P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 27 : ♦ 24 ♦ บางทีคนที่ดูเข้มแข็งที่สุดอาจจะเพียงแค่ดีแต่ปาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 ม.ค. 56

 
 
Chapter 24
บางทีคนที่ดูเข้มแข็งที่สุดอาจจะเพียงแค่ดีแต่ปาก


 



 

 

“เจ้าไปไหนมา ทหารเรือจะกินหัวพวกข้าอยู่แล้วนะโว้ย!

 

เสียงตะโกนโวยวายดังลั่นเป็นสิ่งแรกที่ทักทายเขาเมื่อเหยียบกลับเข้าห้องพัก คัตวาแค่นเสียงเหอะในลำคอ ก้าวพรวดๆ ไปแหวกม่านหน้าต่างออกดูข้างนอกชั่ววูบ ก่อนจะกระชากปิดลงแล้วหันกลับมา

“ยังไม่โดนจับก็แปลว่ายังหาตัวไม่เจอ”

“แล้วไงวะ ไปเล่นซะคนแตกตื่น ทหารเรือจับได้จะทำยังไง!

“ถ้าไม่มีใครทรยศ ข้าก็ไม่โดนจับ” คัตวาตอบห้วนๆ คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าอย่างไม่สบอารมณ์ หางเสียงกระแทกใส่หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องอย่างไม่คิดจะปิดบัง หากมิเชลก็เพียงเม้มริมฝีปากเข้า ไม่ได้ตอบอะไร

“แล้วเจ้าไปไหนมา”

แกเร็ธยกมือขึ้นกอดอก ไฟคุกรุ่นอยู่ในแววตาไม่ต่างจากอีกฝ่าย เสียแต่แววเนตรของอาชญากรคนนั้นมันร้อนได้ยิ่งกว่าลาวา คนถูกถามส่งเสียงหยันในลำคออีกครั้ง โยนถุงผ้าดิบสีมอมๆ ถุงใหญ่ที่เปื้อนเลือดจนชุ่มไปให้ แกเร็ธคว้ารับแทบไม่ทัน แยกเขี้ยว

 

“อะไร”

“ของขวัญ”

 

กระจุกผมสีคล้ำลากติดมือขึ้นมาด้วย ก่อนจะตามมาด้วยใบหน้าบูดเบี้ยว เต็มไปด้วยริ้วรอยของชายคนหนึ่ง ลูกตาคู่นั้นเหลือกโพลง คราบสกปรกของเลือดกับอะไรบางอย่างปาดเป็นปื้น เลอะไปตามหนวดเครารกครึ้มอย่างน่าขยะแขยง -- แกเร็ธใจหายวูบ สะบัดมือทิ้ง ปล่อยให้ถุงผ้าร่วงแปะลงกับพื้น ส่วนไอ้สิ่งที่ค้างกึ่งอยู่ข้างในก็หล่นตุบ กลิ้งหลุนๆ ของเหลวสีแดงข้นคลั่กเจิ่งนอง เปรอะเปื้อนตั้งแต่ฐานลำคอไปจนถึงพื้นกระดาน!

มิเชลหลุดกรี๊ดออกมาอย่างตกใจ หลับตาปี๋ วิลเลียมอึ้งค้าง ส่วนแกเร็ธนั้นไม่เสียเวลาประมวลความทรงจำเลยแม้แต่นิดเดียว ลำคอมันแหบแห้งไปหมดจนเปล่งเสียงไม่ออก เข่าพานจะอ่อนฮวบเหมือนถูกสูบเรี่ยวแรง มือข้างที่เผลอจับขึ้นมามันร้อนไปหมด ขนลุกเกรียวไปทั้งกาย

อะไรขมๆ มันไหลขึ้นมาที่คอหอย และคงจะทะลักออกมาก่อนจะได้เอ่ยชื่อเจ้าของ “ศีรษะ” ที่กำลังกลิ้งอยู่บนพื้น!

 

ซามูเอล!

