P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 45 : ♦ 41 ♦ ด้วยความเคารพครั้งสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 586
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 ต.ค. 57

 
 
Chapter 41
ด้วยความเคารพครั้งสุดท้าย

 

  

 

ฌาคส์บอกไว้ว่าทหารเฝ้ายามคงเยอะ ฟรองซัวร์ก็ไม่คิดว่ากองทัพเรือจะทิ้งคนเอาไว้น้อย

แต่นี่มันเยอะเกินไป

บันไดเวียนทอดลึกลงไปใต้ดินเมื่อผ่านประตูบานใหญ่ที่ชั้นล่างสุดไปได้ ฌาคส์บอกว่าต้องลงไปอีกห้าชั้น แต่ให้พระเจ้าสาปส่งมันทั้งกองทัพเรือเถอะ จำนวนทหารยามมันเยอะเกินกว่าที่คนธรรมดาๆ คนหนึ่ง -- ที่ไม่มีมือสักข้าง -- จะฝ่าทะลวงเข้าไปได้

โจรสลัดหนุ่มในชุดทหารเรือเปื้อนเลือดได้แต่สบถกับตัวเองอยู่ในใจ ไม่ว่างพอจะกลั่นออกมาจากกล่องเสียง สิ่งที่เขาใช้สู้ได้มีแต่ดาบกลและรองเท้าส้นเหล็ก แรงขาอาจจะดี วิถีดาบอาจจะพอไหว หากมันจะมีประโยชน์อะไรต่อหน้าทหารที่มีอาวุธครบมือเป็นสิบคนแบบนี้

ข้อดีของการถีบและเตะคือได้แรงมากกว่าต่อย พลังทำลายสูงกว่า ระยะไกลกว่า ซึ่งแน่ล่ะว่าทำให้เสียสมดุลได้ง่ายกว่า และกินแรงมากกว่าด้วยเช่นกัน

ถึงจะได้แผลมามากไปหน่อย เสียเลือดเยอะไปนิด แต่มันยังติดกันเป็นเนื้อเดียว ฟรองซัวร์ไม่ได้กระจอกขนาดจะยอมโดนตัดขาทิ้งไปได้ง่ายๆ เขาพยายามบอกตัวเองว่ายังวิ่งไหว ยังหลบได้ -- มันต้องได้สิวะ -- ถ้าไม่วิ่งแล้วจะหนีพ้นได้ยังไง มันต้องได้ เขาต้องไปได้ ไม่ว่าเนื้อที่ถูกเฉือนไปจะร้องประท้วงว่าอย่างไรก็ตาม

จำนวนทหารบางตาลง เขาลากสังขารตัวเองผ่านชั้นสามลงไปได้อย่างยากลำบาก

บัดซบ บัดซบ บัดซบ

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“มันไปถึงไหนแล้ว”

“ลงไปจะถึงชั้นสี่แล้วครับท่าน จะออกคำสั่งจัดการเลย---”

“ไม่” เสียงตอบแหบแห้ง ใช้เวลานานทีเดียวกว่าคนฟังรอบข้างจะจับใจความได้ “ข้าบอกแล้วว่าข้าจะจัดการเอง พวกเจ้าถอนกำลังออกไปให้หมด”

ทหารทุกนายที่ได้ยินคำสั่งล้วนแต่หยุดเงียบ ไม่มีใครปฏิเสธทั้งๆ ที่ในใจอยากจะร้องประท้วงนักในความดื้อด้านของผู้บังคับบัญชา ในขณะที่อีกใจหนึ่งก็เข้าใจดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น กาเบรียลคงเสียหน้าที่ถูกลูกน้องคนสนิทหักหลัง ซ้ำยังถูกซ้อมเสียอ่วมไปหมดแบบนี้

มันควรจะเป็นแบบนั้น ใช่ มันควรจะเป็นแบบนั้น

กาเบรียลจับฝักดาบที่เหน็บไว้ข้างเอวมั่น ค่อยๆ ก้าวตามหลังรอยเลือดที่มีให้เห็นเป็นทางลงไปเบื้องล่าง โจรสลัดคนนั้นยังไม่ตายแน่ตามคำบอกเล่า หากปริมาณเลือดที่เสียไป -- จากเท่าที่ตาเห็นตอนนี้ -- แปลว่าแค่ยังฝืนยืนอยู่ได้ก็นับว่าทรหดมากแล้ว อาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำสำหรับมนุษย์คนหนึ่ง

เพื่ออะไร...

พลเรือเอกถามตัวเองแล้วก็ทำได้เพียงเงียบ สูดลมหายใจเข้าไปตามหลอดลม เจ็บไปถึงปอดทั้งสองข้าง

ไม่มีใครเห็นอะไรก็ตามที่ซ่อนอยู่ในดวงตาสีเขียวหม่นหมอง คนใต้บัญชามากมายเพียงมองแผ่นหลังนั่นเดินลับหายไป แล้วใครคนหนึ่งก็รวบเท้าเข้า ยกมือขึ้นวันทยหัตถ์

