P.I.R.A.T.E.S ระวัง•ทะเล•คลั่ง!!

ตอนที่ 14 : ♦ 12 ♦ สัตว์ที่อยู่ในกรงย่อมไม่ใช่สัตว์เชื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    4 ก.ย. 55

 
 
Chapter 12
สัตว์ที่อยู่ในกรงย่อมไม่ใช่สัตว์เชื่อง

 

 

ระหว่างที่ทะเลเริ่มปั่นป่วนไปด้วยพายุ และสัตว์ร้ายเริ่มเคลื่อนไหว

กองทัพเรือก็เริ่มวุ่นวาย

 

พลเรือเอกกาเบรียลแทบจะยึดโต๊ะทำงานเป็นที่นอน ข่าวการแหกคุกของ “ทะเลคลั่ง” เริ่มสะพัดไปทั่วหมู่โจรสลัดใต้พันธะสัญญา และความสงบตลอดสามปีที่ผ่านมาเริ่มสั่นคลอน...

จริงๆ มันก็ไม่เชิงสงบ ตั้งแต่พวกโจรสลัดรับรู้ว่ากองทัพไม่ช่วยรับรองความปลอดภัยใดๆ ทั้งสิ้น แต่ละกลุ่มก็เริ่มละเมิด พันธะ อยู่เนืองๆ หากยังไม่มีใครหาญกล้าแหกกฎอย่างเป็นจริงเป็นจัง -- เงินยังจ่าย ยังละเว้นพ่อค้าของธาลัสซา แต่หลายครั้งเหลือเกินที่เผลอลงมือไปกับอาณาจักรที่เป็นพันธมิตร

ความสัมพันธ์ทางน้ำเริ่มระหองระแหง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ธาลัสซากับทาเวียร์

หากในขณะนี้... แม้แต่พ่อค้าของอาณาจักรตนเองยังโดนโจมตี แล้วจะนับประสาอะไรกับอาณาจักรข้างเคียง?

 

โครม!

 

หมัดหนักๆ กระแทกเปรี้ยงลงกับโต๊ะ! ปึกเอกสารสะเทือนไหว กระดาษบางส่วนปลิวหล่นไปบนพื้น ขวดหมึกที่วางอยู่หมิ่นเหม่ร่วงหล่นลงแตกกระจาย หากคนต้นเหตุกลับไม่แม้แต่จะใส่ใจด้วยซ้ำ

ประตูเปิดออก พันเอกหนุ่มในชุดเครื่องแบบไม่เรียบร้อยนักก้าวเข้ามา ก่อนที่คิ้วข้างนั้นจะเลิกขึ้นเมื่อเห็นศีรษะของผู้เป็นนายฟุบอยู่กับโต๊ะ กำหมัดแน่น มืออีกข้างขยี้เส้นผมสีทองอย่างแรงจนยุ่งเหยิงไปหมด

ฌาคส์ถอนหายใจ ควันยาสูบถูกพ่นตามออกมาเป็นไอขาวๆ

 

“ท่านนายพลครับ?”

 

เขาเอ่ยเบาๆ เหมือนจะหยั่งเชิง หากคนถูกเรียกกลับเพียงจิกผมตัวเองแน่นเข้าอีกนิด ไม่เงยหน้าขึ้นมอง ฌาคส์กวาดตามองสภาพรกๆ รอบโต๊ะแล้วก็ได้แต่ส่ายศีรษะ เดินเข้าไปเก็บแผ่นเอกสารให้แล้วก้มตัวลงเก็บเศษขวดหมึก

กาเบรียลเหลือบตามอง

“อย่ามาสูบยาในห้องข้า” เขาตวัดเสียงห้วน “เลี่ยน”

“ขออภัยครับ” คนถูกห้ามเอ่ยเสียงเรียบๆ พลางพ่นควันกลิ่นฉุนไปอีกทาง มวนยาสูบยังคงคาอยู่ในปาก กาเบรียลหรี่ตาลง ก่อนจะขยี้ผมตัวเองแรงๆ อีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงสูบมวนยาต่อไป

