Evil Key กุญแจ[ลับ]ร้ายสลายหัวใจนายหายนะ

ตอนที่ 7 : Evil Key : พินต้าร์ & ไวท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ต.ค. 55

บทที่ 5
 
 
 
“เดี๋ยวก็รู้ ว่าฉันแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ออกไม่ออก หึ!
 
 
 
 
      เช้าวันใหม่สุดสดใส(สำหรับทุกคนยกเว้นฉัน)
 
ฉันเดินลงมาตามบันไดวนอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อวันนี้มาถึง ใช่สิ! วันนี้ฉันต้องไปเข้าค่ายรับน้องรวมบ้าบออะไรของรุ่นพี่(บ้าๆ)นั่น คิดแล้วเครียดค่ะ
 
“คุณหลานสุดที่รักขา~ ทำไมทำหน้าเหมือนปลากระดี่ขาดน้ำอย่างงั้นล่ะจ๊ะ ยิ้มหน่อยเร๊วววววว เดี๋ยวแกไวนะ!” คุณป้ามา
นี่เดินตามลงหยุดยืนข้างๆแล้วยื่นมือของเธอมาตบแก้มฉันเบาๆเหมือนให้เรียกความสดชื่นกลับมาอะไรทำนองนั้น
“ฮาร์ทไม่อยากไปค่ะ!” ฉันทำหน้าอยากตายพรางเดินลงมามุ่งหน้าสู่ห้องอาหารสุดหรู โดยมีคุณป้าสุดที่รักตามมาติดๆ
“แหมๆ คุณหลานสุดที่รัก ใครจะกล้ามาแกล้งคุณหลานของคุณป้าคะ?” คุณป้ามานี่พูดพรางจุ่มมือทั้งสองข้างไปในอ่างแก้วล้างมือใบเล็กข้างๆตัว(มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่โคตรทวดทำมา คุณป้าบอกนะ - -)
 
“คุณป้าไม่ได้ไป ไม่รู้หรอกค่ะ ว่าหลานสุดที่รักคุณป้าโดนแกล้งขนาดไหน”
“มีไวท์อยู่ทั้งคน ใครจะกล้าแกล้งกันจ๊ะ”ตอนคุณป้าพูดถึงไวท์มองอารมณ์ดีซะเต็มประดา
“รายนั้น ตัวดีเลยค่ะ!” ฉันจิ้มไส้กรอกตรงหน้าเข้าปาก
“นี่~ ช่วงนี้หลานเจออะไรแปลกๆบ้างมั้ยจ๊ะ” จู่ๆเสียงป้ามานี่ที่เคยสดใส ก็เคร่งขรึม หันมาสบตาฉันนิ่ง
“อะไรแปลกๆนี่หมายความว่าไงคะ?
 
ปี๊น ปี๊น
 
บทสนทนาของเราสองคนหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงแตรรถของคนคุ้นเคย จะเป็นใครไม่ได้นอกจากไวท์ หมอนี่คอยมารับส่งฉันตลอด(ถ้าไม่ติดธุระอะไรนะ)
 
“งั้นฮาร์ทขอตัวไปก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณชายของคุณป้ารอนานจะหน้าหงิกเอา ^^” ฉันยกแก้วน้ำขึ้นดื่มเสร็จก็ลุกออกจากโต๊ะมุ่งตรงสู่หน้าบ้าน
“เดี๋ยวจ๊ะคุณหลาน” จู่ๆคุณป้าก็เดินตามฉันออกมาแล้วกอดฉัน ความรู้สึกเป็นห่วงที่ฉันรู้สึกได้จากอ้อมกอดนี้อบอุ่นเหมือนทุกครั้ง
 
“ดูแลตัวเองดีๆนะ ถ้ามีอะไร สัญญาได้มั้ย ว่าหลานจะบอกป้า”
“ค่ะ ฮาร์ทสัญญา” ฉันหอมแก้มคุณป้าฟอดใหญ่แล้วเดินไปยังรถสีดำขลับคันหรูที่จอดอยู่ตรงหน้า
“ไวท์ ฝากคุณหลานของป้าด้วยนะจ๊ะ ^^” ไวท์เลื่อนกระจกลงมาแล้วพยักหน้าน้อยๆเป็นการตอบรับ คุณป้าโบกมือให้ฉันเป็นการบอกลา ก่อนที่ไวท์จะสั่งให้คนขับรถออกรถไป
 
