P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 58 : ○ Special ○ ตอนพิเศษ: ,, Lost and Wounded (I) ,,

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 เม.ย. 58

 



เอาตอนพิเศษมาฝากกันล่ะค่ะ //ทำอะไรไม่แคร์ว่ากำลังจะสอบเลย อู๊ย
อยากเขียนฉากนี้มานานแล้วแต่เพิ่งได้ลงมือเขียนจริงๆ จังๆ เป็นตอนที่ราล์ฟ ฟรังค์ กับเกร็กเพิ่งจะพบเจอกันครั้งแรกค่ะ เป็นสามคนแรกเริ่มของมารูน

มีสองตอนค่ะ แบ่งพาร์ทกันลงนะ เดี๋ยวตอนถัดไปจะตามมาเร็วๆ นี้

ไปอ่านกันเลยเนอะ



 

xxxxxxxxxx

 
 

 

 

P.I.R.A.T.E.S Special Story 03.1

:: Lost and Wounded ::


 

 

 

วันนั้นเป็นวันที่ไม่มีอะไรดี

ราล์ฟ อาเร็นส์ เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าวันดีๆ มันเป็นอย่างไร

มีพ่อค้าคนหนึ่งเก็บเขาขึ้นมาได้จากกลางทะเล ก่อนจะปล่อยเขาทิ้งไว้ที่ท่าเรือทาเวียร์เนื่องจากเด็กหนุ่มไม่ยอมตอบอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว เขาอายุสิบแปด บาดเจ็บมาก ที่แขนถูกไม้ชิ้นใหญ่ฝังอยู่ ยังดีที่หมอของเรือเก่งมากพอจะช่วยเอาไว้ทัน และโชคดีที่ยังไม่มีฉลามตัวไหนแวะเวียนผ่านมาเอาไปกิน

เด็กหนุ่มผอมและหิวโซ เขารับน้ำใจของพ่อค้าชาวครีทแลนด์ผู้นั้น แต่ไม่ยอมตอบคำถามว่าเรือแตกมาจากไหน เป็นคนชาติอะไร หรือแม้แต่ชื่ออะไร คนพวกนั้นเลยเรียกเขาว่ามารูค ที่แปลว่าสีเลือดหมูในภาษาครีท จากสร้อยแหวนสีเลือดหมูที่เขาสวมอยู่ตลอดเวลา

เขาเสนอตัวเป็นแรงงานให้เมื่อกำลังวังชาเริ่มกลับมา แต่ไม่ยอมมีปฏิสัมพันธ์กับใครเลยแม้แต่คนเดียว ไม่พูดคุย ถามคำตอบคำ และเมื่อเลิกงานแล้วก็จะปลีกวิเวกไปอยู่คนเดียวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เสียงหัวเราะของมิดฟากับเหล่าลูกเรือยังดังลั่นอยู่ในหัว ไม่เคยมีคืนไหนเลยที่ราล์ฟไม่ฝันร้าย มันคอยซัดโถมเข้าใส่หัวสมองเขาราวกับคลื่นยักษ์ ระลอกแล้วระลอกเล่า คอยย้ำซ้ำๆ ว่ามันจบแล้ว ทุกอย่างจบสิ้นแล้วต่อหน้าต่อตา

เด็กหนุ่มถูกปล่อยทิ้งไว้ที่ท่าเรืออย่างง่ายๆ เขาไม่เหลือบ้าน เขาไม่มีที่ไป เขาไม่รู้จักใครในทาเวียร์ พอจะพูดภาษาได้บ้างแต่ว่าไม่แข็งแรงนัก ใกล้ๆ กันมีป่า เขาเลยเข้าไปแล้วทำธนูอย่างง่ายๆ ขึ้นมาคันหนึ่ง ล่าสัตว์ประทังชีวิต แต่สภาพไม่เอื้ออำนวยพอให้ยึดอาชีพนายพรานได้

ในป่ามีอาถรรพ์ มันมีเสียง มีความทรงจำ มีช่วงชีวิตวัยเด็กที่ไม่อาจหวนคืนกลับมา ราล์ฟจึงตัดสินใจกลับเข้าเมือง ทำงานกับพวกคนคุมท่า ยอมเป็นแรงงานให้พวกมันโขกสับอย่างไม่มีจุดหมาย

