P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 49 : ♦ 44 ♦ มนุษย์เกิดและตายไปพร้อมความว่างเปล่าเสมอ (+ตอนแถม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 609
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ม.ค. 58

 
 
Chapter 44
มนุษย์เกิดและตายไปพร้อมความว่างเปล่าเสมอ

 

  

 

ไม่รู้สึกอะไรเลย...

ราล์ฟไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกที่ดีหรือไม่ รู้แต่ว่ามันมืดไปหมด ฝุ่นคลุ้ง เพียงแค่สูดลมหายใจเข้าก็แสบไปทั้งจมูกจนไอโขลก หัวใจยังเต้นอยู่ รัวไปยังเส้นเลือดจนเต้นตุบๆ มือสั่นระริก

ท่ามกลางหน้าผาที่ถล่มลงมา ในซอกตรงกลางระหว่างหินก้อนใหญ่สองก้อนพอจะมีแสงส่องลงมาแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่นัยน์ตาของราล์ฟพร่ามัวจนมองอะไรแทบไม่เห็น เห็นอย่างมากก็แค่สีอะไรมืดๆ ปนไปกับสีเลือด แขนกับขาไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิงไปแล้ว

เค้ารางๆ ของร่างมนุษย์อีกร่างนอนอยู่ใกล้ๆ ใกล้มากจนเห็นดวงตาสีโลหิตลึกโหล กำลังสบมองมาเหมือนเด็กที่กำลังหลงทาง

ทุกอย่างเงียบสงัดลง ราล์ฟหายใจไม่ออก และทะเลคลั่งยังไม่ตาย

 

กัปตันเรือมารูนหัวเราะแผ่วๆ กับตัวเอง หากไม่แน่ใจว่ามีเสียงหลุดออกมาหรือไม่

เขารู้ดี,

 

เขาโง่ที่สุดเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าความตาย.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ตอนราล์ฟอายุสิบห้า เขาตัดสินใจสมัครเป็นแรงงานให้กับเรือสินค้าลำหนึ่ง

 

อาจจะเป็นโชคร้าย -- หรือไม่ก็โชคดี -- ที่โจรสลัดกลุ่มหนึ่งเข้าโจมตีเรือที่เขาติดไปด้วย แล้วจบลงด้วยการที่เขายื่นข้อเสนอให้กัปตันโจรสลัดว่า “ข้าทำงานให้ท่านได้” เพราะไม่อยากถูกฆ่าตาย

โจรสลัดคนนั้นชื่อมิดฟา

ราล์ฟไม่เคยเห็นใครเหมือนมิดฟามาก่อน ผู้ชายคนนั้นดูไม่เหมือนชาวธาลัสซา แต่ชื่อกลุ่มโจรสลัด คลื่นลวง ถูกบรรจุเอาไว้ในรายนามของโจรสลัดหลวงธาลัสซา -- มีใบเซ็นรับรองเรียบร้อยอย่างที่อีกฝ่ายเอามาอวดให้ดู -- หรืออีกนัยหนึ่งคือมิดฟาทำสัญญากับกองทัพเรือไว้เรียบร้อยแล้ว และกองทัพจะไม่มีสิทธิ์จับพวกเขาเลย ยกเว้นก็แต่เผลอไปทำร้ายเรือสินค้าของธาลัสซาและพันธมิตร

มิดฟาเป็นคนตัวใหญ่ผิวเกรียมแดด แข็งแรงบึกบึน กำลังอยู่ในวัยฉกรรจ์ มีลักษณะของอาชญากรพร้อมสรรพตั้งแต่หน้าตายันสำเนียงการพูด (นายพรานที่เลี้ยงเขามาต้องไม่ชอบใจแน่ๆ -- ไม่แน่ๆ ล่ะ -- ราล์ฟรู้ว่าแม็กกีย์เกลียดคนทะเล โดยเฉพาะอาชญากร) คนอื่นๆ ในเรือเองก็ไม่ต่างกัน ที่ผิดไปคือมิดฟาถูกหลอมรวมมาด้วยอำนาจ เป็นคนที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำแท้ๆ โดยธรรมชาติอย่างไม่จำเป็นต้องพยายามเลย

ราล์ฟไม่ได้ชอบทะเลอะไรมากมายนัก เขาแค่ยังไม่อยากตาย ถึงคลื่นลมจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไรก็ตาม

 

กอดกราบเรือเป็นเมียอีกแล้ว อยากตกเรือรึไงอาเร็นส์

เอ้า ไอ้โง่ ยัดเข้าไปแบบนั้นอยากขย้อนออกมาอีกเรอะ หยุดกินได้แล้ว เอามาให้ข้าแทนเดี๋ยวนี้

