P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 32 : ♦ 29 ♦ เรื่องที่ดูเล็กมักส่งผลกระทบได้มากกว่าที่คิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 991
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    29 เม.ย. 56

 
 
Chapter 29
เรื่องที่ดูเล็กมักส่งผลกระทบได้มากกว่าที่คิด

 

 

 

 

“เป็นเกาะที่ไม่น่าพิสมัยเลยเลยว่ะ”

 

เป็นคำทักแรกของวลาดิเมียร์เมื่อภาพของ เกาะสมบัติ ที่เป็นจุดหมายปลายทางปรากฏแก่สายตา พ่อครัวหนุ่มนิ่งค้างอยู่บนเชือกที่ขึงอยู่ระหว่างเสากระโดงกับกราบเรือ เลยขึ้นไปมีฮันส์ที่เป็นต้นหนยืนทำหน้าพิกลอยู่บนรังนก (ซึ่งสูงเป็นบ้าและวลาดิเมียร์คิดเสมอว่าฮันส์มันบ้าที่ชอบนอนบนนั้น)

“แล้วแกทำอะไรอยู่วะ”

“เอาเชือกชูชีพ”

“เอาเสร็จก็ลงไปสิเฮ้ย คิดว่างานมันมีน้อยรึไง”

ฮันส์โบกมือไล่เขา วลาดิเมียร์ทำหน้ายู่ ค่อยๆ ปีนลงช้าๆ -- เห็นน้ำนิ่งๆ แบบนี้แต่ทะเลไม่เคยไว้ใจได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพายุเพิ่งหมดไป ราล์ฟเลยสั่งให้เขาที่ยืนว่างๆ ขึ้นมาเอาเชือกชูชีพไปโยนให้คนที่เหลือทั้งหมด มันอาจช่วยอะไรได้น้อยแต่ก็ดีกว่าไม่มีเลย

เขาเหลือบมองไปทางเกาะตรงหน้า... เกาะเล็กๆ ดูไม่มีอะไรนอกจากโขดหินเว้าแหว่งสีทะมึนดูน่ากลัว คลื่นซัดกระหน่ำอย่างไม่ปรานีใคร สีเขียวๆ ของป่าทึบกระจายทั่ว เลยไปเป็นภูเขาหิน ไล่ระดับซ้อนกันขึ้นไปเป็นทิวยาวจรดตั้งแต่ฝั่งซ้ายไปถึงอีกฝั่งหนึ่ง แต่นอกจากนั้นแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ

มันอยู่นอกเส้นทางการเดินเรือ ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลวนกันซับซ้อนยิ่งกว่าเขาวงกต และคลื่นลูกโตที่โหมเข้าใส่ราวกับจะเป็นการไล่กันกลายๆ เห็นแล้วก็พอเข้าใจหรอกว่าทำไมยังอยู่รอดมาได้โดยไม่มีเรือลำไหนเฉียดเข้าใกล้ ก็เล่นอยู่ในเส้นทางทรหดขนาดนี้ ลงว่าถ้าได้เข้าไปแล้วก็อาจจะออกไม่ได้ด้วยซ้ำ!

“วลาด เจ้าหายตัวมาทางนี้ซิ!

ปีนได้ไม่เท่าไรเสียงกัปตันเรือก็ตะโกนมาจากด้านหลังพังงา ห่างออกไปพอสมควร พ่อครัวหนุ่มเลิกคิ้วอย่างแปลกใจกับคำสั่งนั่น แต่ก็ยอมปล่อยมือจากเชือก หายตัวฝ่าห้วงอากาศไปหา...

 

โครม!

เสียแต่มันไม่ไปเนี่ยสิ

 

คราวนี้คนทั้งเรือหันมามองเขาเป็นตาเดียว วลาดิเมียร์ที่หล่นลงกระแทกพื้นดาดฟ้าโอดครวญเบาๆ อย่างเจ็บปวด นัยน์ตาข้างที่ยังเหลือฉายแววแปลกใจ

“เฮ้ย ทำไมหายตัวไม่ได้วะ”

“เอาแล้วไง” ราล์ฟยกมือขึ้นนวดท้ายทอยตัวเอง สีหน้าลำบากใจ “เข้าเขตอาคมของไอ้เกาะเวรนี่แล้ว”

“เหมือนที่แผนที่เขียนไว้ไม่มีผิด” เกรกอรี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถอนหายใจยาวเหยียด “ไม่มีทางลัดที่นี่!

กัปตันหนุ่มพิงแขนกับพังงาเรือพลางหยิบแผนที่ที่ลอกใส่กระดาษอื่นไว้ขึ้นมาดู เขาตัดสินใจให้โรแบร์ลอกไว้เกือบสิบชุด เจ็ดให้คนที่จะเข้าไปในเกาะคนละฉบับ ส่วนที่เหลือทิ้งไว้ให้ลูกเรือที่อยู่เฝ้าข้างหน้าเผื่อมีเหตุฉุกเฉินอะไร จะลำบากก็แค่รหัสบางอย่างที่อ่านไม่เข้าใจ ชี้ตรงออกมาจากบริเวณหน้าผาด้านหลังของเกาะ กับตัวอักษรธาลัสซาขนาดเล็กบริเวณขอบแผนที่ วนซ้ำไปซ้ำมาราวกับคำสาป

พวกเขาเข้าใจว่าคงเป็นคำใบ้ เสียอย่างเดียวคือตีความไม่ค่อยจะออก

 

 

ฝากข้อความสู่ทางอันกำหนด

ไร้ทางลดลัดลวงล่วงไปถึง

ไร้ซึ่งดินไร้ซึ่งฟ้าอันตราตรึง

มิคะนึง พึงระวัง จักถูกกลืน

 

ทะเลกว้างต่างตระกองประคองเกิด

แลดับเถิดชีวาตม์มิอาจฝืน

มวลพฤกษาให้สัตย์ใดไม่หวนคืน

ทั้งมวลอันไร้ที่ยืนจักหลอกลวง.

