P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 48 : ♦ 43 ♦ ธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่ควรต่อกรด้วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 ธ.ค. 57

 
 
Chapter 43
ธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่ควรต่อกรด้วย

 

  

 

เผียะ!

แต่คนที่หยุดเจ้าชายหนุ่มไว้ได้ไม่ใช่ไทเลอร์

ทุกคนตรงนั้นยืนอึ้งไป สายสืบของราชวงศ์แทบอ้าปากค้าง ส่วนนักเวทสาวจากแดนตะวันออกก็เผลอชะงักไปเช่นเดียวกัน แต่ใครก็ไม่อึ้งเท่ากับริกซัสอีกแล้วที่ยืนตัวแข็งค้าง หน้าชา หันไปทางทิศที่ถูกตบเข้าอย่างแรง

องครักษ์เอียน ก็อดเด็น เพียงแค่ลดมือลงช้าๆ เอ่ยเสียงเรียบ

“ไปทำหัวให้โล่งๆ เดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นข้าจะช่วยตบซ้ำให้อีกรอบ”

“เอียน แก---!

 

“แล้วท่านไปจะทำอะไรได้ ตายไปอีกคนหรือไง”

 

คำเอ่ยห้วนสั้น ชัดเจน และตรงไปตรงมาที่สุดอย่างที่ไทเลอร์ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าพูดใส่หน้าเจ้าชาย... องครักษ์นั่นไม่บ้าก็ต้องเพี้ยนที่ไม่เกรงอาญา หากคนที่เพี้ยนกว่าอาจจะเป็นตัวเจ้าชายเองนั่นแหละที่ดันกัดฟันกรอด ตวัดสายตามองอย่างหงุดหงิดพลางออกปากสบถอะไรขรมไปหมด แต่ว่าไม่ได้ปฏิเสธ...

ไทเลอร์หรี่ตาลง นั่นน่าจะเป็นครั้งแรกที่ริกซัสยอมฟังใครสักคนนอกเหนือไปจากคนในราชวงศ์ด้วยกัน

เจ้าชายหนุ่มสบถออกมาอีกหนึ่งชุดใหญ่ ก่อนจะโบกมือนิดหนึ่งเป็นเชิงขอตัว แล้วกระแทกเท้าเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ชัดเจน ทิ้งไว้เพียงแววตาร้าวที่ฉายค้างอยู่ในความทรงจำของคนมองทุกคน

นากาอินไม่พูด เอียนแค่ยกมือขึ้นกอดอก มองหน้าไทเลอร์

“มาพนันกันไหม” เขาเปรยลอยๆ “ว่าระหว่างท่านกับลูกชายท่าน ใครจะยอมลงให้ก่อนกัน?”

“เจ้ากำลังสนุกรึไง?”

เอียนยิ้มเหมือนไม่ได้ยิน เอ่ยต่อไปเรียบๆ

 

“และใครบนเกาะนั้นจะตายเป็นคนแรก”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“เฮ้ ทหารที่ยืนอยู่ตรงนั้นน่ะ -- เจ้านั่นแหละ”

เสียงเรียกดังมาจากภายในคุกอย่างถือวิสาสะ นายทหารเฝ้ายามประจำคุกของกองนาวิกโยธินขมวดคิ้วมุ่นเข้า เหลียวกลับไปมองข้างในอย่างเสียไม่ได้

“อะไร”

“เกิดอะไรขึ้นข้างนอก” นักโทษผมสีฟางเอ่ยถาม บุ้ยใบ้ไปทางหน้าต่างคุกเล็กๆ ที่มีซี่กรงกั้นอยู่เหนือศีรษะ “พายุจะเข้าหรือว่ายังไง”

“ไม่นี่ ก่อนข้ามาเปลี่ยนกะฟ้ายังใสอยู่เลย”

“หืม...”

คนฟังลากเสียงยาวในลำคอ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นฉายแววแปลกๆ อ่านไม่ออก ทหารหนุ่มกวาดมองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง ถึงโจรสลัดนี่จะไม่มีมือเลยสักข้าง แถมยังมีแขนเพียงแค่ข้างเดียว แต่คดีล่าสุดที่มันเพิ่งก่อไปก็ใหญ่เกินกว่าจะทำใจให้ประมาทได้ แม้ว่าอาวุธทั้งหมดรวมทั้งรองเท้าบู้ทส้นเหล็กจะถูกริบไปหมดแล้วก็ตาม

รองผู้บัญชาการนาวิกโยธินถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นหัวหน้ากองพลชั่วคราว ก่อนจะออกคำสั่งเด็ดขาดให้ขังตัวโจรสลัดฟรองซัวร์ ลูคัส นาวาเอกฌาคส์ ลูคัส และพลเรือเอกกาเบรียล การิสต้า ไว้ในคุกเดี่ยว ห้ามให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวยกเว้นหน่วยพยาบาล จนกว่าจะมีคำสั่งเคลื่อนย้ายใดๆ จากผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยตรง

กำลังเสริมตามเข้าไปหลังจากที่กาเบรียลล้มลงได้ไม่ถึงนาทีเหมือนรอจังหวะอยู่แล้ว และหลักฐานทุกอย่างชัดเจนเหลือเกินว่าใครทรยศ...

