P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 29 : ♦ 26 ♦ ถ้าไม่ตัดสินใจก้าวออกไป จะอย่างไรก็คือไม่เดิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1054
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 ก.พ. 57

 
 
Chapter 26
ถ้าไม่ตัดสินใจก้าวออกไป จะอย่างไรก็คือไม่เดิน


 

 

 

ห้องที่กัปตันใช้เรียกประชุมเสมอคือห้องครัว

มันเป็นห้องใหญ่รองลงมาจากห้องพักรวมของลูกเรือ ใหญ่พอจะบรรจุอุปกรณ์ครัวที่จำเป็น เสบียงอีกจำนวนหนึ่ง และโต๊ะขนาดใหญ่ ฟรองซัวร์เป็นคนสุดท้ายที่เดินเข้ามา -- ราล์ฟยืนอยู่ที่หัวโต๊ะด้านหนึ่ง ห่างออกไปอีกมุม วลาดิเมียร์ปลีกออกมานั่งบนเปลญวนสีตุ่นๆ ของมันที่ผูกไว้ระหว่างเสาสองต้น

มันเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์มานอนอยู่ตรงนี้สบายๆ ไม่ต้องแย่งกับใคร เพราะที่นี่คืออาณาจักรของพ่อครัว และกัปตันหนุ่มก็ไม่ได้ออกปากว่าอะไร

 

ราล์ฟกวาดตามองเร็วๆ ทีหนึ่ง

“ครบแล้วนะ? ข้าจะได้พูดทีเดียว” แล้วเสียงห้าวก็เอ่ยต่อไปโดยไม่รอคำตอบ “จริงๆ ข้าคิดว่าพวกเจ้าน่าจะรู้แล้วว่าเรียกมาทำไม... รู้กันใช่มั้ยว่าเรากำลังจะไปที่ไหนกัน”

เสียงฮือขึ้นเบาๆ ชั่ววูบ

“เกาะสมบัติอีกเกาะ?”

“ก็ไม่ได้ไปหาแหล่งเงินแหล่งทองเรอะท่าน”

“คราวนี้ไม่เอามังกรแล้วนะ รอบโน้นก็ทำท่านกะเผลกไปเกือบเดือนไม่ใช่เร้อ” โรแบร์เอ่ยแซวขำๆ ขึ้นมาท่ามกลางเสียงตอบเซ็งแซ่ พวกเขายังจำได้ดี มังกรทะเลตัวล่าสุดที่พบเจอทำเอากัปตันคนเก่งแห่งมารูนขาเดี้ยงไปนานเลยทีเดียว

ราล์ฟยืนกอดอกนิ่ง รอจนเสียงเงียบลงแล้วเอ่ยสรุปง่ายๆ

 

“เป้าหมายคราวนี้... เกาะสมบัติของทหารเรือธาลัสซา”

 

...

“เฮ้ย! จะบ้าเรอะ!

“นี่ท่านไปขโมยแผนที่กองทัพมาจริงดิ!?

“ไอ้กัปตันหอกหัก ข้าก็นึกว่าฮันส์กับฟรังค์มันพูดเล่น!

“งั้นที่บอกว่าไปหา องค์ชาย นั่นก็เรื่องจริงสิเฮ้ย!

 

เสียงโวยวายตามคาด ชายหนุ่มก็นึกอยู่แล้วว่าโชคดีที่ตอนแรกบอกพวกมันไปแค่ว่า “จะขึ้นเหนือ” และไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่านี้ ไม่อย่างนั้นคงวุ่นวายกว่าเดิมหลายสิบเท่า -- มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังนิ่งเฉยอยู่ได้เพราะรู้แผนมาแต่แรก แต่เห็นแบบนี้ วลาดิเมียร์ก็อดขนลุกขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน

ที่แน่ๆ... ไม่มีใครตรงนี้ชอบยุ่งกับทหารเรือ!

ราล์ฟยอมบอกเพราะเขาตื๊อ ตอนแรกฟังแล้วก็ไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้ค้านอะไร พ่อครัวหนุ่มชาวสลาฟนั่งกอดเข่าข้างหนึ่ง ห้อยเท้าอีกข้างลงไปไกวเปลที่นั่งอยู่เบาๆ เล่น มือก็ลูบขนของเจ้ามาดามที่นั่งคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง มองเหตุการณ์ชุลมุนเล็กๆ ที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ

เขาไม่คุ้นเลย--- ไม่เลยสักนิด

 

“ท่านจะไปทำไมวะ กัปตัน ช่วงนี้มีเงินไม่ใช่เรอะ ไม่เห็นต้องไปรีบหาที่ตายขนาดนั้นสักหน่อย!

