Switch สลับขั้วมาลุ้นรัก

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 : สิ่งที่อยู่ก้นบึ้งในหัวใจ (2.2) [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ต.ค. 55

BA B O!


ตอนที่ 8

               

                ผมตั้งใจเอาที่อยู่ของสำนักหมอผีมาอวดมิยองและคิมแต่ผลไม่ได้เป็นไปตามคาดเมื่อผมไม่พบใครเลยนอกเสียจากความว่างเปล่าในห้องเรียน... ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีอบรมพิเศษนักเรียนชั้นม.6ต้องเข้าร่วมอบรมทุกคน ผมจึงรีบบึ่งไปยังห้องประชุมใหญ่ทันที...

            ผมเข้าไปนั่งที่โต๊ะว่างที่อยู่หน้าสุดก่อนจะพบว่าคนที่นั่งข้างๆคือคิม ผมยิ้มให้หนึ่งทีก่อนจะกระซิบบอกเรื่องหมอผีที่หาไว้

            “ได้แล้วหรอ?” คิมถามผมเบาๆ ซึ่งผมก็พยักหน้าตอบ

            “ฉันต้องบอกให้มิยองรู้”

            “มิยองไม่มาไม่รู้เป็นอะไร” คิมบอก

            “อ้าวหรอ? เสียดายจัง ฉันอุตส่าห์ตั้งใจบอกมิยองคนแรกเลยนะ”

            “อาจเพราะเรื่องครอบครัวของเธอก็ได้นะ” คิมแสดงความคิดเห็น ผมคิดตามแต่คิดว่าไม่น่าเกี่ยวข้อง

            ก่อนที่พวกเราทั้งหมดจะต้องสนอกสนใจไปที่หน้าห้องประชุมที่กำลังฉายภาพวิดีทัศน์ประกอบสื่อการอบรม แต่ก็รู้นะว่าผมน่ะเด็กหลังห้องจะให้มาสนใจเรื่องพวกนี้คงไม่มีทาง ระหว่างที่วิทยากรพูดๆไป สอมงผมก็คิดอะไรไปเรื่อย...จู่ๆผมก็คิดถึงเรื่องมิยองขึ้นมาซะงั้นล่ะ

            มิยอง สาวสวยน่ารักเพื่อนสุดหวงของยัยคิม ผมคุยกับเธอครั้งแรกเมื่อตอนที่ไปหลีเธอจนเกิดศึกน้ำลายกับยัยคิม ต้นเหตุของการสลับร่าง!

          ก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเธอก็ตอนนั้นสินะ ตอนที่พิมมี่ชวนไปดูร้องเพลงของเธอที่ผับ แล้วผมก็บังเอิญเจอกับมิยอง...มิยองที่หน้าตาตื่นและเพิ่งกลับมาจากงานศพ...งานศพ?...เดี๋ยวนะ วันนั้นที่ผมเห็นเธอ...

 

เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงเดฟสีเดียวกัน กับหมวกแก๊ปสีดำลายธงชาติสหรัฐฯ

 

เดี๋ยวสิ! นั่นมันมิยองนี่นา!!! ย่านนั้นมันย่านผับที่เราเพิ่งไปกันนี่ แล้วคนร้ายในข่าวนั้น อย่าบอกนะว่าคือ...

“ม่ายยยยยยยยยยยยย!!!” ผมตะโกนออกมาอย่างรับไม่ได้ ก่อนที่ทั้งห้องประชุมจะเงียบสงัด หันมามองที่ต้นเสียงซึ่งก็คือผมเป็นตาเดียว ยัยคิมถอกผมเบาก่อนจะเหน็บว่า

“เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ยาหมดฤทธิ์รึไง?” ผมหน้าเหวอ มองไปรอบๆข้างก่อนจะยกมือไหวืขอโทษไปทั่ว ก่อนที่การบรรยายจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง

“คนร้ายที่กรีดป้ายน่ะ...ฉันคิดว่า...คือมิยอง!” ผมกระซิบบอกคิมเบาๆ คิมดูตกใจไม่น้อยก่อนจะปฏิเสธ

