P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 53 : ♦ 48 ♦ ข้าแต่พระเจ้าและซาตาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 ม.ค. 58

 
 
Chapter 48
ข้าแต่พระเจ้าและซาตาน

 

  

 

“ฝ่าบาทจะทรงปล่อยไปเช่นนี้หรือพะย่ะค่ะ”

นอกห้อง เมื่อพ้นจากระยะได้ยินของคนอื่นทั้งหมดมาแล้ว วิลเลียมจึงค่อยเปรยถามเสียงแหบแห้งอย่างไม่มั่นใจนัก คู่สนทนานิ่งเงียบไปชั่วครู่ ไม่หันกลับมามองหน้า

“ข้าไม่มีอำนาจแทรกแซงการทำงานของพวกเจ้า” เจ้าชายหนุ่มพ่นลมหายใจยาว “ข้าก็ไม่ได้หวังว่าไทเลอร์จะยอมง่ายๆ แค่เพราะอาเร็นส์เป็นลูกชายมันหรอก ข้าแค่ลองเสี่ยงดู” ว่าแล้วก็ยักไหล่ “แต่ไทเลอร์เลือดเย็นกว่าที่ข้าคิดไว้ มันก็แค่นั้น”

 

เพราะคนที่สวนกลับมาว่า “เด็กนั่นเป็นลูกข้าแล้วยังไง?” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำแบบนั้น... ไม่มีวันอ่อนลง

 

ริกซัสรู้ดี ถึงแม้หัวใจเจ้าตัวจะแหลกสลาย ถึงแม้จะถูกกล่าวหาว่าเหี้ยมโหดผิดมนุษย์ แต่คำตอบที่ออกมาแล้วย่อมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง... นั่นคือเหตุผลหลักที่ไทเลอร์ เบอร์ตัน ได้ขึ้นมาเป็นถึงหัวหน้าสายสืบของราชวงศ์ธาลัสซา ยืนอยู่เหนือสายลับสองหน้าทุกคนที่พร้อมจะเฉือนเนื้อตัวเองทิ้งเมื่อไรก็ได้

โดยไม่มีแม้แต่น้ำตา

 

และนั่นอาจจะเป็นเพียงเหตุผลเดียวที่วิลเลียม เบิร์นส์ ไม่เคยได้เลื่อนขั้นในฐานะสายสืบ

 

วิลเลียมลอบกลืนน้ำลาย กระซิบแผ่วเบา “แล้วพระองค์จะ---”

“ข้าทำเท่าที่ทำได้ไปหมดแล้ว”

“แต่---”

“ไม่เหลืออะไรให้ข้าทำแล้ว เบิร์นส์ หน้าที่ของข้าในเกมนี้จบแล้ว” ริกซัสตอบก่อนจะถามจบด้วยซ้ำไป เนตรคมกล้าหันไปสบด้วยในที่สุด “ที่เหลือคือเจ้านั่นแหละ เรียกข้าออกมาแบบนี้... ต้องการอะไร”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

มารูนทุกคนรู้ดี ความช่วยเหลือไม่มีวันลอยมาจากฟากฟ้า

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นในชีวิต คือตอนที่ราล์ฟเอื้อมมือออกมาให้ในวันที่พวกเขานอนแน่นิ่งอยู่ในนรก... มันจะไม่เกิดขึ้นอีก จะไม่มีใครมาช่วยอีก และมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่จะปกป้องมันเอาไว้ได้

“ถ่วงเวลาไว้!

“นานแค่ไหน!

“จนกว่าข้าจะกลับมา!

“นั่น – ช่วย – ได้ – มาก – เลย – ว้อย!!” ฮันส์สบถลั่นกับคำตอบของเกรกอรี่ ต้นหนหนุ่มโยนกัปตันลงไปนอนเล่นบนพื้นแล้ว พวกเขาไม่มีมือมากพอจะหิ้วปีกคนเจ็บไปด้วยจัดการปิศาจไปด้วย แล้วในเมื่อผู้มีอำนาจรองลงมาอย่างเกรกอรี่สั่งไว้แบบนั้น พวกเขาจะทำอะไรได้อีก

 

ไม่มีใครรู้ว่าเกรกอรี่กำลังคิดอะไรอยู่ รู้แต่ถ้าพลาดขึ้นมา... ไม่ว่าใครก็มีหวังได้สิ้นชื่อมันตรงนี้แน่!

