[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 20 : Frozen Heart: Act III Chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    5 ก.ค. 58

Act III

Chapter 12

 



            เขากำลังยืนอยู่เพียงลำพังนอกปราสาท รอบกายของเขาไม่มีใคร เจมส์หันมองไปรอบบริเวณ ใบไม้แห้งกรอบที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นหญ้าหายไปแล้ว ใต้ฝ่าเท้าของเขาคือต้นหญ้าอ่อนนุ่ม ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีเทา ดวงอาทิตย์ถูกบดบังด้วยเมฆหมอกหนาทึบและกลิ่นไอฝนที่คุ้นชินลอยมาแตะจมูก เจมส์สูดหายใจเข้าลึก ๆก่อนจะค่อย ๆผ่อนออกมา ร่างกายของเขาผ่อนคลายอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานานแล้ว ร่างสูงมองไปรอบ ๆอีกครั้งก่อนที่จะเดินตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่โดดเดี่ยวตรงหน้า



            ต้นอลาสเทียร์ยืนต้นสูงใหญ่อยู่เพียงลำพัง ใบสีขาวซีดยังไม่ได้ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ดอกสีขาวอมฟ้าที่เบ่งบานอยู่ทั่วและละอองสีขาวที่โปรยปรายลงมาไม่ต่างจากหิมะทำให้เขารู้ว่า ตอนนี้เป็นช่วงฤดูอะไร



            แต่แล้วชายหนุ่มก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นอะไรบางอย่างขยับไหวอยู่ใต้ต้นอลาสเทียร์ ดูเหมือนว่าที่นั่งประจำของเขาถูกจับจองไปเสียแล้ว



            เจมส์สาวเท้าเข้าไปใกล้มากขึ้นก่อนที่รอยยิ้มอ่อนโยนจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า เด็กหนุ่มร่างโปร่งบางคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้นกับลูกแมวสีดำ เขายืนมองคนผมยาวประบ่าอย่างเงียบ ๆขณะที่ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ไปทั่วทั้งร่าง เขารู้สึกเหมือนเขาเคยเห็นภาพนี้มาก่อน แต่เขาจำไม่ได้ว่าเคยเห็นเมื่อไร



            เซเวอร์รัส สเนปในชุดเครื่องแบบนักเรียนกำลังนั่งเล่นอยู่ใต้ต้นอลาสเทียร์ ลูกแมวสีดำตัวนั้นดูจะซุกซนเป็นพิเศษ มันพยายามจะตะปบหน้าของคนร่างบางอยู่หลายครั้ง แต่เพราะมือทั้งสองข้างที่จับตัวของมันเอาไว้ ทำให้เจ้าแมวตัวน้อยขยับไม่ได้มากนัก แต่เขาก็ยังคงเห็นแววตาสดใสของมันที่เต็มไปด้วยความขี้อ้อนได้



            ริมฝีปากบางของเซเวอร์รัสยกยิ้มขึ้น และมันทำให้หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบ รอยยิ้มอ่อนโยนกับสีหน้าที่เขาไม่เคยเห็นนี้ทำให้เขาเห็นภาพจำนวนมากมายซ้อนทับกันไปมา ทั้งเซเวอร์รัสตอนร้องไห้ ตอนตะโกนด่าและชี้ไม้กายสิทธิ์หาเรื่องเขา ทั้งตอนที่เจ้าตัวทำหน้าเบ้และส่งสายตาเย็นชามาให้ และตอนที่ร่างบางหัวเราะและเหม่อลอย ในเวลานั้นเองที่เจมส์รู้สึกราวกับว่า ทุก ๆอย่างในหัวของเขาที่หายไปได้กลับมาอีกครั้ง



          “อย่าหลงตัวเอง พอตเตอร์... ฉันไม่ได้ชอบนายซะหน่อย”



            ชายหนุ่มร่างสูงสาวเท้าเข้าใกล้คนตัวเล็กมากขึ้นขณะที่เซเวอร์รัสดูจะไม่สนใจเขาเลยสักนิด เสียงท้องฟ้าคำรามทำให้ลูกแมวสีดำตกใจกลัว มันสะดุ้งและเผ่นหนีออกจากมือของร่างบางในทันที เด็กหนุ่มผมดำมองตามมันไปอย่างเสียดาย แต่ริมฝีปากสีอ่อนนั้นยังคงยกยิ้มกว้างอยู่ ใบหน้าที่มักจะบูดบึ้งอยู่เสมอกลับดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด



            นี่เป็นอีกด้านของเซเวอร์รัสที่ไม่เคยมีใครเห็น



            ชายหนุ่มร่างสูงสาวเท้าเข้าใกล้ร่างบางนั้นขึ้นเรื่อย ๆก่อนจะทรุดตัวนั่งข้างกายเด็กหนุ่มผมดำ ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กกว่าจะไม่สนใจเขาเลยสักนิด เซเวอร์รัส สเนปเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนอย่างเหม่อลอย ดวงตาสีดำที่เมื่อครู่ดูเป็นประกายสดใสพลันหมองลงอย่างรวดเร็ว เขามองตามสายตาของอีกฝ่ายไป ก่อนจะรู้ว่าทำไมรอยยิ้มของอีกฝ่ายถึงได้เลือนหายไปจากใบหน้า



            แผ่นฟ้าสีเทาตอนนี้เต็มไปด้วยกลุ่มเมฆสีเข้ม ลมเริ่มพัดแรงขึ้นแล้ว ฝนกำลังจะตกลงมาในอีกไม่ช้า แต่คนตัวเล็กก็ไม่มีทีท่าว่าจะลุกไปหาที่กำบังเลยสักนิด เจมส์มองใบหน้าด้านข้างของคนข้างกายอย่างพินิจพิจารณา โครงหน้าเรียวยาวดูสงบอย่างน่าประหลาด ในแววตาคู่คมดูเจือความเศร้าโศกไว้เบาบาง



            เขาเอื้อมมือไปหมายจะสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่าย แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้กลับกลายเป็นอากาศธาตุ ลมหายใจของเขาสะดุดเมื่อยามความคิดที่ว่า เขาจะเสียคน ๆนี้ไปอีกครั้งผุดขึ้นมาในหัว ชายหนุ่มลดมือลงช้า ๆขณะที่หยดน้ำเย็นเยียบได้ร่วงหล่นลง



            เซเวอร์รัสหลับตาลงก่อนที่ริมฝีปากจะคลี่ยิ้มผ่อนคลายออกมา สายฝนชโลมไปทั่วร่างของเขา พื้นหญ้าสีเขียวสดดูชุ่มช่ำขึ้นมาในทันที กลิ่นความชื้นของฝนและกลิ่นอายของดินลอยขึ้นมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกสดชื่น คนข้างกายของเขาดูจะผ่อนคลายมากกว่าทุกครั้ง หยดน้ำเย็นเยียบไหลลงไปตามใบหน้าของอีกฝ่าย ตั้งแต่ปลายจมูก ริมฝีปากบาง ลงต่ำไปตามลำคอก่อนจะหายไปภายใต้เครื่องแบบนักเรียน



            ร่างบางเปียกโชกภายในเวลาไม่นาน มือเรียวเอื้อมขึ้นปัดม่านผมสีดำให้พ้นดวงตา และนี่คือภาพที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดอีกครั้ง



            เขาเคยจุมพิตบนเปลือกตาของคน ๆนี้... ทั้งปลายจมูกและแก้มสีซีดทั้งสองข้าง เขาจำความรู้สึกเมื่อรอยยิ้มของเซเวอร์รัสขยับอยู่บนริมฝีปากของเขาได้



            เจมส์กำหมัดแน่น เขาอยากจะสัมผัสร่างของคน ๆนี้ แต่ทั้งหมดที่เขาทำได้คือการเฝ้ามอง คนตัวเล็กค่อย ๆเลือนหายไปทีละเล็กทีละน้อยก่อนที่ความมืดจะเข้ากลืนกินตัวเขาอย่างรวดเร็ว



            ชายหนุ่มลืมตาขึ้น หัวใจของเขารู้สึกเจ็บ เจมส์เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงความชื้นบนใบหน้า ปลายนิ้วของเขาเลื่อนขึ้นเช็ดน้ำตาเบา ๆ



            เจมส์ พอตเตอร์ผุดลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะก้าวไปที่หน้าต่าง เขาเปิดผ้าม่านและมองไปที่ทิวทัศน์ด้านนอก แสงสีส้มอ่อนจางกำลังอาบไล้ไปทั่วทั้งบริเวณ ดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยโผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้าช้า ๆ บรรยากาศที่เงียบสงบทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เจมส์ดึงสร้อยคอของตัวเองออกมา นัยน์เนตรสีอำพันดูหม่นหมองลงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเป็นประกายอีกครั้ง



            แหวนเหล็กในมือของเขาเย็นเฉียบ ชายหนุ่มแนบริมฝีปากลงบนโลหะแวววาวเบา ๆ



            “เจ้าแมวตัวนั้น... เหมือนนายไม่มีผิด”



            ความฝันกำลังจะเลือนหายไป... แต่ความรู้สึกจะยังคงอยู่











           

            กว่าที่เขาจะรู้ตัว เขาก็เดินมายืนอยู่ที่นี่อีกแล้ว...



