[Fic Harry]Frozen Heart [JP/SS]ft.[HP/DM]

ตอนที่ 15 : Frozen Heart: Act III Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1993
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    24 มิ.ย. 58

Act III
Chapter 7

 



            ดูเหมือนว่าการเลี้ยงงูจะยากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก



            เดรโก มัลฟอยกำลังนั่งอยู่บนขั้นแรกของบันไดหิน ในคุกใต้ดินที่เงียบสงบและไร้เสียงรบกวน รอบ ๆกายของเขาคืออาหารหลากชนิดที่ถูกทิ้งไว้ในห่ออย่างไม่ใยดี ขณะที่คิ้วของเจ้าตัวกำลังขมวดเข้าหากันอย่างทุกครั้งเมื่อเขามักทำเมื่อต้องใช้ความคิด เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินพยายามคิดอย่างหนักขณะที่เจ้างูสีดำตัวบางของเขาเลื้อยผ่านพวงองุ่นและผลแอปเปิ้ลไป



            “ไม่กินองุ่นกับแอปเปิ้ล” เดรโกพึมพำกับตัวเองพลางเขียนโน้ตหวัด ๆไว้ในสมุดบันทึก จากนั้นร่างเล็กจึงโบกไม้กายสิทธิ์ให้ห่ออาหารที่งูของเขาไม่แตะต้องย้ายไปอีกทางหนึ่ง



            งูสีดำของเขาแลบลิ้นออกมาขณะที่มันค่อย ๆเลื้อยกลับเข้ามาหา เดรโกหยิบพายสับปะรดข้างกายเข้าปากก่อนจะถอนหายใจ



            “รู้ไหมว่าฉันไม่อยากให้แกไม่มีชื่อเรียกหรอกนะ แต่ฉันตั้งให้แกไม่ได้” เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์บ่นพลางหยิบจดหมายออกมาจากกระเป๋า ดวงตาสีเทาของเขากวาดตาอ่านถ้อยคำสั้น ๆบนแผ่นกระดาษอย่างรวดเร็ว



            ให้เจ้าของสิงโตตั้งชื่องู แล้วงูจะเชื่องขึ้น



            “เออ... เจ้าหัวแผลเป็นนั่นก็คงจะมีแต่ชื่อโหล ๆไม่ได้เรื่องในหัว” เด็กหนุ่มเบ้ปากก่อนจะโยนจดหมายนั้นข้ามไหล่ไปอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันอยากจะฝึกแกให้เชื่องด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้เจ้านั่นมาช่วยกำราบ”



            งูสีดำที่กำลังมองหน้าของเด็กหนุ่มอยู่ดูจะเฉยเมยอย่างที่สุด มันผงกหัวขึ้นมามองเขานิ่ง ๆก่อนจะเมินและเริ่มต้นเลื้อยไปตามกองอาหารที่กลาดเกลื่อนอยู่รอบ ๆ



            “แล้วแฮกริด ไอ้ยักษ์นั่น— ฉันไม่ยอมให้มันช่วยหรอก” ริมฝีปากอิ่มเหยียดออกเป็นเส้นตรง มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าดูชมเลยสักนิด “แต่ก็นั่นล่ะ หรือแกยังไม่หิวกันแน่? ฉันนี่หิวจะตาย...”



            ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็หยิบแซนวิชไส้แฮมขึ้นมากัด สีหน้าที่ปราศจากการเสแสร้งบนใบหน้าที่งดงามไม่ต่างจากผลงานชิ้นเอกดูจะทำให้เขาเป็นเด็กหนุ่มธรรมดา ๆมากกว่าเทวดาตัวน้อย มันเหมาะกับเขามากกว่าสีหน้าที่เขามักปั้นขึ้นมาให้ทุกคนเห็นเสียอีก



            “ถ้าแกยังไม่หิวแล้วก็ไม่เจอของชอบละก็ รอฉันกินก่อนก็แล้วกัน” เด็กหนุ่มพูดก่อนจะกัดแซนวิชอีกคำหนึ่งพลางเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ท่าทางของเขาอาจดูสบาย ๆเป็นตัวของตัวเอง แต่มันก็เรียบร้อยและดูมีมารยาทในเวลาเดียวกัน งูสีดำของเขาแลบลิ้นก่อนจะขู่ฟ่อออกมา มันเริ่มเลื้อยไปหาเนื้อวัวย่างที่ถูกห่อไว้อย่างดี เดรโกที่เห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือไปหมายจะแกะห่อและหยิบชิ้นเนื้อส่งให้ เป็นจังหวะเดียวกับที่มีมือของใครบางคนยื่นเข้ามาพอดี



            เดรโกเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบกับหน้าผากที่มีแผลเป็นรูปสายฟ้าเป็นอย่างแรก ดวงตาสีเขียวที่เป็นประกายสดใสหลังเลนส์แว่นกับรอยยิ้มน้อย ๆบนใบหน้าคมสัน ทุกอย่างในคลองสายตาของเขาตอนนี้คือสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะเจอในตอนนี้



            ถ้าเอาเข้าจริง... ไม่ว่าจะตอนไหนก็ไม่อยากเจออยู่แล้ว



            “ฉันแกะเอง” เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์เป็นคนทำลายความเงียบที่ชวนอึดอัด เดรโกผละมือที่เกือบจะสัมผัสกับมือของอีกฝ่ายออกอย่างรวดเร็วก่อนจะกัดแซนวิชในมืออีกครั้ง ขณะที่คิ้วของเขาเลิกขึ้นอย่างสงสัย คู่อริของเขาได้จัดการแกะห่อเนื้อวัวอย่างว่องไวก่อนจะหยิบชิ้นเล็กที่สุดส่งให้งูสีดำที่เลื้อยตัวโอบล้อมรอบรออยู่แล้ว



            “นายนี่รกกว่าที่ฉันคิดอีกนะ มัลฟอย”



            เสียงเรียบ ๆที่ดังออกมาจากปากของคนตัวสูงแทบทำให้เขาสำลัก ดวงตาสีเทาของคนตัวเล็กกว่าวาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัวและดูเหมือนว่าแฮร์รี่จะสังเกตเห็น เด็กหนุ่มผมดำไม่รอให้เดรโกเอ่ยปากเถียง มือหนาหยิบคัพเค้กช็อกโกแลตที่อยู่ใกล้มือที่สุดส่งเข้าปากเล็ก ๆนั้นทันทีที่เจ้าตัวอ้าปาก



            “ออดเออร์!



            “อย่าเอาออกมานะ เคี้ยวไปเลย” แฮร์รี่ที่กำลังพยายามกลั้นขำทำท่าดุก่อนจะหยิบชิ้นเนื้อส่งให้เจ้างูอีกครั้ง แม้ว่ามือของเขากำลังจัดการแบ่งชิ้นเนื้อออกเป็นชิ้นเล็ก ๆอยู่ แต่สายตาของคนตัวสูงกว่ากลับจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าที่ขึ้นสีของเด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่ไม่รู้ว่ากำลังโกรธหรืออายกันแน่



            “ฉันไม่อยากมานั่งเถียงกับนาย” เด็กหนุ่มร่างสูงว่าพลางย้ายห่ออาหารไปข้าง ๆก่อนจะนั่งลงบนชั้นบันไดข้างเขา เดรโกขมวดคิ้วพลางบ่นในใจขณะที่ในปากของเขายังเต็มไปด้วยเนื้อเค้ก



            “นี่นายทำอะไร... งูกินเนื้อไม่ใช่หรอ?” คนตัวสูงถามขณะที่เขาพยายามกลืนก้อนเค้กทั้งหมดลงคอไปอย่างยากลำบาก ดูเหมือนว่าแฮร์รี่จะไม่สนใจเลยสักนิดว่าคนตัวเล็กจะมีสีหน้าหงุดหงิดขนาดไหน



            “ฉันแค่อยากรู้ว่ามันกินอะไรนอกจากเนื้อหรือเปล่า” เดรโกตอบพลางเหยียดริมฝีปากน้อย ๆ “อีกอย่างทำแบบนี้มันก็ดี จะได้คุ้นเคยกับมันมากขึ้น”



            “แล้วเจ้านี่มีชื่อหรือยังล่ะ” เด็กหนุ่มผมดำพยักพเยิดไปทางงูสีดำที่กำลังจัดการกับชิ้นเนื้อย่างขณะที่ราชสีห์ตัวน้อยกระโดดลงมาจากขั้นบันไดและเริ่มร่วมวง