แด่แผ่นหลังที่ไม่เหยียดตรง แด่เกียรติที่ถูกทำลายไป

โดยไม่มีใครล่วงรู้ได้เลย ว่านั่นจะเป็นการทำความเคารพครั้งสุดท้าย แด่ทหารที่ใช้ชื่อว่าพลเรือเอกกาเบรียล การิสต้า.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ลึกลงไปที่ชั้นห้า กาเบรียลเห็นร่างของใครสักคนล้มอยู่บนพื้น เลยไปจากประตูเหล็กบานหนึ่งที่ไม่แน่ใจว่าถูกเปิดออกได้อย่างไร แต่พอเห็นยศนาวาเอกหล่นอยู่แถวนั้นก็พอเดาอะไรได้

ยศตราของทหารเรือมีหน้าที่อยู่สามอย่าง หนึ่งคือบอกตำแหน่ง สองคือติดต่อสื่อสารยามฉุกเฉิน และสามคือเป็นบัตรทางผ่านที่ลงอาคมเวทไว้ แต่กว่าคนแขนเดียวจะทำให้บานประตูอ่านสัญญาณเวทออกได้คงใช้เวลานานทีเดียว มากพอจะทำให้กาเบรียลค่อยๆ เดินตามหลังมาทัน ก่อนที่เป้าหมายของอีกฝ่ายจะสำเร็จลุล่วง

มองเข้าไป มันเป็นห้องโล่งว่าง กาเบรียลเคยมาที่นี่แค่ครั้งเดียวคือวันที่ผู้บัญชาการสูงสุดออกคำสั่งให้นำ สิ่งนั้น มาซุกซ่อนไว้ที่นี่ และไม่ได้ใส่ใจจะลงมาอีกเลยตราบใดที่ยังไม่มีคำสั่ง

ชายหนุ่มหลับตา นี่เขาใช้ชีวิตอยู่กับคำสั่งมานานเท่าไรแล้วนะ...

 

กลางห้อง รูปปั้นสำริดหยาบๆ ตั้งอยู่บนแท่นปูนที่ไม่มีอะไรพิเศษเช่นกัน มันเป็นรูปของหญิงสาวคนหนึ่งใต้ผ้าคลุม มีเกลียวคลื่นหมุนวนอยู่รอบเท้า รอยยับและรายละเอียดไม่ค่อยเรียบร้อยนักเหมือนงานที่ยังทำไม่เสร็จ มือทั้งสองข้างประคองลูกแก้วลงอาคมขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ กลมและใส เรืองแสงสีฟ้าจางๆ ท่ามกลางความมืดของห้องที่มีคบไฟอยู่เพียงสองอันเท่านั้น

ทุกอย่างเงียบสนิท สงบอย่างที่ไม่ควรจะเป็น มีแค่เสียงหอบหายใจหนักๆ ของผู้บุกรุก เสียงลากขาของเขาคงดังไม่ใช่น้อยสำหรับฟรองซัวร์ที่ยังคงล้มอยู่บนพื้นห้อง ห่างจากรูปปั้นไปราวช่วงตัว ร่างกายอาบย้อมไปด้วยเลือดและรอยแผลมากมายอย่างที่คาดการณ์ไว้ ขาสองข้างถูกฟันเสียจนไม่น่าจะยันตัวลุกขึ้นยืนได้อีกในยามนี้

นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นเหลียวกลับมายังต้นเสียงแปลกปลอม ไม่มีแววแปลกใจนักเมื่อเห็นร่างโทรมๆ ของพลเรือเอก

ตาสบเข้า กาเบรียลเผลอเห็นอะไรบางอย่างที่เขาไม่อยากเห็นเลยสักนิด ไอ้โจรสลัดเวรนี่มีดวงตาเดียวกับฌาคส์ มีแววที่ทอประกายแบบเดียวกัน... แบบที่เขาชื่นชม แบบที่เขาอิจฉา แบบที่เขาเกลียดชัง...

 

ภาพของเด็กทาสล่ามโซ่ตรวนหวนกลับมาในความคิดพร้อมกับคำถาม ทั้งๆ ที่ฝาแฝดคู่นั้นไม่เคยต้องถามเลยสักนิด

แล้วสิ่งที่ถูกต้องเล่า คืออะไรกันแน่...

 

การมาถึงของนายทหารระดับสูงทำให้ฟรองซัวร์ยิ่งรีบคลานหนักเข้า เร็วที่สุดเท่าที่แขนข้างเดียวจะลากตัวเองให้เคลื่อนที่ไปได้ ทิ้งรอยเลือดจากท่อนขาไปเป็นทางอย่างน่าอดสู

แล้วทำไมเขาถึงต้องล้มตรงนี้ -- ชายหนุ่มสบถกับตัวเองอยู่ในใจ -- บ้าชะมัด แค่ทนฝืนก้าวเข้าไปได้อีกแค่สองก้าวก็สำเร็จแล้ว ทำไมถึงทำไม่ได้

ทำไม ทำไม ทำไม

“โธ่เว้ย---!!

ฟรองซัวร์คำรามลั่น ลูกแก้วเวทที่จะปิดข่ายอาคมของเกาะนรกนั่นก็อยู่แค่ตรงหน้า--- แค่ตรงหน้าเท่านั้น!

