SHORT FICTION / ONE SHORT { EXO }

ตอนที่ 23 : [OS] Begin Again { TAO x SUHO }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ส.ค. 57


Begin again

 

 


 



 

คิมจุนมยอนไม่ใช่คนพูดเก่ง

เพราะฉะนั้นเพื่อนสนิทอย่างคริสจึงเป็นคนผูกขาดบทสนทนากลางวงเหล้าเอาไว้เกือบทั้งหมด คนมีโลกส่วนตัวสูงอย่างจุนมยอนจึงมักจิบของมึนเมาอยู่เงียบๆ คอยฟังคนอื่นเล่าเรื่องตลกโปกฮา หรือพูดจาหยอกล้อจีบกันทีเล่นทีจริง

 

อันที่จริงถ้าคริสไม่อ้างว่าจัดปาร์ตี้รับน้องที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ที่คอนโด จุนมยอนก็คงไม่หลงเชื่อมานั่งอยู่กลางวงเสมือนปาร์ตี้จับคู่แบบนี้หรอก



 

“เลิกๆ หมุนกี่ทีก็ไม่โดนกูสักที ไอ้คริส..มึงแม่_ง….” คนที่เพิ่งฉวยขวดเบียร์เปล่าที่กำลังหมุนเคว้งอยู่กลางโต๊ะนั่นชื่อลู่หาน มันลุ้นให้ปากขวดชี้มันกับสาวจากฝ่ายประชาสัมพันธ์สักทีเพราะจะได้จูบกับสาวเจ้าแต่ก็ผิดหวังมาสามรอบแล้ว เพราะโดนคริสกินเด็กจากฝ่ายตัวเองกับสาวจากประชาสัมพันธ์คนนั้นไปทีละครั้ง

 

“อะไรครับเพื่อนลู่ นี่คิดว่ากูจะล็อคไอ้ขวดเบียร์นี่ได้ด้วยหรอวะ ไม่ใช่หวยนะโว้ยถึงจะล็อคเลขที่ออกได้” จุนมยอนที่นั่งเงียบอยู่ตรงกลางระหว่างคริสและลู่หานได้แต่มองแม่สาวฝั่งตรงข้ามที่ยังส่งตาหวานมาให้เพื่อนสนิทของตัวเอง

 

“มึงไม่ต้องมาพูดเลย กูก็แค่กลัวน้องๆจะเสียขวัญ เปิดเกมมาก็เล่นอะไรใจหายใจคว่ำแบบนี้ มึงต้องเริ่มด้วยอะไรที่เบาๆหน่อยดิวะ”



 

จุนมยอนไม่ได้ไม่ชอบวงเหล้า คนเมา กลิ่นบุหรี่ หรือพวกขี้หลีทำตาเล็กตาน้อยใส่กันพวกนี้หรอกนะ แต่เขาเกลียดเกมบ้าบอในวงเหล้านี่มากกว่า มันทั้งไร้สาระและหาความสนุกไม่ได้เลยสักนิด



 

“เบาๆ..อะไรของมึง”


 

“งั้นเอางี้ ปากขวดชี้ไปที่ใคร ให้คนนั้นเล่าเรื่องอับอายขายขี้หน้าที่สุดในชีวิต ใครไม่เหล้า หมดชาม!”


 

“แถวบ้านผมเรียกกะละมังแล้วครับพี่”


 

“เอาล่ะ..จะเล่าหรือจะดื่ม!”


 

คิมจุนมยอนหลับตาปี๋ แทบจะยกมือขึ้นมากุมเพื่ออ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าอย่าได้ลืมตามาเจอปากขวดอยู่ตรงหน้าเลย จะเล่าก็อาย..จะดื่มก็ได้ตายคาชามเหล้าแน่ รู้ไหมว่าทำไมคริสถึงเป็นคนชงเหล้าให้เขาทุกแก้ว...นั่นก็เพราะเพื่อนที่แสนดีคนนี้รู้ไงว่าจุนมยอนคออ่อน โดนแอลกอฮอล์เข้าหน่อยเป็นได้สะลึมสะลือ หลับไม่รู้เรื่อง จะพาหิ้วไปไหนด้วยก็ง่าย..จะทำอะไรก็สบายเพราะเจ้าตัวไม่รู้เรื่อง นั่นแหละที่คริสเป็นห่วงที่สุด




 

“กูว่ามึงไม่ต้องเล่าหรอกครับเพื่อน..เรื่องที่อับอายที่สุดคือเรื่องที่มึงขอเปลี่ยนโจทย์แล้วเสือ_กโดนเสียเองนี่แหละครับ เอ้า..เชิญดื่มหมดชามกะละมังของมึงเลยครับเพื่อน!” เสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมปาร์ตี้รับน้องใหม่ที่คริสอ้างดังไปทั่วห้องบนคอนโดที่จุนมยอนมักจะมาขออาศัยอยู่ด้วย เพราะขี้เกียจไปกลับบ้านกับที่ทำงาน คริสเคยพาจุนมยอนไปหาซื้อคอนโดมาหลายครั้งแล้ว แต่เจ้าตัวยังยืนยันว่าชอบอยู่บ้านมากกว่าตึกสูงแออัดแบบนี้



 

เพราะฉะนั้นจุนมยอนจึงเดินได้รอบห้องและหยิบจับของได้โดยไม่ต้องขอเจ้าของห้องก่อน การที่เขาลุกออกจากวงไปเข้าห้องน้ำ แถมยังอ้อยอิ่งแวะเปิดตู้เย็นหาของมาทำกับแกล้มไปเติมให้วงเหล้า ทำให้เขาพลาดฟังเรื่องรักแรกของรุ่นน้องฝ่ายการตลาดที่หน้าไม่ค่อยน่าคบหาเท่าไรแต่นิสัยไม่ได้แย่ตามหน้าตา แล้วก็เรื่องเปิดซิงครั้งแรกของลู่หาน กับเรื่องอกหักครั้งสุดท้ายของคริส ซึ่งอันนี้เขารู้อยู่แล้ว…



 

“ขวดเบียร์มึงนี่ท่าทางจะชอบหนุ่มการตลาดนะ โดนแต่พวกเดียวกันทั้งนั้น” น้องใหม่ที่เพิ่งเข้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ ทั้งสาว ทั้งสวยและทั้งซิง ยกเบียร์ในมือของตัวเองขึ้นซดก่อนจะกลิ้งไปให้ลู่หานเพื่อบอกว่าให้ลองเปลี่ยนขวดดู ทั้งที่จริงคงอยากจะบอกให้ลู่หานเปลี่ยนเป้าหมายจากรุ่นพี่ของเธอมาเป็นเธอมากกว่า…ใครๆก็ดูออก


 

“งั้นตานี้ต้องขอเอาคืนหน่อยแล้ว เมื่อกี้โดนไรกันไปบ้างนะ..รักแรกของน้องใหม่กับเรื่องที่ไอ้คริสเพิ่งถูกแม่หม้ายหักอก…”

 

“แล้วก็เรื่องเสียตัวครั้งแรกของมึงไงครับเพื่อนลู่”



 

ลู่หานทำหูทวนลม..

ทั้งที่ยกชามเหล้าเข้าปากจดหมดแล้ว แต่ก็ยังถูกคะยั้นคะยอให้เล่าประสบการณ์ครั้งแรกอยู่ดี มันน่าเจ็บใจนัก!