ไม่มีใครอยากเชื่อ ไม่มีใครอยากยอมรับ แต่พลเรือเอกเพียงแค่กวาดมองทุกคน -- ครั้งเดียวเท่านั้น -- ด้วยสายตาที่ทำให้ใครต่อใครเข่าอ่อนได้

สายตาที่อ่านได้ว่า “ขอโทษ” และ “ไม่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา”...

ห้องขังของฌาคส์อยู่ถัดจากกาเบรียลไปอีก มีหน่วยพยาบาลวิ่งเข้าออกกันนับตั้งแต่ถูกจับเข้ามา ฝั่งพลเรือเอกกับโจรสลัดก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไรนัก กาเบรียลมีแผลสาหัสที่มือทั้งสองข้าง หมอเวทยังไม่ระบุชัดนักว่าแค่ร้าวหรือว่าแตกไปแล้ว ขมับเป็นแผลกว้าง ปากแตก หลอดคอและบริเวณลิ้นปี่ช้ำหนัก ส่วนฟรองซัวร์ -- ถ้าไม่นับรอยที่ถูกทหารซ้อมเอาทีหลังแล้ว -- ส่วนใหญ่จะเป็นรอยแผลจากดาบเสียมากกว่า มีรอยหนึ่งเฉี่ยวที่ใต้ตา อีกรอยพาดยาวเหนืออก เฉียดผ่านเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอไปเพียงนิดเดียว ส่วนขาสองข้างเต็มไปด้วยผ้าพันแผลและเฝือกอ่อนแบบลวกๆ อย่างที่ไม่น่าจะลุกขึ้นเดินไหวในเร็วๆ นี้

“ฌาคส์เป็นยังไงบ้าง”

คนชวนคุยยังคงเป็นฟรองซัวร์ กาเบรียลเหลือบมองผ่านซี่กรงไปยังห้องข้างๆ อย่างเสียไม่ได้ พึมพำแทบไม่ได้ยิน

“สลบไปแล้ว”

“ดาบของทหารนี่คมไหม” พอเห็นพลเรือเอกเหล่มองจากหางตา ฟรองซัวร์ก็หัวเราะ “เอาน่า ถ้าคมน่าจะเจ็บน้อยลงหน่อย ไอ้ข้างนี้น่ะ---” เขาชูแขนข้างเดียวที่มีให้ดู “โดนขวานทื่อๆ สับเอา แผลออกมาทุเรศจับใจเลย”

ดวงตาสีเขียวของอดีตทหารเรือฉายแสงอ่อนลงนิดหนึ่ง ถอนหายใจ

“ตอนที่เข้ามาขโมยแผนที่ ฌาคส์มีส่วนรู้เห็นหรือเปล่า”

“เปล่า ข้ามาของข้าเอง” โจรสลัดหนุ่มหันไปยิ้มให้ง่ายๆ ยักคิ้ว “แต่ก็นะ ฌาคส์มันบอกแค่ว่ากองทัพเรือลดเขตอาคมลง หน่วยเวทจากวังหลวงมาช่วยปรับปรุงหรือไงนี่แหละ ข้าก็เลย... ถือโอกาสนิดๆ หน่อยๆ...”

“นักปราบพยศสั่งมารึ”

“ก็เปล่าอีก” ฟรองซัวร์ส่ายศีรษะ หัวเราะ “จริงๆ กัปตันไม่ใช่คนต้นคิดอะไรบ้าบอพรรค์นี้หรอก มารูนไม่ได้มีเป้าหมายอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้ว เงินหมดก็ปล้น ทหารมาก็หนี พวกเราขอแค่มีชีวิตรอดก็พอแล้ว มีแต่ข้านี่แหละที่อยากฉีกหน้ากองทัพเรือเล่น”

ตาสบเข้า กาเบรียลนั่งอยู่บนเตียงแคบๆ เก่าโทรมที่เป็นเครื่องเรือนเพียงอย่างเดียวที่มีให้ ส่วนฟรองซัวร์นั่งอยู่กับพื้น ในห้องว่างเปล่าไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ให้เลยแม้เพียงอย่างเดียว หากเจ้าตัวกลับดูจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรนักคล้ายชินแล้ว

