[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 18 : Frozen Heart: Act III Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1856
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    24 มิ.ย. 58

Act III

Chapter 10

 



“ทฤษฎีของเส้นขนาน คือการที่มีระยะห่างเท่ากันทั้งเส้น โดยไม่มีทางบรรจบกัน”



 

            เซเวอร์รัส สเนปลืมตาขึ้น ตอนนี้ยังคงเป็นช่วงเช้า อากาศที่เย็นสบายกับบรรยากาศที่เงียบสงบนี้ทำให้เขาอยากจะหลับตาลงนอนต่อ อาจารย์หนุ่มถอนหายใจเบา ๆเมื่อจู่ ๆก็พลันปวดจี๊ดที่ขมับ เซเวอร์รัสยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆขณะที่เขายังคงนอนมองเพดานหินอยู่บนเตียง



            นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะรู้สึกปวดศีรษะในยามเช้า เพราะเขามักจะเครียดไม่รู้ตัวอยู่เสมอ แล้วผลกระทอบของมันคืออาการปวดศีรษะหลังตื่นนอนขึ้นมา ถึงแม้ว่ามันจะไม่เกิดทุกวัน แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างช่วยไม่ได้



            บางครั้งชายหนุ่มก็อยากจะให้ห้องนอนของเขามีหน้าต่าง เพื่อที่เขาจะได้มองออกไปข้างนอกได้ ได้เห็นแสงสีทองที่ค่อย ๆแผ่อาบไลไปทั่วผืนหญ้า แต่สิ่งที่เขามีคือกำแพงหินรอบด้านที่ทึบทึมและเย็นเยียบในเวลาเดียวกัน



            แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร... อย่างน้อยก็สำหรับเขา



            ร่างโปร่งลุกขื้นมานั่งขณะที่มือยังคงกุมขมับอยู่ ดวงตาสีดำของเขามองตรงไปที่ปลายเตียง เท้าเปลือยเปล่าที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าห่มของเขานั้นขาวซีดไม่ต่างจากกระดาษ เซเวอร์รัสรู้ดีว่า มันทำให้เขาดูเหมือนป่วยอยู่ตลอดเวลา สีผิวที่ซีดเซียวและร่างที่ดูไร้เรี่ยวแรงของเขาต้องมีสีดำมาช่วยอำรางความจริงนั้นและลวงตาให้เขาดูแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม



            เขาลดมือลงและซุกตัวเข้าไปในผ้าห่ม เซเวอร์รัสนั่งอยู่บนเตียงขณะที่สายตามองไปที่หนังสือเก่าคร่ำคร่าบนโต๊ะไม้ มันเป็นหนังสือเล่มหนาที่หน้าปกแทบจะหลุดลอกออกไปหมดแล้ว กระดาษก็กลายเป็นสีเหลืองแทบจะขาดจากกันอยู่รอมร่อ แต่ร่างโปร่งรู้ดีว่าหนังสือเล่มนี้มีค่ามากกว่าสภาพที่มันเป็นอยู่ เขากอดเข่าตัวเองขณะที่สายตายังคงจ้องมองหนังสือเล่มนั้น ผ้าห่มผืนบางกับเสื้อตัวโคร่งสีดำอาจทำให้ร่างกายของเขาอบอุ่นได้ แต่มันไม่ได้ทำให้จิตใจของเขารู้สึกอบอุ่นไปด้วย



            หลังจากที่จ้องอยู่ได้สักพัก เซเวอร์รัสก็ผุดลุกขึ้นและจัดการเก็บที่นอน ก่อนที่จะเดินไปหยิบหนังสือเก่าเล่มนั้นมาแล้วทรุดตัวนั่งลงบนเตียง



            มือบางลูบไล้ไปตามสันปกที่ขาดยุ่ยอย่างแผ่วเบา ด้ายที่เย็บแผ่นกระดาษเข้าด้วยกันหลุดออกมาแล้ว เขาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนที่จะเปิดหนังสือและพลิกไปที่หน้าสารบัญ ดวงเนตรสีดำเลื่อนลงมาเรื่อย ๆจนกระทั่งพบสิ่งที่เขามองหา เซเวอร์รัสพลิกไปที่บทรองสุดท้ายก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะคลี่ยิ้มออกมา