 

“ตานี้ผมขอจัดเต็ม! ใครโดนให้คนนั้นเล่าเรื่องรักของตัวเองมาเลยว่ารักกันได้ยังไง เสียตัวให้กันอีท่าไหน แล้วเลิกกันยังไง ปฏิบัติ!” สิ้นคำพูดของลู่หาน ขวดเบียร์ก็หมุนเคว้งกลางวงเหล้าให้ลุ้นระทุกเช่นเคย แต่คงไม่มีใครตื่นเต้นเท่าคิมจุนมยอนอีกแล้ว เขาเผลอคว้ามือคริสมาจับเอาไว้แน่น ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆมาจากคนตัวสูงกว่า พร้อมความอุ่นวาบบนศีรษะของตัวเอง คริสชอบทำกับเขาเหมือนเด็กอยู่เสมอ แค่เพราะตัวเล็กกว่าไม่ได้หมายความว่าจะเด็กกว่ากันสักหน่อย จุนมยอนจึงต่อยเข้าที่ต้นแขนของเพื่อนรักไปหนึ่งที ยิ่งเห็นคริสแกล้งนิ่วหน้าทำทีว่าเจ็บนักเจ็บหนาก็ยิ่งหมั่นไส้ ไล่บิดแขนเพื่อนชาวจีนจนลืมลุ้นไปกับขวดเบียร์เสียแล้ว


 

“ผัวเมียคู่นั้นน่ะหยุดตีกันได้แล้ว! ไอ้คุณคริสครับ..หยุดครับ ปล่อยให้เมียคุณมึงเล่ามาได้แล้วครับว่ารักกันได้ยังไง ได้กันอีท่าไหน แล้วที่ตบตีจนเลิกกันนี่เพราะอะไร ตอบ!”


 

 

คิมจุนมยอนไม่ทันได้ด่าว่าลู่หานที่ออกอาการเมามากเกินไปแล้ว เขาทำได้เพียงแค่อ้างปากค้าง มองดูปากขวดเบียร์ที่หยุดแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าของตัวเอง รู้สึกได้ถึงความคาดหวังและรอฟังอย่างใจจดใจจ่อของทุกคนตรงหน้า ทั้งเพื่อนร่วมงานและรุ่นน้องต่างรู้กันดีว่าเขาไม่ใช่คนเฮอาปาร์ตี้แบบคริส ถึงขนาดเคยตั้งคำถามใส่เขาด้วยซ้ำว่าทำไมถึงได้มาสนิทกับคนแบบคริสได้

นั่นสิ… เขาเองก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกัน



 

“อ้าว...เร็วสิครับ ไม่เล่าก็หมดชามนะครับ” ลู่หานถือชามรอไว้แล้ว

 

“พี่จุนมยอนคออ่อนไม่ใช่หรอคะ” เสียงจากสาวนักประชาสัมพันธ์ท้วงขึ้น



 

ถึงจุนมยอนจะเป็นพวกนิ่งๆ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่ไอ้เรื่องฆ่าได้แต่หยามไม่ได้นี่...มีอยู่ในสันดานผู้ชายทุกคนนะครับน้อง!


 

“กะอีกแค่เรื่องคนในอดีตแค่นี้เอง เล่าไปเหอะจุนมยอน”

 

“นั่นสิ ผมก็อยากรู้ว่าใครที่ทำให้ป่านนี้ยอดนักการตลาดของบริษัทเรายังโสดอยู่ได้” จุนมยอนจำไม่ได้ว่าผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร แต่เหมือนจะอยู่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์หรืออะไรทำนองนั้น เพราะทั้งส่วนสูงและหน้าตาดีเกินหน้าเกินตาคริสอยู่มากโข แถมยังเคยมาหยอดเขาไว้จนโดนคริสไล่ตะเพิดไปแล้วด้วย

 

“ทำไมครับน้องยอล ถ้ารู้แล้วจะได้เอาไปปรับใช้ให้ตัวเองเข้าหาพี่จุนมยอนจนสำเร็จหรอครับ” บางทีแอลกอฮอล์ก็ละลายพฤติกรรมคนมากเกินไปนะ ปกติลู่หานไม่กวนคนไปเรื่อยแบบนี้สักหน่อย

 

“...ก็คิดอยู่ ถ้าคนข้างๆพี่ไม่ว่าอะไรอะนะ” จุนมยอนไม่ได้รู้สึกอะไรตอนคนทั้งวงแซวกันเกรียวกราว เขาเหงื่อแตกทั้งที่แอร์ในห้องคริสก็ยังทำงานได้ดีอยู่

 

“เอางี้ ถ้านายเล่า ไอ้ลู่จะยกซดกะละมังสองชามรวดเลย” คนทั้งวงปรบมือเชียร์จนลู่หานที่ออกปากท้วงคริสเป็นต้องเงียบสนิท ยอมจำนวนกับเสียงข้างมาก

 

“เอางี้ ถ้าแกไม่เล่า ไอ้คริสจะยกซดกะละมังสามชามรวดเลย” ไม่น่าเชื่อว่าเสียงเชียร์จากคนทั้งวงจะดังกว่าเมื่อครู่ซะอีก ลู่หานพอใจในผลงานจนต้องลุกขึ้นมายืนโค้งคำนับให้กับผู้ร่วมอุดมการณ์การมอมเหล้าคริสเพื่อนยาก

 

“นี่ถ้ามันไม่เล่ากูเล่าแทนเองได้มั้ยวะเนี่ย รู้จักกับมันมาเกือบครึ่งชีวิต มีอะไรที่กูไม่รู้เรื่องของมันบ้าง”

 

“ต่อให้เป็นเพื่อนรัก เพื่อนสนิทท้องติดหรือไม่ติดกันยังไงก็ไม่ได้ครับไอ้คุณคริส ในเมื่อปากขวดไม่ได้พิสวาทหันไปหามึง เพราะงั้นก็ให้คนอื่นได้ยินเสียงเมียมึงบ้างสิครับ ตั้งแต่กินกันมาตั้งแต่เย็นนี่มีใครได้ยินเสียงจุนมยอนมั่งยัง? แม่_ง...ทีตอนพรีเซ็นแผนการตลาดนี่อ้าปากทีฆ่าบริษัทอื่นตายเรียบเชียวนะครับไอ้คุณจุนมยอน เล่ามาเลยมา..อย่ารีรอ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้หมาตัวไหนมันทิ้งคนอย่างไอ้คุณจุนมยอนได้ลงคอ”

 

“ไม่ได้ถูกทิ้งสักหน่อย” จุนมยอนยกแขนลู่หานที่พาดลงบนบ่าออก ไม่รู้ว่าเพราะรำคาญคนเมาหรือหงุดหงิดที่ถูกกล่าวหาผิดๆกันแน่

 

“ฉันเป็นคนทิ้งเขาเองต่างหาก”



 

เสียงแซวดังขึ้นกลางวงเล่าเกรียวกราว

 

แม้จุนมยอนจะเป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ ทำให้ถูกมองว่าเป็นคนหยิ่งในครั้งแรกที่เจอ แต่กลับเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่าความที่เขาเป็นคนเงียบยิ่งทำให้ดูน่าค้นหาเข้าไปใหญ่ ใครๆก็อยากเข้ามาทำความรู้จักและอยากกะเทาะเปลือกเข้าไปอยู่ร่วมในโลกของจุนมยอน..  