เสียงแหบห้าวโวยวายเริ่มดังขึ้น คราวนี้ฟรองซัวร์ที่นั่งอยู่อีกฟากรีบท้วงขึ้นมา

“ข้าไปขโมยมาเอง พวกเอ็งอย่าไปโทษกัปตันสิวะ”

ทุกคนหันขวับ

“จะเกลียดทหารเรือก็ให้มันมีขอบเขตบ้าง ไอ้เด็กเปรต!” ลูกเรือสูงวัยร่างผอมเกร็งคนหนึ่งตะเบ็งเสียงขึ้นมาอย่างหงุดหงิด “จะหักหน้ากองทัพก็ไปทำคนเดียวสิวะ จะพาให้ระยำหมากันทั้งเรือรึไง!

“ซัดโทษกันทันทีเลยวุ้ย” ฟรองซัวร์บ่นอุบเบาๆ กับตัวเอง แต่ก็ไม่พ้นระยะได้ยินของคนด่าอยู่ดี

“บ๊ะ ไอ้เด็กเหลือขอนี่--- เอ็งกล่อมกัปตันอีท่าไหนวะ!

“ถ้าข้าบอกว่าข้าเป็นคนกล่อมเองล่ะ?”

เกรกอรี่ -- หัวหน้าลูกเรือ -- มือขวาของกัปตัน -- ผู้ชายที่มีอำนาจรองลงมาเพียงแค่ราล์ฟคนเดียวเท่านั้นเอ่ยด้วยเสียงเรียบๆ ทำเอาเสียงด่าทอหยุดชะงักลงไป หันขวับไปมองหน้าชายผิวแทนด้วยสายตากึ่งอึ้งกึ่งไม่เชื่อ ส่วนกัปตันยกมือขึ้นกุมขมับไปแล้ว

“มันจะเป็นไอเดียของใครก็ช่างมันเหอะน่า” ราล์ฟเอ่ยไกล่เกลี่ย แล้วก็ได้เสียงบ่นพึมอย่างไม่พอใจเป็นคำตอบ

“ฟรังค์มันได้ใจใหญ่แล้วนะกัปตัน--- ทั้งท่านทั้งเกร็กเข้าข้างมันได้ไงวะ!” คำประท้วงลั่น “แล้วพวกข้าล่ะ! ให้ข้าตกขอบโลกซะยังดีกว่าไปสู้กับทหารเรืออีกนะโว้ย!

“พวกแกไม่ตายหรอกโว้ย ปอดแหกกันฉิบหาย” ฟรองซัวร์แขวะกลับ แยกเขี้ยว “ข้าเสนอแล้วไงว้า เกร็กเห็นด้วย กัปตันก็เห็นด้วย พวกเอ็งจะเอาอะไรมาค้านข้า--- ข้าเป็นมือซ้ายกัปตันนะโว้ย!

“ไหนวะมือ ไม่เห็นมีสักข้าง!

 

แล้วตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงร้องเพลงหงุงหงิงมาจากคนที่ไม่ได้นั่งอยู่ร่วมโต๊ะด้วย -- หรือถ้าจะเรียกให้ถูก -- จากพ่อครัวเพียงคนเดียวบนเรือที่นั่งแยกไปอยู่นั่น

 

 

“...Everywhere you wanna go

Anywhere, I’ll go along

No matter where it’s gonna take

Just go and be strong

 

See the way this world spins?

Lift your head, we’re gonna win

In this game of living life

This is our heart and pride...”

 

 

“โว้ย! ไอ้เด็กเวร ไม่ช่วยก็หุบปากไปโว้ย!