 

หัวหน้าลูกเรืออาศัยช่องโหว่ที่เหล่าปิศาจไม่เข้าโจมตีเขาวิ่งเข้าไปในซากวิหาร ชายหนุ่มปีนข้ามซากปรักหักพังตรงไปยังมวลเวทหนาหนักที่อวลอยู่ข้างใต้ มือกร้านพยายามยกกองอิฐที่สุมกันอยู่ออก แต่ที่เขาว่าเวลาฉุกเฉินคนเราจะมีเรี่ยวแรงมากกว่าปกติคงจะจริง เกรกอรี่ไม่รู้ว่าเขายกหินพวกนั้นออกไปได้อย่างไร รู้แต่เวลากำลังลดถอยลงทุกที... เวลาชีวิตของเพื่อนเขา และอาจจะรวมถึงตัวเขาเองด้วย!

ไม่กี่นาทีแต่ยาวนานที่สุดในชีวิต กว่าเกรกอรี่จะสังเกตเห็นขอบอ่างสำริดหยาบๆ ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางซากอาคารกับฝุ่นควัน เขาดึงมันออกมา เป็นอ่างก้นแบน เส้นผ่าศูนย์กลางกว้างพอๆ กับถาดใส่อาหารในพระราชวัง เนื้อสำริดเขลอะไปด้วยฝุ่นกับหยากใย่ หากนอกนั้นแล้วกลับยังคงสภาพดีอยู่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของสนิม

เวทสีฟ้าน้ำทะเลจับตัวกันอยู่ภายใน หนาแน่นจนแทบจะมองเห็นเป็นของเหลว เกรกอรี่ชักมีดสั้นข้างเอวขึ้นมาไว้พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ โน้มตัวไปข้างหน้า ก่อนจะจ่อคมมีดเข้ากับปลายรอยสักที่หน้าท้อง

 

“พร้อมไหม อีซา” เขาพึมพำ “ที่จะเป็นของข้า”

ปิศาจใต้พันธะหัวเราะเบาๆ ก้องอยู่ในสมอง เกรกอรี่หลับตาลง

 

โจรสลัดหนุ่มกัดฟันกรอด มือเผลอสั่นไปชั่วขณะระหว่างที่กรีดลากไปตามรอย จากหน้าท้องด้านหนึ่งแทยงขึ้นไปถึงแผ่นอก เลือดสีแดงสดไหลริน กระทบลงกับเวทมนตร์ในอ่างแล้วหลอมรวมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แปรเปลี่ยนสีฟ้าสดใสให้กลายเป็นสีดำมืด ดูชั่วร้ายพอๆ กับพันธะที่ขึงรั้งชีวิตเขาเอาไว้

มือที่กำมีดไว้เผลอจิกแน่นเข้าจนเล็บแทบจะฝังเข้าไปในเนื้อ เขาลากมีดเป็นรอยพาดไปอีกข้าง เกรกอรี่เงยหน้าขึ้นมองฟ้า ก่อนจะกลั้นใจกรีดไขว้กลับลงไปจนครบรูปนาฬิกาทรายไร้ฐาน ฉีกเอาแผลเก่าให้เปิดขึ้นนิดหนึ่ง

ไอควันเวทบางเบาเหนือผิวอ่างลอยขึ้นมาตามผิวกาย แล้วดึงเลือดที่ควรจะไหลลงไปถึงขอบกางเกงให้ลอยสู่อ่างเวท ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว เกรกอรี่ลมหายใจสะดุดไปด้วยความเจ็บปวด รู้สึกได้ถึงมือเย็นเฉียบที่มองไม่เห็นกำลังลากไปตามรอยแผล ก่อนจะค่อยๆ แทรกนิ้วเข้าไปในรอยกรีดอย่างช้าๆ...

เกรกอรี่สำลักลม หอบหายใจหนัก เป็นวิธีถอนคำสาปที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ ให้พระเจ้าช่วยเถอะ!

 

“ยินดีที่ได้รู้จัก...” เขากระซิบเสียงแหบแห้ง นึกสงสัยว่าจะทนไปได้ถึงเมื่อไร “...และลาก่อน แม่มดแห่งทะเล”

แว่วเสียงหญิงสาวหัวเราะ แล้วแสงสีฟ้าจัดจ้าก็สว่างวูบ!

 

รอยสักอาบเลือดแสบร้อนขึ้นในวินาทีถัดมา เป็นความเจ็บที่ฝังลึกเข้าไปในกล้ามเนื้อ ทะลุผ่านเส้นประสาททุกเส้นเสียยิ่งกว่าแผลกรีดทั่วๆ ไป แสงสีฟ้าเรืองขึ้นโดยรอบก่อนจะค่อยๆ ดับลงอย่างช้าๆ หายไปพร้อมๆ กับความทรมาน เหลือทิ้งไว้แค่ความเจ็บในระดับที่ควรจะเป็น

 

เกรกอรี่ยังคงหลับตา มันจบแล้ว

จะไม่มีปิศาจหรือคำสาปใดพยายามกลืนกินร่างเขาอีกต่อไป...