 

“เรื่องแม่_งน่าสนใจขึ้นอีกสิบกะโหลก เล่าเลยครับเพื่อน...กูอยากรู้จะแย่แล้ว”





 

ลู่หานคงลืมไปแล้วว่า..

ถ้าจุนมยอนเล่า ตัวเองต้องซดเหล้าเข้าไปอีกสองกะละมัง!


 





 

“เล่าเหอะ..ฉันไม่อยากอ้วกแตกต่อหน้าสาวว่ะ” เขาได้ยินเสียงกระซิบอ้อนวอนมาจากคริส


 

คิมจุนมยอนไม่รู้ว่าตอนที่กำลังอ้าปากอยู่นี่ ตัวเองทำไปเพื่อไม่อยากให้คริสเมาจนอดงาบใครสักคนในวงเหล้าหรือเปล่า เขาว่าเขาไม่ได้รักเพื่อนมากขนาดนั้นหรอกนะ เพียงแต่..อาจจะอยากนึกถึงความหลังครั้งก่อนขึ้นมาก็ได้ บางครั้งอดีตก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าจดจำ แต่ในความเจ็บช้ำก็ยังมีเสียวหนึ่งที่ทำให้จุนมยอนยิ้มออกมา


 

“น้องเขาเป็นคน…...ตัวสูง..สูงมาก”

 

“ใครก็สูงกว่าแกทั้งนั้นแหละจุนมยอน”

 

“พูดอย่างกับตัวเองสูงกว่าจุนมยอนนักนี่ไอ้ลู่” เจ้าของชื่อยืดตัวขึ้นมาประทับมือน้อยๆลงกลางกระหม่อมเพื่อนร่วมงานจนเกิดศึกแลกหมัดกันเล็กน้อยพอให้เพื่อนๆและน้องๆได้เชียร์กันอย่างครึกครื้น

 

“มันสูงแล้วไงอีกวะจุนมยอน” ลู่หานไม่อยากให้จุนมยอนใช้ช่วงชุลมุนนี้หลบหนีโทษจากการโดนปากขวดชี้หน้าเลยถามย้ำอีกรอบ

 

“สูงแล้วก็….”

 

“แล้วก็หน้าตาดีด้วย คนจีนหน้าตาดีกันหมดทุกคนแหละ เพื่อนลู่คอนเฟิร์มกับกูมั้ยครับ”

 

“แน่นอน” เมื่อกี้ยังตีกันอยู่เลย ตอนนี้แทคทีมตีมือกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียว

 

“สูง..หล่อ...แล้วไงต่อครับเพื่อนจุน เขามาจีบมึงหรือมึงไปจีบเขาเอง? ประเด็นนี้ลู่หานบอกเลยว่าไม่ได้อยากรู้เองนะ น้องยอลแม่_งอยากรู้จนตัวสั่นแล้วเนี่ย”

 

“ไม่รู้ว่ะ คริสพาไปเจอ ไม่รู้เขาอยากเจอกูหรือเปล่า”

 

“อ้าว! พ่อสื่อพ่อชักอยู่นี่เอง น้องยอลครับ พี่แนะนำว่าให้พาแม่หม้ายรายสุดท้ายคนนั้นมาเซ่นพี่คริสซะ รับรองว่าพี่จุนได้อยู่ในกำมือน้องแน่นอน” ไม่ต้องรอให้คริสลงมือ จุนมยอนนี่แหละที่ฟาดเข้ากลางหลังลู่หานเต็มๆ ดีนะที่เขารู้นิสัยเวลาเหล้าเข้าปากของลู่หานเสียก่อน ไม่อย่างนั้นมีหวังเล่าอะไรให้ฟังไปเป็นได้พูดออกมาหมดแน่

 

“กูแค่พามึงไปคัดวงดนตรีมาเล่นงานเทศกาลเหอะ ไม่ได้เป็นสื่อชักนำเลย!”

 

“งานเทศกาลอะไรวะ?”

 

“ทุกปีที่เอกภาษาจีนจะจัดงานเทศกาลคล้ายๆโอเพ่นเฮ้าส์เปิดบ้านให้คนเข้ามาทำความรู้จักไง ตอนนั้นคริสกับกูโดนให้หาการแสดงบนเวที ก็ไม่รู้จะเอาอะไรดีเลยเลือกร้องเพลงนี่แหละง่ายดี หาคนเล่นดนตรีมาให้ไอ้คริสร้อง..แค่นั้นก็จบ”



 

เขายังจำสีหน้ายิ้มกริ่มของเพื่อนสนิทได้อยู่เลยว่าดีใจกับข้อเสนอของเขาในที่ประชุมสรุปงานมากแค่ไหน นอกจากจะได้ถือโอกาสขายหน้าตาอันหล่อเหลาของตัวเองแล้ว ยังได้โชว์เสียงอวดชาวบ้านให้ได้ลือกันไปทั่วมหาวิทยาลัยอีกด้วย ทั้งที่ตัวเองน่ะเด่นจะตายอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะเป็นคนจีนแต่ยังเลือกเรียนภาษาบ้านเกิดตัวเองให้คนอื่นงงเล่นอย่างเดียวหรอกนะ คริสยังเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลประจำมหาวิทยาลัยอีกด้วย

 

เพียงแค่นึกถึงเรื่องราวในวัยเรียนเล่านั้น...จุนมยอนก็นั่งยิ้มอยู่เงียบๆคนเดียว



 

.

.



 

“เป็นไง..วงนี้ใช้ได้ไหม”

 

“คนจีนทั้งวงเลยหรอ” จุนมยอนจิบเบียร์ไปพลางมองนักดนตรีที่อยู่กลางร้านเหล้าขนาดไม่ใหญ่มากนัก วงดนตรีเล็กๆที่มีเพียงแค่นักร้องน มือกลอง และกีต้าร์ ..แต่ฟังไปฟังมาก็เพลินดีเหมือนกัน

 

“มือกีต้าร์คนเดียว มันชื่อจื่อเทา อยู่คณะนิเทศ”

 

“นิเทศ? เป็นคนจีนไม่ใช่หรือไง”

 

“มันอยู่เกาหลีมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่เอาจริงๆนะ..ฉันว่ามันควรย้ายมาเรียนเอกจีนว่ะ บางทีฟังแม่_งพูดไม่รู้เรื่อง” จุนมยอนหัวเราะ ไม่รู้หรอกว่านั่นเป็นมุขของคริสหรือคนที่ชื่อจื่อเทาจะแปลกคนจริงๆ



 

คืนนั้นจุนมยอนได้ทำความรู้จักกับจื่อเทาและคนในวง พร้อมทั้งเกริ่นถึงเรื่องกิจกรรมของเอกตัวเองไปได้เพียงเล็กน้อย บรรยากาศในร้านเหล้าไม่ได้ทำให้พวกเขาพร้อมจะคุยเรื่องงานกันมากนัก ทุกคนได้แต่คุยเรื่องสัพเพเหระ ไม่ก็นั่งเชียร์บอลที่ในร้านเปิดให้ดู พอหายเมาก็แทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าคุยเรื่องอะไรกันไปบ้าง คริสเลยต้องนัดคนในวงมาคุยกันอย่างเป็นการเป็นงานใหม่ ซึ่งพอจะสรุปคร่าวๆได้ว่าพวกเขาจะหานักดนตรีเพิ่มเพื่อจะได้เล่นวงใหญ่กัน

 