 

 

“อย่างน้อยก็แปลได้หนึ่งวรรคว่าบนเกาะนี้หายตัวไม่ได้” กัปตันหนุ่มเอ่ยช้าๆ พลางกวาดตามองแผนที่ฉบับคัดลอกในมือ ปากก็เอ่ยถามมือขวาคนสนิท “เจ้าจำอะไรได้บ้างรึเปล่าเกร็ก”

“บนเกาะนั่นข้าจำได้แค่ลานค้าทาสกับกรงขังสินค้า” คนถูกถามทำหน้าพิกล “ไม่ค่อยมีที่ยืนให้ทาสนักหรอก ท่านก็รู้ จะโดนพาไปไหนก็โดนปิดตาตลอดนั่นแหละ”

“รู้มั้ย ข้าเกลียดไอ้เกาะนี่จัง” วลาดิเมียร์บ่นอุบอิบระหว่างที่เดินมาหา พอจะเดาได้แล้วว่าเมื่อกี้กัปตันใช้เขาเป็นหนูทดลองเขตอาคมชัวร์ “มันให้ความรู้สึกน่าขนลุกไงก็ไม่รู้ เจ็บแผลด้วย”

“เวทของทะเลคลั่งก็ได้มาจากแม่มดแห่งทะเลเหมือนกัน สงสัยมันจะทำปฏิกิริยา”

“ปฏิกิริยาบ้าอะไร”

พ่อครัวหนุ่มแยกเขี้ยววับกับคำอธิบายของเกรกอรี่ นับวันร่างกายเขาจะมีอะไรแปลกๆ เพิ่มๆ ลดๆ อยู่เรื่อย เดี๋ยวก็โดนแย่งเวท เดี๋ยวก็โดนฝังเวท ไม่รู้เหมือนกันทำไมต้องเป็นเขา บอกแล้วมันมีแรงดึงดูด

“ฉิบหายแล้ว กัปตัน!!

เสียงตะโกนดังลงมาจากบนรังนกสังเกตการณ์เรียกทุกความสนใจให้หันไปมอง ฮันส์ลดกล้องส่องทางไกลลงพลางชี้ไปทางผืนน้ำเวิ้งว้างด้านหน้า คลื่นค่อนข้างแรง ยิ่งเข้าใกล้ฝั่งก็ยิ่งซัดกระจายเป็นฝอยขาวๆ กลืนไปกับสีน้ำเงินคราม พอจะทำให้เดาได้ว่าพื้นที่ข้างใต้คงไม่ใช่ชายหาดตื้นๆ ที่ลาดลง

ทุกสายตาเพ่งมองลงไปอย่างพิจารณา ก่อนที่ใครสักคนในกลุ่มลูกเรือจะโวยวายออกมาดังลั่น

 

“แมงกะพรุน!?

“บ้าไปแล้ว นั่นมันเป็น ล้าน เลยนะเว้ย!

 

เป็นคำเปรียบเปรยที่ไม่ผิดเท่าไร ถ้ามองเผินๆ อาจไม่เห็น แต่แทบทุกพื้นที่ของผืนน้ำเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหน้าตาเหมือนก้อนวุ้นสีฟ้าอ่อนๆ อมขาวจนเกือบใสลอยอัดกันอยู่เต็มไปหมด  ยิ่งใกล้ฝั่งเท่าไรก็ยิ่งเยอะเท่านั้นราวกับคลื่นหนักๆ ที่ซัดโถมอยู่ตลอดเวลาไม่มีผลอะไรกับมัน ก่อนจะค่อยๆ กระจายออกมาเรื่อยๆ จนถึงเรือของพวกเขา

แค่อัดกันเป็นล้านก็ว่าบ้าแล้ว แต่ไอ้ขนาดที่ใหญ่พอๆ กับถังน้ำเนี่ยสิที่บ้ากว่า!

ราล์ฟสั่งหยุดเรือชั่วคราวก่อนที่จะเข้าไปใกล้พวกมันมากกว่านี้ มือก็หยิบเศษไม้ที่ไม่ใช้แล้วไปที่หัวเรือ เขวี้ยงออกไปสุดแรง

“นี่มันทะเลพิษชัดๆ”

ชายหนุ่มสบถเบาๆ กับตัวเองเมื่อเห็นเศษไม้ชิ้นนั้นลอยติดหนึบอยู่กับตัวแมงกะพรุน ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำอย่างช้าๆ เหมือนถูกไฟลน หากรออีกไม่กี่ชั่วโมงมันคงถูกไหม้ กร่อนหายไปแน่ๆ ไม่ต้องสงสัยเลย

“ถ้าเข้าไปท่านได้บอกลาเรือลำนี้แน่” เกรกอรี่เอ่ยเสียงเครียด ในขณะที่กัปตันเรือเองก็เห็นด้วย ตะโกนสั่ง

 

“ถอยเรือ! ออกไปให้พ้นเขตน่านน้ำนั่น!

