P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 26 : ♦ 23 ♦ อาการร้าวสามารถส่งต่อกันได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    28 ธ.ค. 55

 
 
Chapter 23
อาการร้าวสามารถส่งต่อกันได้


 

 

 

ไม่มีเลือด, และไม่มีบาดแผล

 

“ท่านแน่ใจหรือครับว่าท่านไม่ได้ตาฝาด”

คนรับหน้าที่หมอจำเป็นอย่างอเล็กเซย์เอ่ยถามเสียงแผ่ว ก่อนที่เสียงทั้งหมดที่มีจะพลันหายไปเสียหมดเมื่อคนถูกถามตวัดนัยน์ตาเย็นเยียบกลับมามอง เด็กหนุ่มตัวแข็งทื่อ แทบหายใจไม่ออก... ไม่บ่อยเลยที่เขาจะเห็นสายตาแบบนั้นจากคนอย่างราล์ฟ อาเร็นส์...

แววตาของท้องทะเลลึก--- ของพายุร้ายที่พร้อมจะพัดโถมทุกสิ่งทุกอย่างให้พังกระหน่ำ!

“เจ้าจะบอกว่าข้าโกหก?”

“ปละ--- เปล่าครับ!

อเล็กเซย์ละล่ำละลักเสียงลนลาน แทบสำลักลมหายใจที่เผลอติดขัดขึ้นมากะทันหันด้วยรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาอย่างน่าหวาดหวั่น ร้อนจนเกรกอรี่ต้องคว้าแขนคนเป็นกัปตันไว้ก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ลงไปกว่านี้

“กัปตัน ใจเย็นๆ” หัวหน้าลูกเรือหนุ่มว่า ยอมปล่อยมือแต่โดยดีเมื่ออีกฝ่ายสะบัดออก “อเล็กซ์ไม่ผิด ด่ามันไปก็ไม่ทำให้เรื่องดีขึ้นหรอก”

ราล์ฟหันไปสบถขรมยาวเหยียดผิดวิสัย

 

เรื่องกำลังย่ำแย่... แย่เสียจนกัปตันหนุ่มอยากจะออกปากว่าแย่ถึงขีดสุด แม้แต่ยามที่คาร์ลอสถูกลักพาตัวไป หรือตอนที่เจ้าตัวกลับมาพร้อมบาดแผลเจียนตายยังไม่ชวนให้กระวนกระวายมากถึงขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ... อย่างน้อยพวกเขาก็รู้ว่ากำลังเจอกับอะไร หากในเวลานี้ ทุกอย่างไม่เป็นอย่างนั้น

วลาดิเมียร์กำลังหลับสนิท -- หลับไปเลยจนน่ากลัว -- และพวกเขาเองก็เห็นกับตาตอนที่มือของ ใครคนนั้น แทงทะลุผ่านหัวใจของพ่อครัวหนุ่ม

ทั้งๆ ที่ฆ่าทุกคนตรงนั้นได้ หากผู้สังหารกลับเพียงขยับยิ้มแล้วล่าถอยไป ปล่อยให้พวกเขาหนีกลับมาบนเรือโดยไร้รอยขีดข่วน... ไม่มีแม้แต่บาดแผลบนร่างกายของวลาดิเมียร์ที่ ควรจะ ตายไปแล้ว...

ความรู้สึกของเลือดอุ่นๆ บนมือมันยังไม่จางหายไปไหน และนั่นทำให้ทุกคนในเหตุการณ์ขนลุกแทบบ้า

 

ราล์ฟกำหมัดแน่นเข้า... เขาเป็นคนอุ้มตัวอีกฝ่ายขึ้นมาบนเรือเองกับมือ แต่แค่เผลอชั่ววินาที เลือดที่เปรอะเปื้อนไปทั่วกลับหายไปราวไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เช่นเดียวกับช่องโหว่บนอกข้างซ้ายของ เหยื่อ ที่ยังคงไม่ฟื้นขึ้นมา จะต่างไปก็เพียงลมหายใจที่ค่อยๆ แผ่วลงเรื่อยๆ อย่างน่าใจหายนั่น...