            เขาคิดถึงรูปต้นไม้โดดเดี่ยวที่กลางหน้ากระดาษนี่ ชายหนุ่มลูบรอยหมึกบนกระดาษอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะตัดสินใจปิดหนังสือลงในทันที หัวใจของเขาพลันรู้สึกเจ็บขึ้นมาอย่างกะทันหันเมื่อความคิดที่ว่า เขายังคงตัดใจจากเจมส์ พอตเตอร์ไม่ได้ลอยเข้ามาในหัว รวมทั้งการยืมหนังสือเล่มนี้กลับมาอีกครั้ง มันทำให้เขารู้ตัวว่า เขายังคงโหยหาความอบอุ่นจากอ้อมกอดนั้นอยู่เสมอ



            ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด



            เซเวอร์รัสเม้มริมฝีปากแน่นขณะที่อาการปวดขมับของเขาจะเริ่มกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง ร่างโปร่งรู้ดีว่าความต้องการที่จะทิ้งอดีตและตัดเยื่อใยความสัมพันธ์ทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่เขาอยากจะทำให้ได้มาตลอด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกไม่อยากจะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ราวกับว่าในขณะที่เขารู้สึกเกลียดและชิงชังอีกฝ่ายแทบตาย เขาก็รักมากเช่นกัน



            “ชิ...”



            อาจารย์หนุ่มจิ๊ปากเบา ๆอย่างขัดใจ จู่ ๆเขาก็รู้สึกร้อนวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เซเวอร์รัสลุกเดินไปมองหน้าตัวเองในกระจก ตอนนี้แก้มสีซีดของเขากลายเป็นสีชมพูไปแล้ว เขากัดริมฝีปากแรง ๆเพื่อเป็นการลงโทษตัวเอง เพราะเขาไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะมีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัว



            แต่ร่างโปร่งก็ละสายตาไปจากเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกไม่ได้ ท่ากัดปากของเขากับดวงตาสีดำที่เป็นประกายระยับแปลกตา อุณหภูมิรอบข้างที่ว่าเย็นนั้นดูจะไม่สำคัญอีกต่อไป เซเวอร์รัสมองเงาสะท้อนของคนที่หน้าขึ้นสีขณะที่เขาพยายามนึกว่าเขาเคยเห็นตัวเองมีสีหน้าแบบนี้เมื่อไรกัน



          “มองกระจกสิ”



          เสียงทุ้มที่ดังขึ้นเรี่ยข้างหูทำให้เขาลืมตาขึ้นก่อนจะพบตัวเองทำหน้าเหวออยู่ในกระจก ใบหน้าเจ้าเล่ห์ของเจมส์ พอตเตอร์อยู่ด้านหลังของเขา คนตัวสูงกว่ากำลังยิ้มอย่างมีเลศนัยขณะที่เขากะพริบตามองภาพสะท้อนของคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจนัก



          “นายจะทำอะไรกันแน่ พอตเตอร์” เขาถามเสียงเรียบ และนั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มร่างสูงอดเบ้ปากไม่ได้



          “คอยมองเงาของตัวเองไว้ละกัน... แล้วก็ฉันบอกนายหลายรอบแล้วนะ ว่าให้เรียกเจมส์”



          เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินที่กำลังจ้องมองกระจกอยู่พลันหันควับมาค้อนให้คนตัวสูงกว่าในทันที แต่ทำอย่างนั้นได้แค่เพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่เจมส์จะจับไหล่ให้เขาหันกลับไปประจันหน้ากับเงาสะท้อนในกระจกอีกครั้ง เซเวอร์รัสมองรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของคนตัวสูงกว่าอย่างไม่ไว้ใจ แต่แล้วดวงตาสีดำของเขาก็ต้องเลื่อนต่อลงมามองที่ใบหน้าของตัวเอง



          “ดูนายสิ... เวลาที่นายเขินฉันน่ะ เป็นแบบนี้”



          สิ้นเสียงของเจมส์ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเบือนสายตาจากใบหน้าขึ้นสีระเรื่อของตัวเอง เซเวอร์รัสเม้มริมฝีปากอย่างอดกลั้นขณะที่มือหนาบีบไหล่ของเขาน้อย ๆ



          “มองดูตัวเองสิ เซเวอร์รัส”



          เด็กหนุ่มร่างโปร่งยกมือขึ้นปิดปากของตัวเองขณะที่เจมส์ก้มหน้าลงมาแนบริมฝีปากกับใบหูของเขา ร่างสูงคลอเคลียอย่างแผ่วเบาก่อนจะงับหูของเขา



          “อ๊ะ!”