 

คัตวากลอกตาเมื่อเห็นสภาพของแต่ละคน มิเชลหลับตาปี๋ หันหน้าไปอีกทางอย่างขยะแขยงสุดฤทธิ์ ส่วนแกเร็ธนั้นวิ่งพรวดพราดออกไปแล้ว คงมีแค่วิลเลียมที่อาการไม่หนักเท่า หากนัยน์ตาหลังกรอบแว่นนั่นก็ฉายแววกระอักกระอ่วนไม่แพ้กัน

“อะไรวะ แค่นี้ก็จอดแล้วเรอะ” อาชญากรหนุ่มเอ่ยเหยียดๆ “ปอดแหกฉิบ”

“เก็บเถอะ คัตวา”

“ไม่กล้าแตะรึไง” เขาแยกเขี้ยววับ เตะศีรษะที่ว่าให้มุดกลับเข้าไปในถุง ก่อนจะก้มลงหยิบขึ้นมามัดปาก นัยน์ตาสีแดงฉายแววรำคาญ “แกเร็ธมันไปไหนแล้ว”

“เจ้าทำได้ยังไง” วิลเลียมถามกลับ สีหน้าพิกล “เจ้าหายไปแค่แป๊บเดียว แต่นี่มัน...”

“โจรสลัดมันก็แค่ไอ้พวกหมาหมู่ กะอีแค่เด็ดหัวสวะคนหนึ่งจะกินเวลาอะไรนักหนา” คัตวายักไหล่ “ไหนแกเร็ธบอกว่ามันโหดเหี้ยมงั้นงี้ไงวะ กระจอกเป็นบ้า แค่อาศัยว่าคนเยอะก็ทำกร่าง กองทัพเรือยังดีกว่าซะอีก”

ช่างสักหรี่ตาลง คัตวาพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากรอยแผลที่บากลงไปบนท่อนแขนนั่นมันชัดเจนและติดตาเสียจนมองข้ามไปไม่ได้ ซามูเอลคงมีฤทธิ์มากกว่าที่อีกฝ่ายเล่า แต่เขาก็ไม่คิดอยู่แล้วว่าคนอย่างคัตวาจะยกย่องศัตรู

“แล้วลูกเรือคนอื่นๆ---?”

“ถ้ายังอยู่ก็แปลว่าบินได้”

เท่านั้นก็เพียงพอสำหรับทุกอย่าง วิลเลียมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทหารเรือที่เพิ่งเข้าเทียบฝั่งถึงได้มีท่าทีตื่นตระหนกกันขนาดนั้นจนต้องปิดท่าเรือ กลุ่มโจรสลัดซามูเอลอยู่กันเป็นร้อย แล้วศพคนกว่าร้อยน่ะหรือจะรอดพ้นสายตาไปได้ แถมคัตวาเองก็ไม่เคยทำลายหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้นอยู่แล้ว

 

ประตูห้องเปิดออก แกเร็ธเดินกลับมา หน้าซีดเผือดไปหมดราวกับถูกสูบเลือด

“เจ้า...ผิด...สัญญา...”

เขาเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น ปากยังขมจัด แสบคอจนไม่อยากแม้แต่จะเปล่งเสียง คัตวาเลิกคิ้วสูง เหลือบมองสภาพของ “หุ้นส่วน” แล้วก็หัวเราะเหยียดๆ อีกครั้ง ถามกลับหน้าตาเฉย

“ตรงไหน”

“มันก็แหงอยู่แล้ว--- ข้าตกลงไว้ว่าจะช่วยเจ้าทุกอย่าง ตราบใดที่เจ้าเก็บซามูเอลไว้ให้เป็นเหยื่อของข้านะโว้ย!

“แต่แค่เห็นหัวศพหน่อยก็อ้วกแตกเนี่ยนะ?”

“หนอย---!!

“ซามูเอลมันก็ตายสมใจอยากเจ้าแล้วไง ต้องการอะไรอีกวะ” คัตวาแยกเขี้ยววับพลางยกมือขึ้นกอดอก หัวคิ้วกดเข้าอย่างไม่สบอารมณ์ถึงขีดสุด “ข้าบอกแล้วว่าเจอใครข้าก็ฆ่าก่อน”

แกเร็ธสบถอุบทั้งๆ ที่ยังหน้าซีด เล่นเอาทะเลคลั่งถึงกับกลอกตา ถอนหายใจหนักๆ อย่างหงุดหงิดไม่แพ้กัน

 

“เออ! ข้าเก็บมือปิศาจไว้ให้แกก็ได้วะ!