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“ไปจนถึงตรงนั้นแล้ว ไปติดแมงกะพรุนเนี่ยนะ?”

คือคำถามแรกที่องค์ชายริกซัส อีกลีส แห่งอาณาจักรธาลัสซาถามออกมาได้

 

นากาอินหัวเราะขบขันกับสีหน้าอยากจะด่าแต่ไม่รู้จะประมวลผลเป็นคำพูดออกมายังไงดีของเจ้าชายหนุ่ม หล่อนเทียวไปเทียวมาระหว่างเรือโจรสลัดเล็กๆ ลำนั้นกับพระราชวังที่หัวเมืองเหนือมาตลอด คอยส่งข่าวไปให้เรื่อยๆ เพราะรู้ดีว่าริกซัสเองก็เป็นห่วงมารูนไม่น้อย ถึงจะไม่ออกปากพูดก็ตาม

“แหม อะไรเล็กๆ ก็เป็นปัญหาได้เสมอนะ องค์ชาย แค่เพรียงตัวเล็กๆ ยังทำให้เรือเดินช้าได้ แมงกะพรุนตัวใหญ่กว่าตั้งเยอะ” เจ้าหล่อนแก้ต่างให้ น้ำเสียงกลั้วหัวเราะ และนั่นทำให้คิ้วเข้มขององค์รัชทายาทยิ่งขมวดมุ่นเข้า

ชายหนุ่มกลอกตาพลางเอนหลังพิงไปกับผนังอิฐเย็นเฉียบ เขาหลบมาอยู่ในหลืบอาคารเล็กๆ บนถนนในเมือง นอกทางสัญจรหลักและไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะกับชนชั้นสูงเลยแม้แต่น้อย หากราชสกุลหนุ่มผู้สูงศักดิ์คนนี้กับตรอกข้างถนนมันดูชินตาดีเสียกว่าเวลาอยู่ในท้องพระโรงเสียอีก ส่วนข้างๆ กันเป็นองครักษ์หนุ่มร่างสูงคู่กายคนเดิมในเสื้อคลุมตัวยาว รอยยิ้มขบขันวาดอยู่บนใบหน้าคม

“ไอ้อะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ว่านี่รวมเจ้าด้วยรึเปล่า คนสวย?”

เอียน ก็อดเด็น อดไม่ได้ที่จะออกปากถาม ริกซัสหันกลับไปแยกเขี้ยวใส่ ในขณะที่นากาอินหัวเราะรับหน้าตาเฉย ไม่มีวี่แววสะทกสะท้านแต่อย่างใด

“ก็เป็นไปได้นะพ่อหนุ่ม” นักเวทสาวโคลงศีรษะช้าๆ “เพื่อนเจ้าคนนั้นก็ดูดีไม่หยอกหรอก คนที่เป็นกัปตันน่ะ”

เป็นคำตอบที่เล่นเอาคนโดนย้อนเป็นฝ่ายสะดุ้งซะเอง

“เออ ใครจะเสียให้ใครล่ะวะเนี่ยคราวนี้” เอียนสบถขรม ก่อนจะไพล่กลับเข้าเรื่อง น้ำเสียงจริงจังขึ้นนิด “ว่าแต่เจ้ามีเรื่องจะมาบอกแค่นี้?”

“ข้าเอาข่าวจากนักขายข่าวมาบอก”

“เวโรนิก้าน่ะหรือ” ริกซัสเลิกคิ้วสูง ในขณะที่นากาอินพยักหน้ารับเบาๆ เอ่ยต่อ

“นางฝากให้ข้าไปบอกมารูนว่ากองทัพเรือถอนกำลังออกจากเมืองท่าแล้ว กำลังจะรายงานต่อองค์กษัตริย์ในอีกไม่กี่วัน” หล่อนโบกไม้โบกมือ “ประเด็นสำคัญอยู่ที่พลเรือเอกบางคนยังสงสัยท่าทีของมารูนอยู่ นางไม่รู้หรอกว่ากำลังจะทำอะไร แต่ตอนนี้ทะเลคลั่งหายไปจากเมืองแล้ว และนายพลคนนั้นคงไม่อยู่เฉยแน่”

“ศัตรูเยอะนะไอ้พวกนี้” ริกซัสกลอกตาแรงๆ นึกไปถึงตอนที่นากาอินมาบอกข่าวกับเขาครั้งแรก... วลาดิเมียร์ถูกฆาตกรต่อเนื่องทำร้าย หมอนั่นเป็นไม่กี่คนบนโลกที่เขาแพ้ทางและยอมโอนอ่อนให้เรื่อยไป มันก็ช่วยไม่ได้ที่จะเป็นห่วง แต่ท่าทางตอนนี้เจ้าตัวจะสบายดี... อย่างน้อยก็ในระยะหนึ่ง “แต่ข้าก็ส่งเจ้าไปเป็นกำลังเสริมแล้วไม่ใช่หรือไง นากาอิน”

นักเวทรับจ้างขยับยิ้มลึกลับอย่างเคย

“ข้าวางอาคมไว้รอบเรือลำนั้น ไม่ให้กองทัพเรือจับสัญญาณได้” หล่อนยอมรับ “แต่สงสัยข้าจะลืมบอกว่าบนเกาะนั่น อำนาจของข้าเข้าถึงไม่ได้”

ริกซัสหันมามองตาขวาง หญิงสาวตั้งท่าจะอ้าปากพูดต่อ หากคนเป็นเจ้าชายกลับแค่นเสียงเหอะขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

