[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 23 : Frozen Heart: Act III Chapter 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1623
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    12 ก.ย. 58

Act III

Chapter 15

 


            อาจารย์หนุ่มวิชาปรุงยารู้สึกว่าเขาไม่มีสมาธิจะทำอะไรเลยสักอย่างเดียว



            ชายหนุ่มผมดำถอนหายใจหนัก ๆออกมาก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับ เขารู้สึกอ่อนแรงและคล้ายจะหน้ามืดได้ตลอด นั่นไม่แปลกสำหรับคนที่ไม่ได้หาอะไรใส่ท้องเลยตั้งแต่ตื่นมา ทั้งที่ปกติแล้วเขาจะต้องทานมื้อเช้าทุกวันด้วยซ้ำไป



            เขานั่งนิ่งไม่ต่างจากรูปปั้นขณะที่ดวงตาคู่คมนั้นดูเหม่อลอยราวกับว่าเจ้าตัวกำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์ที่ลึกซึ้ง หลังจากที่จมอยู่แต่ในความคิดของตัวเองสักพัก เซเวอร์รัส สเนปก็เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะหลับตาลงในครู่ต่อมา



            และทันใดนั้นเองที่ภาพชายร่างสูงอีกคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนกองเลือดโผล่เข้ามาในหัว ดวงตาสีอำพันไร้วี่แววของการมีชีวิต แว่นตาทรงกลมเอียงกะเทเร่จากใบหน้าหล่อเหลา...



            ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบ อาจารย์หนุ่มลืมตาขึ้นก่อนจะรู้สึกว่ามือของเขาสั่นมากแค่ไหน เซเวอร์รัสเม้มริมฝีปากก่อนจะมองไปที่ปฏิทินบนโต๊ะทำงาน เจมส์ พอตเตอร์หายตัวไปนานเกินไปแล้ว



            ตรามารที่แขนซ้ายของเขาเองก็เริ่มแสบร้อนมากขึ้น มันน่าแปลกที่จู่ ๆรอยตราบาปนั้นได้กลับมาเผาไหม้ตัวเขาอีกครั้ง เพราะสิ่งเดียวที่จะทำให้ผู้เสพความตายทุกคนรับรู้ได้อย่างพร้อมเพรียงกัน คือการที่เจ้าแห่งศาสตร์มืดจะแตะลงบนตรามารของใครคนหนึ่ง



            เซเวอร์รัสชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่ประตู เสียงกลอนประตูล็อคดังกริ๊ก ชายหนุ่มถกแขนเสื้อขึ้นก่อนจะก้มมองสัญลักษณ์ของจอมมารบนท่อนแขนของตัวเอง จากสีที่เคยซีดลงจนแทบไม่ปรากฎให้เห็น ตอนนี้กลับมามีสีสันจนเห็นชัดเจนมากกว่าเก่า แขนซ้ายของเขาแทบจะไร้ความรู้สึกเมื่อมีตรามารคอยแผดเผาอย่างกราดเกรี้ยวอยู่ไม่ห่าง เขาจะตัองรายงานเรื่องนี้กับดัมเบิลดอร์ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ในเมื่อทุกอย่างยังไม่ชัดเจน



            จริง ๆเขาไม่ได้กังวลเรื่องนั้นมากมายนักถึงแม้ว่ามันจะส่อเค้าลางไม่ดีมาให้ก็ตาม สำหรับจอมมารที่บัดนี้ซ่อนตัวอยู่ ณ แห่งใดแห่งหนึ่งของโลก พวกเขาไม่สามารถตามหาและกำราบเจ้าแห่งความชั่วร้ายนั่นได้อย่างแน่นอน แม้จะเป็นช่วงที่จอมมารยังคงอ่อนแออยู่ก็ตาม



            เซเวอร์รัสถกแขนเสื้อลงก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้า ภาพศพของเจมส์ที่มองตรงมาที่เขายังคงติดตาอยู่ไม่หาย ความรู้สึกเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วร่างเมื่อเขาตื่นนอนขึ้นมา เขาจำมันได้ดี โดยเฉพาะเมื่อเขาตื่นมาแล้วพบว่าน้ำตาไหลลงมาเลอะหน้าของเขาไปหมด



            เขาไม่เคยร้องไห้เพราะความฝัน... หรือแม้ในความฝันก็ตาม


            ร่างโปร่งไม่ได้คิดอยากจะวกกลับไปย้ำทวนความฝันนั้นกับตัวเองเลยสักนิด แต่ในเมื่อทุกครั้งที่หลับตาลง เขาก็เห็นแต่ร่างที่ไร้ชีวิตของมือปราบมารผมดำคนนั้น สุดท้ายแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกไปตั้งแต่ตอนแรกที่เขายังจำได้



            เขากำลังเดินอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืด แต่แล้วหลังจากที่เขาเดินไปสักพัก ทั้ง ๆที่กำลังจะคิดว่ากี่ครั้งแล้วที่เขาหลงทางในความมืดเช่นนี้ ภาพบรรยากาศรอบข้างก็พลันชัดเจนขึ้นมา



          รอบข้างของเขาคือป่าทึบ ทุกอย่างดูขมุกขมัวและมืดหม่น เซเวอร์รัสค่อย ๆเดินไปข้างหน้าช้า ๆขณะที่มือทั้งสองข้างต้องคอยยกขึ้นมาปัดกิ่งไม้ให้พ้นทาง หมอกหนาทึบที่ลอยตัวอยู่ด้านหน้าของเขาก็บดบังทัศนียภาพจนเขาแทบจะมองไม่เห็นอะไร



          ชายหนุ่มร่างโปร่งเดินต่อไปเรื่อย ๆแม้ว่าจะไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ด้านหน้า เซเวอร์รัสได้ยินเสียงชีพจรเต้นดังก้องอยู่ในหู เขารู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แผ่ออกมาจากความมืดรอบ ๆกาย แม้ว่าเขาจะรู้ว่าตอนนีักำลังอยู่ที่ไหน แต่เงาสลัวก็ได้ค่อย ๆเข้าครอบครองพื้นที่รอบ ๆตัวเขาราวกับต้องการจะกลืนกินก็ไม่ปาน



          และจู่ ๆขาทั้งสองข้างของเขาก็พลันแข็งอยู่กับที่เมื่อเสียงงูขู่ฟ่อดังขึ้นด้านหลัง เซเวอร์รรัสกลั้นหายใจก่อนจะค่อย ๆหันหน้าไปมอง ดวงตาสีดำเบิกกว้างขึ้นก่อนที่เชาจะรู้สึกเสียวสันหลังวาบ



          นากินี...