            เซเวอร์รัส สเนปถอนหายใจ ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ที่ทุกคนจะอยู่ในห้องโถงใหญ่เพื่อทานมื้อเช้า แต่เพราะเช้านี้เขาไม่อยากอาหาร ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะออกมาเดินเล่นย่ำใบไม้แห้งบนพื้นหญ้ามากกว่าจะอุดอู้อยู่แต่ภายในปราสาท



            แสงอาทิตย์ที่อบอุ่นกำลังแผ่ล้อมรอบกายของเขา ดวงตาสีดำที่กำลังจ้องมองต้นอลาสเทียร์นั้นดูว่างเปล่าและไร้อารมณ์ ใบหน้าของเขานิ่งเฉยไม่ต่างจากรูปปั้น นี่คือหน้ากากที่เขามักจะสวมใส่อยู่เสมอ หน้ากากที่ทำให้ไม่มีใครล่วงรู้ความคิดของเขาได้



            ชายหนุ่มร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นมองหอดูดาวที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ที่ตรงนี้สามารถมองเห็นได้ชัดจากหน้าต่างบานยาวบริเวณทางขึ้นสู่ยอดหอคอย เขารู้ว่าการที่ต้นอลาสเทียร์ถูกปลูกไว้ตรงนี้และการที่เขาชอบไปนั่งเล่นอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วนั้น ความบังเอิญคือโชคชะตาหรือเปล่า



            อาจารย์วิชาปรุงยากำหมัดแน่นเมื่อยามที่เจ้าตัวหวนนึกไปถึงรสจูบของร่างสูงที่เกิดจากอารมณ์ขุ่นเคือง และเขาก็อดรู้สึกสมเพชตัวเองไม่ได้ที่กลับไปนั่งร้องไห้ในห้องทำงานไม่ต่างจากเด็ก แต่เพราะอย่างนั้น เพราะเขาตัดสินใจที่จะอ่อนแอหนึ่งวัน เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกอัดอั้นให้หมดไป เพื่อที่เขาจะสามารถเผชิญหน้ากับอดีตที่หวนกลับมาได้อย่างเข็มแข็งจริง ๆเสียที



            อากาศในตอนนี้เริ่มเย็นขึ้นมากแล้ว โดยเฉพาะเมื่อใบไม้ต่างพากันร่วงหล่นลงมาจนหมด ฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะจากไปในอีกไม่นาน และเหมันต์จะเข้ามาแทนที่ เซเวอร์รัสซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อคลุมขณะที่สายตาของเขาเบนความสนใจกลับมาที่ต้นอลาสเทียร์ ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นน้อย ๆเมื่อเห็นว่าใบของอลาสเทียร์ยังคงเป็นสีเขียวซีดอยู่ไม่ต่างจากเดิม และเมื่อสีใบได้เปลี่ยนเป็นสีขาวซีดนั่นคือสัญลักษณ์การมาถึงของเหมันตฤดูอย่างแท้จริง



            เขาหันตัวไปอีกทางก่อนจะเดินไปทางทะเลสาบ ดวงอาทิตย์อยู่ทางซ้ายของเขา แสงสีทองอมส้มที่อาบไล้ไปทั่วใบไม้สีเหลืองและแดงทำให้บรรยากาศรอบข้างดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา เซเวอร์รัสก้าวยาว ๆไปตามทางก่อนจะหยุดเดินทันทีที่เห็นว่าที่ประจำของเขามีคนมายืนอยู่ก่อนแล้ว



            เจมส์ พอตเตอร์ยืนอยู่ตรงนั้น และนั่นทำให้เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะทำอย่างไรดี



            เซเวอร์รัสกำลังจะหันหลังกลับก็พอดีกับที่คนตัวสูงกว่าหันมาเจอเขา ทั้งสองสบตากันชั่วครู่ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเบือนสายตาออกไปก่อน ร่างโปร่งพยายามจะไม่สนใจคนข้างหลังและเสียงฝีเท้าที่ย่ำตามมา เขาก้าวเท้าเพื่อเดินกลับไปที่ปราสาท แต่แล้วเจมส์ก็ก้าวมาถึงตัวเขาก่อน ร่างสูงฉวยข้อมือของเขาไว้มั่นก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยปากพูด



            “อยู่ก่อนสิ ฉันกำลังจะไป ไม่ต้องเดินหนีหรอก”



            คำพูดนั้นทำให้เขาฉุนขึ้นมา เซเวอร์รัสหันกลับมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายพลางเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม “ฉันไม่ได้หนีใครหรืออะไรทั้งนั้น”



            มือปราบมารร่างสูงยกยิ้มขึ้น ดวงตาของเจมส์เป็นประกายวาววับอย่างที่เขารู้จักดี มันเป็นแววตารู้ทันที่ร่างสูงมักจะมีเมื่อเขาพูดอะไรสักอย่างออกไป พูดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง



            “ถ้านายไม่ได้หนี งั้นนายก็ไม่น่าจะหันหลังกลับแบบนี้นะ” เจมส์อาจพูดเสียงเรียบแต่ใบหน้าของเขากลับดูขี้เล่นและทะเล้นในเวลาเดียวกัน เขาเห็นความสดใสอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา และนั่นก็ทำให้เขาอดนึกสงสัยขึ้นมาไม่ได้ว่า จะมีบ้างไหมที่เจมส์ พอตเตอร์คนนี้จะดูหมองหม่นอย่างคนอื่นเสียบ้าง



            “ฉันก็แค่เปลี่ยนใจกะทันหัน” เขาเถียงออกไปทั้ง ๆที่มีเสียงร้องประท้วงดังขึ้นในหัวของเขา ก็ใช่นั่นแหละ มันไม่จริงสักหน่อย เขากำลังหนีอีกฝ่ายอยู่จริง ๆ



            “งั้นหรอ...” เจมส์พยักหน้ารับ เขาขยับมือเล็กน้อยเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายยังจับข้อมือของเขาอยู่ แต่ดูเหมือนว่าคนตัวสูงกว่าจะไม่สนใจและดูไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือเลยสักนิด



            “ฉันขอโทษเรื่องคราวที่แล้วด้วยนะ”



            เมื่อสิ้นเสียงทุ้ม อกซ้ายของเขาพลันรู้สึกวูบไหวขึ้นมาในทันที คนตัวเล็กสบตากับอีกฝ่าย ดวงตาสีอำพันที่จ้องมองมาอย่างจริงใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าทำให้เขารู้สึกเจ็บ เซเวอร์รัสชักมือของตัวเองกลับมาก่อนจะเบือนสายตาไปจากคนตรงหน้า



            “ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองหรอกนะ” เจมส์พูดต่อเมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบอะไร “ฉันจำอะไรช่วงปีเจ็ดไม่ได้เลยสักอย่าง และฉันก็ไม่รู้สึกคิดถึงเอฟเวนส์เลยด้วย ฉันคิดถึงนาย ฉันฝันเห็นนาย... แล้วฉันก็รู้ด้วยว่า ฉันยังรักนายอยู่”



            คำหวานคือพิษร้าย... เซเวอร์รัสคิดพลางกำหมัดแน่นก่อนที่เขาจะตอบกลับว่า “นายยังจะพูดเรื่องนี้อยู่อีกหรอ ฉันนึกว่าเราเข้าใจกันแล้วซะอีก”



            “ที่เราคุยกันสองครั้งนั่น ไม่เรียกว่าเป็นการปรับความเข้าใจหรอกนะ” ร่างสูงส่ายหน้า “ที่เราเจอกันใต้ต้นอลาสเทียร์ ฉันแค่ต้องการจะบอกนายเอาไว้ และเพราะนายเอาแต่หลบหน้าไม่ยอมคุยกับฉัน เราถึงต้องเจอกันบนหอดูดาววันนั้น”



            “แล้วนายก็ยังจะพูดคำเดิม ๆ ประโยค— ข้ออ้างเดิม ๆว่านายจำไม่ได้ นายคิดหรอว่า ความรู้สึกพวกนั้นมันจะยังเป็นเหมือนเดิมอยู่” เสียงของเขาเริ่มสั่น และเขาต้องพยายามอย่างหนักที่จะสะกดความรู้สึกที่พุ่งพล่านอยู่ข้างใน “อดีตคืออดีต พอตเตอร์ ถึงนายจะไม่ผิดแต่มันก็ไม่ได้ทำให้อะไร ๆเปลี่ยนไปหรอก”