“มันจะมาช่วย” โจรสลัดแขนเดียวเปรย กาเบรียลขมวดคิ้วเข้า

“ใคร”

“นักปราบพยศ”

“จะรอดจากเกาะนั่นมาได้รึ” อดีตพลเอกเอ่ยเสียงแหบแห้ง “ถึงจะปิดเขตอาคมแล้ว แต่---”

“มันจะมาช่วย -- ข้า -- ฌาคส์ -- และท่านด้วย”

“แต่ข้าไม่ต้องการ---”

“ตอนเจอกันครั้งแรก ข้าก็ไม่ได้ต้องการเหมือนกัน” ฟรองซัวร์ยักไหล่ทีหนึ่ง ก่อนจะเบ้หน้าไปเมื่อความปวดแปลบไล่จากหัวไหล่ไปทั่วร่างกาย เขาถอนหายใจแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องขัง “แต่มันก็มา ช้ำเลือดช้ำหนอง ไม่ได้ดีไปกว่าข้าตอนนั้นเลย -- แต่มันก็มา -- ต่อยข้าแล้วตะคอกใส่หน้าว่าอย่าตาย... ท่านอยากตายหรือเปล่า”

“...เปล่า”

“งั้นท่านคงไม่ต้องการมัน”

“แค่เพราะไม่อยากตายน่ะหรือ”

คนถูกถามยิ้ม “ท่านเคยกลัวอะไรไหม”

กาเบรียลสบตา ขมวดคิ้วมุ่นเข้ายิ่งกว่าเดิมกับหัวข้อที่เปลี่ยนไปกะทันหัน ไม่ตอบ ฟรองซัวร์จึงหัวเราะออกมาอีกครั้งอย่างอดไม่ได้

 

“สำหรับคนที่กลัวความตาย เชื่อเถอะ หมอนั่นกลัวมากกว่าใครในหมู่พวกเราเลยล่ะ”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง ตอนที่ทุกสายตาจากแผ่นดินใหญ่จับจ้องไปยังพายุที่ก่อตัวขึ้นกลางทะเลเวิ้งว้าง ไกลออกไปทางทิศตะวันออก

“ได้ยินเสียงอะไรไหมครับ”

“เสียงเหมือนฟ้าร้อง”

ลึกลงไปยังธารน้ำใต้ดิน พอดีกับตัววิหาร กลุ่มโจรสลัดที่ยังคงติดอยู่ด้านล่างทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นมองย่างสิ้นหวัง

พวกเขามองไม่เห็นท้องฟ้า ได้ยินแต่เสียงที่ไม่ได้ทำให้ใจชื้นขึ้นเลยแม้แต่น้อย วลาดิเมียร์จุดไฟขึ้นไว้ในมือ ปล่อยให้มันติดๆ ดับๆ อยู่อย่างนั้น ในใจขอแค่สัญญาณอะไรก็ได้ที่บ่งบอกว่าฟรองซัวร์ปลดเขตอาคมได้แล้ว พวกเขาจะได้หายตัวไปหาราล์ฟ จัดการกับปิศาจพยศในร่างของเกรกอรี่ให้เสร็จแล้วจะได้กลับเรือกันเสียที

แต่ถึงจะบอกว่าพยศก็เถอะ...

“เกร็ก”

“หืม”

“เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม” พ่อครัวชาวสลาฟเปรยเสียงไม่แน่ใจนัก “เรื่องพันธะปิศาจอะไรนั่น”

อเล็กเซย์หันไปมอง ส่วนเกรกอรี่ฟังแล้วก็ถอนหายใจ สบเข้ากับดวงตาสงสัยสองคู่แล้วก็พิงขวานยักษ์ในมือเข้ากับไหล่ อันที่จริง ชายหนุ่มเองก็ไม่เคยเล่าให้มันเป็นเรื่องเป็นราวเลยสักครั้ง...

“ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเลย” หัวหน้าลูกเรือยอมรับ หยุดเงียบไปนานกว่าจะเอ่ยขึ้นมาในที่สุด “พวกเจ้ารู้จักพันธะเวทกันใช่ไหม”

วลาดิเมียร์พยักหน้า “เวทที่ใช้แทนสัญญาระหว่างสองคน คืนคำไม่ได้ -- ข้าคิดว่ารู้จักนะ”