 

มือสีเข้มที่เปื้อนเลือดไปบ้างยกขึ้นขยี้ตาเบาๆ ปรับสายตาที่พร่าไปด้วยแสงเมื่อครู่ให้กลับคืนสู่ปกติ ปัญหาของเขาจบแล้ว หากชายหนุ่มไม่มีเวลามานั่งถอนหายใจ เขาไม่ใช่คนเดียวที่มีชีวิตอยู่บนเส้นด้ายของคำสาป

เพราะทะเลคลั่ง... คลั่งไปแล้ว

นางพลาดจากเขา แต่คำสาปของนางแม่มดชรากลืนกินคัตวาไปได้โดยสมบูรณ์ เกรกอรี่ครางเบาๆ อย่างเหนื่อยอ่อน นึกสงสัยว่าพระเจ้าต้องการอะไรจากเขานักหรือ ถึงได้ปล่อยให้ปิศาจของคัตวาหลุดการควบคุมแบบนี้...

 

เพราะเขาอยู่กับปิศาจสิงร่างมานานจนรู้ดี วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะหยุดพวกมัน... คือกำจัด ร่างต้น อย่างคัตวาทิ้งไป!

 

“ยังจะฆ่าอยู่ไหม...”

อีซาถามซ้ำเบาๆ อยู่ในหัว เสียงฟังอ่อนลงกว่าทุกครั้งที่เคยได้ยิน ปิศาจของเขาหลุดพ้นจากพันธะของแม่มดแห่งทะเลแล้ว และไม่มีความจำเป็นจะต้องบ้าคลั่งอีกต่อไป ชายหนุ่มพยายามหยัดยืนอย่างยากลำบาก ร่างกายเริ่มทำงานช้ากว่าที่สมองสั่งด้วยเลือดที่ยังคงไหลไม่หยุด

“เกร็ก...?”

เจ้าของชื่อพ่นลมหายใจยาว เบนสายตากลับไปยังสมรภูมิ ก้อนหินใหญ่และซากปรักหักพังกั้นเขากับสมรภูมิเอาไว้จนมองอะไรไม่เห็น แต่จิตสังหารของปิศาจร่วมร้อยมันรุนแรงจนแทบจะทำให้แผ่นดินสะเทือนได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องให้แม่มดแห่งทะเลสาปไว้เลยด้วยซ้ำ

มีทางใดบ้างที่จะหยุดปิศาจได้โดยไม่ฆ่า...

“ข้าเปื้อนเลือดศพมามากแล้ว อีซา” เกรกอรี่พึมพำแผ่วเบา เป็นไม่กี่ครั้งที่เขาตอบปิศาจในบัญชาด้วยการออกเสียง “มากเกินไปแล้วสำหรับชั่วชีวิตหนึ่ง”

 

ดูเหมือนเขาจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ...

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ห่างออกมาที่ชายป่า มิเชลแทบจะคลั่งตายอยู่แล้วกับการโจมตีอันไร้ที่สิ้นสุดนั่น

“ปล่อยข้า!” นางรำสาวกรีดร้องใส่อเล็กเซย์ที่รวบตัวหล่อนไว้แน่น หากมือหยาบกร้านของเคบินบอยกลับยิ่งบีบหนักเข้าไปอีกจนเจ็บไปหมด ซ้ำยังลากไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่จนมองไม่เห็นสถานการณ์ใดอีกจนหญิงสาวคำรามลั่น “โอ๊ย! เจ้าจะบ้าหรือไง เพื่อนเจ้ากำลังจะตายนะ!

ไฟของวลาดิเมียร์จะต้านทานฝูงงูเวทของคัตวาไปได้อีกนานแค่ไหน... แค่ดูด้วยตาก็รู้แล้ว!

“มิเชล” อเล็กเซย์พยายามกดเสียงต่ำๆ คล้ายจะสงบสติอารมณ์ระหว่างเอ่ยปราม “แล้วท่านจะทำอะไรครับ ระเบิดท่านก็หมดแล้ว---”

“ข้าจะไปฆ่าหมอนั่น!

หล่อนประกาศกร้าว จากจิตใต้สำนึก จากส่วนลึกของหัวใจ อเล็กเซย์จะไปเข้าใจอะไรในเมื่อเขาไม่รู้จักคัตวาอย่างที่หล่อนรู้จัก ผู้ชายคนนั้นฆ่าคนมามากเกินไป เขาทำร้ายคนสำคัญของหล่อนมากเกินกว่าที่จะยอมรับได้แล้ว และถ้าหล่อนไม่ทำอะไรสักอย่าง โลกทั้งใบของหล่อนคงหายไปต่อหน้าต่อตา!

