่อนมือไปจับแขนซ้ายของตัวเองไว้มั่น



ความร้อนที่กำลังแผดเผาอยู่นี้... เจ็บปวดยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น











-tbc.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #974 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 19:30
    โอมายก็อด
    #974
    0
  2. วันที่ 1 มกราคม 2559 / 12:37
    น่าสงสารกว่าสเนปไม่มีอีกแล้ว ฮือออออออ ????????????????????
    #593
    0
  3. #589 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 21:41
    แม่ศรีเรือนค่ะ
    #589
    0
  4. #585 ป่าสีน้ำเงิน (@kamontip-123) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 09:50
    ไม่นะ โวลดี้จะกลับมาหรอ
    #585
    0
  5. #584 Haiiro Sakana (@gamhunter) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 07:59
    หนอยๆๆ แก๊!! แฮร์รี่!!! อย่าให้ฉันเห็นตอนแกรักเดรโกนะ ตอนนายช้ำฉันจะกระทืบซ้ำให้หัวแผลเป็นเน่าๆของนายปักดินลงไปเลย!! โอยยยย สงสารคู่พ่อจังเลยยย TT
    #584
    0
  6. #583 colnonelia (@colnonelia) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 07:50
    เจมส์อย่าเพิ่งเสียใจนะ สเนปรักเจมส์จะตาย
    #583
    0
  7. #582 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 01:38
    โอ้ยตายๆๆๆ ฟ
    #582
    0
  8. #581 Miew Sirikanya (@miew09-snape) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 01:07
    สนุกมากๆๆค่ะ มาต่อไวไวนะคะ ป๋าเจมส์รีบหายไวไวน้าจะได้มาปกป้องป๋าเนปสักที
    #581
    0
  9. #580 PM_N_MS (@PM_N_MS) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 00:39
    สนุกมากค่ะ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #580
    0