          เซเวอร์รัสค่อย ๆถอยออกห่างอสรพิษขนาดใหญ่อย่างช้า ๆ นากินีแลบลิ้นขู่ฟ่ออีกครั้งพลางเลื้อยมาด้านหน้า เขากลั้นใจรอว่ามันจะฉกเขาเมื่อไร แต่เจ้างูกลับเลื้อยผ่านหน้าเขาไม่สนใจเลยสักนิด



          อาจารย์ผมดำก็ไม่ได้ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อนากินีเลื้อยผ่านไป เพราะหากนากินีอยู่บริเวณนี้ นั่นก็แปลว่า เจ้านายของมันต้องอยู่ไม่ไกลออกไปเช่นเดียวกัน เซเวอร์รัสค่อย ๆย่องตามทางที่นากินีเลื้อยไปพลางเอื้อมมือไปหยิบไม้กายสิทธิ์



          แต่กระเป๋ากางเกงของเขากลับว่างเปล่า



            เซเวอร์รัสสบถในใจ ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้กลับไม่มีไม้กายสิทธิ์ แต่กระนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนใจ ชายร่างโปร่งยังคงก้าวไปทางที่นากินีเลื้อยไปพลางปัดกิ่งไม้ต่าง ๆหลบไปด้วย



          เสียงกระซิบดังขึ้นที่ด้านหน้าของเขา แต่อาจารย์หนุ่มไม่สามารถมองเห็นเจ้าของเสียงนั้นได้ มันเป็นเสียงพึมพำภาษาพาร์เซลที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี จอมมารจะต้องอยู่ไม่ไกลไปจากที่นี่แน่นอน



          หางของนากินีหายไปในความมืด เซเวอร์รัสหยุดเดินในทันที เสียงกระซิบนั้นดังสะท้อนก้องไปมารอบตัวเขา ชีพจรของเขาเต้นรัวเร็วขณะที่เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผาก ความมืดค่อย ๆโอบล้อมรอบบริเวณพลางตักตวงอากาศไปจากปอดของเขาด้วยเช่นกัน ชายหนุ่มพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ แต่สิ่งที่เขาทำได้กลับกลายเป็นการส่งเสียงติดขัดในลำคอแทน



          และในชั่วพริบตา เพียงแค่ได้ยินเสียงเย็นเยียบนั้นหัวเราะเพียงแผ่วเบา ร่างของเขาก็ทรุดลงในทันที!



          ชายหนุ่มดิ้นพล่าน ร่างทั้งร่างของเขาปวดร้าวราวกับมีเข็มนับพันปักลงมาพร้อม ๆกัน เขารู้สึกราวกับว่ามีคมดาบกรีดผ่านที่หน้าท้อง กลิ่นคาวเลือดลอยโชยออกมาก่อนที่ชายหนุ่มจะร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด



            แผลที่ปรากฎบนผิวกายของเขา มันแสบร้อนไม่ต่างกับเปลวไฟ จากรอยกรีดเล็ก ๆได้พลันถูกกรีดซ้ำให้ลึกลงและใหญ่กว่าเดิม เซเวอร์รัสดิ้นไปมาไม่ต่างจากคนบ้า เขาต้องการจะกอดร่างกายของตัวเองไว้ไม่ให้ใครมาแตะต้อง แต่เมื่อมือทั้งสองข้างของเขาถูกพละกำลังมหาศาลตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับได้ ร่างทั้งร่างของเขาก็ไม่ต่างจากตุ๊กตาวูดูที่รอรับการทรมาน



            เพียงชั่วพริบตา ความเจ็บปวดที่แสนทรมานเหล่านั้นก็หายไป อนธการได้พลันจางหายไปด้วยเช่นกัน รอบบริเวณกลับกลายมาเป็นป่าทึบเหมือนอย่างเดิม ชายร่างโปร่งนอนหอบหายใจขณะที่ความรู้สึกเหล่านั้นยังคงทิ่มแทงเขาอยู่ไม่หาย เซเวอร์รัสรู้ดีว่าเขาเพิ่งเจออะไรมา



          อาจารย์ผมดำค่อย ๆยันตัวลุกขึ้นยืน ขาของเขาอ่อนแรงจนแทบจะทรงตัวไม่ได้ แต่เมื่อผ่านไปสักพัก เขาก็กลับมายืนได้อีกครั้งหนึ่ง เซเวอร์รัสก้มลงสำรวจบาดแผลบนตัว แต่ทุกอย่างได้เลือนหายไปหมดแล้ว ทิ้งไว้เพียงเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของเขากับความทรมานที่ถูกฝังลึกลงไปในจิตใจ



          มือของเขาสั่น เช่นเดียวกับร่างของเขา ความหวาดกลัวค่อย ๆกัดกินจิตใจของเขาทีละเล็กทีละน้อย ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ไปตามทางที่เห็นนากินีเลื้อยไป



          เสียงวัตถุหนัก ๆลากไปตามพื้นดังขึ้นข้างกายของเขา ชายหนุ่มหันควับไปมองในทันที แต่สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงแต่ดงไม้เท่านั้น เซเวอร์รัสพยายามไม่สนใจเสียงที่ดังขึ้นรอบกายของเขา เพราะสิ่งที่เขาต้องสนใจในตอนนี้ มีแค่จุดหมายปลายทางนี้เท่านั้น



          เขาเดินตรงไปเรื่อย ๆขณะที่ต้นไม้ค่อย ๆบางตาลง อากาศที่เคยชื้นจนเหนียวตัวก็เริ่มแห้ง ร่างโปร่งค่อย ๆพาตัวเองเดินมาก่อนจะพบว่าที่ ๆเขาอยู่ ณ ตอนนี้คือชายป่า เซเวอร์รัสถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อจู่ ๆเสียงเหล่านั้นได้ห่างไกลออกไป เขารู้ว่านากินีได้หันหลังกลับไปแล้ว