“เป็นไปไม่ได้ คนอย่างมิยองน่ะหรอจะเป็นคนร้ายแล้วอีกอย่างมิยองจะทำไปเพื่ออะไรในเมื่อนั่นมันบริษัทพ่อของเธอนะ”

“แต่ในข่าวก็บอกไม่ใช่หรอว่าแถวนั้นมันย่านผับที่เราไปมา อีกอย่างวันเวลาก็ตรงกัน...แล้วชุดคนร้ายในข่าวก็เหมือนกับ...” พูดไม่ทันจบ ยัยคิมก็ยกมือขึ้นให้หยุด

“ในบอกเหตุผลมาซิ ทำไมมิยองต้องทำแบบนั้นด้วย?”คิมย้อนถามเสียงแข็ง

“เธอเป็นเพื่อนสนิทกับมิยองเธอน่าจะรู้อะไรบ้างสิ...เธออาจมีปัญหากับครอบครัวก็ได้”         “ไม่มีนะ...”

“เราควรไปถามมิยอง เราควรจะให้เธอเปิดใจ” ผมเสนอ

 

หลังจากการอบรมอันน่าเบื่อจบลงผมกับคิมก็ตัดสินใจจะไปหามิยองที่บ้านกันทันทีเพราะว่ามิยองไม่รับโทรศัพท์ พอโทรเข้าเบอร์บ้านจึงได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

“ฉันไม่เคยรู้เลยว่ามิยองอยากเรียนด้านศิลปะ...ฉันนึกว่าเธออยากเป็นหมอมาตั้งนาน” คิมบอกเศร้าๆ

“อย่าว่าแต่เธอเลย ขนาดครอบครัวของมิยองก็ยังไม่รู้เพิ่งมารู้เมื่อวานเหมือนกันนั่นแหละ” ผมปลอบก่อนที่เราจะเรียกแท็กซี่ไปบ้านมิยอง

“ฉันได้ยินเรื่องมิยองมา พวกนายจะไปหาเธอที่บ้านใช่หรือเปล่า? ให้ฉันไปด้วย” ว่าแล้วก็ไม่รอคำตอบยอลที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมา รีบก้าวขึ้นรถไปอย่างถือวิสาสะ ผมจะอ้าปากค้านแต่คิมไม่อยากใส่ใจผลักผมเข้าไปในรถ



แม่ของมิยองเปิดประตูต้อนรับพวกเราที่มาเยี่ยมมิยอง โดยแม่ขึ้นไปเรียกมิยอง พอมิยองรู้ว่าพวกเรามาก็ชวนให้ไปคุยที่ห้องนอน ซึ่งแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเมื่อเห็นว่าสีหน้าลูกสาวดูดีขึ้น

“เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับเธอบ้างแต่เธอโอเคนะ?” คิมถามอย่างห่วงใย มิยองหยักหน้าแต่สีหน้ายังเศร้าๆอยู่

“เธอน่าจะลองคุยกับพ่อเธอดีๆนะ ท่านอาจจะเข้าใจ” คิมเสนอ มิยองส่ายหน้า

“พ่อไม่มีทางยอมหรอก...ฉันรู้ดี”

“คือว่า...เรามีอีกเรื่องนึงอยากจะถามน่ะ” คิมเริ่มเปิดประเด็น ก่อนจะอึกอักไม่กล้าถาม ส่งสายตาให้ผมช่วยพูดอีกแรง

“เรื่องคนร้ายที่กรีดป้ายน่ะ...เธอรู้มั้ยว่ามันเป็นใคร?” คิมสังเกตมิยองทันที มิยองหลบตาก่อนจะปฏิเสธ

“ฉันไม่รู้”

“คือว่าเราไม่ได้จะปรักปรำหรอกแต่เราคิดว่า...” คิมกำลังจะถามถึงจุดนั้นจู่ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“คุณหนูคะ...คุณพ่อกลับมาแล้วค่ะ ต้องการให้คุณหนูลงไปพบ ท่านมีเรื่องจะพูดด้วยน่ะค่ะ” ป้าแม่บ้านบอกเสียงสุภาพ