แขนข้างเดียวที่มีอยู่พยายามเอื้อมขึ้นไป บ้าฉิบ มันสูงเกินกว่าที่เขาจะคว้าได้โดยไม่มีแขนอีกข้างช่วยพยุง ทั้งๆ ที่อยู่ในระยะเอื้อมถึงของคนปกติ แต่สำหรับเขา -- ที่ไม่มีแขนข้างซ้ายตั้งแต่เกิด -- มันเป็นระยะที่ไกลเกินจะฝัน

ขอแค่ดาบกลที่ปลายแขนเกี่ยวมันลงมาได้ ขอเพียงแค่นั้น...

พระเจ้า พระเจ้า พระเจ้า ชายหนุ่มได้แต่ด่าทอพระเจ้าอยู่ในใจ นึกเกลียดทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกที่ทำให้เขาต้องเกิดมากับแขนที่ไม่สมประกอบพรรค์นี้...

 
 

“โธ่เว้ยยย---!!!
 

 

มือของใครคนหนึ่งคว้าหมับเข้าที่ลูกแก้ว ฟรองซัวร์แทบหยุดหายใจ บาโฟบอกกับเขาตั้งแต่แรกแล้วว่าถ้าลูกแก้วถูกทำลาย เขตอาคมจะหายไปทั้งหมดราวปาฏิหาริย์ แต่ถ้าฝังมันเข้ากับ สื่อกลาง ของพลังงานเวท จะเป็นการปลดเงื่อนไขให้มนตราคงอยู่ตลอดไป

แค่มองด้วยตาก็รู้ ไอ้รูปปั้นนั่นคือพลังงานเวท คือรูปปั้นของแม่มดแห่งทะเลชัดๆ ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้ แล้วถ้าหากพลเรือเอกหมุนอุปกรณ์เวทนั่นให้เข้าที่อีกเพียงนิดเดียว ทุกคนที่อยู่บนเกาะนั้นจะไม่มีวันได้ออกมาอีกเลย

“ไม่...”

ขอแค่เขายังมีแรงเหลือพอจะยันตัวเองลุกขึ้นยืน ขอแค่ฌาคส์ยังไม่ตายและกลับมาเอาตัวอีกฝ่ายออกไป... ขอแค่...

 

“ไอ้บ้าเอ๊ย หยุดเดี๋ยว---!!!

เพล้ง!

แล้วกาเบรียลก็กระชากลูกแก้วเวทออกจากตำแหน่งที่มันควรจะอยู่!

 

เสียงร้องห้ามถูกกลืนกลับลงคอกะทันหัน ฟรองซัวร์ชะงักทุกการดิ้นรน พร้อมๆ กับร่างของทหารเรือที่ล้มโครมลงเคียงข้างเขา หอบหายใจหนักไม่แพ้กัน โจรสลัดหนุ่มกะพริบตา เห็นภาพสะท้อนของตัวเองฉายอยู่บนม่านตาสีเขียว ส่วนกาเบรียลหลับตาลงเมื่อเห็นใบหน้าเดียวกับฌาคส์ ลูคัส มองมาอย่างไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง

ไม่หรอก ชายหนุ่มไม่ได้หวังจะให้ใครมาเข้าใจอยู่แล้ว

“ทำ...ไม...”

ฟรองซัวร์ถามได้แค่นั้น เศษแก้วที่ยังเรืองแสงสีฟ้าเรื่อๆ อยู่เมื่อครู่ค่อยๆ ดับลงไปทีละชิ้นจนมืดลงไปในที่สุด นานเท่านานกว่ากาเบรียลจะลืมตากลับขึ้นมา ยกมือขวาที่ถูกเหยียบจนกระดูกร้าวไปหมดขึ้นวันทยหัตถ์ให้โจรสลัด... ให้กับใครสักคนที่ไม่มีแม้แต่ยศตำแหน่งอันคู่ควรกับการทำความเคารพ

ไม่เป็นไร ในเมื่อเขาหยัดยืนเพื่อความถูกต้องมาตลอด แล้วในเมื่อกองทัพเรือหักหลังความถูกต้องของเขา ที่ยึดถือมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับราชการ...

ชายหนุ่มลดมือลง มันเป็นการทำความเคารพครั้งสุดท้ายในฐานะทหาร

 

แด่ความโง่ของเขาที่ทิ้งชีวิตไปกับการตัดสินใจชั่ววูบ

แด่ความงี่เง่าที่เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะมีอยู่มากถึงขนาดนี้

แด่ความถูกต้องสุดท้ายที่เขารู้จัก ที่ยอมทำอะไรสักอย่างเพื่อใครสักคนด้วยชีวิต... แบบที่เขาไม่เคยทำได้...