          ตอนนี้เขายืนอยู่บนเนินเขา รัตติกาลได้เข้าครอบครองพื้นที่อย่างสมบูรณ์ แต่ยังมีแสงจันทร์ส่องผ่านมาให้เห็น ชายหนุ่มค่อย ๆเดินลงไปตามทางก่อนจะเห็นอะไรบางอย่างอยู่ที่พื้น



          มันเป็นร่างสีดำทะมึนที่เขามองไม่เห็นว่าคืออะไร และเขาก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าไปดูใกล้ ๆดีไหม แต่ในมันอยู่ตรงหน้าของเขาพอดี และตอนนี้เมฆก็กำลังบังดวงจันทร์อยู่ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินเข้าใกล้สิ่งนั้นมากขึ้นก่อนจะย่อตัวลงรอ



          เพียงไม่นาน เมฆสีเข้มที่ลอยเอื่อยบังแสงสีนวลนั้นก็ลอยผ่านไป ดวงจันทร์แผ่แสงสว่างไปทั่วบริเวณก่อนที่ลมหายใจของเขาจะหยุดชะงักในทันทีที่เห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาคืออะไร



          ร่างที่ไร้ชีวิตของเจมส์ พอตเตอร์



            เซเวอร์รัสลืมตาขึ้นก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ ชายหนุ่มพยายามย้ำให้ตัวเองแน่ใจอีกรอบว่าภาพที่เห็นก็แค่ความฝัน เจมส์ พอตเตอร์ตัวจริงยังคงอยู่ดีพร้อมจะทำตัวกวนประสาทได้ทุกเวลา แต่ในเมื่อหัวใจของเขามันเจ็บแน่นราวกับว่ามีใครมาบีบมันเอาไว้ ตั้งแต่ในความฝันจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มก็ยังรู้สึกราวกับว่าทุกอย่างที่เขาเห็นคือเรื่องจริง และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขายังหยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้สักที



            ร่างโปร่งถอนหายใจหนัก ๆออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืน เขาตั้งใจว่าจะหาหนังสือสักเล่มมาอ่านไม่ให้ฟุ้งซ่าน เพราะไหน ๆแล้ววันนี้ก็ไม่มีงานสอนใด ๆ ชายหนุ่มเดินไปที่ชั้นหนังสือก่อนจะไล่สายตาไปตามสันปกอย่างพินิจพิจารณา



            หนังสือที่เขามีส่วนใหญ่แล้วก็เป็นหนังสือปรุงยาทั้งนั้น เพราะด้วยความที่ชอบปรุงยาตั้งแต่เด็ก ๆ และหลงใหลในความงดงามของฟองที่เดือดปุดอยู่บนผิวน้ำยา ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะหาหนังสืออ่านเล่นในห้องตัวเองยากเสียเหลือเกิน



            แต่แล้วริมฝีปากบางนั้นก็พลันยกยิ้มขึ้นเมื่อดวงตาพลันหยุดอยู่ที่หนังสือเล่มหนึ่ง มันเป็นเรื่องราวของนักดนตรีอิสระที่ท่องเที่ยวไปตามเมืองต่าง ๆ เขาจำได้ว่าเขาได้หนังสือเล่มนี้มาจากเพื่อนของแม่คนหนึ่ง และที่เขาเริ่มต้นอ่านหนังสือจริงจังก็มาจากหนังสือเล่มนี้ด้วยเช่นเดียวกัน



            มือบางเอื้อมขึ้นไปหยิบหนังสือนั้นออกมาก่อนที่จะพลิกหน้ากระดาษดูสภาพของหนังสือ จู่ ๆกระดาษสีขาวอมเหลืองก็พลันร่วงหล่นลงมากระจัดกระจายไปทั่วพื้น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันน้อย ๆก่อนจะปิดหนังสือแล้วย่อตัวลงเก็บกวาด



            เขาพลิกกระดาษขึ้นมาอ่านอย่างสงสัย เพราะที่เขาจำได้ เขาไม่เคยสอดกระดาษอะไรในหนังสือเล่มไหนเลยสักเล่ม แต่แล้วความสงสัยนั้นก็ต้องถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ และโดยไม่รู้ตัว เขาก็เปล่งเสียงพูดออกมาเบา ๆราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง



            "เรื่องราวระหว่างเรา..."



            โน้ตเพลงสำหรับไวโอลินในมือของเขานั้นเป็นสิ่งที่เขาได้ลืมไปแล้วว่าเคยมี เซเวอร์รัสกวาดตามองไปตามโน้ตบนชีทเพลงขณะที่เสียงไวโอลินดังขึ้นในหัว ดูเหมือนว่าลึก ๆแล้วเขายังจำเสียงเพลงนั้นได้ โดยเฉพาะเมื่อยามที่คนตัวสูงกว่าบังคับให้เขาเล่นไวโอลินคู่กับเปียโนของเจ้าตัว เขาจำมันได้ดี



            ร่างโปร่งยืดตัวขึ้นขณะที่ยังไม่ละสายตาจากชีทเพลงในมือ เพลงนี้เป็นเพลงที่เจมส์เคยแต่งเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว เขาจำได้ว่าเจ้าคนตัวสูงคนนั้นชอบหายตัวเข้าไปในห้องต้องประสงค์อยู่บ่อย ๆ พอเขาถามก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบจนเขาเลิกสนใจไปเอง แต่พอมารู้อีกที เพลงนี้ก็กลายเป็นของขวัญวันเกิดชิ้นแรกของเขาไปเสียแล้ว



            พอคิดแล้วก็อดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้...



            เซเวอร์รัสวางหนังสือและชีทเพลงลงบนโต๊ะทำงานขณะที่ในหัวยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องต่าง ๆไม่หยุด ทั้งตรามาร ทั้งความฝัน ทุกอย่างดูจะพร้อมใจกันเกิดขึ้นโดยไม่คิดจะให้เขาพักเลยสักนิด ชายหนุ่มร่างโปร่งถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะมองไปที่ชีทเพลงนั้นอย่างเศร้าสร้อย



            ฉันก็ไม่ได้จะให้โอกาสนายอะไรหรอกนะ...