“ไม่ต้องบอก ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร” ชายหนุ่มแยกเขี้ยววับอย่างเหลืออด “ในสัญญาไม่ได้ระบุว่าห้ามเจ้าลืมบอกรายละเอียด”

“ท่านดักคอข้าเก่งขึ้นเรื่อยๆ”

“ข้าเรียนรู้มาเยอะ”

“เอาน่า ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าส่งตัวช่วยไปไว้ในเกาะนั้นแล้ว” นากาอินไหวไหล่ “ลำบากแทบตายกว่าจะหาช่องโหว่ของอาคมได้ รู้ไหม แค่ให้เด็กของข้าเข้าไปคนเดียวก็ลำบากแล้ว เกาะนั้นน่ะออกได้เข้าไม่ได้”

“ป้องกันแต่ขาเข้าหรือ คนวางอาคมคงมั่นใจฝีมือตัวเองเป็นบ้า” เอียนผิวปากหวือ นัยน์ตาพราวระยับ ส่วนหญิงสาวก็หัวเราะรับอย่างถูกใจ

“เจ้าสรุปได้ตรงประเด็นมาก -- ใช่ -- ข้าเจอช่องโหว่เล็กๆ แต่ก็คงมีแค่พลังเวทระดับปิศาจหรือสัตว์วิเศษที่จะลอดเข้าไปได้ นอกจากจะเข้าไปอย่างตรงไปตรงมา แต่ตอนออกดูเหมือนจะพอหายตัวออกมาเองได้”

“งั้นก็แปลว่าไอ้เด็กปิศาจของเจ้าก็พาพวกราล์ฟออกมาได้สิ” องครักษ์หนุ่มสรุป เขาเคยเจอกับเด็กที่ว่านั่นมาก่อนในฐานะศัตรู... เป็นเด็กหนุ่มปิศาจที่ภักดีต่อแม่สาวตรงหน้ายิ่งกว่าชีวิต รักยิ่งกว่าอะไร และนั่นแหละที่น่าปวดหัว

“คงยาก ได้อย่างมากก็คนสองคน มันกินแรงมากโขอยู่นะ” หล่อนถอนหายใจยาว “และช่องโหว่ที่ว่าก็ถูกปิดไปแล้ว ตอนนี้ข้ากับเด็กคนนั้นกำลังขาดการติดต่ออยู่เหมือนกัน”

“งั้นเจ้าก็ห่วงคนของเจ้าเถอะ” ริกซัสตบบ่าหญิงสาวเบาๆ พลางดึงฮู้ดเสื้อคลุมลงปิดหน้า นัยน์เนตรเหลือบมองไปยังด้านนอกตรอก หลายคนเริ่มมองมาอย่างสงสัยแล้วว่าพวกเขาเข้ามาหลบอะไรกันอยู่ในนี้ “เราควรจะไปได้แล้ว”

นากาอินเลิกคิ้ว

“ข้าก็ลืมถาม ท่านจะไปไหนหรือ”

 

“ข้าจะไปหาความจริงของเกาะค้าทาส” เจ้าชายหนุ่มยักไหล่ทีหนึ่ง เอ่ยต่อห้วนๆ “ข้าก็ต้องไปหาพ่อค้าทาสน่ะสิวะ”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งกรงสัตว์เองก็กำลังลำบากใจไม่ใช่น้อย

ลูกเรือหนุ่มเจ้าของตำแหน่งมือซ้ายของกัปตันยืนพิงกับหัวเรือ นัยน์ตาสีน้ำตาลด้านๆ ไร้แววกวาดมองลงไปยังทะเลพิษเบื้องหน้า ใบหน้าฉายแววแปลกๆ กึ่งขยะแขยง

“ถ้ามันมาเป็นไอ้ตัวใหญ่ๆ อย่างมังกรหรือคราเค่น ข้าจะยังดีใจกว่านี้นะ” ฟรองซัวร์บ่นอุบ นึกถึงสมัยก่อนที่เจอกับเหล่าสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ในทะเล “ไอ้พวกนั้นยังพอหาจุดอ่อนได้นะ ยังพอหลบถูก แต่นี่มัน...”

ไม่จำเป็นจะต้องพูดต่อก็เข้าใจได้ จำนวนมันเยอะเกินไป ครอบครองน่านน้ำทั้งหมดในบริเวณที่ควรจะเอาไว้สำหรับจอดเรือ พวกเขาลองอ้อมวนไปด้านหลังเกาะแล้วก็ต้องถอดใจ มันเป็นหน้าผาสูงชัน สูงและอันตรายในระดับที่ว่าไม่มีมนุษย์ธรรมดาสามารถปีนขึ้นไปได้โดยปราศจากเวทมนตร์ ซึ่งพวกเขาก็พิสูจน์มาแล้วว่าเวทหายตัวใช้การไม่ได้

เจ้ามาดาม แมวปิศาจที่ติดเรือมาด้วยตลอดยังคงแวบไปแวบมาระหว่างเหล่าโจรสลัด อเล็กเซย์เป็นคนแรกที่สะกิดใจ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเช่นกันเพราะเจ้าแมวน้อยสีส้มไม่ยอมหายตัวเข้าไปในเกาะตามคำสั่ง ทั้งๆ ที่ปกติก็ออกจะเชื่อฟังดีแท้ๆ และนั่นก็แปลได้ง่ายๆ ว่ามันคงทำไม่ได้

อาคมบ้าอะไร!

