Switch สลับขั้วมาลุ้นรัก

ตอนที่ 14 : ENDING ตอนที่ 13 : ลิขิตรัก [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ม.ค. 58


LITTLE  SWEET


ตอนที่ 13 (ตอนจบ)

                ฉันอยู่ที่ไหน? ช่วยด้วย ช่วยด้วย...

            ฉันเอ่ยร้องขอความช่วยเหลืออย่างแผ่วเบาเท่าที่แรงฉันมีอยู่ ดูเหมือนฉันจะอ่อนล้าเต็มที ฉันพยายามลุกขึ้นยืนในความมืดที่มองไม่เห็นสิ่งใดๆรอบตัว เหมือนมีแค่อากาศสีดำเท่านั้นที่อยู่รอบกาย

            ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงแรงกระชากที่ข้อมือขวาของฉัน ก่อนที่ฉันจะเซหันกลับไปตามแรง พลางร้องขึ้นอย่างตกใจกลัว

            “อ๊าย!

            “ฉันเอง” เสียงคุ้นหูของนายจุนดังขึ้น ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก

            “ทำอะไรน่ะ!” ฉันโวยใส่ จุนไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่นิดกลับพูดขึ้นมาว่า

            “เราตายแล้วหรอ?”

            “อะไรนะ? ตายงั้นหรอ?” ฉันทวนคำอย่างไม่เชื่อหู

            “ก็พวกเราถูกรถชน” จุนบอกเสียงเรียบ ฉันตกใจมากขึ้นเพราะไม่รู้ตัวเอง

            “นายรู้ได้ยังไง?”

            “ก็ฉันเข้าไปช่วยเธอ แต่หลบไม่ทันเลย...โดนทั้งคู่”

            “ไม่นะ...นี่เราตายแล้วหรอ?” ฉันถามตัวเองอย่างตื่นตระหนก

            ยังไม่ทันจะได้รู้ความจริงใดๆ จู่ๆแสงสว่างวาบเหมือนวันที่เราสลับร่างกันก็ปรากฏขึ้นอีกฝั่งหนึ่ง มันแปลกตรงที่ว่ามันสว่างจ้ามากกว่าครั้งก่อนๆ สว่างเหมือนแสงจากดวงอาทิตย์ ทั้งสว่างจ้าและพร้อมจะเผาไหม้

            “โอ๊ย! ร้อน” ฉันครางอย่างทรมานจนต้องเกาะจุนไว้ก่อนจะเร่งเขาในที          

            “เราเดินออกไปจากตรงนี้เถอะ มันร้อน”

            “ไม่ได้!” จุนสวนมาทันควัน

            “ไม่แน่นะตรงนั้นเราอาจจะกลับไปสู่โลกความจริงก็ได้”

            “แต่มันร้อนมากนะ แค่ตรงนี้ก็ร้อนแล้ว”

            “ไม่! ฉันจะไม่ยอมกลับไปทางนั้นแน่! ลืมไปแล้วหรอ ว่าตอนนั้นเราเดินมาทางไหน”

            “ตอนนั้นหรอ?” ฉันทวนคำก่อนจะคิดไปถึงวันที่สลับร่าง

            ตอนนั้นก็เหมือนกับตอนนี้ แสงนั่นสว่างและร้อน ฉันเลือกที่จะเดินกลับหลังเข้าสู่ความมืดเพื่อหลบแสงนั่น แล้วเราก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับ...สลับร่าง!

            “หรือว่า?!” ฉันบอกอย่างอึ้งๆเมื่อรู้ความจริง

            “ใช่! ถ้าฝั่งนั้นทำให้เราสลับร่าง ฝั่งนี้ก็” จุนยิ้มอย่างมีความหวัง

            “แต่มันร้อน” ฉันไม่วายบ่น

            “แปปเดียวเพื่อทุกอย่างในอนาคต” จุนบอกฉันพลางจับมือฉันแล้วเราก็พยักหน้าพร้อมเดินหน้า แล้วก็วิ่งตรงดิ่งสู่แสงนั่นและรับรู้แต่เพียงว่ามันมืดลงแล้ว

 

5 ปีผ่านไป

พาร์ทมิยอง

            หญิงสาวผมลอนยาวสีบลอนด์ทองใส่เสื้อเสวตเตอร์สีขาวกำลังเดินเล่นอยู่ที่สวนสาธารณะ ในสภาพอากาศที่หนาวนิดๆตามฤดูกาลของมัน และข้างๆเธอคือชายหนุ่มรูปงามผู้เป็นทั้งเพื่อนและแฟนในเวลาเดียวกัน กี่ปีแล้วนะที่รู้จักและคบกันมาน่ะ