            “มองหน้าฉัน เซฟ นายรู้เสมอเวลาใครโกหก” เจมส์พูดด้วยเสียงหนักแน่น แต่เขายังคงจ้องมองไปที่ทะเลสาบอย่างเอาเป็นเอาตาย “สบตาฉันสิ หรือนายจะใช้สัจจะเซรุ่มก็ได้ ต้องให้ฉันทำยังไงนายถึงจะเชื่อ”



            “มันไม่เกี่ยวว่าฉันจะเชื่อหรือไม่เชื่อ สิ่งสำคัญที่ฉันอยากจะให้นายเข้าใจ คือฉันไม่อยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก มันถึงเวลาที่เราควรเดินหน้าต่อไป... เราทั้งสองคน”



            “แล้วตอนนี้นายไม่เจ็บหรือไงที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้ แต่นายกลับไม่เลือกที่จะทำตามความรู้สึกของตัวเอง” ชายหนุ่มร่างสูงโต้กลับในทันที และดูเหมือนว่าเจมส์จะเริ่มกลับมาเป็นเจมส์อย่างที่เขาจำได้ เจมส์ พอตเตอร์ เด็กหนุ่มใจร้อนที่เขาเคยรู้จักได้กลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง



            ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยจริง ๆ



            “นายไม่หลงตัวเองไปหน่อยหรอ” เขายิ้มเยาะอีกฝ่าย เซเวอร์รัสหันมามองเจมส์ที่ดูเหมือนว่ากำลังสิ้นหวังและขุ่นเคืองในเวลาเดียวกัน



            “ฉันเป็นคนหลงตัวเอง นายก็รู้” ร่างสูงตอบกลับเสียงแผ่วเบา เซเวอร์รัสกะพริบตามองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจที่จู่ ๆอารมณ์ของอีกฝ่ายที่คุกรุ่นขึ้นมาพลันมอดดับลงเสียดื้อ ๆ



            “แปลกใจล่ะสิ ที่ฉันไม่จูบนายจนช้ำแบบคราวนั้น” เจมส์ยิ้มเศร้า ๆพลางใช้นิ้วแตะริมฝีปากของตัวเอง “ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากทำให้นายเจ็บมากกว่านี้ แค่นี้ก็รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้ว... อายุขึ้นเลขสามแต่ฉันก็ยังเอาแต่ใจเหมือนสมัยเด็กไม่เปลี่ยน งี่เง่าเนอะ”



            ลมหายใจของเขาติดขัด เซเวอร์รัสรู้สึกเหมือนว่าหัวใจของเขากำลังถูกบีบคั้นอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาที่พลันเศร้าหมองลงนั้นทำให้เขารู้สึกเศร้าไปด้วย แต่คนร่างโปร่งก็พยายามที่จะไม่แสดงออกมาว่าเขากำลังรู้สึกเช่นไร



            ความเงียบเริ่มโรยตัวลงมาครอบคลุมทั่วบริเวณอีกครั้ง เขาไม่สามารถสบตากับเจมส์ได้ เพราะเขารู้ตัวดีว่าเขาจะห้ามตัวเองไม่ให้เข้าไปกอดอีกฝ่ายไม่ได้ เซเวอร์รัสไม่คุ้นชินกับเจมส์ พอตเตอร์ที่แตกร้าวและเศร้าสร้อย และสิ่งเดียวที่เขาจะทำกับอีกฝ่ายเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี คือการกอดคนตัวสูงกว่าให้แน่นและแนบหูของเขากับแผ่นอกกว้าง พยายามถ่ายเทความรู้สึกของเขาไปให้อีกฝ่ายพลางฟังเสียงหัวใจเต้น



            แต่แล้วความคิดของเขาก็ต้องถูกขัด ดวงตาสีดำเบิกกว้างขึ้นอย่างแปลกใจก่อนที่ร่างโปร่งจะเผลอเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า มือหนาที่อบอุ่นของเจมส์วางอยู่บนหัวของเขา ร่างสูงค่อย ๆเลื่อนมือลงมาไล้ปลายนิ้วไปกับเส้นผมสีดำ และขยับมาแตะแก้มเย็นเยียบของเขาอย่างแผ่วเบา



            “ไม่เป็นไรหรอก... แค่นายลองคิดดูว่าจะให้โอกาสฉันไหม ฉันเอาแต่ใจมาเยอะ ถึงเวลาตามใจนายบ้างแล้ว”