 

“พวกเจ้าติดหนี้ข้า ลูคัส”

พลเรือเอกพึมพำ ฟรองซัวร์เงียบไปชั่ววินาที แล้วหัวเราะออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบไป

 
 

นี่ใช่ไหม

ที่ที่สูงที่สุดในโลกของฌาคส์.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

แต่กาเบรียลลงมือช้าไปเกือบครึ่งชั่วโมง

ย้อนเวลากลับไปเมื่อกว่าสามสิบนาทีที่แล้ว ห่างไกลออกไปบนเกาะสมบัติของกองทัพเรือ -- หรือถ้าจะพูดให้ถูก -- ที่ซ่อนเงินจากการค้าทาสของกองทัพ -- อาชญากรทางทะเลที่อันตรายที่สุดของธาลัสซาเข้าประชิดเป้าหมายได้สำเร็จก่อนแล้ว

วิลเลียมได้แต่ถอนหายใจ ตอนแรกคัตวา ฟลินน์ ก็ตั้งจุดหมายไว้ที่การตัดหัวเพลิงนรกหรอก แต่พอใช้เวทจับสัมผัสได้ว่ามีคน ทรยศ ทะเลคลั่งก็เปลี่ยนคำสั่งกลางคันอย่างเอาแต่ใจที่สุด

โหดร้ายที่สุด และเลือดเย็นที่สุด
 

“มิเชล เป็นอะไรรึเปล่า”

มันเริ่มจากนางรำสาวหยุดเดินไปกลางคัน หยุดชะงักไปราวกับมองเห็นผีร้ายมาปรากฏอยู่ตรงหน้าทั้งๆ ที่ก็ไม่มีอะไรเลยแท้ๆ หล่อนกอดตัวเองเข้าอย่างหวาดระแวง นัยน์ตาเบิกกว้าง ฮันส์เป็นคนแรกที่สังเกตเห็นเหมือนเคย ก่อนจะตามมาด้วยราล์ฟที่หันไปทางต้นเหตุของความผิดปกติแทบจะในทันที

ยิ่งเข้าใกล้จุดหมายยิ่งรับรู้ และภาพที่ปรากฏแก่สายตาพวกเขาไม่ใช่เพียงทางเดินว่างเปล่าอีกต่อไป ราล์ฟชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อสังเกตเห็นคราบบางอย่างสีดำเป็นปื้นบนผนังด้านข้าง ดูคล้ายรอยเลือดมากกว่าอย่างอื่น

นัยน์ตาสีน้ำเงินสมุทรกวาดมองลึกเข้าไป แลเห็นสีเขียวๆ ของใบไม้ไหวอยู่รำไรที่ปลายอุโมงค์ พวกเขายังคงมุ่งหน้าไปทางวิหารกลางเกาะท่ามกลางเสียงคัดค้านของนางรำสาว และสัมผัสที่หนาวเยือกไปถึงสันหลังนั่นก็ยิ่งทารุณขึ้นทุกที...

“นั่นควรจะเป็นทางออก”

คาร์ลอสเปรย คนเป็นกัปตันไม่ได้ตอบอะไร มีเพียงเลือดในกายที่เย็นเฉียบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

นั่นแหละทะเลคลั่ง

 

เพราะด่านทดสอบ ผู้กรีดร้องความตาย ของแม่มดแห่งทะเล... ไม่ควรจะใช่ซากเวทมนตร์ที่ถูกฉีกกระชากอย่างไม่มีชิ้นดีแบบนี้...!

 

อาจเป็นเวทมนตร์ อาจเป็นปิศาจ พวกเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่สิ่งที่แขวนอยู่ข้างคบไฟอันสุดท้ายก่อนจะถึงทางออกมีลักษณะคล้ายท่อนบนของมนุษย์เหลือเกิน ผิดไปแค่เป็นสีดำสนิททั้งตัว ศีรษะล้านเลี่ยนห้อยตกลงมองไม่เห็นแม้แต่ใบหน้า แขนข้างหนึ่งหายไป มีชิ้นส่วนบางอย่างที่ดูไม่ออกกระจัดกระจายอยู่ห่างๆ ของเหลวสีเข้มข้นคลั่กเหมือนน้ำมันเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ

โจรสลัดทั้งสามมองเจ้าสิ่งนั้นอย่างนึกสยอง ต้องใช้ปิศาจแบบไหนถึงจะฆ่าปิศาจด้วยกันได้สนิทแบบนี้

มิเชลเผลอกระซิบ

“คัตวา...”

 

“ก็รู้ตัวดีนี่ แม็คเรย์”

 

เสียงห้าวต่ำดังขึ้นราวกับจะตอบรับชื่อเรียก เป็นเนื้อเสียงเฉพาะตัวอย่างที่ฝังอยู่ในประสาทหูของราล์ฟมาตั้งแต่วันที่วลาดิเมียร์ล้มลงไปต่อหน้าต่อตา กัปตันหนุ่มเดินเข้าไปขวางหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวตรงนั้นไว้อย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งจับอยู่ที่ด้ามดาบ

มิเชลจิกเสื้อด้านหลังเขาแน่น หายใจระรัว

“หนี...” หล่อนพยายามกระซิบ “หนีเถอะนะ...”

ราล์ฟไม่ได้ตอบ เพียงแตะมืออีกข้างที่ว่างเข้ากับไหล่ของเจ้าหล่อนโดยไม่ได้มอง มิเชลกลืนน้ำลายไม่ลงคอ ความอบอุ่นมั่นคงที่แผ่ซ่านมากำลังตีกับไอเวทขุ่นข้นของคัตวา สะเทือนไปถึงกล้ามเนื้อหัวใจทุกมัดจนเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งบรรยากาศรอบข้างกดหนักหน่วงลงมายิ่งทำให้แทบครองสติไว้ไม่ได้

หากราล์ฟคือชีวิต คัตวาก็เป็นความตาย

นางรำสาวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้หล่อนยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรโดยที่หัวใจหยุดเต้น

“ฮันส์ คาร์ลอส” ราล์ฟกดเสียงต่ำ ไม่มีแววล้อเล่นปนอยู่เลยแม้แต่น้อย “หยิบอาวุธ เดี๋ยวนี้”

ไม่ต้องรอให้สั่งซ้ำสอง ทั้งสองคนคว้าอาวุธที่ข้างเอวขึ้นมาไว้แทบจะในทันที ราล์ฟชักดาบคู่ขึ้นมากระชับไว้ มองต้นกำเนิดจิตสังหารที่กำลังแผ่กระจายไปทั่วทั้งบริเวณอย่างระแวง ไม่จำเป็นจะต้องให้ใครเตือนเลย แค่ไอกดดันที่บีบขมับอยู่ตอนนี้ก็บอกได้ชัดเจนแล้ว...

