P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 24 : ♦ 21 ♦ ข่าวไม่เหมือนเหล้าตรงที่ยิ่งใหม่ยิ่งดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    18 ม.ค. 57

 
 
Chapter 21
ข่าวไม่เหมือนเหล้าตรงที่ยิ่งใหม่ยิ่งดี

 

 

 

 

เกรกอรี่ฝัน

ฝันซ้ำๆ เดิมๆ ที่เห็นมาตั้งแต่เจ้าชายหนุ่มคนนั้นจ้างราล์ฟกับวลาดิเมียร์ไปทำงาน ฝันที่เห็นเด็กชายร่างผอมเกร็งผมสีเลือดแห้ง ร่างกายเต็มไปด้วยรอยสัก ขอบตาคล้ำลึกโหล และพยายามเอ่ยอะไรบางอย่างออกมาโดยไม่มีเสียง

แต่คราวนี้มันไม่ใช่เพียงแค่นั้น

แค่พริบตาแรกที่เริ่มฝัน เขาก็เห็นเด็กคนนั้นร้องไห้ -- หนักมาก -- หนักเสียจนไม่แม้แต่จะสนใจเขาด้วยซ้ำ เกรกอรี่แปลกใจ เขาเริ่มเห็นเด็กผมแดงคนนี้จนชินแล้ว หากก็ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเป็นแบบนี้มาก่อน...

เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้น เหมือนเพิ่งเห็นว่ามีใครยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วย แล้วก่อนที่จะได้สบตา ร่างเล็กๆ ก็วิ่งโผเข้ามากอดเขาไว้แน่น เสียงร้องไห้ดังระงมไปหมด

 

เกรกอรี่แทบหายใจไม่ออก

มองเลยผ่านร่างในอ้อมแขนไปยังพื้นที่เวิ้งว้างและปกคลุมไปด้วยหมอกควัน... เขาเห็นศีรษะอาบเลือดของใครบางคนกำลังกลิ้งอยู่บนนั้น!

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

“แปลกแฮะ ทำไมพวก น้องสาว เคลื่อนไหวเร็วจังวะ”

ฟรองซัวร์หลุดปากออกมาคนแรกเมื่อฮันส์ส่งสัญญาณมาจากรังนกเหนือยอดเสากระโดง แต่ต้นหนหนุ่มก็ส่องกล้องทางไกลซ้ำแล้วซ้ำอีกจนมั่นใจว่าเขาเห็นเรือของ กองทัพ จริงๆ ไม่ใช่แค่ตาฝาด... ที่สำคัญ มันไม่ได้มีแค่ลำเดียวเสียด้วย

“น้องสาวเราก็หัวไวนะ” ราล์ฟอดแขวะไม่ได้ เรือมารูนออกเดินทางมาได้ไม่นานก็เข้าใกล้เขตพื้นที่ชายแดนทางเหนือของธาลัสซา -- เลยเมืองท่าและหัวเมืองเหนือขึ้นมาอีกหน่อย -- หากพวกเขาไม่ได้เตรียมตัวจะฉะกับกองทัพเรือเลยแม้แต่น้อย... ก็ปกติกองทัพใหญ่มันตั้งอยู่ใกล้ๆ ฝั่งแถบเมืองหลวงทางใต้ไม่ใช่หรือไง!

 

เสียงจ้อกแจ้กจอแจทั้งหลายดึงเกรกอรี่ให้หลุดออกจากภวังค์

 

หนุ่มผิวแทนขยี้ตาเบาๆ จับใจความอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินตามมาสมทบกับคนเป็นกัปตันที่ท้ายเรือ หรี่ตามองฝ่าลมทะเลที่กำลังพัดแรงไปทางชายฝั่ง ภาพลิบๆ ของแถบผ้าใบและลำเรือปรากฏให้เห็นอยู่ลางๆ จนจับโฟกัสไม่ได้ แต่ถ้าฮันส์ระบุมาให้แล้วว่าทั้งหมดที่เห็นคือเรือของกองทัพ... นั่นก็น่าเป็นห่วงอยู่

“ไม่ใช่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”

หัวหน้าลูกเรือหนุ่มถามเสียงเครียดอย่างอดไม่ได้ ฝันร้ายตลอดสองคืนที่ผ่านมาทำให้เขาสังหรณ์อย่างประหลาด

“ช่วงนี้ไม่มีเรื่องสักหน่อย จะว่าซามูเอลอาละวาดก็คงไม่ใช่” ราล์ฟมุ่นคิ้ว “แปลกว่ะ”

“ซามูเอล...”