 

อีกฝ่ายหันกลับมามองตาขวาง อ้าปากจะด่าแต่ก็ด่าได้ไม่สุด ในขณะที่มิเชลเผลอเย็นสันหลังวาบ นึกสังหรณ์ร้ายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก -- หล่อนไม่ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกับการ ลงมือ เท่าไร หากอะไรบางอย่างทำให้หญิงสาวรู้สึกได้ว่าเลือดที่เปื้อนอยู่บนมือของคัตวาไม่ได้มีเพียงซามูเอล

“เจ้าจะทำอะไร...”

หล่อนเผลอหลุดปากออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ สังหรณ์ร้ายมันกรุ่นจนร้อนไปทั้งช่องอก คัตวาหันมาเลิกคิ้ว แค่นหัวเราะเหอะแล้วเบนกลับไปยังอีกสองบุรุษ

“ได้เวลาส่งแม่นี่กลับแล้วมั้ง เกะกะ”

“พูดเหมือนข้าอยากมานักนี่ยะ แล้วก็ตอบคำถามข้าด้วย!” นางรำสาวพยายามคุมเสียงให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือก็ยกขึ้นกอดอกอย่างเอาเรื่อง หรือไม่ก็เพียงแค่หาที่วางมือเพื่อไม่ให้มันสั่นเสียก็เท่านั้น

“ถ้าห่วงกรงสัตว์นักก็ว่ายน้ำตามไปสิวะ หมั่นไส้”

“ผู้ชายประชดน่ะมันน่าเตะมากกว่าน่าดูนะยะ” มิเชลแขวะอย่างไม่ไว้หน้า “ข้าจะห่วงใครก็เรื่องของข้า เจ้านั่นแหละ มีปัญญาทำอะไรข้าได้”

อาชญากรหนุ่มยักไหล่

 

“เออ แต่ข้าทำ เพลิงนรก ได้”

 

ห้องเงียบ หัวใจหล่อนแทบหยุดเต้น ความถือดีที่พยายามดึงออกมาใช้ถึงกับแตกยับ กรีดเสียงแหลม

“เจ้า--- เจ้าทำอะไรวลาด!

“วลาด?” คัตวาทวนคำพลางเลิกคิ้วสูงอีกครั้ง หากน้ำเสียงและแววตาไม่มีร่องรอยแห่งความสงสัยเลยแม้แต่น้อย มีแค่รอยยิ้มเย็นเยียบที่เรียกความหวาดหวั่นออกมาได้ดีนัก “โทษว่ะ ข้ารู้จักแค่ไอ้สวะสับปลับที่ชื่อ โววา !

 

มิเชลแทบไม่อยากเชื่อหู หลอดลมพลันติดขัดขึ้น ลำคอตีบตันไปหมดจนแทบหายใจแทบไม่ออก

ใจมันหล่นวูบ และประสาทสัมผัสมันชาด้าน

 

มือคัตวาเปื้อนเลือดของวลาดิเมียร์อย่างไม่ต้องสงสัย!

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

เลยชายฝั่งออกไป เรือเร็วท้องแบนลำนั้นยังคงทอดสมออยู่หลังโขดหิน

และนากาอินก็อดประทับใจไม่ได้ว่าราล์ฟ อาเร็นส์ เกิดมาเพื่อเป็นคนของทะเลโดยแท้จริง

 

“เรามีเวลาสามวันในการรอให้วลาดฟื้น” กัปตันหนุ่มประกาศที่ดาดฟ้า ให้ลูกเรือทั้งหมดได้ยินโดยทั่วถึงกัน “ตอนนี้เราไม่มีวลาด ไม่มีคาร์ลอส พวกเจ้าทุกคนต้องทำงานแทนส่วนของพวกมันด้วย ซ่อมเรือกันเป็น ทำอาหารกันเป็นใช่มั้ย อย่าเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวนะเว้ย!

Aye aye, sir!!