            แค่อย่าหายไปแบบนี้



            "ฉันยังอยากฟังเพลงนี้อีกครั้งนะ พอตเตอร์"













วันปฏิบัติภารกิจแรกมาถึงแล้ว



แฮร์รี่ตื่นตั้งแต่ตีสาม แต่ถ้าจะพูดให้ถูก เขาเข้านอนตอนสองทุ่มครึ่งด้วยความหวังว่าตัวเองจะหลับก่อนสามทุ่ม แต่พอเอาเข้าจริง เขาเพิ่งจะเริ่มเคลิ้มหลับตอนเกือบจะเที่ยงคืนแล้วพอตีสามก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะความฝันงี่เง่า เด็กหนุ่มส่ายหน้าให้กับความเพ้อเจ้อของตัวเองที่ดันไปฝันว่าเดรโกพุ่งตัวเข้ากอดเขาเมื่อเขารอดจากภารกิจแรก



ตาของเขาเจ็บ เช่นเดียวกับศีรษะที่ตื้อไปหมดราวกับว่ามีคนฟาดหัวของเขาแรง ๆ แฮร์รี่พยายามรวบรวมสติ บังคับให้ตัวเองพร้อมแข่งแม้ว่าเขาจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าความจริงมันตรงกันข้าม



เด็กหนุ่มร่างสูงสามารถเสกคาถาเรียกของได้อย่างเชี่ยวชาญแล้วก็จริง แต่เขาก็ยังไม่เคยเรียกของไกลขนาดนั้นมาก่อน ที่ไกลที่สุดในตอนนี้ที่เขาซ้อมกับเฮอร์ไมโอนี่คือภายในห้องเรียนเท่านั้น



และถึงแม้ว่าเฮอร์ไมโอนี่จะพยายามให้กำลังใจเขาพร้อมกับย้ำว่าหากเขามีสมาธิเพียงพอ ไฟร์โบลต์จะต้องพุ่งมาหาแน่ ๆ แฮร์รี่ก็ยังไม่แน่ใจนักว่าเขาจะไม่ไปยืนเซ่อให้มังกรซัดจนน่วมและทำให้ตัวเองขายหน้า



เสียงนาฬิกาปลุกของเนวิลล์ดังขึ้น ตอนนี้หกโมงเช้าแล้วและเขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ควรจะนอนอยู่บนเตียงแล้วนึกถึงภาพชวนสลดใจอีก เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า  แฮร์รี่แต่งตัวเกือบเสร็จแล้วเมื่อคนอื่น ๆตื่นขึ้นมา ส่วนไรอัลที่เขาฝากไว้กับแฮกริดก็คงจะกำลังกระโดดเล่นหลังตื่นนอนเหมือนอย่างทุกเช้า เขาไม่รอช้าที่จะเดินลงไปที่ห้องโถงใหญ่แม้จะรู้ว่าตอนนี้มันเช้าเกินไปก็ตาม



เจ้าของฉายาเด็กชายผู้รอดชีวิตอย่างเขา ถึงแม้จะรอดจากคำสาปพิฆาตแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะโชคดีรอดจากเปลวไฟของมังกรได้อีก เด็กหนุ่มที่ตอนนี้อยู่ในชุดทะมัดทะแมงคิดพลางเดินไปตามระเบียงที่ร้างผู้คน เขาสวมถุงมือหนังมังกรไว้อย่างที่แฮกริดแนะนำ มันกันไฟและทนความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม รวมไปถึงของมีคมต่าง ๆก็ยากที่จะทะลุเข้ามาเช่นกัน แฮร์รี่เอื้อมมือไปแตะไม้กายสิทธิ์ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังเบา ๆ อย่างน้อยเขาก็ยังมีสติหยิบมันมาด้วย



และเมื่อเขาเดินมาถึงห้องโถงใหญ่ เฮอร์ไมโอนี่ยืนกอดหนังสืออยู่ตรงนั้น เมื่อเธอเห็นเขา เด็กสาวผมน้ำตาลก็ไม่รอช้าที่จะลากเขาเข้าไปข้างใน



"ฉันกำลังคิดอยู่ว่าเธอจะลงมากินมื้อเช้าไหม" เด็กสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงรัวเร็ว ดูก็รู้ว่าเธอตื่นเต้นแค่ไหน "ฉันรู้ว่าเธอคงไม่อยากกินแน่ ๆ แต่เธอต้องกิน เธอจะไปแข่งทั้ง ๆที่ไม่มีแรงไม่ได้หรอกนะ"



ทันใดนั้นเองที่ความรู้สึกตื้นตันเข้าท่วมท้นแทนความหดหู่ในทันที แฮร์รี่ยอมให้คนตัวเล็กกว่าลากเขาไปก่อนจะทรุดตัวนั่งลง มีเด็กนักเรียนบางคนนั่งรับประทานอาหารเช้าอยู่ก่อนแล้ว และสิ่งแรกที่แฮร์รี่เห็นคือมีคนที่ไม่ติดเข็มกลัดสีเขียวนั่น



เฮอร์ไมโอนี่นั่งลงตรงข้ามกับเขา เธอพยายามคะยั้นคะยอให้เขากินด้วยการทาแยมลงบนขนมปังปิ้งแล้ววางบนจานของเขา แฮร์รี่เอง ถึงแม้ว่าท้องของเขาจะเปล่งเสียงร้องต้องการอาหาร แต่เขากลับไม่รู้สึกอยากกินเลยสักนิดเดียว



แฮร์รี่ตักข้าวโอ๊ตต้มเข้าปากด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มีอยู่นาทีหนึ่งที่เขารู้สึกคลื่นไส้ แต่แล้วมันก็หายไป เด็กหนุ่มพยายามแตะต้องมื้อเช้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วนเฮอร์ไมโอนี่เองก็ดูจะมีอาการหนักไม่ต่างจากเขา