          และแล้วเขาก็ต้องหลงกลเจ้าพอตเตอร์เจ้าเล่ห์ เซเวอร์รัสเผลอขยับสายตามาไว้ที่กระจก และนั่นก็ทำให้เขาได้เห็นสีหน้าของตัวเองในตอนนี้



          ดวงตาสีดำที่ดูตื่นตระหนกกับท่าทางกังวลที่ฉายชัดในนั้นดูไม่สลักสำคัญอะไรเลยเมื่อเทียบกับประกายในดวงตาของเขา เซเวอร์รัสไม่เคยเห็นมันมาก่อน เขารู้สึกแปลกประหลาดที่มาจ้องหน้าของตัวเองตอนเขินแบบนี้ ทั้งหน้าซีด ๆของเขาที่พลันขึ้นสีขึ้นมาและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากัน ร่างโปร่งรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นเด็กสาวตัวน้อยที่กำลังตกอยู่ในห้วงรักไม่มีผิด



          โดยเฉพาะเมื่อชีพจรของเขาเต้นเร็วไม่ต่างจากกลองด้วยแล้ว



          เด็กหนุ่มร่างสูงเลื่อนมือลงมาโอบเอวของเขาไว้ข้างหนึ่ง ขณะที่มืออกข้างก็เชยคางของเขาขึ้น เซเวอร์รัสสบตากับเจมส์ในกระจกอย่างไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่เจมส์ตอบมีเพียงรอยยิ้มอบอุ่นกับถ้อยคำสั้น ๆเท่านั้น



          “คอยดูไว้ให้ดีนะ”



          เชลเซอร์บ้านกริฟฟินดอร์พูดเพียงเท่านั้น เจ้าตัวก็พลันรั้งร่างของเขาให้แนบชิดก่อนที่หน้าของเขาจะถูกจับให้หันมาประชิดกับใบหน้าของอีกฝ่าย ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน แม้จะเพียงแผ่วเบา แต่จูบนี้ก็ทำให้มีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่างของเขา



          เจมส์สัมผัสเขาเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะผละออกห่าง เด็กหนุ่มร่างสูงส่งสายตาขี้เล่นมาให้เขาก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วเบาว่า



          “ดูนายสิ... ดูตัวนายเองเวลาอยู่กับฉัน”



          ดูมีชีวิตชีวาขึ้นใช่ไหม... เซเวอร์รัส



            ใช่สิ... ตอนนั้น



            “กระจกเอ๋ย... จงบอกข้าเถิด” ชายร่างโปร่งพึมพำเบา ๆขณะที่เขาสบตากับเงาสะท้อนของตัวเอง “ข้าควรทำอย่างไรถึงจะจบเรื่องราวทุกอย่างลงได้”



            ถึงนั่นจะเป็นความต้องการของเขาเองก็เถอะ... แต่ทำไมถึงรู้สึกเศร้าขนาดนี้นะ












            “นายมานั่งทำอะไรอยู่นี่คนเดียว”



            เด็กหนุ่มผมบลอนด์เอ่ยขึ้นขณะที่เจ้าตัวกำลังเดินตัดสนามมาที่ริมทะเลสาบ ตรงหน้าของเขาคือซีกเกอร์ผมดำบ้านกริฟฟินดอร์ที่นั่งกอดเข่าอยู่เพียงลำพัง เดรโกเดินมายืนอยู่ข้าง ๆขณะที่สายตาของเขามองเรื่อยไปตามผิวน้ำ ส่วนคนถูกทักก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาก่อนจะเบือนสายตากลับไปมองที่ทะเลสาบเหมือนเดิม



            “มานั่งตกปลาฆ่าเวลา”



            คนถามพอได้ยินคำตอบก็พลันหันมาชักสีหน้าใส่ทันที “ตอบได้ดีนี่ ไม่แปลกใจเลยที่นายจะโดนทิ้งไว้แบบนี้”



            เด็กหนุ่มร่างสูงถอนหายใจ “ล้อเล่นน่ะ... นายที่หงุดหงิดง่ายชะมัดเลย”



            เดรโกเหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มไม่น่าดู แต่ดูเหมือนว่าคนตัวสูงกว่าจะไม่สนใจ แต่แล้วท่ามกลางความเงียบที่ดูเย็นชานั้นเอง คนตัวเล็กกว่าก็ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นหญ้าแล้วยืดขาออกไปด้วยท่าทีสบาย ๆ



            “นายมันกวนประสาท พอตเตอร์ ฉันเห็นหน้านายแล้วอยากจะเตะทุกครั้ง”



