P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 59 : ○ Special ○ ตอนพิเศษ: ,, Lost and Wounded (II) ,,

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    2 พ.ค. 58

 



เอาตอนจบมาลงให้แล้วค่าา~♥♥♥
ไม่ต้องพูดมากเนอะ ไปอ่านกันเลยละกัน ขอให้สนุกเหมือนเดิมเช่นเคยนะคะ~



 

xxxxxxxxxx

 
 

 

 

P.I.R.A.T.E.S Special Story 03.2

:: Lost and Wounded ::
 

- Something I Need - by One Republic



 
 

 

 

ฟรองซัวร์ฟื้นขึ้นมาในบ้านร้าง

มันคงเป็นบ้านร้างแหละ เพราะสภาพเพดานทุเรศทุรังเกินกว่าจะมีคนอาศัยอยู่ได้ หยากใย่เต็มไปหมดแบบนั้น เด็กหนุ่มขยับตัวไม่ได้เลย อย่างแรกที่รู้สึกคือความเจ็บปวดที่ไหลจี๊ดขึ้นมาจากบริเวณช่องท้อง ไล่ลามไปตามกล้ามเนื้อทุกมัด เจ็บจนสมองแทบรับไม่ได้

เขาพยายามควบคุมลมหายใจ พอดีกับตอนที่เห็นใครสักคนยืนอยู่ข้างๆ

“ยังไม่ตายจริงๆ แฮะ เจ้านี่อึดเป็นบ้า” มันหัวเราะเบาๆ เสียงแหบปร่า “พระเจ้าช่วย”

ฟรองซัวร์ไม่รู้สึกคุ้นหน้าอีกฝ่ายเลยสักนิด เขาใช้เวลานานมากกว่าจะค่อยนึกออกว่ามันเป็นใคร ไอ้คนตาสีน้ำเงินนั่นน่ะเอง เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นมันอีกด้วยซ้ำ

“เจ้า...” เขาอ้าปากจะพูดแต่เสียงที่ออกมาแหบแห้งมากจนไม่น่าจะเป็นเสียงมนุษย์ได้ อีกฝ่ายหยิบน้ำในเหยือกมารินใส่จอกเหล้า ป้อนให้เพราะรู้ว่าเขาไม่สามารถยกดื่มเองได้ เลอะเทอะไปบ้างแต่ฟรองซัวร์ไม่ใส่ใจ น้ำที่ไหลผ่านลำคอนั่นยิ่งกว่าน้ำจากสวรรค์เสียอีก “ข้านึกว่าจะตายซะแล้ว”

“ก็ใกล้เคียง แค่บังเอิญข้ารู้จักหมอที่เก่งมาก”

ฟรองซัวร์แค่นเสียงหัวเราะ “แล้วไอ้คนที่ฟันข้ามันไปไหนแล้ว หรือเจ้าส่งตัวมันให้ทหาร?”

“เปล่า”

ไม่รู้ทำไม แต่ฟรองซัวร์กลับนึกขอบคุณที่มันตัดสินใจแบบนั้น น่าแปลกที่เขายักไม่แค้นใจ แค่สงสัยเท่านั้นว่ามันจะเป็นยังไงแล้วบ้าง เขาชาชินกับความเจ็บปวดมามากแล้ว นี่ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับตอนถูกเฆี่ยนนักหรอก ดีกว่าด้วยซ้ำเพราะสลบไปเลย ไม่มีคนคอยเอาน้ำเย็นเฉียบมาราดหัวให้ฟื้น เพื่อที่จะได้ลงมือเฆี่ยนต่อไป

“เจ้ารู้จักมันเรอะ”

“เมื่อสัปดาห์ก่อนก็ยัง แต่ตอนนี้คงรู้จักแล้ว” มันยักไหล่ “ข้าราล์ฟ อาเร็นส์”

“ฟรังค์” เขาตอบพลางหลับตาลง ยังเจ็บที่แผลอยู่แต่ไม่อยากจะถามว่าเกิดบ้าอะไรขึ้นกับร่างกายเขาบ้าง “ฟรังค์ ลูคัส และสำเนียงทาเวียร์เจ้าห่วยฉิบหาย”

ราล์ฟไม่ตอบ แค่เบี่ยงประเด็นไปว่า “เจ้าพักไปเถอะ”