ก็รู้ว่าฌาคส์เป็นคนสูบจัด เขาไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่พอได้กลิ่นฉุนๆ เลี่ยนๆ ชวนให้เวียนหัวตอนที่กำลังเครียดแบบนี้... มันก็ทำให้เขาอยากกระชากอีกฝ่ายตกตึกสักครั้งเหมือนกัน

“เมื่อไรเจ้าจะหัดเครียดกับคนอื่นเขาบ้าง ฌาคส์”

“นั่นสิครับ” คนถูกแขวะหัวเราะหึๆ ในลำคอ โยนเศษแก้วใส่ถังขยะใบเล็กข้างโต๊ะ “เมื่อไรท่านจะเลิกเครียดบ้างล่ะ”

“ไม่ต้องมาย้อนข้า” กาเบรียลนวดขมับเบาๆ ใบหน้าดูดีเด็กเกินอายุโทรมลงไปมาก ขอบตาคล้ำขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ช่วยบวกอายุกลับมาให้พอๆ กับความเป็นจริง “ให้ตายเถอะ ข้าอยากพัก... เมื่อไรข้าจะได้พักวะ...”

“กลับห้องพักบ้างก็ไม่มีใครว่านะครับ” คนใต้บัญชาเอ่ยกลับเสียงเรียบๆ ไม่บ่อยนักที่อีกฝ่ายจะหลุดคำหยาบออกมา สงสัยจะถึงขอบเขตความอดทนแล้วจริงๆ “ข้าว่าท่าน... สภาพแบบนี้ก็ไม่ต่างจากคนตายทำงานหรอก”

คนยังไม่ตายตวัดสายตามองขวับ

“ทำไมข้าต้องรับผิดชอบส่วนพันธะสัญญาโจรสลัดด้วยวะ” ชายหนุ่มหันกลับไปบ่นอุบ ยกมือขึ้นลูบหน้า “บ้าฉิบ... ไอ้พวกนั้นมันเล่นด้วยง่ายที่ไหน”

ฌาคส์อยากขำนัก คนบ้างานอย่างกาเบรียลน่ะหรือจะบ่นเพราะเรื่องงาน ก็รับผิดชอบส่วนนี้มาไม่รู้ต่อกี่ปีแล้วไม่เห็นจะเคยเกี่ยง สงสัยช่วงนี้พี่แกจะเครียดเกินไปหน่อยแล้วถึงได้หลุดปากออกมา... เห็นแล้วก็ไม่รู้จะห่วงดีหรือจะขำดีกันแน่

รู้อย่างเดียวคือเขาไม่มีสิทธิ์ปลอบ และเขาไม่มีสิทธิ์ให้คำแนะนำ

“คราวนี้จะทำยังไงครับ” พันเอกหนุ่มเปรยถามขึ้นมา มันไม่ใช่คำแนะนำ... ไม่ใช่หรอก เขาพยายามบอกตัวเองอย่างนั้น “ทะเลคลั่งกลับมาแล้ว แถมแผนที่ อันนั้น ของกองทัพยังถูกขโมยไปอีก...”

 

“ข้ารู้แล้ว! ไม่ต้องมาบอกข้า!!

 

กาเบรียลตะคอกกลับทั้งๆ ที่ยังฟังไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ ฌาคส์ชะงักไปนิด ก่อนที่คนพูดจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าเผลอหลุดความควบคุม หมัดข้างนั้นกระแทกเปรี้ยงลงกับโต๊ะอีกครั้ง แล้วพลเรือเอกก็เอนหลังพิงไปกับพนักเก้าอี้

เปลือกตาปรือหลับลง... ความเหนื่อยอ่อนฉายชัด หากฌาคส์ทำได้เพียงเดินไปอีกทางและเบนสายตาหลบ

 

“...ขอโทษครับ”

 

“ไม่ต้องหรอก ข้าผิดเอง” กาเบรียลยกมือห้าม ถอนหายใจยาว “ข้าทำตัวเด็กไปหน่อย ขอโทษที”

น้ำคำรับผิดชอบฟังสงบขึ้น ฌาคส์ขยับมุมปากขึ้นนิดพลางเดินกลับมาพร้อมกับผ้าเก่าๆ ผืนหนึ่งในมือ เอื้อมซับน้ำหมึกที่หกเปรอะไปทั่ว มองผ่านๆ ขาโต๊ะไม้ขัดเป็นมันแล้วไม่น่าจะขัดออกได้ง่ายๆ... เช่นเดียวกับพื้นกระเบื้องชั้นดี เหลือรอยจางๆ สีน้ำเงินทิ้งเอาไว้อย่างที่คงต้องใช้เวลาพอสมควรในการทำความสะอาด