ใครก็ได้เอาไอ้หนูนี่ไปขังไว้ในครัวทีซิ มันไม่ยอมกินว่ะ

นั่งนับคลื่นสนุกมั้ย มานี่

 

คนที่อาศัยอยู่ในทะเลหยาบคายไม่ผิดจากที่แม็กกีย์เคยออกปากด่าไว้ แต่ไม่รู้ทำไม อาการเมาคลื่นที่ราล์ฟเมามาตั้งหลายเดือนแล้วค่อยลดลงไปได้บ้าง บนเรือไม่มีเชลยขังเอาไว้ผิดกับที่เคยได้ยิน ลูกเรือคนอื่นๆ ล้วนอายุยี่สิบขึ้นไปกันหมดแล้ว มีแต่เขาที่ยังเด็ก ทุกคนเลยดูจะสนุกไม่ใช่น้อยในการกลั่นแกล้งเขา สลับกับสอนงานต่างๆ บนเรือไปให้ด้วยพร้อมๆ กัน

“ไง ปอกมันฝรั่งสนุกไหม”

“เงียบไปมาร์โก”

มาร์โกหัวเราะ มันเคยเป็นเคบินบอยเก่ามาก่อนจนกระทั่งมิดฟารับคนงานใหม่เข้ามา ดังนั้นงานจิปาถะทั้งหลายที่เคยเป็นของมาร์โกเลยส่งต่อมาถึงราล์ฟอย่างน่าชัง ซึ่งเด็กหนุ่มจะไม่ว่าอะไรเลยถ้ามันไม่มานั่งเยาะเย้ยกันแบบนี้ อีกฝ่ายมีน้ำเสียงที่น่ารำคาญที่สุดที่เคยได้ยินมาจากใครสักคน มีรอยยิ้มที่เหมือนจะดูถูกกันตลอดเวลาและดวงตาลอกแลกไม่น่าไว้ใจ

“มีสัมมาคารวะหน่อย ไอ้น้อง”

“...ไอ้แก่เอ๊ย”

ราล์ฟบ่นอุบ มาร์โกส่งเสียงจุ๊ๆ ในลำคอแล้วถีบลังไม้ที่เขานั่งอยู่ไถลไปไกล คนนั่งล้มโครม หัวมันฝรั่งหล่นกระจายเต็มพื้น แว่วเสียงใครสักคนด่าให้ไปตามเก็บ มาร์โกหัวเราะลั่น ราล์ฟสบถอะไรขรมไปหมด

“เฮ้ อย่าสบถมาก จะเรียกผีมารึไงกัน ปากแบบเอ็งนี่เขาว่าพ่อแม่ไม่รักไม่สั่งสอนนา”

เป็นอันสิ้นสุดความอดทนที่ตรงนั้น ราล์ฟเขวี้ยงมีดในมือลงกับพื้นแล้วพุ่งตัวเข้าใส่ลูกเรืออายุมากกว่า นัยน์ตาสีน้ำเงินเป็นประกายวาวโรจน์ มาร์โกตัวเล็กกว่าเขามาก

ตอนนั้นเขายังเป็นวัยรุ่น -- ดื้อ -- พยศ -- บ้า -- ทั้งเถียงคำไม่ตกฟากและอะไรอีกหลายอย่าง หากมิดฟากับคนอื่นๆ ไม่เคยโกรธจริงจัง มาร์โกถีบตัวเขาออกง่ายๆ มิดฟาคว้าคอเสื้อเขาไว้ หัวเราะ ก่อนจะโยนเขาลงทะเลอย่างโหดร้ายที่สุด

 

 

...Someone’s down, it’ll be alright

Take my hand, hold it tight

Just climb the rope up here

And continue to fight...”

 

 

เสียงใครสักคนร้องเพลง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับชีวิตคนเรือ มันไม่เคยเงียบอยู่แล้ว

“เป็นไง ไอ้หนู” มิดฟาเปรยหลังจากลากตัวเด็กหนุ่มขึ้นมาจากทะเล ขยับยิ้มให้เหมือนกำลังแสยะ “ได้กินน้ำทะเลไปหน่อยแล้วหายซ่าหรือยัง”

ราล์ฟไม่ตอบ แค่หอบหายใจหนักๆ เปียกปอนไปหมดทั้งตัว มีแค่ดวงตาขวางจัดที่ส่งไปให้โจรสลัดทุกคนรอบข้าง แต่ก็นั่นแหละ ทุกคนกลับแค่หัวเราะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แลเห็นคู่กรณีหันไปกลั้นหัวเราะกึกๆ กับสรั่งเรือที่มีตาข้างเดียว ราล์ฟกัดฟันกรอด เสมองไปทางอื่น มือสองข้างแตกช้ำยับเยินอาบเลือด ข้อนิ้วบางนิ้วบิดเบี้ยว