กัปตันหนุ่มหลุดสบถออกมาอีกรอบอย่างไม่เคยทำมาก่อน แล้วหมัดหนักๆ ก็กระแทกเปรี้ยงเข้ากับผนัง!

“ข้าผิดเอง”

“กัปตัน---”

“ข้าควรจะรู้” เสียงกระซิบแหบแห้ง “ข้าไม่ควรให้มันไปด้วย”

“เฮ้ย ใครจะไปรู้วะว่าจะเกิดอะไรแบบนี้” ฟรองซัวร์รีบสวนขึ้นมาแม้สีหน้าจะไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไร “ถึงวลาดมันจะบ่น แต่มันก็ออกมาทำหน้าที่นี้กับข้าทุกรอบไม่ใช่หรือไง ไม่ใช่ว่ามันเพิ่งจะเคยมาเป็นตัวล่อแทนท่านสักหน่อย---”

ราล์ฟกัดฟันกรอด นัยน์ตาสีสมุทรฉายแววน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมจนคนพยายามไกล่เกลี่ยถึงกับหุบปากฉับ เหงื่อซึมชื้นเต็มแผ่นหลังไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

“เอ่อ... ข้า...”

“แต่ข้าเห็นด้วยกับฟรังค์” เกรกอรี่เอ่ยแทรกอีกรอบเมื่อไอกดดันของผู้มีอำนาจสูงสุดชักจะรุนแรงขึ้นทุกที เขายกมือขึ้นกอดอก พยายามคงเสียงให้เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ท่านไม่ผิด”

 

“ข้าผิด! แล้วไงวะ! คำตอบกลับกระชากห้วน “มันต่างกันตรงไหน!

 

คนเป็นมือขวาทำได้เพียงหลบสายตาวาวโรจน์

“เอ่อ... วลาดอาจจะแค่ช็อกก็ได้ครับ อย่าเพิ่งใจร้อนเลยนะ---” อเล็กเซย์ส่งเสียงเบาๆ มาจากอีกทาง ทั้งๆ ที่หัวใจมันแทบจะหล่นหายไปอยู่ใต้ฝ่าเท้าอยู่แล้ว... “ถ้า--- ถ้าหลับนานเกินกว่านั้นค่อย... เอ่อ...”

เด็กหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไรอีกดี ได้แต่ก้มหน้างุดอย่างไม่กล้าสบนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น ราล์ฟสบถออกมาอีกรอบ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ เตียงแล้วถามเสียงห้วน

“มันยังไม่ตาย?”

“ยังครับ” หมอประจำเรือตอบได้แค่นั้นจริงๆ “ข้าก็ได้แต่หวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้น...”

 

 

เหล่าลูกเรือค่อยๆ ทยอยกลับไปทำหน้าที่ของตนเมื่อรู้ว่าทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว หากราล์ฟยังคงไม่ขยับไปไหน เกรกอรี่เองก็ยังยืนพิงประตูอยู่แบบนั้น โดยมีอเล็กเซย์คอยช่วยดูอาการคนเจ็บเป็นระยะๆ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเท่าไรนัก

กัปตันหนุ่มพ่นลมหายใจยาวหลังจากเงียบไปหลายนาที น้ำเสียงอ่อนลงมากราวกับบรรยากาศที่แทบจะฆ่าคนตายได้เมื่อครู่เป็นแค่ภาพลวงตา

“...อเล็กซ์”

เจ้าของชื่อหันมอง ตอบรับเสียงแผ่วๆ “...ครับ?”