 

เลือดในกายของเกรกอรี่หนาววูบขึ้นมา ภาพเบลอๆ ของศีรษะอาบเลือดที่เขาเห็นในฝัน...

ใบหน้าที่คุ้นเคยเหลือเกินว่ามันเป็นของซามูเอล!!

 

“มันไม่น่าจะยกมาดักเราได้นี่” ฟรองซัวร์เอ่ยเสียงเครียด ใบหน้าฉายแววครุ่นคิด “มันจะมาได้ยังไง... ไม่ใช่แล้วนะเว้ย แบบนี้ก็ลอบเข้าไปไม่ได้สิวะ”

“มันก็ยังพอมีทาง...”

“ตลกล่ะ พวกน้องสาวมันเลิกยุ่งกับซามูเอลแล้วไม่ใช่หรือไง เลิกยุ่งกับเราด้วย...” โจรสลัดหนุ่มแขนเดียวเอ่ยต่อไปราวกับไม่ได้ยินคำท้วง เสียงกดเบาลงเหมือนเริ่มพูดกับตัวเอง “บ้าเหรอวะ... เป็นไปไม่ได้...”

ราล์ฟหรี่ตาลงมอง

“ฟรังค์ แกจะเครียดกับน้องสาวเรามากไปแล้วนะ”

“ก็มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้” มันหันกลับมาตอบ ไม่มีร่องรอยล้อเล่นเหมือนอย่างเคย หากกัปตันหนุ่มกลับเพียงยักไหล่

“แต่ถ้ากองทัพกำลังวุ่นวายอยู่กับซามูเอล เราก็น่าจะลอบเข้าไปในเมืองได้...”

“ข้าไม่เอา ข้าไม่ไป” วลาดิเมียร์ที่เพิ่งโผล่หัวขึ้นมาจากเคบินด้านล่างรีบยกมือคนแรก “ไม่ต้องคิดจะลากข้าไปนะ เออ แล้วก็มากินข้าวเช้ากันได้แล้ว ไม่งั้นข้าเก็บนะเว้ย!

ฟรองซัวร์ส่งเสียงครางในลำคอ อยากจะซบหน้าลงกับฝ่ามือเหมือนกันแต่ก็ทำได้แค่ยกสันตะขอขึ้นนวดหว่างคิ้วเบาๆ ไอ้อยากปลงก็อยาก แต่ปากมันดันเผลอหลุดยิ้มออกไปแล้ว

“อยากอยู่ในตำแหน่งแบบมันมั่งจัง” เขาว่า “ไม่ต้องคิดอะไรดี”

ราล์ฟหัวเราะบ้าง

 

“บางทีก็ไม่ดี... เพราะคราวนี้มันก็ต้องไปด้วยอีกแล้วว่ะ”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

เหตุผลที่ไปด้วย...

เหตุผลที่ไปด้วยอะไร มันมีด้วยหรือไง

 

ไอ้กัปตันบ้า ไอ้กัปตันบ้า... ไอ้กัปตันบ้าเอ๊ยยย!!!

 

วลาดิเมียร์นึกแต่แรกแล้วว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดี แต่ไม่คิดว่ากัปตันแกจะบ้าได้ขนาดนี้ เห็นยิ้มๆ ท่าทางใจดีแบบนั้นก็เถอะ สุดท้ายเนื้อแท้แล้วพี่แกก็บัดซบพอๆ กับหน้าตานั่นแหละ!

อยากจะประณามโจรสลัดมันทั้งโลก ทำไมต้องเลวตามหน้าตาด้วยวะครับ วลาดิเมียร์ไม่เข้าใจ! ไม่อยากเข้าใจด้วย! ถึงตอนนี้เขาจะเป็นส่วนหนึ่งของเหล่าโจรสลัดก็เถอะ แต่ไอ้ความคิดสไตล์นั้นน่ะมีแต่พวกบ้าเท่านั้นที่คิดได้!