มิดฟาถอนหายใจยาว แล้วมือที่เหวี่ยงเขาตกทะเลเมื่อครู่ก็คว้าเข้าที่คอเสื้อของมาร์โก ไอ้หนุ่มนั่นสะดุ้งเฮือก

“เดี๋ยว กัปตัน---”

“ไม่ต้องห่วง ผิดก็ผิดร่วมกันสิวะ โตป่านนี้แล้วยังจะหาเรื่องเด็กมันไปได้” มิดฟาเอ่ยง่ายๆ “ไม่ต้องห่วง ข้าจะลดโทษให้ด้วยการไม่ตามไปเหยียบมือเอ็ง ตะเกียกตะกายขึ้นมาเองก็แล้วกัน”

ราล์ฟมองมาร์โกโดนถีบตกทะเลไปแล้วกลืนน้ำลายไม่ลงคอ มิดฟาหันกลับมา สั่งให้ลูกเรือทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองต่อแล้วนั่งยองๆ ลงข้างๆ เอื้อมมือมาขยี้เส้นผมสีดำเปียกๆ ของราล์ฟแรงๆ อย่างมันเขี้ยว เอ่ยเสียงอ่อนลงหน่อย

“นี่แหละโลก ไอ้หนู ไม่มีใครได้ดั่งใจเจ้าตั้งแต่แรกหรอก” มิดฟาดึงตัวเขาให้ยืนขึ้น พาไปที่กราบเรือตรงที่ถีบมาร์โกตกลงไป “ถึงปากมันจะแย่ไปหน่อย แต่มาร์โกทำแผลได้ดีไม่แพ้หมอประจำเรือเราเลย ไว้มันขึ้นมาแล้วไปขอโทษมันซะ มันจะทำแผลให้เจ้าเอง”

เด็กหนุ่มมองร่างเล็กๆ ที่ตะเกียกตะกายจับเชือกข้างเรือไว้อย่างรังเกียจ “แต่ข้าไม่ต้องการ---”

 

“แต่ข้าต้องการแรงงาน อาเร็นส์ รักษาตัวซะ” กัปตันเรือขัดจังหวะไปกลางประโยค “เจ้าอาจเกลียดอะไรๆ ได้อีกมาก แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าโง่ เพราะงั้นทำใจให้เข้มแข็งหน่อย แล้วหัดใช้ชีวิตให้เป็น -- รักให้เป็น -- ยอมหัก ยอมงอ -- ยอมแพ้ให้เป็นซะบ้าง -- พวกเราไม่ใช่ผู้ดีตีนแดงจะได้มีหัวโขนหรือมงกุฎให้ใส่ เจ้าใจร้อนไปก็เท่านั้น ดื้อไปก็แค่นั้น มันไม่ทำให้เจ้าอิ่มท้องมากขึ้น” พูดแล้วก็ตบไหล่คนตัวเล็กกว่าแรงๆ “ศักดิ์ศรีไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะดื้อแพ่งหาที่ตายได้เท่แค่ไหน แต่เป็นใช้ชีวิตยังไงให้มีความสุขที่สุดต่างหาก”

 

บุคคลที่สามปีนกลับขึ้นมาบนเรือได้แล้ว มิดฟาซุนหัวเคบินบอยให้เข้าไปหา ราล์ฟยังไม่ยอมสบตา งึมงำอะไรที่มุมปาก จับใจความแทบไม่ได้เป็นคำว่า “ขอโทษ” เล่นเอามาร์โกทำหน้าอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะหลุดหัวเราะลั่นทั้งๆ ที่ควรจะโกรธ

“เออ ไม่เป็นไร พ่อแม่ก็ไม่รักไม่สั่งสอนข้าเหมือนกันว่ะ”

ราล์ฟไม่แน่ใจว่าเขามีสิทธิ์ขำหรือเปล่า แต่เขาก็เผลอหัวเราะตามไปจนได้ มาร์โกฮัมเพลงเบาๆ ได้ยินเสียงใครสักคนร้องคลอไปด้วยกันระหว่างเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำแผล

 

 

“...We’re standing, still on the way

Above the sea, we gonna pray

Somehow God is not with us

But now I see the light...”