จุนมยอนเพิ่งรู้ว่าจื่อเทาเล่นกีต้าร์เก่งมากแค่ไหนก็ตอนที่คริสพาเข้าไปในผับ ปรกติคริสไม่ค่อยชวนเขามาในที่คนเยอะและแออัดขนาดนี้ เพราะกลัวจะดูแลเขาลำบาก จุนมยอนเองก็ไม่อยากเป็นภาระให้คริสต้องมาดูแลด้วย ในเมื่อเพื่อนตัวดีขี้หลีจะตาย ขืนหนีบเพื่อนอย่างเขามาด้วยคงไม่ได้ตกเบ็ดกันพอดี


 

“ไอ้เทามันมีดีกรีเป็นถึงแชมป์กีต้าร์อะคูสติกสมัยเรียนมัธยมเลยนะโว้ย” คริสตะโกนแข่งกับเสียงเพลงอยู่ข้างหูของจุนมยอนตอนที่พวกเขากำลังจับจ้องไปบนเวที


 

ตอนนั้นเองที่ทำให้จุนมยอนตระหนักได้ว่า..นอกจากผู้ชายจะมีเสน่ห์เวลาเล่นกีฬาแล้ว ตอนที่เล่นดนตรีก็น่ามองไม่แพ้กัน เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคริสหายไปกับฝูงชนตอนไหน เขาทำได้แค่เพียงเกาะโต๊ะเอาไว้เพื่อไม่ให้ปลิวไปตามแรงคน จุนมยอนไม่เต้น..ต่อให้เพลงสนุกและปลุกใจแค่ไหนเขาก็เต้นไม่เป็น จึงได้แต่ยกขวดเบียร์ขึ้นจิบรอให้คริสมารับตัวเองกลับห้องก็เท่านั้น


 

“พี่จุนมยอน! ทำไมมายืนอยู่คนเดียวล่ะพี่” จุนมยอนเลิกคิ้วสูงตอนที่จื่อเทาเดินเบียดผู้คนมาที่โต๊ะของตัวเอง เพียงแค่เขาละสายตาตอนที่นักดนตรีกำลังเก็บของแวบเดียว มือกีต้าร์ตัวสูงชะลูดคนนี้ก็มาถึงโต๊ะของเขาเสียแล้ว

 

“นายเห็นคริสบ้างมั้ย”

 

“โดนสาวที่ไหนฉุดไปแล้วมั้งพี่” จุนมยอนขำน้อยๆ เพราะเขาไม่แน่ใจว่าใครจะฉุดใครกันแน่

 

“ไม่สาวก็หนุ่มแถวนี้แหละ กินเบ็ดไวเหลือเกิน”

 

“ก็แถวนี้มีแต่เหยื่อน่ากินนี่ครับ” คิมจุนมยอนไม่รู้หรอกว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า แต่สายตาที่มองมาเหมือนเขาเป็นเหยื่อชั้นดีนั้นก็ยากที่จะสบตาด้วยจริงๆ

 

“งั้น….ฉันกลับเลยดีกว่า” คนตัวเล็กทำท่ามองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาว่าอีกตั้งเกือบครึ่งชั่วโมงถึงจะเที่ยงคืน

 

“พี่มากับพี่คริสใช่มั้ย” เขาตอบจื่อเทาไปด้วยการพยักหน้า จุนมยอนไม่ใช่คนอ่อนขนาดที่จะไปไหนมาไหนเองไม่ได้ แถมเขาก็ไม่ใช่คนติดเพื่อนขนาดนั้นด้วย เพียงแค่ตัวเองเป็นคนเงียบๆก็เลยมีเพื่อนสนิทไม่กี่คน ไม่เหมือนคริสที่ไปที่ไหนก็มีแต่คนรู้จัก

 

“งั้นเดี๋ยวผมไปส่ง”



 

คิมจุนมยอนไม่นึกว่าการปล่อยให้จื่อเทาไปส่งเขาในคืนนั้นคืนเดียว จะหมายถึงการผูกขาดการไปรับไปส่งเขาตลอดไป มันช่วยไม่ได้นี่นา ในเมื่อคริสเป็นคนพาเขามาแต่ไม่ยอมพากลับ แถมตอนนั้นก็ดึกมากแล้วด้วย รถก็หายาก แถมยังอันตรายอีก จุนมยอนพยายามหาข้ออ้างสารพัดมาใช้เป็นเหตุผลให้คริสเลิกแซวตนกับรุ่นน้องเสียที



 

“น้องมันยังเป็นห่วง ทีเพื่อนไม่ยักจะเป็นห่วงกูสักคน”

 

“แล้วไง..ตกลงพวกมึงไปเป็นแฟนกันลับหลังกูแล้วงั้นสิ?”



 

คนถูกถามไม่ได้ตอบ เพราะไม่รู้จริงๆว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งสองคนเรียกว่าอะไร เขาจำได้ว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอจื่อเทาก็ถูกหยอดมาอยู่เรื่อยๆ บางทีน้องมันอาจจะสนุกปากเหมือนกับคริสก็ได้ใครจะไปรู้ แล้วดูสิ..จื่อเทาหล่อน้อยกว่าคริสเสียที่ไหน แถมยังดังไม่แพ้กันอีกต่างหาก เพราะถ้าใครมองคริสบนสนามบาสได้ไม่วางตาแล้ว คนนั้นก็ไม่อาจละสายตาจากจื่อเทาตอนมีกีต้าร์อยู่ในมือได้เหมือนกัน



 

.

.



 

“มึงขำอะไรอยู่คนเดียววะครับคุณเพื่อน เฮ้ย..ไอ้จุนมันเมาแล้วหรือเปล่าเนี่ย”



 

จุนมยอนขำตัวเองนี่แหละ…

ที่ตอนนั้นแอบเคลิ้มพ่อหนุ่มกีต้าร์ได้ขนาดนั้น แต่ที่น่าขำกว่าก็คือ เขายังคงฟอร์มจัด ทำเป็นนิ่ง แม้ว่าในใจจะเต้นโครมครามทุกครั้งที่อยู่กับจื่อเทาก็ตาม


 

“ผมก็เล่นกีต้าร์เป็นนะพี่”

 

“ร้องเพลงจีบมันเป็นภาษาจีนได้ไหมล่ะครับน้องยอล”

 

“เออ..ไอ้นี่มันก็ตลกดีเหมือนกันนะ ถึงจุนมยอนมันจะเรียนภาษาจีนอยู่ก็เหอะ แต่ก็ไม่ได้เก่งขนาดเข้าใจเพลงจีนที่มันร้องจีบทั้งหมดปะ ลำบากกูนี่ต้องมานั่งแปลให้ฟัง”

 

“แล้วไงต่อ มึงบอกว่าคริสพาไปแนะนำให้รู้จักรุ่นน้องที่เล่นกีต้าร์เก่งๆ เพื่อจีบมาใช้แรงงานวันโอเพ่นเฮ้าส์ แล้วฝ่ายนั้นก็เริ่มออกตัวแรงด้วยการร้องเพลงจีบมึงแทน แต่คุณมึงก็เสือ_กไม่รู้ตัวอีก ..นี่ตกลงความสัมพันธ์พวกมึงจบแค่นี้หรือเปล่าครับเนี่ย” จุนมยอนไม่ได้เล่ารายละเอียดให้คนในวงเหล้าฟังนัก ลู่หานที่รู้นิสัยจุนมยอนพอตัวเลยเดาออกว่าทิศทางของคนทั้งคู่จะเป็นแบบไหน แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้รู้จักจุนมยอนตอนเรียนมหาวิทยาลัย



 

จุนมยอนไม่เล่าเด็ดขาด…

ไม่มีทางหลุดปากออกมาหรอกว่าตัวเองในตอนนั้นเป็นคนทวงถามถึงความสัมพันธ์ด้วยตัวเขาเอง คนที่นิ่งๆ เงียบๆ ดูเหมือนจะเฉยชาใส่ทุกสิ่งอย่างแบบเขานี่แหละที่ถามจื่อเทาออกไปว่าตกลงคิดกับเขายังไง คิมจุนมยอนก็แค่ไม่ชอบความคลุมเครือ เพราะมันไม่รู้จะทำตัวยังไง จะเข้าถึงอีกฝ่ายได้มากน้อยแค่ไหน หรือยิ่งไปกว่านั้น เขามีสิทธิในตัวจื่อเทาได้แค่ไหน จุนมยอนก็แค่อยากรู้แค่นี้เอง

 

ไม่ใช่หรอก..