“ข้าติดหนี้เจ้าอยู่เท่าไร” ฟรองซัวร์ถามลอยๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งท่าจะเดินออกไปจากห้อง “ข้าต้องหาเงินเท่าไร”

มันไม่ตอบอีก เด็กหนุ่มแขนเดียวเบ้หน้า

 

“เฮ้” เขาเรียกซ้ำ “ข้าไม่รับสินน้ำใจฟรีๆ หรอกนะ ถ้าให้ข้าทำแบบนั้น ฆ่าข้าซะเลยยังจะดีกว่า”

 

ดวงตาสีน้ำเงินหันกลับมามอง ขวางจัด แต่ไม่ได้พูดอะไร

ฟรองซัวร์หงุดหงิดขึ้นมากะทันหัน สายตานั่นไปกระตุกต่อมอะไรสักอย่างในหัวใจเขา มันเป็นสายตาของความสมเพช ของคนที่มองกดลงมาเหมือนว่าเขาโง่เสียเต็มประดา

“อะไร!” เขาตะคอก “แค่ข้าบาดเจ็บ ข้าพิการ ไม่ได้แปลว่าข้าทำอะไรไม่เป็นนะโว้ย!

ราล์ฟยังไม่พูดอะไร ฟรองซัวร์ยิ่งเกลียดดวงตาคู่นั้น

น้ำตาไหลโดยไม่มีสาเหตุ ฟรองซัวร์สบถขรม ตอนนั้นเองที่เพิ่งรู้สึกขึ้นมาได้ชัดๆ ว่ามันเจ็บ เจ็บ เจ็บจนจะเป็นบ้า เจ็บจนแทบทนไม่ได้ ราวกับมีไฟเผาอยู่ที่ช่องท้องตลอดเวลา และมีคนพยายามจะเจาะรูที่สมองของเขา

ทำไมเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทำไมเขาต้องมาอยู่ตรงนี้ ทำไมเขาถึงทำบ้าอะไรไม่ได้อีกแล้ว แค่ขยับตัวยังไม่ได้ด้วยซ้ำ เขาเกลียดความเจ็บปวดพรรค์นี้ เกลียดบาดแผล เกลียดความพิการ เกลียด เกลียด เกลียด---

ราล์ฟนั่งลงบนเตียงข้างๆ เขา มือใหญ่เอื้อมมาจับไว้ที่บ่าโดยไม่ได้พูดอะไร ฟรองซัวร์สะดุ้งเฮือก แผลที่ยังไม่หายดียิ่งเจ็บเข้าไปอีก บ้าที่สุด นี่เขากำลังทำตัวอ่อนแอให้ใครเห็น เขากำลังทำตัวน่าสมเพชอีกแล้วงั้นหรือ---

 

“ไม่เป็นไร” มันพูดขึ้นมาลอยๆ ขัดจังหวะความคิด “ข้ามองไม่เห็น ในนี้มืดเป็นบ้า”

 

ฟรองซัวร์ลืมกลั้นสะอื้นไปชั่วขณะ น้ำตาไหลพราก

บ้าเอ๊ย

 

เจ็บแผลชะมัด.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ราล์ฟขอบคุณพระเจ้าที่เรือของพ่อค้าคนนั้นเทียบท่าพอดี

เขาวิ่งตามหาหมอจนทั่วเมือง ก่อนจะพบเข้ากับหมอประจำเรือที่ลงมาซื้อยาโดยบังเอิญ ถ้าอีกฝ่ายรักษาเขาให้หายได้ กลางทะเลที่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลืออะไรเลย ก็แปลว่าต้องช่วยไอ้หนุ่มผมสีฟางคนนั้นให้รอดตายได้เช่นเดียวกัน เขาจึงลากตัวหมอไปที่บ้านร้างใกล้ๆ กันที่พาตัวคนเจ็บไปซ่อนเอาไว้

อาการสาหัสมาก แต่หมอก็รักษาได้จริงๆ

เด็กหนุ่มผิวสีแทนคนนั้นไม่ยอมไปไหนเลยตลอดการรักษา ราล์ฟเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาติดหนี้หมออยู่เป็นเงินจำนวนไม่ใช่น้อย จึงยกค่าจ้างทั้งหมดที่ได้มาในเดือนนั้นให้ไปแทน หมอมองหน้าเขาแล้วก็ถอนหายใจ บอกว่า “เจ้าเองก็ไม่ได้หลีกหนีสังคมอะไรขนาดนั้นนี่หว่า” แล้วรับเงินไปแค่ครึ่งเดียว