 

 

แต่มาร์โกตายตอนราล์ฟอายุสิบเจ็ด.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“เจ้า... ยังไม่ตายใช่ไหม”

ภายใต้ความเสียหายของหน้าผาสูงชันที่กลับคืนสู่ผืนดินเบื้องล่าง ในซอกหลืบเล็กๆ ที่พ้นความตายมาได้อย่างฉิวเฉียด ราล์ฟกระซิบถามแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบงัน หวังว่าจะดันตัวคัตวาให้พ้นจากหินก้อนมหึมานั่นได้ทัน

ฆาตกรหนุ่มส่งเสียงแปลกๆ ออกมาในลำคอ ไอเวทสีดำลอยอยู่ในอากาศเบาบางที่แทบจะไม่เหลือให้หายใจ ทำให้ขุ่นข้นจนสำลักหนักเข้าไปอีก

ราล์ฟกวาดมองไป คัตวาได้เลือด บาดเจ็บ ขาติดอยู่ระหว่างซอกหิน

 

แต่ยังไม่ตาย...

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

มันเป็นกลางฤดูร้อน ราล์ฟอาศัยอยู่บนเรือโจรสลัดของมิดฟามาได้สองปี เรียกเรือว่าบ้าน เรียกทุกคนว่าเพื่อน อันที่จริงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำ แล้วเด็กหนุ่มก็ค่อยๆ กลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างเนียนสนิท

อาจเพราะวันคืนของคนทะเลยาวนานกว่าคนบนบก พวกเขากินนอนด้วยกัน หนีไม่ได้ หลบไม่พ้น กร้านแดด กร้านลม และเติบโตขึ้นไปพร้อมๆ กัน

มันไม่เหมือนกับเรือสินค้าที่มีนายกับบ่าว ชนชั้นสูงกับไพร่ทาส มิดฟาวางสถานะทุกคนไว้เท่ากัน ยกเว้นบางตำแหน่งที่สำคัญจริงๆ อย่างกัปตันหรือต้นหนที่จะมีสิทธิ์สั่งการมากกว่าคนอื่นๆ แต่พวกเขาอยู่กันอย่างครอบครัว อาจจะเป็นเพียงครอบครัวเดียวจริงๆ ที่ราล์ฟเคยรู้จัก

แม็กกีย์ นายพรานที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็กไม่ใช่พ่อแท้ๆ หมู่บ้านที่แม็กกีย์พาไปทิ้งไว้ก็เห็นเขาเป็นเพียงเด็กเร่ร่อน

ตอนที่เริ่มสนิทใจกับลูกเรือคนอื่นๆ ขึ้นมาบ้าง มาร์โกแซวว่า “ก็ยิ้มเป็นนี่” แล้วราล์ฟก็ต่อยเขา

 

มาร์โกตายตอนราล์ฟอายุสิบเจ็ด

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครทันได้ตั้งตัว รู้ตัวกันอีกทีไอ้หนุ่มนั่นก็เริ่มมีไข้สูง ดูหนาวสั่นตลอดเวลาทั้งๆ ที่เป็นกลางฤดูร้อน มีก้อนบวมที่ใต้ขากรรไกรเป็นหนองเละๆ น่าขยะแขยง ไอเป็นเลือด ตาแดง เนื้อตัวเป็นรอยจุดสีดำกระจายไปทั่ว ก่อนจะช็อกตายไปกลางดึกคืนหนึ่ง ไม่มีแม้แต่คำสั่งเสีย

“เกิดอะไรขึ้น” ราล์ฟถามเสียงแผ่วๆ ราวสองสัปดาห์ก่อน เขาเพิ่งช่วยหมอประจำเรือโยนศพลูกเรือคนหนึ่งที่ป่วยตายลงทะเล การตายบนเรือเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่เคยมีใครตายในระยะเวลาติดๆ กันแบบนี้มาก่อน

มิดฟาไม่ได้ตอบอะไร แค่หันไปสั่งพ่อครัวให้ระวังเรื่องสุขอนามัยมากขึ้น -- ถึงจะรู้ดีว่าเป็นไปได้ยากมากก็ตาม -- แล้วสั่งให้เคบินบอยโยนศพลงทะเล

หมอประจำเรือเริ่มแจกจ่ายผ้าชุบน้ำมันหอมให้ทุกคน น้อยเหลือเกินที่จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จะมีก็แต่ราล์ฟที่ใส่ไว้ตลอดโดยเฉพาะตอนขนศพลงทะเล มันเป็นหน้าที่ของเคบินบอย และเด็กหนุ่มคิดว่ากลิ่นน้ำมันหอมดีกว่ากลิ่นเนื้อมนุษย์ที่กำลังเน่า