รอยเปื้อนด่าง เช่นเดียวกับสิ่งที่เหลืออยู่ในห้องเก็บสมบัติของกองทัพ

 

แผนที่อันสำคัญถูกฉกฉวยไป -- ซึ่งนั่นยังท้าทายไม่มากพอ -- ยังอุตส่าห์ทิ้งรูปวงกลมสีแดงเลือดหมูเอาไว้ให้ดูต่างหน้า... สีที่คงจะไม่ใช่เลือด คงเป็นแค่สีสมุนไพรหรือสีธรรมดาๆ ที่จิตรกรใช้ผสมวาด แต่ก็มากพอจะทำให้รู้ว่าใครเป็นตัวการ

มารูนไม่ใช่กรงที่ขังสัตว์เชื่องๆ เอาไว้

 

สัตว์ร้ายกำลังซุ่มรอ และประกาศจุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกองทัพอย่างเห็นได้ชัด

 

ฌาคส์ไม่เคยคิดว่ามารูนจะกล้า พวกนั้นเป็นโจรสลัดที่เรียกได้ว่า ภักดี ต่ออาณาจักรที่สุดแล้ว นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ทุกคนมองข้ามไป -- พวกเขาสามารถตรวจสอบทุกการเคลื่อนไหวของพวกมันได้ง่ายเสียจนแทบจะไม่ต้องพยายามด้วยซ้ำ แล้วนักปราบพยศก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดจะกล้าท้าทายกองทัพซึ่งๆ หน้า เลยไม่มีใครคิดระแวงสงสัยอะไรจริงจัง

แต่ทุกคนก็ลืมอีกเช่นกัน ว่าตอนนี้เรือลำนั้นหายไปจากสารบบข้อมูล

 

มารูนกำลังออกนอกเส้นทางที่ขีดไว้ และฌาคส์รู้สึกได้ -- เขาไม่พอใจ -- ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม

 

“ท่านนายพลครับ”

“...หืม?”

“แผนที่สมบัติที่ถูกขโมยไปน่ะ” ฌาคส์เปรย เขารู้เขาเกริ่นเรื่องได้แย่ แต่ชายหนุ่มต้องรีบพูดเสียก่อนที่จะลืม “ย้ายที่ซ่อน สมบัติ นั่นยังทันไหมครับ”

กาเบรียลเลิกคิ้วสูงกับข้อเสนอ ก่อนจะหรี่ตาลงเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของคนสนิท

“ข้าไม่คิดว่าท่านผู้บังคับบัญชาจะยอม” พลเรือเอกเอ่ยช้าๆ “เจ้าคิดอะไรอยู่”

ฌาคส์ยักไหล่ “ข้าแค่ไม่ไว้ใจมารูนน่ะครับ”

ซึ่งชายหนุ่มก็กะไว้แล้วว่าคนยศสูงกว่าจะทำหน้าไม่เห็นด้วย เขาไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น เพียงลุกขึ้นยืน ถังขยะใบเล็กที่บรรจุเศษแก้วถูกหยิบติดมือขึ้นมาด้วย

 

“ข้าเอาไปทิ้งข้างนอกก่อนนะครับ”

 

กาเบรียลอ้าปากเหมือนจะเรียก แต่ก็หุบลงไปแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายเดินออกนอกห้องไปเงียบๆ ก่อนจะซบใบหน้ากลับลงไปบนโต๊ะทำงานตัวกว้าง

เขาไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เอาเสียเลย... ไม่ชอบจริงๆ หากก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยไป

 

ฌาคส์กำลังปิดบังเขา

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

นกทะเลตัวหนึ่งกางปีกบินขึ้นฟ้า

ฌาคส์หลับตาลง อัดควันยาสูบเข้าปอดแล้วพ่นออกมาแรงๆ ราวกับเหนื่อยใจ... จดหมายฉบับนั้นถูกเขียนขึ้นมาก่อนที่เขาจะทันได้คิดด้วยซ้ำ ก็ได้แต่หวังว่าปลายทางจะไม่นึกรู้ทันว่าเขากำลัง สงสัย อะไรและพยายาม สื่อความ อะไรอยู่


 


ทางเหนือไม่มีอะไร กลับมา, ด่วน
 

ฌ. ล.