“นี่ ถ้าเป็นสัตว์ปกติน่าจะกลัวไฟนะ”

วลาดิเมียร์เสนอขึ้นมาบ้างหลังจากที่ยืนมองเหล่าแมงกะพรุนพวกนั้นอยู่พักใหญ่ ฟรองซัวร์หันไปเลิกคิ้ว

“แกเผาทะเลวอดได้ไหมล่ะ”

“อี๋ ไม่อยาก”

“แล้วจะเสนอทำไม”

“เอ้า ก็มันคิดได้มันก็ต้องพูดสิวะ” เสียงสบถหงุงหงิง “แล้วจะให้ข้าเสนอว่าอะไร บินข้ามไปเลยไหมล่ะ แหม!

เกรกอรี่ชะงัก

“เดี๋ยวนะ ข้าเหมือนจะคิดอะไรออก” หัวหน้าลูกเรือหนุ่มเงยหน้าขึ้นตะโกนไปยังรังนก “ฮันส์! เราเข้าใกล้มากกว่านี้ได้อีกแค่ไหน!

ต้นหนผิวเหลืองทำหน้ายุ่ง หยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นส่องมองคร่าวๆ แล้วเงียบไปเกือบนาที ก่อนที่จะก้มลงมาตะโกนกลับเสียงดัง “ก็ได้อีกนิดหน่อย ถึงประมาณโขดหินรอบนอก ถ้าเข้าใกล้มากกว่านั้นล่ะเสร็จแน่”

เกรกอรี่หันมองตาม โขดหินรอบนอกที่ฮันส์หมายถึงคือกลุ่มหินสูงใหญ่ที่กระจายอยู่เป็นวงกว้าง ห่างออกไปเพียงไม่กี่หน่วยวัด ใกล้กับตัวเกาะพอสมควร เป็นระยะเกือบเสี่ยงของการจอดเรือในบริเวณที่มีกองทัพเรือคุมอยู่ ไม่ไกลไปสำหรับการพายเรือเล็กเข้าฝั่ง แต่ก็ถือเป็นระยะที่กว้างเป็นบ้าเมื่อมีกองทัพแมงกะพรุนพิษลอยเต็มทะเลแบบนี้

“ข้าอยากลองอะไรสักอย่างว่ะกัปตัน”

คือคำบอกของเกรกอรี่ ราล์ฟไม่เข้าใจนักแต่ก็ยอมสั่งการ พาเรือเข้าไปให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามคำขอร้อง เกรกอรี่หรี่ตาลงนิดหนึ่ง มองตรงไปยังเกาะเบื้องหน้าอย่างพิจารณาระหว่างปีนขึ้นไปบนยอดเสากระโดงที่สูงที่สุดบนเรือ

ฮันส์ขมวดคิ้วบ้างพลางเบี่ยงตัวให้อีกฝ่ายขึ้นมายืนบนรังนกด้วย

“ท่านจะทำอะไรวะน่ะ”

“เสี่ยงดวง”

ชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อออก รอยสักเป็นลายเส้นรูปนาฬิกาทรายไร้ฐานสีดำตราอยู่บนผิวกายเข้ม มันเรืองแสงขึ้นน้อยๆ ก่อนจะค่อยเลื่อนหลุดออกมาจากแผ่นอก ตามฝ่ามือที่เลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยบนผิวเนื้อ มีเพียงไอเวทสีดำที่จับตัวกันอยู่กลางอากาศราวควันไฟ ก่อนจะค่อยๆ รวมตัวเข้ากลายเป็นขวานเล่มใหญ่สีดำสนิท เป็นมันเลื่อมทั้งใบมีดและตัวด้ามอย่างน่าอัศจรรย์

ฮันส์ทำหน้าพิกล

“เห็นเวทท่านทีไรตกใจทุกที”

“ก็ยังดีที่ยังใช้เวทอื่นได้อยู่” เกรกอรี่ว่าพลางชี้ไปยังกลุ่มโขดหินบริเวณชายฝั่งที่สูงเด่นขึ้นมา “เจ้าคิดว่าตรงนั้นห่างออกไปเท่าไร”

“หลายอยู่ว่ะ ท่านจะทำอะไร”

“สร้างสะพาน” คำตอบสั้น “ข้าว่าเจ้าหลบไปก่อนก็ดี”

ยังไม่ทันจะขาดคำ ขวานในมือก็ถูกเหวี่ยงวูบ!

ฮันส์แทบก้มหัวหลบไม่ทัน คนทั้งเรือก็แทบอึ้งกับภาพที่เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อด้ามขวานเล่มนั้นยืดยาวขึ้นเรื่อยๆ จนใบมีดปักเข้าไปในหินที่เป็นเป้าหมายได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

มันทำมุมเอียงลงไม่น้อย ส่วนปลายขวานเลยบริเวณที่คลื่นซัดขึ้นมาไม่เท่าไร ราล์ฟพยักหน้าอย่างพอจะเดาอะไรได้ ตะโกนกลับขึ้นไปเป็นเชิงสั่ง

 

“เกร็ก ต่ำไป!