 มือระเบิดสาวพยายามสะบัดตัวแต่ก็ไม่หลุด ตัวหล่อนเล็กเกินกว่าจะสู้แรงของผู้ชายได้ แม้เคบินบอยคนนั้นจะเป็นเพียงเด็กรับใช้ผอมๆ บนเรือแต่เขาก็เป็นโจรสลัดคนหนึ่ง เด็กหนุ่มแข็งแรงกว่าที่ตาเห็นมากและไม่ยอมเปิดช่องว่างง่ายๆ เล่นเอาหญิงสาวเผลอสบถออกมาอย่างลืมตัว

“ข้าสั่งให้ปล่อยไงยะ ไอ้บ้านี่!

“หุบปากสักทีได้ไหมครับ! อเล็กเซย์ตะคอกกลับบ้างอย่างเหลืออด มิเชลสะดุ้งเฮือกกับนัยน์ตาสีอ่อนที่ฉายแววกราดเกรี้ยวผิดวิสัย “คิดว่าข้าสนุกนักหรือไงกับการรั้งตัวท่านไว้แบบนี้น่ะ เงียบสักทีเถอะ!

“ข้า---” หญิงสาวพูดไม่ออกไปชั่วขณะ “แต่--- ทุกคนกำลังจะถูกฆ่---”

“จะไม่มีใครตายครับ”

“แต่คัตวา---!

“ข้าบอกว่าไม่ตายก็ไม่ตายไง!” เคบินบอยแทรกขึ้นเสียงห้วนกร้าว “อย่าทำให้ข้าต้องผิดคำสาบานได้ไหมครับ! ข้าเองก็หมดความอดทนเป็นเหมือนกันนะ!

“คำสาบานบ้าอะไร---!

 

“ปัดโธ่เอ๊ย--- กัปตันไม่ได้ปกป้องท่านเพื่อให้ท่านออกไปตาย ยังไม่เข้าใจอีกรึไงครับ!

 

คำพูดคุ้นๆ เหมือนกับคราวที่ฮันส์ตะคอกให้หล่อนวิ่งหนีเข้าป่า มิเชลหยุดชะงักไปในทันทีราวกับถูกสาป หล่อนอ้าปากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็พูดไม่ออก หัวใจบีบตัวแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ หล่อนไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ระหว่างความหวาดกลัวกับความเจ็บปวด

หล่อนไม่เข้าใจผู้ชายพวกนี้ หล่อนไม่เข้าใจเลย...

อเล็กเซย์หอบหายใจเบาๆ ก่อนจะค่อยปรือตาหลับลง รั้งอ้อมกอดเข้ามาอีกนิดพลางแนบหน้าผากเข้าหาหล่อนอย่างถือสิทธิ์ที่สุด ถ้าเป็นเวลาปกติ หญิงสาวคงผลักเขาล้มไปแล้ว หากมิเชลได้แต่ยืนนิ่ง ดวงตาคู่สวยยิ่งฉายรอยปริร้าวหนักกว่าเดิม มือเท้าเย็นเฉียบ...

“เข้าใจด้วยเถอะครับ พวกเรามารูนสาบานกันเอาไว้แล้วนับตั้งแต่วันที่ขึ้นเรือมา” อเล็กเซย์พึมพำเสียงแผ่ว ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นสบ “ว่าไม่ว่ากัปตันจะปกป้องใคร พวกเราจะปกป้องด้วย...”

“แต่นั่น...”

“ข้าเป็นหมอครับ มิเชล คนสุดท้ายที่ต้องตายที่นี่คือข้า” อเล็กเซย์พึมพำแทรกขึ้นมา เสียงแหบแห้งลงไปอีก “มันเป็นหน้าที่ของข้าที่จะต้องรอจนกว่าทุกอย่างจะจบ เก็บศพคนตาย ดูแลคนเจ็บ... และปกป้องสิ่งที่คนที่เหลือปกป้องไม่ได้...”

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนปรือขึ้นสบ หญิงสาวหายใจไม่ออกไปชั่วขณะ มันฉายรอยร้าวแบบที่หล่อนรู้จักดี และกำลังแหลกสลายอยู่ภายในเงียบๆ ในฐานะของคนที่ไม่อาจออกไปร่วมในสมรภูมิได้

ความหวาดกลัวของผู้รอคอย...

 

“ท่านเป็นศักดิ์ศรีของกัปตันนะครับ มิเชล” เด็กหนุ่มกระซิบจนแทบไม่ได้ยินเสียง “ท่านเป็นศักดิ์ศรีของมารูน ที่พวกเราจะไม่มีวันยอมให้บาดเจ็บโดยเด็ดขาด... ไม่ใช่ต่อหน้ากัปตัน...”

 

มิเชลยืนนิ่ง ไม่ว่าอะไรออกมาอีก แค่ปล่อยให้เสียงการต่อสู้ดังขึ้นมาแทนที่ ก้มหน้ารับฟังเสียงที่ไม่อยากได้ยิน

“ข้าไม่ได้อยากเป็น” หล่อนกระซิบกับบ่าเขา “ข้าไม่ได้อยากเป็น...”