            “ยัง” เสียงห้วนดังออกจากปากของเขา และเฉกเช่นทุกครั้ง เดรโกไม่เคยสนใจว่ามันจะหยาบคายหรือคนฟังจะคิดยังไง เขาก็เป็นตัวเขา พูดออกไปตามที่คิด แถมเผลอ ๆบางทีเขาจะพูดแรงกว่าที่คิดไว้ซะอีก



            แต่ดูเหมือนว่าเด็กชายผู้รอดชีวิตจะไม่สนใจเสียงห้วนชวนหาเรื่องของเขา ซึ่งนั่นทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้ ถึงแม้ว่ามันจะแค่นิดเดียวก็เถอะ



            “แล้วนี่นายลงมาทำอะไรในคุกใต้ดิน” เดรโกถามก่อนจะเว้นวรรคเพื่อดื่มน้ำ “นี่มันเวลาสำหรับมื้อเที่ยง”



            “ฉันก็แค่ลืมของไว้เท่านั้นและ” คนถูกถามยักไหล่น้อย ๆก่อนจะพูดต่อว่า “คงไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองอยู่ใช่ไหม มัลฟอย”



            ประโยคต่อท้ายทำให้เด็กหนุ่มผมบลอนด์นิ่วหน้าอย่างขัดใจอีกครั้ง เดรโกเหยียดริมฝีปากออกราวกับมันเป็นเรื่องน่าขยะแขยง ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยตอบว่า



            “คนที่คิดเข้าข้างตัวเองคือนายมากกว่า พอตเตอร์ นายลืมของก็ไปเอาซะสิ มายุ่งอะไรกับฉัน”



            “เดี๋ยวค่อยลุกไปเอาก็ได้” เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ว่าขณะที่มือหยิบแซนวิชไส้แฮมขึ้นมากินบ้าง



            “ใครอนุญาตให้นายกินไม่ทราบ” เดรโกหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ชอบใจ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้หงุดหงิดอะไรจริงจัง แถมเขายังจะหยิบแซนวิชขึ้นมากินอีกชิ้นซะด้วยซ้ำ



            ทั้งสองคนนั่งกินแซนวิชและอาหารอื่น ๆรอบ ๆตัวอย่างเงียบกริบ พวกเขาไม่คิดจะคุยกันเลยสักนิด และนั่นทำให้เดรโกรู้สึกดีในระดับหนึ่ง คืออย่างน้อยเขาจะได้จัดการทำให้ท้องของตัวเองอิ่มอย่างสบายใจโดยไม่ต้องหงุดหงิดเสียก่อน และจากสีหน้าของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เขาคิดเอาเองว่าตอนนี้เจ้าหัวแผลเป็นก็ยังไม่อยากจะทะเลาะสักเท่าไรหรอก



            บรรยากาศสงบเงียบไร้เสียงทะเลาะเป็นสิ่งที่ร่างเล็กไม่เคยคิดว่าเขาจะมีเมื่อเขาอยู่กับคน ๆนี้ เดรโกกัดขนมปังเนื้อนุ่มในมือพลางคิดถึงช่วงเวลาที่เขาเคยอยู่กับคนตัวสูงกว่า ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่ความทรงจำที่ดีสักเท่าไร อย่างเช่นตอนปีหนึ่งที่ป่าต้องห้าม—



            ก็แหงละ... นั่นมันคู่อริของเขานี่ ใครจะไปประทับใจอะไรก็ตามของคนที่ตัวเองไม่ชอบบ้าง



            “นี่ ฉันต้องตั้งชื่อมันไหม”



            เสียงของเด็กหนุ่มผมดำทำให้เขาหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเอง เดรโกไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังขมวดคิ้วมองหน้าอีกฝ่ายอยู่ ในขณะที่เขากำลังชั่งใจอยู่ว่าจะตอบคนตรงหน้าว่าอย่างไรดี จู่ ๆไรอัล เจ้าสิงโตตัวจ้อยขนฟูก็วิ่งเหยาะ ๆเข้ามาหาเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ก่อนจะปล่อยกระดาษที่คาบลงมาบนตัก