ไม่ใช่เพราะความเหงาทำให้เขาคว้าใครก็ได้ที่ดันเข้ามาในชีวิตช่วงนั้นพอดี ไม่ได้เป็นเพราะว่าเพื่อนฝูงต่างก็มีคนของตัวเองกันหมด และยิ่งไปกว่านั้น การที่ต้องกินข้าวคนเดียวหรือไปไหนมาไหนด้วยตัวเองไม่ได้้ทำให้เขารู้สึกแย่เลย….ไม่เลยสักนิดเดียว



 

.

.



 

“ผมคิดยังไงกับพี่น่ะหรอ ถ้าผมคิดว่าชอบพี่..พี่จะว่าไง”



 

คิมจุนมยอนจำได้ว่าตอนนั้นไม่ได้ตอบอะไรออกไป ได้แต่ฉีกยิ้มกว้าง กระโดดโล้ดเต้นไปทั่วห้อง เขาตัดสินใจถูกที่โทรไปถามอีกฝ่ายแทนที่จะถามต่อหน้า ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนตอนได้ยินนคำตอบเหมือนกัน ปลายสายเงียบไปนอนจนจุนมยอนรู้สึกอึดอัดขึ้นมา เขารู้ว่าจื่อเทากำลังกดดันเอาคำตอบอยู่ ยิ่งรู้ว่าเขาเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ ชอบอมความในใจไว้ด้วยแล้วจื่อเทายิ่งชอบแกล้งเขาเข้าไปใหญ่



 

“เงียบนี่หมายความว่าไง ให้ผมคิดเอาเองหรอพี่จุนมยอน”

 

“ก็แล้วแต่นายจะคิดสิ”

 

“งั้นผมจะคิดว่าเราเป็นแฟนกันแล้วนะ”



 

ช่างกล้าคิดมาก และความคิดนั้นก็หน้าด้านหน้าทนจนจุนมยอนไม่กล้าเจอหน้าอีกฝ่ายไปตั้งหลายวัน เขาบอกได้เลยว่าทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าตอนไม่รู้สาถนะตัวเองเสียอีก ไม่ทันได้ตั้งตัวจื่อเทาก็บุกมารับถึงหน้าห้องเรียน กล้ามาประกาศตัวให้คนทั้งเอกรู้อย่างไม่อายใคร ตอนแรกจุนมยอนก็อายนั่นแหละ แต่พอได้อยู่ด้วยกันบ่อยขึ้นก็ยิ่งทำให้รู้ว่าการอยู่คนเดียวนั้นมันเหงาจริงๆ


 

เขาไม่เคยคิดว่าวันเทศกาลสำหรับคู่รักจะเป็นวันพิเศษยังไง ก็แค่วันที่จะได้ทำอะไรหวานๆเลี่ยนๆใส่กันโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงอะไร หรือไม่ก็แค่อวดความรักของตัวเองให้คนอื่นรู้ก็เท่านั้น ไม่รู้จริงๆว่ามันมีคุณค่าทางจิตใจ มันทำให้ฟัวใจพองโต มันทำให้รู้ว่าไอ้วันไม่พิเศษเนี่ยมันมีค่าขึ้นมามากแค่ไหน

 

วันนั้นเป็นวันวาเลนไทน์..วาเลนไทน์แรกและวาเลนไทน์เดียวของพวกเขาสองคน จื่อเทาขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจมารับเขาที่หอ จุนมยอนไม่กล้าพูดเต็มปากเต็มคำว่าเขาไม่หวังของขวัญจากจื่อเทา เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้เตรียมอะไรให้อีกฝ่ายเช่นกัน มัวแต่วุ่นทำเรื่องเรียนจบ เตรียมหางาน และก็อะไรอีกหลายอย่าง เขาทำได้แต่เพียงแค่คิดไปเองว่าบางทีจื่อเทาอาจจะร้องเพลงดีดกีต้าร์คลอให้เขาฟังสักเพลงสองเพลง ไหนๆวันนี้ก็มารับเขาไปรอตัวเองเล่นดนตรีแล้วก็น่าจะมีเพลงสำหรับเขาบ้าง..ให้เหมือนกับตอนที่จีบกันใหม่ๆ

แต่จุนมยอนก็คงต้องคิดเอาเองจริงๆนั่นแหละว่าเพลงไหนคือเพลงที่จื่อเทาร้องให้ตัวเอง เพราะทุกเพลงที่เล่นในวันนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงรัก ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าก็ขอรีเควสขึ้นมาให้คนรักทั้งนั้น แล้วก็ไม่มีสักครั้งเดียวที่นักร้องจะประกาศว่าจื่อเทาได้มอบเพลงนี้ให้กับแฟนของเขา เมื่อที่จุนมยอนได้ยินประกาศชื่อคนอื่นทั้งคืน


 

ความผิดหวังจากวันพิเศษไม่ได้แย่เท่าวันธรรมดานัก จื่อเทาเป็นเด็กหนุ่มปีสองที่กำลังอยู่ในวัยขบมัน แถมยังชอบถึงเนื้อถึงตัวเขาอีกด้วย น้องเคยบอกเหตุผลว่าทำไมตัวเองถึงได้ชอบสัมผัสคนอื่น จื่อเทาพูดติดตลกว่าเขาเหมือนมีสัมผัสพิเศษ การแตะตัวทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกับตัวเอง จุนมยอนไม่รู้ว่าหลงคารมนั้นไปได้ยังไง ไม่รู้ว่าปล่อยตัวปล่อยใจให้น้องมันตอดกินไปได้ตลอดเวลา จนบางทีก็คิดว่าตัวเองน่าจะเปลืองตัวเกินไปแล้ว เขาไม่ชอบที่จะต้องเจ็บอยู่ใต้ร่างคนที่ดูจะมีความสุขเสียเหลือเกิน รู้สึกเหมือนเสียเปรียบยังไงชอบกล...ทั้งที่สุดท้ายแล้วต่างคนต่างมีความสุขก็เถอะ   




 

“นี่ย้ายไปอยู่กับไอ้เทาแล้วหรือไง ไปหาที่หอทีไรไม่เห็นเจอเลย” ดูจากเสียงกระเป๋ากระแทกบนโต๊ะก็รู้ว่าคริสกำลังหัวเสีย

 

“เปล่า ก็ไปไปมามา ไม่ได้ค้างบ่อยสักหน่อย”

 

“คู่ข้าวใหม่ปลามันก็เงี้ย ห่างกันแล้วจะขาดใจตาย”

 

“นี่ไปอารมณ์เสียที่ไหนมาก็อย่าเอามาลงที่กูสิ” จุนมยอนปิดหน้าหนังสือที่อ่านอยู่วางลงบนโต๊ะ หมดอารมณ์ที่จะอ่าน

 

“อารมณ์เสียจากมึงนี่แหละ ไอ้คนทิ้งเพื่อน”

 

“มึงพูดดีดี ใครทิ้งใครก่อนกันแน่” คริสเบะปากใส่ไม่พอ ยังทำหน้ากวนเบื้องล่างใส่อีกด้วย

 

“มึงอย่ามาทำตัวเป็นเด็กปัญญาอ่อนไปหน่อยเลย กูอยู่กับเด็กมามากพอแล้ว”

 

“หมายถึงไอ้เทาอะนะ”



 

คิมจุนมยอนถอนหายใจยาว..