 
บรรยากาศในรถเงียบเหมือนเดิมมีก็แต่เสียงเพลงคลอเบาๆไปตลอดทาง ไวท์ไม่พูดอะไรซักคำ
“นี่ ฉันไม่ไป ยังจะทันมั้ย” ฉันหันไปมองไวท์ตาปริบๆ ไวท์เลื่อนสายตาลงมาสบกับฉันนิ่ง หมอนั่นไม่พูดอะไรได้แต่มองหน้าฉันอยู่อย่างนั้นซักพักนึง
“....”
“....”
“ถ้าเธอไม่ไป เธอนั่นแหละที่จะเดือดร้อนนะ” ไวท์ยิ้มมุมปากนิดนึงแล้วหันหน้ากลับไปมองวิวด้านข้างเช่นเดิม
“ฉันรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้สิ” ฉันล้มตัวลงพิงเบาะแล้วเอาหัวซบไหล่ไวท์อย่างสนิทสนม
“....” ไวท์หันมามองสายตานิ่งๆไม่สื่ออะไร
“ฉันรู้สึกกลัว แต่ก็บอกไม่ถูกว่าฉันกำลังกลัวอะไร”
“อยู่กับฉัน แล้วเธอจะไม่เป็นอะไร” ฉันเงยหน้าสบตาไวท์นิ่ง เนิ่นนาน
“....”
“เชื่อใจฉันมั้ย?” ไวท์ถามเสียงเรียบ แต่หนักแน่น
“อื้ม ฉันเชื่อนายนะ ^^
 
ในที่สุดรถก็เคลื่อนมาถึง มหาลัย  นักศึกษามากมายที่กำลังทยอยขึ้นรถหน้าตาสดใสซะเต็มประดา ฉันก้าวลงมาจากรถก็ไม่พ้นสายตาของพวกผู้หญิงที่แอบมองไวท์อยู่ สำหรับฉันมันกลายเป็นเรื่องธรรมดาแล้วล่ะ วันไหนที่พวกหล่อนไม่มองฉันสิแปลก
“ยัยฮาร์ท~ เสียงแหลมหูแทบระเบิดนี่เป็นใครไม่ได้นอกจากปาล์มที่วิ่งมาหาฉันหน้าตาตื่นๆ
“เหอะๆ” ฉันทำหน้าเซ็งกระตายเข้าไปใหญ่เมื่อเหลือบไปเห็นพ็อยช์ที่เดินตามปาล์มมาต้อยๆ
“นึกว่าจะไม่มาแล้วนะครับ คุณลูกเจี๊ยบ”นั่นไง เจอหน้ากันยังไม่ถึงสิบวิหมอนี่ก็กวนบาทาซะแล้ว -*-
“ฉันไม่ป๊อดไง” ฉันหันไปแลบลิ้นใส่พ็อยช์
“นี่ๆอย่าเพิ่งทะเลาะกัน เราไปขึ้นรถหันดีกว่าเนอะ” เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดี ยัยปาล์มก็ลากฉันไปยังรถที่จะต้องนั่งไปส่วนไวท์กับพ็อยช์ต้องไปอีกคันหนึ่ง
 
 
พรั่ก!
 
“อุ๊ย! ขอโทษนะฮาร์ท เธอเป็นอะไรมากรึเปล่า” โรสเซลล่ายัยผู้หญิงหลายหน้าหันมาทำหน้าตกใจเมื่อหล่อนเดินชนฉัน จนฉันเซแทบล้มลงไปกองกับพื้น เหอะ! คงแค้นเรื่องคราวนั่นอ่ะสิ
“อือ!”ฉันตอบกลับไปแค่นั้นก่อนที่จะก้าวขาขึ้นรถอย่างไม่ติดใจเอาความแต่ประการใด ฉันไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วยหรอกนะ
 
 
 
“นี่ๆ ยัยนั่นมันปีศาจชัดๆ ว่ามั้ย” ปาล์มหันมาคุยกับฉัน ขณะที่ฉันกำลังเดินหาที่นั่งที่ว่างอยู่
“ช่างเหอะ” ฉันทิ้งตัวลงนั่งยังไม่ถึงหนึ่งนาที พี่ตุ๊ดสุดเริดรุ่นพี่ปี3 ก็คว้าไมค์มาพูด
 