            โดยไม่ต้องคิด เขาพุ่งเข้าไปพยายามจะคว้าแผ่นจดหมายคำสั่งนั้นแทบจะในทันที แต่แฮร์รี่ไวกว่า คนตัวสูงคว้ามันก่อนจะชูแขนขึ้นสูง ร่างเล็กที่ลืมตัวก็แทบจะปีนก่ายตัวของอีกฝ่ายเพื่อแย่งกระดาษแผ่นนั้นกลับมา



            “อะไร จดหมายรักหรอ? ขออ่านบ้างสิ” รอยยิ้มที่มุมปากของคนผมดำนั้นทำให้เขาอยากจะเตะสักที เดรโกถอยหลังกลับไปนั่งดี ๆขณะที่ไรอัลกระโดดเข้ามาหาเขา เช่นเดียวกันกับเจ้างูสีดำของเขาที่กำลังเลื้อยเข้าใกล้พลางขู่ฟ่อไปด้วย เขาไม่แน่ใจว่ามันต้องการจะสื่ออะไร จะขู่หรือจะทักทายกันแน่



            แต่พอราชสีห์ตัวน้อยเข้ามาซุกตัวกับเขาแล้วส่ายหางไปมาอย่างน่ารัก เจ้างูสีดำที่เลื้อยเข้ามาโอบล้อมรอบตัวเขา เด็กหนุ่มผมบลอนด์ก็พลันเข้าใจได้โดยไม่ต้องคิดว่า เจ้าผอมบางแต่กินจุของเขากำลังแสดงท่าทางที่บอกให้รู้ว่าหวง



            และแล้วเด็กหนุ่มผมดำที่จู่ ๆก็เงียบไปก็ได้เรียกความสนใจจากเขาไป ใบหน้าของแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่สูงส่งกำลังเคร่งเครียด ดูก็รู้ว่าเจ้าหัวแผลเป็นกำลังคิดหนัก ร่างเล็กตัดสินใจปล่อยให้คนตัวสูงกว่าจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เดรโกเบือนหน้ากลับมาสนใจเจ้าตัวเล็กทั้งสองที่กำลังนัวเนียกันไปมาข้างกายเขา



            เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่สำหรับเขามันก็แค่ชั่วขณะเดียวเท่านั้น แต่แล้วเสียงที่ดังขึ้นจากปากของคนที่เงียบไปนานก็ได้เรียกความสนใจจากเขาอีกครั้ง เดรโกเงยหน้าขึ้นพลางเลิกคิ้วส่งให้กับคนตัวสูงกว่าทั้ง ๆที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเจ้าตัวพูดถึงอะไร



            “เซเพียร์หรือเพนเทียร์”



            “อะไร” เสียงห้วนดังออกจากปากของเขาขณะที่เขาทำหน้า มีอะไรก็รีบ ๆบอกมาได้ไหม ส่งให้ซีกเกอร์บ้านกริฟฟินดอร์ที่ยังมีแผ่นกระดาษอยู่ในมือ



            “ชื่องู เซเพียร์หรือเพนเทียร์” คนตัวสูงกว่าขยายความมากขึ้นเล็กน้อย ฝ่ายคนฟังก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะหันไปหาเจ้างูสีดำที่กำลังเล่นอยู่กับราชสีห์สีทอง



            “ว่าไงละ ชอบชื่อไหน” เดรโกถามเสียงเยาะ ๆก่อนจะหันกลับมาหาเด็กหนุ่มผมดำ “เออ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ชอบสักชื่อนะ”



            เด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์กลอกตาไปมา “เพนเทียร์ก็แล้วกัน”



            เงียบ... ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ตั้งชื่องูสีดำจอมซนของเขา



            เดรโกขมวดคิ้วให้กับคนตรงหน้าราวกับคน ๆนี้ได้ทำอะไรที่ไร้สาระอย่างที่สุด คนตัวเล็กก้มลงมองสัตว์เลี้ยงของเขาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายพร้อมส่งสีหน้ายียวนกวนประสาทไปให้



            “ไม่เห็นมีอะไร มันต้องจริงใจนะ จำได้ไหม”