“ข้ารู้ครับ” เสียงตอบเลื่อนลอย “ข้ารู้...”

 

“หลบไป!!

 

เสียงตะโกนลั่นขัดจังหวะขึ้นมากลางคัน เคบินบอยกับนางรำสาวรีบหันขวับไปตามกระแสลมที่เปลี่ยนทิศกะทันหันทันที งูเวททั้งฝูงเองก็ชะงักการโจมตีไปชั่วขณะเช่นเดียวกัน เปิดช่องว่างชั่ววินาที ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเกรกอรี่จะพุ่งตรงไปหาร่างต้นของปิศาจที่คู้ตัวอยู่ด้านหลัง!

กลุ่มมารูนที่เหลือรีบถอยห่าง ฝูงงูแตกฮือ หมอกควันเวทที่ล้อมรอบตัวคัตวาอยู่เองก็สลายฟุ้งไปเหมือนปัดควัน ทะเลคลั่งหันกลับไปอย่างตกใจ งูทุกตัวขู่ฟ่อ พวกมันได้กลิ่นของแม่มดแห่งทะเลจากโจรสลัดผิวเข้มคนนั้น อ่อนจางกว่าก่อนหน้านี้มากจนนึกเคลือบแคลง... หรือคำสาปของนายแม่จะเลิกปกป้องคนผิวแทนนั่นแล้ว ถ้าเช่นนั้นแปลว่าพวกมันออกล่าได้หรือเปล่า พวกมันไม่แน่ใจ...

“เกร็ก ระวัง!

วลาดิเมียร์รีบกระจายเปลวไฟไปรอบๆ เมื่องูพวกนั้นตั้งท่าจะโจมตีเกรกอรี่กับคัตวาที่ปลุกปล้ำกันอยู่บนพื้น ฝั่งหัวหน้าลูกเรือตัวใหญ่กว่ามากในฐานะที่เป็นแรงงานทาสเก่า ท่อนแขนของคัตวาดูผอมแห้งไปเลยเมื่อเทียบกัน เลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วแผ่นอก ไหลลงมาตามแผลกรีดรูปเดียวกับรอยสัก ย้อมเสื้อเชิ้ตผ่าหน้าให้เป็นสีแดงสดบาดตา

อีกฝั่ง ใบหน้าของคัตวาดูซูบตอบกว่าที่เคยราวกับถูกสูบพลังชีวิตไป ทะเลคลั่งคำรามเสียงเหมือนสัตว์ป่า ฟังคล้ายเสียงงูมากกว่าอย่างอื่น แลเห็นเขี้ยวยาวแหลมกับรูม่านตาที่เรียวเล็กลงจนเกือบจะเหมือนสัตว์เลื้อยคลาน

ฉับพลันนั้นเองที่มือของเกรกอรี่รวบเข้ารอบลำคอ ก่อนจะกระชากตัวคัตวาลงกับพื้น!

คนมองใจหายวูบ อเล็กเซย์ที่อยู่ห่างออกไปเผลอกอดมิเชลแน่นขึ้น

“แต่... กัปตัน... ปกป้องไอ้บ้านั่นนะ...”

คาร์ลอสที่ประคองตัวราล์ฟไว้อยู่กระซิบเสียงแหบๆ ท่ามกลางความวุ่นวาย แต่ไม่มีใครค้าน ไม่มีใครแย้ง มีแค่คัตวาที่เริ่มดิ้นพราดอย่างทรมานเมื่ออากาศถูกคั้นออกจากปอด

 

บางทีนั่นอาจจะเป็นคำตอบสุดท้ายของอดีตฆาตกรต่อเนื่อง

เกรกอรี่ การ์แลนด์ ถูกเลี้ยงมาเพื่อเปื้อนเลือดแทนคนอื่นอยู่แล้ว หากจะผิดคำสาบานแค่ครั้งเดียว คงไม่ได้หนักหนาไปกว่าเดิมสักเท่าไร...

 

ไฟสีส้มบาดตาแผ่กระจายไปทุกทิศทุกทางอย่างหมายจะหยุดยั้งงูทุกตัวที่เข้าโจมตี หัวใจคนมองแตกร้าว มือของนักเวทไฟชาด้าน แต่ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของทะเลคลั่งจะขาดหาย เกรกอรี่ก็ตะโกนลั่น

“วลาด เผาข้า!

“ฮะ---”

“เผา – ข้า – เดี๋ยว – นี้ – !!

“เฮ้ย! ท่านจะบ้ารึไง---!

 

“ไอ้เด็กเปรต ข้าสั่งให้เผาก็เผา! เดี๋ยวนี้!!