“น้องๆสุดที่รักทุกคนคะ ขอความกรุณาหันหน้ามาสนใจพี่สุดสวยซักแป๊บได้มั้ยค้า~” เสียงแหลมบาดแก้วหูทะลุตับออกทางรูทวารของหล่อนเรียกความสนใจจากรุ่นน้องทุกคนให้หันไปมองอย่างไม่ยากเย็น
“ก่อนที่เราจะไปถึงค่ายกันพี่ขอบอกกฎอะไรเล็กๆน้อยๆนะจ๊ะ”
“อ่ะแฮ่ม! กฎมีอยู่ว่า 1. พวกเราจะไปค่ายกันทั้งหมด4วัน 4คืน ห้ามมีใครถอนตัวหรือกลับก่อนโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก
พวกพี่ๆทีมงาน ถ้าพวกน้องกลับก่อนโดยไม่มีเหตุ น้องอาจจะโดนหนักกว่านี้นะจ๊ะ กิ้วๆ ข้อ2. ถ้ารู้ว่าเล่นอะไรไม่ได้ แล้วไม่บอก ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาพวกพี่จะทำให้เป็นหนักยิ่งกว่าเดินนะจ๊ะ ปิ้วๆ >.< และข้อ3. โปรดทำตามข้อ1 และข้อ 2อย่างเคร่งครัดนะจ๊ะ จ๊วฟๆ” หลังจากที่พี่ดุ๊ยดุ๋ยพูดเสร็จหล่อนก็เดินเยื้องระยาดลงไปที่ชั้นล่าง ทิ้งคำพูดให้รุ่นน้องมองตากันปริบๆ (ฉันว่ามันโหดยิ่งกว่าเข้าค่ายลูกเสือตอนม.ต้นอีกนะ -0-)
 
 
และในที่สุด รถก็เคลื่อนตัวมาหยุดที่บ้านพักริมชายหาดที่พวกเราจะมาทำกิจกรรมกัน ฉันกับยัยปาล์มเดินลงมาจากรถแล้วไปรวมตัวกันตรงหน้าบ้านพัก
 
 
เอ๊ะ!! นั่นมัน เมื่อฉันเดินลงมาจากรถและมองไปทางรถคันที่2ที่ตามหลังกันมา ร่างสูงโปร่งหุ่นนายแบบจมูกโด่งเป็นสันรับกับคิ้วโค้งได้รูปและริมฝีปากบางราวกับผู้หญิง ฉันเคยเจอผู้ชายคนนั้น!!  นิ่ง เนิ่นนานที่ฉันจ้องมองผู้ชายคนนั้น ราวกับถูกมนต์สะกดให้ละสายตาไปจากเขาไม่ได้  อะไรกัน!
 
“ยัยฮาร์ทๆๆๆ นี่แกฟังฉันพูดอยู่มั้ย” ยัยปาล์มเขย่าร่างฉันไปมาจนฉันหลุดจากภวังค์
“อ่าๆ ฉันขอโทษ เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ”
“มัวแต่มองอยู่ได้ ชอบเขาหรอ? ><” ยัยปาล์มทำท่าดี๊ด๊า
“ชอบใคร - -
“ก็ฉันเห็นแกจ้องพี่พินต้าร์อยู่ตั้งนาน” ยัยปาล์มยืนบิดไปบิดมา ราวกับกิ้งกือถูกน้ำร้อนรวกยังไงยังงั้น
“พินต้าร์?” ใครคือพินต้าร์
“ก็ผู้ชายที่เธอมองอยู่นั่นไงล่ะ ยัยบื่อ” ยัยปาล์มชี้นิ้วของหล่อนไปทางร่างชายหุ่นนายแบบคนนั้นให้ฉันดู เด็กใหม่หรอ??
“เด็กใหม่??”ฉันเลิกเสียงสูงเชิงถาม
“อื้ม เขาชื่อพินต้าร์อยู่ปี2 แล้วอีกคนหนึ่งชื่อ โยฮัน ปี2เหมือนกัน นั่นๆๆ ยืนอยู่กับกลุ่มพี่มะแฟงไง” ยัยปาล์มชี้ไปยังคนที่ชื่อโยฮัน ก็ทำให้ฉันอ๋อขึ้นมาทันที พ่อลูซิเฟอร์ของฉันไง >///<
“อ๋อ อื้มๆ”
 