“แต่ พันธะปิศาจ ไม่ใช่อย่างนั้น มันเป็นพันธะที่สร้างเพื่อผูกวิญญาณสองวิญญาณเข้าด้วยกัน มีผลได้ผลเสียร่วมกัน มีคำสาบานอะไรสักอย่างร่วมกัน แล้วใช้บุคคลที่สามเป็นพยานในการสร้างพันธะ คอยร่ายเวทเอาไว้เป็นตัวเชื่อม -- มีคนหนึ่งเป็นนาย -- ซึ่งคือข้า” ว่าแล้วก็บุ้ยใบ้ไปยังขวานยักษ์ในมือ “และอีกฝ่ายคือบ่าว -- ไอ้เจ้านี่ -- อีซา -- มันเป็นปิศาจประเภทสิงสู่ เหมือนผีน่ะ ไม่มีร่างเป็นของตัวเอง มันเลยให้พลังเวทกับข้า ส่วนข้าให้ที่อยู่มัน”

“นี่ท่านตั้งชื่อให้มันด้วยเหรอครับ” อเล็กเซย์กะพริบตา “คุยกันรู้เรื่องด้วยหรือ”

“ได้สิ แต่ส่วนใหญ่ไม่ต้องพูดมันก็เข้าใจนะ” เกรกอรี่เผลอยิ้มออกมานิดหนึ่ง เสียงผ่อนคลายลงบ้าง “ปกติมันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่ทีนี้ไอ้เวทที่ผูกข้ากับมันไว้เป็นเวทของแม่มดแห่งทะเล -- ซึ่ง -- กองทัพเอามาใช้โดยที่นางไม่ได้อนุญาต นางเลยสาปทุกคนที่ได้เวทของนางไปให้เอามาคืน ไม่งั้นก็ต้องเอาของเซ่นมาแทน”

“ของเซ่น?”

“เลือดข้าไง” พูดแล้วก็ยิ่งยิ้มเมื่อเห็นคนฟังแต่ละคนทำหน้าสยอง “แบบสดๆ ด้วย ปริมาณไม่น้อยเลยล่ะ แค่รินใส่แหล่งพลังงานเวทของนางก็จบ... นี่ข้าวางแผนให้พวกเจ้าลากข้ากลับไปนะ ข้าเคยลองเทียบสัดส่วนกับพลังเวทดูแล้ว น่าจะหมดสติได้เลยมั้ง”

“ฮันส์เคยบอกไว้ว่าเซ้นส์การตั้งชื่อของนางห่วย ข้าว่ารสนิยมนางก็ห่วยว่ะ” วลาดิเมียร์แยกเขี้ยววับ “ทำไมศาสตร์เวทประเภทนี้ต้องใช้แต่เลือด”

“อันที่จริง เวทของนางก็ไหลอยู่ในเลือดข้านะ”

“ก็ไม่ชอบอยู่ดี”

“เจ้าก็ควรจะไปล้างเวทที่นั่น รู้ไหม” เกรกอรี่ว่า “นักขายข่าวบอกข้ามา แม่มดแห่งทะเลได้ชื่อว่านักเวทแห่งธรรมชาติอยู่แล้ว พื้นฐานเวทของนางคือการทำให้อาคมทุกอย่างกลับคืนสู่ธรรมชาติ ล้างอาคมได้อย่างสมบูรณ์” เขาชี้ไปที่ตำแหน่งหัวใจของคนเป็นพ่อครัว “ทะเลคลั่งทิ้งอาคมไว้ในตัวเจ้า ถึงตอนนี้มันจะไม่มีอันตราย แต่อย่าเสี่ยงเลย”

ครืน!

เสียงแปลกปลอมดังขึ้นมาขัดทุกจังหวะคำพูด ทุกคนเงียบกริบลงทันใด ก่อนจะตามมาด้วยเศษหินขนาดใหญ่เท่ากำปั้นที่ร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำด้านบน ผ่านรอยแยกระหว่างช่องหิน ตรงกับบริเวณที่เกรกอรี่กำลังนั่งอยู่พอดิบพอดี

หัวหน้าลูกเรือผิวเข้มยันตัวหลบ ฉับพลันนั้นเองที่แสงสีขาวสว่างวาบ

เปรี้ยง!

ทุกอย่างสั่นสะเทือน สายฟ้าที่ไม่ควรจะมีได้ในถ้ำใต้ดินกลับฟาดลงมาอย่างไร้ที่มา เกรกอรี่กรีดร้องลั่นแต่ไม่มีใครได้ยิน -- แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ได้ยินด้วยซ้ำ -- หูทั้งสองข้างอื้ออึงไปหมด ได้ยินแต่เสียงวิ้งๆ เหมือนกับโดนระเบิดเข้าครั้งใหญ่ ท่ามกลางสายตาที่พร่ามัว เกรกอรี่คิดว่าเขาเห็นปิศาจใต้พันธะขยับไหวราวกับมีชีวิต จากด้ามแข็งๆ เหลวเยิ้มราวกับเหล็กถูกไฟเผา ล่องลอยขึ้นสู่ฟ้า หมุนวนที่รอบตัวเขา...