“เจ้าเคยได้ยินชื่อ โววา บ้างหรือเปล่า”

เด็กหนุ่มชาวสลาฟกะพริบตา หันมองวลาดิเมียร์ที่นอนอยู่ทีหนึ่งแล้วค่อยหันกลับไปสบกับคนถาม นัยน์ตาฉายแววประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด

“ก็ชื่อเล่นของวลาดิเมียร์ไงครับ” อเล็กเซย์ตอบ ไม่ค่อยมั่นใจนักว่าคนถามต้องการอะไรแต่ก็ยอมอธิบายต่อเมื่อเห็นสีหน้าแปลกใจของคนฟังแต่ละคน “คือ...ถ้าในภาษาของพวกข้า จริงๆ แล้วส่วนใหญ่ วลาด จะย่อมาจากชื่อ วลาดิสลาฟ มากกว่าครับ ไม่ใช่วลาดิเมียร์” เด็กหนุ่มลูบท้ายทอยเบาๆ “แต่ท่าทางวลาดจะไม่ค่อยชอบชื่อ โววา เท่าไร ข้าเลยไม่เคยเรียก”

ถ้อยคำสุดท้ายของมัจจุราชยังฝังแน่นอยู่ในหู และนั่นทำให้ราล์ฟได้แต่สบถ

“แปลว่าไอ้หมอนั่นรู้จักวลาดดี” เขากระซิบลอดไรฟัน “อาจจะดีกว่าพวกเราด้วยซ้ำ...บ้าเอ๊ย!

เกรกอรี่หลับตาลง หัวใจแทบร้าว

 

ผมสีแดงกับรอยสัก

ทะเลคลั่ง

 

แม้จะดูโตขึ้นมาก แต่ก็เป็นคนเดียวกับเด็กชายในฝันเขาอย่างไม่ต้องสงสัย... ภาพของเด็กคนนั้นยังคงเด่นชัดอยู่ในความทรงจำ และเสียงร่ำไห้นั่นยังสะท้อนก้องอยู่ในหัวสมอง...

เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมชื่อนี้มันถึงคุ้น และทำไมไอเวทที่ชานเมืองมันชวนให้คลื่นไส้ได้ขนาดนั้น

เบนสายตามองไป รอยร้าวลึกกำลังปรากฏชัดอยู่ในดวงตาสีน้ำเงินสว่างของคนเป็นกัปตัน... เกรกอรี่เชื่อว่าเขารู้จักราล์ฟดีพอ และเขาไม่เคยเห็นมันร้าวได้ถึงขนาดนี้มาก่อน...

หัวใจของคนทั้งเรือกำลังประสบชะตากรรมเดียวกัน

ทั้งๆ ที่เข้มแข็งยิ่งกว่าใคร แต่เมื่อมันร้าว... มันก็พานร้าวไปจนถึงทุกคนบนเรืออย่างไม่อาจห้ามได้ และค่อยๆ ฝังรากความเจ็บปวดลงในใจจนทั้งมารูนมีเพียงความเงียบอย่างไม่เคยเป็น

เกรกอรี่พ่นลมหายใจยาว แค่ภาพที่เห็นตอนนี้ก็มากพอ... ไม่สิ มากเกินไป

 

“กัปตัน”

ราล์ฟเบนสายตากลับไปมองตามเสียงเรียก เกรกอรี่หยุดเว้นจังหวะไปชั่ววินาที ก่อนที่จะเอ่ยต่อไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับจะย้ำคำสัตย์สาบานที่มั่นคงที่สุดเท่าที่เขาเคยออกปากในชีวิต

“ข้าจะจัดการหมอนั่นเอง”


 

“ถ้าเจ้าจัดการได้ล่ะก็นะ”

 

 

เสียงหนึ่งดังขัดขึ้น แล้วใครบางคนก็ปรากฏตัวขึ้นตรงกลางระหว่างพวกเขา!

ไอเวทมืดกดหนัก -- คนละแบบกับคราวทะเลคลั่ง -- แต่สัญชาตญาณรับรู้แววอันตรายได้มากพอๆ กันจนเกรกอรี่เอื้อมไปคว้าดาบข้างตัวมาไว้แทบไม่ทัน เสียแต่ใครบางคนก็ไวยิ่งกว่า

ความเย็นยะเยือกกดทับลงมาบนพลังเวท ราล์ฟหรี่ตาลง ปลายดาบสั้นจ่อเข้าที่ลำคอของผู้มาใหม่อย่างแม่นยำและเร็วเสียจนมองตามแทบไม่ทัน หากอีกฝ่ายกลับเพียงหัวเราะเบาๆ มือเอื้อมไปถอดเสื้อคลุมตัวยาวออกให้เห็นหน้าเห็นตา...