คนงานเก่าๆ หลายคนเกลียดเขาอย่างไม่มีสาเหตุ คงเพราะทำงานดีได้ค่าจ้างมาก เขายังหนุ่ม แรงเยอะ หัวไว มาทำได้พักเดียวก็ได้ขึ้นเงิน พวกคนอื่นๆ ที่ทำได้ไม่มากเท่าเลยหาทางกำจัดเขาอยู่ตลอดเวลา ราล์ฟทำอะไรไม่ได้ เขาไม่อยากโต้กลับ ไม่อยากสนใจ เขากลัวความตายและไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรอยู่แล้วตอนที่วิ่งหนีพวกมันข้ามตลาดไป มีที่ซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น เขาจำได้ดี มันเป็นห้องเก็บของที่เขาบังเอิญไปพบเข้า

เพราะมิดฟาสั่งให้ไม่ตาย เขาเลยต้องมีชีวิตอยู่

 

เขากลัวเกินกว่าจะทำอะไรทั้งนั้น.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

วันนั้นเป็นวันฝนตก

เกรกอรี่ การ์แลนด์ อาจจะเกิดมาเพื่อเป็นฆาตกร

ความทรงจำในวัยเด็กเลือนรางมากจนไม่อยากจะหวนกลับไปนึกถึงอีก มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกเด็กทาสชั้นต่ำทั้งหลายนั่นแหละ เขาเริ่มเข้าสู่ระบบนรกนี่ตอนอายุสิบเอ็ด เคยโชคดีได้เจ้านายดีอยู่บ้าง เคยได้เป็นเด็กรับใช้ธรรมดาๆ ได้เรียนได้อ่านหนังสือเหมือนคนทั่วไปเช่นกัน หากโชคดีไม่เคยอยู่นาน เกรกอรี่เคยคิดด้วยซ้ำว่าเขาอาจจะไม่เหมาะกับการอยู่ที่ไหนนานๆ ก็ได้ พระเจ้าคงไม่ต้องการให้เขาเคยชินหรือสนิทสนมกับใครทั้งนั้น

เพื่อนทุกคนของเขาล้วนเป็นทาส รู้จักกันแต่ไม่เคยผูกพัน เดี๋ยวๆ ก็ถูกจับไปขายต่อ เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ตอนอายุสิบเจ็ด เขาถูกจับเข้ากรงพร้อมกับทาสอีกหลายคนที่อายุใกล้เคียงกัน พร้อมกับคำสั่งง่ายๆ แค่ว่าให้ฆ่ากันเอง ถ้าไม่ฆ่า พวกมันก็จะเริ่มฆ่าให้เองเสียทีละคนๆ เกรกอรี่เป็นเด็กตัวสูง โครงใหญ่ ข้อลำแข็งแรงเป็นทุนอยู่แล้ว เขาฆ่าไปคนหรือสองคนที่พยายามจะเข้ามาบีบคอ ในตอนนั้นกลัวแค่อย่างเดียวคือกลัวตาย

แล้วเขาก็ได้พบกับอีซา

เขาในตอนนั้นเป็นทาสคนสุดท้ายที่มีชีวิตอยู่ การ ฝังเวท ลงในตัวทาสเพื่อ เพิ่มมูลค่าสินค้า จึงเริ่มต้นขึ้น มันเป็นปิศาจที่ไร้ร่าง ไร้ชื่อ ไร้หน้าตา ถูกกักเอาไว้เป็นสินค้าของพวกค้าทาสเช่นเดียวกัน เกรกอรี่เคยอยู่ในอาณาจักรโมเรียมาก่อนเมื่อตอนยังเด็กมาก ถึงจะไม่ใช่โมเรียแท้แต่มันก็เป็นภาษาแรกที่เด็กหนุ่มพูดได้ เขาจึงเรียกมันว่าอีซา เป็นคำโมเรียที่แปลว่าสีแดง

ไม่ผิดอะไร เพราะอีซาเกิดมาเพื่อเรียกสีแดงออกจากคนอื่น เศรษฐีที่ซื้อเขาไปชอบเด็กสาวๆ มาก โดยเฉพาะสาวผมแดง ตาแก่นั่นซื้อเขาไปเป็นองครักษ์ประจำตัว ทุกๆ เดือนจะมีเด็กสาวหน้าใหม่แวะเวียนมาเสมอ เขาต้องคอยเฝ้ามองผู้หญิงพวกนั้นถูกทำร้ายแค่เพราะไอ้เวรนั่นบอกว่าเสียงกรีดร้องของพวกหล่อนหวานดี คอยเป็นคนลงมือสังหารเมื่อเจ้านายเริ่มเบื่อ และอยากเห็นสีแดงที่สดกว่าสีผมของพวกหล่อน