“ข้าร้องเบากว่าเสียงพวกเจ้าตั้งเยอะ ขี้รำคาญไปได้” มันฉีกยิ้มกลับหน้าตาเฉย “เนื้อเพลงแทงใจก็บอกมาเหอะ”

คนทั้งเรือชะงักไป กึ่งอยากด่ากึ่งแปลกใจกับรอยยิ้มง่ายๆ ที่แทรกลงมาระหว่างรอยร้าวของการถกเถียง มันโคลงหัวไปมา ทำหน้าไม่สนใจแล้วร้องเพลงต่อเบาๆ เป็นทำนองง่ายๆ ที่คุ้นหูพวกเขาทุกคนดี เพลงของเรือ เพลงของทะเล ไม่ว่าใครที่อยู่ในมหาสมุทรแถบนี้ก็ต้องรู้จัก

อาจจะจริง ไม่ใช่ไม่เคยร้อง แต่ร้องกันบ่อยเสียจนติดหู จนลืมไปแล้วว่าความหมายจริงๆ คืออะไร

เสียงของวลาดิเมียร์ทำให้พวกเขาหยุดคิดเป็นครั้งแรก

 

 

“...We have nothing since the start, so nothing will ever be gone

All we need is to keep going on, and on

You are here is enough, go anywhere, I’ll catch you up

All we need is to keep going on, and on

 

Let the sea be the guide

Along the wave, there’s just one ride

I hear the wave, I hear the life

I’ll be here ’til I die...

 

 

วลาดิเมียร์หยุดเสียงร้องไว้แค่นั้น ความจริงแล้วเพลงทะเลไม่มีวันจบ มันร้องต่อไปได้เรื่อยๆ ตราบใดที่คนร้องยังอยากจะร้องและสามารถแต่งต่อไปได้ ดนตรีอยู่ในเลือดของโจรสลัดทุกคนมากพอๆ กับปริมาณเหล้าที่ดื่ม แต่พ่อครัวหนุ่มคิดว่าแค่นี้น่าจะเกินพอแล้วสำหรับทุกอย่าง

คนที่เผลอลุกขึ้นมาด้วยแรงโมโหเมื่อครู่พากันหันไปสบถอะไรขรมไปหมด ทิ้งตัวลงนั่งอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไร พร้อมกับความสามัคคีที่กลับมาด่าอย่างพร้อมเพรียง

 

“เกลียดมันว่ะ!”

 

วลาดิเมียร์สะดุ้ง

“เฮ้ย อะไร เราเป็นเด็กดี เราเป็นเด็กน่ารัก เราแค่ร้องเพลงเอ๊ง!”

“ข้าว่าเอ็งสมควรหุบปากก่อนจะโดนรองเท้ายี่สิบเจ็ดคู่รุมกระทืบนะ” ราล์ฟเอ่ยขัดขึ้นมาจากทางหัวโต๊ะ หัวเราะหึๆ แล้วหันไปหาคนที่เหลือ “ข้าไม่ได้ว่าอะไรหรอก... ไม่อยากไปข้าก็ไม่ได้บังคับ จริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องว่ะ ข้ารู้ -- แต่บอกไว้ก่อนว่าข้าไม่เปลี่ยนแผนแน่”

โรแบร์ถอนหายใจเฮือก

“วลาดมันพูดถูก ยังไงพวกข้าก็จะไปกับท่านอยู่ดี ต่อให้ลงนรกก็เหอะ” เขายกมือขึ้นยอมแพ้ เอ่ยแทนลูกเรือทุกคน “ข้าแค่อยากรู้ว่ามันเรื่องอะไรว่ะกัปตัน”

คราวนี้ราล์ฟก้มลงไปมองเกรกอรี่ที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ เจ้าตัวก็ไหวทัน ตั้งท่าจะเสหลบไม่พูดไม่จา แต่คนที่ไวที่สุดคือวลาดิเมียร์ที่แอบเหล่มองอยู่นานสองนานแล้ว รีบแทรกขึ้นมาเสียก่อนที่คนเป็นกัปตันจะได้ตอบอะไรกลับไป

“กัปตันห้ามพูดนะ ข้าจะฟังเกร็ก”

หัวหน้าลูกเรือหนุ่มมองไอ้เด็กผมเงินนั่นตาขวาง เสียแต่วลาดิเมียร์ดันจ้องกลับมาอย่างไม่มีหลบ ท่าทางจริงจัง ไม่มีเค้าแววล้อเล่นอยู่ในดวงตาข้างนั้นเหมือนเคยจนความคิดที่จะดุถูกกลืนหายไปเสียหมด

เกรกอรี่กวาดมองรอบตัว เขากลายเป็นเป้าสายตาไปแล้ว

“ข้าไม่ได้---”