 

“ไม่ไหวแล้ว ทำซ้ำอีกรอบข้าลงไปวัดพื้นแน่” เกรกอรี่ตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่สู้ดีนัก ใบหน้าคมคายส่อแววเหนื่อยล้าราวกับเพิ่งไปวิ่งรอบเมืองมาสักรอบ มือก็คว้าเชือกเส้นหนาเข้ามาผูกด้ามมันเอาไว้กับเสากระโดงเรือและขอบของรังนกบางส่วน จนมั่นใจว่าไม่ขยับเขยื้อนแล้วค่อยถอยออกมามอง “นั่นมันไกลมากเลยนะ ข้ายังไม่เคยยืดขวานได้ไกลเท่านี้มาก่อน”

“ขอบคุณแม่มดแห่งทะเล” ฟรองซัวร์ประชด “ข้าเข้าใจคำว่าสะพานนะ แต่ข้าไม่เข้าใจว่าพอไปถึงแล้วเราจะไต่ขึ้นไปได้ยังไง”

“ก็น่าจะยังพอปีนได้อยู่นะข้าว่า” วลาดิเมียร์ พยายามมองโขดหินที่ว่านั่น แต่สายตามันไม่ดีเท่าไรจนต้องล้มเลิกความตั้งใจ และคำตอบของพ่อครัวหนุ่มทำเอาฟรองซัวร์แทบหันไปเอาตะขอเฉาะหัว

“กรุณามองมือข้าหน่อยนะ ไอ้เด็กเปรต” ชายแขนเดียวประชดซ้ำเข้าให้

“ไม่เห็นต้องห่วง เดี๋ยวพวกข้าเบิกทางไว้ให้ก็ได้ ทำยังกับไม่เคยปีนเขามาก่อน” ราล์ฟหัวเราะหึๆ มือก็ดันหลังวลาดิเมียร์ไปทางหัวเรือ “ระยะไกลขนาดนั้น เจ้าพอจะเผาไหวมั้ย”

“อี๋ ก็บอกแล้วว่าไม่อยาก” นักเวทไฟทำหน้างอ และคราวนี้ฟรองซัวร์ที่อยู่ใกล้ๆ ก็ชักหมั่นไส้มันขึ้นมาแล้วกับไอ้เด็กสำออยประจำเรือ แหม ทำเป็นอิดออดทุกครั้งที่โดนสั่งให้ใช้เวท แต่สุดท้ายพอจวนตัวจริงๆ เข้า มันนี่แหละที่แทบจะเผาทุกอย่างเสียวอดวายแบบไม่คิดชีวิต

“แล้วตอนนั้นใครวะเผาซะป่าราบเลย” ฟรองซัวร์แขวะเข้าให้ “ไม่สิ ต้องเรียกว่าเผาซะทะเลวอด ข้ายังจำได้อยู่เลย ไอ้กำแพงไฟมหาประลัยนั่นน่ะ โหดเป็นบ้า”

วลาดิเมียร์ฉีกยิ้มแหยๆ กับวีรกรรมสมัยเพิ่งขึ้นเรือใหม่ๆ เขาได้ฉายา เพลิงนรก มาอย่างจริงจังก็หลังจากรอบนั้นแหละ ก็เล่นโดนเรือของกองทัพรุมล้อม ไล่ตามหลังมาติดๆ แบบนั้น เห็นทุกคนบนเรือเครียดกันจะเป็นจะตายที่หนีไม่ทันแล้วก็ใจหาย นึกกลัวขึ้นมาแทบบ้า เลยเผลอโดดขึ้นไปบนกราบเรือแล้วจุดไฟ เผาทะเลเป็นแถบยาวราวกับกำแพงจนเรือของพวกทหารเกือบล่มกันหมด

 

แล้วความผิดเขาหรือไง ไม่เกี๊ยว! มือมันลื่น!

 

“ขอบใจที่ด่าแทนข้าว่ะฟรังค์” ราล์ฟหัวเราะเบาๆ แล้วหันกลับมามองหน้าพ่อครัวหนุ่มเชื้อเพลิงแรง “เอาเป็นว่าช่วยหน่อยก็แล้วกัน เผาแถวๆ นั้นให้แมงกะพรุนมันลดลงหน่อยเหอะว่ะ ชีวิตมันลำบาก”

วลาดิเมียร์แยกเขี้ยววับ ไอ้กัปตันบ้า... รู้ทั้งรู้ว่าเขาแพ้รอยยิ้มแบบนั้น จริงๆ เขาก็แพ้รอยยิ้มทุกแบบของกัปตันนั่นแหละ และไอ้มือหนักๆ ที่จับลงบนไหล่นั่นมันแปลว่าอีกฝ่ายกำลังหวังพึ่งเขาเต็มที่...

โว้ย! ไม่เห็นใจคนที่นานๆ ทีจะมีประโยชน์เลย!

“ก็ได้วะ!” เสียงตอบรับฟังสะบัดหน่อยๆ พร้อมกับคำสบถเบาๆ “เผด็จการ!

ไอ้คนโดนด่าก็หัวเราะลงลูกคอหน้าตาเฉย

“โอเค ทุกคนที่จะมากับข้าพร้อมรึยัง” กัปตันหนุ่มหันกลับไปตะโกน “กลุ่มเสบียงไม่ต้องลงไปบนเกาะแล้ว ออกเรือไปหาเสบียงจากในทะเลเอาก็แล้วกัน เดี๋ยวพวกข้าข้ามไปบนเกาะกันหมดแล้วก็ตัดเชือกที่ขวานนั่นทิ้ง ถอนสมอได้เลย!

Aye aye, sir!”