ราล์ฟพยายามบอกให้หัวใจตัวเองเต้นในจังหวะปกติ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องรู้สึก แต่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเมื่อปล่อยศพที่เจ็ดกลับคืนสู่มหาสมุทร แล้วก้อนขมๆ ที่หายไปกว่าสองปีก็กลับมาเยี่ยมเยือนถึงคอหอย

“เมาเรือรึไง” มิดฟาที่เดินผ่านมาตบหลังเขา ราล์ฟยกชายเสื้อขึ้นเช็ดปาก

“นิดหน่อย”

“ไหนๆ ก็ไหนๆ เอาถังอ้วกไปเทด้วยเลยก็ดี” กัปตันเรือว่า “ไม่ใช่เจ้าคนเดียวที่เริ่มเมาเรือ”

จำนวนลูกเรือน้อยลงกว่าครึ่งภายในเวลาหนึ่งเดือน ทุกอาการเริ่มจากไข้ที่ขึ้นสูง บางคนเริ่มมีอาการเดียวกับมาร์โก มีก้อนบวมขึ้นที่รักแร้บ้าง ขาหนีบบ้าง บางคนนิ้วเปื่อยเป็นสีดำๆ บางคนไอเป็นเลือด และอีกจำนวนไม่น้อยที่เริ่มเพ้อไม่ได้สติ ซึ่งทุกคนล้วนแล้วมาจบชีวิตลงในมือของราล์ฟ ตามคำสั่งของหมอและกัปตันที่ลงความเห็นว่ายื้อไปก็ดีแต่จะทำให้ระบาดมากยิ่งขึ้น

เด็กหนุ่มมั่นใจว่าร่างสุดท้ายที่เพิ่งโยนออกจากเรือไปกลอกตากลับมามองเขา ด้วยสายตาที่บอกว่าขอบคุณ ที่เขาไม่ควรจะได้รับ ไม่ควรจะได้เห็น...

 

 

“...We have nothing since the start

So nothing will ever be gone

All we need is to keep going on, and on

You are here is enough

Go anywhere, I’ll catch you up

’Cause all we need is to keep going on, and on...”

 

 

เสียงร้องเพลงสั่นเครือ เพลงของลูกทะเล ดังมาจากคนป่วยอีกคนหนึ่งที่กำลังนอนซมอยู่ในห้องพักลูกเรือ ตาลอย เนื้อตัวเป็นสีเขียวคล้ำ ราล์ฟหนาวไปทั้งไขสันหลัง ไม่ใช่เพราะไข้ขึ้น แต่หัวใจมันเหมือนจะหยุดทำงาน...

หลังจากนั้นไม่นาน มิดฟาก็ไล่คนที่ยังอยู่ดีทุกคนออกจากใต้ท้องเรือ มีแค่ตัวกัปตัน หมอ และพ่อครัวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ลงไป ราล์ฟใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนเสากระโดงเรือ เฝ้ามองคลื่นจากมุมสูง จะลงมาก็ต่อเมื่อหมอขนเปลผู้ป่วยอีกคนออกมาจากเคบินด้านล่าง ส่งต่อให้เขาเอาไปโยนทิ้งที่ท้ายเรือ

“ข้าไม่มีสิ่งใดอยู่แล้ว แม้คลาดแคล้วก็ไม่ไหวหวั่น...” คนใกล้ตายพึมพำเป็นทำนองเดิมๆ ที่คุ้นหู ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมองอย่างยากลำบาก มันเปื่อยเน่า ส่งกลิ่นเหม็นอับ “ข้าเกิดมาแบบนั้น ในมือไม่มีสิ่งใด...”

“ข้าขอเพียงยังอยู่ตรงนี้ ขอเพียงมีเจ้าไปด้วยกัน...” ราล์ฟกระซิบ พาดเปลเข้ากับกราบเรือแล้วเอียงมันสูงขึ้น แว่วเสียงหัวเราะแผ่วๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงน้ำแตกกระจายดังตูม

เพลงท่อนสุดท้ายขาดหาย ราล์ฟหลับตา เขาสาบานกับเพื่อนทุกคนว่าจะไม่ร้องไห้

 

มันเป็นหนึ่งเดือนที่เหมือนนรก

ที่ต้องเห็นคนในครอบครัวคนแล้วคนเล่าสิ้นลมต่อหน้า และหายไปในเกลียวคลื่นด้วยมือของเขาเอง...