 

มันมาเพื่อฆ่า -- ฆ่าอย่างเดียวเท่านั้น

 

“ไปอยู่กับนักปราบพยศแบบนั้นน่ะ” คำถามเย็นเยียบ “คิดจะทำอะไร”

ราล์ฟรู้สึกได้ว่ามิเชลปล่อยมือออกแล้วแนบหน้าผากเข้ากับแผ่นหลังเขาแทน ร่างกายสั่นระริกราวกับลูกนก

พวกเขาได้เผชิญกับทะเลคลั่งมาแค่ครั้งเดียวสั้นๆ เป็นช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่อีกฝ่ายมาฝังเวทเอาไว้ในตัววลาดิเมียร์ ก่อนจะจากโดยไม่ทิ้งข้อความอะไรไว้ให้แม้แต่คำเดียว สั้นเกินกว่าจะทันสังเกตเห็นอะไรได้เต็มๆ ตา

ท่ามกลางซากศพของเวทมนตร์ ชายคนนั้นมีผมสีแดงเลือด...

ไม่มีอะไรผิดไปจากความทรงจำ กัปตันหนุ่มจำสีผมแบบนั้นได้ จำรอยสักสีดำสนิทที่ตราไปทั้งร่างกายนั่นได้เช่นกัน หากสิ่งที่เพิ่งสังเกตเห็นคงเป็นกรอบดวงตาคล้ำจัด ลึกโหล และเหยียดมองทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกให้ถูกกดต่ำลงไปใต้ฝ่าเท้า เจือไปด้วยจิตสังหารบริสุทธิ์ -- อย่างที่ -- ไม่น่าจะมาจากมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่งได้เลย

คัตวา ฟลินน์เลิกคิ้วนิดหนึ่งเมื่อยังไม่ได้คำตอบ กดเสียงต่ำ

“แม็คเรย์”

ทุกอย่างยังเงียบ ไอเวทลอยผ่านตัวโจรสลัดทุกคนไปลูบผ่านหลังคอของหญิงสาว

“ข้าให้เวลาสามวินาที”

มิเชลหลับตาลง

“หนึ่ง”

หล่อนคว้ากอดคนตรงหน้าแน่น ชายหนุ่มก้มมองมือเล็กๆ ที่ประสานกันอยู่กับเอวตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“สอง”

อุ้งมือแกร่งวางซ้อนลงบนมือคู่นั้น ฮันส์กับคาร์ลอสมองตามแล้วเผลอสบตากันเองโดยไม่ได้ตั้งใจ

“พระเจ้าช่วย มิเชล...”

 

ก็ในเมื่อหล่อนเป็นผู้หญิงของนักปราบพยศ แล้วหล่อนจะไม่พยศได้อย่างไร...!

 

“สา---”

ตูม!!

เสียงระเบิดดังลั่นก่อนที่เลขสุดท้ายจะหลุดรอดออกจากริมฝีปาก ร่างของทะเลคลั่งกระเด็นวูบไปตามแรงกระแทก ทะลุออกนอกอุโมงค์ไปพร้อมกับเปลวไฟร้อนระอุที่ไล่ลามไปอย่างไร้ความปรานี!

 

ราล์ฟก้มลงมองหญิงสาวที่ยัดระเบิดใส่มือเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา มันเป็นแค่ขวดยาเล็กๆ ที่อัดน้ำมันกับผงระเบิดเอาไว้ด้วยกัน แต่ของพรรค์นั้นมัน...

“เจ้าพกระเบิดติดตัว?”

“ข้าเป็นมือระเบิดให้คัตวาค่ะ” หล่อนทำหน้าเหยเก ยังจุกกับแรงระเบิด “แต่หมอนั่นไม่ค่อยเรียกใช้ข้าเท่าไร”

ให้ตายชักเถอะ ที่หล่อนเผาซ่องนางโลมไปทั้งซ่องได้คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรแล้ว

แว่วเสียงคัตวาคำรามลั่นมาจากข้างนอก ราล์ฟรีบคว้าตัวหญิงสาวลุกขึ้นแล้วออกวิ่ง ทางเดินนั่นแคบและทำให้เป็นเป้านิ่งได้ง่ายเกินไป จะสู้หรือไม่ยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่อย่างน้อยๆ พวกเขาต้องออกไปหาที่หลบซ่อนที่ดีกว่านี้

 

“อย่าคิดว่าจะรอดไปได้เลย นังตัวแสบ---!!