และนั่นทำให้ราล์ฟเผลอเบิกตากว้าง

“เจ้า---!

“อะไร อย่าทำหน้าเหมือนไม่เคยเจอกันสิ”

เสียงก้องกังวานตอบรับขบขัน ในขณะที่เกรกอรี่กับอเล็กเซย์ทำได้เพียงตั้งท่าเตรียมพร้อม--- นัยน์ตาของกัปตันหนุ่มหรี่ลง สะท้อนภาพของหญิงสาวร่างสูงหน้าตาคมคาย เรือนผมหยักศกสีดำถ่านทิ้งตัวลงกับแผ่นหลัง เค้าหน้าไม่คุ้นคล้ายคนต่างชาติ หากลักษณะบางอย่างกับสีผิวที่เจือไปทางเหลืองนั่นมันชวนให้คิดถึงใครสักคน

และสิ่งที่ชัดที่สุด... คือดวงตาเรียวสีทองเหมือนนกอินทรีคู่นั้นที่ส่อแววอันตรายชัดเจน

“เจ้ามาทำอะไร” เขาเอ่ยถามเสียงเย็นเยียบ ไม่มีแววแห่งความปรานีปรากฏอยู่บนนัยน์ตา “...นากาอิน?”

หญิงสาวคนนั้นยิ้มบางเมื่อเห็นว่าดาบเล่มนั้นยังคงจ่ออยู่ที่เดิม มือกร้านจับด้ามไว้มั่นคงจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นมือเดียวกับคนที่แทบจะสติแตกไปแล้ว

“ไม่ต้องระแวงขนาดนั้น ข้าไม่ได้มาร้าย” เจ้าหล่อนตอบกลั้วหัวเราะ มือก็ลูบคมดาบที่จ่ออยู่บนลำคอตนเองอย่างไร้ท่าทีหวาดกลัว “ข้าก็นึกว่าพวกเจ้าต้องการกำลังเสริมเสียอีก ราล์ฟ อาเร็นส์”

เจ้าของชื่อหรี่ตาลง

“กำลังเสริมขององค์ชายงั้นหรือ”

“หัวไวนี่” หญิงสาวเจ้าของชื่อนากาอินยังคงยิ้ม เหลือบนัยน์ตาสีทองไปมองร่างของวลาดิเมียร์บนเตียงคนเจ็บ “และดูเหมือนข้าจะมาได้ถูกเวลาเสียด้วยสิ”

ราล์ฟลดดาบลงช้าๆ หากสายตากลับวาวโรจน์ขึ้นเสียยิ่งกว่าเก่า

“ข้ายังไม่มีอารมณ์มาคุยกับเจ้าตอนนี้”

“งั้นหรือ”
 

 

โครม!

“เฮ้ย!!

 
 

อึ้ง อึ้งกันหมดทั้งคนโดนถีบทั้งคนมอง -- ราล์ฟล้มโครม หลังกระแทกเข้ากับเตียงอย่างแรง! เขากะพริบตาปริบๆ  จุกอั้กไปหมดกับฝ่าเท้าหนักๆ ที่ถีบเข้ามากลางท้องอย่างแม่นยำจนพูดไม่ออก ส่วนเกรกอรี่กับอเล็กเซย์เผลออ้าปากค้าง แทบกลืนน้ำลายไม่ลงคออย่างชักตามสถานการณ์ตรงหน้าไม่ทัน

รู้อย่างเดียว... บรรลัย!

พวกเขารู้ดีว่ากัปตันตอนกำลัง “น็อตหลุด” น่ากลัวแค่ไหน... ไม่ว่าหล่อนจะเป็นใครก็ตาม แต่แม่สาวคนนั้นกำลังแหย่เสือที่น่ากลัวที่สุดเข้าให้อย่างไม่กลัวคอจะขาด!

 นรก--- นรกชัดๆ!

“เจ้าอ่อนแอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร ราล์ฟ อาเร็นส์!