            เสียงห้วน ๆที่ดังออกจาปากของเขาทำให้คนฟังหลุดขำออกมา เสียงหัวเราะนั้นแม้จะเป็นเสียงเบา ๆที่ดังเพียงชั่วครู่ แต่มันก็ทำให้ทุกอย่างดูจะดีขึ้นไปหมด เดรโกเองก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ตัวเขาเองที่ตอนแรกพาลหดหู่และอึดอัดไปด้วยก็รู้สึกสบายใจขึ้นที่เห็นคนข้าง ๆยิ้มออกมาได้



            ...แล้วทำไมเขาจะต้องมาสนใจเจ้าหัวแผลเป็นนี่ด้วยล่ะ



            พอคิดแล้วเขาก็อดรู้สึกขัดใจไม่ได้ ตอนแรกที่ว่าจะเดินมาเยาะเย้ยก็ต้องหยุดปากไปโดยปริยายเมื่อเห็นหน้าหงอย ๆของคนผมดำ ถึงอีกฝ่ายจะมีสีหน้านิ่ง ๆแต่เดรโกกลับรู้สึกเหมือนเขามองเห็นสีหน้าและความรู้สึกจริง ๆของอีกฝ่าย ทั้งความเหงา โดดเดี่ยวและความรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งและไม่มีใครเข้าใจ ถึงเจ้าตัวจะไม่รู้ว่ามันฉายชัดอยู่บนหน้าขนาดไหน เขาเองก็ไม่คิดจะพูดมันออกไป



            “นายไม่ไปกับพวกเพื่อนสลิธีรินหรอ?” เด็กหนุ่มร่างสูงเอ่ยถามขึ้นขณะที่เขากำลังคิดอะไรเพลิน ๆ เดรโกสะดุ้งตัวน้อย ๆก่อนจะตอบโดยไม่หันไปมองหน้าคนถามว่า



            “พวกนั้นไปเที่ยวเล่นอยู่น่ะสิ มีของเล่นใหม่ก็อย่างนี้”



            “ของเล่นใหม่... นายหมายถึงอะไร?”



            เดรโกขมวดคิ้วน้อย ๆ “นายยังไม่เห็นอีกหรอ? เข็มกลัดไง”



            “เข็มกลัด?”



            พอเห็นหน้าสงสัยของคนข้าง ๆแล้วเขาก็อดที่จะรู้สึกขำไม่ได้ หน้าเหวอ ๆไม่รู้เรื่องรู้ราวของคน ๆนี้มันช่างดูซื่อบื้อซะเหลือเกิน



            “นี่ไง” เดรโกแบมือให้อีกฝ่ายเห็นเข็มกลัดสีแสบตาในมือ “ฉันไม่รู้หรอกว่าใครทำ แต่มันก็ดูเป็นที่ฮิตฮอตมากในตอนนี้”



            “ถ้าฉันไม่ได้ยินจากนาย ฉันก็คงคิดว่านายทำ” เด็กหนุ่มผมบลอนด์กระตุกคิ้วเป็นเชิงอันตรายให้กับคำกล่าวนั้นขณะที่แฮร์รี่ดูจะสนใจกับเข็มกลัดอยู่



            “ฉันไม่ทำของไร้รสนิยมแบบนี้หรอก” เดรโกตอบเสียงห้วน



            คนตัวสูงกว่ายกยิ้มน้อย ๆ “แค่มองหน้านายก็รู้แล้วล่ะ”



            ชิ... หงุดหงิดชะมัด



            เขาเบือนหน้ากลับไปมองที่ทะเลสาบอีกครั้ง เด็กหนุ่มผมบลอนด์ไม่รู้ว่าเขาควรจะตอบว่าอะไรและเขาก็ไม่ได้อยากพูดต่อ เดรโกกำลังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการสื่ออะไรและต้องการให้เขาตอบอะไร ดังนั้นสุดท้ายแล้วเขาจึงเฉไฉไปเรื่องอื่นแทนทั้ง ๆที่ยังรู้สึกขัดใจอยู่ไม่หาย



            “แล้ว... ไรอัลล่ะ”



            “ฉันฝากแฮกริดเลี้ยงน่ะ” แฮร์รี่ยักไหล่ “พามันไปไหนมาไหนไม่ได้มากนักหรอก ไรอัลซนมากเลยล่ะ— แล้วเพนเทียร์ล่ะ อยู่ไหน”



            “กรงในหอ... งูน่ะดีกว่าสิงโตที่ไม่ซนแล้วก็เลี้ยงง่ายกว่า” เขาตอบสบาย ๆ แต่แล้วก็ต้องหันมาเบ้ปากใส่คนตัวสูงกว่าเมื่อแฮร์รี่พูดต่อว่า



