Evil Key กุญแจ[ลับ]ร้ายสลายหัวใจนายหายนะ

ตอนที่ 8 : Evil Key : Bad boy (ไอ้ผู้ชาย...)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ต.ค. 55

บทที่ 6

 

 

 






เธอไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ฉันจะตายเพื่อเธอทำไมล่ะ”

 

 

 

“ให้ตายสิ! นี่นายจะไม่ช่วยกันเลยใช่มั้ย” ฉันหันไปแหวๆใส่พินต้าร์ไอ้ผู้ชายเฮงซวย เห็นแก่ตัว อย่างที่สุด  ให้มันได้อย่างนี้สิ ทำไมฉันต้องมาคู่กับหมอนี่ด้วยนะ

 

หลังจากที่พี่ดุ๊กดุ๋ยให้แผ่นกระดาษสีน้ำตาลมาฉันก็คลี่ออกดูและพบว่ามันคือ……อะไร? สิ่งที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้าคือลายเส้นที่ลากด้วยมือยึกยือไปมาและไปจรดตรงต้นไม้ใหญ่ที่มีชิงช้าแขวนอยู่  อยู่ที่ชายหาดงั้นหรอ? ฉันได้แต่ถามตัวเองในใจ ดูจากวิวโดยรอบแล้วก็มีแต่ทะเลแล้วกับหาดทราย  ฉันว่ามันต้องมีอะไรตรงชิงช้าแน่ๆเลย แต่ว่าไอ้ภาพต้นไม้ใหญ่มีชิงช้าแขวนอยู่มันที่ไหนน่ะสิ เมื่อหมดหนทางฉันจึงหันหลังไปหาร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลังพรางยื่นกระดาษแผ่นนั้นไปให้ หมอนั่นรับไปอย่างว่าง่าย พรางใช้สายตาดูรายละเอียดของรูปที่มีอยู่

 

“ลายแทงบ้าอะไรวะ! ยุ่งยากชะมัด” หลังจากที่พินต้าร์มองภาพนั้นอยู่ซักพักก็สบดออกมาอย่างหัวเสีย ยังไม่จบแค่นั้นน่ะสิ เมื่ออยู่ดีๆหมอนั่นก็ขยำแผ่นกระดาษนั้นต่อหน้าต่อตาฉันแล้วเขาก็ปามันลงแอ่งน้ำข้างๆ ฉันทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนมองกระดาษ(ก้อน)นั้นค่อยๆจมลงไป T.T  อร๊ายยยยย ฮาร์ทอยากจะกัดลิ้นตาย แล้วทีนี้จะเอาลายแทงที่ไหนมาดูฟร๊ะ!

“นายทำอะไรลงไป๊~” สิ้นคำพูดฉันลุกขึ้นไปกระโดดบีบคอหมอนั่นอย่างโมโหอย่างถึงที่สุด ฮึ่ยๆ

“โอ้ย แค่กๆ ปล่อยได้แล้วยัยบ้า แค่กๆ” ถึงหมอนี่จะบอกให้หยุดแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่ลดละที่จะบีบคอหมอนั่นต่อไป เอาให้หายแค้นไปเลย

“นายทำอย่างนี้ได้ไง ไอ้บ้าเอ๊ย”

“ฉันทำอะไร ห๊ะ!” ถึงแม้ว่าฉันจะน่ารัก(มาก) เรียนเก่ง(เว่อร์) แต่ฉันก็ยังอาภัพเรื่องส่วนสูงอยู่ดี ความเตี้ยมันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ T.T เมื่อพินต้าร์หมดความอดทนเขาก็ใช้มือของเข้ารวบข้อมือทั้งสองข้างของฉันด้วยมือเขาข้างเดียว ฉันทำอะไรไม่ได้ นอกจากดิ้นไปดิ้นมาอยู่ตรงหน้าเขา

“แค่นี้ นายยังไม่รู้อีกหรอว่านายทำอะไร!