 

วลาดิเมียร์หันกลับไปมองทุกคนตรงนั้นชั่ววินาทีอย่างขอความเห็น คาร์ลอสส่ายศีรษะ หน้าซีดเผือด ในขณะที่ฮันส์ขบกรามแน่น เหงื่อไหลซึมชื้นไปหมด ใบหน้าฉายแววลังเลไม่แพ้กัน

แผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือน พลังชีวิตของผู้เหลือรอดเริ่มกระตุ้นคำสาปของแม่มดแห่งทะเลให้ทำงานอีกครั้ง อเล็กเซย์รีบคว้าตัวมิเชลออกจากเขตป่าแทบจะในทันใด ต้นไม้รอบด้านเริ่มไหวตัวอีกแล้ว เช่นเดียวกับผืนปฐพีที่ทำท่าราวกับจะทรุดหายลงไปใต้ทะเลตลอดเวลา!

เกรกอรี่ตะคอกจนน่ากลัวหลอดคอจะแตก เสียงดุกร้าวที่สุดเท่าที่เคยทำมา

“วลาด! เดี๋ยวนี้!!

นัยน์ตาข้างเดียวของพ่อครัวหนุ่มไหววูบ ความกลัวแล่นเข้าจับที่ขั้วหัวใจจนตีกันมั่วไปหมด หากสุดท้ายคำสั่งก็เป็นฝ่ายชนะ แล้วลูกไฟขนาดใหญ่ก็พุ่งตรงเข้าใส่ร่างบนพื้นทั้งสอง ลุกท่วมใหญ่โตประหนึ่งจะเผาทั้งฟากฟ้า!

 

 

“ข้าแต่พระเจ้าและซาตาน!!


 

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงแผ่นดินที่เริ่มไหวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทรงตัวไม่อยู่ เสียงดังครืนโครมแข่งกับเสียงตะโกนจากกลางกองเพลิง

“---จงผูกชีวิตด้วยโลหิตแห่งข้า ด้วยคำวิงวอนแห่งปิศาจ ด้วยเลือดเนื้อแห่งเทวัญ ข้าแต่ทวยเทพและอสุรา จงขีดชะตาแห่งพระเจ้าใหม่แด่ข้าและบ่าวของข้า ข้าแต่ผู้สร้างและผู้ทำลาย ข้าขอแลกด้วยชีวิต ขอสาบานด้วยลมหายใจ ต่อหน้าสักขีพยาน ฟากฟ้าและพื้นดิน---”

คัตวาดิ้นรน เล็บจิกครูดเข้ากับมือกร้านที่บีบคออยู่อย่างสิ้นหวัง ตาเหลือกลอย

ฝูงงูเวทส่งเสียงแหลมสูงจนฟังไม่เหมือนอสรพิษร้ายอีกต่อไป ไอเวทสีดำที่ปกคลุมอยู่ทั้งหมดถูกดูดเข้าหากองเพลิง ฮันส์คว้าตัววลาดิเมียร์ได้ก็กระชากให้ถอยไปหลบข้างหลัง เช่นเดียวกับคาร์ลอสที่ได้แต่ยืนทำอะไรไม่ถูก เกรกอรี่ยังคงอยู่ตรงนั้น ไม่ใส่ใจเศษหินบางส่วนที่กลิ้งหล่นลงมาจากหน้าผาอย่างมุ่งร้าย เขาเพียงตะโกนออกมาราวกับไม่ถูกไฟเผา

“สาบานว่าเจ้าจะไม่มีวันทำร้ายข้า แล้วข้าจะไม่มีวันทำร้ายเจ้า!” เสียงทุ้มต่ำฟังรีบเร่งขึ้นกว่าบทร่ายเวทเมื่อครู่ มือที่บีบลำคอแน่นอยู่ผ่อนลง แลเห็นรอยสีดำสนิทเลื้อยไล่ขึ้นมาตามผิวเนื้อบริเวณนั้น จากปลายนิ้วสีแทนเข้มของเกรกอรี่สู่ลำคอบอบช้ำของคัตวา

ลายสลักยังคงเป็นสีอ่อนจาง เกรกอรี่คำรามเสียงต่ำ

“ไอ้เด็กบ้า สาบานสิโว้ย!

“ปล่อยข้า!” ทะเลคลั่งกรีดร้องทันทีที่หาเสียงตัวเองเจอ มันแหบแตกฟังไม่ได้ศัพท์ “ปล่อยข้า! ปล่อย---”

 

“สาบานกับข้า!