 

ใช่..จื่อเทาเป็นเด็ก

เด็กมากๆในสายตาคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าอายุจริงอย่างคิมจุนมยอน



 

.

.



 

“เดี๋ยวนะครับเพื่อนจุน ผมตามไม่ทัน คุณมึงเพิ่งบอกว่าเขาร้องเพลงจีบมึง แต่ไม่มีปัญญาร้องเพลงให้วันวาเลนไทน์ พ่อง..กูว่าทุกเพลงที่มันเล่นในคืนนั้นก็ร้องให้มึงฟังทั้งหมดนั่นแหละ ไอ้ฟาย!”


 

จุนมยอนยกเบียร์ขึ้นจิบตอนที่ทุกคนกำลังหัวเราะชอบใจและเห็นด้วยกับคำพูดของลู่หาน โดยเฉพาะคริสที่หันมาตะโกนใส่ข้างหูเขาเต็มๆว่าเป็น ‘ไอ้โง่’   เขาไล่มองเพื่อนร่วมวงแต่ละคนที่เอาแต่หัวเราะเยาะใส่เขา โดยเฉพาะน้องใหม่ในฝ่ายตัวเองที่นอกจากจะส่งยิ้มมาให้แล้ว ยังมายักคิ้วน่าหมั่นไส้ให้อีก


 

“แล้วไงต่อครับ โง่ๆอย่างมึงนี่อีกเดี๋ยวก็เลิกกันชัวร์”

 

“อือ..แต่กูทิ้งเขาเอง ไม่ใช่เพราะกูโง่สักหน่อย”



 

ไม่ว่าจุนมยอนจะพูดอะไร.. ทำไมถึงได้มีแต่คนหัวเราะเยาะล่ะ!


 

“มึงฟังเหตุผลมันก่อนแล้วเตรียมหัวเราะได้เลย” เจ้าเพื่อนตัวดีนั่นแหละ หัวเราะเสียงดังนำหน้าคนอื่นไปก่อนเลย

 

“เหตุผลมันต้องงี่เง่ามากแน่ๆ”

 

“โคตรๆ”

 

“งี่เง่าตรงไหนวะ ก็มันเด็กอะ..ติดเกม..ติดบอล..ติดแม่..แต่แม่_งไม่ติดกูเลย!”



 

คิมจุนมยอนของขึ้น!



 

“งี่เง่าจริงๆว่ะเพื่อนคริส ผัวไม่ติดเมีย..เหตุผลบัดซบที่สุดเลย ฮ่าๆๆๆ”


 

คนถูกหัวเราะใส่ไม่ขำด้วยเลยแม้แต่นิดเดียว ขนาดชานยอลที่หมายตาเขาไว้ก็ยังร่วมวงสมน้ำหน้าเขาด้วย อะไรวะ..นี่ไม่เข้าใจจริงๆว่าเหตุผลนี้มันงี่เง่าตรงไหน ใช่ว่าเด็กปีสองกับรุ่นพี่ปีสีมันจะมีเวลาว่างตรงกันมากนักนี่ พอมีเวลาอยู่ด้วยกันถ้าไม่ไปนั่งดูน้องมันเล่นเกมก็โน่น..ข้างสนามบอล ไปนั่งให้กำลังใจมันเตะบอลเข้าโกลหรือไปนั่งเฝ้าไม่ให้ชะนีเก้งกวางแทะเล็มมันกันแน่ก็ไม่รู้เหมือนกัน และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ...แม่ต้องมาก่อน คืออันนี้จุนมยอนก็เข้าใจนะ บุพการีทั้งคนยังไงก็ต้องสำคัญเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่มันก็มีมุมที่เรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ทำให้น้อยใจขึ้นมาได้เหมือนกัน



 

“กูแนะนำน้องยอลเลยครับเพื่อนจุน น้องยอลไม่ติดอะไรเลยนอกจาก..ติดพี่จุนมยอน!”

 

“สรุปแล้วก็เลิกกันหรอคะ เสียออกนะ” ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคริสถึงหมายตาน้องนักประชาสัมพันธ์คนนี้ หน้าตาก็ดี แถมยังมีความเป็นห่วงเป็นใยเขาอีก คนนี้จุนมยอนให้ผ่าน

 

“มันทิ้งมึงไปหาแม่ว่างั้น?” เขาสาบานได้เลยว่าต่อไปนี้จะขัดแข้งขัดขาลู่หานไม่ให้ได้เกิดอีกเลย งานอะไรที่สำคัญหรือมีมูลค่าสูงก็จะไปแย่งทีมมันมาทำให้หมด เอาให้สมกับการที่ทำเขาขายหน้ากลางวงเหล้าซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

“กูบอกว่ากูทิ้งมัน! ทิ้งมันไปเฉยๆเลย!”

 

“เรื่องนี้กูคอนเฟิร์มว่าโหดมากครับ ให้สิบกะโหลกเลย ตอนจีบกันก็ลำบากกูใช่มั้ย ตอนเลิกก็สร้างความลำบากให้กูไม่แพ้กัน”

 

“ยังไงครับไอ้คุณเพื่อนคริส แถลงข่าวมาได้เลย”

 

“ตอนนั้นมันติดสอบด้วยไงเลยยุ่งกันไปหมด แล้วพวกกูก็เรียนเทอมสุดท้ายแล้วด้วย สอบเสร็จ ปิดเทอม ไอ้จุนก็หายเงียบไปเลย เปลี่ยนเบอร์โทรก็ไม่ยอมบอก เด็กมันเลยต้องโทรมาหากูแทน น่ารำคาญมาก! ตอนนั้นรำคาญมึงมากจริงๆ”

 

“เดี๋ยวนะ..กูว่ามันคุ้นๆว่ะ”

 

“คุ้นไรครับเพื่อนลู่”

 

“เดี๋ยวนะ..เฮ้ย! ไอ้เด็กใหม่ เมื่อกี้เอ็งเล่าว่ารักแรกของเอ็งเป็นยังไงนะ”

 

“ไอ้เพื่อนลู่ครับ..มึงอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง จุนมยอนมันเล่าจบแล้ว ซดเหล้าสองกะละมังของมึงเลย ซดเลย! ซดเลย! ซดเลย!...” ไม่ใช่แค่เสียงปลุกระดมจากคนทั้งวงเท่านั้น คริสยังเอาชามให้จุนมยอนป้อนใส่ปากลู่หานอีกด้วย

 

“ในระหว่างที่คุณลู่หานกำลังรับโทษอยู่นั้น เรากลับมาเล่นเกมกันดีกว่า”

 

“เดี๋ยวก่อน!”