เสียงตอบรับแข็งขัน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของราล์ฟที่ตะโกนสั่งไปทั่วเรือ ขวัญและกำลังใจที่ฝ่อไปหมดตั้งแต่เห็นสภาพของวลาดิเมียร์พลันกลับคืนมาทันทีที่หัวเรือใหญ่ยืนได้มั่นคงเหมือนเดิม ทั้งที่มีคนเพียงแค่ยี่สิบปลายๆ หากชายหนุ่มใช้งานคนเป็นอย่างไม่ต้องสงสัย เขาไม่เสียเวลาคิดด้วยซ้ำในการตะโกนเรียกชื่อคนเป็นกลุ่มๆ ให้ลงมือทำอะไรสักอย่าง ก่อนจะหันไปเรียกกลุ่มต่อไป

“ฮันส์ แกกับจั๊ดจ์--- ทั้งหมดห้าคนตรงนั้นแหละ -- ไปขูดเพรียงใต้ท้องเรือ ข้าว่าเรือมันเดินช้าลงไปสักพักแล้ว ดูหางเสือดีๆ ช่วงนี้มันเริ่มบังคับยากชอบกล” ราล์ฟว่า ต้นหนหนุ่มส่งเสียงตอบรับแล้วเดินไปคว้าเชือกเส้นโตกับมีดอันเขื่อง ตรงไปยังกราบเรือเช่นเดียวกับคนอื่นๆ “จิม เจ้าลงไปเช็กกระดูกงูว่าสภาพโอเคแค่ไหน -- โรแบร์ เช็กอุปกรณ์จิปาถะทุกอย่างให้พร้อม รายงานให้เกร็กมันแล้วไปช่วยอเล็กซ์ปะใบเรือ”

 

เขาตะโกนสั่งอยู่ได้สักพัก ใครบางคนก็เอ่ยขัดขึ้นมา

“ข้ายังทำงานได้นะ”

คาร์ลอสโผล่หัวออกมาบอกเสียงเนือยๆ หน้าตายังยับเยินได้ที่ และร่างกายนั่นฟกช้ำ เขียวไปหมดอย่างไม่น่าดู ราล์ฟหันมาสบด้วยสีหน้าพิกล กวาดมองลูกเรือแต่ละคนที่ยังง่วนกับการทำงานแล้วก็หรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด

“เอางี้... แกลงเรือเล็กไปกับฟรังค์ เรียกทิมกับอัลเฟรโด้ไปด้วย” กัปตันหนุ่มตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ “ถ้าไม่ได้ของกินเย็นนี้ไม่ต้องกลับเรือ--- แต่แผลเต็มตัวอย่างแกอย่าลงน้ำเชียวนะเว้ย”

“ท่านจะใจร้ายกับคนเจ็บไปหน่อยมั้ง” ฟรองซัวร์ที่ยืนรออยู่บนเรือเล็กหัวเราะหึๆ ก่อนจะเผลอร้องลั่นเมื่อจู่ๆ ก็ถูกแรงโน้มถ่วงโลกดึงตูมลงไปบนผิวน้ำ! โจรสลัดแขนเดียวจมหายลงไปนานจนน่าใจหาย ผ่านไปหลายวินาทีกว่าจะพุ่งพรวดขึ้นมาไอแค่กๆ แยกเขี้ยววับไปให้ไอ้คนบนกราบเรือที่หัวเราะลั่น “แก--- ไอ้ทิม ไอ้อัลฟ์ -- ไอ้พวกชิบหาย!

“ก็ใครให้ลงไปอยู่ในนั้นก่อนปล่อยลงน้ำล่ะวะ! ฮ่า!” ทิโมธี ลูกเรือร่างผอมบางคนหนึ่งตะโกนกลับลงไป ในมือยังถือเชือกเส้นหนาที่ผูกเรือเล็กเอาไว้กับเรือแม่อยู่

“ข้าลงมาเช็กท้องเรือโว้ย ลงมานี่เลย พ่อจะเฉาะหัวเรียงตัวให้ดู!

“เก็บตะขอเอ็งไว้ขอดเกล็ดปลาเหอะว่ะ พวกแกสองคนก็ลงไปได้แล้ว ไอ้เด็กเปรตพวกนี้เล่นไม่รู้เวลา” ราล์ฟหัวเราะลงลูกคอพลางเคาะกะโหลกลูกเรือทั้งสองเบาๆ อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะค่อยหันกลับไปดูงานทางอื่นต่อ “อเล็กซ์ ใบเรือเป็นยังไงบ้าง”

เคบินบอยเงยหน้าขึ้นมาตอบอะไรสองสามคำยิ้มๆ ก่อนจะก้มลงไปง่วนกับผ้าใบผืนโตต่อ


 