ราล์ฟหันมองบ้าง... จะว่าไปก็เข้าใจหรอก ทั้งสองคนนั่นแหละ เห็นสายตาลำบากใจของเกรกอรี่แล้วก็ได้แต่ตบบ่าอีกฝ่ายหนักๆ บอกง่ายๆ แต่ผลกระทบรุนแรงไม่ใช่น้อย

 

“ถ้าเจ้าไม่เล่าตอนนี้ ข้าถีบตกทะเล”

เกรกอรี่สะดุ้ง

“เดี๋ยวนะ พายุเข้าอยู่---”

“นั่นแหละ ให้มันไหลไปกับคลื่น”

 

คำขู่เหมือนล้อเล่น แต่ลูกเรือทั้งหมดเผลอขนลุกเกรียวยิ่งกว่าตอนรู้ว่าจะไปต่อกรกับทหารเรือเสียอีก... ไอ้กัปตันบ้า เห็นใจดีแบบนี้ แต่ก็เคยถีบทุกคนตกทะเลมาแล้วอย่างน้อยคนละหนึ่งหน เป็นบทลงโทษเพียงอย่างเดียวที่พี่แกงัดขึ้นมาใช้ปราบพยศ แล้วก็ปราบได้อย่างอยู่หมัดดีเสียด้วย

ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไร แค่คลื่นทะเลกับความเวิ้งว้างของมหาสมุทรก็มากเกินพอ!

ความเงียบทิ้งตัวลงนาน แล้วเกรกอรี่ก็เผลอสบถออกมาอย่างอดไม่ได้ เป็นไม่กี่ครั้งที่นัยน์ตาสีนิลจะฉายแววไหวมากถึงขนาดนี้ให้ลูกเรือทุกคนเห็นโดยทั่วกัน

 

“มันเป็นเกาะค้าทาส”

 

คำสรุปความห้วนๆ เล่นเอาบรรยากาศเงียบกริบลงยิ่งกว่าเดิม ราล์ฟคลี่ม้วนแผนที่ออก ยื่นให้เกรกอรี่แตะเวทลงทีหนึ่งแล้วค่อยส่งต่อกันไปรอบโต๊ะ -- เกาะสมบัติ ที่ว่าอยู่ที่ทะเลเหนือ... บริเวณที่ควรจะเป็นพื้นน้ำว่างเปล่า จากที่เห็นเป็นแค่เกาะเล็กๆ ขนาดที่ว่าหากเป็นทุ่งโล่งๆ คงเดินข้ามได้ภายในสองหรือสามวัน

รอยแต้มเวทสีน้ำเงินสุกใสเรืองรองขึ้นมาช่วงทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ พื้นที่ที่เหลือเป็นตัวอักษรหวัดๆ เขียนไม่เป็นระเบียบ ชี้ลูกศรโน่นนี่เต็มไปหมด มองๆ ไปก็เหมือนแผนที่สมบัติธรรมดา ไม่มีเค้าแววอย่างคำบอกเล่าเลยแม้แต่น้อย

หัวหน้าลูกเรือหนุ่มยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ ไม่สบตาใครสักคน

 

“กองทัพเรือใช้มันมาตั้งแต่เมื่อไรข้าไม่รู้หรอก แต่รู้สึกจะเป็นทางผ่านหลักของสายค้าทาสที่มาจากทางเหนือ โดนปิดตัวไปตั้งแต่ธาลัสซาเลิกสนับสนุนพ่อค้าทาส... หลายสิบปีมาแล้วมั้ง” เกรกอรี่ถอนหายใจ “พวกเจ้ารู้จักแม่มดแห่งทะเลรึเปล่า”

เสียงฮือฮาชั่วครู่

“นักเวทโบราณแถวทะเลเหนือที่เขาว่าเป็นอมตะน่ะนะ?”

“เฮ้ย ไอ้บ้า ตายไปตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่เรอะ” เสียงแย้งมาจากอีกทาง

“แต่ก็อยู่มาตั้งแต่สมัยทวดข้าแล้วนา”

“ตายแล้ว ได้ยินว่าแก่ตายอยู่บนเกาะนั่นน่ะแหละ นางมีวิหารของตัวเองอยู่” เกรกอรี่แทรกขึ้นมาเรียบๆ แต่น้ำเสียงฝืดลงเห็นได้ชัด “ข้าไม่รู้ว่ากองทัพเป็นอะไรกับนาง คงแบ่งเกาะกันมั้ง... แล้วกองทัพยืมเวทมนตร์หลายๆ อย่างที่นางทิ้งไว้ ปิดเกาะ แล้วเปิดสายค้าทาสขึ้นมาอีกรอบ”