 

เป็นคำประกาศจากคนที่สังหารหมู่โจรสลัดมาแล้วไม่รู้กี่สิบกลุ่ม เสื้อตัวนอกที่ติดไฟถูกถอดทิ้งไว้บนพื้น เผยให้เห็นรอยสักสีดำสนิทที่ประทับไปทั่วร่างกายอย่างชัดเจน ปนเปไปกับรอยแผลเป็นมากมายอย่างนักโทษเก่า และรอยกรีดบนแผ่นหลังที่ทำให้คนมองเบิกตากว้าง

ตัวอักษรแรกกรีดจรดอยู่ที่บั้นเอว ไล่ขึ้นไปตามเส้นสันหลังเป็นคำว่า ระบุไม่ได้

 

“...ข้าเดาว่าคงเป็นเวทดึงความทรงจำ ไม่งั้นก็เวทเจาะใจ -- ตัวอักษรที่หลังของเด็กคนนั้นได้มาจากไหนหรือ”

“ค้าทาสมั้ง คล้ายๆ ตราประทับที่มาสินค้า... วลาดไม่ได้เล่าละเอียด ข้าเองก็ไม่ได้เสือก--- ทำไม?”

“ข้าคิดว่าเวทเจาะเข้าไปในความทรงจำ ตอนที่ได้รอยกรีดนั่นมาไม่ก็ใกล้เคียง...”

 

บทสนทนากับนากาอินเมื่อครั้งก่อนไหลเข้ามาในหัวสมอง นักปราบพยศเข้าใจทันที

กัปตันหนุ่มลากตัวมิเชลไปหลบหลังหินก้อนใหญ่ พอพ้นอุโมงค์แคบๆ นั่นออกมาได้แล้วก็พบกับอากาศภายนอกที่ไม่ได้สัมผัสมาเสียนาน ป่ารอบด้านไม่ต่างจากฝั่งตะวันตกของเกาะเท่าไรนัก -- คัตวายืนอยู่ตรงนั้นพอดี -- ตรงใจกลางลานหินที่เขียวครึ้มไปด้วยตะไคร่น้ำและพืชชั้นต่ำ ไล่เลยไปเป็นซากปรักหักพังของอาคารที่ดูคลับคล้ายโบสถ์ ผิดแค่ว่าอึมครึมกว่าและไม่น่าพิสมัยเลยสักนิด

“วิหารอะไร ข้านึกว่าสุสาน” ฮันส์สบถ ลากคอเสื้อคาร์ลอสมาไว้ได้ก็ซุนหัวอีกฝ่ายให้หลบไปอยู่หลังแท่นหินสูงที่น่าจะเคยเป็นเสาของอะไรสักอย่างมาก่อน ตัววิหารตั้งอยู่ในหลืบผาที่ตัดเป็นเวิ้งเข้าไปราวกับจงใจ เถาวัลย์ปกคลุมหนาแน่น เพิ่มพื้นที่ให้ซ่อนตัวแต่ก็จำกัดการเคลื่อนไหวไปด้วยในเวลาเดียวกัน

“แล้วนั่นอะไร ปิศาจหรือ” ช่างซ่อมผมแดงเหลือบมองไอเวทขุ่นข้นของทะเลคลั่ง ท่าทางขยาดหนัก “หนีเถอะกัปตัน”

ราล์ฟไม่ตอบ

คัตวาขยี้รองเท้าบู้ทเข้ากับเสื้อติดไฟของตัวเองอย่างไม่เสียดาย ประกาศเสียงเย็น

 

“ออกมา แม็คเรย์”

 

มือแกร่งจับข้อมือหญิงสาวเอาไว้แน่นจนเจ็บ มิเชลมองนัยน์ตาลึกสีพื้นสมุทรแล้วก็ได้แต่เสหลบ ราล์ฟสั่งหล่อนโดยไม่จำเป็นจะต้องใช้เสียงใดๆ แล้วค่อยผละออก กระชับดาบเข้ามือพลางก้าวออกจากที่หลบซ่อน

คัตวาเลิกคิ้วสูง

“นามสกุลแม็คเรย์รึไง?”

“จำเป็นด้วยรึไง”

รอยสักรูปงูบนท่อนแขนซ้ายเรืองแสงขึ้น แล้วอสรพิษร้ายตัวหนึ่งก็พุ่งตัวแหวกอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็ว ฉกเอาเนื้อบนผิวไหล่ไปได้พร้อมกับเลือดสีแดงสด!

“หลบเก่งนี่”

คำชมนั่นไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ราล์ฟเหลือบมองแผลที่กำลังร้อนผะผ่าวราวกับถูกไฟลวกนิดหนึ่ง แค่เนื้อหลุดไปบางส่วน จริงๆ มันควรจะทะลวงผ่านกลางคอไปแล้วด้วยซ้ำ...