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลแดงที่กลับสู่สภาพมนุษย์แล้วหวั่นไปอย่างน่ากลัว เปลวไฟที่ลุกโชนอยู่รอบด้านกลับเย็นเฉียบจนตัดผิว มันสะท้อนวูบวาบ แลบเลียอยู่ในกระจกตา คัตวาหายใจอย่างยากลำบาก ก่อนจะแทบสำลักออกมาเมื่อเกรกอรี่บีบเข้าที่กระเดือก แทบจะกระชากวิญญาณไปจริงๆ ตามตัวอักษร

ความตายแสยะยิ้มให้ ทะเลคลั่งน้ำตาไหลพราก หวาดกลัว หวาดหวั่น ตะโกนออกมาเท่าที่จะทำได้ประหนึ่งคนบ้า

“ส... สาบาน! ข้าสาบาน!

ลมหายใจขาดห้วง รอยสักค่อยๆ เด่นชัดขึ้นตามลำดับราวกับถูกวาดซ้ำด้วยพู่กัน เกรกอรี่เงยหน้าขึ้นตรงต่อสวรรค์เบื้องบน ลั่นวาจาสุดท้าย

 

 

“ข้าแต่พระเจ้าและซาตาน ขออวยพรแด่พันธะสัญญาแห่งข้า---!


 

แว่วเสียงวลาดิเมียร์อุทานอะไรเป็นภาษาสลาฟ เมื่อจู่ๆ ไฟที่โอบอุ้มอยู่ประหนึ่งเพลิงเผาศพก็ถูกดูดหายเข้าไปในมือของเกรกอรี่ สูบเอาพลังเวทบางส่วนไปด้วยอย่างไม่ทันตั้งตัว พ่อครัวหนุ่มชักมือกลับตามสัญชาตญาณ หากหัวหน้าลูกเรือไม่ได้คัดค้านอะไร เพียงแค่หอบหนักๆ เหงื่อท่วมตัวเหมือนเพิ่งวิ่งข้ามเกาะทั้งเกาะมา นัยน์ตาสีนิลพร่ามัว

เขาปล่อยมือออก คัตวา ฟลินน์ นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ลมหายใจสั่นระรัว รอบลำคอมีรอยสักสีดำสนิทเพิ่มขึ้นมา เช่นเดียวกับที่นิ้วมือทั้งสิบของเกรกอรี่...

ปิศาจของทะเลคลั่งหายไปแล้ว เหลือเพียงเกาะทั้งเกาะที่ยังสั่นสะเทือนไม่หายจนไม่มีใครสามารถหยัดยืนขึ้นมาได้

แผ่นดินเริ่มร้าวออกจากกัน เหล่าลูกเรือใจหล่นลงไปถึงตาตุ่มอีกรอบ เกรกอรี่พยายามครองสติเอาไว้พลางเหลือบมอง เขาควรจะถือโอกาสนี้หายตัวหนีไป เขาควรจะพาทุกคนหนีไป...

แต่พลังเวทหยดสุดท้ายในร่างกายเขาถูกรีดออกไปหมดแล้ว เช่นเดียวกับพลังเวทของ สักขีพยาน อย่างวลาดิเมียร์...

 

“ไอ้เด็กบ้า...”

 

ชายหนุ่มผิวเข้มประณามด้วยสติอันเลือนราง ก่อนจะจำสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่ได้อีกเลย

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

เอื้อห์ ได้เขียนฉากนี้สักที
ผ่านท่อนไคลแม็กซ์ไปแล้วแต่ก็ยังไม่พอใจตัวเองเท่าไร ฮือ ดันรู้สึกโอเคกับฉากที่พูดถึงไทเลอร์ที่สุดซะงั้นไป ทั้งๆ ที่มาทีหลังแท้ๆ
บทนี้เป็นบทที่อยากเขียนมานานมากแล้วค่ะ เป็นฉากแรกๆ ที่คิดไว้ให้คุณเกร็กกับคัตวา พอๆ กับที่ฉากฟรังค์บุกกองทัพเรือเป็นฉากแรกๆ ที่คิดไว้ให้แฝดนั่นแหละ ส่วนที่ยากที่สุดคือส่วนคำร่ายเวทมั้งคะ เราไม่ได้คิดคำร่ายเวทสไตล์นี้มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย (ฮาา)




When You Come Back to Me Again by Garth Brooks

เพลงนี้ให้คุณเกร็กค่ะ
ไม่หรอก คนนี้ก็ไม่ใช่พระเอก เพราะถ้าคัตวาไม่เคยเรียกหา คุณเกร็กคงไม่มีวันผูกตัวเองกับใครแน่ๆ แต่เพราะคัตวาเรียก เพราะเหมือนตัวเองเกินไป เพราะกลัวที่จะลงมือฆ่าเกินไป กลัวจะเปื้อนเลือดมากเกินไป
นั่นคือคุณเกร็กของเราค่ะ :)