“อย่าสติแตกนะเว้ยไอ้หนู ไม่งั้นเอ็งกับข้าจบเห่แน่”

เสียงห้าวๆ ของฟรองซัวร์ดังกรอกอยู่ข้างหู แต่พ่อครัวหนุ่มสติแตกไปเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนเตือนแล้ว... โอ๊ย ไอ้กัปตันบ้า ไอ้กัปตันหอกหัก จบงานนี้เขาจะอดอาหารพี่แกสักสามวัน! จะทำจริงๆ นะเว้ย!!

 

ณ สถานการณ์ปัจจุบัน หลังจากเลือกที่เทียบท่าอย่างหลบซ่อนกองทัพเรือที่สุดแล้ว สมาชิกดั้งเดิมแรกสุดของมารูนอย่างราล์ฟ เกรกอรี่ และฟรองซัวร์ ก็พากันเลี่ยงออกมาให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

วลาดิเมียร์ก็รู้ว่าข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญ หากเมื่อดูตามที่อยู่ของ นักขายข่าว ที่เจ้าชายหนุ่มคนนั้นให้มา มันกลับอยู่ริมชายฝั่งในทำเลที่น่าหวาดหวั่นเป็นที่สุด... แหงล่ะ นั่นมันจุดแรกๆ ที่กองทัพเรือจะสุมกำลังอยู่เลยนะเฮ้ย!

แล้วตอนนี้เขาก็ได้แต่มานั่งตัวสั่นงันงกอยู่ที่ซอกตึก มองในแง่ดีหน่อยก็จะหันไปเห็นโรงแรมขนาดไม่ใหญ่นัก ป้ายไม้เก่าๆ ตวัดชื่อสัญลักษณ์ด้วยสีซีดๆ ที่อ่านแทบไม่ออกแขวนอยู่เหนือประตู แต่ถ้ามองในแง่ร้ายก็จะคอยเหล่มองถนนใหญ่อยู่เรื่อยๆ... แล้วก็จะเห็นทหารเรือเดินกันให้ควั่กจนเสียวสันหลังวูบ

พ่อครัวหนุ่มอยากจะร้องไห้ ราล์ฟกับเกรกอรี่ขี้โกงแทบบ้าที่เป็นฝ่ายเข้าไปในโรงแรมนั่นเพื่อหา “ข่าว” ที่ต้องการ ก็ยอมรับหรอกว่าต้องเป็นคนที่รู้เรื่องที่สุด แต่... แต่เขาก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้ว่ะครับ!

 

“จำได้นะว่าแกต้องทำอะไร” ฟรองซัวร์หันกลับมาย้ำพลางพยักเพยิดไปทางถุงผ้าเล็กๆ ที่ห้อยอยู่กับกางเกงขึ้นมา “หยิบยาสูบมาจุดให้ข้าทีเด๊ะ พอดีไม่มีมือว่ะ”

วลาดิเมียร์สบถ หยิบมวนยาสูบจากในถุงขึ้นมาจ่อกับปลายนิ้ว ไฟสีส้มปะทุขึ้นมาเบาๆ

“ถ้าเห็นท่าจะแย่เมื่อไร” เขาตอบเสียงขุ่นพลางยัดมวนยาใส่ปากอีกฝ่ายอย่างแรงแบบไม่มีปรานีปราศรัย “ให้วิ่งออกไปดึงความสนใจพวกน้องสาว รอจนกัปตันจะหนีได้แล้วค่อยเผ่น”

“โอเค ความจำดีใช้ได้” ฟรองซัวร์ก้มลงถูปากกับไหล่เบาๆ ไอ้เด็กบ้ามันเล่นยัดใส่ปากยังกับจะต่อยเลยวุ้ย “ถึงเวลาจริงๆ อย่าเกิดบ้าขึ้นมานะ ไม่งั้นได้ตายคู่แน่”

“แล้วเจ้าจะมาทำไมเนี่ย”

“บนเรือก็มีแค่เราสองคนนี่แหละวะที่ตอแหลเก่ง” คนแขนเดียวหัวเราะลงลูกคอ ยักคิ้วให้ “อีกอย่าง ข้ามาคุ้มกันแกด้วย คิดว่าคนไม่เจนสนามรบอย่างแกจะหนีพ้นเหรอวะ คิดตื้นๆ”

“ไม่ต้องมาเป็นห่วงเลย ถ้าจะห่วงก็ปล่อยข้าไว้ที่เรือสิฟะ” คนอายุน้อยกว่าแยกเขี้ยววับ “ถ้าไม่ติดว่าน้องสาวเราลงอาคมไว้ทั้งเมืองให้ไวต่อพลังเวทล่ะก็นะ...”