 

“ไหวไหมไอ้หนู”

เสียงห้าวๆ ของมิดฟาดังขึ้นที่ด้านหลัง ราล์ฟหันกลับไปมอง ตาแดงก่ำ คนเป็นกัปตันเห็นแล้วก็ขยับยิ้มนิดหนึ่งที่มุมปาก เดินมายืนข้างๆ เอื้อมมือข้างหนึ่งไปขยี้เส้นผมสีดำที่กร้านแดดจนเป็นสีน้ำตาลไหม้ ราล์ฟยังคงยืนนิ่ง

“ท่านกลัวตายบ้างไหม” เด็กหนุ่มพึมพำลอยๆ มิดฟายิ่งขยี้แรงขึ้นไปอีก

 

“ถ้าข้าตาย ก็ขอให้จำเอาไว้ว่าข้าได้มีชีวิตที่ดีแล้ว ง่ายแค่นั้นแหละ”

 

“แต่---” ราล์ฟหันกลับไปสบตา พูดอะไรไม่ออก มิดฟาหัวเราะเบาๆ

“อย่าตาย” กัปตันเรือเอ่ยต่อ ดวงตาทอดไกลออกไป วางอยู่ส่วนไหนไม่แน่ชัดระหว่างเส้นขอบฟ้ากับหมู่เมฆเบื้องบน “อย่าตาย ไอ้หนู จำไว้ว่าอย่าตายเป็นอันขาด”

“กัปตัน! กัปตัน!

เสียงตะโกนโหวกเหวกดังมาจากใต้ท้องเรือ ทั้งสองหันขวับ ก่อนจะพบเข้ากับหมอประจำเรือที่นอนแผ่อยู่กลางดาดฟ้า ไอโขลกๆ เป็นเลือดอย่างน่ากลัว สีเนื้อเริ่มกลายเป็นสีเขียวเน่าๆ เช่นเดียวกับผู้ป่วยอื่นๆ กลุ่มลูกเรือไม่ถึงสิบคนที่ยังรอดพ้นแตกฮือไปกันคนละทิศละทาง

ราล์ฟหน้าซีด ความหวังสุดท้ายของพวกเขาดับลงไปแล้ว

มิดฟาหลับตาลง

 

“ข้ามีคำถามสุดท้าย ถึงพวกเจ้าทุกคน” เขาประกาศเสียงแหบห้าว “ใครพร้อมจะตายไปกับข้าบ้าง”

 

ไม่มีใครตอบ มีเพียงดวงตาบอบช้ำจากคนที่ยังมีชีวิตรอด ทุกอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องใช้เสียง มิดฟาหันกลับมามองเคบินบอยที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะรวบข้อแขนผอมๆ ของเด็กหนุ่มเอาไว้ ราล์ฟใจหายวูบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายลากตัวเขาไปถึงกราบเรือฝั่งตรงข้าม หากออกแรงผลักเสียนิดเดียวคนถูกพันธนาการก็จะหล่นลงทะเลโดยสิ้นเชิง แล้วร่างสูงใหญ่ของกัปตันก็หันไปสั่งคนที่เหลือ

“จุดไฟ”

“เดี๋ยว!” ราล์ฟโวยวายลั่น “ท่านจะทำอะไร!

“ไม่มีอะไรรับประกันว่าเราจะรอด แต่ไฟล้างทุกอย่างได้ดีที่สุด” อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ “ตอนที่ปล้นคราวก่อน เรือเล็กของพวกเราโดนระเบิดยับไปหมดแล้ว เราไม่มีทางหนีจากไอ้เรือติดโรคบ้าๆ นี่เลย”

“แล้วข้าล่ะ!” เด็กหนุ่มตะโกน เสียงแหบแตก ฉีกขาดไปด้วยก้อนสะอื้นที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ข้าล่ะ! ข้าไม่ใช่ลูกเรือของท่านเหรอ พวกท่านจะตายไปต่อหน้าข้าแบบนี้ไม่ได้นะโว้ย!

“เจ้ายังเด็ก---”

“ข้าไม่ใช่เด็ก!! ราล์ฟสำลักอากาศ หอบหายใจหนัก “ปล่อยข้า! ถ้าพวกท่านจะตายข้าก็ต้องตายด้วย พวกเจ้าก็ช่วยกันหน่อยซี่ ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!!” เขาหันไปหาลูกเรือที่เหลืออยู่ กรีดร้อง “ไม่มีทาง ท่านทำแบบนี้ไม่ได้---!!