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #577 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 15:46
    เจ็บปวดแทนอเล็กซ์และมิเชล Y____Y
    แต่เกร็กทำอะไรกับหนูคัต!?
    ครั้งนี้เกร็กเด่นจริงๆ  โคตรเท่
    เนื้อเรื่องโคตรเข้ม !!!!!
    #577
    0
  2. #488 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:24
    *ืยืนโบกป้ายเกรกอรี่เอฟซี*
    ตอนนี้ขอยกให้คุณเกร็กเป็นพระเอกเลยค่ะ ถึงถ้าคัตวาไม่เรียกเขาก็ไม่ผูกก็เถอะ แต่นี่แบบ.....คุณคะ หล่อไปค่ะ หล่อไปปปปปป๊ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ อีซาก็หล่อค่ะ รังสีหล่อแผดเผาทั้งเจ้านายทั้งปีศาจเลยค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    ขอสครีมซ้ำๆ ถ้าคัตวาไม่เรียกหา ถ้าคัตวาไม่เรียกหา ถ้าคัตวาไม่เรียกฟากฟกาวสฟกาวสฟกาวสฟกาวสฟกาฟวสหก ขอเชิญพวกคุณสองคนไปผูกวิญญาณกันที่วิมานดินค่ะ แงงงงงงงงง //มอบโล่เรียลออฟเดอะเยียร์ให้
    กรี๊ดอีกทีก็อเล็กซ์ เคบินบอยยยยยยย ฮืออออ กอดมิเชลไว้แน่นๆเลยนะ แง ทำลังเลอีกแล้ว ฟฟฟฟฟฟ //ชอบมิเชลมากด้วย โดยเฉพาะตอนที่นางบอกว่าข้าไม่อยากเป็น คือ คือ คือนางอยากไปช่วยมากๆ มากกว่าที่จะเป็นศักดิ์ศรีที่ได้แค่ถูกปกป้อง โอยยยย ชอบบบบบบ ชอบบบบ ชอบสาวแกร่งแบบนี้ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ *ฮาเร็มมารูน**สนับสนุน**สนันสนุนทุกทาง*
    ปล.คุณพ่อโหดรว้ายแต่หล่อเราให้อภัย *แปล๊บ*
    ปล2.ป๋าวิลนี่ทำตัวมีซัมธิงกับซัมวันนะ คุคุ //เผ่น
    #488
    0
  3. #486 ภูตินิรันดร์ (@variana) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:55
    กรี๊ดดดดดดด! ตอนนี้เกร็กเท่มากกกกกกก *-* โอ๊ย! ตายๆๆๆๆๆ ตอนนี้ลุ้นมากจนนั่งแทบไม่ติดที่ ว่าแต่ตอนหน้าจะมีฟรังค์ไหมง่า คิดถึงแฝดกับคุณอดีตเจ้านายฌาค จะเป็นไงต่อไปน้อ ว่าแต่ไทเลอร์ช่างมั่นคงซะจริง แม้แต่ลูกยังไม่ยอมช่วย แต่ก็โกรธไม่ลงเนอะ เฮ้อ! แล้วงานนี้ใครจะมาช่วยพวกวลาดล่ะเนี่ย ราล์ฟจ๋า นายหายเงียบไปเลย เฮ้อ! ตอนนี้บ่นยืดบ่นยาว แต่จะรอตอนต่อไปค่ะ! สู้ๆนะคะ!
    แล้วก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่เจ้าชายติดนะคะ
    #486
    0
  4. #485 MiMiChiiz (@mif28) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 19:03
    อ่านเรื่องนี้แล้วคือน้ำตาแตกกก555
    มันบีบคั้นหัวใจจจจ T========T
    อ่านจบไปสามสี่รอบแล้วค่ะ! ตามมานานและนา
    แต่ไม่เคยเม้นเลยมั้ง แฮ่ TwT
    #485
    0
  5. #484 worm-book (@m130341) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 21:35
    ไทเลอร์นี่ใจแข็งสุดๆ แต่คนที่ตกอยู่ในสถานะแบบนั้น...รู้สึกตำหนิไม่ลง
    ตอนนี้คุณเกร็กสุดยอดจริงค่ะ ฮีแมนมาก เด่นมาก แล้วก็แหม ดูห่วงคัตวามากเลยรู้สึกเป็นปลื้มมม
    ส่วนคุณน้องคัตวาก็...เอื้ออออออ #ความโมเอะกระแทกหน้า #เดี๋ยว #มันไปโมเอะเมื่อไหร่
    #484
    0
  6. #483 dark-violin (@dark-violin) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 13:14
    โอย........ลุ้นๆๆๆๆๆๆ จนหายใจไม่ทันแล้วค่ะ สงสารคัตวา เห็นใจคุณเกร็ก

    และเจ้าชายเท่มากค่ะ แฮร่กส์#อะไร

    ฮืออออ เอาตอนต่อไปมานะคะะ อ่านไปทั้งตอนในหัวคิดแต่ว่าเจ้าชายยยย มาช่วยสิคะะะ#อวย
    #483
    0