เสียงฮือฮา มีแค่ราล์ฟกับฟรองซัวร์ที่ยังนิ่งอยู่ได้

 

“เดี๋ยวนะ ข้าเริ่มงง” ฮันส์ยกมือขึ้นมากลางคัน ถึงจะรู้แผนอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน “มันเกี่ยวอะไรกับเราวะ กองทัพจะค้าทาสก็ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไรไม่ใช่เรอะ”

เกรกอรี่เกาท้ายทอยตัวเองเบาๆ ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี

“คือ...นางสาปข้าไว้...”

 

...

“ว่าไงนะ”

“พวกเจ้ารู้ใช่มั้ยว่าข้าเคยเป็นทาส--- โดนขายมาแล้วส่งไปที่ไอ้เกาะระยำนั่นแหละ” เขาส่ายศีรษะ “ไอ้คนที่ซื้อข้าไปเคยเผลอหลุดปากออกมาข้าถึงได้รู้ แม่มดแห่งทะเลทิ้งเวทไว้เยอะ กองทัพก็เลยฉกมันไปขายพร้อมกับทาส”

วลาดิเมียร์กะพริบตาอย่างแปลกใจในฐานะนักเวทคนหนึ่ง

“เวทมนตร์นี่ขายได้ด้วยเหรอวะท่าน”

“พูดเหมือนไม่เคยโดนดึงเวทออกจากร่างว่ะวลาด” ราล์ฟสวนกลับแทนให้ เล่นเอาคนถามหดคอวูบ หน้าแหยไปกับความทรงจำที่ไม่น่าพิสมัยเท่าไร

“ตอนนั้นข้าสักสิบหกได้มั้ง เป็นทาสแรงงาน” เกรกอรี่เล่าต่อเมื่อเห็นห้องเงียบลงอีกรอบ “วัยรุ่นน่ะ -- ถ้าก่อเรื่องเข้าหน่อยก็โดนลงโทษ โยนเข้าคอกให้ฆ่ากันตาย เหลือคนสุดท้ายไว้เป็นเหยื่อทดลองเวท... ข้าจำไม่ได้หรอกว่ารอดมาได้ยังไง จำได้แค่ว่าสุดท้ายโดนจับรมยามั้ง... รู้ตัวอีกที ไอ้พวกนั้นก็เริ่มพิธีสร้างพันธะปิศาจแล้ว”

เขาชี้ไปบนแผ่นอกที่สักเส้นร่างรูปนาฬิกาทรายไร้ฐานสีดำสนิทแทนคำอธิบาย

“ข้ามีเวทมนตร์ตั้งแต่วันนั้น แล้วพ่อค้าชนชั้นสูงคนหนึ่งก็ซื้อข้าไปเป็น...” พูดได้แค่นั้นก็ชะงักไปนิดหนึ่ง หยุดเว้นวรรคไปหลายอึดใจ “มันเรียกข้าว่าองครักษ์ แต่ข้าเรียกตัวเองว่าคนเก็บขยะ -- ส่วนเรื่องหลังจากนี้ ข้าคิดว่าพวกเจ้าทุกคนรู้กันหมดแล้ว”

ชายหนุ่มละเรื่องราวที่เหลือเอาไว้ -- เหตุผลที่ทำให้ค่าหัวเขาสูงลิบลิ่วยิ่งกว่าคนไหนๆ บนเรือไม่เว้นแม้กระทั่งกัปตัน -- ทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แล้วแต่ก็เล่นเอาคนฟังทั้งหลายเผลอนิ่งงันไปได้ เกรกอรี่เคยเล่าแค่คร่าวๆ ถึงเจ้านายเก่ากับรสนิยมแปลกๆ มือที่เปื้อนเลือดด้วยความจำใจ คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่แพะรับบาปคือคนลงมือ และการลอบสังหารพ่อค้าคนนั้นโดยที่ ทาสองครักษ์ ยืนมองอยู่เงียบๆ...

