[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 30 : Frozen Heart: Act IV Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    28 ธ.ค. 58

Act IV

Chapter 5

 


ในตอนแรก เขาไม่ได้ยินอะไรเลยสักอย่างหนึ่ง หัวของเขาหนักอึ้งและตื้อไปหมด ชายหนุ่มคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น เขาอยากจะยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผากอย่างที่ทำทุกครั้ง แต่แม้กระทั่งมือของเขาก็ยังไม่มีแรง ร่างโปร่งสูดลมหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะผ่อนออกมาอย่างเชื่องช้า เขารู้สึกเหมือนว่าเขาไม่ได้สูดอากาศเข้าเต็มปอดจริงจังแบบนี้มานานแล้ว



ในคลองสายตาเขามีเพียงแต่ความมืดมิดและดวงดาราที่เปล่งประกายระยิบระยับ อาจารย์หนุ่มรู้สึกได้ถึงความนุ่มสบายที่ห่อหุ้มร่างกายของเขาอยู่ มันอบอุ่นและอ่อนโยนจนเขาไม่อยากจะขยับไปไหน ห้วงนิทรารมณ์กำลังดึงเขาดำดิ่งลึกลงไปมากขึ้นทุกขณะ และเขาก็ไม่มีแรงแม้แต่จะต่อต้าน ดังนั้น ชายร่างโปร่งจึงตัดสินใจปล่อยให้สติของเขาหลุดลอยออกไปอีกครั้ง



เซเวอร์รัสไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่จู่ ๆเขาก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายดังอยู่รอบตัว สัมผัสที่อ่อนนุ่มยังคงอยู่รอบตัวเขา ชายหนุ่มขยับนิ้วน้อย ๆขณะที่พยายามเมินเสียงรบกวนที่ปลุกให้เขาตื่นขึ้นมา ศีรษะของเขาปวดตุบจนไม่อยากจะรับรู้อะไรทั้งนั้น เขาต้องการรัตติกาลที่ว่างเปล่าและเงียบสงบนั้น เขาต้องการมันเหลือเกิน



แต่ดูเหมือนว่า เวลาได้หมดลงแล้ว



"ปลุกเขาสิ นายจะปล่อยให้เขานอนอยู่อย่างนั้นทั้งวันน่ะหรอ?"



"แล้วนายมีปัญหาอะไร พอตเตอร์ อาจารย์จะเป็นยังไงมันไม่เกี่ยวกับนาย นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งอะไรที่นี่" น้ำเสียงที่ขุ่นเคืองนั้นช่างฟังดูคุ้นหู เซเวอร์รัสรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่เพิ่งผละออกจากมือของเขาไป



"เขาบอกจะดูแลพ่อของฉัน แล้วนี่คือ--"



"แฮร์รี่ พอเถอะ..."



"ใช้สมองบ้างสิ อาจารย์น่ะ ช่วยพ่อนายจนตัวเองต้องเป็นแบบนี้ ยังไม่พอใจรึไง เจ้าหัวแผลเป็น"



อาจารย์วิชาปรุงยาขมวดคิ้วน้อย ๆ เสียงรอบ ๆตัวของเขาเริ่มดังและชัดเจนขึ้น เซเวอร์รัสพยายามจะลืมตาขึ้นมอง แต่ในตอนนี้เขายังทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ชายร่างโปร่งจึงได้แต่หลับตาและพยายามรวบรวมสติกลับมา นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่



มีใครสักคนกระซิบอะไรบางอย่าง และนั่นทำให้เสียงทุ้มอีกเสียงดังขึ้นอีกครั้ง "เขาก็แค่อยากจะหาข้ออ้างเลิกทำหน้าที่นี้มากกว่า ก็เลยมานอนหลับตาเนียน ๆ ตื่นได้แล้ว!"