ตอนเกรกอรี่อายุสิบเก้าปลายๆ เศรษฐีคนนั้นก็ถูกลอบสังหาร และเขาไม่ใส่ใจจะช่วย

ทุกคนในคฤหาสน์ตายหมดยกเว้นเด็กทาสนิรนาม ข่าวฆาตกรต่อเนื่องเด็กสาวผมแดงทุกๆ เดือนมีมาได้สักพักแล้ว แต่เมื่อคฤหาสน์ต้นข่าวลือถูกฆ่าล้างบางหมด ผู้คนเลยตื่นตระหนกกันใหญ่ พวกทหารประกาศชื่อ เลือดสีดำ ออกมาพร้อมค่าหัวสูงลิ่ว มีรูปพรรณสัณฐานอยู่บ้างอย่างที่เกรกอรี่เห็นแล้วได้แต่สบถ

ผิวสีแทนเข้มไม่ใช่สีผิวของชาวทาเวียร์หรือธาลัสซา พวกนักล่าค่าหัวล่ะชอบนัก พวกเหยื่อที่มีเอกลักษณ์แบบนี้น่ะ

แต่เขาไม่อยากฆ่าใครอีกแล้ว ไม่อยากแม้แต่จะเห็นเลือด

 

เขาอยากตาย

ซึ่งบางที... เขาก็อาจจะสมควรตายจริงๆ นั่นแหละ...

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

วันนั้นมีขุนนางชั้นสูงแวะมาเที่ยวเมืองท่าในทาเวียร์

ฟรองซัวร์ ลูคัส ไม่ได้เกิดมาด้วยสันดานโจร แต่ถ้าไม่เป็นโจร เขาก็ไม่รู้จะไปทำอะไรกิน

แค่เป็นโจรก็ลำบากมากแล้ว มันเสี่ยง แต่มันได้เงินดี ถึงจะลำบากไปสักหน่อยสำหรับคนที่มีอวัยวะไม่ครบแบบเขา หากมันก็ยังดีกว่ายอมอดตายอย่างหมาข้างถนน ฟรองซัวร์ออกจากบ้านตอนอายุสิบหก ไม่ได้เอาอะไรติดตัวไปเลยแม้แต่อย่างเดียวนอกจากเสื้อผ้าที่สวมอยู่ตอนนั้น เขาออกไปตายเอาดาบหน้า ร่อนเร่ไปทั่ว อาศัยเล่นพนันได้มาก็เอาไปซื้อข้าวของ เพราะถึงจะอยู่ในวัยแรงงาน แต่ใครมันจะจ้างคนที่ไม่มีมือสักข้างกัน

เขาออกจากธาลัสซาไปทาเวียร์ พ่อเขาเป็นทาเวียร์และเคยสอนภาษานี้มาบ้าง คนธาลัสซาส่วนใหญ่ก็พูดทาเวียร์กันเป็นอยู่แล้วโดยเฉพาะพวกคนค้าขาย ลักษณะผู้คนก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก อาจมีวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกัน อาจมีระบบความคิดที่แปลกออกไป แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของฟรองซัวร์

เขารักทะเล เขาไปตามชายฝั่ง

ตอนอายุสิบแปด เขาเริ่มมีชื่อขึ้นมาบ้างในฐานะขโมย ใบประกาศจับระบุว่าเป็นไอ้หนุ่มผมทอง มีแขนขวาข้างเดียว และมีตะขอสีเงินแทนมือ มีคนเรียกเขาว่าตะขอเงิน บางทีฟรองซัวร์เห็นใบประกาศพวกนั้นก็กลอกตาแล้วฉีกมันทิ้งเสีย ไอ้บ้า เรียกกันยังกับโจรสลัด เขาไม่ได้ออกทะเลด้วยซ้ำไป (แต่เอาเถอะ พวกทหารเรือก็ไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์กันนักหรอก ไม่ว่าจะของทาเวียร์หรือธาลัสซาก็เถอะ)