“แล้วฉันทำอะไร”

“ก็นั่นไง”ฉันหันหน้าไปทางแอ่งน้ำข้างๆซึ่งก้นแอ่งมันมีลายแทงของฉันอยู่ T[]T หมอนั่นหันตามฉันไป แต่สายตาที่เขามองนั้น มันเป็นอะไรที่น่าหมั่นไส้ หน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาวมันทำให้ฉันอยากจะตะกุยหน้าหล่อชั่วของหมอนี่อย่างถึงที่สุด

“แล้วไง ไม่เห็นจะมีอะไรเลย” หมอนั่นยังตีหน้าตายจนฉันเริ่มทนไม่ไหว ฉันรวบรวมแรงทั้งหมดสะบัดมือออกจากพันธนาการของเขา

“นายขยำลายแทงของฉัน! แล้วยังปามันลงน้ำอีก!! ทีนี้จะเอาอะไรไปหาห๊ะ” ฉันชี้หน้าหมอนั่นอย่างเหลืออด

“แล้วไง”

“แล้วไงน่ะหรอ ถ้าฉันทำภารกิจไม่สำเร็จฉันก็ต้องถูกลงโทษ ฉันไม่อยากถูกลงโทษ เข้าใจมั้ย!

“ก็เรื่องของเธอสิ เกี่ยวอะไรกับฉัน”

“.....”

“.....”

“นายจำคำพูดของฉันเอาไว้นะ” ฉันยิ้มอย่างเยือกเย็น ก่อนที่จะเอ่ยประโยคที่ฉันอยากจะพูดมากที่สุดออกไป

ฉันเกลียดนาย! ฉันพูดประโยคนั้นจบ ฉันก็เดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเหลืออด ฉันไม่อยากจะเห็นหน้าผู้ชายคนนี้อีกแล้ว ทำไมฉันมันซวยอย่างนี้นะ ที่ต้องมาพบเจอคนอย่างเขา

ตอนนี้ในสมองฉันได้แต่คิดว่าฉันจะทำยังไงต่อไปดี  ฉันไม่อยากโดนรุ่นพี่แกล้งอีกแล้ว ฉันเข้าค่ายกี่รอบๆฉันก็โดนรุ่นพี่แกล้งตลอด ฉันกลัวว่าพวกรุ่นพี่จะเอาไส้เดือนมาให้ฉันจับอีกอ่าสิ! ในตายยังไง ฉันจะไม่มีทางแพ้เกมส์นี้เด็ดขาด ถึงฉันจะต้องทำมันคนเดียวก็เหอะ!

ฉันจำได้ว่าในลายแทงมันมีต้นไม้ต้นใหญ่มีชิงช้าแขวนอยู่ รอบๆเป็นชายหาด  ใช่! ฉันต้องไปที่ชายหาด ฉันก็ฉลาดเหมือนกันนะเนี๊ย คิดได้ดังนั้นฉันก็มุ่งหน้าสู่ชายหาด โดยไม่แม้แต่ชายตามองกลับไปข้างหลังที่มีคู่ของตัวเองยืนอยู่

 

 

 

และในที่สุด ฉันก็มาถึงริมหาด แต่...ไหนล่ะต้นไม้  ไหนล่ะชิงช้า  ไม่มีแม้แต่วี่แวว อะไรกัน ใครเอาชิงช้าของฉันไปหนายยยยยยยยย T[]T

ฉันทรุดลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรงที่จะยืนต่อไป สายตาเหม่อลอย ในใจก็คิดแต่ว่า ต้นไม้กับชิงช้าของฉันอยู่ไหน T.T

ให้ตายสิ ทำไมชีวิตฉันรันทดอดสูขนาดนี้นะ โฮกกกกกกกก อยากเอาหัวโขกต้นไม้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย    ในขณะที่ฉันนั่งแหมะพร่ำเพ้ออยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงมารผจญแว่วเข้ามาในโสตประสาท เสียงมารนั่นทำให้ฉันลุก พรึ่บ! ขึ้นมาทันทีทันใด

“หึ ไหนล่ะ ต้นไม้กับชิงช้าของเธอน่ะ”

“นี่นาย!” ฉันหันขวับกลับไปมองเจ้าของเสียงเยาะเย้ยด้วยสายตาจิกกัด หมอนี่เดินตามฉันมาด้วยหรอ ไม่น่าเชื่อ

“นายเดินตามฉันมาทำไม ไม่ทราบ” ฉันพูดพรางเชิดหน้าหนี  ตอนแรกที่ฉันเดินมาคนเดียวฉันก็แอบหดหู่เหมือนกันนะ ฉันยังไม่เคยมาที่นี่เลย ถ้าจะให้ลุยเดี่ยวมันก็ยังไงอยู่ แต่สำหรับฉันศักดิ์ศรีมันอยู่เหนือทุกสิ่ง(คุณป้ามานี่สอน)ฉันต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ฮึ่ยๆ