หลีกหนีงั้นหรือ อาจจะจริง

ตอนอยู่บนเรือสินค้า ราล์ฟไม่เข้าใกล้ใครเลย เขากลัวที่จะรู้จักใคร เขากลัวเกินกว่าจะเปิดรับให้ใครเข้ามาอีก เขากลัวเกินกว่าจะเรียกใครว่าครอบครัว เกินกว่าจะทำความรู้จักแล้วก้าวข้ามความเจ็บปวดไป

แต่ตอนนี้เขาเพิ่งรู้

 

เขากลัวจะเห็นคนตายไปต่อหน้า, กลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

 

ความทรงจำในวันที่เห็นเรือถูกเผาไปต่อหน้าต่อตากลายเป็นแค่ฝันร้าย แต่เมื่อเห็นใครสักคนที่มีชีวิต มีหัวใจ มีตัวตนเช่นเดียวกันกับเขาล้มลงไปต่อหน้า... มันเป็นยิ่งกว่าฝันร้ายในยามตื่น

ถ้าปกป้องได้เขาก็จะปกป้อง ถ้ามันจะช่วยยื้อลมหายใจต่อไปได้อีกสักนิด เขาก็พร้อมจะทำ

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“ขอบคุณ”

เกรกอรี่พูดได้แค่คำเดียวเท่านั้นหลังจากหมอกลับไปแล้ว

คนตาสีน้ำเงินนั่นบอกมาแล้วว่าชื่อราล์ฟ หมอนั่นเป็นคนแปลกกว่าใครทั้งหมดที่เคยเจอ แต่เกรกอรี่ไม่ทันได้ใส่ใจในความแปลกนั่น เขาเห็นเพียงอย่างเดียวคือความเป็นความตายของเด็กหนุ่มแขนเดียว คนที่พลาดเข้ามารับเคราะห์จากขวานของเขา คนที่ควรจะตายไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้น

แต่ก็ยังไม่ตาย

 

เกรกอรี่ยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง คนเจ็บยังหลับสนิท หมอบอกว่าคงจะหลับแบบนี้ไปอีกหลายวัน ให้คอยเปลี่ยนผ้าพันแผลและดูแลเอาไว้ให้ดี เพราะเจ้าตัวอาจจะตายลงเสียเมื่อไรก็ได้

แต่ก็ยังไม่ตาย

เด็กหนุ่มกลัวเหลือเกินกว่าจะตาย เพราะเลือดยังคงเปรอะเปื้อนอยู่บนมือเขา ยังคงติดตา ยังคงหลอกหลอนอยู่อย่างไม่มีวันลบออก เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับราล์ฟแล้วเอ่ยเรียก

“เฮ้”

คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นจากมีดสั้นที่นั่งขัดอยู่ “อะไร”

“ทำไมเจ้าถึงช่วย”

ราล์ฟไม่ตอบ แค่เสตาหลบแล้วก้มลงเอาผ้าเช็ดคมมีดต่อไปเงียบๆ นานเท่านานกว่าจะเอ่ย “จะให้ข้าทำอะไร”

“ข้า---” เกรกอรี่สะอึกไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยอมรับ “ข้าอยากขอร้อง”

“ว่า”

“ข้าจะช่วยเจ้าดูแลหมอนั่น” เขาเอ่ย พยายามทำเสียงให้เรียบที่สุด “ถ้าฟื้นขึ้นมาเมื่อไร ฝากบอกมันด้วยว่าขอโทษ”

 

“ไม่”

 

เกรกอรี่ชะงัก “อะไรนะ”

“นั่นเป็นคำสั่งเสียของคนที่จะฆ่าตัวตาย” ราล์ฟชี้แจงเสียงต่ำๆ “ข้าไม่รับคำสั่งเสียของใครทั้งนั้น”

“แต่---”

“ถ้าเจ้าจะฆ่าตัวตายก็กลั้นหายใจตายตรงนี้ ตอนนี้ ต่อหน้าข้า” เสียงเอ่ยขัดขึ้น ขวางจัด “ถ้าไม่อย่างนั้น เราก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดกันอีก ชัดเจนไหม”