            “นี่! นายเดินช้าๆหน่อยสิ ทำไมเดินเร็วนัก” ฉันถามเสียงงอนๆ

            “รู้ไหมเรื่องไร้สาระที่สุดที่ผู้หญิงงอนผู้ชายคืออะไร...คือเดินไม่รอไง” จุนบอกเสียงใสเหมือนไม่สนใจว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังเป็นตัวอย่างที่พูดถึง

            “ก็ใครใช้ให้ผู้ชายเดินเร็วล่ะ” ฉันเถียง ชายหนุ่มมีท่าทีอ่อนใจยอมให้เพราะคงไม่ใช่เรื่องดีถ้าหญิงสาวคนนี้จะมางอนเขาอีก

            “เธอจะไปใช่มั้ย? งานคืนสู่เหย้าน่ะ?” จุนเปลี่ยนเรื่อง

            “อืม ไปสิ...ฉันคิดว่าคราวนี้ฉันคงได้เจอกับเพื่อนเก่าของฉัน” ฉันบอกแววตาเป็นประกาย

            “นั่นสินะ ไม่รู้ว่าไอ้บ้านั่นจะมาหรือเปล่า?” ไอ้บ้าที่จุนพูดถึงคงหนีไม่พ้นเพื่อนสนิทของเขา ยอล

 

พาร์ทยอล

            5 ปีแล้วสินะที่ผมไม่ได้กลับมาที่นี่เลย หลังจากวันนั้นที่หายไป วันนั้นที่ผมเจ็บช้ำและถูกหักอก มันไวเหมือนโกหกเลย ผมยังรู้สึกเหมือนมันแค่เมื่อวานนี้เอง

            ผมกลับมาที่เมืองไทยได้อาทิตย์หนึ่งแล้วหลังจากที่ได้เวลาพักร้อน ผมรู้สึกเบื่อๆที่ต้องอยู่บ้านก็เลยออกไปเที่ยว แล้วผมก็ขับรถมาเรื่อยเปื่อยจนมาหยุดที่ตึกใบหยก...ที่ๆทุกอย่างเปลี่ยนไปจากคำพูดวันนั้น

            “หึ...ดูเหมือนฉันจะลืมเอไม่ได้นะ” ผมเยาะเย้ยตัวเองในใจ ก่อนจะเข้าไปและขึ้นไปข้างบน

            วิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯยังคงเหมือนเดิมแต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ต่างไปคือไม่มีคนนั้นอีกแล้ว

ผมยืนอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดใจช้ำๆของผมกลับออกไป

            ผมก้าวเข้าไปในลิฟต์ก่อนจะกดปิดมันลง เมื่อพบว่ามีหญิงสาวผมยาวใส่แว่นกันแดดอันโตปิดบังใบหน้า ดูจากชุดที่เธอสวมใส่แล้ว เธอคงเป็นพวกชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวซะมากกว่า

            ผมไม่ได้สนใจอะไรเธอมากนัก ก่อนจะสังเกตถึงความผิดปกติของลิฟต์ที่รู้สึกว่ามันไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งพอมองดูที่ตัวเลขกำกับชั้นก็เป็นไปตามคาด มันไม่ได้เคลื่อนที่เลยมันกำลังค้างอยู่อย่างนั้นหรอ และแล้วยังไม่ทันขาดคำลิฟต์ก็กระตุกด้วยแรงกระชากเล็กน้อย แล้วไฟก็ดับวูบลง ผมพยายามตั้งสติและพยายามเรียกผู้หญิงคนนั้นเพราะเธอคงจะตกใจไม่ใช่น้อยเหมือนกัน

            “คุณครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” ผมถามออกไปโดยที่ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนไทยหรือไม่

            “ฉันโอเคค่ะ” หญิงสาวตอบมาด้วยภาษาไทยที่ชัดเจน ใช่! หล่อนเป็นคนไทย

            “ลิฟต์ค้างน่ะครับ เดี๋ยวสักพักก็คงใช้การได้” ผมบอกให้เธอสบายใจ

            “ค่ะ...ฉันไม่ค่อยชอบสภาพนี้เท่าไหร่น่ะค่ะ มันดูน่ากลัว” หญิงสาวบอกเสียงเรียบ

            “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของผมนะครับ ผมก็เคยลิฟต์ค้างแบบนี้มาแล้ว” ผมเล่าออกไปอย่างลืมตัว