“เกร็ก---!

เสียงเหมือนอเล็กเซย์กับวลาดิเมียร์ ไหลผ่านเข้ามาสู่ประสาทสัมผัสพร้อมๆ กับความเจ็บปวดที่แล่นวูบ ไม่ผิดอะไรกับถูกกรงเล็บของสัตว์ป่าข่วนเข้าทั่วตัว ทรมานเหมือนถูกงูเหลือมขนาดยักษ์ที่มองไม่เห็นตรงเข้าบีบรัดไปทั้งร่างกาย!

เกรกอรี่คำรามลั่น รู้สึกได้ว่าอีซา -- ปิศาจของเขา -- กำลังทรมานไม่แพ้กัน มันส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กอยู่ในส่วนลึกของสมอง... แม่มดแห่งทะเลกำลังลงมือสาป... ไม่มีทาง ไม่มีทาง เขาต้องคุมมันได้ เขาจะไม่ยอมแพ้ต่อเวทมนตร์บ้าๆ พรรค์นี้อีกแล้ว!

 

“อีซา ข้าสั่งให้เงียบ---!!

 

ไม่รู้ว่านานเท่าไรกว่าชายหนุ่มจะหาเสียงของตัวเองเจอ เขาตะคอกจนแสบคอไปหมด แทบลืมหายใจ โชคดีที่ทุกอย่างหยุดชะงักไปอย่างศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ไอเวทพุ่งกลับคืนสู่สภาพของรอยสักบนแผ่นอกเขาอย่างว่าง่าย อาการเจ็บปวดหายไปแทบจะในทันที เหลือทิ้งไว้แค่ความรู้สึกปวดหน่วงๆ ที่ค้างคา

เกรกอรี่หอบหายใจหนัก กอดตัวเองแน่น

“เกร็ก เป็นอะไรมั้ยครับ!

“วลาด---” หัวหน้าลูกเรือไม่ใส่ใจคำถามนั่น เขารีบหันไปทางพ่อครัวผิวสีซีดที่กำลังมองมาอย่างหวาดหวั่น “วลาด หายตัว พาอเล็กซ์ขึ้นไปหากัปตันเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวข้าจะตามไปทีหลัง!

นัยน์ตาคนฟังเบิกกว้างขึ้น รับรู้ทันที

 

ฟรองซัวร์ทำสำเร็จแล้ว

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

สภาพของอีกฝั่งที่ถูกกล่าวถึงเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก

ครืน!

ลมพัดกระหน่ำ ฟากฟ้าที่ยังเป็นสีจัดเมื่อครู่ลดเฉดลงกลายเป็นสีเทาครึ้ม เมฆตั้งเค้าราวกับถูกพายุดูดเข้ามาหมุนเป็นวงกลมอย่างผิดธรรมชาติ มืดลงเสียจนไม่ว่าใครก็ต้องสัมผัสได้ ดึงความสนใจของทะเลคลั่งที่กำลังจะลงมือสังหารหมู่โจรสลัดอีกครั้งหนึ่งไปได้เป็นอย่างดี

ฝูงงูที่กำลังเตรียมฉกใส่ราล์ฟและฮันส์พลาดเป้าไปได้อย่างฉิวเฉียด ผืนดินไหวสะเทือน สั่นรุนแรงราวกับแผ่นดินไหวจนยืนไม่อยู่

“เกิดบ้าอะไร---!?

ฮันส์เงยหน้าขึ้นมองฟ้า แต่ยังไม่ทันจะสบถได้ครบประโยคดีก็ถูกคั่นด้วยเสียงฟ้าร้อง คำรามลั่นประหนึ่งบาดเจ็บ แล้วแสงสีขาวก็วาบขึ้นพร้อมกับเสียงสายฟ้าฟาดดังเปรี้ยง! โจรสลัดทั้งสองกับฝูงงูเวทกระจายกันไปคนละทิศละทาง ต่างคนต่างตาพร่า หูอื้อ มึนไปหมดราวกับถูกต่อยเข้ากลางบ้องหู

ฉับพลันนั้นเองที่งูทุกตัวกลายร่างกลับเป็นฝุ่นควันสีเดียวกับเกล็ด พุ่งตรงกลับไปยังเจ้าของพันธะราวกับถูกพายุดูด หนักหน่วงเสียจนเปลี่ยนทิศของกระแสลมให้หมุนตาม ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของ ทะเลคลั่ง ที่กำลังจะ บ้าคลั่ง ขึ้นมาจริงๆ!