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ไกลออกไปในทะเล กรงสัตว์ยังคงไม่หยุดนิ่ง

 

บุรุษแขนเดียวนั่งนิ่งอยู่ใกล้ท้ายเรือ นกตัวหนึ่งสะบัดปีกเบาๆ ก่อนจะโผออกไปยังฟากฟ้ากว้าง

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ฟรองซัวร์ดีดตัวขึ้นไปนั่งบนกราบเรือ รองเท้าบู้ทหุ้มส้นเหล็กถอดทิ้งไว้บนพื้น นิ้วเท้าคีบเอากระดาษแผ่นเล็กติดขึ้นมาด้วยแล้วหย่อนมันลงทะเลไป

ผู้มาใหม่เลิกคิ้วสูง

 

“ทำอะไรน่ะฟรังค์”

“ดูท้องฟ้า” ฟรองซัวร์พาดแขนที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวบนไหล่ของอีกฝ่าย คนฟังหลุดหัวเราะพรืด หันไปสบตาด้วยแล้วยักคิ้วกวนๆ

“แหม เปลี่ยนรสนิยมมาดูวิวยามบ่ายกับหนุ่มๆ อย่างข้าแทนสาวๆ แล้วเหรอ”

“บ๊ะ ไอ้เด็กเปรตนี่ก็ขยันขายตัวเองให้ข้าจริ๊ง--- ไม่เอาโว้ย!” ฟรองซัวร์ผละแขนออกทันทีแล้วเอาตะขอเขกกบาลมันไปเบาๆ ทีหนึ่ง กึ่งหมั่นไส้กึ่งขบขัน นัยน์ตากวาดมองร่องรอยขีดข่วนประปรายและผ้าพันแผลที่โผล่พ้นเสื้อเชิ้ตออกมาให้เห็น “แล้วนี่แกหายแล้วเหรอวะ”

วลาดิเมียร์ฉีกยิ้มเห็นเขี้ยวตามแบบฉบับ

“ยังอาการหนักลุกเดินไม่ได้ครับผม” มันหัวเราะ “กัปตันเรียกเจ้าไปประชุม ไม่ได้ยินหรอกเรอะ”

คราวนี้เป็นฝ่ายฟรองซัวร์บ้างแล้วที่เลิกคิ้ว

“อะไร นี่ทำหน้าที่แทนเคบินบอยแล้วเหรอวะ” โจรสลัดหนุ่มยิ้มขัน เหวี่ยงตัวกลับลงมาบนพื้นดาดฟ้าเรือ “อเล็กเซย์มันจะน่าหมั่นไส้ไปหน่อยแล้ว... จีบสาวก็ได้จีบ งานก็ไม่ต้องทำ”

ชายหนุ่มชาวสลาฟยักไหล่ยิ้มๆ

 

“มันให้ข้ามาเรียกเจ้าเพราะแบบนี้แหละ”

 

 

xxxxxxxxxx

 

 

ห้องที่ดีที่สุดบนเรือคือห้องพักของกัปตัน ไม่เว้นแม้แต่บนเรือโจรสลัด

ถึงจะบอกว่าดีกว่า แต่สุดท้ายมันก็เป็นแค่ห้องพักเดี่ยว -- เตียงหลังหนึ่งวางชิดผนัง อีกฟากเป็นโต๊ะทำงานกับเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง แผนที่เดินเรือและขุมสมบัติหลายแผ่นม้วนวางอยู่บนนั้นอย่างไม่เรียบร้อยนัก หีบเก็บข้าวของส่วนตัวถูกวางชิดสุดมุมห้อง ส่วนที่เหลือเป็นเพียงพื้นที่ว่างๆ ไม่ใหญ่โตอะไรเท่าไร

แต่มันมีดีที่เอาไว้ใช้ประชุมเรื่องสำคัญได้เหมาะนัก

 

“เรากำลังจะขึ้นเหนือ”