 

ส่วนเหตุการณ์ถัดมาคือเรื่องของฆาตกรต่อเนื่องที่ชื่อ เกรกอรี่ การ์แลนด์ ในฐานะของสัตว์ร้ายตัวแรกที่โดน นักปราบพยศ ปราบลง

 

“แล้วท่านโดนสาปอะไร”

วลาดิเมียร์ถามไม่เต็มเสียง เกรกอรี่หยุดเงียบไปนานจนเกือบจะนึกว่าไม่มีคำตอบ แต่ชายหนุ่มก็เอ่ยปากออกมาจนได้ในที่สุด น้ำเสียงที่ฝืดไปฟังอ่อนลงมากเหมือนโล่งที่ได้เอ่ยเล่าความลับที่พยายามปิดไว้

“แม่มดแห่งทะเลเป็นคนหวงของ ข้าเพิ่งเข้าใจชัดๆ ตอนที่ได้คุยกับนักขายข่าวนี่แหละ” เขากล่าว นึกไปถึงเวโรนิก้า “นางทิ้งเวทไว้เพราะนางหวงวิหารของนาง แต่กองทัพเอาเสี้ยวเวทมนตร์พวกนั้นไปสร้างพันธะปิศาจ เจ้าคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“ก็ทวงคืน?”

คำตอบตรงๆ กึ่งถามแบบกำปั้นทุบดินดังมาจากคาร์ลอสที่นั่งฟังอย่างเดียวมาแต่ต้น

“ใช่ และคนซวยคือทาสที่โดนพันธะอย่างข้าที่ต้องหาของไปคืนแทนเวทนี่ เพราะจะทำยังไงมันก็คืนกันไม่ได้ แล้วแต่ว่าความหวงของนางจะเริ่มขึ้นเมื่อไร” เหยื่อพันธะเอ่ยด้วยน้ำเสียงลำบากใจขึ้นนิดหน่อย ลูบต้นคอตัวเองเบาๆ “แล้วปิศาจที่ทำพันธะกับข้ามันก็เริ่ม... เอ่อ... งอแง”

 

...

พรืด...

 

เสียงหลุดขำหลุดพรวดออกมารอบโต๊ะ ราล์ฟเบือนหน้าหนีไปกลั้นหัวเราะ ในขณะที่เกรกอรี่ได้แต่กลอกตา

“ข้าซีเรียสนะ”

“คือ... ศัพท์ท่านมัน...” อเล็กเซย์พยายามพูด แล้วก็อดไม่ไหวก้มลงไปมุดอยู่บนโต๊ะ ตัวสั่นเทา

“ก็มันงอแงนั่นแหละ ตรงที่สุดแล้ว--- เจ้าไม่เคยรู้สึกเหมือนโดนหมาฟันคมๆ แทะเนื้อตัวเองตลอดเวลานี่ มันบ้าก็ลุกขึ้นอาละวาดจะกลับไปหาแม่มดแห่งทะเลให้ได้ ยิ่งมาอาละวาดตอนกำลังกินข้าวนี่...” เกรกอรี่เอ่ยเสียงหน่ายๆ สีหน้าไม่สู้ดีเท่าไร “พักหลังๆ พวกเจ้าเห็นข้าขย้อนของเก่ามั้ยล่ะ คิดว่าข้าเมาเรือรึไง”

“เดี๋ยวก่อนนะ อันนี้เจ้าไม่เคยเล่าให้ข้ากับกัปตันฟังนี่หว่า” ฟรองซัวร์ประท้วงขึ้นมากลางคัน ในขณะที่ราล์ฟก้มลงจ้องหน้าเขม็ง คิ้วขมวดมุ่นเข้า

“เกร็ก งั้นที่เจ้าฝันเห็นซามูเอลตาย...?”

“อาจจะเกี่ยวกันก็ได้...” หัวหน้าลูกเรือยักไหล่ เหลือบมองวลาดิเมียร์นิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีกนอกจากไพล่กลับไปอีกเรื่องเสีย “ช่างเถอะ ข้าขอแค่กลับไปที่ไอ้เกาะบ้านั่นแล้วทำลายคำสาปของแม่มดแห่งทะเล แค่นั้นก็พอ ก่อนที่ปิศาจในตัวข้าจะทรยศ”

“ทรยศ?”
 

 

“ก็กลืนร่างข้าแล้วไปหาแม่มดแห่งทะเลซะเอง”

“เฮ้ย!!