"ฉันเพิ่งรู้ว่าเด็กบ้านกริฟฟินดอร์มีวิธีตอบแทนผู้มีพระคุณกันแบบนี้" เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง เสียงของเดรโกใช่หรือเปล่านะ เด็กคนนั้นกำลังเถียงกับใครอยู่ "นายไม่เห็นรึไงว่าอาจารย์พยายามหาทางรักษาพ่อนายจนล้มป่วยแบบนี้ ทั้งทดลองและคิดยาแก้พิษที่ไม่มีในตำราเล่มไหน พยายามทำให้พ่อนายหายดี อาจารย์น่ะแทบจะไม่ได้แตะอาหารเลยด้วยซ้ำ! ถ้าไม่มีสอนก็หมกตัวอยู่ในห้องเพื่อปรุงยารักษาให้พ่อนาย แล้วนายจะยังมาว่าอาจารย์อีก"



"มันก็แค่เปลือกนอกที่เขาอยากทำให้ใคร ๆเชื่อใจและมองว่าเป็นคนดีเท่านั้นแหละ" เขาจำได้แล้ว นั่นเสียงของพอตเตอร์คนลูก เกิดอะไรขึ้นที่นี่ ชายหนุ่มรู้สึกว่าเขาควรจะลุกขึ้นมายุติเรื่องนี้สักที แต่ขมับของเขากลับปวดจนแทบทนไม่ได้ เซเวอร์รัสไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแรงขนาดนี้มาก่อน



"นายมันใจแคบกว่าที่ฉันคิดไว้ พอตเตอร์ นายตัดสินคนอื่นจากมุมมองของนายเอง" ทำไมเสียงของเดรโกถึงเป็นแบบนั้น... ทำไมถึงสั่นขนาดนั้นกัน อาจารย์ผมดำไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกไปเองหรือเปล่า แต่เขาคิดว่าเขาสัมผัสได้ถึงความผิดหวังที่ปนอยู่ในความโกรธเคืองนั้น



"ฉันแน่ใจละว่าสเนปเป็นงูสองหัวที่ไว้ใจไม่ได้ นายจะไปรู้อะไร นายก็แค่ชอบที่เขาโอ๋นายเป็นพิเศษเท่านั้นแหละ"



เซเวอร์รัสรู้สึกขอบคุณร่างกายที่อ่อนล้าของตัวเองเป็นครั้งแรกที่ทำให้เขาต้องนอนนิ่ง ๆแบบนี้ เพราะเขาไม่อยากจะเห็นสายตาแบบนั้นจากพอตเตอร์คนลูกเลยสักนิด



ใบหน้าที่เหมือนกับคน ๆนั้น... ที่จะจ้องมองมาที่เขาอย่างรังเกียจ กับดวงตาสีเขียวนั่น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งไหนก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดได้ทั้งนั้น



"ฉันรู้จักอาจารย์ดีกว่านาย และอย่ามาเรียกชื่ออาจารย์ห้วน ๆแบบนั้น พอตเตอร์ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน" ในที่สุดเปลือกตาที่หนักอึ้งของเขาก็เริ่มขยับได้ เซเวอร์รัสค่อย ๆลืมตาขึ้นมาเพื่อจะพบกับภาพเด็กหนุ่มผมบลอนด์ยืนถือไม้กายสิทธิ์ในท่าเตรียมพร้อม



ภาพในคลองสายตาของเขาพร่ามัว เซเวอร์รัสหลับตาลงอีกครั้งขณะที่เสียงฝีเท้าเดินมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงของเขา



"พอได้แล้ว ถ้าพวกเธอไม่เกรงใจคนป่วยคนอื่น ก็เกรงใจศาสตราจารย์สเนปหรือฉันบ้าง! จะไม่มีการต่อสู้ใด ๆในห้องนี้ เชิญพวกเธอสองคนออกไปคุยกันข้างนอก นั่น... มาดามพอมฟรีย์แน่นอน เขาพยายามจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะได้เห็นสีหน้าหรือท่าทีของเด็กบ้านกริฟฟินดอร์คนนั้น ทุกอย่างก็กลับมาสงบเงียบเหมือนอย่างเดิม



เซเวอร์รัส สเนปค่อย ๆกะพริบตา ภาพที่เขาเห็นเริ่มกลับมาชัดอีกครั้งหนึ่งแล้ว แต่เขาก็อดหรี่ตาลงเพราะแสงสว่างที่มากเกินไปนี้ไม่ได้ ร่างโปร่งยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่างเมื่อจู่ ๆเด็กหนุ่มผมบลอนด์ก็โพล่งขึ้นมา



"อาจารย์! อาจารย์ฟื้นแล้วหรอครับ!? มาดามพอมฟรีย์--"



สิ่งแรกที่เขาเห็นคือใบหน้าเปื้อนยิ้มของเดรโกที่นั่งอยู่ข้างเตียง ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปเรื่อย ๆพลางพยายามนึกย้อนกลับไปว่าเขาทำอะไรไปบ้าง แต่แล้วความคิดทุกอย่างก็พลันสะดุดเมื่อเขาเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่มุมห้อง



ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นมานั่งในทันที เซเวอร์รัสไม่ได้สังเกตเลยว่าเดรโกสะดุ้งและถอยห่างไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันขณะที่เจ้าตัวพยายามคิดคำนวณสิ่งต่าง ๆในหัว



"เลยเวลาแล้ว..." เขาพึมพำเบา ๆก่อนจะลุกออกไปจากเตียง แต่เดรโกกลับยึดแขนเขาเอาไว้แน่น มาดามพอมฟรีย์ที่อยู่ข้าง ๆเองก็มองการกระทำนั้นอย่างไม่ชอบใจนัก



"อาจารย์จะไปไหน--"



"คุกใต้ดิน" เซเวอร์รัสดึงแขนออกจากการเกาะกุมนั้น เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะต้องจับขอบเตียงไว้แน่นเมื่อทุกอย่างรอบตัวหมุน เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะล้ม แต่หลังจากที่หลับตาพักเพียงชั่วครู่ ความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไป



"ศาสตราจารย์สเนป คุณยังไม่หายดีสักหน่อย" มาดามพอมฟรีย์ว่า ดูก็รู้ว่าเธอกำลังโมโห แต่เขาไม่สนใจ ชายหนุ่มหันไปส่ายหน้าให้หญิงวัยกลางคนช้า ๆ



"ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ นอนพักสักหน่อยก็หายแล้ว"



น่าขำ ถึงแม้ว่าเขาจะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่เสียงที่ดังออกจากปากกลับอ่อนแรง ชายหนุ่มนึกสมเพชตัวเองในใจ



"ซูบขนาดนี้ยังจะบอกว่าตัวเองแข็งแรงดีอีกหรอ" มาดามพอมฟรีย์เอื้อมมือมาจะรั้งให้เขานั่งลงบนเตียง แต่ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบก่อนจะตอบว่า



"ผมไม่เป็นอะไรจริง ๆ... ผมต้องลงไปทำงานต่อแล้ว"



"ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่สนใจสภาพตัวเองเลยใช่ไหม" เขาพยักหน้ารับคำกล่าวนั้นเล็กน้อย และนั่นทำให้มาดามพอมฟรีย์ถอนหายใจหนัก ๆออกมา



"ตามใจเธอก็แล้วกัน ฉันจะส่งยาไปที่ห้องทำงานนะ"



"ขอบคุณครับ" เซเวอร์รัสปล่อยมือออกจากขอบเตียงแล้ว และทันทีที่มาดามพอมฟรีย์เดินจากไป เดรโกก็เปล่งเสียงพูดขึ้นมาอีกครั้ง



"อาจารย์จะไม่พักจริง ๆน่ะหรอครับ"



เซเวอร์รัสส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินกลอกตาให้กับท่าทีของเขาก่อนจะเดินมาอยู่ข้าง ๆ



"ผมจะลงไปเป็นเพื่อน เผื่อว่าอาจารย์จะวูบไปอีก" เขายกยิ้มขึ้นที่มุมปากน้อย ๆ และนั่นทำให้เดรโกยู่ปากอย่างไม่พอใจ



"ไม่ต้องมาขำเลย นี่ผมยังไม่ได้บ่นเลยนะ สนใจสภาพร่างกายตัวเองบ้างเถอะครับ อาจารย์"



"ก็มีอะไรสำคัญมากกว่านั้น..." เซเวอร์รัสพึมพำตอบขณะที่เขาค่อย ๆก้าวเดินออกไปจากห้องพยาบาล เด็กหนุ่มที่เดินตามหลังเลิกคิ้วขึ้นอย่างงุนงง



"อาจารย์พูดว่าอะไรนะครับ?"