            “ระวังมันเลื้อยมาพันรอบตัวนายนะ”



            “นายน่าจะบอกตัวเองมากกว่า ระวังไรอัลฝังเขี้ยวบนหน้าหน่อยละกัน” เดรโกยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ส่วนคนฟังเองก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง



            “ขอบใจนะ”



            เด็กหนุ่มร่างโปร่งเลิกคิ้วขึ้นในทันทีที่ได้ยินคำกล่าวนั้นพร้อมกับที่อะไรบางอย่างเบิกบานขึ้นในหัวใจของเขา มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยชินเลยสักนิด แฮร์รี่ พอตเตอร์หันหน้ามายิ้มให้เขาก่อนจะพูดย้ำกับเขาอีกรอบ



            “ขอบใจ... จริง ๆนะ”



            ความรู้สึกแปลก ๆที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในช่องท้องนี่คืออะไรกัน... แค่สีหน้าอ่อนโยนจากคนข้าง ๆกับคำขอบคุณตามมารยาทมันไม่น่าทำอะไรเขาได้นี่นา



            “เฮอะ... ก็ใช่ว่าฉันจะเห็นใจนายหรอกนะ ฉันก็แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นแหละ” เดรโกยิ้มหยัน ๆแต่เขาก็ไม่ได้หันไปมองหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจัง เขารู้สึกได้ถึงรอยยิ้มบนใบหน้ากวนประสาทนั่นและเพราะอย่างนั้น คนผมบลอนด์ถึงได้รู้สึกหงุดหงิดสุด ๆ



            จะยิ้มอะไรกันนักกันหนา... ก็บอกว่าคำสั่งไง











            วันนี้เขาตัดสินใจเดินแวะเข้าห้องสมุดอีกครั้ง เพราะต้องการจะคืนหนังสือเล่มเก่าที่เปราะบางในมือนี่...



            “เฮ่อ...”



            เซเวอร์รัสถอนหายใจขณะเดินตรงไปที่เคาท์เตอร์ ตอนแรกเขาจะยืมหนังสือปรุงยา แต่เพราะโดนมือดีแย่งยืมไปก่อน และด้วยความเคยชินที่ว่า ถ้าเข้าห้องสมุดเมื่อไรต้องได้หนังสือกลับมา เขาก็เลยลืมตัวเผลอไปหยิบหนังสือเล่มนี้ติดมือมาจนได้



            ชายหนุ่มร่างโปร่งวางหนังสือลงบนโต๊ะอย่างเบามือ และเพราะเขาไม่เห็นวี่แววของมาดามพินซ์ เซเวอร์รัสจึงหยิบปากกาขนนกกับกระดาษโน้ตข้าง ๆมาเขียนทิ้งไว้



            เขากำลังจะหันหลังกลับ ก็พอดีกับที่มีเสียงเรียกเอาไว้



            “ศาสตราจารย์สเนป คุณมาพอดีเลย หนังสือที่คุณต้องการมีครบหมดแล้วนะ”



            มาดามพินซ์เดินออกมาจากเขตหวงห้ามพร้อมกองหนังสือที่ลอยตามมาด้านหลัง เซเวอร์รัสเดินกลับมาที่เคาท์เตอร์ขณะที่บรรณารักษ์ห้องสมุดโบกไม้กายสิทธิ์จัดแจงให้หนังสือเหล่านั้นลอยเข้าไปตามชั้นหนังสือ



            “คืนแล้วหรอ... คุณเพิ่งยืมไปไม่กี่วันเองนะ” มาดามพินซ์ถามเรียบ ๆพลางจัดการกับหนังสือบนโต๊ะ



            “เคยอ่านไปแล้วนี่ครับ” ชายหนุ่มผมดำตอบ บรรณารักษ์ห้องสมุดเงยหน้าขึ้นมามองเขาลอดผ่านแว่นของเธอทันทีที่ได้คำกล่าวนั้น



            “คุณมาคืนเร็วแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ มีคนถามหาหนังสือเล่มนี้อยู่เหมือนกัน”



            “จะมีเด็กนักเรียนคนไหนมาสนใจเรื่องเก่า ๆแบบนี้ด้วยหรอครับ?” เซเวอร์รัสถามขณะที่เธอจัดแจงไล่รายชื่อหนังสือในกระดาษที่ยาวเหยียด มาดามพินซ์จัดหนังสือเป็นกอง ๆโดยที่สายตาไม่ละจากกระดาษในมือ