“............” ไม่มีคำตอบจากปากมิยอง เธอหน้าเศร้าอีกครั้งก่อนจะบอกให้พวกเรารออยู่ข้างบนก่อน พวกเราก็ได้แต่พยักหน้ารับทราบ

เมื่อเธอเดินออกไป สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นหมวกแก๊ปเจ้าปัญหาที่ทำให้เราเชื่อว่าเป็นของของคนร้าย

“หมวกใบนั้น” ผมสะกิดคิมก่อนจะชี้ไปที่หมวกต้นเหตุ

“แต่ใครก็มีได้” คิมแย้ง

ก่อนที่จะมาหาหลักฐานกันต่อ เสียงจากข้างล่างที่ฟังดูเหมือนเสียงคนทะเลาะกันก็ดังขึ้น จนพวกเราตัดสินใจแอบไปดูที่เชิงบันได

“นี่ลูกคิดจะลองดีกับพ่อใช่มั้ย?!” มาร์ถามเสียงแข็งอย่างเกรี้ยวกราด มิยองจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว

“ค่ะ...ชีวิตหนู หนุจตะไม่ยอมให้ใครมาขีดเส้นแบ่งชะตาของหนูเด็ดขาด หนูเลือกทางเดินชีวิตที่หนูรักได้แล้ว พ่ออย่ามาห้ามหนูเลยจะดีกว่า”

“แกคิดจะฝันลมๆแล้งๆไปอีกนานแค่ไหน...แกรู้มั้ยว่าแกหาอะไรไม่ได้เลยกับอาชีพที่แกเพ้อเจ้ออยู่ แกจะไปหาเงินที่ไหนมาเลี้ยงปากท้องของตัวเอง”


“หนูไม่ทำให้ตัวเองลำบากหรอกค่ะ...หนูจะหารายได้จากการวาดรูป เปิดแกลรอลี่ของหนู...” มิยองเถียง

พวกผมแอบมองอย่างระทึก เกือบลืมหายใจ ไม่เคยเห็นมิยองเป็นแบบนี้มาก่อน

“พออายใช่มั้ยคะ? ที่ลูกสาวของพ่อจะต้องไปกัดก้อนเกลือกิน ในขณะที่พ่อรวยล้นฟ้า พ่อไม่ได้ห่วงหนูจริงหรอกที่พ่อทำไปเพราะพ่อเห็นแก่หน้าของตัวเอง พ่อไม่เคยแคร์ความรู้สึกหนูเลย!” มิยองโพล่งระบายทั้งน้ำตา

เพี๊ยะ!

ใบหน้าเรียวของมิยองถูกผู้เป็นบิดาตบหน้าหัน มิยองหน้าชา ตัวสั่นเทิ้ม ท่ามกลางผู้เป็นแม่ที่ยืนปิดปากอย่างตกใจก่อนจะเข้าไปห้าม

“อย่าทำอะไรลูกเลยนะคะคุณ...คุยกันดีๆเถอะ”

“ก็ดูลูกสาวตัวดีของคุณสิ จองหองพองขนใหญ่แล้ว!


“ถ้างั้นพ่อก็ต้องทนกับความอับอายหน่อยนะคะ...ว่าคนร้ายที่กรีดป้ายโฆษณาของพ่อตัวเองก็คือลูกสาวของพ่อนั่นแหละ! มิยองโพล่งออกไปอย่างสะใจแต่ก็ปวดใจไปคราวเดียวกันที่ต้องพูดออกไปแบบนั้น

มาร์เหมือนถูกตบหน้า หน้าชาแทบไปไม่ถูก

“แกว่าอะไรนะ? คนร้าย...คือแกหรอ” มาร์ถามเสียงอ่อนลง

“ใช่ค่ะ! จับหนูเลยสิคะ...พ่อจะได้ไม่ต้องมาทนเห็นหน้าหนูอีกไง”