นากาอิน นักเวทรับจ้างสาวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยแม้แต่น้อยยืนกอดอกมองอยู่จากดาดฟ้าท้ายเรือ นัยน์ตาสีทองของหล่อนเป็นประกายวาววับ และมันหนีไม่พ้นคนตาไวอย่างกัปตันหนุ่มที่เดินกลับเข้ามายืนข้างๆ ไม่ว่าจะโดยบังเอิญหรือเจตนาก็ตาม

“เจ้าดูสมเป็นกัปตันดีนะ”

“อ้าว ก็ข้าเป็นกัปตันนี่” ราล์ฟหัวเราะรับ ไม่ใส่ใจความหมายแฝงจิกกัดที่หล่อนแอบซ่อนเอาไว้ “ข้ามันก็ชาวบ้านธรรมดาสามัญนี่แหละ ไม่ใช่องค์ชาย ไม่ใช่ชนชั้นสูงที่จะเก็บอารมณ์เป็น -- มันก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดา”

“ดักคอเก่งจริงนะ” นากาอินยิ้มรับ เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ข้างๆ ก่อนจะนึกไปถึงอีกร่างที่กำลังหลับสนิทของวลาดิเมียร์แล้วก็ส่ายศีรษะ “เก็บอารมณ์ไม่เป็นหรือ ข้าว่าเจ้าตีหน้าสบายใจเก่งยิ่งกว่าชนชั้นสูงเสียอีก”

“ไอ้ห่วงมันก็ส่วนห่วง เจ็บมันก็ส่วนเจ็บ” ราล์ฟยักไหล่ “แต่มันเรื่องอะไรที่ข้าจะไปทำให้พวกลูกเรือใจเสีย แค่เผลอหลุดไปเมื่อกี้ก็มากพอแล้ว”

“ไม่กลัวลูกเรือสมเพชหรือ”

หล่อนถามตรงๆ พร้อมทั้งสบตาด้วยอย่างไม่มีหลบ โจรสลัดหนุ่มกะพริบตา ก่อนจะหลุดหัวเราะขำออกมาอีกรอบอย่างอดไม่ได้

“ถ้าพวกมันไม่เคยเห็นด้านน่าสมเพชของข้าสิถึงจะแปลก” เขาโคลงศีรษะอย่างไม่รู้สึกเป็นเรื่องใหญ่อะไร “เจ้าก็มีคนในบัญชาไม่ใช่หรือ ถ้าอยู่ด้วยกัน เดินทางมาด้วยกัน เจ้าก็น่าจะเข้าใจ”

นากาอินมองลึกเข้าไปในกระแสมหาสมุทรสีน้ำเงินสว่างนั่น รอยยิ้มอ่อนโยนเผลอวาดขึ้นบนดวงหน้าของหญิงสาว

 

“เจ้ามันคนดีแต่ปาก อาเร็นส์ -- ไม่เหมือนองค์ชาย” หล่อนประณาม “อย่าให้ผิดคำพูดตัวเองก็แล้วกัน”

 

สายตาของบุรุษข้างกายวาวขึ้น จับยากว่าในแง่บวกหรือแง่ลบ

“ข้าชักไม่แน่ใจแล้วว่าองค์ชายส่งเจ้ามาทำไม”

“วางอาณาเขตป้องกัน ไม่ให้ทหารเรือและทะเลคลั่งจับได้” นักเวทสาวยักไหล่ เห็นสายตาแปลกใจระคนไม่เชื่อของกัปตันหนุ่มแล้วก็หัวเราะ “ทำไมมองข้าแบบนั้น”

“เจ้าทำได้หรือ”

“เจ้าก็รู้ ข้าไม่ใช่สายต่อสู้”

“อ้อ หนีเก่ง”

“ก็เหมือนเจ้านั่นแหละ”

บทสนทนาของทั้งคู่สิ้นสุดลงแค่นั้น หล่อนยิ้มแล้วหายตัวไปเสียเฉยๆ ปล่อยให้ราล์ฟหันไปสนใจงานบนเรือโดยไม่ใส่ใจจะค้นหาต่อว่าหล่อนไปทำอะไร

 