ดวงตาสีดำของเกรกอรี่แข็งกร้าวขึ้น “เจ้าช่วยหมอนั่นได้ ทำไมถึงช่วยข้าไม่ได้”

 

ราล์ฟหันกลับไปสบด้วย เป็นครั้งแรกที่เกรกอรี่เห็นแววร้าวในดวงตาสีน้ำเงินคมกริบ เห็นเส้นเลือดเป็นริ้วชัดขึ้นมาจนแดงก่ำไปหมด เป็นรอยร้าวบาดลึก... ลึกมาก ลึกเสียจนไม่แน่ใจว่ามันผ่าครึ่งหัวใจดวงนั้นไปแล้วหรือยัง แต่ที่แน่ๆ มันสาหัสเสียจนคนมองได้แต่กลืนน้ำลาย

เขาเคยเห็นแต่รอยร้าวของตัวเอง

แล้วราล์ฟก็หัวเราะ ส่ายศีรษะเบาๆ พลางกระซิบพึมพำ

 

“ข้าไม่เคยช่วยใครทั้งนั้น...”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

หลังจากเผลอหมดสติไปอีกงีบหนึ่ง ฟรองซัวร์จึงเพิ่งสังเกตเห็นใครสักคนนั่งอยู่ที่มุมห้องตอนที่ลืมตา

“ขอโทษ” ใครสักคนที่ว่าพึมพำซ้ำๆ อยู่แบบนั้น “ขอโทษ ขอโทษ ข้าขอโทษ”

“เฮ้ย ไม่เอา จั๊กกะเดียม” ฟรองซัวร์รีบแย้ง “เจ้าไม่ต้อง---”

“ข้าขอโทษ”

ไอ้หนุ่มผิวแทนนั่นย้ำมาอีกครั้ง มันนั่งกอดเข่า เอาหน้าซบลงกับแขน เสียงพึมพำเลยออกมาได้แค่อะไรอู้อี้ๆ ฟังไม่ค่อยได้ศัพท์นักแต่จับใจความได้ มันไม่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แต่ฟรองซัวร์ไม่ได้ใส่ใจอะไร แค่พยายามเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อดี

ตอนนั้นเองที่ราล์ฟเดินเข้ามาในห้อง มีห่อกระดาษสองห่อ มันโยนห่อหนึ่งไปในไอ้หนุ่มผิวแทนนั่น ก่อนจะวางอีกห่อหนึ่งลงกับเตียง ข้างในเป็นขนมปังสองก้อนกับเนื้อแห้ง

“นี่ส่วนของเจ้ากับข้า” ราล์ฟว่าอย่างนั้น “เจ้าก็กินซะ เกร็ก ข้าบอกว่าจะไม่ให้มีคนตายก็ต้องไม่มีคนตาย เข้าใจไหม”

ไอ้คนที่น่าจะชื่อเกร็กหยิบห่อขนมปังขึ้นมากัด ฟรองซัวร์เขม้นมอง ดูไม่ออกว่าทางนั้นกำลังมีสีหน้าแบบไหนอยู่ ก่อนจะเบนกลับมามองราล์ฟที่อยู่ใกล้กว่ากันแทน

“เจ้าไปฉกมา?”

“ใช่ ทำงานไม่ทัน หัวหน้าไล่ข้าออกแล้ว”

ฟรองซัวร์หุบปากลงทันใด

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ฝันร้ายของราล์ฟดีขึ้น อาจจะนับตั้งแต่มีคนอยู่ข้างๆ

มันไม่เหมือนกับตอนอยู่บนเรือ หรือนอนอยู่กับพวกคนงานที่ท่าเรือ อาจจะเพราะทุกคนตรงนั้นมีตัวตนมากกว่าเขา มีค่าในสายตาคนอื่นมากยิ่งกว่าตัวเขา ในขณะที่สองคนข้างๆ นี่ไม่มีอะไรเลย ในดวงตานั่นไร้แววจนเหมือนไม่มีชีวิตด้วยซ้ำไป

ราล์ฟไม่มีอะไรจะปิดบัง ไม่เป็นไร เขาไม่คิดจะผูกพันกับใครอยู่แล้ว

 

We have nothing since the start, so nothing will ever be gone...”