“หลงตัวเองไปมั้ย? ฉันไม่ได้เดินตามเธอ” หมอนั่นใช้เท้าเขี่ยทรายเล่นไปมา

“แล้วนายจะมาที่นี่ทำไมล่ะ” ฉันแกล้งเขี่ยทรายแรงๆไปทางพินต้าร์ หมอนั่นยังคงยืนเขี่ยทรายอยู่ โดยไม่สนว่าฉันแกล้งเขี่ยทรายใส่เขาแรงๆ เอ๊ะ! ทำไมหมอนี่ไม่ตอบโต้นะ - -

“ก็ฉันอยากมา มีไรป่ะล่ะ” ป๊าดดดด ถ้าหมอนี่จะกวนบาทาขนาดนี้ - -

“ถ้านายไม่ได้กวนฉัน นายจะตายใช่มั้ย?

“เธอไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ฉันจะตายเพื่อเธอทำไม” แอร๊ยยยยย เริ่มทนไม่ไหวแล้วนะ จะตอบตรงไปไหน -0-

“นี่นาย!” ฉันจิกตาใส่หมอนั่นอย่างเองเป็นเอาตาย พินต้าร์แค่ชายตามองมา แล้วยิ้มมุมปากอย่างสะใจ ฮึ่ย!

“อะไรของเธอ”

“เปล่า ฉันไม่อยากเสียเวลากับผู้ชายปากหมาอย่างนายแล้ว อย่าพบอย่าเจอกันอีกเลย เพี้ยง!” ฉันเดินเข้าไปใกล้หน้าหมอนั่นอย่างถือดี พรางยื่นหน้าเข้าไปแล้วพ่นลมหายใจออกมา “เพี้ยง” เต็มๆหน้าหมอนั่นเลย หมอนั่นได้แต่ทำหน้าผะอืดพะอมกับลมปากของฉันอย่างเหลือแสน หึ! โดนซะมั่ง ฮ่าๆๆๆ

“นี่เธอ! ทำบ้าอะไรวะ เธอได้ตายแน่ ยัยบ้า” ฉันไม่รอให้หมอนั่นพูดจบฉันก็รีบเผ่นทันที หมอนั่นคงจะงงไปอีกนาน เรื่องอะไรฉันจะยืนรอให้นายฆ่าฉันล่ะ

 

 

..........................................................................................................................................................................

 

 

หิว หิว หิว  หิวจัง =[]=” หิวจังเยย ไม่ไหวแล้ว พักกินก่อนดีกว่า ไม่ต้องรอให้สมองสั่งการ ฉันก็นั่งพรึบอยู่ตรงริมต้นไม้ต้นหนึ่ง แล้วเอาเสบียง(ที่แอบจิ๊กมาจากอาหารมื้อกลางวัน)ขึ้นมากินอย่างหิวสุดๆ จะไม่ให้หิวได้ไงล่ะ เดินวนไปวนมาอยู่ที่ชายหาด หาชิงช้าไม่เจอซักที ชิงช้าของฉันอยู่หนายยยยยยย พระเจ้าโปรดเห็นใจเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ด้วยเถอะค่ะ TMT

 

“หึ หมดแรงแล้วหรอ” พรวด!! น้ำที่ฉันกำลังกระเดือกลงไปนั้นถึงกับไหลย้อนกลับมาทันทีทันใด เมื่อได้ยินเสียงอสูรกายอยู่เบื้องหลัง

แค่กๆๆๆ

“นี่นาย! ฉันหันไปจ้องหน้าพินต้าร์ตาเขียว พรางเช็ดคราบน้ำที่เลอะตามเสื้อโดยไม่ละสายตาจากคนตรงหน้าแม้แต่นิดเดียว น้งน้ำไม่ต้องกินมันแล้ว!

“ว่าไง” หมอนั่นยังคงยืนกอดอกมองหน้าฉันอย่างสบายใจ เสื้อไปรเวทสีขาวสะอาดตาสวมอยู่บนตัวหมอนี่ช่างดูดีเกินคำบรรยาย จะหล่อไปไหนพ่อคุณ เฮ้ยๆ ไม่ได้นะยัยฮาร์ท แกห้ามชมมันสิ!