"เธอจำได้นะว่าต้องทำยังไง" แฮร์รี่พยักหน้ารับเป็นครั้งที่สองเมื่อเฮอร์ไมโอนี่วกกลับมาพูดเรื่องคาถาเรียกของ เด็กสาวไม่แตะอาหารสักอย่างยกเว้นกาแฟแค่แก้วเดียว ตอนนี้เจ็ดโมงกว่าแล้ว และนั่นหมายความว่าเด็กนักเรียนคนอื่น ๆก็ทยอยเข้ามาทานมื้อเช้าแล้วเช่นเดียวกัน



เสียงโห่ดังขึ้นที่พวกสลิธีรินกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาเห็นเขา แฮร์รี่รู้สึกว่าตัวเองหน้าชาจนแทบจะไร้ความรู้สึก แต่เมื่อสายตาของเขาพลันเหลือบไปเห็นร่างโปร่งคนหนึ่งกับเด็กบ้านสลิธีรินกลุ่มเล็กกว่าเดินมา ริมฝีปากหยักก็พลันยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว



เขาไม่รู้ว่าเขามองอีกฝ่ายนานแค่ไหน แต่มันก็คงจะนานพอจนทำให้คนถูกจ้องรู้ตัว มัลฟอยหันมาทางเขาก่อนจะยักคิ้วใส่ เด็กหนุ่มผมบลอนด์ไม่ได้ยิ้มให้เขาก็จริง แต่แค่อีกฝ่ายหันหน้ามาทักทายเขา แม้เพียงแค่ชั่ววินาทีเดียว แฮร์รี่ก็รู้สึกว่าเขามีกำลังใจขึ้นมาก



เด็กหนุ่มร่างสูงเบือนสายตาผละจากอีกฝ่ายเมื่อคนตัวเล็กทรุดตัวนั่งที่โต๊ะของตัวเอง เด็กบ้านกริฟฟินดอร์กับเรเวนคลอเดินเข้ามาบ้างแล้ว เมื่อเด็กบ้านกริฟฟินดอร์เดินมานั่งที่โต๊ะ ทั้งโต๊ะเงียบกริบราวกับว่าทุกคนกำลังอารมณ์ไม่ดี แต่เมื่อมีคนถอนหายใจเสียงดังลั่น ทันใดนั้นเองที่จู่ ๆทุกคนก็ตะโกนออกมา



"พอตเตอร์! พอตเตอร์! พอตเตอร์!"



แฮร์รี่สะดุ้งเมื่อทุกคนดูจะพร้อมใจกันตะเบ็งเสียงพร้อมทุบโต๊ะไปด้วย รอบข้างของเขาดูเอะอะโวยวายไปหมด เฟร็ดกับจอร์จเองก็วิ่งเข้ามากอดคอเขาแน่น



"ไม่ต้องห่วงนะ แฮร์รี่ เราจะพยายามหาพรรคพวกมาเชียร์นายเอง" เฟร็ดยิ้มร่าพลางโบกมือให้ลี จอร์ดันที่เพิ่งเดินเข้าห้องโถงมา



"สิ่งเดียวที่นายต้องทำนะ คือรอดกลับมา" จอร์จพูดเสียงใส "แต้มต่อรองของนายจะได้เพิ่มขึ้นในภารกิจต่อไปยังไงล่ะ!"



"พวกพี่นี่ก็เอาแฮร์รี่ไปหาเงินได้นะ" จินนี่ที่เดินมาด้วยยู่ปากน้อย ๆ เฟร็ดกับจอร์จหัวเราะลั่น



"น้องสาวตัวน้อยเอ๋ย แน่นอนว่า ถ้ามีโอกาส--" จอร์จหยุดชะงักกลางคันเพื่อให้เฟร็ดพูดต่อ



"--พวกพี่ไม่มีทางพลาดแน่นอน อีกอย่างแฮร์รี่ก็ไม่ได้เดือดร้อนนี่"



"อย่าให้แม่รู้เรื่องนี้นะ..." เด็กหญิงผมแดงพูดขู่ แต่นั่นทำให้เฟร็ดกับจอร์จหัวเราะหนักกว่าเดิม จอร์จพยายามหยุดหัวเราะก่อนจะพูดเสียงเล็กว่า



"กลัวจังเลย จินนี่จ๋า ได้โปรดอย่าฟ้องแม่นะ"



"ถ้าเธอสัญญาว่าจะไม่บอกพ่อหรือแม่ พี่จะให้ของเล่นเธอสักสองสามชิ้น เป็นไง?" เฟร็ดยักคิ้วเจ้าเล่ห์ ส่วนจินนี่เองก็ยิ้มกว้าง



"อย่างนี้ค่อยฟังเข้าท่าหน่อย"



แล้วสามพี่น้องก็หัวเราะชอบใจ เสียงตะโกนเรียกชื่อเขายังดังอยู่ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมากขนาดนี้ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ทำให้ผ่อนคลายของเฟร็ดและจอร์จทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกโล่งและปลอดโปร่งขึ้นบ้าง



ปัง!



เสียงคล้ายปืนใหญ่ดังขึ้น ทุกคนต่างพร้อมใจยกมือขึ้นปิดหูในทันที แล้วพวกเดิร์มแสตรงก์ก็เดินเข้ามา นำหน้าด้วยคาร์คารอฟและวิกเตอร์ ครัมเหมือนวันที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ว่าวันนี้ดูเหมือนว่าครัมจะหน้าบึ้งกว่าเดิมเสียอีก



นักเรียนฮอกวอตส์ต่างเงียบและมองพวกเขาเดินเรียงแถวมานั่งที่โต๊ะบ้านสลิธีริน นักเรียนเดิร์มแสตรงก์ดูจะเคร่งขรึมและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน คาร์คารอฟยิ้มเยาะเมื่อพบว่าบรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่พลันเงียบกริบ



แต่แล้วก็มีเสียงฝีเท้าของผู้มาใหม่เข้ามา พวกโบซ์บาตงนั่นเอง พวกเขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางของคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ส่วนเฟลอร์ เดอลากูร์ดูซีดเซียวกว่าปกติ แต่เธอก็ยังคงรักษามาดนักเรียนโบซ์บาตงได้อย่างดีเยี่ยม พวกเขาดูเหมือนจะไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นมีการโห่ฮาตัวแทนกันด้วย