นากาอินตะคอกเสียงทรงอำนาจ นัยน์ตาสีทองคู่สวยกดมองต่ำลงอย่างผู้เหนือกว่า และนั่นเรียกเอาสติที่หลุดหายไปของคนโดนด่ากลับมาได้เป็นอย่างดี

รอยขุ่นในดวงตาไหววูบ ก่อนที่ความเงียบจะทิ้งตัวลง

ราล์ฟลูบจุดที่โดนกระแทกเบาๆ พลางกะพริบตาอีกสองสามที ก่อนจะซบหน้าลงกับฝ่ามือแล้วเริ่มหัวเราะลงลูกคอท่ามกลางความอึ้งและประหลาดใจของเหล่าลูกเรือที่มองอยู่

 

“พระเจ้า...” กัปตันหนุ่มเอ่ยออกมาในที่สุด แววตาที่หมองไปกลับมาพราวระยับได้อย่างเดิม “ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมองค์ชายส่งเจ้ามา นากาอิน... ให้ตายเถอะ!

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“เจ้าเป็นกบฏ?”

“เปล่า แค่เคยมีเรื่องกับองค์ชายนิดหน่อย” นากาอินหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินคำสรุปลุ่นๆ จากเกรกอรี่หลังจากที่เล่าประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ให้ฟัง “แล้วกัปตันของพวกเจ้าก็บังเอิญถูกองค์ชายจ้างมาจัดการกับข้าก็แค่นั้น... ตอนนี้ข้าเป็นแค่นักเวทรับจ้างธรรมดาๆ”

แล้วเชื่อถือได้เรอะนั่น...

หัวหน้าลูกเรือหนุ่มทำหน้าแปลกๆ ก่อนจะหันไปมองราล์ฟเป็นเชิงถาม

 

เจ้าหล่อนยังคงสวยและอันตรายไม่เปลี่ยนในความเห็นของคนเป็นกัปตัน... เขาเคยพบเจอหล่อนครั้งหนึ่งในฐานะศัตรู และชายหนุ่มก็โทษความใจอ่อนของตัวเองที่ไม่อยากถือโทษโกรธอะไรให้มากความหลังจากบังเอิญรับรู้ถึง “เหตุผล” และ “ความเป็นไป” ของหล่อนในเหตุการณ์ครั้งนั้น

ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง

และแน่นอนว่าเหล่าลูกเรือทั้งหมดยังจำได้ดีว่าหลังจากงานครั้งนั้น เขากับวลาดิเมียร์กลับมาในสภาพเละเทะขนาดไหน... ทั้งร่างกายที่อาบเลือด เต็มไปด้วยบาดแผล แถมวลาดิเมียร์ยังถึงขั้นสลบไปสองหรือสามวันได้จากการโดน “แย่งชิง” พลังเวทไปจนเกือบแย่อีกต่างหาก

แต่การสลบครั้งนั้นยังไม่น่ากลัวเท่าครั้งนี้ -- ก็อย่างที่เขาเคยพูดไว้ -- ความไม่รู้น่ากลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

 

“ถ้าจำไม่ผิด เจ้าสาบานกับองค์ชายไว้?”

ราล์ฟเปรยช้าๆ เล่นเอาสาวเจ้าหัวเราะออกมาอีกรอบ ส่ายศีรษะเบาๆ

“เจ้าอยู่เป็นพยานเองแท้ๆ ว่าข้าจะไม่มีวันทำร้ายองค์ชายอีก” นากาอินว่าพลางลูบข้อมือซ้าย รอยสักสีดำสนิทพันเลื้อยอยู่บนนั้น “พันธะเวทน่ะจะไปบิดพลิ้วได้ยังไง”

“ข้าก็ถามเผื่อไว้” กัปตันหนุ่มเอ่ยเสียงอ่อนใจ “มิน่า... องค์ชายถึงได้บอกว่าไว้ใจได้แค่ห้าในสิบ”

“ข้ารู้ข้าเป็นคนกลับกลอก” นากาอินยอมรับหน้าตาเฉย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าคนฟังแต่ละคน “แต่เรื่องนี้ข้าโกหกไม่ได้... พันธะสัญญาเวทมีอำนาจมากนะ ก็เหมือนกับพันธะปิศาจนั่นแหละ”