หล่อนเป็นนักเวทรับจ้างแห่งดินแดนตะวันออกอันลึกลับที่เคยดึงลมหายใจของเขาไปกับมือ และแย่งพลังเวทของวลาดิเมียร์ไปอย่างน่าสะพรึงกลัวที่สุด

บางที... ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าชายริกซัสออกปากไว้ เขาอาจไม่มีวันไว้ใจหล่อนเลยก็เป็นได้

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

เย็นนั้น เรือเล็กก็กลับมาพร้อมกับปลาตัวใหญ่หลายตัวที่ติดอยู่ในแห เต่าทะเลตัวหนึ่ง และหอยอีกหลากชนิด
 

ทั้งกลุ่มจัดการกับเสบียงไปตามเรื่อง ราล์ฟโฉบเข้ามากวาดมองคร่าวๆ ออกปากสั่งให้วันพรุ่งนี้ไปหาเพิ่มอีก ก่อนจะเบนไปยังเจ้าเต่าตัวนั้นที่นอนหงายท้องอยู่บนดาดฟ้าเรือ

“เอาของดีมาซะด้วย ไปจับมาได้ยังไง”

“โชคดีเจอระหว่างขากลับ” ฟรองซัวร์หัวเราะหึๆ ในลำคอพลางบิดคอไปมาแก้เมื่อยขบ พวกเขาเป็นลูกทะเล การจับสัตว์น้ำบางประเภทก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร โดยเฉพาะถ้ามันเกี่ยวกับเรื่องเงินทองและกระเพาะอาหาร “ข้าไม่ห่วงเรื่องเสบียงหรอก แต่น้ำมันเราอาจจะไม่พอก็ได้ คราวก่อนก็ไม่ทันได้ซื้อเพราะแพงฉิบหาย ไอ้พ่อค้าที่เมืองเหนือมันขูดรีดเป็นบ้า”

“ดักปล้นเอาระหว่างทางจะทันไหม”

ทิโมธีเอ่ยออกมาอย่างซื่อๆ ระหว่างเตรียมตากแห้งเนื้อทั้งหลายที่ได้มา เขาไม่รู้จะเก็บเนื้อสดไว้ดีหรือไม่เมื่อคนเป็นพ่อครัวไม่อยู่ในสภาพทำงานได้เสียแล้ว พะว้าพะวงอยู่พักหนึ่งจนตัดสินใจตากแห้งมันเสียให้หมดนั่นแหละอย่างไม่คิดอะไรมาก ซึ่งข้อเสนอของลูกเรือหนุ่มทำให้ราล์ฟได้แต่ส่ายหัว

“ไม่รู้จะเจอรึเปล่าเนี่ยสิ เรือมันก็ไม่ได้ออกมาให้เราปล้นทุกวัน”

“ไอ้วันที่โผล่มาก็เสือกไม่ปล้น”

“เอ็งหุบปากแล้วช่วยทิมมันชำแหละเต่าเหอะ หนังกับกระดองน่ะเก็บดีๆ ถ้ายังอยากได้เงิน อย่าลืมเก็บไขมันไว้ด้วย”

“โว้ย ใช้งานคนไม่มีมือนี่หว่า” มันบ่นอุบ แต่ก็ก้มลงช่วยอีกฝ่ายเท่าที่ทำได้แต่โดยดี ไม่อิดเอื้อนแต่อย่างใด ฟรองซัวร์เกิดมากับทะเลและอยู่กับทะเลมาตลอดชีวิต ภาวะขาดมือทั้งสองข้างและแขนซ้ายไม่ได้ทำให้เจ้าตัวคล่องแคล่วน้อยลงเลย ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ แต่เขาใช้ตะขอ ปาก และเท้าสองข้างแทนมือที่หายไปได้เกือบสมบูรณ์แบบ


 

ตอนนั้นเองที่ฮันส์ปีนกลับขึ้นมาบนเรืออย่างทุลักทุเล ต้นหนหนุ่มตัวเปียกโชก ท่าทางจะหมดแรงเอาเรื่องหลังจากดำผุดดำว่ายลงไปขูดเพรียงอยู่ใต้ท้องเรือตลอดบ่าย

“หมดแล้วหรือ”