ประโยคสุดท้ายมันบ่นอุบอิบแล้วทำหน้ามุ่ย ทรุดลงนั่งกับพื้นแล้วจับตามองไปยังประตูทางเข้าโรงแรมที่ยังปิดสนิท และยังไม่มีใครเดินเข้าออกในเวลานี้

“ฟรังค์ ซื้อข่าวนี่มันใช้เวลาเท่าไร”

“ไม่รู้สิ แล้วแต่ว่ะ”

วลาดิเมียร์แยกเขี้ยวอีกรอบ ก่อนจะสบถเบาๆ ออกมาอีกครั้งแล้วฉกม้วนยาสูบอีกมวนจากถุงยาข้างเอวอีกฝ่าย จุดไฟแล้วยัดเข้าปากตัวเองอย่างอารมณ์เสียราวกับจะประชดประชัน

 

ควันลอยกรุ่นขึ้นฟ้า

แล้วพ่อครัวหนุ่มก็สรุปกับตัวเองว่าทำยังไงเขาก็ไม่ชอบยาสูบอยู่ดี

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

บรรยากาศภายในโรงแรมแห่งนั้นค่อนข้างมืด

ตัวอาคารสร้างจากไม้ มันค่อนข้างอับ หน้าต่างน้อย และแสงสว่างของยามกลางวันลอดเข้ามาได้น้อยอย่างไม่น่าเชื่อจนต้องจุดตะเกียงน้ำมันติดไว้ตามเสา ชั้นแรกเป็นโรงเหล้า บาร์ไม้ตั้งชิดในสุดเบื้องหลังโต๊ะอาหารหลายตัว เหลือบมองไปเป็นบันไดขึ้นไปยังห้องพัก หากเมื่อไม่มีลูกค้าและเสียงเฮฮาแล้ว บาร์เหล้าที่ควรจะมีชีวิตชีวากลับดูสุขุมขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด

เสียงกระดิ่งดังขึ้นเบาๆ เมื่อราล์ฟกับเกรกอรี่เปิดประตูออก ดูเหมือนจะยังเช้าเกินไปสำหรับการนั่งดื่มในร้านเหล้า และแน่นอนว่าพวกเขาคงเด่นไม่ใช่น้อยในสายตาของเหล่าพนักงาน

 

“มาพักหรือมาดื่มเจ้าคะ”

 

สาวน้อยร่างเล็กที่กำลังขัดเคาน์เตอร์อยู่หันกลับมายิ้มให้พวกเขา ราล์ฟยิ้มกลับ เดินเข้าไปนั่งลงที่บาร์แล้วพยักเพยิดไปทางชั้นขวดเหล้าที่เรียงรายอยู่ด้านหลัง

“มีไวน์กับรัมไหม”

“ได้ค่ะ”

“นั่นสำหรับคนเดียวนะ”

ราล์ฟชิงเอ่ยเสียก่อนที่เจ้าหล่อนจะได้หันหลังกลับไปหยิบให้ตามคำสั่ง สาวน้อยชะงักไปนิดหนึ่ง ตวัดสายตากลมๆ กลับมาสบด้วยแล้วยิ้มแห้ง

“อีกคนล่ะเจ้าคะ”

“ข้าไม่ดื่ม” เกรกอรี่ปฏิเสธง่ายๆ “แต่ถ้าไม่ว่าอะไร... ไวน์เมื่อกี้ขอขวดที่ ใหม่ ที่สุดนะ”

“ข... ข้าจะไปนำมาให้นะเจ้าคะ”

 

แล้วไม่กี่นาทีถัดมา หญิงสาวอีกคนก็เดินกลับออกมาแทนที่

 

หล่อนเป็นหญิงวัยกลางคน อายุอานามคงเข้าเลขสี่แล้ว หากรูปหน้าสวยคมนั่นยังคงดูเฉิดฉายอย่างไม่สนใจว่ากาลเวลาจะผ่านไปเพียงใด เรือนผมสีดำสนิทตลบรวบไปไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย หากก็ดูไม่เหมือนหญิงสูงศักดิ์ที่ชอบเกล้าผมตึงเรียบเสียจนดูน่ากลัว