พวกคนในบาร์ที่ไม่รู้จักเขาเคยหัวเราะกันด้วยซ้ำว่าพวกทหารกลัวอะไรกับคนไม่มีมือ แต่เด็กหนุ่มไม่ใส่ใจ พวกร้านรับซื้อของใต้ดินรักเขามาก และเขารู้ตัวดี

เขาขโมยของเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ

มันไม่ควรจะเป็นพรสวรรค์ที่ดี ฟรองซัวร์ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมายืนอยู่ที่นี่ ในท่าเรือ จีบสาวไปวันๆ หากินตามประสาโจร ไร้บ้าน ไร้ที่ซุกหัวนอน ไร้ซึ่งคนรู้จัก

เขายังไม่อยากถูกพวกทหารเรือจับได้ในตอนนี้

อัญมนีของขุนนางชั้นสูงมันสวยจนน่าเอาไปขายต่อ แต่ถ้าให้โดนทหารจับได้มันก็ไม่คุ้มกัน ฟรองซัวร์เกลียดทหารมากพอๆ กับที่เคยเฝ้ามองและชื่นชม เขาเคยหิวจนเกือบอดตายเลยเผลอพลาดท่าเข้าตอนขโมยอาหาร ก่อนจะถูกจับได้อย่างโง่ๆ แล้วก็ลงโทษอย่างตรงไปตรงมา พวกทหารลงมือเฆี่ยนตามกฎหมาย ทิ้งบาดแผลเอาไว้เต็มหลัง

บาดแผลถลอกปอกเปิกจนเห็นเนื้อ แสบจนชา จนไร้ความรู้สึก แต่ไม่เจ็บเท่าสายตาสมเพชที่คนพวกนั้นมองมา พวกคนที่เกิดมาสมบูรณ์พร้อม มีอวัยวะครบ มีทุกอย่างในชีวิต...

 

เขาถูกคนในเครื่องแบบสีขาวเรียกเลือดออกมาแล้วสองครั้ง

ถ้ามีครั้งที่สาม, เขาอาจจะยอมตายจริงๆ ก็ได้

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ราล์ฟหลบซ่อนตัว

ห้องเก็บของนั่นเก่าและร้างมาหลายปีมากแล้ว พวกคนค้าคนขายในตลาดเคยบอกเขา  เด็กหนุ่มจึงยึดมันไว้เป็นที่ซ่อนตัวยามที่ไอ้พวกคนงานคนอื่นๆ กินเหล้าเมาแล้วหาเรื่องฆ่าเขา พวกมันไม่ค่อยมีสติมากนักหรอก ฆ่าคนมานักต่อนักแล้ว ตราบใดที่ยังปิดหูปิดตาคนคุมท่าได้ พวกมันก็พร้อมจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ราล์ฟซ่อนตัวอยู่ในนั้นเงียบๆ พอดีกับตอนที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย เขาเปิดบานประตูขึ้นไปแอบมองนิดหนึ่ง มันฟังไม่เหมือนกับเสียงตะโกนโหวกเหวกก้าวร้าวของพวกคนงาน

แล้วเขาก็พบกับใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น

 

กำลังหัวเราะ, แบบเดียวกับที่เคยเห็นมาก่อนบนเรือของมิดฟา.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

เกรกอรี่ทำได้เพียงวิ่งหนี

สายของทหารเรือทาเวียร์จับได้ว่าฆาตกรต่อเนื่องหนีมาหลบอยู่ในเมืองท่า ลักษณะของเด็กหนุ่มเองก็โดดเด่นไม่ใช่เล่น ตามหาตัวได้ไม่ยากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าตัวไม่คิดจะหนีสุดชีวิตสักเท่าไร

เกรกอรี่หนีด้วยความเคยชิน เขาชินกับการเอาตัวรอด ชินกับการวิ่งหนี เขายังไม่ชินกับการหันกลับไปเผชิญหน้าแล้วอ้าแขนรับความตาย ไม่ว่าในใจลึกๆ จะต้องการมากเพียงใดก็ตาม ไม่เป็นไร อย่างน้อยๆ เขาก็แค่วิ่งจนกว่าจะหมดแรงวิ่ง แค่ไล่ตามไอ้เด็กที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาแล้วสามวันคงไม่ยากเกินกำลังทหาร