 

เป็นการสรุปเนื้อความย่อๆ ในสิ่งที่ฟรองซัวร์พลาดไปได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มแขนเดียวทิ้งตัวลงนั่งที่บนเก้าอี้กลมไร้พนักที่ข้างโต๊ะ ในขณะที่พ่อครัวหนุ่มแถแท่ดๆ ไปหยุดอยู่ที่ประตู แต่ก็ยังไม่วายหันกลับไปมองคนเป็นกัปตันตาละห้อยคล้ายจะถามว่าอยู่ด้วยไม่ได้หรือ

ราล์ฟขำ

“ไม่ต้องมาส่งสายตาลูกหมาใส่ข้าเลยวลาด เจ้าน่ะไปนอนพักซะ” เขาโบกมือไล่ “แผลก็ยังไม่หาย ร่างกายก็ไม่ได้แข็งแรงแล้วยังจะทำซ่า”

“ใจแคบว่ะ ตั้งแต่ตอนคุณหนูแล้วนะ” วลาดิเมียร์บ่นอุบ “คอยดู ข้าจะอดข้าวเย็นท่านสักสองมื้อ แล้วก็... โอ๊ย!

แต่กรรมวิธีแก้แค้นของไอ้ตัวดีจะมีอะไรอีกบ้างก็หารู้ไม่ เพราะฮันส์ -- ต้นหนเรือคนเก่งตัดสินใจเดินไปถีบมันออกนอกห้องแล้วปิดประตูลงกลอนทันที เห็นแล้วก็กลัวมันจะเป็นอะไรไปอยู่หรอกเพราะมันก็บอบบางจริงอย่างที่ปากบอก แต่พอได้ยินเสียงตะกุยประตูกับเสียงสบถขรมดังแว่วมาเบาๆ อีกสองสามคำก่อนจะเงียบไปก็หายห่วงไปได้

ราล์ฟกับเกรกอรี่หลุดยิ้ม รอจนฮันส์กลับมานั่งบนเตียงที่มันจับจองไว้แต่แรกแล้วค่อยเริ่มประชุมต่อ

 

“สรุปแล้วจะขึ้นเหนือจริงๆ น่ะ?”

 

ฟรองซัวร์เปิดประเด็นขึ้นมาอย่างอดสงสัยไม่ได้ อีกสามคนที่เหลือในห้องยักไหล่แทบจะพร้อมกัน แล้วกัปตันเรือก็เป็นคนตอบออกมา

“ขึ้นจริง” ราล์ฟว่าพลางเคาะโต๊ะทำงานที่นั่งพิงอยู่เบาๆ “มันไม่ใช่แผนของแกตั้งแต่แรกหรือไงวะฟรังค์”

“ก็ใช่ แค่ไม่คิดว่าท่านจะทำจริง” ชายแขนเดียวหัวเราะเบาๆ โบกตะขอไปมา “เอาเหอะๆ ไม่ต้องสนข้า พูดถึงไหนแล้วก็พูดต่อไปเลย”

ราล์ฟหันไปพยักเพยิดอะไรบางอย่างกับต้นหนหนุ่ม ฮันส์ลุกขึ้น คว้าแผนที่มากางลงบนพื้นห้องตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งหมด

“เราจะอ้อมทะเลตะวันออก” ปลายนิ้วกร้านลากจากทางใต้ขึ้นไป ก่อนจะหยุดอยู่ที่เครื่องหมายกากบาทสีดำที่ชายฝั่งค่อนไปทางเหนือ “หยุดที่เอนเด้ ผ่านไปถึงไอ้เกาะตามที่สมบัติว่า แล้ววนกลับมาที่เอนเด้”

“เดี๋ยวนะ เอนเด้นี่มัน...” เกรกอรี่ขัดจังหวะขึ้นมา “...ใช่เมืองที่ข้าคิดอยู่หรือเปล่า”

“ที่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่าหัวเมืองเหนือนั่นแหละ” คนเป็นกัปตันพยักหน้า ไม่แปลกอะไร มีแต่คนต่างอาณาจักรเท่านั้นแหละที่เรียกเมืองด้วยชื่อหรูหรานั่น ซึ่งฮันส์เองก็ไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในธาลัสซาเหมือนอย่างเขาหรือเกรกอรี่ “เมืองนั้นดีที่สุดแล้ว ไม่ติดทะเล แต่ห่างจากท่าเรือไปแค่นิดเดียว ใช้เวลาเดินเท้าไม่ถึงวันด้วยซ้ำ”