นัยน์ตาหวานสีเขียวอ่อนๆ เหมือนลูกแก้วจับจ้องมายังพวกเขา... กวาดมองผ้าที่คลุมปิดหน้าปิดตา แล้วริมฝีปากที่แต่งแต้มมาอย่างดีก็ขยับวาดยิ้ม

“ไวน์น่ะยิ่งเก่ายิ่งดี ไม่รู้หรอกหรือ” หล่อนเอ่ย น้ำเสียงติดจะขัน “ไม่กลัวเฝื่อนคอหรือจ๊ะพ่อหนุ่มน้อย”

“ถ้าถูกปากก็ถือว่าใช้ได้แล้วนี่” ราล์ฟตอบกลับช้าๆ “...เวโรนิก้า?”

สาวใหญ่ชะงักไปแทบจะทันที แววหวานๆ ในดวงตาคู่งามพลันหายลับไป

 

“ตอนนี้ข้ารับลูกค้าแค่เฉพาะเรื่องอาหารกับที่พักเท่านั้น” น้ำเสียงห่างเหิน “ข้าเป็นแค่เจ้าของร้าน พ่อหนุ่ม”

 

“อย่าเพิ่งตัดรอนสิครับ” ราล์ฟเลื่อนกระดาษแผ่นเล็กไปตรงหน้า หญิงสาวคนนั้นเผลอมุ่นคิ้วเข้านิดหนึ่ง หรี่ตามองข้อความและลายมือคุ้นเคยที่ตวัดอยู่บนนั้นแล้วก็ยกมือขึ้นกอดอก

“เจ้าไปเอามาจากไหน”

“ท่านคิดว่ามาจากไหนล่ะ”

เวโรนิก้ามองพวกเขาตาเขียวปั้ด เกรกอรี่ลอบยิ้ม... ราล์ฟยังคงรับมือกับหญิงสาวได้ดีไม่เปลี่ยนเสมอ

“ไวน์ใหม่กับรัมสำหรับคนเดียว” หญิงสาวเจ้าของร้านมองพวกเขาอย่างคาดคั้น น้ำเสียงเฉียบขาด “คนที่รู้จักรหัสนั่นมีเหลืออยู่ไม่กี่คนแล้ว เจ้าไปเอามาจาก---”

“คนที่ยังรู้ไงครับ” กัปตันหนุ่มหัวเราะลงลูกคอเบาๆ “ข้าไม่ได้มาในนามของเด็กคนนั้นเลยพูดชื่อไม่ได้ แต่ข้าเชื่อว่าท่านรู้ว่าคือเด็กคนไหน... และเขาฝากมาดักคอว่าจะมีเด็กกี่คนกันเชียวที่ท่านรู้จัก”

เวโรนิก้าพ่นลมหายใจยาว ลากเก้าอี้ตัวสูงมานั่งแล้วเท้าคางเข้ากับเคาน์เตอร์

 

“ริกซัส” นัยน์ตาของหล่อนฉายแววอ่อนลงมาก “มีเด็กแค่คนเดียวเท่านั้นแหละที่รู้จักรหัสนี้”

 

“แล้วท่านจะฟังคำขอของพวกข้าหรือเปล่า”

“ข่าวมีไว้ขาย ไม่ได้มีไว้ขอ” เวโรนิก้าส่ายศีรษะเบาๆ “ถ้าราคาดี ข้าอาจจะสนใจก็ได้นะ หนุ่มน้อย”

ยังไม่ทันจะสิ้นคำดี ทองถุงหนึ่งก็ถูกเลื่อนไปให้อย่างไม่มีบอกมีกล่าว เกรกอรี่เผลอยิ้มอย่างช่วยไม่ได้... ทีเรื่องพรรค์นี้ล่ะถึงจะยอมจ่ายมากเกินความจำเป็นนะกัปตัน... ไอ้คนใจป้ำผิดเวลา

ราล์ฟยังไม่ปล่อยถุงออกจากมือ

“เท่านี้” เขาเขย่าเบาๆ ให้เหรียญกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง “พอไหมครับคุณนาย”

หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ หากนัยน์ตากลับจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของพวกเขาสองคนแทน หล่อนวาดยิ้ม จงใจเอื้อมมือเลยข้ามถุงเงินไปยังปลายคางของหัวหน้าลูกเรือหนุ่มผิวแทน

“เห็นสีผิวแปลก ไม่คิดว่าจะยิ้มสวยขนาดนี้นะเนี่ย พ่อหนุ่ม” หล่อนเอ่ย น้ำเสียงเจือหวาน “ไหนๆ ก็จะทำธุรกิจกันแล้ว ไม่เปิดเผยหน้าตาชื่อเสียงหน่อยเลยหรือจ๊ะ”

“เกรกอรี่ การ์แลนด์” ชายหนุ่มเอ่ยตอบอย่างไม่คิดอะไรมาก หากมือที่ยื่นไปจะสัมผัสกลับยื่นเก้อเสียอย่างนั้นเมื่อเจ้าหล่อนเพียงแค่ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิก

“ตายแล้ว หน้าตาดีไม่ใช่น้อยนี่”

เกรกอรี่หัวเราะรับเมื่อเห็นหล่อนชมกันซึ่งๆ หน้าหลังจากปลดผ้าโพกหัวลงให้เห็นหน้าค่าตากันได้ชัดเจน หากเขาก็รับรู้ได้ว่ามันไม่ใช่ความพิศวาส... รุ่นของหล่อนกับเขามันต่างกันเกินไป หล่อนเพียงหยอกเล่นเบาๆ สักทีหนึ่งแล้วค่อยหันกลับไปหาลูกค้าใหม่อีกคน

 

กัปตันหนุ่มลดผ้าคลุมศีรษะลง

นัยน์ตาคู่งามไหววูบ

 

ราล์ฟเลิกคิ้วนิดหนึ่งกับสีหน้าแปลกๆ และท่าทีที่ชะงักไป หากหญิงสาวก็รีบตั้งสติกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว วาดยิ้มลึกลับมั่นใจให้พวกเขาได้เหมือนเช่นเคยอย่างไร้ที่ติ

“เอ้า แล้วเจ้าล่ะพ่อหนุ่ม”

“ราล์ฟ อาเร็นส์” คำตอบเรียบง่ายเหมือนเดิม “แค่นี้คงพอนะครับ”

“หืม... ดีจังนะ ข้าล่ะฝันมาตลอดเลยว่าถ้าข้ามีลูกชาย ข้าจะตั้งชื่อว่าราฟาเอล” เวโรนิก้าเอ่ยยิ้มๆ น้ำเสียงอ่อนโยนนัก “อายุเท่าไรแล้วจ๊ะเนี่ย”

“ยี่สิบห้าครับ” ว่าแล้วก็พยักเพยิดไปทางเกรกอรี่ที่นั่งข้างๆ “หมอนั่นยี่สิบเจ็ด”

นักขายข่าวขยับยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด

“ตาเจ้าสีสวยดีนะ”

“ข้าจะกลับไปฟ้องคนที่เหลือว่าท่านมาวันนี้เพื่อจีบสาว” เกรกอรี่เอ่ยกระเซ้าขำๆ เวโรนิก้าหัวเราะรับคิกคัก แววอ่อนโยนมันฉายชัดออกมาให้เห็นทั้งจากสีหน้าและแววตา แตกต่างจากบรรยากาศเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ส่วนคนโดนแซวหันไปต่อยไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ ทีหนึ่งแล้วค่อยหันกลับมายังประเด็นที่ต้องการ

“มันก็พูดถูก ข้ามาเพื่ออย่างอื่น” ราล์ฟโคลงศีรษะ สบตากับหญิงสาวเบื้องหน้า “นะครับ คุณนาย”

เวโรนิก้าส่งเสียงจุ๊ปากเบาๆ เหมือนกำลังสั่งสอนเด็ก นัยน์ตาคู่สวยฉายแววบางอย่างที่พวกเขาจับความนัยไม่ออก แล้วถุงทองค่าจ้างถูกเลื่อนกลับไปยังฝ่ามือใหญ่

 