 

“ข้ามีชีวิตที่ดีแล้ว จำได้ไหม”

 

มิดฟากระซิบ หยัดยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้าย อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ราล์ฟเคยเห็น และน่าจะเป็นรอยยิ้มสุดท้ายที่ได้เห็นเช่นกัน ราล์ฟสบถลั่น แล้วกัปตันเรือ -- หัวหน้า -- พ่อ -- พี่ชาย -- เพื่อน -- ที่ดีที่สุดในชีวิตเขา -- ก็ผลักร่างที่ดิ้นขัดขืนอยู่ให้พ้นจากพื้นเรือ ร่วงลงสู่อากาศเวิ้งว้างและผืนน้ำเบื้องล่าง...

 

 

“มีชีวิตสิ ไอ้หนู... มีเผื่อพวกข้าด้วย...”

 

 

น้ำตาถูกกลืนหายไปในทะเล, ไฟถูกจุดขึ้น

ราล์ฟกรีดร้อง.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

เขาได้ยินเสียงคัตวากรีดร้อง

สติยิ่งพร่าเลือน นักปราบพยศแค่หลับตาลง

 

ทะเลคลั่งยังไม่ตาย

 

 

ดีแล้ว,

ไม่ใช่ต่อหน้าเขา...

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

ปั่นออกมาอย่างรวดเร็วตามคำเรียกร้องค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ //สาดน้ำตาใส่คนอ่านทุกคน
การเขียนไปร้องไห้ไปไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ฮืออออออออออ บ้าจริง ไม่ชอบเลยเวลาเขียนไปแล้วน้ำตาไหลไปแบบนี้ มันพิมพ์ลำบากจริงๆ นะ แงงงงงง *อินเกินไปไม่นิด*

โรคระบาดเป็นสิ่งที่หาพบได้ทั่วไปบนเรือเดินทางสมัยก่อนค่ะ ด้วยสุขอนามัยและสัตว์พาหะหลายๆ ชนิด อย่างอาการที่เขียนไปทั้งหมดเป็นกาฬโรคค่ะ เกิดจากหมัดหนู ที่ฝรั่งเรียกว่า Black Death เป็นโรคระบาดที่ก่อความเสียหายมากที่สุดในมนุษยชาติเลยล่ะมั้ง ระบาดกันหนักมากในช่วงยุคกลางค่ะ แต่ก่อนนี่เรียกได้ว่าถ้าติดแล้วโอกาสรอดจะต่ำมากๆ ด้วยสิ //ตอนหาข้อมูลนี่สะพรึงเลย มันน่ากลัวมากจริงๆ แหละ ฟฟฟฟฟฟฟ

แต่จริงๆ ประเด็นหลักของตอนนี้ คือเราแค่ไม่อยากให้ราล์ฟเป็นพระเอกแค่เพราะว่าเขาเป็นพระเอกน่ะค่ะ
ราล์ฟไม่ได้ช่วยใครสักคนไว้แค่เพราะเป็นคนดี หรือมีคุณธรรม หรือใจอ่อน หรืออะไรก็ตามแต่ เขาไม่ได้ทำตัวถูกต้องหรือมีเหตุผล แต่เป็นเหมือนคนธรรมดาๆ คนอื่นๆ ที่พยายามลบปมของตัวเอง ลบความร้าวของตัวเอง ที่ทนเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

นั่นคือทั้งหมดของราล์ฟที่เราอยากเขียนค่ะ



I Lived by One Republic
-----มา EDIT เพิ่ม แก้คำผิด แก้ชื่อบท (เพราะของเก่าคล้ายกับตอนก่อนหน้านี้ไปหน่อย) บวกกับแถมของไว้เพิ่มนิดหน่อย เป็น Character song ของราล์ฟค่ะ :')

----EDIT เพิ่มอีก เพิ่มตอนแถมค่ะ
ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลัก แต่เป็นจากอีกมุมมองที่เราคงไม่มีวันได้พูดถึงในเรื่อง เพราะเรารู้สึกไม่ยุติธรรมเลยที่ไม่ได้กล่าวถึงแม็กกีย์

>> จิ้มอ่านทางนี้เลยค่ะ <<


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #573 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 15:29
    โอ๊ยยยยยย แคปเท็น!! ยูอาร์แมนออฟเดอะเยียร์!! ยูดีเซิร์ฟอิท!!
    ถึงจะไม่มีบทเป็นครั้งคราว  แต่พอมีบททีนี่หล่อแย่งซีนมากกกก
    #ส่งจูบรัว  อดีตที่ขมขื่นของสาวน้อยและปัจจุบันอันแสนสง่างาม!!
    พ่อมิดฟานางเลี้ยงมาดีขนาดนี้  กราบค่ะคุณกราบงามๆ

    ปล. ตอนนี้โคตรจุกอ่ะ!! โอ๊ยยย ทำไมตัวละครเรื่องนี้มันดีงามขนาดนี้!!
    เพลงประกอบก็เลือกมาดีเหลือเกิน  อื้อหือ  ทำไมมันดีงามขนาดนี้!