ฟรองซัวร์มองแผนที่ เหนือขึ้นไปอีกเป็นเมืองท่าเล็กๆ ก่อนจะสุดเขตแดนธาลัสซา

“เมืองที่อยู่ริมสุดนั่นไม่ดีกว่าเรอะ” เขาถาม “เมืองเล็กกว่า หลบทหารก็น่าจะง่ายกว่า จะทำอะไรก็สะดวกกว่า”

 

“แล้วกองทัพก็จะคิดแบบเดียวกับเจ้า”

 

เกรกอรี่เอ่ยแทรกเสียงเรียบ ฟรองซัวร์สะอึก ในขณะที่หัวหน้าลูกเรือเพียงยิ้มขันๆ แล้วจุ่มนิ้วลงกับขวดหมึกบนโต๊ะทำงาน ป้ายลงบนส่วนที่เป็นเวิ้งทะเลกว้าง เฉียดจะเข้าเขตแดนอาณาจักรถัดไป

“เกาะที่เราจะไปอยู่ตรงนี้” เขาว่า “มันไม่อยู่ในแผนที่ทั่วไป กองทัพคงมีวิธีอะไรสักอย่างที่ซ่อนไอ้เกาะนี่ได้ทั้งเกาะ”

“เวทมนตร์”

ชายผิวแทนเลิกคิ้วนิด เช่นเดียวกับราล์ฟที่หันกลับไปมองแล้วเอ่ยปรามอ้อมๆ

“ฟรังค์ ข้าว่าเจ้าด่วนสรุปไปนะ”

 

นัยน์ตาสองคู่สบกันแวบหนึ่ง ก่อนที่คนต่ำอำนาจกว่าจะยกแขนข้างนั้นขึ้นยอมแพ้ ถอนหายใจ

 

“เออ ข้ารู้ข้าใจร้อน” เขาส่ายศีรษะเบาๆ เส้นผมสีฟางแห้งหยักศกปลายไหวไปนิด “ข้าไม่ได้ใจเย็นเหมือนพวกท่านสองคนนี่หว่า แต่ให้ตายเหอะ... ซ่อนเกาะทั้งเกาะเนี่ยนะกัปตัน?”

“เปล่า ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้าคิดว่ามันง่ายขนาดนั้น” ราล์ฟยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกตาออกแล้วโคลงหัว “เวทมนตร์สร้างได้ก็แก้ได้ เจ้าคิดเรอะว่ากองทัพจะเชื่อเวทมนตร์เพียวๆ โดยไม่ตั้งอะไรป้องกันเลย ข้าว่าไม่ว่ะ”

ฟรองซัวร์หัวเราะออกมาได้บ้าง

“ข้าหมายถึงเวทมนตร์ซ้อนกันหลายชั้นไง”

“ข้าว่านะ” ฮันส์โบกไม้โบกมือขึ้นมาหลังจากเงียบฟังไปได้สักพัก “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเหอะ แผนที่ที่เจ้าเอามามีรหัสบ้าบออะไรอยู่ไม่ใช่หรือไงวะฟรังค์ มันต้องมีอะไรบอกสักอย่างแหละน่ะว่าจะเข้าไปได้ยังไง”

“อ้อเรอะ” ฟรองซัวร์ทำหน้าไม่ทุกข์ร้อน “แล้วประเด็นที่แกจะหยิบขึ้นมาพูดคือ...?”