“มิยอง!” แม่ก็ตกใจไม่แพ้กัน มิยองปาดน้ำตาก่อนจะบอก

“หนูคิดจะไปมอบตัวกับตำรวจพรุ่งนี้เช้า อยากสั่งเสียอะไรกันหน่อยมั้ยคะ?” มิยองควบคุมตัวเองไม่อยู่พูดออกมาเหมือนคนเสียสติ มาร์สบตาลูกสาวก่อนจะมองลงไปให้ลึกถึงสิ่งต่างๆในนัยตาของเธอ

ความเจ็บปวด ท้อแท้ สิ้นหวังและเสียใจ ของลูก เหมือนเป็นมีดที่ทิ่มแทงดวงใจของคนเป็นพ่อแม่เสียยิ่งกว่าอะไร


เขาทำร้ายจิตใจลูกสาวถึงเพียงนี้เลยหรือ?

นี่คือสายตาที่แสดงออกออกมาของมาร์ที่พวกผมเห็น ก่อนที่มิยองจะเป็นลมล้มพับลงไป 


ก่อนที่มิยองจะถูกพยุงขึ้นมาบนห้องนอน ซึ่งมีแม่ของเธอคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ แม่พวกผมอย่างรอให้เอฟื้นขึ้นมาก่อน แต่เพราะสถานการณ์ที่ตึงเครยดเกินไป แม่เลยขอให้พวกผมกลับกันไปก่อนอย่างเสียไม่ได้...

คิมที่เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอดพลางร้องไห้ตามอย่างสงสารและเห็นใจ โดยมีมียอลกุมมือปลอบโยนอยู่ตลอดเวลา...
 



ตอนที่ 7- 8 มันดราม่าไปหน่อยนะคะ -..-

แต่ตอนต่อๆไปจะกลับมากุ๊กกิ๊กกันเหมือนเดิมแล้วล่ะค่ะ

 

สปอยตอนที่ 9 :: หลังจากที่จุน คิมได้ที่อยู่ของสำนักหมอผี พวกเขาและมิยองก็ได้บุกไปลองวิชากันถึงที่ โดยมียอลแอบสะกดรอยตามไปติดๆ
อยากรู้ว่าพวกเขาจะกลับคืนร่างเดิมได้มั้ย? ไปติดตามกันอนหน้านะจ๊ะ




 

 



 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

227 ความคิดเห็น

  1. #220 Tangmoja (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 21:23
    สงสารมิยองอ่าาาา
    #220
    0
  2. #209 เข็มหมุด. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:13
    มิยองงงง ฮือออ T[]T
    อย่าร้องไห้ดิ ใจเย็นๆ
    #209
    0
  3. #152 แป้งทอดแปงแป่งแป้ง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 15:25
    มิยองคือคนร้าย พ่อคงเสียใจนะ จะจับคนร้ายก็ต้องจับลูกตัวเอง แต่ก็เป็นการงัดกลเม็ดของมิยองอะนะ 55
    #152
    0
  4. #148 museumpiece (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 08:34
    มิยองน่าสงสารจังเลย ตอนหน้าไปหาหมอผีแล้ว 55555
    #148
    0
  5. #146 saimaii-maii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 22:36
    มิยองจริงๆด้วย ไรเตอร์ตอนหน้าอย่าโหดร้ายกับมิยองนักนะ ยอลเห็นนิ่งๆแบบนี้ มือไม้ปลาหมึกเหมือนกันนะ อิอิ อยากอ่านตอนที่ยอลสารภาพรักกับคิมในร่างจุนแล้วอ่ะ *O*
    #146
    0
  6. #145 เอ็กโซ-ชีแด :: 12+9 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 22:00
    ยอลเอ้ย นายช่าง..55555
    มิยองน่าสงสารอ่า ไรท์เตอร์ T^T
    #145
    0
  7. #143 '(SunYeon.,* (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 09:42
    มิยองทำไมทำแบบนั้นล่ะ
    #143
    0
  8. #142 nattalak (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 19:21
    ลุ้นๆ

    ^^

    คิมยอลนะ
    #142
    0