“นายมาทำไมอีกเนี่ย” ฉันนั่งชี้หน้าหมอนั่นอย่างเอาเรื่อง

“ยัยตุ๊ดบังคับให้ฉันมาช่วยเธอ” ยัยตุ๊ด ของหมอนี่ก็คงหมายถึงพี่ดุ๊กดุ๋ยล่ะสิ เรียกซะน่าเกลียดเลยนะ -..-“ หลงดีใจตั้งนานว่านายจะเป็นห่วงฉัน ที่ไหนได้ มีคนบังคับให้มา -*-

"ถ้าพี่ดุ๊กดุ๋ยไม่บังคับให้มา นายก็จะไม่มาใช่มั้ย”

“อือ”

“เออ! ฉันเข้าใจละ” หลังจากที่คำว่า อือ หลุดจากปากหมอนั่น ฉันก็รวบรวมแรงทั้งหมดเก็บข้าวของใส่กระเป๋าสะพายเล็กๆข้างตัวแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินออกจากตรงนั้นทันที   ทำไมฉันจะต้องโมโหประชดประชันด้วยนะ -0-

 

 

“หาไอ้ชิงช้านั่นเจอยัง” ในขณะที่ฉันเดินเรียบไปตามชายหาด โดยมีหมอนั่นเดินตามมา(ห่างๆ) อยู่ดีๆหมอนั่นก็เอ่ยถามเรื่องชิงช้า

“ยัง”

“อือ”

“ห๊ะ O.O จะสั้นไปมั้ยพ่อคุณ ถามคำตอบคำ มันทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกนะ” ฉันหันกลับไปหาหมอนั่น

“แล้วจะให้ฉันตอบยังไงล่ะ ยัยบ้า” หมอนั่นเดินเข้ามาหาฉันแล้วใช้มือมาดันหน้าผากฉัน ทำให้ตัวฉันเซไปตามแรงที่เขาดัน (ถ้าจะดันกันขนาดนี้ ทีหลังก็ถีบหน้าฉันเลยสิ ฉันไม่ว่า) -.-

“ไม่รู้สิ” ฉันตอบกวนกลับไปบ้าง บทสนทนาของเราสองคนจึงหยุดลงแค่นั้น ฉันเดินนำหน้าหมอนั่นไปเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ประมาณสี่โมงเย็นได้แล้วแหละ ป่านนี้ยังหาชิงช้าไม่เจอเลย ฉันต้องแพ้แน่ๆเลย เฮ้อ คิดแล้วเซ็งเป็ด

“...”

“...”

 

“ทำไมเธอไม่ยอมแพ้ซะ จะได้จบๆไป” อยู่ดีๆหมอนั่นก็พูดแทรกความเงียบขึ้นมา

“แล้วทำไมฉันต้องยอมแพ้ด้วย”

“ฉันขี้เกียจหา”

“ฉันไม่ได้ขอให้นายช่วยหานี่นา”

“ฉันโดนบังคับ” - -

“ก็เรื่องของนาย แต่จำไว้ ฉันจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด” ฉันหันไปมองหน้าหมอนั่นอย่างมาดมั่นกับคำพูดตัวเอง ใครจะยอมโดนลงโทษล่ะ ฉันยังไม่พยายามถึงที่สุดเลย ยอมแพ้ตอนนี้ก็ไม่ใช่ฉันแล้ว

 

 

ปึก! อยู่ๆฉันก็สะดุดเข้ากับตอไม้อันหนึ่งจนร่างฉันพุ่งไปข้างหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว ในขณะที่หน้าฉันกำลังจิ้มกับพื้นทรายนั้น ก็มีร่างๆหนึ่งรีบเอาตัวไปขวางข้างหน้าราวกับเป็นเกาะกำบังฉันจากพื้นทรายนั่นอย่างรวดเร็ว จนจับตามองไม่ทัน เร็วเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งจะทำได้

“โอ้ย” ร่างทั้งร่างของฉันทาบทับกับร่างสูงที่อยู่เบื้องล่าง ตอนนี้ก็เหมือนว่าฉันกำลังจะปล้ำหมอนี่ยังไงยังงั้นเลย ฉันนิ่งอึ้งอยู่อย่างนั้นราวกับต้องมนต์เมื่อจ้องลึกไปยังนัยน์ตาของเขา

“เธอกินอะไรเป็นอาหารเนี่ย หนักชะมัด” สติฉันกลับเข้าร่างอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคเชือดเฉือนของพินต้าร์ ฉันรีบลุกขึ้นจากตัวเขาทันที หน้าตาเลิกลัก ทำอะไรไม่ถูก อาย เขิน      โว้ย!ทำตัวไม่ถูก -///-