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 กรกฎาคม 2558 / 15:29
    #573
    0
  2. #448 πr²... (@029576986) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 10:08
    ความรู้สึมันจุกอก พิมพ์อะไรไม่ออกเลยค่ะ (
    #448
    0
  3. #447 ชานัวร์ (@keratikan) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 06:10
    น้ำตานี้ไหลไปพร้อมกับเนื้อเรื่องเลย TT
    #447
    0
  4. #445 PaNaTa [พานาตา] (@tototo) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 16:59
    T [] T

    //กรีดร้องแบบไม่มีเสียง
    #445
    0
  5. วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 12:18
    สงสารกัปตันอ่ะไรท์  มีอดีตที่โค ตระ ระ  เจ็บปวดเลย
    #444
    0
  6. #443 Joker Mask (@gamsor) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 11:10
    อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย  เศร้ามาก ราล์ฟอยู่มาได้ยังไงกันน่ะ ต้องเสียใจมากแค่ไหน
    #443
    0
  7. #442 dark-violin (@dark-violin) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 10:37
    กัปตันนนนนนนนน //ยันวลาดไปให้ซบรัวๆ 
    หลังจากนั้นคุณโตมาได้ยังไงงง โคตรเข้มแข็ง โคตรเท่เลยค่ะะะ แงงงง
    #442
    0
  8. #441 Mrs.HeartBroker (@fire-usara-rin) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 01:02
    อ่านแล้วรู้สึกว่ากาฬโรคน่ากลัวจังค่ะ ในช่วงที่ไม่มีกระทั่งวิธีรักษา ทางแก้ที่ดีที่สุดคือยอมแพ้และจบชีวิตตัวเองลง
    ไม่อยากจะคิดว่าราล์ฟใช้ชีวิตช่วงต่อจากนั้นมาได้ยังไง
    มีชีวิตจนได้เป็นผู้นำของมารูน เป็นอะไรที่เขาเรียกกันว่าที่พึ่งทางใจของคนบนนั้น

    ราล์ฟตอนนี้ใช้ชีวิตได้คุ้มมากค่ะบอกเลย #คุ้มพอกับตอนล่ามังกร #นั่นเรียกแทบเอาชีวิตไปทิ้ง
    มิดฟาคงตายตาหลับแล้วล่ะ

    กัปตันเป็นพระเอกยุคใหม่ค่ะ คาแรกเตอร์มีมิติจนความรู้สึกจาก "ถ้าคนๆนี้มีตัวตนอยู่จริงๆ..." กลายเป็น "คนๆนี้มีตัวตนอยู่จริงๆ?" มันยากนะคะที่จะทำให้คนอ่านคิดไปถึงขนาดนั้นได้ แต่ขุ่นพี่ทำได้แล้วและทำได้ดีมากด้วยค่ะ

    #ยาวไป๊ป๊ป๊
    #441
    0
  9. #440 บลา 11! (@Mox20) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 00:19
    ราล์ฟน่าฮักกก มากอดที
    งงมิดฟาว่าตัวเองกับคนที่เหลือยังไม่ตายซะหน่อย 
    ไม่มีคนตอบว่าอยากได้ไปด้วยนะ
    จะจุดไฟทำไมม T T

    #440
    0
  10. #439 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 00:17

    //sob/sobsobsobsobsobsob
    มิดฟา มาร์โก และเอเวอรี่บอดี้ ฮืออออออออออออออออออออออออ กัปตันนนนนน มา มาให้ปลอบเดี๋ยวนี้ เห็นครอบครัวตายต่อหน้าว่าแย่แล้ว แต่นี่ต้องเป็นคนจบชีวิตเขาอีกนี่มัน ฮรอลลลล ฮรอลลลลลลลลลล
    ปมต้องลึกมากแน่ๆ แอ กัปตัน สตรองเมนส์ไปแล้ว หอกหักสิ หอกสิ อย่าเศร้าสิ แงงงงงง หอกหักให้พอใจเลยแต่อย่าเศร้า ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    มิดฟาคือหล่อ คือเท่ คือดี คือ แงงงงงงงง
    "มีชีวิตเผื่อพวกข้าด้วย"
    แมมมมมมมมมมมม่ โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    //ไม่สามารถทานทนต่อไปได้แล้ว แง แง แง แง แง //ครอบออกซิเจนเเล้วชักกระตุก //ลงไปแอ้งแม้งเป็นเพื่อนคัตวา แอออออออออ่

    #439
    0