ในไม่ช้า เสียงเฮฮารื่นเริงก็ดังขึ้นขณะที่เด็กนักเรียนคนอื่น ๆเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แต่เมื่อเซดริก ดิกกอรี่เดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อน ๆของเขา ทั้งบ้านฮัฟเฟิลพัฟก็พร้อมใจกันลุกขึ้นปรบมือในทันที



เซดริกยิ้มอาย ๆพลางก้มหัวรับก่อนจะเดินกอดคอเพื่อนไปนั่งที่โต๊ะ แฮร์รี่เองก็ปรบมือให้กับเซดริกเช่นเดียวกัน เขาก็ได้แต่หวังว่าเซดริกจะร่าเริงแบบนี้จนถึงการแข่งขัน อย่างน้อยเขาก็ได้บอกให้เซดริกรู้แล้วว่าต้องเจอกับอะไร



ห้องโถงใหญ่กลับมามีบรรยากาศแบบเดิมภายในเวลาไม่นาน เสียงพูดคุยจอแจดังขึ้นพร้อมกับเสียงมีดส้อมที่กระทบกัน พวกเหล่าอาจารย์บางคนเองก็มาทานมื้อเช้าแล้ว แฮร์รี่ชะเง้อคอมองหาเจมส์ แต่กลับไม่ปรากฎวี่แววใด ๆให้เห็น ลูโด แบ็กแมนที่เดินมาพร้อมกับบาร์ตี้ เคร้าช์ก็ดูจะพร้อมสนุกสุดเหวี่ยง ผิดกับเคร้าช์ที่มีสีหน้าเหมือนคนป่วยยิ่งกว่าเดิม



เด็กหนุ่มเบือนหน้ากลับมาที่จานอาหารตรงหน้า มื้อเช้าของเขายังไม่ได้พร่องไปมากกว่าเดิมเสียเท่าไร แฮร์รี่หยิบขนมปังปิ้งขึ้นมาเตรียมจะกัด ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่มือใหญ่ของแฮกริดตบบ่าของเขา แฮร์รี่ล้มลงจนหน้าแทบจะจุ่มลงไปในชามข้าวโอ้ต



ไรอัลกระโดดลงตักของเขาพลางส่ายหางไปมาอย่างกระตือรือร้น แฮกริดยิ้มกว้างพลางชูนิ้วโป้งให้เขา "ไหวนะ แฮร์รี่"



"ครับ" เด็กหนุ่มผมดำยิ้มรับพลางเล่นกับไรอัล แฮกริดอวยพรให้เขาโชคดีก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปที่โต๊ะอาหารครู ขณะที่แฮร์รี่กำลังปล่อยให้เฮอร์ไมโอนี่ได้ทักทายไรอัล ข้อมือของเขาก็พลันรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา



แฮร์รี่ยกมือขึ้นมองอย่างงุนงง ทับทิมบนกำไลของเขากำลังเปล่งแสงสีแดงสด เด็กหนุ่มมองตรงไปที่เจ้าของกำไลอีกเส้นที่บ้านสลิธีรินก่อนจะพบว่าเจ้าตัวมองเขาอยู่ก่อนแล้ว มัลฟอยยกมือให้เขาเห็นกำไล้เส้นบางสีเขียวที่กำลังเปล่งแสงไม่ต่างกัน คนตัวเล็กเลิกคิ้วใส่เขาราวกับต้องการจะให้เขาทำอะไรสักอย่าง ซึ่งแฮร์รี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาต้องทำอะไร



แต่จู่ ๆไรอัลก็พุ่งตัวออกจากอ้อมกอดของเฮอร์ไมโอนี่ เจ้าลูกสิงโตตัวเล็กวิ่งตรงไปหาเด็กหนุ่มบลอนด์ซีดอย่างรวดเร็ว เป็นอีกครั้งที่ไรอัลได้ดึงความสนใจของคนทั้งห้องไว้ได้หมด เขาหัวเราะเบา ๆเมื่อเห็นมัลฟอยทำหน้าเหวอ ดูเหมือนว่านั่นจะไม่ใช่สิ่งที่คนตัวเล็กคิดว่าจะได้เจอ



เขาหันกลับมาคุยกับเฮอร์ไมโอนี่ต่อ แต่ก็คุยได้ไม่นานนักเมื่อไรอัลวิ่งกลับมาพร้อมคาบกระดาษสีขาวมาด้วย แฮร์รี่เงยหน้ามองเด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินโดยอัติโนมัติ แต่มัลฟอยดูจะไม่สนใจอะไรเลยสักนิด เจ้าตัวกำลังฟังเพื่อนร่างสูงอีกคนที่เขาไม่รู้จักชื่อพูดอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ เด็กหนุ่มผมดำก้มหน้ามาส่งยิ้มกว้างให้เจ้าตัวเล็กก่อนจะหยิบกระดาษนั้นขึ้นมาดู



"อะไรน่ะ แฮร์รี่" เฮอร์ไมโอนี่ถามเมื่อเห็นว่าเขาเงียบไป กำไลที่ข้อมือของเขาหยุดเปล่งแสงและกลับมาเบาเหมือนอย่างเดิมแล้ว แฮร์รี่ส่งกระดาษให้เด็กสาวอ่านก่อนจะเกาคางให้ไรอัล เด็กสาวผมน้ำตาลรับมาอ่านก่อนจะส่งยิ้มให้เขา



"อีกหนึ่งกำลังใจนะ แฮร์รี่"



เด็กหนุ่มนิ่งไปสักพัก เขาไม่รู้ว่าจะตอบเฮอร์ไมโอนี่อย่างไร และคิดว่าก็คงไม่จำเป็นต้องตอบด้วย แฮร์รี่รับกระดาษโน้ตนั้นกลับมาขณะที่ไรอัลทำตาแป๋วใส่เขาเป็นเชิงบอกว่า "ชมผมสิฮับ"



แฮร์รี่ยกยิ้มน้อย ๆก่อนจะแยกเขี้ยวใส่ไรอัล "เก่งมากครับ นี่ถามจริง ตกลงเป็นสิงโตหรือหมากันแน่ ฮึ"