            “หรอคะ? ที่ไหนล่ะคะ?” หญิงสาวถามกลับตามมารยาท

            “คุณต้องหาว่าผมโม้แน่เลย...ที่นี่แหละครับ ลิฟต์ตัวนี้ ชั้นนี้เลย”

            “จริงหรอคะ?” หญิงสาวถามอย่างทึ่งๆ เหมือนจะตื่นเต้นมากกว่า

            “แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะคะตอนนั้น?”

            “ผมก็รอให้มีคนมาช่วย แต่ว่าวันนั้นผมอยู่กับเพื่อนน่ะครับ แล้วผมก็พูดบ้าๆออกไป” ผมเล่าพลางนึกย้อนไปวันนั้น

            “ว่าอะไรหรอคะ? ถ้าคุณอยากบอกนะ” หญิงสาวใข้คำพูดเหมือนสนิทขึ้น

            “ผมบอกชอบเขาน่ะครับ เขาที่ว่าน่ะผู้ชาย” ผมบอกไปอย่างไม่อายยังไงซะเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาคนนั้นเป็นผู้หญิง แต่จะอธิบายให้หญิงสาวแปลกหน้าฟังว่าสลับร่างกันก็คงไม่มีใครเชื่อแน่


            “แล้วเขาว่ายังไงคะ?” หญิงสาวแปลกหน้าถามอย่างสนใจ

            “เขาก็อึ้งสิครับ เขาไม่เชื่อก่อนจะเดินหนีไปเลย”

            “แล้วต่อจากนั้นล่ะคะ?”

            “ผมก็ตัดใจบอกชอบเขาอีกครั้ง แต่เขากลับปฏิเสธผมจะๆเลยล่ะครับ ผมเสียใจมากเลย” ผมบอกพร้อมรอยยิ้มบางๆปนเศร้าๆ

            “แล้วตอนนี้คุณเลิกชอบเขาหรือยังล่ะคะ?”

            “คิดว่ายังนะครับ...5 ปีแล้วที่ผมพยายามลืมเขา” ผมไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมเล่าเรื่องของตัวเองให้เธอฟังแบบนี้แต่เธอก็ดูสนใจฟังเป็นอย่างดี

            “ถ้าฉันเป็นเขา เขาก็คงยังไม่ลืมคุณหรอกค่ะ” หญิงสาวปลอบ

            “ไม่หรอกครับ เขาไม่ได้ชอบผมด้วยซ้ำ ไม่มีอะไรน่าจดจำสักนิด”

            และความเงียบก็เริ่มปกคลุม หญิงสาวไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบเหมือนเมื่อครู่นี้เลย แต่เธอกลับทำสิ่งที่มากกว่านั้น และทำให้ผมต้องอึ้งอย่างตกใจ

            ริมฝีปากบางแต่อวบอิ่มของอีกฝ่ายสัมผัสที่ปากของผมอย่างไม่ทันตั้งตัว ไม่รู้ว่าเธอรู้ตำแหน่งของปากของผมได้ยังไงกัน แต่ความรู้สึกตอนนี้ของผมกำลังถูกเธอถ่ายทอดด้วยริมฝีปากนั้นอย่างไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่เธอจะผละออกเล็กน้อยแล้วกระซิบบอกเสียงใส


            “ฉันก็ชอบนาย ชอบมาตั้งนานแล้ว ฉันขอโทษที่ไม่รู้ใจของตัวฉันเอง...ฉันขอโทษ” เสียงหวานดังอ้อยอิ่งจนผมเริ่มเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง เธอที่ผมไม่อาจลืมได้มา 5 ปี เธอที่ทำให้ผมเจ็บและมีความสุขมาโดยตลอด เธอทำให้ผมมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ คือเธอคนนี้ตรงหน้าผม...คิม!