เลยตลาดไปจนสุดถนน ไม่มีทางไปต่อ

เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ ให้กับฟ้า หมุนตัวกลับไปจะประจันหน้ากับใครก็ตามที่อาจเลี้ยวมาพบเจอ

 

ทุกอย่างคงจบกันแค่นั้น, ถ้าไม่ใช่ว่าได้มือของใครสักคนคว้าเอาไว้เสียก่อน

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ฟรองซัวร์กำลังหนีตาย

พวกทหารจับเขาได้คาหนังคาเขาตอนกำลังจะขโมยของ เด็กหนุ่มสบถลั่นแล้วโยนทุกสิ่งทุกอย่างทิ้ง อาศัยความเร็วพุ่งตัวหนีไปอีกทาง พักหลังๆ มานี่มีทหารในเมืองท่าเพิ่มขึ้นมาก ไม่แปลก ได้ยินว่ามีฆาตกรต่อเนื่องมาหลบซ่อนอยู่แถวนี้ พวกชาวบ้านคงหวาดหวั่นกันน่าดู แต่ถึงขนาดทหารต้องลงมาจัดการด้วยตัวเองแบบนี้คงเป็นฆาตกรมือดีไม่ใช่เล่น

เขาทำได้แค่วิ่งและวิ่ง ฟรองซัวร์มั่นใจว่าเขาวิ่งเร็วมาก อย่างน้อยๆ ก็เร็วกว่าทหารแน่ๆ แต่เริ่มไม่มั่นใจแล้วตอนที่เห็นจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี่มันวิ่งตามมาจับเขาหรือจับใครกันแน่วะ

ทางหนีทีไล่ถูกปิดล้อมไปทีละเส้นทาง เด็กหนุ่มได้แต่สบถอยู่ในใจระหว่างวิ่งเลยผ่านตลาดไป เขารู้ดีว่ามันเป็นทางตัน เขาไม่มีแรงเหลือพอจะพยายามปีนโดยไม่มีมือสักข้างให้ใช้ แต่บางทีอาจจะมีที่ให้ซ่อน หรือถ้าแอบเข้าไปในบ้านใครสักคนได้ล่ะก็---

 

ใครบางคนคว้าตัวเขาเอาไว้ แล้วกระชากเข้าไปในที่ซ่อน

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ฉิบหายแล้ว ราล์ฟสบถกับตัวเองในใจ คนที่ไล่ตามมาคือทหาร

เขาไม่เคยอยากยุ่งกับพวกผู้รักษากฎหมาย ทั้งแม็กกีย์ทั้งมิดฟาต่างก็เกลียดทหารกันทั้งคู่ ความเกลียดชังนี้เลยส่งทอดลงมาถึงเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ อันที่จริงก็ไม่เชิงเกลียดนัก ราล์ฟเพียงแค่อยากเลี่ยงให้มากที่สุดเท่าที่จะเลี่ยงได้

คนที่ถูกลากลงมามองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก จะว่าตกใจก็ไม่เชิง เรียกว่ามึนงงน่าจะถูกต้องที่สุด

ราล์ฟสบถในใจเบาๆ เขากำลังเสือกไม่เข้าเรื่องอีกแล้ว

 

แต่เขาเห็นมันยิ้มอย่างคนพร้อมจะตาย

 

เสียงหัวเราะของคนบนเรือโจรสลัดแวบผ่านเข้ามาในหัวสมอง หัวใจถูกฉีกกระชาก ทำไมคนสักคนถึงพร้อมจะตาย ทั้งๆ ที่มีอีกหลายคนไม่เคยอยากเข้าใกล้มัน

ทำไมคนที่มีชีวิตถึงอยากตาย ทำไมคนที่ตายถึงอยากอยู่

ทำไม ทำไม ทำไม

 

ราล์ฟตอบไม่ได้ และไม่คิดจะตอบ เขารู้เพียงแค่ว่าเขาเกลียดความตาย

ไม่ว่าคนที่ตายต่อหน้านั่นจะเป็นใครก็ตาม.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