“เราไม่เคยรู้จักกัน” เขาพยายามเจรจาช้าๆ แม้จะตั้งท่าไม่เข้ากับคำพูดเลยก็ตาม “แล้วข้าก็ไม่ได้อยากสู้กับใคร”

ทะเลคลั่งแค่นหัวเราะเหยียดหยัน

“ที่ข้ายังไม่ฆ่าเจ้านี่เพราะเห็นว่าแกเร็ธมันขอไว้หรอกนะ” อาชญากรหนุ่มเอ่ยข้ามหัวคนตรงหน้าไปอย่างไม่ใส่ใจ “แต่ครั้งนี้แกเร็ธก็คงไม่อยู่คุ้มกบาลเจ้าแล้วล่ะมั้ง”

“อย่าออกไป” ฮันส์คว้าตัวมิเชลเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะทันได้ขยับ นางรำสาวจิกเล็บเข้ากับฝ่ามือแน่นจนเห็นเป็นรอยแดง พยายามสูดลมหายใจเข้า

ลูกเรือทั้งสองมองตากันนิดหนึ่ง คาร์ลอสพยักเพยิดไปทางสมรภูมิหลังโขดหินนั่นนิดหนึ่งคล้ายจะถาม ฮันส์ถอนหายใจยาว กลอกตาเร็วๆ แล้วยอมพยักหน้าให้อีกฝ่ายไปได้

ต้นหนหนุ่มไม่รู้ว่าทำถูกต้องแล้วหรือไม่ หากเขาไม่มีทางเลือกอื่น เขาจะปล่อยให้กัปตันสู้กับ ปิศาจ นั่นคนเดียวไม่ได้ และความสามารถในการดูแลคนอื่นของคาร์ลอสไม่ดีพอจะฝากฝังให้ช่วยปกป้องมิเชลในยามนี้ -- ในยามที่หล่อนอาจจะสติแตกได้ทุกเมื่อ

รอยสักเวทบนร่างกายของทะเลคลั่งยิ่งเรืองแสง งูสีดำเป็นมันเมื่อมเลื้อยไล่ออกจากผิวกาย ลอยค้างอยู่บนอากาศเช่นเดียวกับรังสีอำมหิตที่ฉายชัด ราล์ฟกลืนน้ำลายไม่ลงคอ นากาอินเคยบอกว่าเวทมนตร์ของอีกฝ่ายมีพื้นฐานเดียวกันกับเกรกอรี่ นั่นแปลว่ามีพื้นฐานของแม่มดแห่งทะเล...

แล้วถ้ามันอยู่ใกล้กับศูนย์กลางเวทมนตร์แบบนี้... อานุภาพจะรุนแรงสักแค่ไหน...!

“เจ้าคิดว่าหนูโง่ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินจะหนีรอดจากเหยี่ยวไปได้นานเท่าไรกัน”

เสียงลมตีรุนแรง เหยี่ยวสีดำสนิทจนมองแทบไม่เห็นรายละเอียดอื่นใดกำลังสยายปีกอยู่เหนือศีรษะ

 

จิตสังหารกดหน่วงลง คัตวาวาดมือขึ้น แสยะยิ้ม

 

“มาทดสอบดูกันหน่อยเป็นไง?”

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

เอื้อห์ ขออภัยด้วยจริงๆ ค่ะที่ห่างหายไปนาน *กราบคนอ่านรอบทิศ* ปกติจะพยายามมาปั่นให้ได้ภายในหนึ่งเดือนแท้ๆ โฮรวววววว มัวแต่ปั่นโดปั่นฟิคลงงาน Comic Avenue 2 อยู่ค่ะ (เผื่อใครสนใจ ฮา แวะไปดูได้ที่ >> http://goo.gl/A9R9Gq << หรือในเพจ >> https://www.facebook.com/the.wolf.zaa << เลยค่ะ) นี่ก็เนียนโฆษณาเฉยเลย

ชื่อบทเป็นการบอกกลายๆ ว่าหมดบทของฝาแฝดกับท่านนายพลแล้วค่ะ ก๊ากกกกกก //คนอ่านตบดิ้น //แต่ยังอยากหาบทให้อยู่ดีแฮะ กำลังส่องๆ หาทางยัดบทให้อยู่ค่ะ ฮา ก็เราชอบเขานี่นา
ฉากในบทนี้เป็นฉากแรกๆ ที่คิดไว้ให้ฟรังค์กับฌาคส์เลยล่ะ ได้เขียนแล้วรู้สึกดีใจ อารมณ์ว่าในที่สุดมันก็มาถึงฉากนี้ซะทีล่ะมั้งคะ เราชอบอารมณ์แบบนี้นะ ชอบการวันทยหัตถ์ของท่านนายพล (ก๊าวใจกับการวันทยหัตถ์เป็นการส่วนตัว) ชอบการตัดสินใจแบบนี้ ความเจ็บปวดแบบนี้ มันหน่วงแต่ว่าเป็นความรู้สึกของคนที่ตัดสินใจได้แล้วดีค่ะ
//ว่าแต่วลาดหายไปเลยแฮะ //เอาน่า เดี๋ยวก็กลับมา ถถถถถ

ช่วงหลังๆ รู้สึกภาษาฝืดๆ ฉากสู้ของคัตวานี่เขียนยากกว่าที่คิดแฮะ orz
แต่คัตวาเซะกุซี่ดีเหลือเกิน ให้อภัยค่ะ //ผิดมาก