“เหลืออีกนิดหน่อย แต่มันมืด จั๊ดจ์มันไปเหวี่ยงมืออีท่าไหนไม่รู้ ได้เลือดเหวอะเลยว่ะท่าน” ฮันส์บุ้ยใบ้ไปทางลูกเรือร่างผอมคนหนึ่งที่นั่งจุ่มมืออยู่ในถังน้ำทะเลที่ตักขึ้นมาฆ่าเชื้อ มีอเล็กเซย์คอยช่วยส่องแผลอยู่ข้างๆ “ข้าหลอนพวกฉลามเลยเผ่นกันขึ้นมาก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่าอีกที”

อย่างนี้แหละ... แผลน้ำเค็ม แผลกายไม่มีวันจางหายไปง่ายๆ สำหรับลูกทะเลอย่างพวกเขา ทุกคนล้วนมีแผล เกิดขึ้นทุกวันตามธรรมชาติของมหาสมุทรที่โหดร้าย เดี๋ยวอีกสักพักก็คงโดนอะไรเข้าอีกจนถลอกปอกเปิก แต่พอผ่านไปนานๆ เข้าก็จะลืมไปเองว่ามันเคยเจ็บ

ไม่เหมือนแผลใจ

 

 

“พรุ่งนี้อย่าให้มันลงน้ำละกัน ฉลามแถวทะเลเหนือแม่งดุยังกับพี้กัญชา” ราล์ฟตบไหล่ต้นหนผิวเหลืองเบาๆ เห็นสีหน้าระโหยหมดแรงแล้วก็ถอนใจ “แล้วแกก็ไปผลัดเวรกับคนอื่นด้วย อีกสองวันที่เหลือนี่พักซะให้พอ”

“เฮ้ย ไม่ได้ มันกินแรงชาวบ้าน---”

“รู้ว่าอยากทำงาน แต่แกเป็นต้นหน” กัปตันหนุ่มยักไหล่ทีหนึ่ง “เดี๋ยวพรุ่งนี้แกมาดูเส้นทางกับข้าแทน”

ฮันส์ไม่เถียงอะไร เขาเพียงแค่ทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้แล้วเปรย

“พูดถึงเส้นทาง” ว่าพลางก็เงยขึ้นมองท้องฟ้า พระอาทิตย์ใกล้ลับลงไปใต้พื้นชายฝั่ง หรี่ตาลงมองเงาลิบๆ เลยออกไป “นกทะเลช่วงนี้บินต่ำเป็นบ้าเลย”

“ไม่ใช่ว่ามันเย็นแล้วหรอกเรอะ”

“พูดเป็นเล่นน่า กัปตัน” ฮันส์แยกเขี้ยว หลับตาฟังเสียงลม “กลิ่นเกลือแรง และถ้าหูข้าไม่ผิดนะ... คืนนี้ฝนน่าจะตก ถ้าพรุ่งนี้เช้าขอบฟ้าเป็นสีแดง พายุเข้าแน่”

“ภายในวันนั้น?”

 

“ควรจะ แต่ถ้าไม่ก็คงภายในสองสามวัน” ว่าแล้วก็ทำท่าขนลุก “ไม่รู้จะเข้ามาถึงแถวนี้รึเปล่า แต่ถ้ามันถึงพรุ่งนี้ก็ซวยสนิท เราโดนโขดหินแถวนี้ย่อยแหงๆ ไม่มีทางหลบทันเลย”

 

กัปตันหนุ่มเบนสายตาไปยังขอบทะเลกว้าง ความมืดเริ่มปกคลุมเข้ามาจนมองไม่ค่อยเห็น สภาพอากาศตอนนี้ดูปกติที่สุด ถึงจะคอยสังเกตอยู่บ้างแต่เขาก็เพิ่งจะมั่นใจเอาตอนที่ฮันส์ทักออกมานี่เอง ต้นหนของเขาไม่เคยพยากรณ์อากาศผิด

ราล์ฟยกมือขึ้นกอดอก นัยน์ตาฉายแววเคร่งเครียด

“ถ้าลูกไม่ใหญ่มาก มันก็น่าจะหมดอยู่แค่ในทะเล”

“อย่างน้อยก็ฝนตกทั้งวัน”

“ก็ได้แต่หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น ยังไงเราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี” เขาถอนหายใจยาวพลางส่ายศีรษะ “สวดมนต์กันเถอะ... พระเจ้าคงฟังเราบ้าง”
 