            ผมประทับริมฝีปากกับเธออีกครั้งทั้งร้อนแรงและอ่อนโยน เหมือนลงโทษหญิงสาวที่ทำให้เขาต้องทรมานใจมาตั้ง5ปี ซึ่งคิมก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด ยอมให้ผมลงโทษแต่โดยดี ก่อนที่เราจะผละออกจากกันเมื่อไฟลิฟต์สว่างขึ้น

            ผมเห็นใบหน้าของเธอชัดๆอีกครั้ง เธอกลับมาเป็นคิมในร่างของตัวเธอเองแล้ว ใช่! เธอสลัลร่างคืนมาแล้ว ผมยิ้มอย่างดีใจจนบอกไม่ถูก ซึ่งคิมก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน พลางสวมกอดผมอย่างโหยหา

            “ฉันขอโทษ” หล่อนบอกเสียงสั่น

            “ฉันรู้แล้ว ฉันก็ลงโทษเธอไปแล้วไง”

            “อย่าหายไปอีกนะรู้มั้ย? 5 ปีมันนานเกินไปแล้ว” หญิงสาวเข้าใจไปอีกความหมายหนึ่งซึ่งความหมายของผมก็คือผมได้จูบลงโทษเธอไปแล้ว

            “รู้แล้ว...แต่ฉันไม่ได้หมายถึงลงโทษแบบนั้น ฉันหมายถึงอย่างนี้ต่างห่าง” แล้วผมก็ประทับริมฝีปากหล่อนอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้คิมดันผมออกก่อนจะดีดเข้าให้ที่หน้าผาก


            “ร้ายนักนะ” คิมบอกอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะยิ้มตาหยีอย่างมีความสุข



วันคืนสู่เหย้า

            ผมพาคิมมาที่โรงเรียนเก่าของเราที่ซึ่งเกิดเรื่องราวมากมายและเป็นต้นกำเนิดของความรัก และทันที่ที่ผมได้เห็นหนุ่มสาวอีกคู่หนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าดีใจอย่างบอกไม่ถูก ผมกับคิมก็พร้อมที่จะเอาตัวไปรับความคิดถึงนั้นทันที

            “ไอ้ยอล!” จุนเรียกเสียงดัง

            “เออได้ยินแล้ว!” ผมบอกก่อนจะตบหลังมัน

            “กลับมาทำไมไม่บอกกันบ้างวะ?”

            “เซอร์ไพรส์ไง” ผมบอกพร้อมยักคิ้วหลิ่วตากวนประสาท

            “คิม เธอก็ด้วยกลับมาก็ไม่ยอมบอก”

            “เซอร์ไพรส์!” คิมพูดตามผมก่อนที่เราทั้ง4จะหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน

            “นี่ยังไงกันเนี่ยสองคนนี้ไปเจอกันตอนไหนทำไมเดินควงกันมาล่ะยะ” จุนทำเสียงเลียนแบบคิมในตอนแรกๆที่เจอกัน

            “แล้วทำไมฉันต้องบอกนายด้วยล่ะยะ” คิมสวนกลับไปด้วยท่าทางเดียวกัน เรียกเสียงหัวเราะของมิยองขึ้นมา

            “ก็ถ้าพวกนายไม่บอกฉันก็จะลงโทษมิยองไง” จุนว่าแล้วก็หอมแก้มจุ๊บไปทีหนึ่ง มิยองหันขวับมาหน้าแดงก่อนจะตีแขนจุนเบาๆ

            “เดี๋ยวเหอะ! เดี๋ยวไม่แต่งด้วยเลย” มิยองหลุดปากออกไป ทำเอาผม คิมและจุนอึ้งไปตามๆกัน

            “อะไรนะ? เธอบอกว่าเดี๋ยวไม่แต่งหรอ? นี่เธอยอมแต่งงานกับฉันแล้วหรอ?” จุนโวยวายอย่างดีใจพลางเข้าไปอุ้มมิยองหมุนไปรอบๆอย่างเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ก่อนจะหอมแก้มอีกฟอดใหญ่


            “ดีใจด้วยนะ พวกนายแซงหน้าฉันไปและ” ผมบอกพลางหันไปหาคิม คิมรีบหลบตาทันทีด้วยความเขิน

            “อะไรๆ ฉันไม่ได้รับปากอะไรกับนายนะ” คิมบอกปัด

            “แต่งงานกัน” ผมพูดออกไป คิมหน้าแดงตัวนิ่ง จนมิยองอดหัวเราะไม่ได้

            “แต่งงาน?...อยากตายหรอ!” คิมโวยวายพร้อมยักเขี้ยวใส่ ผมยื่นปากไปให้หล่อนงับเลย

            คิมชะงักตีปากผมเบาๆอย่างรู้ทัน ก่อนจะบอกเป็นนัยๆ

            “กลับมาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ”