ราล์ฟพยายามยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบากหลังพื้นหยุดสั่นแล้ว นัยน์ตาสีน้ำเงินสมุทรหรี่ลงมองฝ่าม่านหมอกควันที่ค่อยๆ จางลงช้าๆ ก่อนจะเหลือเพียงไอเวทสีดำทะมึนที่หมุนวนอยู่รอบชายหนุ่มผมแดง คัตวาทรุดอยู่กับพื้น เส้นผมยาวสีแดงเลือดปกคลุมหน้าตาไปหมดจึงมองไม่เห็น ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องไม่ได้ภาษากับอาการดิ้นทุรนทุราย และนั่นไม่ใช่ลักษณะของคนที่ถูกฟ้าผ่าจนช็อกแน่!

“ฮันส์!” ราล์ฟหันไปตะโกนเสียงเด็ดขาด “หาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด -- เดี๋ยวนี้!

“แล้วท่าน---!?”

“ไว้ข้าหาอะไรในวิหารนั่นไม่เจอค่อยว่ากัน -- ไป!

ต้นหนหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะกระชากแผนที่เกาะขึ้นมากวาดมอง มืออีกข้างยังจับดาบไว้มั่น ในขณะที่คนสั่งพุ่งตัวออกไปอีกทางแล้วอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่มีเวลามาใส่ใจอาการบ้าคลั่งของคัตวาอีกแล้ว สภาพอากาศกับพื้นดินที่ไหวสะเทือนไม่ใช่ลางดีเลย -- หัวสมองของกัปตันเรือทำงานเร็วจี๋ -- อย่างน้อยๆ เขาต้องไปให้ถึงแหล่งพลังเวทของแม่มดแห่งทะเลให้ได้ มันคือความหวังเดียวของเขาตอนนี้ ไม่ว่าจะเพื่อตามตัวเพื่อนพ้องที่หายไป หรือเพื่อหนีจากที่นี่ก็ตาม!

“เฮ้ย!

แต่เสียงอุทานของฮันส์ก็ไม่ใช่ลางดีอีกนั่นเอง

ไม่ต้องรอให้หันไปมองด้วยซ้ำ ราล์ฟก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังตกใจเพราะอะไร เมื่อจู่ๆ ก้อนหินขนาดใหญ่บนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวด้วยตัวมันเองแล้วกลิ้งเข้าใส่เขาอย่างมุ่งร้าย ชายหนุ่มดีดตัวหลบได้อย่างทันท่วงที แต่ให้พระเจ้าช่วยเถอะ มันไม่ใช่อย่างเดียวที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป

เถาวัลย์ระเกะระกะที่ห้อยย้อยอยู่ตามซากวิหารกับหน้าผาสูงชันเริ่มเหวี่ยงไปมาเหมือนงู ใบไม้ในป่ารอบด้านเสียดสีกันดังระงม แว่วมากับเสียงระเบิดตูมตามที่คาดว่าน่าจะเป็นมิเชล... ราล์ฟใจหายวูบ หล่อนต้องกลับมาที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนจะถูกป่านรกนั่นกลืนเอา!

“อ๊าก---!!

ใครสักคนร้องลั่นมาจากในตัววิหาร ก่อนจะตามมาด้วยร่างของช่างซ่อมชาวละตินที่ปลิวหวือออกมา ดาบกระเด็นไปอีกทาง ไล่ตามสายตาไปแล้วก็เจอวิลเลียมกำลังยืนมองสภาพรอบด้านอย่างตื่นตระหนก นั่นทำให้ราล์ฟเบาใจลงได้นิดหนึ่ง อย่างน้อยๆ ก้อนอิฐที่มนุษย์สร้างก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนแต่อย่างใด ถึงผลการต่อสู้ของคาร์ลอสจะน่าเป็นห่วงก็ตาม

“กัปตัน!” ฮันส์ตะโกนแข่งกับเสียงลมและเสียงกรีดร้องของคัตวาที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ “มีทางลับใต้วิหาร! ขวาสามครั้ง ซ้ายสอง ผ่านคุกที่สี่แล้วทะลุออกทะเลไปเลย!

“ไปเลย!” ราล์ฟสั่งกลับ หันไปทางคาร์ลอสแล้วตะคอก “ไม่ต้องสู้แล้ว! วิ่ง! หามิเชลแล้วพาหนีไปเลย---!!

ครืน!

คำสั่งถูกกลืนหาย หน้าผาที่ห่อตัวล้อมซากปรักหักพังเอาไว้เกิดรอยร้าวอย่างไม่น่าเชื่อที่สุด พอดีจังหวะกับตอนที่วิลเลียมเหลือบไปเห็นใครสักคนในอุโมงค์แคบๆ ที่ทุกคนออกมาในคราวแรก ผู้มาใหม่เป็นชายผมทองร่างโปร่ง มีเชือกถักสีดำคาดรอบศีรษะ ปล่อยชายลงมายาวจรดเอว...