เจ้าตัวเล็กดันตัวเข้ามาไซร้กับแขนของเขา และเขาก็เล่นกับมันได้ไม่นานนัก เมื่อศาสตราจารย์มักกอนนากัลเดินเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล



"คุณพอตเตอร์ ตัวแทนจะต้องไปเตรียมตัวและรับคำสั่งของภารกิจ"



ทันทีที่อาจารย์วิชาแปลงร่างพูดจบ แฮร์รี่ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาเย็นเฉียบ เฮอร์ไมโอนี่เอื้อมมือมาบีบไหล่เขาเบา ๆ



"เธอตัองไปกับฉัน เดี๋ยวนี้เลย"



"ครับ" เด็กหนุ่มผมดำลุกขึ้นโดยไม่มีรอ ไรอัลกระโดดลงไปก่อนจะเดินตามหลังเขา แต่ก็ต้องหยุดตามเมื่อเฮอร์ไมโอนี่อุ้มมันขึ้นมา



ความกดดันต่าง ๆได้วกกลับมาหาเขาอีกครั้ง เด็กหนุ่มรู้สึกได้ถึงประสาทที่กำลังตึงเครียดของตัวเอง และขณะที่เขาเดินตามศาสตราจารย์มักกอนนากัลอยู่นั้นเอง เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้



แฮร์รี่ล้วงกระเป๋าไปหยิบกระดาษโน้ตออกมา ตอนนี้เขามีอยู่สองแผ่นแล้ว เด็กหนุ่มยิ้มตามหน้ายิ้มที่คนตัวเล็กเคยวาดส่งมาให้เขาก่อนจะพลิกมาอีกแผ่น



แผ่นใหม่ที่เขาเพิ่งได้มานี้ คือรูปหน้ากลม ๆของเขากับรอยแผลเป็นที่หน้าผาก แว่นตาของเขายังอยู่ดี แต่มีรอยถลอกที่หน้าเล็กน้อย ข้าง ๆคือลายมือที่เขาไม่คุ้นตา เพียงแค่ถ้อยคำธรรมดาสองสามคำจากอีกฝ่ายก็ให้เขากล้าที่จะออกไปสู้กับมังกรด้านนอกแล้ว



แปลกจริง ๆ...



"นายทำได้"



นายมีเวทมนตร์ลบล้างความรู้สึกแย่ ๆหรือไงนะ... เดรโก มัลฟอย

 










-TBC.



[Talk]

บทนี้บรรยายเยอะม้าก... เบื่อกันไหมครับ แอมซอรี่นะ q__q

คือตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองเขียนได้กากลง... คิดว่ายังไงกันบ้างครับ ติได้นะ รู้สึกจริง ๆว่าอ่านแล้วมันไม่โซทัชชิ่งสัมผัสได้ถึงฟีลลิ่งเลย

จริง ๆแล้วไม่ชอบแฮร์รี่เลย ตัวแฮร์รี่เอง #ยอดยี้งี่เง่า ส่วนคู่รุ่นลูกก็แค่เห็นว่าน่ารักดี เหมือนเป็นคู่กัดที่ชอบทะเลาะกัน lol

แต่ว่าพอมาเขียนฟิครอบนี้แล้ว (เน้นว่าต้องรีไรท์รอบนี้ 555) รู้สึกชอบคู่รุ่นลูกขึ้นมา มันรู้สึกใส ๆแบบเด็ก ๆ เหมือนกับก็แค่รู้สึกดีต่อกันแต่ไม่ยังไม่รู้ว่าคืออะไร แล้วพอแสดงออกต่อกันแบบเกร็ง ๆกลัวคนอื่นมองมาแล้วเข้าใจผิด มันเป็นอะไรที่น่ารักดี #พูดซะเหมือนคนแก่ #ก็ในเรื่องมันแค่สิบสี่


[ถามจ้า]

ช่วยให้คะแนนสกิลการเขียนของผมหน่อยนะครับ ตั้งแต่ต้นยันปัจจุบันเลยว่าเป็นยังไง เต็ม 10 ให้เท่าไร

อาจจะเพราะไม่ค่อยได้เขียนหรือยังไงก็ตาม แต่รู้สึกว่าช่วงนี้เขียนไม่ค่อยดีเท่าที่ควร (อย่างบทนี้) อยากได้ความเห็นของหลาย ๆคนครับผม


[scream]

เห้ยยย คือมันจบแล้วอะ จบแล้ว Act นึง คือดีงาม ดีใจม้ากกก ในที่สุด!

แวะมาขอกำลังใจ #ทำตาปั๊ปปี้อายส์ [โดนคนอ่านถีบข้อหาน่ากลัวมากกว่าน่ารัก]

สิ้นเดือนกันยานี้มีไฟนอล เจอกัน Act IV ตอนตุลา+นะเออ

ใครที่อ่านมาแสดงตัวกันหน่อยเร็ว Act IV นี่มันอีปิค อดทนอดกลั้นอยากเขียนมานาน!

(ไอ้ที่โม้ ๆว่าอีปิคเนี่ย... ไม่รู้ว่าตอนทุกคนอ่านจะรู้สึกว่ามัน ฟหยกนรฟหยดนหยำนร เหมือนที่ผมคิดไหมนะ แต่ตอนผมเขียนพล็อตนี่แบบ ไม่เขียนบทก่อนหน้าแล้วได้ไหม มาเขียนบทนี้เลย 555555 ถึงเวลาเขียนจริง ๆก็จะพยายามเขียนให้เต็มที่ครับผม!)


PS. ทอล์คยาว... นี่ขนาดง่วงยังแพล่มได้ขนาดนี้ ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลยสักนิด T T

PSS. ขอบคุณทุกคนที่ยังคงรอ+อ่าน+เมนท์ครับผม!