            เสียงนุ่มที่ดังออกจากปากอีกฝ่ายทำให้เขาอยากจะร้องไห้ เซเวอร์รัสเม้มริมฝีปากแน่นพลางจิกเล็บลงบนฝ่ามือของตัวเอง หน้ากากเย็นชาที่เขามักสวมใส่อยู่เสมอนั้นถูกละลายหายไปแล้ว ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของเจมส์แล่นไปทั่วร่างของเขาแม้ว่าร่างสูงจะผละมือออกไปแล้วก็ตาม แต่เขายังรู้สึกได้ถึงสัมผัสอ่อนโยนของอีกฝ่ายที่ยังติดอยู่บนแก้มของเขา



            “อย่ากัดปากสิ... นิสัยเสียอีกแล้วนะ” เจมส์เลื่อนนิ้วมาแตะที่ริมฝีปากของเขาก่อนจะส่งยิ้มให้ “ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าอย่างงั้นสิ”



            แล้วจะให้ฉันทำหน้าแบบไหนกัน... ส่งยิ้มให้นายทั้ง ๆที่รู้สึกเจ็บอยู่น่ะหรอ



            เจมส์เอื้อมมือกลับไปปลดผ้าพันคอผืนหนาออกรอบคอตัวเองก่อนจะพันมันรอบคอของเขา ดวงตาสีดำของคนตัวเล็กสั่นระริกเมื่อยามที่คนตัวสูงกว่าขยับเข้าใกล้ เซเวอร์รัสหลับตาลงเมื่อริมฝีปากหยักสัมผัสหน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบา



            “ขอโทษที่ทำตัวแย่มาตลอด... ขอโทษที่ทำให้เสียใจ ตอนนี้ถึงตานายแล้วนะ” เจมส์เว้นวรรคเล็กน้อยขณะที่เจ้าตัวผละห่างออกมา ในใจของเขากำลังร้องตะโกนเรียกหาอีกฝ่าย แต่ริมฝีปากของเขากลับปิดสนิท เซเวอร์รัสกำหมัดแน่น



            “ฉันรอคำตอบจากนายอยู่นะ... แล้วที่นายบอกว่าถึงเวลาต้องเดินหน้าต่อไปนั่นน่ะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายได้เดินไปไกลแค่ไหนแล้ว แต่ฉันเดินต่อไปไม่ได้แน่ ๆถ้าไม่มีนาย”



            เจมส์ลูบหัวเขาเบา ๆก่อนจะเดินกลับไปที่ปราสาท เซเวอร์รัสตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้นขณะที่กระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วทั้งร่าง เขาหันหลังกลับไปมองแผ่นหลังนั้นจนลับสายตาไป ริมฝีปากบางของเขาเม้มเข้าหากัน ร่างโปร่งเบือนสายตากลับมามองทะเลสาบที่เงียบสงบขณะที่มือบางเลื่อนขึ้นมาจับผ้าพันคอแน่น



            “พอตเตอร์งี่เง่า...”



            ฉันเอง... ก็ยืนอยู่ที่เดิมมาตลอด ไม่เคยได้ก้าวต่อไปสักครั้ง











แฮร์รี่รู้สึกถึงความอึดอัดที่อยู่รอบตัว สายตาที่ไม่เป็นมิตรของเด็กนักเรียนทั้งสามสถาบันพร้อมใจกันมุ่งตรงมาที่เขา แต่นั่นยังไม่โจ่งแจ้งไปมากกว่าเข็มกลัดวูบวาบที่ติดอยู่บนอกเสื้อของนักเรียนฮอกวอตส์หลายคน โดยเฉพาะพวกบ้านสลิธีรินที่ดูจะสนุกสนานกับเรื่องนี้ไม่น้อย



            เด็กหนุ่มร่างสูงกำลังเดินตรงไปทางทะเลสาบ เขานัดกับเฮอร์ไมโอนี่ไว้ที่นั่น และขณะที่เขาพยายามเพิกเฉยต่อความน่ารำคาญทั้งหลายที่อยู่รอบตัวนั้นเอง สายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มผมบลอนด์ซีดที่นั่งรวมอยู่กับเด็กบ้านสลิธีรินคนอื่น ๆ แต่เดรโก มัลฟอยไม่ได้หันมามองเขา เจ้าตัวกำลังนั่งคุยกับเพื่อนร่วมชั้น และนั่นทำให้เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า มัลฟอยไม่ได้ติดเข็มกลัดอย่างที่คนอื่นติด



            อย่างน้อยมันก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย



            เขาเร่งฝีเท้าก่อนจะเห็นเฮอร์ไมโอนี่ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบ แฮร์รี่เดินเข้าไปหาเธอก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้เขาก่อนจะส่งขนมปังปิ้งในมือให้