“แกเร็ธ! ถอยกลับเข้าไป!

ไม่มีใครใส่ใจการต่อสู้อีกแล้วตอนนี้ วิลเลียมพุ่งตัวไปหาแกเร็ธ ฮันส์กับคาร์ลอสเองก็ไวพอกัน ส่วนราล์ฟหักเลี้ยวแทบจะในทันที อันที่จริงขอแค่ได้เห็นหน้าผานั่นเริ่มสั่นเถอะ ไม่ว่าใครก็ต้องวิ่ง และอุโมงค์นั่นดูจะเป็นที่หลบภัยที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ตอนนี้

ตรงกลางลาน คัตวายังคงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้น คู้ตัว หอบหายใจหนัก เล็บจิกครูดเข้ากับพื้นหินจนได้เลือด ระหว่างที่ไอเวทบ้าคลั่งเริ่มอ่อนตัวลงช้าๆ กลับไปเป็นรอยสักบางส่วน หมุนวนอยู่ในอากาศอีกส่วน แต่ที่แน่ๆ มันไม่มากพอจะปัดทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้าใกล้ให้กระเด็นได้อีกแล้ว

“วิลเลียม! แล้วคัตวา---!?”

แกเร็ธตะโกน แต่วิลเลียมเข้าประชิดตัวได้ก่อนแล้ว ยันตัวคนมาใหม่ให้กลับเข้าไปในอุโมงค์ ฮันส์กับคาร์ลอสตามเข้าไปติดๆ หน้าผากำลังจะถล่มลงมาภายในไม่กี่วินาทีข้างหน้า...

 

“กัปตัน--- เฮ้ย! กัปตัน!!

 

ราล์ฟรู้ เขามันโง่ -- โง่ โง่ โง่ -- ด่าว่าโง่กี่ครั้งก็ไม่พอ

ถ้าแค่วิ่งไปก็หลบพ้นแล้วแท้ๆ... แต่แค่เพราะคัตวายังอยู่ตรงนั้นเหมือนไม่เห็นอันตรายที่กำลังหล่นลงมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จัก ไม่ได้มีสายสัมพันธ์อะไรด้วย แต่แค่เพราะยมทูตกำลังจะเงื้อเคียวขึ้นมาต่อหน้าต่อตาเขา...

หัวใจบีบ เหมือนตอนที่เห็นวลาดิเมียร์ถูกแทง เหมือนตอนที่เห็นเพื่อนเขาทุกคนร่วงหล่นลงสู่หุบเหว...

 

...เจ้าพร้อมที่จะตายเพื่อใครสักคนได้หรือเปล่า...?

 

เขาไม่พร้อม เขาไม่พร้อม เขาไม่พร้อม...

 

 

‘...มีชีวิตสิ ไอ้หนู มีเผื่อพวกข้าด้วย...

 

 

ราล์ฟอยากจะบ้าตาย

เขาหักเลี้ยวในวินาทีสุดท้าย คว้าตัวคัตวาเอาไว้ได้ จังหวะเดียวกับตอนที่หินก้อนใหญ่ร่วงลงมาเหนือพื้นดินที่พวกเขาเคยยืนอยู่เมื่อครู่พอดิบพอดี!

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

แนะนำให้ย้อนกลับไปอ่านบทที่แล้วก่อนนะคะ เพื่อความต่อเนื่อง //บอกช้าไปละ //โดนตบออกนอกบทความ

เขียนไประทึกไปค่ะบทนี้ กรี๊ส รู้สึกเอ็กไซต์ทั้งตอนเลย ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
เรื่องจบบทให้ค้างนี่ดูท่าจะกลายเป็นนิสัยประจำตัวเราไปแล้วล่ะค่ะ (ฮา) ว่าแต่เรื่องมาไกลถึงขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย หวังว่าบทนี้จะไม่เดินเร็วไปนะ ช่วงนี้เขียนจบปุ๊บรีบลงเลยค่ะ ไม่มีสต๊อกไว้เพราะรู้สึกชักจะดองนานเกินไปแล้ว
จ... จะพยายามไม่ให้ช้าไปกว่าเดือนละตอนนะคะ!