 

 
 

ลูกเรือชาวมารูนทั้งหมดสบถกันขรม นึกเกลียดไอ้คนที่ชอบพูดเรื่องสาหัสสากรรจ์ออกมาให้ฟังเหมือนเรื่องดินฟ้าอากาศขึ้นมาชอบกล แม้แต่ราล์ฟกับฟรองซัวร์ที่คบกันมานานที่สุดยังเผลอแยกเขี้ยวอย่างอดไม่ได้... เกรกอรี่น่ะอะไรก็ดี จะมาเสียเอาก็ตรงนี้แหละ!

“เข้าใจรึยังทำไมกัปตันยอมมัน” ฟรองซัวร์บ่นอุบอิบ “แล้วก็ด่าข้ากันจั๊ง... ผิดตรงไหนวะเนี่ย!

“ก็แกไม่ยอมบอกแต่แรก” โรแบร์ตะโกนมาจากอีกทาง

หนุ่มแขนเดียวผู้ดำรงตำแหน่ง มือซ้ายของกัปตันสบถอะไรอีกสองสามคำ ราล์ฟเลิกคิ้วนิดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยเล่าอะไร... ถ้าเปรยออกมา วลาดิเมียร์มีหวังได้โวยวายอีกรอบแหงๆ ที่พวกเขาสามคนยังมีอะไรที่บอกไม่หมดหลงเหลืออยู่อีก แต่ดูเหมือนฟรองซัวร์จะไม่มีความคิดที่จะเอ่ยปากเลยแม้แต่นิดเดียว

 

นัยน์ตาสีน้ำเงินของกัปตันหนุ่มก้มลงมองตะขอสีเงินที่ติดอยู่ปลายแขนขวา... แทนที่ เครื่องสังเวย ของกองทัพเรือ!

 

“ถ้าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เราจะออกเดินทางในอีกสองวัน” ราล์ฟเปลี่ยนเรื่อง เอ่ยสรุปง่ายๆ หลังจากเสียงจ้อกแจ้กจอแจเริ่มซาลง “ข้าจะแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละเจ็ดพอดี--- ขอแค่หกคนที่มากับข้า ที่เหลือแบ่งกันเองตามสบาย”

วลาดิเมียร์เงยหน้าขึ้นทันที ทิ้งภวังค์ความคิดกับเรื่องราวของเกรกอรี่ออกไปจากหัวสมอง

“อ้าว ไม่ได้ไปด้วยกันหมดเหรอ”

“กลุ่มหนึ่งหาเสบียง กลุ่มสองกับสามเฝ้าเวรยามบนเรือ ส่วนกลุ่มสุดท้ายมากับข้า” กัปตันหนุ่มแจกแจง ไม่มีใครคัดค้านอะไร มีแต่ไอ้พ่อครัวตัวดีนั่นแหละที่ทำหน้าเหมือนหวาดระแวง

เห็นแล้วก็ขำ... มันกลัวการออกภาคสนามเข้าให้แล้ว

 

“ไม่ต้องห่วงหรอก ไอ้หนู เอ็งได้มากับข้าแน่... ถ้าอยากให้ แผล จากทะเลคลั่งมันหายน่ะนะ!

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

อู้ว มาอัพจนได้แหละ♥

ส่วนที่เสียเวลาที่สุดแต่สนุกที่สุดคือแต่งเพลงค่ะ ความจริงแล้วเราได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Yo-ho-ho and a bottle of rum (เพลงโจรสลัดคลาสสิกจาก Treasure Island) แล้วยืมทำนองเพลง Bink's Sake จาก One Piece มาดัดๆ เป็นกรอบจำนวนคำในแต่ละวรรคค่ะ แต่จริงๆ แล้วทำนองจะเป็นยังไงก็แล้วแต่จินตนาการเลยเนอะ คือเราไม่มีความสามารถจะแต่งทำนองใหม่จริงๆ 5555 (แค่เหล้าบิงส์มันติดหูเฉยๆ เราติดเสียงคนพากย์ซันจิน่ะค่ะ ก๊าก *FC ฮิราตะ ฮิโรอากิ*)

สนองนี้ดตัวเองด้วยแหละ โจรสลัดมันก็ต้องมีเพลงสิ!