            แฮร์รี่รับมาก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะปิดหนังสือแล้วขมวดคิ้วใส่เขา “เธอน่าจะไปขอโทษรอนนะ แฮร์รี่”



            “ฉันไม่เห็นว่าฉันทำผิดอะไรตรงไหน” เขาตอบกลับในทันที เด็กหนุ่มร่างสูงรู้สึกฉุนหน่อย ๆที่จู่ ๆเฮอร์ไมโอนี่ก็เลือกที่จะเปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาแทน



            “ฉันรู้ แต่ก็น่าจะทำให้เห็นว่าเธอไม่ได้อยากเป็นหรือไม่ได้ตั้งใจน่ะ” ดูเหมือนว่าเด็กสาวก็อึดอัดไม่แพ้กับเขาที่ต้องพยายามทำให้ทั้งสองคนคุยกัน แต่แล้วสุดท้ายมันก็ไม่เป็นผล แล้วเฮอร์ไมโอนี่ก็ต้องพยายามไป ๆมา ๆระหว่างเขากับรอนอยู่อย่างนี้



            “แค่หน้าฉันเขายังไม่มองเลย เฮอร์ไมโอนี่ เปลี่ยนเรื่องคุยเถอะ” แฮร์รี่ถอนหายใจพลางกัดขนมปังปิ้งในมือ



            เด็กสาวผมน้ำตาลส่ายหน้าก่อนจะยอมเปลี่ยนเรื่องคุย “ที่แฮกริดเรียกไปน่ะ เป็นยังไงบ้าง”



            คำถามของเฮอร์ไมโอนี่ทำให้เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาไปเจออะไรมา หลังจากที่เขาหมกมุ่นอยู่กับความอึดอัดรอบตัวและมีเดรโก มัลฟอยอยู่ในหัวมาตลอด แฮร์รี่เล่าเรื่องมังกรโดยไม่ลืมที่จะพูดถึงมาดามมักซีมและคาร์คารอฟ และนั่นทำให้เฮอร์ไมโอนี่มีสีหน้าเป็นกังวล



            “แล้วตอนนี้เธอคิดออกหรือยังว่าจะจัดการกับมังกรยังไง”



            เขาส่ายหน้า



            “ไปถามพ่อของเธอกันดีไหม?” เด็กสาวเสนอขณะที่เขากัดขนมปังปิ้งไปอีกคำ



            “กฎบอกว่าห้ามรับความช่วยเหลือใด ๆ—“



            “— แต่สุดท้ายแล้วตัวแทนทุกคนต่างก็ได้รับความช่วยเหลือทั้งนั้น” เด็กสาวผมน้ำตาลขัดขึ้นในทันที “อย่างน้อยก็จากเพื่อน ๆ ไม่ใช่อาจารย์ เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมเท่าที่จะพร้อมได้ แฮร์รี่ และเธอต้องเริ่มคิดหาทางชนะมังกรเลยด้วย”



            เขารู้สึกตื้นตันกับรอยยิ้มให้กำลังใจจากเฮอร์ไมโอนี่ และนั่นก็ทำให้เขารู้สึกแย่อีกครั้ง เมื่อนึกถึงรอนที่ตอนนี้เมินเขาไปเรียบร้อยแล้ว



            “เธอได้คุยกับพ่อบ้างหรือยัง”



            แฮร์รี่มองเฮอร์ไมโอนี่อย่างงุนงง “เฮอร์ไมโอนี่ ฉันเพิ่งบอกไปเองนะว่า—“



            “ไม่ใช่เรื่องมังกร ที่เธอได้เป็นตัวแทนน่ะ” เฮอร์ไมโอนี่โบกมือไปมา



            “คุยแล้วล่ะ... ก็ให้กำลังใจ ปลอบอะไรเรียบร้อยแล้ว” ถ้านั่นเรียกว่าปลอบน่ะนะ... แต่เขาไม่ได้บอกเฮอร์ไมโอนี่เรื่องวิธีให้กำลังใจแปลก ๆในแบบฉบับของเจมส์



            “แต่ว่าเธอยังไม่ได้บอกซีเรียส” แฮร์รี่เลิกคิ้วให้กับคำกล่าวนั้น เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มกว้างก่อนจะหยิบกระดาษและปากกาขนนกออกมายื่นให้เขา



            “เธอคิดว่าฉันควรจะบอกซีเรียสหรอ?”