ชายผมดำสั่นศีรษะเบา ๆ "ไม่มีอะไร"














“ฉันไม่เข้าใจเธอเลยจริง ๆ แฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นในทันทีที่พวกเขาเดินออกมาจากห้องพยาบาลแล้ว ท่าทีของเด็กหนุ่มผมดำที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้เธอไม่แน่ใจว่าจริง ๆแล้วแฮร์รี่กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ทั้งท่าทีชวนทะเลาะจนทำให้มัลฟอยถึงกับต้องชักไม้กายสิทธิ์ออกมา รวมทั้งคำพูดเหล่านั้นที่ฟังดูเหมือนต้องการจะให้ศาสตราจารย์สเนปเป็นคนดูแลเจมส์ พอตเตอร์อีก “ตกลงว่าเธอไว้ใจหรือไม่ไว้ใจสเนปกันแน่”



            “เอาจริง ๆเลยนะ... ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน” เขาส่ายหน้าช้า ๆ ถึงแม้ว่าจะยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ แต่เขาก็พยายามควบคุมอารมณ์ไว้ให้ได้มากที่สุด “ฉันไม่ไว้ใจเขาแน่ ๆ แต่ฉันก็รู้สึกว่าเขาช่วยพ่อฉันได้จริง ๆ ถึงมันจะดูขัด ๆกันก็เถอะ...”



            บรรยากาศรอบ ๆพลันดูอึดอัดขึ้นมาในทันทีที่ความเงียบเข้าครอบคลุมทุกบริเวณ เด็กหนุ่มผมดำขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด ทำไมเดรโกถึงต้องดูหงุดหงิด— ไม่สิ โมโหขนาดนั้นด้วยเมื่อเขาพูดถึงสเนปแบบนั้น ถึงจะเป็นศิษย์รักก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปกป้องกันขนาดนั้นเลยด้วยซ้ำ แล้วไหนจะเป็นที่เดรโกรู้อีกว่าสเนปกำลังทำอะไรอยู่ ทำไมคน ๆนั้นที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรด้วยกลับรู้เรื่องก่อนเขา และเผลอ ๆจะรู้เรื่องมากกว่าเขาซะอีก



            “เธอเลยโมโหที่เห็นเขาเป็นแบบนั้นน่ะนะ?” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยปากถามอีกครั้งหลังจากที่เงียบไปสักพัก แฮร์รี่หันมามองหน้าเธออย่างงุนงง “ที่เห็นสเนปนอนอยู่แบบนั้น ก็เหมือนว่าเขากำลังเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเธออยู่สินะ”



            แฮร์รี่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ก็คงเป็นอย่างนั้น ตอนนี้ฉันสับสนจริง ๆนะ ทำไมคนที่เกลียดกันแทบตายกลับมาคุยกันดี ๆได้แบบนั้น— มันเหมือนกับมีอะไรอย่างอื่นที่ฉันยังไม่รู้อีก”



            “แต่จริง ๆนายปล่อยวางบ้างก็ได้นะ” รอนเสริมขึ้นบ้าง “ยังไงดัมเบิลดอร์ก็ไม่ปล่อยให้เขาตายแน่ ๆ”



            “นั่นสิ เธอไม่เชื่อศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์หรือไง แฮร์รี่” เด็กสาวผมน้ำตาลเปิดประเด็นขึ้นมาเมื่อสบโอกาส แฮร์รี่ชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปสบตากับเพื่อนสนิทของตัวเอง



            “ฉันเชื่อดัมเบิลดอร์ แต่ไม่ใช่กับสเนป”



            “ไม่เอาน่า เราต่างก็รู้ว่าสเนปเป็นคนที่คอยช่วยเธอ... ช่วยเราตั้งแต่ปีหนึ่ง—“



            “มันไม่เหมือนกัน นั่นเขาแค่ทำ—“



            “เขาไม่ทำตามคำสั่งดัมเบิลดอร์ไปซะทุกอย่างหรอกน่า!” เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงดังขึ้น ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มหงุดหงิดแล้ว “ที่เขาช่วย ก็เพราะว่าเขาเป็นคนดี—“ ยังไม่ทันจะจบประโยค เด็กหนุ่มตระกูลวีสลีย์ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน



            “อะไรกัน เฮอร์ไมโอนี่ ฉันไม่คิดว่าเธอจะเข้าข้างสเนป เธอก็โดนเจ้านั่นจิกกัดทุกคาบเลยไม่ใช่รึไง นี่เธอยังจะปกป้องอีก”



            “ฉันไม่ได้ปกป้องใคร รอน” เด็กสาวพูดอย่างมีอารมณ์ เธอกลอกตาไปมาพลางพูดต่อว่า “แต่ถ้าพวกเธอสองคนรู้จักตัดอคติ เธอก็คงจะมองออกว่าจริง ๆแล้วเขาเป็นคนดี— เขาเป็นคนดีที่นิสัยเสีย”