EDIT---- แก้เนื้อเพลงค่ะ รู้สึกคราวก่อนมันทะแม่งๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ =w=

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #595 fang (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 23:06
    อดีตเริ่มเผยออกมาเรื่อย ๆ แล้วสิ ชอบจัง

    อดีตที่มาพร้อมรอยแผล

    ดีจริงๆที่วลาดอยู่ ที่ร้องเพลงขึ้นมาเตือนสติ ไม่งั้นคงวุ่นวายกว่านี้

    เข้าใจว่าไม่อยากพูด แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องบอกล่ะนะคุณเกร็ก สู้ๆกับเวทย์ในตัวนะฮะ ใช้คำว่างอแงแล้ดูความรุนแรงลดน้อยไปโข 555



    ฟรังค์ ท่าทางนายจะยังไม่อยากพูด เพราะอะไรนะ?



    พอรู้จำนวนคนบนเรือชัดๆแล้วทำเอาอยากเห็นภาพหมู่ 5555 คงสนุกวุ่นวายดีพิลึก

    ราล์ฟ ท่านหาสัตว์ร้ายมารวมตัวกันได้ขนาดนี้เพราะตัวตนของตัวเองได้นี่....สุดยอดเลยอ่ะท่าน

    #595
    0
  2. #553 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 15:29
    การผจญภัยที่แท้จริงกำลังจะเริ่มสินะ!!!
    รู้สึกถึงความเข้มข้นถึงซุปหมูขึ้นมาจริงจัง
    แต่ชอบเพลงจัง ♡
    #553
    0
  3. #306 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 21:06
    หนูชอบมาก คำว่ากัปตันหอกหัก ได้ยินทีไรก็จี๊ดใจทุกที....#กัปฆ่าตาย
    กร๊ากกก ขำฟรังค์มาก ไหนล่ะมือ ฮาาา ดูไปๆมาๆหมอนี่น่าสงสารจัง โดนด่าอยู่คนเดียว ขนาดคุณเกร็กออกหน้าให้เเล้วยังโดนด่าเลย โถว์ พ่อด้วน ถือซะว่าฟาดเคราะห์เพราะบทเยอะละกันนะ กรั่กกกกส์

    เเต่ว่า วลาด ตอนนี้ยอมเอ็งเลยค่ะ น่ารักเกินนนนน เด็กดีมากจ้ะะะ อร๊างงงงง อยากฟัดดดดดด

    เรื่องคุณเกร็กว่าพาระทึกเเล้ว เเต่การที่คุณเกณ็กใช้คำว่างอเเงนี่มัน*โมเอ๊ส์*
    //เเต่ไ-อ้รู้สึกเหมือนโดนเเทะนี่เสียวนะ....


    ปล.พายุหมุนฝุ่นตลบกลบแผ่นดินทันที......#เอาให้สุด

    #306
    0
  4. #285 ชานัวร์ (@keratikan) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2556 / 15:32
    วลาดน่ารัก ><
    เป็นเด็กดีน่ะจ้ะ 55555
    สนุกมากจ้าา :)
    #285
    0
  5. #270 ai love you (@aiyarin) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มกราคม 2556 / 17:12
    ตอนเกิดจราจลเนี้ย ถ้าวลาดไม่ร้องเพลงขึ้นมาก็คงไม่เงียบกันใช่ไหมคะ
    น่ารักกันจังเลยน้า...ไม่คิดว่าจะมีกลุ่มโจรสลัดที่น่ารักขนาดนี้มาก่อนเลย
    เกร็กยอมเล่าให้ฟังสักที ปล่อยให้วลาดรอคอยมาต้องแต่ตอนไปหาริกซัสแล้ว
    แต่เอ??...
    ฟรังค์เนี่ย มีอะไรปิดบังอยู่ด้วยงั้นหรอ แล้วแขนขวาอะไรนั้นมันคืออะไรกันละ(ทำหน้าครุ่นคิด)
    คิดไม่ออกอะ...งั้นรออ่านต่อไปแล้วกันคะ ปริศนาไรท์เตอร์ช่างแก้ยากอะไรเยี่ยงนี้ งั้นคนไอคิวไม่ดีอย่างเขาไม่แก้ให้งงยิ่งกว่าเดิมดีกว่า(แต่ยังคงทำหน้าครุ่นคิดต่อไป)
    #270
    0
  6. #269 Marisa (@princesdevilpure) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มกราคม 2556 / 12:48
    ศัพท์แต่ละคำ -*-
    #269
    0
  7. #268 บลา 11! (@Mox20) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มกราคม 2556 / 12:07
    สนุกจังเลยย ~!
    เกร็กยอมเล่าซะที
    วลาดน่ารักนะเนี่ยตอนนี้ > <
    #268
    0