ฮันส์ยกมือขึ้นประกบกันจรดหว่างคิ้ว ริมฝีปากมุบมิบอะไรเบาๆ แล้วยกมือขึ้นลูบผม ก่อนจะผละออกไปอีกทาง

ราล์ฟไม่ได้ทำสัญลักษณ์ทางศาสนาอะไร เพียงแค่หันกลับไปมองพื้นน้ำกว้างสุดลูกหูลูกตานั่นอีกครั้ง หลับตาลงนิ่งชั่วขณะ เอ่ยคำสวดในใจต่อพระเจ้า

 

พระเจ้าที่มีชื่อว่ามหาสมุทร!

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

สต๊อกที่มีเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ตายแล้ว 5555

บทนี้เขียนสนุกมากค่ะ อยากเขียนชีวิตประจำวันของเจ้าพวกนี้บ้าง มันสนุกดีค่ะ ได้เห็นมุมที่ดูเป็นคนบนทะเลมากขึ้นอีกนิด ส่วนแกเร็ธก็... เอ่อ เริ่มคิดแล้วล่ะว่าฝั่งคัตวามันพระเอกกว่าฝั่งโจรสลัดอีก ตัวร้ายแบบนี้หาได้ที่ไหนคะ (กรั่กส์)

(ว่าแต่ฮันส์สวดได้...อืม... บ่งบอกเชื้อชาติมาก ฮาาา)


อ้อ แล้วตอนนี้เริ่มเพิ่งเปิดเรื่องใหม่ค่ะ นิยายท่องเที่ยว โชเน็นไอใสๆ แวะกันไปอ่านได้น้า


Through the Lens ※ ด้วยรัก (yaoi)

ยั่วกิเลสอยากเที่ยวค่ะ ฮา ขอฝากไว้อีกเรื่องด้วยนะคะ! *โค้ง*

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #551 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 15:23
    ทั้งมารูนทั้งทะเลคลั่ง  ตึงเครียดทั้งคู่
    สงสารมิเชล  ลำบากใจน่าดู
    นากาอินนี่ก็อีก  ไปๆ มาๆ นางเด่นขึ้นเรื่อยๆ
    สตรีเพศในเรื่องช่างเลอค่า

    #551
    0
  2. #258 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 มกราคม 2556 / 21:46
    คัตวามาอย่างมทีเดียว โถ เกรงใจคนรอบข้่างซักนิสเห๊อะ...//เป็นหนูเจองั้นก็ตกใจ ทำอย่างกับเล่นจ๊ะเอ๋

    ชอบตอนกัปตันคุยกับราชินีอ้ะ ดูเฉือนกันไปเฉือนกันมา น่ารว๊อกกกกก

    *บาโฟลากไปฆ่า*



    #258
    0
  3. #257 ai love you (@aiyarin) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 15:31
    วลาด วลาด คิดถึงวลาดอะคะไรท์เตอร์ เมื่อไหร่จะฟื้นขึ้นมากวนชาวบ้านเขาต่อละ
    กัปตัน...กัปตันตอนนี้ดูเท่และสมเป็นกัปตันอย่างนากาอินเธอบอกจริง ๆ นะคะ
    แต่คนที่ชอบที่สุด...ถึงจะมีบทแต่ช่วงบน ๆ ก็เถอะ คน ๆ นั้นก็คือ...
    คัตวา คะ คัตวา
    เขาดูน่ารักเป็นบ้าเลยอะ คนอะไรทำไมน่ารักขนาดนี้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบขึ้นทุกวัน ๆ(แต่จะยังไงก็ยังสู้วลาดของเขาไม่ได้อยู่ดี คนนี้ที่หนึ่งในดวงใจคะ)

    ...แต่เอ ว่าแต่ว่าคัตวามีอดีตอะไรกับวลาดละคะเนี่ย?? (มาแนวนี้สงสัยอตีดที่มีรวมกันจะไม่เวิร์คซะด้วย)
    #257
    0
  4. #256 นีไนล์ (@sentsecart) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 11:22
    ชอบนากาอิน ไรเตอร์เก่งจังทั้งการเล่าเรื่อง ทั้งคาแรกเตอร์ตัวละคร อ่านไปไม่มีสะดุดเลย อัพต่อไวไวนะคะ
    #256
    0