 

“หยุดพักที่เอนเด้จะดีหรือ”

 

เป็นคำท้วงที่เรียกให้คนฟังทั้งหมดถึงกับหันมาสบตาด้วยอย่างแปลกใจ ทั้งๆ ที่เมื่อครู่เป็นคนสรุปให้ฟังเองกับหู แต่สายตาของต้นหนหนุ่มบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้มั่นใจในแผนนั่นเลยสักนิด

ราล์ฟหัวเราะออกมาอย่างนึกถึงนิสัยส่วนตัวของคนถามขึ้นมาได้

“เจ้าห่วงอะไรอีกล่ะสิ”

“ไม่เชิง ข้าแค่เห็นด้วยกับที่ฟรังค์บอกตอนแรกว่ะท่าน เกาะนั่นใกล้กับชายแดนมากกว่าเอนเด้ตั้งเท่าไร” ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก เหลือบมองแผนที่บนพื้นแล้วพ่นลมหายใจยาว “ที่สำคัญ กว่าจะเข้าไปถึงเอนเด้ก็ต้องเช่าม้า ไม่ม้าก็เดิน -- ใช้เป็นที่ซ่อนตัวหลักจะดีเรอะ ไม่ห่างเรือไปหน่อยหรือไง”

กัปตันหนุ่มยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแกรกๆ ด้วยท่าทีไม่เดือดร้อนอะไร ปากก็เอ่ยตอบเสียงเนิบๆ

“ข้ารู้ว่าเมืองท่าดีกว่าเมืองเหนือ”

ฮันส์หรี่ตาลง เอ่ยต่อแทบจะในทันที

“แต่?”

ราล์ฟหัวเราะเบาๆ

 

“แต่ข้ามีเส้นอยู่ในเมืองเหนือว่ะ... เส้นใหญ่อย่างที่กองทัพไม่กล้าแตะซะด้วย”

 

 

xxxxxxxxxx
 
 


From Writer:

โหย ไม่ได้อัพนานมาก ขอโทษทุกคนจริงๆ ด้วยค่ะ orzlll
ช่วงนี้งานเข้าค่ะ ทั้งรายงานทั้งละครคณะ ใกล้สอบแล้วด้วย ตอนนี้เลยเน้นสิงอยู่ในเฟสซะมากกว่าค่ะ ไม่ค่อยได้ส่งข่าวอะไรทางเด็กดีเลย ขอโทษด้วยจริงๆ อย่าเพิ่งเบื่อกันน้า TvT

บทของฟรังค์เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ (ฮา) ก็นะ คนเขียนชอบนี่นา -- เด่นกว่าอเล็กเซย์ไปแล้วเรียบร้อย แต่จะตัดใครสักคนออกจากตัวหลักก็ทำไม่ได้สักคน ทุกคนมีบทบาทของตัวเองน่ะนะ จะให้รวบแทนกันไปก็รู้สึกไม่ใช่ยังไงไม่รู้ 555
อีกคนที่ชอบมากๆ คือท่านนายพลค่ะ ท่านแลดูเหวี่ยงๆ มาตั้งแต่เริ่มเรื่องแล้ว ตอนนี้ก็ยังดูเหวี่ยงอยู่ (เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครเหวี่ยงกว่ากันระหว่างท่านนายพลกับคัตวา กร๊ากกกก แต่โดยส่วนตัวคิดว่าคัตวาเหวี่ยงกว่า... ก็เด็กกว่าตั้งเยอะ ไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์อะไรค้ำคอด้วย)

คิดกันยังไง ชอบใครอยากเม้าธ์อะไรก็เอามาแชร์กันได้นะคะ!

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

604 ความคิดเห็น

  1. #538 ♠ e l f . (@sanael) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 14:39
    ใบ้เจ้าชายมาหลอยตอนเหลือเกินเมื่อไรจะโผล่!
    แต่เห็นมารูนมาประชุมกันก็รู้สึกถึงความเป็นผู้ใหญ่ของพวกเขาทันที
    มีกันด้วยรึนี่ =.,=
    #538
    0
  2. #404 Pepper (@lovery1859) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2557 / 18:48
    ซับซ้อนซะจริง!
    #404
    0
  3. #217 Exo-TempG (@oillovetempg) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 15:53
    :::เส้นใหญ่ลูกชิ้นเนื้อเปื่อย... เอ้ย!! ไม่ใช่ละ- -;