เสียงตอบรับเหมือนอย่างทุกที แต่ก็เป็นคำปลุกใจที่ดีทุกครั้งเช่นกัน วลาดิเมียร์ยื่นมือไปทางเป้าหมาย เปลวไฟสีส้มปะทุขึ้นมาซ้ำๆ เหนือคลื่นลูกโต กระจายออกไปเป็นทาง ราล์ฟมองอย่างพอใจพลางเก็บแผนที่ใส่กระเป๋าหนังข้างเอวเอาไว้ เก็บดาบสั้นคู่ติดโซ่ประจำกายเข้าฝัก เตรียมข้าวของที่จำเป็นอีกสองสามอย่างแล้วกระจายถือกันไป

 

“เออ คาร์ลอส”

“หือ”

“เอาค้อนมายืมสักอัน ขอแบบตอกลิ่มทะลุหินได้”

ช่างซ่อมหนุ่มกะพริบตาอย่างเบลอๆ แต่ก็หยิบค้อนเหล็กอันประจำที่เสียบอยู่ข้างเอวมายื่นให้ ราล์ฟรับมาชั่งน้ำหนักอยู่ชั่ววินาที มันหนักไม่น้อยทีเดียว แต่ถ้าแรงอย่างคาร์ลอสใช้ไหวก็แปลว่าเขาต้องใช้ไหวเหมือนกัน

ฮันส์หันไปมองกัปตันหนุ่มที่เตรียมของเสร็จแล้วและกำลังปีนขึ้นมาบนเสากระโดงเรือ น้ำเสียงค่อนข้างกังวล

“ท่านจะประเดิม?”

“เออ และเจ้าต้องตามมาเป็นคนที่สอง มาผูกเงื่อนให้ฟรังค์มันปีน” กัปตันหนุ่มหัวเราะหึๆ ก่อนจะเปรยลอยๆ อย่างไม่มีความหมายอะไร “หวังว่ามันจะแข็งแรงพอรับน้ำหนักข้าได้ก็แล้วกัน”

“ไม่เป็นไรนะ ข้าบอกมันไว้แล้วว่าถ้างอแงจะโยนลงทะเล” เกรกอรี่ยืนยันให้พลางยักไหล่ “วิธีท่านเจ๋งว่ะ ยืมไปใช้ทีเดียวได้ผลเลย ไม่ไหวก็ต้องไหวล่ะคราวนี้”

“อะไร ปราบพยศได้แม้แต่ปิศาจเลยเรอะวิธีนั้น”

กัปตันหนุ่มตอบกลั้วหัวเราะอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร ปีนขึ้นไปนั่งบนขอบของรังนกแล้วพันโซ่ที่ปลายดาบของตนเข้ากับด้ามขวานเวทสีดำสนิทนั่น พันทบอีกรอบกับมือตัวเองให้แน่น ก่อนจะถีบตัวไปสู่เวิ้งอากาศกว้าง!

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

ถ้าเราขอโทษอีกรอบที่อัพช้าจะเบื่อกันมั้ยคะ orz //ใครยังติดตามอยู่บ้าง แสดงตัวกันเร็วค่ะ //ยังเหลืออยู่เรอะ ดองซะขนาดนี้
(รู้สึกตัวเองจะดองเค็มขึ้นทุกที orzorzorz)

ยังรีไรท์เจ้าชายไม่เสร็จซะที ทำไมสปีดเราช้าได้ขนาดนี้นะ //แย่จัง //สงสัยมีลิสต์ปั่นเยอะไป ฮือ กิเลสหนูสูง TvT

ปล. เก๊ารักทุกคนค่ะ แง TvT
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #597 mokonawhite (@mokona_white) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 00:18
    กรี๊ดกร๊าด!! พูดเลยว่าดีใจที่ริกซัสมีบทกับเขามั่งในเรื่องนี้ คือคิดถึง คือรักเจ้าชาย อยากได้เป็นพ่อของลูก เอร้ย!!!! >////<
    #597
    0
  2. #556 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 15:38
    ติดแมงกะพรุน..
    ขำคำพูดริกซัส
    เจ้าชายกลับมามีบทบาท ดีงามค่ะดีงาม

    สู้นะฟรังค์
    สู้นะฟรังค์ T^T
    #556
    0
  3. #314 keng-good (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 09:34
    ลออยู่น้ามาอัพเร็วๆ
    #314
    0
  4. #310 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 12:47
    555++ กำลังหนุกเลย รออ่านตอนต่อไป
    #310
    0
  5. #309 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 00:35
    เเอร๊ยยยยยยย เเอร๊ยยยยยยยย เเอร๊ยยยยยยยยย

    เเมงกะพรุนน่ารัก!#ผิด#ผิดมาก#ผิดที่สุด(เเต่หนูมโนไว้น่ารักจริงๆนะ 5555)

    กัปตันเเย่มาก ใช้วลาดเป็นตัวลองของเนี่ย กรีสสส เเต่ไม่เป็นไร เขาหล่อ เราให้อภัย#วลาดงับหัว



    เวทคุณเกร็กเจ๋งมาก...ฟังดูน่าเล่นจริงอะไรจริง#ผิดส์ อยากลองไต่บ้างงงง#ผิดมาก



    "เปล๊า มือมันลื๊น!"

    ขอหยิกเเรงๆนะวลาด หมั่นส้ายยยยยยยยยยย//กำเเพงไฟ โอรา สมฉายาเพลิงรา... เอ๊ย เพลิงนรกมาก กร๊ากกกกกก

    ว่าเเต่ถีบตกทะเลนี่มัน...น่ากลัวจริงอะไรจริง....ปีศาจยังกลัว คนหล่อนี่มันทรงอิทธิพลดีจริง....