มันเป็นผู้ชายที่มีตาสีน้ำเงินจัด

เป็นสีที่ตัดกับสีแดงของเลือดอย่างชัดเจน เกรกอรี่ทันเห็นสีน้ำเงินจัดนั่นเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นก่อนจะถูกลากหายเข้าไปในความมืด เป็นทางลับใต้ดินที่ซ่อนอยู่หลังกองฟาง กลิ่นอับฉุนกึกปนมากับกลิ่นไม้ เต็มไปด้วยหยากใย่และฝุ่นหนาเตอะ เดาแล้วน่าจะเป็นที่เก็บของของใครสักคนแถวๆ นี้

ข้างใต้แคบมาก มีที่พอสำหรับคนไม่กี่คนเท่านั้น แต่จู่ๆ ไอ้คนตาสีน้ำเงินนิรนามนั่นก็ยันตัวพรวดกลับขึ้นไปบนพื้นดินอีก คว้าตัวใครสักคนลงมาด้วย เป็นเด็กอายุไล่ๆ กัน เห็นเพียงแค่แขนข้างซ้ายที่ว่างเปล่า

ทุกคนหยุดเงียบอยู่ในความมืด เกรกอรี่ยังหอบหายใจหนัก ผู้มาใหม่เองก็เช่นเดียวกัน แต่เสียงฝีเท้าของทหารเหนือหัวก็ดังกลบเสียมิด ผ่านไปนานมากกว่าเหล่าผู้รักษากฎหมายจะค่อยๆ รามือกลับไป ท่าทางไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง

พอทุกอย่างเริ่มกลับสู่ความสงบ เด็กที่ลากทุกคนลงมาก็ปีนกลับขึ้นไปก่อน ปล่อยให้เกรกอรี่หันไปสบตากับเด็กอีกคนอย่างไม่แน่ใจว่าควรจะทำอะไรดี รายนั้นมีตะขอสีเงินแทนมือขวา ส่วนข้างซ้ายว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย และท่าทางจะสับสนไม่แพ้กัน

พวกเขาสองคนปีนตามขึ้นไป (ทุลักทุเลไม่ใช่เล่นสำหรับคนไม่มีมือ) ก่อนจะพบกับเด็กหนุ่มอายุไล่เลี่ยกันคนหนึ่ง เป็นคนสูงมาก ตัวใหญ่ ผมสีดำเกรียมแดด ตาสีน้ำเงินจัดจ้าเหมือนลูกแก้วคมกริบ เสื้อผ้าเก่าโทรมเปื้อนฝุ่นเปื้อนดิน ขากางเกงขาดและไม่ได้ใส่รองเท้า มีสร้อยสีดำห้อยจี้แหวนสีแดงเลือดหมูอยู่กับแผ่นอก

หมอนั่นไม่ได้พูดอะไร นอกจากผงกศีรษะให้แล้วตั้งท่าจะเดินจากไป ง่ายๆ แบบนั้น

 

ง่ายเกินไป

 

ความโกรธเกรี้ยวไหลปราดเมื่อหัวสมองเริ่มประมวลผลได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วฆาตกรต่อเนื่องก็ลุกพรวดขึ้นไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายมาต่อยหน้าอย่างแรง เด็กหนุ่มลืมสิ้นซึ่งความหิว ความเจ็บ ความไร้เรี่ยวแรงและไร้กำลังของตัวเอง

เขาต่อยซ้ำอีก

 

“ทำไม – ไม่ – ปล่อย – ให้ – ข้า – ตาย---!

 

มันอาจจะเป็นเด็กที่พระเจ้าส่งมาช่วยชีวิต เกรกอรี่จึงทำได้เพียงถามกับพระเจ้าว่าทำไมถึงไม่ยอมให้เขาตายเสียที ทั้งๆ ที่ชีวิตของเขาไม่ควรจะยืนยาวไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ทำไม ทำไม ทำไม

พระเจ้าไม่เคยรักเขา และไม่ควรจะเริ่มรักเขาตอนที่เขาพร้อมจะปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างไป...