เกรกอรี่สะดุ้งไปนิดหนึ่งเมื่อเจ้าหล่อนเอ่ยประโยคสุดท้ายพร้อมกับจ้องมาที่รอยสักสีดำรูปนาฬิกาทรายไร้ฐานบนแผ่นอกของเขาอย่างไม่คิดปิดบัง

ชายหนุ่มกัดฟันกรอด กระซิบเสียงเครียด

“อะไร”

“ไม่ต้องปิดข้าหรอก ไอเวทเจ้าทะมึนซะขนาดนั้น ทำไมถึงจะไม่รู้” นากาอินยักไหล่ หันไปมองคนที่สูงที่สุดบนเรือแล้วก็ถามไปอีกเรื่อง “เจ้าเถอะ อาเร็นส์ คิดจะทำยังไงกับพ่อหนุ่มนั่น”

หล่อนหมายถึงวลาดิเมียร์

ราล์ฟถอนหายใจยาว... ฝ่าเท้าหนักๆ และคำตะคอกของเจ้าหล่อนดึงเอาความใจเย็นทั้งหลายแหล่ที่เคยมีให้กลับมาได้อย่างไร้ที่ติ และนั่นทำให้เขาเห็นอะไรๆ ได้ชัดขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการของเจ้าคนเจ็บที่เป็นต้นเหตุของทุกอย่างนั่น...

มันยังไม่ตาย -- ใช่ -- ยังไม่ตาย

 

ราล์ฟเข้าใจดีว่าทำไมฮันส์ถึงได้หัวเสียนักตอนที่เห็นอาการบาดเจ็บของคาร์ลอส

มันไม่ได้เจ็บขึ้นมาเพราะความรับผิดชอบหรือเป็นห่วงใคร แต่มันร้าวที่เห็นความอ่อนแอของตัวเอง

 

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำอะไรได้” กัปตันหนุ่มโคลงศีรษะ ก้มลงสบตากับหญิงสาวหนึ่งเดียวตรงนั้น “เจ้ารู้หรือเปล่าล่ะว่ามันโดนอะไรเข้า”

นากาอินเหลือบมองพ่อครัวหนุ่มคนนั้นทีหนึ่ง

“ข้ารู้อย่างเดียว... เด็กนี่โดนเวทเดียวกับที่เจ้ามี”

หล่อนว่าพลางเคาะแผ่นอกกว้างของเกรกอรี่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ชายหนุ่มกะพริบตา ก่อนจะมุ่นคิ้วเข้าอย่างไม่ค่อยพอใจนัก แววตาฉายร่องรอยกรุ่นๆ อย่างคนโดนกล่าวหา

“ข้าทำอะไรพรรค์นั้นไม่ได้”

“เวทเดียวกัน ไม่ได้แปลว่าเจ้าจะต้องใช้เป็นนี่” หญิงสาวเอ่ยตอบอย่างใจเย็น “เวทจากพันธะปิศาจ... ต้นกำเนิดเดียวกันเสียด้วย”

“ว่าไงนะ”

“หรือเจ้าจะเถียงว่าเจ้ามีเวทมาตั้งแต่เกิด?”

เกรกอรี่หุบปากที่กำลังจะเถียงฉับ ทำเอาราล์ฟกับอเล็กเซย์ถึงกับหันมองอย่างแปลกใจ... โดยเฉพาะอย่างยิ่งกัปตันหนุ่มที่ถึงกับหรี่ตาลงมองมือขวาคนสนิท ถามกลับเสียงเข้ม

“แปลว่าอะไร”

หนุ่มผิวแทนซบหน้าลงกับฝ่ามือ ครางลั่นในลำคออย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วค่อยยกมือขึ้นยอมแพ้ เขายื้อสายตากดดันของราล์ฟไม่เคยได้สักครั้งตั้งแต่รู้จักกันมา

“เวทที่ข้ามีไม่ใช่ ของ ข้า” เกรกอรี่หลับตาลงพลางพ่นลมหายใจยาว “มันเป็นของ ปิศาจ ที่ข้าทำพันธะสัญญาด้วยเมื่อหลายปีก่อน... ก่อนที่จะเจอท่านกับฟรังค์”

เสียงเงียบลงไป

“งั้น--- ทะเลคลั่งที่พวกท่านพูดถึงก็ทำพันธะกับปิศาจตนเดียวกับท่านงั้นหรือครับ?”