PSSS. #515: คือตอนผมอ่านเมนท์ ผมทำหน้างงแบบ... ฮะ ? เดรกน่ารักขึ้นจริงดิ? #คาดไม่ถึง 555 ขอบคุณที่มาเมนท์ให้ในทุกด้านเลยนะครับ

PSSSS. เรื่องอัพช้านี่ขอโทษจริง ๆนะเออ... งานมันเย้อออ #นี่คือยังไม่ได้ไปอัพ wordpress T^T มาอัพเรื่องนี้ก่อนเลย


ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะครับ ♥


- I



อย่าลืมอ่านแถบแดง ๆตรงนั้นแล้วกดคอมเมนท์เบา ๆนะเออ อันนี้ซีเรียส



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #1004 pped (เป็ด) (@wkumsomjit) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 14:41
    เดรก ยัยซึนเอ้ยยย
    #1004
    0
  2. #967 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 18:55
    เดรโกน่ารักสุดๆ ฮืออ ลูกจ้าา
    #967
    0
  3. #567 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 23:20
    เดรกน่ารัก
    #567
    0
  4. #522 minizipzap (@kwansbaza) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 11:04
    ตอนก่อนรีไรท์ 8/10 ชอบแบบตบจูบ แต่ภาษายังไม่สวยเท่าไหร่ รีไรท์ครั้งแรก 7/10 ไม่ได้ดีขึ้นไม่ได้แย่ลง พล็อตคู่พ่อเริ่มมีมิติมากขึ้น รีไรท์ครั้งปัจจุบัน 8.5/10 มันดีขึ้นภาษาสวยขึ้น แต่เรื่องค่อนข้างเอื่อยๆไม่มีอะไรให้ดราม่าตื่นเต้นเท่าไหร่
    #522
    0
  5. #521 Fuqyeah (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 15:01
    ฮัลโหลลลลลลว์



    แวะมาสารภาพค่ะ ตามอ่านมานานมาก แต่ไม่เคยคอมเม้นต์เลย เห้อม /ยังมีหน้ามาถอนหายใจอีก /โดนโบก



    แต่มา ณ ตอนนี้ จะเม้นต์ค่ะ รู้สึกผิดบาปมามากพอแล้ว /กราบขอโทษไรต์งามๆ สามที อย่าโกรธเรานะ 5555555



    โอเค ตอบคำถามแถบแดง เราคิดว่าอันนี้ก็แล้วความชอบส่วนบุคคลด้วยเน้าะว่าชอบสำนวนภาษา สกิลในการเขียนแบบไหน สำหรับเรา เราชอบแบบนี้ เราให้ 8 นะ



    เดี๋ยวๆ เดี๋ยวจะงง เอ้า ชอบแบบนี้แต่ให้ 8 คือไร ? เหมือนที่ไรเตอร์บอกค่ะว่าช่วงนี้ไรเตอร์เขียนไม่ค่อยดี เอ่อ... ก็นั่นแหละค่ะ มันไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่มันดีน้อยลงจากช่วงแรกๆ เฉยๆ และก็ไม่ได้น้อยลงมาก ถ้าไม่สังเกต อาจจะไม่รู้สึกเลยก็ได้ค่ะ /พอดีเราเป็นคนชอบสังเกตอะไรแบบนี้มากกกกกก คือ สำหรับคนที่มาอ่านรวดเดียวหมดอาจจะไม่รู้สึก แต่คนที่ตามอ่านทีละตอน รอไรต์อัพตอนใหม่นี่น่าจะรู้สึกได้ /ไม่ว่ากันเน้าะที่บอกแบบนี้



    แต่ถ้าตัดช่วงหลังๆ เอาช่วงกลางๆ แรกๆ เราบอกเลย ให้ 10 ฮะ มันดีมว๊ากกกกกกก มันฟิน มันน่ารัก (รุ่นลูก) และหน่วง บาดลึก เจ็บ โอ้ย อินค่ะ อินสุด อินจนหน้าสั่น อินมากกกกก หวานขมในทรวงอกแบนๆ (รุ่นพ่อ) /ถือเป็นการคอมเม้นต์โดยย่อของทุกตอนที่ผ่านมาด้วยเลยละกันนะฮะ /โดนโบกอีกครั้ง



    แต่ก็อย่างว่าละเน้อ ของแบบนี้มันก็มีช่วงขึ้นช่วงลงแหละค่ะ



    ไม่อยากให้ไรต์คิดมากนะ มันดีงามมากๆ แล้วค่ะสำหรับรีดเดอร์ตาดำๆ อย่างพวกเรา ฮึก อยากจะจับไรต์มากอดมาไซร้มาซุกมาเฟือยและจุ๊บปากจริงๆ



    ขอบพระคุณสำหรับฟิคดีๆ น่ารักๆ แบบนี้นะคะ ขอบคุณที่ไม่ทิ้ง /ตอนแรกที่เห็นหายไปนานๆ นี่บอกเลยว่าเราใจสั่นมาก เกรดออกใจยังไม่สั่นเท่านี้เลยค่ะ แต่ก็คิดไว้เเล้วว่าถ้าไรต์ไม่มาต่อเราก็จะกลับมาอ่านเรื่อยๆ อยู่ดี เพราะชอบภาษาสำนวนและเนื้อเรื่องของไรต์มากจริงๆ คือต่อให้ไม่จบ ค้าง ก็จะอ่านค่ะ ชอบ ! /แล้วก็เอาไปมโนเนื้อเรื่องต่อเองจนจบ



    เวิ่นเว้อมาก พระเจ้าช่วย ไม่เคยเม้นยาวขนาดนี้มาก่อน 55555555 ถ้าเวิ่นเว้อมากไปก็ขอโทษไรต์ด้วยนะคะ อาจจะรำคาญ แต่เราอยากให้ไรต์รู้ว่าเรารู้สึกยังไงจริงๆ



    รักไรต์น้า เป็นกำลังใจให้ค่ะ ︎
    #521
    0
  6. #520 Haiiro Sakana (@gamhunter) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 21:01
    รู้สึกว่าคู่ลูกน่าร้ากกกกกกก โดยเฉพาะเดรโกน้อยสุดที่รักของเก๊า ส่วนเรื่องสกิลคะแนนการเขียน เต็ม10เราให้7น้า ไม่ใช่ว่ามันแย่แต่แค่เวลาอ่านแล้วเราไม่ค่อยพีคอ่ะ อย่างอแงน้าาาา ยังเป็นกำลังใจให้และตามอ่านเสมอ จุ๊บๆๆ
    #520
    0