            ผู้ถูกยัดเยียดฉายาหัวแผลเป็นเบ้ปาก มันทำให้เขารู้สึกดีที่ทำให้ร่างสูงหงุดหงิดหรืออารมณ์เสีย มันให้ความรู้สึกราวกับว่าเขาเป็นผู้ชนะ เดรโกส่งยิ้มที่เขาคิดว่าเป็นยิ้มที่สดใสที่สุดให้ก่อนที่คนตัวสูงกว่าจะพูดว่า



            “ชื่อของงูตัวนี้คือ เพนเทียร์”



            ทันทีที่สิ้นเสียงของเด็กหนุ่มผมดำ เจ้างูตัวบางที่กำลังเอาตัวเองเข้าไปพันรอบร่างของราชสีห์ตัวน้อยก็พลันคลายออก มันผงกหัวขึ้นสบตาเดรโกขณะที่ไรอัลวิ่งกลับไปหาเจ้านายของมัน



          ป๊อป



            เสียงนี้ดังขึ้นพร้อมกับแผ่นกระดาษที่จู่ ๆก็ร่วงหล่นมาจากความว่างเปล่า พวกเขาเคยชินกับมันแล้ว เดรโกคว้ามันไว้ก่อนจะกวาดสายตาอ่านเร็ว ๆ



            งูเชื่องขึ้นมากแล้ว เลี้ยงมันให้ดีจนกว่าจะถึงเวลา



            “มันเขียนว่าอะไร” เด็กหนุ่มร่างสูงถามเมื่อเห็นว่าเขาเงียบไปนานกว่าที่ควร เจ้างูสีดำ... เพนเทียร์ที่ตอนนี้ค่อย ๆเลื้อยมาโอบตัวล้อมรอบเขาเป็นวงส่งเสียงขู่ฟ่อ ไรอัลที่หมอบตัวอยู่ข้างเจ้านายของมันก็กำลังจ้องเขาอยู่ราวกับรออะไรบางอย่าง เดรโกส่ายหน้าเบา ๆเพื่อไล่ความคิดแปลก ๆเหล่านั้นออกไป เขาแน่ใจว่าเขารู้สึกไปเอง



            สัตว์พวกนี้ไม่ได้มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนคนสักหน่อย...



            “เลี้ยงให้ดีจนกว่าจะถึงเวลา”



            น้ำเสียงราบเรียบที่ดังออกจากปากของเขาคงจะทำให้คนตรงหน้าประหลาดใจมาก เดรโกลอบยิ้มน้อย ๆให้กับสีหน้าสุดสงสัยและชวนชะงักของอีกฝ่ายเมื่อเสียงของเขาไร้แววเสียดสีอย่างทุกครั้ง



            “นายพูดจาดี ๆเป็นด้วยหรอเนี่ย...” ร่างสูงพึมพำเบา ๆก่อนที่เดรโกจะแหวใส่



            “คนที่ไม่น่าจะพูดจาดี ๆเป็นน่ะมันนาย พอตเตอร์” เดรโก มัลฟอยคนเดิมกลับมาแล้ว รอยยิ้มเยาะเย้ยที่ถูกวาดขึ้นบนใบหน้าของเขาก็ทำให้ความรู้สึกแบบเดิม ๆกลับคืนมาด้วยเช่นกัน



            “ฉันจะพูดดี ๆกับคนที่ควรพูดด้วยเท่านั้นแหละ” ท่าทีสุดยียวนจากร่างสูงทำให้เขาอยากจะประเคนฝ่าเท้าให้ถึงหน้า สร้างรอยแผลเป็นอีกสักสองสามรอยพร้อมตำนานให้อีกฝ่าย เดรโกกัดฟันพลางนับหนึ่งถึงสิบ ดูเหมือนว่าเขาจะหงุดหงิดเพราะคน ๆนี้ได้ง่ายกว่าคนอื่น ๆเสียอีก



            “งูของนายกับสิงโตของฉัน พวกมันดูจะเข้ากันดีเนอะ” รอยยิ้มบนใบหน้าคมสันไม่ใช่สิ่งที่ขับไล่ความรู้สึกขุ่นเคืองในใจของเขาออกไป แต่เป็นดวงตาสีเขียวที่เป็นประกายสดใสอย่างประหลาดนั่นต่างหาก ร่างเล็กรู้สึกคุ้นเคยกับแววตาแบบนั้น แต่เขาไม่รู้ว่าเขาแค่คิดไปเองหรือแค่นึกไม่ออกกันแน่