    ฝั่งเจ้าชาย เเอร๊ยยยยย ขอกรี๊ดราชินีค่ะ//พีคนางมาก

    รอบนี้ทำเอียนสะดุ้ง อั๊ยย่ะ ชาบูอูรานาง 5555

    เเล้วก็

    ...

    นึกว่าจะไม่ได้เจอนายเเล้วนะั บุญเลิศศศศศศศศศศศศศศ//ม๊วฟฟฟฟฟ*ตาย*



    ปล.ตอนนี้ไม่มีอังกอร์ กะฮึก#ผิด



    #309
    0
  6. #303 ai love you (@aiyarin) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 12:41
    "ไปจนถึงตรงนั้นแล้ว ไปติดแมงกะพรุนเนี้ยนะ?"
    รู้สึกชอบคำถามนี้มากมายเลยคะ ฮ่า ๆ แหมก็อย่างที่นากาอินบอก แมงกะพรุนตัวใหญ่กว่าเพรียงนะ
    วลาดน่ารักเป็นบ้าเลยตอนนี้ อีกอย่าง วีรกรรมของเธอก็มิใช่ย่อยเลยนะจ๊ะ
    จะบอกว่าดีใจที่กลับมาอัพคะ แต่ขอโทษทีนะที่มาเม้นช้าไปหน่อย
    จะยังไงก็รอเสมอนะคะ สู้ ๆ นะ ^^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 เมษายน 2556 / 12:41
    #303
    0
  7. #302 Kurayami Akari (@vidia) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 เมษายน 2556 / 07:42
    ไม่กล้าหาเรื่องแมงกระพรุนอีกตลอดชีวิต (ไม่ใช่ล่ะ)
    #302
    0
  8. #301 ชานัวร์ (@keratikan) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 23:09
    TToTT
    น้ำตาแทบไหลเมื่อเห็นว่าไรเตอร์อัพกัปตัน
    คิดถึงนิยายเรื่องนี้แบบชิบหายวายวอดเลยค่ะ TT
    1อาทิตย์มี 7 วัน เข้ามาส่องนิยายเรื่องนี้สัก5วันได้ //พูดจริงๆน่ะนิ uu
    *พอๆดราม่าพอล่ะ เปลี่ยนฟิลๆ*
    วลาดน่ารักอ้าาา >< ชอบมันจัง 5555
    กัป่ตันโคตรหล่อเลย -//-
    เจ้าชาย...เอียน... กรี๊ดดด ถึงยังไงก็ชอบที่สุดจ้าา >3<
    เด็กปีศาจ...บาโฟช้ะ? อืม...ทำไมหนูรู้สึกสยองแปลกๆ =_=
    มาดามน้อยย เหมียวๆ มาให้แม่กอดให้ชื้นใจหน่อยเร็ว //โดนเผา
    เกรก อั๊ยย่ะ ตอนนี้หล่ออ่ะ 555
    ฟรังค์....ขอโทษค่ะ แต่หนูรู้สึกสมเพศมันเบาๆ //ตะขอเกี่ยวหน้า
    นากาอินนน แหม่ๆ บทเยอะขึ้นน่ะ คิคิ 5555
    ตะปูมีบทด้วย o_O เอาน่าา อย่างน้อยก็โผล่มาให้หายคิดถึง >//<
    ปอลอ. อยากอ่านตอนต่อไปแล้วววว uu รีบๆมาต่อเถิดพี่วูฝฟ์ขา *-* //ปิ้งๆ
    ปอลอสอง. คอมเม้นนี้แม่มหาสาระไม่ได้ 555 แต่ที่เขียนมาทั้งหมดนี้มันกลั่นออกมาจากใจน่ะเอ้อ //ประมาณว่ารอนิยายเรื่องนี้นานมากจนความคิดถึงสะสมจนเสียสติ =_=
    #301
    0
  9. #300 Lonely Life Is In The Mist (@fire-usara-rin) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 21:05
    อ่อก วลาดจะน่ารักไปไหนเนี่ย!!!

    อุหุหุ ฟรูดดดดดด//พ่นน้ำออกจากปาก
    แหม เห็นอย่างนี้ก็แสบไม่ใช่เล่นเลยนะเธอ //เมินคนที่เหลืออย่างสิ้นเชิง
    #300
    0
  10. #299 Ja_TR (@angela) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 20:43
    รออยู่ค่าาาา เข้ามารอทุกวันเลยค่ะ :))))))
    วลาดน่ารักอ่ะ น่ารักขนาดนี้จะทิ้งไปไหนได้ล่ะเนาะ <3
    #299
    0
  11. #298 Nu'PAT LoveSOBEAST (@princepaya) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 18:48
    สนุกจุง.....
    #298
    0
  12. #297 Marisa_Liza (@princesdevilpure) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 18:10
    แมงกระพรุนน่ากลัวเกินไปแล้ว 
    #297
    0
  13. #296 RayGuard (@RayGuard) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 17:50
    ยกมือสูงๆ ให้รู้ว่ารอจ้า

    อ๊าย~ เจ้าชายของเค้า...

    รู้สึกอยากเห็นเจ้าชายถูกจับไปค้าทาสยังไงชอบกล แล้วเอียนก็ต้องรีบดอดไปช่วย 555+

    แต่ความเป็นไปได้หามีไม่ เพราะดูจากอาวุธเจ้าชาย เหมือนจะไปจับพ่อค้าทาสมาเป็นทาสลงแส้มากกว่านะ อะฮุอะฮุ
    #296
    0