            “ทำไมจะไม่ล่ะ เขาเป็นพ่อทูนหัวของเธอนะ” เฮอร์ไมโอนี่เอียงคอมองเขาอย่างแปลกใจ “อีกอย่างเขาคงอยากให้เธอเล่านะ แฮร์รี่ เผื่อมันจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น— ไหน ๆพ่อตัวจริงของเธอก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก ในฐานะที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานประลองเวทโดยตรง เธอก็น่าจะถามซีเรียสดู”



            เด็กหนุ่มผมดำยิ้มก่อนจะหยิบหนังสือมารองและเริ่มต้นเขียนเล่าเรื่องราวให้พ่อทูนหัวของเขา ทั้งเรื่องแปลกประหลาดที่ควิดดิชเวิลด์คัพและการประลองเวทไตรภาคีที่ฮอกวอตส์ แฮร์รี่รู้ดีว่า เจมส์ติดต่อกับซีเรียสอยู่บ่อย ๆอยู่แล้ว แต่เขาเองก็ไม่ค่อยจะมีโอกาสเจอซีเรียสมากนัก โดยเฉพาะช่วงหลัง ๆมานี้



            แฮร์รี่พับกระดาษก่อนจะจ่าหน้าซอง ทั้งสองเก็บของและลุกขึ้นยืนเมื่อเขาเขียนเสร็จ เด็กหนุ่มโยนขนมปังปิ้งที่เหลือลงทะเลสาบและมองดูมันลอยเอื่อยไปเรื่อย ๆ เฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่ข้างเขาพร้อมกับตำราเรียนในอ้อมกอด



            “ไปหาเฮ็ดวิกกันเถอะ”










TBC.


[Talk]

สวัสดีครัช! มาอัพบทที่ 12 แล้วนะเออ รอบนี้คงไม่ได้นานไปใช่ไหม -3-

อีก 3 บทก็จะจบ Act III กันแล้ว ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ! 

ไม่แน่ใจว่าเนื้อเรื่องจะยังสนุกหรือน่าติดตามมากน้อยแค่ไหน เขียนเองพอมาอ่านมันก็เฉย ๆอ่ะเนอะ 5555 ก็มีโมเมนต์อยากฟินบ้างอะไรบ้าง ส่วนตัวแล้วชอบตอนที่เจมส์วางมือแปะบนหัวเนะมากครับ :3 #เขียนเองอวยเองคือระ LOL

อีก 2 อาทิตย์สอบ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเขียนได้อีกสักบทก่อนสอบไหม แต่ก็จะพยายามเนอะ ถ้าหายเงียบไปเลยก็เจอกันหลังสอบเสร็จนะครับ 5555


รักคนอ่านทุกคน ♥

เจอกันบทต่อไปครับ


- I


PS. อยากให้ฝนตกบ้างไรบ้าง... นี่มันฤดูฝนแล้วไม่ใช่หรอ แต่เหตุใดแสงแดดจึงแผดเผาได้ขนาดนี้._.





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #965 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 18:38
    สเนปอาจจะยังไม่รู้การเดินถอยกลังก็ทำให้เราเดินหน้าได้นะ
    #965
    0
  2. #508 แก้ว (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 16:02
    กรี๊ดดดดดดดดดดด ในที่สุดก็มาต่อแล้ว คุ้มกับการรอคอยมาหลายเดือนนนนน



    เมือไรเจมส์เซฟจะเข้าใจกันสักทีน้าาาาาา แล้วแฮร์เดรล่ะ คู่นี้จะเป็นยังๆงต่อไปปปปป รอติดตามอยู่เสมอนะค่ะ!

    #508
    0
  3. #506 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 21:56
    บ้านเรา ตกๆหยุดๆอยู่เกื่อบทั้งวันอ่ะวั้นนี้ ตกทั้งที่แต่พื้นถนนไม่เปียกเท่ารัยเลยอ่ะ
    ยังติดตามอยู่เสมอค่า รอต้อนต่อไปน่ะ
    #506
    0
  4. #505 Haiiro Sakana (@gamhunter) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 19:48
    อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของเซฟกับเจมส์เลยค่ะ รอโมเม้นฉากหวานๆของแฮร์รี่เดรโกอยู่เน้อ รอตอนต่อๆๆไป ><
    #505
    0
  5. #504 Nudee (@goolandhang) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 18:48
    ต่อเลยๆๆๆ
    ขอแบรวดเหมือนคราวที่แล้วได้ปะ 555555
    #504
    0