 

“อะไรของมึงอีกไอ้ลู่”

 

“กินหมดนี่เมาตายก่อนพอดี น้องครับ พี่ลู่ขอจัดหนักตาสุดท้ายนะ..นะครับ”


 

ตอนที่ลู่หานพูดมาก ขี้โวยวาย จะไม่น่าดูเท่าไร แต่พอเมาแล้วทำท่าออดอ้อนด้วยการเซไปเซมาเพราะครองสติตัวเองไม่ค่อยอยู่ก็น่าเอ็นดูเหมือนกัน คงเพราะขนาดตัวของลู่หานด้วยมั้งที่มันเล็กกระทัดรัด น่ารักไม่แพ้เพื่อนตัวเล็กที่นั่งข้างๆเลย แถมใบหน้าเรียวที่หวานยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนทำให้ถูกเข้าใจผิดบ่อยๆ ใครที่เผลอเข้ามาจีบเป็นต้องได้กำปั้นกลับไปแทบทุกคน เพราะลู่หานไม่ชอบพูดมาก..ชอบถึงไม้ถึงมือถึงตัวเลยมากกว่า


 

“พี่ลู่ขอเปิดห้องแห่งความลับของเพื่อคริสครับ!” ไม่พูดเปล่า ลู่หานชี้มือไปทางห้องครัว ซึ่งสำหรับคนเมาแล้วคือห้องเล็กๆก่อนที่จะถึงส่วนของครัวนั่นเอง

 

“นั่นบ้านกูเรียกห้องเก็บของครับเพื่อนลู่”

 

“ก็เรื่องของมึง แต่เรื่องของกูคือให้หมุนสองรอบ สองคนที่โดนต้องเข้าไปเผยความลับในห้องแห่งความลับนะครับ!” เรื่องของลู่หานได้รับความนิยมมากกว่าที่คิด เพราะนอกจากได้ยินเสียงปรบมือกันเกรียวกราวแล้ว ยังได้ยินเสียงผิวปากของใครบางคนอีกด้วย

 

“กูหมุนเอง จะได้โดนตัวเอง นี่แน่ะ!”



 

บางที… ลู่หานควรจะทำบุญก่อนมาเล่นเกมหมุนขวดนะ



 

“แม่_งเอ้ย! จุนมยอน..มึงอะมานั่งบังรัศมีขวดกู โอ๊ย..กูขอภาวนาให้หมุนได้ไอ้ยอล ไอ้ยอล! ไอ้ยอล!” คิมจุนมยอนเห็นใจลู่หานนะที่อีกเดียวปากขวดก็จะไปถึงเจ้าตัวแล้ว แต่ก็สงสารตัวเองไม่น้อยเหมือนกันที่เพิ่งโดนไปเมื่อกี้แล้วยังต้องมาโดนอีก จุนมยอนไม่รู้จะทำยังไง ห้องเก็บของนั่นทั้งเล็กทั้งแคบ เกิดได้เข้าไปกับชานยอลจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะรักษาสวัสดิภาพตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเป็นคนอื่นก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่เพราะไม่ได้สนิทกัน เขาเคยตัวเสียแล้วที่ชอบพึ่งพาคริสอยู่เสมอ จุนมยอนเอือมไปแตะอีกฝ่ายเพื่อเป็นการขอร้องซึ่งคริสก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ คว้าขวดจากมือลู่หานไปหมุนเสียเอง


 

แต่ก็นั่นแหละ….ใครจะไปรู้ว่าปากขวดจะหยุดที่ตรงไหน



 

“หนูว่าพี่เลิกเล่นเกมขวดได้แล้วมั้งคะ ดูท่าทางขวดพวกพี่จะชอบพวกเดียวกันจริงๆ”

 

“ไม่ใช่นะคะน้อง..”

 

“ซดครับเพื่อนลู่ ทำตามกติกาหน่อยครับ” นอกจากคริสต้องจับชามเหล้ายัดเข้าปากลู่หานเพื่อตัดกำลังศัตรูแล้ว ยังต้องมาดันหลังจุนมยอนให้ลุกขึ้นไปเข้าห้องเก็บของอีกด้วย

 

“เชิญคุณจุนมยอนเข้าไปรับน้องที่ห้องแห่งความลับได้เลยครับ”

 

“มึง...กูขอเสียสละกะลังมังใบนี้ให้น้องยอลได้ไหมวะ กูอยากปลอบใจน้องมันหน่อย”



 

คิมจุนมยอนยังได้ยินเสียงหัวเราะของเพื่อนทั้งสองแว่วมาแม้จะอยู่ในห้องทึบแล้วก็ตาม ห้องเก็บของที่ไม่กว้างมาก ส่วนใหญ่คริสมักจะใช้เก็บพวกอุปกรณ์กีฬา ไม่ก็พวกของตกแต่งตามงานเทศกาลต่างๆ เขายังเคยมามุดหาพวกสายรุ้งเอาไปติดต้นคริสมาสต์อยู่เลย


 

“พี่จุนมยอนครับ..แล้วเราต้องอยู่ในนี้นานแค่ไหนครับ” จุนมยอนยังคงยืนหันหลังให้อีกฝ่าย เขาตอบคำถามด้วยการส่ายหน้าให้เท่านั้น

 

“แล้วเราต้องทำอะไรในนห้องแห่งความลับนี้หรอ” คนถูกถามอยากจะตอกกลับไปว่าอย่าบ้าไปตามลู่หานนักเลย แต่ให้ตายเถอะ..เขาเองยังบ้าเล่นเกมของลู่หานไปซะเยอะเลย

 

“เราไม่ต้องเล่าความลับให้กันฟังหรอครับพี่จุนมยอน”


 

คนถูกถามชักจะรำคาญ เลยหมุนตัวกลับมาถอนหายใจใส่อีกฝ่าย


 

“งั้นผมเริ่มก่อนนะ..”

 

“ก็แล้วแต่นายเถอะ” เขาตอบอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาทำทีเป็นจับโน่นดูนี่ไปเรื่อย

 

“พี่จุนมยอน…” เจ้าของชื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นวาบบนไหล่ของตนเอง พร้อมทั้งระยะห่างของทั้งคู่ที่ลดลงมาด้วย เขาตกใจจึงได้หันไปหาอีกคน

 

“ผมน่ะเลิกติดเกมแล้วนะพี่” จุนมยอนไม่ได้อยากรู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ สิ่งที่เขาสงสัยคือทำไมคนตรงหน้าต้องรั้งไหล่ทั้งสองข้างของเขาดึงเข้าหาตัวจนใกล้กันขนาดนี้ด้วย!

 

“ผมเลิกติดเกม ติดบอล และก็ไม่ได้ติดแม่แล้วด้วย”

 

“เพราะตอนนี้..”