            “ไม่ใช่เด็กนักเรียนหรอก พอตเตอร์ไง เจมส์ พอตเตอร์ ตัวป่วนเจ้าแผนการสมัยเรียนคนนั้น”



            ลมหายใจของเขาสะดุด... อีกแล้ว พอตเตอร์จะยืมหนังสือเล่มเดียวกันกับเขาอีกแล้ว



            “ก็แปลกดีนะ คุณสองคนนี่จะยืมหนังสือเล่มเดียวกันตลอดเลย” มาดามพินซ์ว่าพลางโบกกระดาษแผ่นใหม่ในมือไปมา มันเป็นรายชื่อตำราปรุงยาที่เขาต้องการ “ฉันมีหนังสือปรุงยาที่คุณต้องการครบแล้วนะ จะให้ส่งไปไว้ที่ห้องทำงานคุณเลยไหม”



            “ครับ” เขาพยักหน้ารับขณะที่ยังคงคิดถึงชายหนุ่มร่างสูง ตอนแรกเขาไม่รู้ว่าทำไมคน ๆนั้นถึงอยากจะอ่านหนังสือปรุงยาทั้ง ๆที่เคยบ่นไว้นักหนาว่าน่าเบื่อ แต่ตอนนี้พอพอตเตอร์ยืมหนังสือเล่มนี้ต่อจากเขา อาจารย์หนุ่มก็พอจะคาดได้ว่าครั้งนี้เจมส์ พอตเตอร์ต้องการจะอ่านอะไร



            “เออใช่ ฉันกะจะบอกคุณอยู่เหมือนกัน” บรรณารักษ์ห้องสมุดกล่าวหลังจากที่เธอจัดแจงส่งหนังสือไปให้เขาเรียบร้อยแล้ว “รวมเรื่องเล่าในโลกเวทมนตร์เนี่ย ตอนนี้มีตีพิมพ์ใหม่แล้วล่ะ เพิ่มเนื้อหากับมีภาพประกอบใหม่ ปกไม่เหมือนของเก่าอย่างเล่มนี้หรอกนะ”



            เซเวอร์รัสมองหนังสือสภาพยับเยินที่เขาเพิ่งจะคืนเธอไปด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่แล้วริมฝีปากบางก็คลี่เป็นรอยยิ้มน้อย ๆ



            “แต่ผมก็ยังชอบเล่มเก่ามากกว่าครับ มันดูมีอะไรมากกว่า— ดูขลังกว่า”



            และที่สำคัญ... มันเต็มไปด้วยความทรงจำ












            แสงสีแดงเข้มของดวงอาทิตย์ในยามพลบค่ำค่อย ๆถูกความมืดเข้ากลืนกิน เมื่อยามที่ดวงตะวันค่อย ๆตกลงไปอยู่เบื้องหลังเส้นขอบฟ้า ราตรีกำลังจะมาถึง อากาศที่เย็นเยียบแต่ไม่มีสายลมพัดผ่าน บรรยากาศที่เงียบสงบกับแสงไฟจากปราสาทที่สว่างไสวเด่นขึ้นมา ทุกอย่างในตอนนี้ดูจะช่างเป็นใจให้กับเขาเสียเหลือเกิน



            เจมส์ พอตเตอร์กำลังนอนเล่นอยู่บนต้นอลาสเทียร์พลางเล่นกับลูกสนิชอย่างที่เคยทำ เสื้อคลุมตัวนอกของเขาห้อยลงไปตามแรงโน้มถ่วง ควันเบาบางที่ลอยออกมาทุกครั้งที่เขาหายใจไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสนใจที่จะทำให้ร่างกายตัวเองอบอุ่นขึ้นเลยสักนิด ดวงตาของเจมส์ดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เขาอาจดูเหม่อลอย แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่พลาดที่จะจับลูกสนิชสีทองไม่ให้บินหนีเขาไปไหนไกล



            ชายหนุ่มหลับตาลงขณะที่ลูกสนิชยังคงดิ้นพล่านอยู่ในมือของเขา เจมส์คลายมือออกเล็กน้อยแต่ยังไม่ปล่อยให้มีช่องว่างมากเกินไป เขารู้สึกได้ถึงปีกของมันที่ยับยู่ยี่อยู่ภายใต้ฝ่ามือของเขา โลหะเย็นเยียบที่สัมผัสผิวหนังของเขา ความดื้อรั้นและความปรารถนาที่จะเป็นอิสระนี้ทำให้เขานึกถึงคน ๆนั้นทุกครั้ง