            “จริงนะ! พูดจริงนะ พวกนายเป็นพยานด้วยนะคิมพูดมาแล้วนะ! ได้ฉันจะกลับไทยทันทีเลย” ก่อนที่ผมจะดีอกดีใจ


            “ฉันชอบเธอ” จู่ๆผมก็บอกรักคิมซะงั้น

            “ต๊าย! อย่างนี้ฉันก็เขินแย่สิ” จุนล้อเลียนอีกครั้ง โดยครั้งนี้คิมไม่ยอมอยู่เฉย ไล่ฟัดจุนด้วยความเขิน ก่อนที่พวกเราจะเริ่มต้นกันอีกครั้ง เริ่มต้นความสุข เริ่มต้นชีวิต โดยมีอีกคนมาเคียงข้างกาย

  ผมก็รักคุณเหมือนกันนะครับ รีดเดอร์
 

 

ขอบคุณที่รักกัน ขอบคุณทุกครั้งที่คอยปลอบฉันในวันที่ปัญหา ถาโถมเข้ามาใส่

ขอบคุณจริงๆที่ติดตามเรื่องนี้เลยจบลงตรงได้ ไม่คิดว่าจะมีคนติดตาม
เพราะเพิ่งเคยแต่งเป็นเรื่องแรกๆ ไม่คิดว่าจะมีคนอ่านด้วยซ้ำ
แค่นี้ก็พอใจและสำเร็จมากแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณจริงๆนะคะ
แล้วกลับมาพบกันใหม่เรื่องหน้านะคะ

 



Rules or not?

 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

227 ความคิดเห็น

  1. #225 Tangmoja (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 22:03
    น่ารักอ่ะ ><
    #225
    0
  2. #214 เข็มหมุด. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:34
    กลับร่างเดิมได้แล้ววว ><
    ยอมคิม คิมยอล อ้ากกกก =/////=
    ในที่สุดก็ลงเอยกัน 5 ปีแห่งการรอคอย

    ปล.ขอบคุณมากๆที่แต่งนิยายน่ารักๆแบบนี้ให้เราอ่านนะ
    สู้ๆนะไรเตอร์ :)
    #214
    0
  3. #198 krataibaek (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2555 / 23:07
    ไรเตอร์...คุณสุดยอดมากค่ะ ^^
    #198
    0
  4. #197 krataibaek (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2555 / 23:07
    ไรเตอร์...คุณสุดยอดมากค่ะ ^^
    #197
    0
  5. #196 krataibaek (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2555 / 23:07
    ไรเตอร์...คุณสุดยอดมากค่ะ ^^
    #196
    0
  6. #194 '(SunYeon.,* (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2555 / 12:44
    ตั้ง 5 ปีแน่ะ -0- ไรเตอร์ โห... แต่มันช่างเป็นพรหมลิขิตซะจริงๆที่ทำให้ยอล กับคิม มาเจอกันได้อีก ><
    #194
    0
  7. #190 เอ็กโซ-ชีแด :: 12+9 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 20:34
    อร๊ายยยยยย เขิน>.<
    จากกันตั้ง 5 ปี นานจัง T^T
    แต่สุดท้ายก็เจอกันสินะ
    แฮปปี้เอนดิ้งแล้ว เย้ๆ
    #190
    0
  8. #189 museumpiece (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 19:02
    น่ารักจังเลย ขอบคุณไรเตอร์ที่อัพจนจบนะคะ รอติดตามเสมอค่า ><
    #189
    0
  9. #188 แป้งทอดแปงแป่งแป้ง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 17:39
    ชอบตอนที่ลิฟต์ค้างจัง คิคิ รอเรื่องต่อไปนะคะ แอบเชียร์เรื่องที่2 อิอิ
    #188
    0
  10. #187 GAPPA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 09:33
    รอเรื่องต่อไปอยู่นะคะ ^O^
    #187
    0
  11. #186 Miso Seo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 01:29
    คิคิ ในที่สุดก็แฮปปี้ ^^

    แล้วจะรออ่านเรื่องต่อๆ ไปนะคะ
    #186
    0
  12. #182 กระเหลี่ยงน้อย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2555 / 20:48
    รอรอๆๆๆค่ะ
    #182
    0
  13. #179 เอ็กโซ-ชีแด :: 12+9 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 16:55
    รอนะค่ะ T^T
    #179
    0