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ฟรองซัวร์มองไอ้หนุ่มผิวสีแทนคนนั้นต่อยหน้าผู้ช่วยชีวิตไว้อย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่ต่อว่า

หมอนั่นเป็นคนผิวสีเข้มมาก เข้มจนผิดหูผิดตา รูปร่างผอมแต่ว่ากระดูกใหญ่ ผมสีดำยาวยุ่งเหยิง เสื้อผ้าดูมีราคาแต่ว่าเก่ามากและขาดวิ่น ดวงตาเป็นสีดำสนิทไร้แวว ดูเหมือนคนตายมากกว่าคนเป็น

คนตาสีน้ำเงินล้มโครมลงกับพื้น แต่ท่าทางคนต่อยจะยังไม่พอใจ ต่อยซ้ำแล้วซ้ำอีกจนหมดแรง แต่ท่าทางก็ไม่น่าจะมีแรงเหลืออยู่สักเท่าไรนักหรอก มันผอมมาก สภาพก็ไม่ผิดจากเขาเท่าไรตรงที่น่าจะอดอยากมาแล้วหลายวัน คนข้างถนนแบบพวกเขาหิวโหยเสมออยู่แล้ว ยกเว้นแต่จะขโมยอะไรได้

คนผิวแทนหมดแรงแล้ว คราวนี้เป็นรอบของคนตาสีน้ำเงินบ้าง มันเริ่มต่อยกลับ กระชากคอเสื้อมาไว้แล้วต่อยสุดแรงจนเซล้มไปบ้าง แรงจนได้เลือด

“เฮ้ย พอได้---” ฟรองซัวร์ตั้งท่าจะเข้าไปห้าม เขาไม่แน่ใจว่าไอ้หนุ่มผิวเข้มนั่นจะทนแรงต่อยได้สักแค่ไหน ท่าทางมันอิดโรยจะตายชัก แต่มันกลับปฏิเสธความหวังดีของเขาด้วยการต่อยบ้าง กระชากอะไรสักอย่างออกมาจากใต้เสื้อคลุม แล้วขวานสีดำเล่มใหญ่ก็เหวี่ยงวูบ!

ทุกคนหยุดนิ่ง เด็กผิวเข้มเองก็ท่าทางตกใจไม่แพ้กัน

“ข้าไม่---” มันงึมงำไม่เต็มเสียง มองขวานในมือด้วยสายตาตระหนก “บัดซบ!

มันลุกขึ้นตั้งท่าจะวิ่งหนี แต่ก็ล้มลงก่อน น่าสมเพชนัก แต่ฟรองซัวร์คิดว่าตัวเองอาจจะน่าสมเพชกว่า เพราะคมขวานนั่นไม่ได้มีเอาไว้ขู่เฉยๆ มันมีเอาไว้ฆ่า และถ้าเขาถอยหลังช้ากว่านี้ไปอีกแค่เสี้ยววินาที ร่างของเขาอาจจะถูกผ่าครึ่ง

 

เพราะแค่นี้เลือดก็ไหลมากพอแล้ว

มากจนเขาแทบไม่รู้ตัวเลย.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ราล์ฟมองเห็นเลือดที่ถูกรีดออกไปแล้วใจหายวูบ

มันไม่ใช่เลือดของเขา แต่เป็นเด็กหนุ่มแขนเดียวคนนั้น มันอยู่ใกล้ระยะฟาดฟันมากกว่าเขา ดีที่หลบทัน แค่นิดเดียวเท่านั้นแต่ว่าได้แผล ได้เลือด บาดเจ็บ และ...

หัวสมองว่างเปล่า ราล์ฟไม่รู้ตัวเลยตอนที่ปราดเข้าไปหามัน

 

มันสำลักเลือด อวัยวะภายในอาจจะเสียหาย

ราล์ฟแทบหายใจไม่ออก ใครกำลังจะตายอีกแล้ว, ต่อหน้าเขา

ไม่ ไม่ ไม่

 

มิดฟายิ้ม มาร์โกหัวเราะ คนบนเรืออีกหลายคนเดินเข้ามาขยี้หัวเขาอย่างเอ็นดู ภาพพวกนั้นยังคงชัดเจน มันยังคงอยู่ เขายังคงรัก เขายังคงร้องไห้ เขายังคงฝันร้ายให้กับมัน เขายังคงหวาดกลัวจนแทบจะเป็นบ้า กรีดร้องจนไม่รู้จะร้องยังไงที่ต้องเห็นคนเหล่านั้นค่อยๆ จากไปทีละคน

มิดฟาหัวเราะให้เขาในความทรงจำอีกแล้ว

ความตั้งใจที่จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใครอีกเลยตลอดชีวิตพังทลาย ราล์ฟเพิ่งรู้สึกตัวตอนนั้นเอง เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อพบเห็นอะไรแบบนี้ เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นพยานในการจากไปของใครสักคน