            “เธอจะบอกว่าเขาเป็นคนดีทั้ง ๆที่เราก็เห็น ๆกันอยู่น่ะหรอว่าเขาร้ายแค่ไหนเนี่ยนะ” รอนหัวเราะ “เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ”



            “พวกเธอต่างหากที่บ้า” เฮอร์ไมโอนี่สวนกลับ ดวงตาของเธอลุกโชนด้วยความโกรธ “นี่ พวกเธอ— ถึงฉันจะยังไม่แน่ใจ แต่ถ้าเรื่องแค่นี้เธอสองคนยังมองไม่ออก—“



            “เธอคงไม่ได้มองว่าสเนปเป็นคนดีเพราะว่าเขาช่วยพ่อของฉันหรอกนะ” แฮร์รี่เลิกคิ้วถาม เฮอร์ไมโอนี่สูดหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะตอบเสียงต่ำว่า



            “มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น!”



            พวกเขามาถึงหอพักบ้านกริฟฟินดอร์แล้ว รอนส่ายหน้าให้กับความดื้อรั้นของเด็กสาวก่อนจะเดินนำออกไปเพื่อบอกรหัสผ่าน ประตูถูกเหวี่ยงเปิดออก พวกเขาเดินตรงเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้นวมตัวประจำหน้าเตาผิงขณะที่เด็กคนอื่น ๆกำลังง่วนสนใจแต่งานของตัวเอง และเมื่อรอนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวโปรดของเขาแล้ว เด็กหนุ่มก็พูดเรื่องนี้ต่ออีกครั้ง



            “ทำไมเธอต้องเป็นเดือดเป็นร้อนแทนสเนปด้วยนะ เฮอร์ไมโอนี่”



            “เพราะฉันเห็นความพยายามของเขาน่ะสิ... และมันทำให้ฉันคิดได้ว่าเรายังไม่รู้จักเขาดีพอซะด้วยซ้ำ” แฮร์รี่หัวเราะให้กับประโยคสุดท้ายของเด็กสาว



            “เธอต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆ เฮอร์ไมโอนี่” เด็กหนุ่มผมดำว่า “ไม่มีใครอยากรู้จักสเนปดีหรอก เพราะเขาไม่มีอะไรดีไง”



            เด็กสาวผมน้ำตาลถอนหายใจหนัก ๆออกมาก่อนจะชี้นิ้วมาที่พวกเขาสองคนอย่างเคร่งขรึม “อยู่นี่ อย่าเพิ่งไปไหน”



            สิ้นเสียง เธอก็วิ่งขึ้นไปฝั่งหอพักหญิงทันที แฮร์รี่มองหน้ารอนอย่างงุนงงขณะที่เด็กหนุ่มผมแดงก็ได้แต่ส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ แต่ไม่ทันที่พวกเขาจะได้พูดอะไรกันต่อ เฮอร์ไมโอนี่ก็วิ่งกลับลงมาพร้อมกับหนังสือเล่มหนาในอ้อมกอด เธอโยนหนังสือลงบนโต๊ะก่อนจะทรุดตัวนั่งลง รอนสะดุ้งให้กับการกระทำนั้นก่อนจะมองหน้าเด็กสาวอย่างหวาดระแวง



            “มาดูกันว่าเขาไม่มีอะไรดีอย่างที่เธอว่าจริงหรือเปล่า แฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่พลิกหน้าหนังสือเร็ว ๆ เขาเอนตัวเข้าหาตำราเก่าแก่นี้มากขึ้นก่อนที่เด็กสาวจะหยุดเมื่อเปิดหนังสือจนแทบจะครบทุกหน้า เธอหมุนหนังสือมาทางฝั่งพวกเขาก่อนจะชี้ไปที่รูปต้นไม้โดดเดี่ยวบนแผ่นกระดาษสีเหลือง



            “นี่คือต้นอลาสเทียร์” ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นมองเฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังส่งยิ้มอย่างผู้ชนะมาให้เขา รอนเองก็ดูประหลาดใจและไม่เข้าใจในเวลาเดียวกัน



            “ส่วนน้ำยาในมือสเนปที่เธอทำหก คือน้ำยาที่ได้ฉายาว่า อ้อมกอดแห่งฤดูหนาว” เด็กสาวผมน้ำตาลพลิกหน้ากระดาษไปและชี้ให้พวกเขาดูรูปประกอบอีกรูปหนึ่ง