            มันต้องเป็นอย่างแรกมากกว่า... ความรู้สึกประหลาด ๆนี่



            “ฉันขึ้นไปข้างบนล่ะ อย่าลืมเก็บกวาดซากวีรกรรมของนายด้วยนะ มัลฟอย” คนตัวสูงลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวยาว ๆขึ้นบันไดหินไปพร้อมกับไรอัล เขามองตามแผ่นหลังนั้นจนลับสายตาก่อนจะหันกลับมามองเจ้างูสีดำข้างกายอย่างครุ่นคิด



            “ราชสีห์กับอสรพิษจะเป็นเพื่อนกันได้นานสักแค่ไหนกันเชียว พอตเตอร์” เดรโกพึมพำกับตัวเองพลางลูบหัวเพนเทียร์เบา ๆ



            มันไม่น่าจะเป็นไปได้นะ...













            เขารู้สึกถึงชีพจรที่เต้นตุบอยู่ข้างลำคอ ฟันของเขาขบแน่น กลิ่นคาวเลือดยังคงอบอวลอยู่ในปาก แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่มันก็ทำให้เขานึกถึงเจ้าของรสจูบนั้นอย่างช่วยไม่ได้ สัมผัสเร่าร้อนที่ยังคงติดอยู่บนปลายลิ้นของเขากับข้อมือที่ยังปวดอยู่ไม่หาย



            ต้องทิ้งอะไรสักอย่างให้นึกถึงตลอดเลยรึไงนะ...



            เซเวอร์รัส สเนปก้าวยาว ๆลงไปตามบันไดหินอย่างรวดเร็ว ผ้าคลุมสีดำของเขาสะบัดเป็นระลอกคลื่นตามหลัง เขาเดินเร็วจนแทบจะกลายเป็นวิ่ง แต่เขาก็ไม่สนใจ เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้ คือที่ ๆเป็นส่วนตัวที่สุดโดยไม่มีใครเข้ามายุ่มย่ามได้ ที่ ๆเขาสามารถปลดปล่อยทุกอย่างและอยู่คนเดียวได้ภายในปราสาทแห่งนี้โดยไม่มีใครมาสนใจ



            ชายร่างโปร่งก้าวยาว ๆไปตามทางเดินที่ร้างผู้คน อุณหภูมิที่ลดต่ำลงไม่ได้ทำให้จิตใจของเขาเย็นตามไปด้วย อาจารย์ผมดำกระชากประตูห้องทำงานออกก่อนจะเหวี่ยงประตูปิดตามหลัง



            มือของเขาสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้ ขาที่อ่อนแรงก็พาให้ร่างของเขาทรุดตัวลง เซเวอร์รัสกัดปากแน่นขณะที่อกซ้ายของเขาเจ็บแน่นไปหมด เขาพยายามจะกลั้นสะอื้น แต่แล้วก็ต้องยอมแพ้เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่เข้มแข็งพอ



            และในที่สุดเขาก็ร้องไห้ เขานั่งร้องไห้เพียงคนเดียวโดยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ร่างโปร่งปล่อยให้ตัวเองสะอื้นเงียบ ๆเพียงลำพังในความมืด เขาไม่สนใจน้ำตาที่เลอะหน้า ไม่สนใจว่าสภาพของตัวเองในตอนนี้จะยับเยินหรือน่าสมเพชสักแค่ไหน



            เซเวอร์รัสพยายามไม่นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย เขากำลังพยายามต่อสู้กับตัวเองอย่างหนัก เขาอยากจะสั่งให้ตัวเองเกลียดคน ๆนี้เสียให้ได้ แต่มันดูจะเป็นไปไม่ได้เลยสักนิด



            ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคน ๆนี้ละก็... เขาควบคุมตัวเองไม่ได้สักครั้ง