    กัปตันบอกว่ามีเส้นใหญ่!!? มันคืออะไร? อยากรู้ต้องติดตาม=..=+
    #217
    0
  4. #196 ซาลาเปาเยเย่ (@bai-toey555) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2555 / 14:01
    กรี๊ดดดดดดดดดดด เส้นใหญ่ที่ว่านี่มันเจ้าชายชิมิ ชิมิ ใช่มั้ยยยยย~~~
    หุหุหุ ในที่สุดเอียนที่รักและเจ้าชายเถื่อนที่รักจะมีบทซักที -..-
    แล้วฟรังค์เป็นใครกันแน่นิ ไหงถึงดูเด่นๆขึ้นมาซะได้ =w=
    #196
    0
  5. #131 Joker Mask (@gamsor) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2555 / 19:16
    รีบมาต่อะน่ะครับ
    #131
    0
  6. #128 bloodyNigth (@gift_y) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2555 / 16:09
    อุกรี้ดดดดดดดดด

    ท่านจะขึ้นเมืองเหนือไปหาเอียนและเจ้าชายแล้ว ชิมิๆๆๆๆๆ
    #128
    0
  7. #127 Joker Mask (@gamsor) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กันยายน 2555 / 21:48
    อดไม่ไหว กรี๊ดดดดดดดดีใจเจ้าชายจะได้มีบทแล้ว ฟรังค์เป็นใครกันแน่ทำไมถึงรู้จักกับคนไนกองทัพ
    ลูกเรือทุกคนต้องอึ้งแน่เลยถ้ารู้ว่าเส้นใหญ่ที่ว่าเป็นใคร
    #127
    0
  8. วันที่ 5 กันยายน 2555 / 22:01
    เจ้าชายของฉัน!!!  /ตั้บ! ข้าไปเป็นของเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ!!!!!
    #126
    0
  9. วันที่ 5 กันยายน 2555 / 21:45
    เจ้าช้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!
    #125
    0
  10. #124 The.wolF (@wolf-zaa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กันยายน 2555 / 19:11
    ทุกคนใจร่มๆ ค่ะ เจ้าชายได้ออกแน่ แต่ดิฉันคิดว่าคงไม่ใช่ในระยะเวลาอันใกล้ 5555

    ขนาดในเรื่องเจ้าชาย กว่าราล์ฟกับวลาดจะได้โผล่มาก็ตั้งบทที่เท่าไรแน่ะ จริงมั้ย ;P
    #124
    0
  11. #123 BD_FC_Reborn&LSK (@playzzz1) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กันยายน 2555 / 18:22
    รอเจ้าชาย ><
    #123
    0
  12. #122 god or demon (@god-demon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 23:17
    เจ้าชายจะมาแล้วสินะ

    เจ้าชาย>.<
    #122
    0
  13. #121 บลา 11! (@Mox20) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 22:45
    โหใจร้าย วลาดโดนถีบออกจากห้อง X)

    เราชอบเด็กคนนี้จังง อิอิ



    ขึ้นเหนือออ
    #121
    0
  14. #120 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 22:23
    รอเจ้าชายยยยยย จะไปเมืองเหนือกันแล้ว เย้ๆ~
    #120
    0
  15. #119 Sushi_Burger (@superkiller) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 22:12
    เส้นใหญ่มหาศาลบานตะไทสุดๆเลยทีเดียวเชียวค่ะกัปตัน//คุณหนูววววววว*เลียนเเบบวลาด**เเส้ฟาด*
    โอย มารี...ท่านนายพลเหวี่ยงเเบบโมเอ๊ว์ไม่ไหวเเล้วอ๊ะ คนอะไรอ๊ะ น่ากดอ๊ะ!!!*ดาบฟาด*
    ส่วนฟรังค์...สนวลาดิเมียร์บ้างยังคะพ่อ มันเล่นขายตัวขนาด ก๊ากกกกกกกกกกกกก*ตะขอจิ้มซ้ำ*
    //ซูชิจะตายอย่างน้อยไม่ต่อกว่าสองรอบเวลาเม้นเรื่่องนี้ ฮา//
    เเล้วตอนนี้
    รู้สึกว่า
    จะเป้นตอนเเรกของเรื่องที่ฮันส์ออกมาโดยไม่มีตะปูว์เเพ็คคู่!!!!
    *โดนหนุมานถวายเเหวนปิดท้าย เป็นซากไปเกาะเสากระโดงเรือต่อ*
    #119
    0
  16. #118 White_Smile (@smilyjoy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 21:49
    เจ้าชายจะโผล่แล้วใช่ม้าย?
    #118
    0