ไม่ ไม่ ไม่

 

เขาจะไม่ยอมให้มันเป็นอย่างนั้นอีกเด็ดขาด.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

เกรกอรี่มองเลือดของคนแขนเดียวแล้วขยับตัวไม่ได้

เขาเปื้อนเลือดอีกแล้ว เขาเปื้อนเลือดอีกแล้ว เขาเปื้อนเลือดอีกแล้ว

ไอ้หนุ่มตาสีน้ำเงินรีบปราดเข้าไปประคองตัวไว้ ถึงเกรกอรี่จะประหลาดใจที่มันเป็นห่วงเป็นใยคนแปลกหน้าผิดปกติ แต่เขาก็ไม่มีเวลาใส่ใจอะไรอีกแล้ว เขาเกือบฆ่าคนอีกแล้ว เขาเกือบผ่าครึ่งไอ้หนุ่มพิการผมสีฟางนั่นไปแล้ว เหมือนกับเด็กสาวผมแดงคนอื่นๆ ที่ถูกเขาฝังคมมีดลงไปในผิวเนื้อ เหมือนกับ...

เขาถอยไปจนหลังชิดกับผนังที่สุดทาง หนีไปไหนไม่ได้

เขาเปื้อนเลือดอีกแล้ว

เขาเกือบฆ่าคนอีกแล้ว

อาจจะถูกต้องแล้ว...

 

เพราะอีซาแปลว่าสีแดง และเขาเกิดมาเพื่อฆ่าคน

หัวใจร้าว จิตวิญญาณแหลกสลาย

 

พระเจ้ากำหนดมาแล้ว, และคนอย่างเขาคงไม่มีวันต่อต้านพระประสงค์ที่บิดเบี้ยวนั่นได้เลย.

 

 

xxxxxxxxxx




From Writer:

โอ๊ย เขียนแล้วคิดถึงเป็นบ้าเลย ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

อันนี้เป็นไทม์ไลน์ตอนที่กัปตันกับฟรังค์อายุ 18 ส่วนเกร็ก 20 ค่ะ ตอนที่ยังไม่มีมารูน นับจากตอนที่เรือของมิดฟาถูกโรคระบาดก็ประมาณหนึ่งปีพอดี อาจจะบวกลบนิดหน่อย
ลองเขียนแบบสามมุมมองดู สนุกดีแฮะ แล้วจะพยายามรีบมาต่อนะคะ! 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #582 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 16:00
    จุดเริ่มต้น !!
    ตอนพิเศษมาดีอีกแล้ว
    ทุกคนอยู่ในช่วงเติบโตเป็นชายเปี่ยมออร่า

    สู้ๆ นะทุกคน!
    #582
    0
  2. #520 Ōkami-san◆ (@namwancat) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 15:18
    โอ๊ย เห็นตอนแรกนี้ดีดีใจมากเลยค่ะ คิดอยู่ว่ามองผิดรึเปล่า ทั้งสามคนนี้ก็น่ารักจริ๊งงงงง //คิดถึงค่าไรท์ >3<
    #520
    0
  3. #519 ชานัวร์ (@keratikan) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 11:03
    โอ้ยไอบ้าา ไอบ้าทั้งสาม ฮืออ ไม่รู้จะพูดอะไรแต่ไอสามคนนี้มันไอบ้าชัดๆ TT
    #519
    0
  4. #518 dark-violin (@dark-violin) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 10:52
    งื้อออออออออออ กัปตันนนน กัปตันน่าเอ็นดูมากเลยค่ะแงงงงง
    ไม่หอกหักด้วย...
    เกร็ก เกร็ก เกร็กกกก อยากกอดมากเลยค่ะ
    ทั้งสามคนเลยยย ฟรังค์สู้ชีวิตมาก นับถืออออ
    จะรอตอนต่อนะคะะะ
    #518
    0
  5. #517 MadCat (@rambo-nat) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 10:48
    คิดถึงจุงเบยยยยย อร๊ายยยยย ชอบพ่อหนุ่มสามมุมนี่มาก พ่อหนุ่มเอ๋ย! ฟินดีแท้! ทั้งๆ ที่ดูดราม่า แต่ข้าพเจ้าอ่านแล้วมุ้งมิ้ง ทำไมกันนะ //คิดถึงมากค่ะ
    #517
    0