 

คิมจุนมยอนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่บนปลายจมูก




 

“ตอนนี้ผมพร้อมจะติดเมียแล้วครับพี่”




 

ความอุ่นซ่านแล่นพล่านไปทั่วตัว ความหอมหวานของรสชาติเดิมบนริมฝีปากที่เขายังคงโหยหาอยู่เสมอ คิมจุนมยอนเพิ่งรู้ตัวว่าเขาไม่เคยลืมจื่อเทาได้เลย แค่ไม่คิดถึง..ไม่ได้หมายความต้องจำไม่ได้เสมอไป และเพราะเขาเป็นคนเก็บความรู้สึกและอาการเก่ง จึงไม่เคยได้แสดงออกเลยว่ายังคงห่วงหาอีกฝ่ายเสมอมา เขาเกร็งหน้าแทบตายตอนที่หัวหน้าพาจื่อเทามาแนะนำให้รู้จัก ทั้งยังบอกว่าฝ่ายการตลาดต้องการเปิดรับเด็กจบนิเทศเพราะอยากได้คนครีเอทรูปแบบงานใหม่ๆ จุนมยอนค้านหัวชนฝา..ไม่ใช่ว่าไม่อยากเจอหน้าอดีตคนรักเก่า แต่เพราะไม่เห็นด้วยว่าเด็กนิเทศจะมีประโยชน์อะไรกับฝ่ายการตลาดต่างหาก



 

“เวรกรรม… กูผิดไปแล้วครับน้องยอล กูไม่น่ารีบเปิดประตูเลย!”



 

คิมจุนมยอนไม่รู้จะทำหน้ายังไงตอนที่ทุกคนในวงเหล้าเห็นความลับของพวกเขากันหมดแล้ว มีก็แต่น้องใหม่ในฝ่ายนั่นแหละที่มีสติพอเอาเข้าไปกอดซุกไว้แนบอก ปิดหน้าแดงก่ำเพราะเขินจัดของเขาได้มิด แต่ไม่สามารถกลบความละอายที่ลอบจูบกันในห้องแห่งความลับได้เลย




 

“กูว่าแล้วว่าเรื่องมันคุ้นๆ ไอ้เทามันเล่าอยู่ว่ามันร้องเพลงจีบรุ่นพี่..ห้องมึงนี่กลายเป็นห้องแห่งความลับไปแล้วจริงๆว่ะเพื่อนคริส”  





 

คิมจุนมยอนดิ้นขลุกทันทีที่เสียงประตูห้องปิดลง



 

“ปล่อยได้แล้วนะเทา”

 

“ผมบอกพี่แล้วไง..ว่าตอนนี้ผมติดเมียแล้วครับพี่”


 

ติดเมียมากแค่ไหน..

ดูได้จากอ้อนแขนของจื่อเทาได้เลย เพราะยิ่งติดมากเท่าไรก็ยิ่งกอดแน่นมากขึ้นเท่านั้นนั่นเอง



 


 

fin.



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++




+ นี่ไม่ใช่ song fic นะคะ เพราะฉะนั้นไม่ได้อิงตามเนื้อเพลงนะตะเอง
+ เรื่องนี้ base on true story แต่ไม่ใช่ทั้งหมด และได้รับการยินยอมจากเจ้าของเรื่องแล้วค่ะ
+ ได้พลอตระหว่างนั่งรถมาทำงานที่นครพนม #ทำงานเครียด #แค่อยากบ่นให้ฟัง 
+ จะว่าไปนี่เป็นช็อตฟิคเทาโฮเรื่องแรกเลยนะเนี่ย! (ถ้าไม่นับสตาร์ซีรี่ส์ น้องเทาจีวีน่ะนะ)
+ ถึงจะเริ่มแต่งเทาโฮแล้ว แต่ไม่ลืมคริสโฮแน่นอนค่ะ แค่พลอตนี้มันเหมาะกะเทามากก่าเอง^^


ติ-ชมและคอมเมนท์ให้หน่อยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ <3 



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

479 ความคิดเห็น

  1. #451 Minat Chutida (@minat26) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 16:10
    เฟฟไว้จนว่างเข้ามาอ่าน

    น่ารักมากเลยค่าอุ่น แต่แอบตกใจที่ชานยอลเป็นเทาไปซะได้555
    ยังไงก็ชอบบุคลิกจุนมยอนที่เป็นแบบนี้ ซึนๆเก็บๆ แต่ก็น่ารัก นี่จินตนาการตามว่าตัวเล็กๆขาวๆดิ้นในอ้อมแขนเทานะ งื้อออ น่ารัก
    เราก็ชอบคู่นี้ด้วยนะ เด่วนี้ยิ่งชอบ เพลาๆจากเทาฮุนก็มาคู่นี้ล่ะ แล้วก็เทาไค??5555

    นอกเรื่องไปเยอะเลย เอาเป็นว่าจะไปอ่านเพทวูฟต่อ จำได้ว่ามันยังไม่จบเนอะ มาต่อให้จบนะ 
    ปล.เราแอบเห็นในทวิตมา อย่าเพิ่งหมดกำลังใจนะ เขียนได้ดีแล้ว แบบนี้น่ารักกำลังดี เป็นทางเลือก เพราะฟิคมันมีหลายแนวอยู่แล้ว ถ้าแบบนี้เป็นแนวที่ชอบก็เขียนต่อไป เพราะมันมาจากข้างในไง ให้กำลังใจเยอะๆ กอดๆ*

    #451
    0
  2. #450 namiesname (@namiesname) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2557 / 00:43
    กรี๊ดดดดดด กรีดร้องรัวๆ งืออออ เรื่องรักแรก
    ของเด็กใหม่ที่ว่าเนี่ยเป็นแบบนี้นี่เอง
    พระเอกตัวจริงออกมาแล้ววววว จริงอย่างที่ไรท์ว่าอ่ะ
    เค้าออกมาตั้งแต่แรกแแล้วว 555

    คริสเป็นพ่อสื่อสินะ คริคริ โอยยยย เค้าชอบวิธีการเล่าเรื่อง
    ของไรท์มากกก มันจบแบบหักมุมนะคะ
    แล้วที่สำคัญเพื่อนๆคนอื่นก็พาให้ฮากระจาย
    จริงเชียว เค้าเห็นน้องยอลแว้บ น้องอกหักอ่ะ
    มามะเดี๋ยวเจ้ปลอบใจ ไม่ใช่และ เอิ๊กกกก

    ตอนที่เข้าไปในห้องแห่งความลับ
    แอบน้ำตาซึมเบๆ มันซึ้งอ่ะค่ะ 
    ไม่ติดเกม ไม่ติดแม่ แต่ติดคุณเมียแล้วนะ

    เค้าชอบบ >\< คริคริ
    แต่งมาอีกเรื่อยๆนะคะ มวฟฟฟฟ
    พี่คริสมาไวๆ เดี๋ยวน้องเทาแย่งบท
    พระเอกไปหมดนะ 55
    #450
    0
  3. #449 theblaxpsychosis. (@benpsycho) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 00:33
    เหตุผลที่พี่จุนบอกเลิกนี่น่ารักดีนะ 555555555555

    สุดท้ายเทาก็ไม่ได้ติดเกม ติดแม่แล้วน้า มาติดพี่จุนแทนแล้วเนี่ย 555555



    #449
    0
  4. #448 namiesname (@namiesname) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 / 00:25
    40% งื้อออออ นี่คืออ่านแล้วต้องเลื่อนแพริ่งดูใหม่ เว่ๆๆ
    ใครคือพระเอกกันแน่นะ ตกลงนี่คริสคือแค่เพื่อนสนิท
    หรือป่าววว ดิ้นรัวๆ อาจื่อเทายังไม่ออก พี่จุนมยอน
    คายความลับออกมาให้หมดเลยยย เราจะได้เห็นลู่หาน
    ซดเหล้าด้วยค่ะ เอิ๊กกกก 

    รอที่เหลือ ไฟติ้งๆๆ
    #448
    0