ขอบคุณที่ยังรออ่านกันนะคะ ฮือ รักทุกคนค่ะ จุ๊บๆ
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #569 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 15:14
    รู้สึกคัตวานางน่ารักบอกไม่ถูก
    ตากาเบรียลก็ทำหน่วงในใจอีกแล้ว  อ่านฉากนางเสร็จต้องขอละจากจอสักครู่
    ดิฉันขอปรับให้ความรู้สึกที่ทะลักนี้ให้คงสมดุล55555555
    แต่ ณ จุดนี้ คุณผู้ชายแย่งความรักจากบาโฟมาได้เกือบหมดเลยนะ ถถถถถ
    #569
    0
  2. #420 DriveMeCrazy (@greatmormon) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 13:14
    อ๊ากกกกกกกกกกกกก ค้าง ลุ้นๆ 
    #420
    0
  3. #418 ชานัวร์ (@keratikan) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 01:36
    หนักหน่วงป่วงนานอะไรเช่นนี้ฮืออออ TT ท่านนายพลขาา #ทรุดลงไปกอดขาร่ำไห้
    อยากจะบอกว่าค้างแต่บอกไปก็ไม่มีไรเกิดขึ้นเพราะเดี๋ยวนี้ค้างทุกตอน TT ได้แต่บอกว่ารีบมาอัพต่อน่ะคะรออยู่ค่า T^T
    #418
    0
  4. #417 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 16:57
    อ่านจบเเล้วเเทบหยุดหายใจตามมิเชล

    ทำไมข้าว--เอ๊ย คัตวาน่ากลัวขนาดนี้ ออร่ามันเเผ่ออกนอกจอกได้เลยนะคะะะะะะะ นั่งอ่านๆอยู่นี่สะดุ้งเฮือกเฮือกเฮือกตาม มโนไปว่าถ้าอยู่ในฉากเดียวกันหนูคงสลบคาที่ไปเเล้ว ฮือออออ *จิตใจสาวน้อยช่างบอบบาง เราเข้าใจมิเชลนะ /โดนชก*

    เเต่ลุกขึ้นมาชูป้ายไฟให้นางตอนระเบิด เอื้อออห์ เเม่สาวมือระเบิด ชอบบบ บอกลางๆเลยว่าใครคิดจีบนางนี่ถ้าทำให้นางปรี๊ดคงโดนบอมบ์เเน่ๆ //นั่งกรี๊ดๆกัปตันมิเชลมิ้งๆอยู่ดีๆเจอนางเอาระเบิดยัดมือกัปตันนี่เเบบ บอมบาเยยยยยยย่

    แล้วคุณลูกเรือทั้งสองนั่น ส่งซิกซ์สบตากันบ่อยเหลือเกินนะคะเเหมมมม มีซุนหัวกันอีก //เเต่ขำที่ฮันส์บอกว่าคาร์ลอสคงดูเเลมิเชลไม่ได้ เห็นภาพตะปูไปปล่อยมุกหน้าตายเเล้วมิเชลมองเงิบๆเเบบขำไม่ออกเลยค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟ 

    สุดท้ายส่วนนี้ คัตวาสยองมากจริงๆนะคะ โฮรกกกกกกก //สมเป็นทะเลคลั่ง//เสมือนท้องฟ้าวิปริตเเปรปรวนทันใดดดดดด *ตาย*

    ...

    ส่วนท่านนายพล

    ท่านนายพล

    ท่านนายพล

    ฮือออออออออออออออ คุณคะะะะ ทำไมคุณน่าหลงรักขนาดนี้ ต่อให้เป็นที่สูงขนาดไหนเลาก็จะปีนไปหาคุณค่ะ โอยยยยยย เอาเเดเมจไปสิบล้านจุดดดด

    ฟรังค์ตอนพยายามทำลายลูกเเก้วนั่นก็ด้วย เเบบ นายบีบหัวใจเราทำไมมมมมมมมม

    สุดท้ายพอบอกว่า "นี่ใช่ไหม ที่ที่สูงที่สุดในโลกของฌาส์ค" นี่เเบบ.......ฟีลลิ่งฟอลลิ่งอินเลิฟมาก *ดาบกลกะซวกตาย*

    วันทยหัตถ์ก๊าวจริงอะไรจริงค่ะ เกียรติสุดท้ายนั่น โอยยยยยยยยย //ตะเบ๊ะตาม เราจะรักคุณตราบฟ้าดินสลายนะโฮฮฮ *เดี๋ยว*



    สุดท้ายจริงๆ

    เราคิดถึงนายนะวลาด เราจะรอนายที่ท่าน้ำทุกวันเลย

    *ถูกเตะปลิวออกจากบทความ*



    #417
    0
  5. #416 dark-violin (@dark-violin) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 11:51
    บทนี้กรีดร้องออกมาได้คำเดียวจริงๆค่ะ...ท่านนายพลลลลลลลลล
    #416
    0
  6. #415 knowing (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 11:20
    ขอบคุณค่ะไรท์ที่กลับมา เข้าดูเกือบทุกวันเลยค่ะตั้งแต่ไรท์หายไป แต่รอไรท์เสมอค่ะไฟท์ค่ะไรท์ปั่นต่อไป สู้ๆ

    กัปตันสู้ๆ คัตวาไฟท์ๆ วลาดคัมแบค
    #415
    0
  7. #414 Alistna (@fernps) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 09:10
    คัตวาถึงนายจะร้ายแต่เท่มาก มิเชลนี่กล้าทำมากโยนระเบิดใส่
    #414
    0