“อะ เอ่อ..” ฉันไม่กล้าหันไปสบสายตากับเขา ได้แต่มองไปทางอื่น หน้าฉันต้องแดงมากแน่ๆเลย

“อะไรของเธอ กินทรายเข้าไปรึไง” หมอนั่นหัวเราะเยาะฉัน แต่เอ๊ะ! หัวเราะงั้นหรอ? ตั้งแต่ฉันเจอกับพินต้าร์ ฉันยังไม่เคยเห็นเขาหัวเราะ(จริงๆ)ซักครั้งเลย เห็นก็แต่ หน้าตากวนประสาท เยาะเย้ย อะไรประมาณนี้ ฉันจึงรีบหันหน้ากลับไปมองอย่างตกใจ

“นายหัวเราะ?" เมื่อฉันพูดออกไปแบบนั้น หมอนั่นก็รีบหยุดหัวเราะ แล้วทำหน้าให้เป็นปรกติเหมือนเดิม

“เห็นฉันสั่งขี้มูกรึไง” หมอนั่นพยายามแก้เก้อโดยเดินนำหน้าฉันไปลิ่ว ทำให้ฉันต้องเร่งฝีเท้าเพื่อตามไปเทียบหมอนั่น

“ทำไมต้องอายด้วยล่ะ ออกจะน่ารัก” ^__^

“หยุดพูดไปเลยนะ ยัยเตี้ย!” เมื่อฉันได้ยินคำว่ายัยเตี้ยเท่านั้นแหละ อาการกระดี๊กระด๊าของฉันเมื่อกี้ก็หายไปในบัดดล ไม่น่าหลงชมหมอนั่นไปเลย ไอ้ซาตาน

“นายว่าฉันอีกแล้วนะ”

“ฉันไม่ได้ว่า ฉันแค่พูดความจริง” หมอนั่นยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ แล้วเดินนำลิ่ว(ไปไหนก็ไม่รู้) ทิ้งให้ฉันเป็นไอ้เตี้ยขี้แพ้อยู่เบื้องหลัง อย่าให้สูงนะโว้ย




ปึ้ก!!

 

ในขณะที่ฉันต่อว่าพินต้าร์อยู่ในใจอย่างเดือดดาลนั้น อยู่ดีๆหมอนั่นก็หยุดเดินเสียดื้อๆ ทำให้หน้าฉันไปจิ้มกับแผ่นหลังเข้าอย่างจัง

“โอ้ย หยุดทำไมอีกล่ะ”ฉันถามขึ้นในขณะที่มือก็ลูบดั้งไปด้วย

“....”

ไม่มีสัญญาณจากหมายเลขที่ท่านเรียก     ตื๊ด ตื๊ด  
 

เมื่อหมอนั่นไม่ตอบฉัน ก็เดินไปข้างๆเขา ดูว่าหมอนั่นกำลังมองอะไรอยู่กัน และสิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้าก็คือ ต้นไม้ใหญ่ริมชายหาด ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า และที่สำคัญกว่านั้นคือมีชิงช้าแขวนอยู่ ฉันจำได้ว่าฉันเดินมาตรงนี้แล้วนี่ แต่ทำไมตอนแรกไม่เห็นมีต้นไม้เลย แล้วทำไมพอเดินมากับหมอนี่อีกรอบหนึ่งถึงมีล่ะ -0-

 

“ฉัน...จำได้ว่าตอนแรกมันไม่มี” สายตาฉันจ้องภาพเบื้องหน้าอย่างไม่ละสายตาไปไหนราวกับว่าถ้าละสายตาไปแม้แต่เสี้ยววินาทีแล้วมันจะหายไปอีก

พินต้าร์หันมามองหน้าฉันพรางโน้มตัวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเขา หมอนั่นเหยียดยิ้มราวกับมีความลับอะไรบางอย่างแฝงอยู่ในนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้น ฉันยืนสบตาเขานิ่ง เนิ่นนาน จนเขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“แล้วเธอคิดว่ามันมาได้ไงล่ะ”




 



G Minor!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

78 ความคิดเห็น

  1. #44 Mintzii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กันยายน 2555 / 02:25
    อัพเร็วๆนะค่ะ 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 กันยายน 2555 / 02:34
    #44
    0