            เซเวอร์รัส สเนป



            “ปรารถนาเพียงหัวใจ แต่ไม่อาจได้มันมา ได้ครอบครองเพียงกายา ตราตรึงไว้ในความทรงจำ” เจมส์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ เขายกมือขึ้นพลางคลายมือออก แต่กระนั้นนิ้วของเขาก็ยังคงตะครุบลูกสนิชไว้ไม่ต่างจากกรง ปีกของมันยับแล้วจริง ๆ เจมส์ลืมตาขึ้นมองลูกสนิชตรงหน้าด้วยสายตาเศร้าสร้อย



            “ฉันจำคืนนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ...”



            คืนที่นายบอกรักฉันครั้งแรก... เรียกชื่อฉันครั้งแรก...



            ร่างสูงถอนหายใจ ในหัวของเขามันว่างเปล่าไปหมด ความทรงจำสมัยเรียนของเขาที่เขามั่นใจว่า เขาเคยจำมันได้แม่น โดยเฉพาะเรื่องของเซเวอร์รัสกลับกลายเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจเอื้อมถึง ความรู้สึกคุ้นเคยที่อัดแน่นอยู่ในใจทำให้เขารู้สึกเจ็บ



            เจมส์เอนศีรษะพิงลำต้นแกร่งอย่างอ่อนล้า เขาปล่อยแขนไปตามสบายแต่ความคิดของเขากลับหนักอึ้งและสับสนจนยากที่จะแก้ได้ ชายหนุ่มรู้ดีว่า เขารักเซเวอร์รัส สเนปอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งความรู้สึกโหยหาและหวงแหนที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่เห็นหน้าอีกฝ่าย เจมส์เม้มริมฝีปากเมื่อเขานึกขึ้นได้ว่า เขารู้สึกอยากจะกอดคน ๆนั้นมากแค่ไหน



            แต่เพราะเขายังคงรู้สึก... ทั้ง ๆที่จำไม่ได้ว่าทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อไร



            เขายังจำสีหน้าและแววตาของอีกฝ่ายได้ดี แววตาปวดร้าวที่เขาได้มองมันอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองปราสาทที่อยู่ไม่ห่างออกไปมากนัก เขาปลูกต้นอลาสเทียร์ไว้ตรงนี้เพื่อที่จะได้เฝ้าดูมันเติบโตจากห้องนั่งเล่นรวมบ้านกริฟฟินดอร์ แต่แล้วเขาก็ได้ใช้ที่ตรงนี้เพื่อมองขึ้นไปบนทางเดินขึ้นหอคอยดูดาวแทน



            เจมส์มองไปยังกระจกที่หอคอยนั้นพลางยิ้มออกมาน้อย ๆ นั่นคือที่โปรดของเซเวอร์รัส แล้วเขาก็รู้อีกด้วยว่าอีกฝ่ายชอบมานั่งอยู่ตรงนั้นและมองมาที่ต้นอลาสเทียร์อยู่บ่อย ๆ แต่เจมส์มั่นใจว่าคนตัวเล็กไม่รู้ว่าเขารู้และมองอีกฝ่ายมาตลอดจากที่ตรงนี้ เพราะใบของอลาสเทียร์นี่แหละที่คอยบังเขาไว้เสมอ



            “ใช่สิ... นอกจากตรงนี้จะเป็นที่สำหรับฉัน ยังเป็นที่สำหรับนายด้วยนี่นา”



            แต่แล้วความสงบของเขาก็ต้องถูกทำลายลงเมื่อเสียงฝีเท้าดังขึ้น เจมส์ยืดตัวขึ้นนั่งตัวตรงขณะที่ใครบางคนกำลังเดินเข้ามาใกล้เขา เสียงฝีเท้าที่ย่ำผืนหญ้ามาหยุดอยู่ที่ใต้ต้นอลาสเทียร์ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ



            คน ๆเดียวเท่านั้นที่จะมาหยุดอยู่ที่นี่...