            “บ้าน่า น้ำยานั่นมีแต่ในตำนานนะ เฮอร์ไมโอนี่ ไม่มีใครปรุงได้” รอนแย้งขึ้น



            “แต่สเนปทำได้” เฮอร์ไมโอนี่ตอบเสียงเรียบ “เธอก็เห็นแล้วนี่ รอน แต่เธอแค่ไม่ได้สังเกตมันก็เท่านั้นเอง”



            “เดี๋ยว ๆ... น้ำยามันคืออะไร ตำนานอะไร” แฮร์รี่ยกมือขึ้นห้ามเฮอร์ไมโอนี่ที่ทำท่าจะแย้งรอนต่อ เด็กสาวเคาะหนังสือเบา ๆด้วยปลายนิ้วขณะที่รอนขมวดคิ้วอ่านเนื้อหาบนนั้นเรียบร้อยแล้ว



            “เธออ่านเองจะเร็วกว่า นี่แค่ฉบับย่อ ของต้นฉบับจริงน่ะ สาบสูญไปนานแล้ว”



            “แล้วมันเกี่ยวกับอะไร” เด็กหนุ่มผมดำถาม แต่เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะพอใจกับคำตอบนั่น เพราะความรู้สึกในตอนนี้ แฮร์รี่รู้สึกเหมือนว่าเขากำลังเข้าไปยุ่งกับสิ่งที่ไม่ควรเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย



            “ตำนานของพ่อมดแม่มดทางเหนือ... จริง ๆเรียกนิทานก็ได้นะ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อมดคนหนึ่งกับภูติหิมะ ทั้งสองคนรักกันทั้ง ๆที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้” เฮอร์ไมโอนี่ยักไหล่น้อย ๆเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ “มันก็ไม่แย่ มันไม่ใช่นิยายน้ำเน่า รับรองได้”



            เด็กหนุ่มก้มหน้าลงมองต้นไม้ไร้ใบด้วยสายตาเรียบนิ่ง แล้วความรู้สึกคุ้นเคยอันแปลกประหลาดก็พลันปรากฏขึ้นมา แฮร์รี่สั่นศีรษะเบา ๆเพื่อไล่ความคิดไร้สาระเหล่านั้นออกไปก่อนจะเริ่มอ่าน



          รวมเรื่องเล่าในโลกเวทมนตร์: ฤดูหนาวอันเป็นนิรันดร์








-tbc.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #972 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 19:21
    แฮร์รี่เด็กผี
    #972
    0
  2. #835 Minikolato (@linlin987) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 20:12
    จำเป็นม๊ายยย ที่ต้องถอดแบบออกมาจากในหนังงง งี่เง่าที่สุดเลยรี่-_-
    #835
    0
  3. #659 ying21346 (@ying21346) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 00:36
    แฮรี่.. ฉันเกลียดแก งี่เง่า อคติ
    #659
    0
  4. #569 W.Hyacinth (@tiwarate) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 11:23
    แฮร์รี่งี่เง่า! สงสารเซเวอร์รัสอ่ะรีบไปซบอกเจมส์เลยจ้า หุหุ
    รู้สึกดีใจแบบเว่อร์ๆที่เห็นว่ามาต่อแล้ว รอตอนต่อไปค่ะ ;)ุ
    #569
    0
  5. #566 ป่าสีน้ำเงิน (@kamontip-123) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 23:17
    ตอนนี้เกลียดแฮร์รี่มาก ดูงี่เง่า ไร้เหตุผล มีแต่อคติบังหน้า คืออ่านแล้วแบบ ฮึ่ย... สงสารสเนปมากอ่ะ ทำดีก็ถูกมองว่าเสแสร้ง อห.เจ็บปวดแทนนน //ดีใจที่กลับมาแต่งต่อนะคะ จะรอตอนต่อไปค่ะ :)
    #566
    0
  6. #565 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 18:41
    ฮ่า ดีใจที่ด้ายอ่านอีกน่ะ

    #565
    0
  7. #564 ปอเช่ เพน (@so20180) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 15:44
    อยากตบรี่มากตอนนี้ ขอให้เดรโกเกลียด สาธุ/==\
    #564
    0
  8. #563 colnonelia (@colnonelia) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 15:44
    สงสารสเนปอ่ะ ตอนนี้เกลียดแฮรี่มากกกกก ขอให้จีบเดรกไม่ติด เดรกไม่รัก เพี้ยงๆๆ
    #563
    0