//อันที่จริง บทนี้เขียนง่ายกว่าฉากสู้ของคัตวาในบทก่อนๆ อีกค่ะ ขนาดว่ามีบทบู๊นิดเดียวนะนั่น 55555555
*ซับน้ำตา*

คิดเห็นยังไงกันก็บอกได้เสมอเหมือนเคยนะคะ~ เลิฟๆ นักอ่านทุกคนเน้อ~

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #572 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 15:25
    ราล์ฟ!!!! เกิดมาเพื่อหล่อจริงๆ! ทำไมหล่อขนาดนี้!!
    เป็นการกระทำที่สมเหตุสมผลในตัวราล์ฟมากอ่ะ

    โอ๊ย  ตอนหลังๆ มานี้มันส์มากอ่ะ
    ตอนแรกว่าสนุกมากนะ  แต่ตอนนี้มันขั้นที่อยากวาร์ปไปอยู่ในเหตุการณ์เอง LOL

    ปล.
    อีซา เราอ่านว่า
    อีซ่า
    สร้างความเพลิดเพลินและทำมโนถึงปิศาจน้อยไปในมุมมุ้งมิ้งฟุ้งฟิ้งทีเดียวค่ะคุณ
    #572
    0
  2. #446 ชานัวร์ (@keratikan) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 05:31
    ลุ้นระทึกประหนึ่งดูหนัง3D IMax 555555555 #ขอสารภาพว่าต้องกลับไปอ่านตอนที่แล้วก่อนค่ะ5555
    #446
    0
  3. #438 Joker Mask (@gamsor) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 17:35
    ลุ้นระทึกมากอะ  กัปตันจะรอดมั้ยเนี่ย จะหลบทันมั้ย  
    ค้างงงงงงงงงงงง
    #438
    0
  4. #437 DriveMeCrazy (@greatmormon) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 02:23
    อ่านอีก อ่านอีก !!!
    #437
    0
  5. #436 HunNy_HunHun (@Vivian_N) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 01:31
    "มีชีวิตสิหนู มีเผื่อพวกข้าด้วย" รู้สึกว่าประโยคนี้มันเศร้าจัง T^T
    #436
    0
  6. #435 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2557 / 20:27
    อะไรคือมีคนโชว์หล่อหัวตอนท้ายตอนคะพี่ ตอบบบบบบบบบ //จิตใจออกสู่ทางช้างเผือก



    ตอนที่แล้วนายยังเป็นตัวประกอบอยู่เลยนะก็อดเเดม ทำไมตอนนี้มาหล่อล่ะนาย โอย ข่นบ้ะ เจ้าชายเอาแส้ฟาดมัน ฟฟฟฟฟ คือไม่ได้หล่อเฉยๆนะ มันหล่อแบบก็อดเเดมอ่ะ คือหล่อแบบดูร้ายน่าตบแต่ก็หล่อไปตาย ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ //โบกธงพ่ายแพ้

    ตอนจบก็อีก กัปปิตันนนนนน อย่าพระเอกสิ อย่าหล่อสิ หอกหักสิ แบบนี้หวั่นไหวนะ แทบหยุดหายใจเลยนะ คือตื่นเต้นระทึกขวัญอยู่แล้วเจออิแบบนี้ไปอีกออกซิเจนไม่พอนะะะะะะะะ *เขย่าคนหล่อ บร้าาาาาาาา*



    อนึ่ง คำพูดนั่น มิดฟาหรือเปล่าคะ ฟฟฟฟฟ //นี่ก็มาประโยคเดียวแต่หล่อไปตายขั้นเเม็กซ์



    //และขอกราบกัปตัน คือตอนฟรังค์บอกท่านนายพลว่ากัปตันกลัวตายกว่าใครนี่เผลอคิดภาพกัปปตันเผ่นเถอะโยมโกยแน่บ------*ตายไป*

    ปล.ถึงบทจะมีนิดเดียวแต่ก็อยากบอกว่าราชินีชะงักได้งามมากค่ะ *โดนชก*

    ปล2.ไม่รู้ว่าเป้นเพราะหนูอ่านวินซ์มาก่อนหรือเปล่า ทำไมตอนคนหล่อๆอย่างคุณเกร็กพูดกับใครดูฌหมือนเฟลิร์ต------//หายไปจากห้วงอวกาศ
    #435
    0
  7. #434 123mo321 (@jmomiji) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2557 / 17:54
    กัปตันเคลมหมดสินะ...
    #434
    0
  8. วันที่ 19 ธันวาคม 2557 / 16:49
    จะรอดไหมไรท์ยังมองหาทางออกไม่เห็นเลย  ยังรอไร?มาต่อนะ
    #433
    0
  9. #432 dark-violin (@dark-violin) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2557 / 14:41
    คัตว๊าาาาาาาาาาาาา กัปตันไม่หอกหักแล้วค่ะะะ แมนมากกกก
    เอียนนี่นับวันยิ่งกล้าขึ้นๆเนอะคะะะ//ไม่สิ มันกล้าเกรียนบัดซบมานานแล้วสินะะะ
    #432
    0
  10. #431 Bloody Rose (@sayurahime) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2557 / 07:28
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!! มาต่อเร๊ววววววววววว!!! คัตวากลับใจมาอยู่กับมารูนเท๊อะ!!!!!!
    #431
    0