“ไม่ใช่” นากาอินเอ่ยขัด หล่อนยิ้มให้เด็กหนุ่มเคบินบอยอย่างเอ็นดูแล้วค่อยอธิบาย “พันธะปิศาจไม่เหมือนพันธะเวทธรรมดาตรงที่ต้องใช้เวทของบุคคลที่สามในการสร้างพันธะ ข้าเดาว่าอย่างมากก็แค่พวกเจ้ามีคนผูกพันธะคนเดียวกัน -- หายากนะ เพราะคนที่ยอมร่ายเวทให้มันน้อย เสียแรงเสียเวลา แถมไม่ได้อะไรคืนมาด้วย”

“แล้วเจ้าก็ไม่เคยบอกข้า ไอ้บ้า” ราล์ฟประณาม หากเมื่อเห็นเกรกอรี่เอาแต่นั่งก้มหน้าอยู่อย่างนั้นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจบ้าง มือกร้านเอื้อมไปตบไหล่เพื่อนสนิทแรงๆ “โว้ย พอข้าหายแกก็เครียดแทนเรอะ สงสารอเล็กซ์มันหน่อย แค่มันต้องดูคนเจ็บก็พอแล้ว ให้มานั่งรับอารมณ์คนอื่นมันไม่ไหวหรอก”

“พูดไม่ดูตัวเองเล้ย” เกรกอรี่เงยหน้าขึ้นมาแยกเขี้ยวใส่ “แต่ถ้าเป็นแบบนี้เราก็ต้องยิ่งไปที่ไอ้เกาะนั่น... ข้าไม่รู้ว่าวลาดจะฟื้นเมื่อไร แต่ถ้ามันไม่ฟื้นขึ้นมาภายในสามวันนี้เราต้องออกเดินทางแล้ว บอกตรงๆ เลยนะกัปตัน... เรา – ต้อง – ไป

ราล์ฟมุ่นคิ้วเข้า

“ห้ามบอกนะว่า...”

“อย่างที่ท่านคิดแหละ”

 

“เฮ้ย--- เจ้าจะหวังพึ่ง แม่มดแห่งทะเล คนนั้น---”

 

ปัง!

ประตูห้องถูกกระแทกเปิดออกขัดประโยคไปกลางคัน แล้วโจรสลัดหนุ่มแขนเดียวผมสีฟางแห้งคนนั้นก็โผล่เข้ามาอย่างไม่มีบอกมีกล่าว นกทะเลตัวใหญ่เกาะอยู่บนข้อแขนที่มีผ้าสีเข้มผืนหนาพันทบอยู่

“เฮ้ย กัปตัน ข่าวใหญ่---” ฟรองซัวร์ชะงักกึกเมื่อเห็นหญิงสาวยืนอยู่ระหว่างกลุ่มพวกเขา มองสลับกับราล์ฟที่ไม่มีรังสีอำมหิตแผ่ออกมาแล้วก็กะพริบตาปริบๆ “เอ่อ--- หายบ้าแล้วไปเอาสาวที่ไหนขึ้นเรือมาด้วยวะท่าน?”

“กำลังเสริมจากคุณหนูของวลาดมัน” เขาตอบโดยไม่ใส่ใจคำแขวะกลายๆ นั่น ในขณะที่นากาอินกวาดมองพ่อหนุ่มแขนเดียวตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ “ว่าแต่ข่าวใหญ่อะไร”

“เออ เกือบลืม” ฟรองซัวร์ว่า พยักเพยิดไปทางนกทะเลที่เกาะอยู่บนแขน “สายของข้าเพิ่งส่งมาบอก”

“ว่า?”