“ไหนๆ นานๆ ทีก็จะมีลูกค้า... ข้าจะไม่คิดเงินก็แล้วกัน” คำประกาศชัด “พวกเจ้าอยากรู้เรื่องอะไรล่ะพ่อหนุ่ม”

 

ราล์ฟกะพริบตา ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาแล้วเท้าแขนเข้ากับเคาน์เตอร์

“ข้าอยากรู้ข่าวของกองทัพช่วงนี้กับเรื่องตำนานนิดหน่อย” ว่าพลางก็พยักเพยิดไปทางชั้นวางของด้านหลัง “ขอไวน์สักแก้วสองแก้วก็ดีนะครับ”

เกรกอรี่เกือบหลุดขำ... และได้สายตาขวางหน่อยๆ จากกัปตันหนุ่มมาเป็นค่าตอบแทน ดูเหมือนแม่สาวนักขายข่าวจะไปสะกิดต่อมศักดิ์ศรีของชายหนุ่มเข้าอย่างจังเลยทีเดียว

“กองทัพหรือ ช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรนะ” หล่อนหยุดคิดไปครู่หนึ่ง มือก็รินไวน์ใส่แก้วแล้วดันมาให้พวกเขา “ที่เห็นก็แค่จู่ๆ กองเรือของการิสต้าก็ยกมาที่ชายแดนนี่”

“การิสต้า?”

“พลเรือเอกที่ภักดีต่อธาลัสซาที่สุดเท่าที่เจ้าจะหาได้” เวโรนิก้าขยับยิ้ม รับเหรียญทองจากโจรสลัดหนุ่มตรงหน้ามาจนได้ในที่สุด “เพชรเม็ดงามของกองทัพเรือยุคนี้เลยล่ะ... กาเบรียล การิสต้า ถึงข้าจะแปลกใจนิดหน่อยที่รอบนี้ทำอะไรไม่บอกเบื้องบนก็เถอะ เห็นว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดไม่พอใจอยู่เหมือนกันแต่ก็ปล่อยผ่าน องค์กษัตริย์ไลโอเนลล์ก็ค่อนข้างปล่อยให้ทหารคุมกันเองอยู่แล้วด้วย”

ราล์ฟยกไวน์ขึ้นจิบพลางมุ่นคิ้วเข้า เปรยต่อช้าๆ

“เป็นคนประเภทกองทัพสั่งอะไรก็ทำงั้นสินะ”

“สรุปประเด็นเก่งนี่ แต่ข่าววงในบอกมาว่าที่การิสต้ายกกองทัพมารอบนี้เพราะเรื่องแผนที่สมบัติอะไรสักอย่างที่ถูกขโมยมานะ” เจ้าหล่อนเอ่ยต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ทันสังเกตว่าสองหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าถึงกับเผลอสะดุ้ง “แต่ข้าว่าคงเหลวล่ะจ้ะ มาถึงนี่ก็คงเจอแต่ซามูเอล แถมได้ยินว่าทะเลคลั่งก็มาแถวนี้เสียด้วย จุดประสงค์แรกสุดน่ะล้มไปแล้วล่ะ”

“ทะเลคลั่ง...” ราล์ฟทวนคำช้าๆ “อาชญากรต่อเนื่องเมื่อสองสามปีก่อนน่ะหรือ”

“ใช่ แหกคุกออกมาแล้ว และดูท่าจะมาก่อเรื่องต่อด้วยนะ” เวโรนิก้าส่ายศีรษะพลางพ่นลมหายใจยาว “กองทัพวางอาคมดักเวทไว้เพราะแบบนี้แหละ พ่อหนุ่ม ท่าทางจะเป็นคนที่มีพลังเวทสูงเอาเรื่อง”

“แปลว่ากองทัพช่วงนี้กำลังยุ่งกับทะเลคลั่ง”

“ข่าวนี้ไม่มีขายจ้ะ ไปตามหากันเองก็แล้วกันนะหนุ่มน้อย” สาวเจ้าหัวเราะคิกคัก เหลือบมองเสี้ยวหน้าครุ่นคิดของราล์ฟแล้วก็ได้แต่หลุดยิ้มออกมาอย่างเผลอไผล... “แต่... ถ้าถามข้า ข้าก็จะตอบว่าใช่นะ พวกเจ้าก็ระวังไว้หน่อยก็ดี เป็นผู้ชายผมสีแดงมีรอยสัก”