            เจมส์ก้มหน้ามองคนใต้ต้นไม้ เขาแหวกใบของอลาสเทียร์อย่างเงียบกริบเพื่อที่จะได้มองเห็นด้านล่างได้อย่างชัดเจน และก็เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ ชายร่างโปร่งยืนอยู่ตรงนี้แล้ว



            เซเวอร์รัสอยู่ในเสื้อคลุมตัวยาวสีดำตามปกติ ผ้าพันคอผืนหนาสีดำที่พันอยู่รอบคอทำให้คนตัวเล็กดูเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยความมืด มือบางนั้นซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อ ไอเบาบางลอดออกจากปากและนั่นก็ทำให้เขานึกอยากจะกระโดดลงไปกอดอีกฝ่ายให้แน่น



            ร่างสูงที่นั่งอยู่บนต้นไม้เฝ้าดูการกระทำของร่างเล็กอย่างเงียบ ๆ เขาเห็นเซเวอร์รัสก้มหน้าลงมองที่พื้นดิน และจู่ ๆเขาก็นึกถึงแมวขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ



            ลูกแมวสีดำแต้มขาวที่ติดเซเวอร์รัสแจ...



            ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของเขาโดยไม่รู้ตัว เจมส์ยกยิ้มอ่อนโยนขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายทรุดตัวนั่งพิงต้นอลาสเทียร์ คนร่างโปร่งขดตัวแน่นขณะที่เจ้าตัวพิงศีรษะกับลำต้นแกร่ง เซเวอร์รัสเงยหน้าขึ้นมองด้านบน แต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้กำลังมองเขา เซเวอร์รัสกำลังมองท้องฟ้าที่บัดนี้ได้กลายเป็นสีดำต่างหาก



            เจมส์เอนตัวพิงลำต้นและเงยหน้าขึ้นมองแผ่นฟ้ายามราตรีบ้าง ดวงจันทร์ลอยขึ้นมาแล้ว แสงจันทร์ส่องผ่านใบขาวซีดของต้นอลาสเทียร์มาที่เขา มีลมพัดมาแผ่วเบา บนใบหน้าคมสันยังคงปรากฏรอยยิ้มอยู่ ชายหนุ่มร่างสูงมองไปที่ดวงจันทร์โดดเดี่ยวก่อนจะผ่อนลมหายใจออกอย่างแผ่วเบา



            ถึงแม้แค่เพียงเฝ้าดูอยู่บนนี้... แต่เขากลับรู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด



            “หรือมันจะไม่สำคัญ... ว่าฉันจะจำได้หรือไม่ได้ สิ่งสำคัญก็แค่ความรู้สึกที่ฉันมีให้นายอย่างนั้นสินะ”



แค่มีอีกฝ่ายอยู่ข้าง ๆเขาแบบนี้เท่านั้น









TBC.


[Talk]

มีไรให้บ่นให้แพล่มอีกนะ...

นั่งเช็คเล่น ๆ... ฟิคยาวนี่ก็ดองหลายเรื่อง

แต่ก็ไม่เชิงดองนะ หลายเรื่องเหมือนกันที่พิมพ์ไว้ว่า "เขียนเล่น ๆ"

สุดท้ายแล้วรู้สึกผิดนิดนึง 55555 (แลดูเลว) ที่เขียนค้างไว้แบบนั้น

แล้วพออยากจะเขียนฟิคยาวเรื่องใหม่นะ #มันเป็นอารมณ์แบบว่า "ฟิคเก่ายังไม่จบเลยนี่หว่า"

#ร้องไห้หนักมาก เพื่อ... เพื่อไรดี เพื่อความสบายใจของตัวผมเอง (ดูมัน... ยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง)

ก็จะพยายามไล่เขียนให้จบนะ #เรื่องไหนที่บอกจะเขียน #เรื่องที่บอกจะเขียนเล่นๆนี่บอกลาได้เลย


เหยยย อยากบอกว่า อยากโปรโมท WP มาก

รักผม ชอบผม ตามอ่านงานเขียนชิ้นอื่นได้ ที่นี่

#หาเหยื่อชัดๆ #ด้วยรักอย่างสุดซึ้ง


PS. รู้สึกเขียนทอล์คได้เกรียนขึ้น... หรือว่าผมรู้สึกไปเอง

PSS. ไม่ใช่อะไรหรอก ประเด็นคือเพี้ยนแล้วต่างหาก LOL

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #963 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 18:26
    สู้ๆนะคุณพ่อ สงสารจังการที่เราไม่รู้อยู่คนเดียวนี่แย่จัง
    #963
    0
  2. #532 Momokoro (@cloudo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 10:40
    ชอบคู่เดรกจัง น่าร้ากกก คู่เซฟก็น่าร้ากก อยากให้ดีกันละะ
    #532
    0
  3. #496 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 18:55
    ดูเหมือนความสัมพันธ์ จะดีขึ้นแล้วนิ
    #496
    0