 

“ซามูเอลถูกทะเลคลั่งฆ่าตายแล้ว”

 

คราวนี้เกรกอรี่ขนลุกวูบอย่างแท้จริง นัยน์ตาสีเข้มไหวไปพร้อมๆ กับไอเย็นที่ไหลปราดไปตามเส้นสันหลัง

ความฝันนั่น... เด็กคนนั้น...

ไม่น่าเชื่อ

 

“กัปตัน... ข้าว่าข้ามีอีกเรื่องที่จะต้องเล่าให้ฟังแล้วว่ะ”

 

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

กำลังสอบกลางภาคอยู่ค่ะ...
แล้วดิฉันปั่นอะไรออกมา เย้...

//มุดกลับไปอ่านหนังสือต่อ พรุ่งนี้สอบ กรี๊ด 55

ปล. คิดถึงนากาอินกันมั้ยคะ


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #550 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 15:20
    ซามูเอลโผล่มาเพื่อถูกฆ่า
    บร๊ะ .. คัตวานางช่างฉกาจ
    แล้วดูนากาอินโผล่สิ สมกับเป็นนักเวท
    แล้วบาโฟเค้าอ่ะ T^T
    #550
    0
  2. #408 Pepper (@lovery1859) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2557 / 20:23
    เอ๊ย เดาถูกได้ไง555555
    #408
    0
  3. #305 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 20:25
    ตอนนี้กัปตันทำเราหนาว(เเละอ๊างด้วยความเป็นM#ผิด)
    บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ขณะที่สงสารเคบินบอยที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเเเละวลาดิเมียร์ก็หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว#เสียงพากย์มวย

    พอราชินีโผล่เข้ามายันโครมนี่เเบบ#ขอสครีมนางดังๆ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
    ไม่นึกว่าจะได้เห็นนางเตะนางถีบ เเอร๊ยย นางคือผู้ที่อยู่เหนือห่วงโซ่ใดๆเลยค่ะ รักมากกกกกกกกก
    เชื่อใจได้5ใน10อะไร เป็นหนูเชื่อได้ศูนย์สนิทหนูก็ยอมโดนหลอกค่ะ เเฮร่กกกกก
    #จีบเลยกัปตัน คนนี้หนูเชียร์*บุญเลิศขวิด*

    อนึ่ง คุณเกร็กจิกกัปตันได้น่ารักมาก มันโดนใจ(?)

    ปล.เปรี้ยงปร้างสว่างไสวอันตรายไปทุกที่....#โดนตรบครั้งที่สอง
    #305
    0
  4. #254 ai love you (@aiyarin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2555 / 12:41
    กัปตันน็อตหลุดเพราะวลาดหรือคะ เป็นห่วงชิมิละ
    นากาิอินมาแล้ว คราวนี้เธอมาได้เลิศมาคะ มาได้ไม่ทันไรก็ถีบกัปตันเข้าซะแล้ว
    วลาด วลาดจะเป็นไรมากไหมคะ เขาเป็นห่วงตัวนะคะ ฟื้นเร็ว ๆ นะ เดี๋ยวกัปตันผีเข้าอีกแล้วเขาสงสารอเล็กซ์อะ
    ไรท์เตอร์สู้ ๆ นะ เขาเป็นกำลังใจให้อยู่คะ ไฟท์โตะ
    #254
    0
  5. #253 Marisa (@princesdevilpure) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2555 / 22:38
    อาเจ๊ยังมีชีวิตอยู่รึ! (นึกว่าจะแก่ตายไปซ.../แอ๊ฟ!) มาตอนนี้เรื่องกำลังประดังประเดเข้ามา ในหัวโคลงเคลงเหมือนอยู่ในเรือตอนเจอพายุ สรุปคือเรื่องนี้คลั่งเพราะมึนกับเนื้อหาอันแสนหนักหน่วง (และฟินในบางเวลา) มิได้คลั่งกับเนื้อหาที่สื่อว่ามันคลั่ง 555
    #253
    0
  6. #252 บลา 11! (@Mox20) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2555 / 00:13
    รู้แต่คิดถึงวลาดดดดมากกว่่า > <
    ฟินนค่า
    กัปตันน๊อตหลุด วะฮาฮ่า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 ธันวาคม 2555 / 00:26
    #252
    0