            “นายต้องการจะ— จะบอกอะไรฉัน” เขากระซิบเสียงแผ่วราวกับต้องการจะเน้นย้ำความคิดบางอย่าง ความเศร้าโศกในดวงตาคู่คมค่อย ๆจางหายทีละเล็กทีละน้อยขณะที่สติของเขาได้ล่องลอยไปกับเหตุการณ์ก่อนหน้า ก่อนที่เขาจะเจอกับเจมส์ที่หอดูดาว



          อาจารย์ร่างโปร่งหลับตาลงก่อนจะยื่นมือไปสัมผัสกับลำต้นแกร่งของอลาสเทียร์ ผิวเปลือกไม้ที่ขรุขระกับสัมผัสที่หยาบกระด้างไม่ใช่สิ่งสำคัญและไม่ใช่สาเหตุที่เขาต้องการจะมาที่นี่ แต่เพราะสิ่งที่อยู่ภายในของมันต่างหาก ที่ทำให้เขายืนอยู่ตรงนี้



          คลื่นพลังชีวิตที่เบาบางของอลาสเทียร์กำลังไหลเวียนอยู่ใต้ฝ่ามือของเขา ไอเวทมนตร์ที่แม้อ่อนแรงแต่กลับแข็งแกร่งทำให้เขารู้สึกสงบ และทุกครั้งที่เขาหลับตาลงขณะที่ยังแตะต้นอลาสเทียร์อยู่ เขาจะเห็นเส้นด้ายสีแดงสดที่เชื่อมเขาไว้กับใครบางคน และหลังจากที่ร่างโปร่งบางพยายามจะตัดมันและต้องล้มเหลวหลายต่อหลายครั้ง เขาจึงตัดสินใจที่จะปล่อยมันไว้อย่างนั้นแทน



          “ฉันเชื่อว่านายคงจะได้หาข้อมูลมาบ้างแล้ว”



          ชายหนุ่มร่างโปร่งลืมตาขึ้นในทันทีที่เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง เซเวอร์รัสผละออกห่างจากต้นอลาสเทียร์ก่อนที่จะหันมาประจันหน้ากับเจ้าของเสียงที่เขาคุ้นเคยดี



          เจมส์ พอตเตอร์



          “ต้นอลาสเทียร์ พฤกษามนตราเพียงต้นเดียวที่สามารถทำพันธะเชื่อมจิตได้” มือปราบมารร่างสูงสาวเท้าเข้าใกล้ไม้ยืนต้นเดียวดายโดยไม่แม้แต่จะมองมาที่เขา เซเวอร์รัสยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นขณะที่เจมส์ยังคงพูดต่อไป



          “ตามตำนาน นิทานปรัมปราทั้งหลาย พันธะที่ต้นอลาสเทียร์สร้างขึ้นจะไม่มีวันหายไป ไม่มีทางที่ใครจะทำลายได้ แม้แต่ผู้ถูกเชื่อมพันธะเองก็ตาม” ริมฝีปากหยักยกขึ้นราวกับว่าเขามองมันเป็นเรื่องขบขัน แต่แววตาที่ไร้แววโกหกและความขี้เล่นทำให้เขารู้ว่าคน ๆนี้กำลังจริงจังอยู่



          “ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าอลาสเทียร์ไปทำพันธะระหว่างฉันกับนายตอนไหน” เจมส์ว่าโดยไม่หันมามองเขา และนั่นก็ทำให้เขาอดรู้สึกเจ็บไม่ได้ แม้ว่ามันจะไม่สมเหตุสมผลเลยก็ตามที “แต่ไม่ว่านายจะคิดยังไง ทำอะไรกับมันก็ตาม ฉันจะไม่ยอมให้พันธะนี้สูญเปล่า”



          คนตัวสูงกว่าหันหลังกลับมาสบตากับเขาก่อนจะขยับยิ้มเล็กน้อย เขารู้สึกว่าตัวเองเผลอหยุดหายใจก็ตอนที่อีกฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นมาอีกครั้ง



          “ฉันเจอนายแล้ว และฉันจะไม่ยอมปล่อยนายให้หลุดมืออีกแน่...”