ข้าไม่มีสิ่งใดอยู่แล้ว แม้คลาดแคล้วก็ไม่ไหวหวั่น

 

ฟรังค์สำลักเบาๆ หัวเราะ

 

All we need is to keep going on, and on...?”

ข้าเกิดมาแบบนั้น ในมือไม่มีสิ่งใด...

 

เป็นครั้งแรกที่ราล์ฟเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายพูดภาษาธาลัสซาได้ เป็นสำเนียงชัดเจนจนแทบจะเรียกว่าเป็นเจ้าของภาษาได้เลยด้วยซ้ำไป ในขณะที่เกรกอรี่เพียงเฝ้ามองเท่านั้น

ราล์ฟหลับตาลง มิดฟาพูดถูก

ไม่ว่าใครก็ร้องเพลงของทะเลได้ ขอเพียงอยู่ใกล้ทะเลเท่านั้น

 

ไม่จำเป็นจะต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน...

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

คนที่ชื่อราล์ฟนั่นไม่เคยบอกให้หยุดร้องไห้

เกรกอรี่ไม่เคยเจอใครแบบนี้เลย ระหว่างที่รอคนเจ็บฟื้นกลับขึ้นมา เขาเห็นราล์ฟทำท่าเหมือนฝันร้ายอยู่แทบจะทุกคืน เขาสะดุ้งตื่นมาก็บ่อยครั้งเพราะได้ยินเสียง เป็นเสียงครวญครางของคนที่กำลังทรมาน ราล์ฟกำลังทรมาน เจ็บปวด และต่อสู้อยู่กับอะไรสักอย่างภายในความฝัน

ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่เจ็บ

เกรกอรี่กอดตัวเองแน่นเข้า ราล์ฟมักจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับร้องไห้เสมอ หมอนั่นไม่เคยปิดบังเขาเลย ไม่เคยบอกด้วยว่าเขาอ่อนแอ หรือน่าสมเพช หรือสงสาร หรือเห็นใจ

 

ก็แค่อยู่ด้วยกันเฉยๆ อยู่ข้างๆ โดยไม่ต้องมีอะไรมากไปกว่านั้น ไม่แม้แต่จะคาดหวังสิ่งใด

แค่รอจนกว่าเด็กหนุ่มแขนเดียวจะฟื้นขึ้นมาเท่านั้น.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ฟรองซัวร์เพิ่งรู้ ว่าไอ้สองคนนั้นก็น่าทุเรศพอๆ กับเขา

ราล์ฟฝันร้ายแทบทุกคืน น้ำตาไหลทุกครั้งที่ตื่นมา น่าสมเพชบัดซบจนไม่อยากจะมอง ฝ่ายเกรกอรี่เองก็ชอบปลีกตัวไปอยู่คนเดียว ไม่พูดไม่จา พอเรียกทีก็สะดุ้งคล้ายกับสัตว์ป่าที่ไม่คุ้นคน แปลกดีพิลึก

เกรกอรี่ร้องไห้ตอนที่ฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ ดูเหมือนราล์ฟจะท้ามันไว้ให้กลั้นหายใจตาย แต่มันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีใครบนโลกนี้กลั้นหายใจตายเองได้ทั้งนั้น เขาตกใจเหมือนกันตอนที่เห็นเกรกอรี่สลบไป มันใจแข็งและเหี้ยมใช้ได้ แต่ว่าก็ไม่ได้ตายอยู่ดี ท่าทางสมองจะสั่งให้มันหมดสติไปก่อน เป็นสภาพที่น่าสมเพชและทุเรศสายตาที่สุดเท่าที่ฟรองซัวร์เคยเห็น แต่ก็น่าแปลกอีก เขาไม่ได้นึกรังเกียจหรือสงสารมันเลย

น่าจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาเผลอร้องไห้ต่อหน้าใครบางคนเพราะความเจ็บ แผลที่ท้องนั่นเจ็บมาก เจ็บจนไม่อยากจะทน หากน้ำตาไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของเขาลดลงสักเท่าไร