“ท่านเคยเจองั้นหรือ”

เวโรนิก้าไม่ตอบ เพียงวาดนิ้วไปบนเคาน์เตอร์ไม้แล้วไพล่เปลี่ยนเรื่อง

“เอ้า มีอะไรจะถามอีกไหมจ๊ะ”

เกรกอรี่หันมองหน้าคนเป็นกัปตันนิดหนึ่ง อีกฝ่ายพยักหน้ารับเป็นเชิงรู้กัน แล้วหัวหน้าลูกเรือหนุ่มก็ถอนหายใจ หยิบไวน์ขึ้นจิบทีหนึ่งแล้วค่อยเอ่ยตอบเสียงแผ่วเบาหากได้ยินโดยทั่วถึงกัน

 

“ข้าอยากรู้เรื่องมนตร์ดำของ แม่มดแห่งทะเล

 

 

xxxxxxxxxx

 
 


From Writer:

ช่วงนี้ติดงานจุฬาวิชาการค่ะ ใครว่างก็ไปเที่ยวกันได้นะ!

เราชอบเวโรนิก้าค่ะ (จริงๆ ก็ชอบทุกคนน่ะนะ ฮา) เป็นคนที่สองในเรื่องถัดจากวิลเลียมที่อายุเกิน 30 -- ชอบคนที่เป็นผู้ใหญ่แบบนี้ค่ะ มันได้ฟีลลิ่งเรียบๆ เย็นๆ แต่น่ามองดี XD
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #548 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 15:16
    เวโรนิก้าต้องมีอะไรแน่ๆ
    ...........................
    ผู้หญิงเรื่องนี้มีอะไรเสมอ >____<
    #548
    0
  2. #304 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 19:34
    #เลามาปั่นเม้นเเล้ว เเฮร่กกกก

    น้องสาววว น้องสาววว ฮา ชอบคำนี้ย์

    ขอสครีมเพชรเม็ดงามก่อน กรี๊ดดด มารีเอ็ตต้าาาาาาาาาา เค้าคิดถึงตัวเองจังเลยจุ๊บบบบบบบบ//ดาบกะซวก



    อะไรกันวลาด กัปตันไม่ได้บัดติโซ้บเท่าหน้าตานะ กัปตันหอกหักต่างหาก!#กัปตันเตะ

    "ในเรือมีข้ากับเจ้านี่เเหละที่ตอเเหลเก่ง"

    ฟังดูน่าภาคภูมิใจมากฟรังค์ คิดภาพมันวิ่งหนีทหารเรือทั้งด้วนๆพ่วงด้วยวลาดิเมียร์เผ่นลัลลิโฮวสติเเตกเเล้วหนูขำ กร๊ากกกกกกกกก



    คุณเกร็กหล่อจริงจังค่ะ ตอนนี้มีไว้ลวนลามคุณเกร็กผ่านเวโรนิก้าใช่มั้ย!#ผิด

    กัปตัน

    ...

    ...

    ...

    ขอโทษที่หนูมโนคุณพูดคำว่าคุณนายด้วยเสียงระทวย//เขิลล์*ตายคาที่*



    ปล.เหมือนท้องฟ้าวิปริตเเปรปรวนทันใด...#ดิ้น#พี่วูล์ฟตบ

    ปลล.ถึงออกมาเเค่ชื่อกับคำพูด เเต่ตัวน่ารักจังเลยอ้าดิ๊กกี้ๆ เเอร๊ยยยยยยยยย//เผ่น
    #304
    0
  3. #239 wand of determine (@nisharee) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2555 / 15:18
    เอะ หรือภาพแรก kiss ของพี่นี่คือ เกร็ก คัตวา???????
    #239
    0
  4. #237 Marisa (@princesdevilpure) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 / 18:55
    ริกซัส... วีรกรรมของท่านยังติดตาเสมอ ใช้บ่อยล่ะสิรหัสนี้น่ะ! 

    ว่าแต่... กัปตัน ท่านอย่าหว่านเสน่ห์ให้มันมากนัก เดี๋ยวอดตาย><
    #237
    0
  5. #236 บลา 11! (@Mox20) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 / 00:48
    ชอบวลาดกับกัปตันจัง ปลื้มบอกไม่ถูก
    #236
    0