          เซเวอร์รัสไม่รู้ว่า... เขานิ่งชะงักแบบนั้นไปนานเท่าไร



          เขาไม่รู้ว่าหัวใจของเขาเต้นแรงแค่ไหน



          เขาปล่อยให้ตัวเองได้ซึมซับความปรารถนาที่อยากจะโบยบินนี้ไว้ไม่นาน ก่อนจะบังคับให้ตัวเองเปิดปากพูดออกมา



          “...นายไม่มีวันได้ตัวฉันอีกแน่ เพราะนายได้ปล่อยฉันไปแล้ว จำได้ไหม พอตเตอร์”



            “มันจะไม่มีโอกาสที่สอง... ต้องไม่— ไม่มีครั้งที่สอง”



            อาจารย์หนุ่มร่างโปร่งหลับตาลงก่อนจะปล่อยให้จิตใจของตัวเองล่องลอยไปอีกครั้ง ลมหายใจของเขาเริ่มสม่ำเสมอเมื่อยามได้ปลดปล่อยความเศร้าออกไปจนหมด ขณะที่ความคิดทุกอย่างค่อย ๆถูกความมืดครอบคลุม สิ่งสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาให้เขาเห็น คือรอยยิ้มอบอุ่นที่คุ้นเคยกับคำพูดที่ทำให้เขายิ้มได้ทุกครั้ง



          “มาเถอะ เซเวอร์รัส ไปกับฉัน”



            ไม่— ฉัน...



            ร่างโปร่งพยายามจะลืมตาขึ้นมา แต่เปลือกตาของเขาหนักเกินไป ความเหนื่อยล้าได้เข้ากลืนกินร่างของเขา และก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ โลกทั้งใบก็พลันดับวูบลง











            “ฉันรู้สึกเหมือนว่าเกมนี้จะคืบหน้าขึ้นมากนะ เจมส์”



            ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์กล่าวกับชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนพิงกำแพง เจมส์ผงกหัวรับคำช้า ๆก่อนจะพูดตอบว่า



            “ตอนนี้ทั้งสองคนนั่นเริ่มดีต่อกันมากขึ้น โดยไม่ต้องใช้การบังคับขู่เข็ญอะไรเท่าไรแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็คือนั่งรอเวลาเท่านั้นครับ”



            “แต่ฉันเชื่อว่าเธอคงจะไม่นั่งรอเฉย ๆแน่ ๆ” ชายชรายกยิ้มขึ้นเล็กน้อยขณะที่ดวงตาของเขาเป็นประกาย เจมส์ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากน้อย ๆแต่ไม่พูดอะไร



            “มาเถอะ นี่ก็ใกล้เวลางานเลี้ยงแล้ว” อาจารย์ใหญ่แห่งฮอกวอตส์ผุดลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินตรงไปยังประตู เขาหยุดหันหลังกลับมามองใบหน้าเรียบนิ่งของผู้เยาว์วัยกว่าอย่างพินิจพิจารณาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะสาวเท้าออกจากห้องทำงานไป ปล่อยให้ชายหนุ่มร่างสูงได้จมอยู่กับห้วงความคิดของตนเอง








TBC.


[Talk]
เฮ้ยยย หายไปนานมากกก 3 เดือนกับอีก 3 วัน ขอโทษนะครับ T^T
เนื่องจากติดราชการลับที่เราไม่สามารถบอกได้ว่าทำไม ดังนั้นขออภัยรัว ๆเลย
เพื่อเป็นการไถ่โทษ จะอัพ 5 บทรวดนะครับผม
ขอโทษจริง ๆนะเออ -3-

 และอย่างที่เคยบอกไปแล้ว

ฟิคเรื่องนี้ ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คู่จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นคนที่ชอบมาเร็วเคลมเร็วอะไรแบบนั้นต้องทำใจหน่อยนะครับ

ความรักมันไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ถูกไหม?


- Ignetuz

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

1,007 ความคิดเห็น

  1. #960 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 17:52
    เจมส์ว้อยยยย
    #960
    0
  2. #903 Phudkhing (@chew2555) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 14:10
    น้องงูววววววววว อ่านพาร์ทรุ่นใหญ่แล้วหนึบใจเกินค่ะ ฮอล
    #903
    0
  3. #575 yaoi yaoi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 18:03
    ในที่สุดไรท์ก็มาต่อโคตรดีใจอ่ะ
    #575
    0
  4. #493 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 17:47
    เหนื่อยหน่อยน่ะนั้น
    #493
    0