ไม่ใช่ต่อหน้าสองคนนี้

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

กินเวลาหลายเดือนกว่าบาดแผลของฟรองซัวร์จะหายดี ส่วนหนึ่งเพราะการพยาบาลแบบเก้ๆ กังๆ ตามประสาเด็กหนุ่มวัยกำลังคะนอง อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าตัวคนเจ็บนี่แหละที่ขยันทำปากแผลเปิดนัก ราล์ฟบอกตัวเองว่าเขาไม่ได้อยากมีปฏิสัมพันธ์กับใคร ไม่อยากรู้จักใครมากไปกว่านี้อีกแล้ว แต่ยิ่งผ่านไปก็ยิ่งรู้ เขาถลำตัวลึกเกินไปมาก

เกินกว่าจะหยุดได้

แม็กกีย์สอนให้เขารักตัวเอง มิดฟาสอนให้เขารักคนอื่น แต่มันคงจะถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่เขาจะต้องเติบโต ต้องสั่งสอนตัวเองโดยไม่มีใครคอยชี้นำทาง และต้องออกก้าวเดิน

มันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ที่เขาจะต้องหยุดทำตัวน่าสมเพช แม้ว่าจะไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันก็ไม่เป็นไร

มันอิ่มตัวมากเกินจะทานทนแล้ว

 

บางที, บางที

กับคนสองคนที่ไม่มีอะไรให้เสียเช่นเดียวกับตัวเขา

 

“พวกเจ้าเคยคิดจะออกทะเลกันบ้างไหม”

ราล์ฟเปรยถามขึ้นลอยๆ ในวันหนึ่ง ตอนที่เกรกอรี่กำลังเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ฟรองซัวร์ ทั้งสองคนเลิกคิ้ว หันกลับมามองหน้าเขาเป็นเชิงว่ากำลังรอฟังอยู่

เด็กหนุ่มขยับยิ้มรับ

 

บางที, มันอาจจะเป็นแค่บางที

ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขาที่ถูกพรากหายไป

 

อาจจะยังรอคอยเขาอยู่ที่เดิมก็เป็นได้...

 

 

xxxxxxxxxx




From Writer:

จบแล้ว ไม่มีอะไรต่อจากตอนนี้แล้วนะคะ ฮาาา หลังจากนี้ก็เป็นช่วงที่เริ่มหาทางออกทะเลกันน่ะนะ
ส่วนการกลั้นหายใจตายนั่นเรื่องจริงค่ะ มันเป็นไปไม่ได้ เพราะสมองจะสั่งให้เราน็อกสลบไปก่อนจะตาย แล้วเริ่มต้นหายใจต่อไปเองโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณของคนและสัตว์แทบทุกประเภทจะหลีกเลี่ยงความตายค่ะ

ถ้านึกตอนไหนของใครคนอื่นแล้วเขียนออกมาอีก ก็จะเอามาแปะโปรยให้อ่านกันนะคะ (แต่เรื่องหลักยังรีไรท์ไม่ถึงไหนเลย ฮาา) คิดถึงทุกคนมากๆ เลย ขอบคุณที่มาอ่านกันค่ะ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #583 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 16:03
    ตอนนี้ทุกคนดูบอบบางมาก
    ชอบบรรทัดสุดท้าย  สายเลือดนัดเดินเรือมันข้นจริง
    แถมคำพูดคำจาทุกคนก็คมเหมือนเดิม  เซาะใจเหมือนเดิม  ชอบ <3

    แต่การกลั้นหายใจนี่...
    เกร็กนางดูมุ้งมิ้งไงไม่รู้ดิ =.,=
    #583
    0
  2. #522 Moean (@nutree) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 00:13
    ตลกอ่ะ กลั้นหายใจตาย 55555555
    #522
    0
  3. #521 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 01:46
    ราล์ฟฟฟฟฟฟ นายหล่อมากกกกกกก อ๊า! ให้ตายเถอะอ่านแล้วร้องไห้เลยอ่ะ มาคิดดูดีๆแล้วชีวิต 3 คนนี้ผ่านเรื่องเลวร้ายมามากเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะรับไหวเลยนะเนี่ย ทั้งๆที่อายุก็ไม่เท่าไหร่แต่กับผ่านอะไรมาเยอะแยะ...พวกนายเป็นยอดมนุษย์รึไงเนี่ย! ฮื่ออออ อยากอ่านตอนหาทางออกทะเลต่ออ่ะ
    #521
    0