“น้องๆค๊า~ มารวมตัวกันตรงนี้หน่อยเร็ววววววววววว”เสียงของพี่ดุ๊กดุ๋ยทำให้ฉันกับยัยปาล์มที่ยืนดี๊ด๊าที่เห็นกลุ่มพี่มะแฟงอยู่ต้องวิ่งตามไปรวมกลุ่ม
“เอาล่ะจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะให้พวกน้องๆสุ่มจับชื่อรุ่นพี่ที่ต้องมาเป็นคู่ของน้องๆในการทำกิจรรมนะคะ”
“เอาล่ะค่ะ น้องโรเซลล่ามาประเดิมเป็นคนแรกเล๊ยยยยย” เหอะ! เครดิสเยอะนักนะ ยัยนั่นเดินออกไปก็ไม่วายที่จะทำหน้าตาวอนโดนเท้าฉันยัดใส่หน้า
“เปิดดูเลยจ๊ะน้องโรส”พี่ดุ๊กดุ๋ยพูด ในขณะที่ยัยโรสคลี่กระดาษแผ่นนั้นออก อย่างอ้อยอิ่ง
“อุ๊ย!” เสียงอุทานจากยัยโรสซี่ สร้างความฮือฮากับผู้คนรอบข้าง เหอะๆ ได้ใครกัยย๊ะหล่อน - - เมื่อทนไม่ไหวพี่ดุ๊กดุ๋ยก็ฉกกระดาษแผ่นนั้นจากมือยัยโรสมาเปิดอ่านเอง
“อุ๊ยตายว๊ายกรี๊ดดดดดด พี่เลี้ยงน้องโรสซี่คือ พี่ไวท์นั่นเอง~ >[]<
เสียงฮือฮาที่ตอนแรกว่าดังแล้วกลับดังยิ่งกว่าผึ้งแตกรัง ไวท์ชายตามองโรสนิ่งๆพักหนึ่งแล้วก็หันกลับไปมองอย่างอื่นเรื่อยเปื่อย
“พี่ไวท์ดูแลน้องโรสซี่ด้วยนะคะ ><” ว่าแล้วยัยโรสก็รีบวิ่งกระดี๊กระด๊าไปกอดแขนไวท์อย่างถือวิสาสะ ไวท์ได้แต่มองอยู่นิ่งๆไม่หือไม่อืออะไร หมอนี่เคยมีความรู้สึกบ้างมั้ยนะ - -
“ต่อไปเลยดีกว่าค่ะ น้องปาล์มมี่ของพี่ดุ๋ยมามะ” ยัยปาล์มเดินออกไปก่อนที่เธอจะล่วงมือลงไปในกล่องเธอก็ยกมือภาวนาเจ้าป่าเจ้าเขาพักหนึ่ง  พอยัยปาล์มคลี่กระดาษแผ่นนั้นออก ยัยนั่นก็เต้นเหมือนผีเข้า จนพี่ดุ๋ยต้องเอามาอ่านเอง(อีกจนได้)
“ว๊ายๆๆๆ เด็ดอีกแล้ว น้องปาล์มมี่ได้ฉลองรุ่นพี่คนใหม่กันเลยทีเดียว พี่โยฮันแห่งคณะนิเทศฯ ปีสองค่า~ ^0^” เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้งและดังกว่าเดิมเมื่อพี่โยฮัน(ที่ฉันแอบปลื้ม)เดินมาหยุดข้างหน้ายัยปาล์มแล้วเอามือยัยปาล์มขึ้นมาจุมพิตเบาๆแล้วพูดว่า
“ยินดีครับน้องปาล์ม” แล้วพี่โยฮันก็ยิ้มอบอุ่นให้ยัยปาล์ม อ๊ากกกก คนนี้ขอเหอะ T/\T ทำไมยัยปาล์มต้องตัดหน้าฉัน ด้วยเสียใจค่ะ
ยัยปาล์มได้แต่ยืนบิดไปบิดมาอยู่อย่างนั้น จนพี่ดุ๊กดุ๋ยต้องค่อยๆลากตัวออกไป  ยัยเพื่อนบ้า แกแย่งพี่โยฮันของฉันไป แกใจร้ายมาก โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
“น้องฮาร์ทคะ มานี่เร็ว คิวน้องแล้วนะ” พี่ดุ๊กดุ๋ยเรียกชื่อฉันเอาซะสะดุ้งเลยนะ ฉันเดินก้าวออกไปจากวงล้อมแล้วเอื้อมมือเข้าไปในกล่องสีดำควานหากระดาษ  ฉันควานหาอยู่พักหนึ่งในที่สุดก็หยิบออกมาคลี่ดูอย่างใจจดใจจ่อ เพี๊ยง!! ขอหล่อๆ >.< (ไม่ค่อยบ้าผู้ชายเลย - -“)
“เปิดเลยค่า~” เสียงเชียร์ของพี่ดุ๊กดุ๋ยแล้วก็ไอ้บ้าพ็อยช์กระโกนมาเป็นระยะๆ เมื่อฉันคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกมาอยู่ดีๆหัวใจก็เต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ มือไม้สั่นไม่รู้ทำไม สายตาที่ฉันลากไปตามตัวอักษรในกระดาษมันทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูกในเมื่อสมองของฉันประมวลตัวอักษรทั้งหมดออกมา แล้วมันอ่านว่า “พินต้าร์!!
 
 
“ว้า~ หนุ่มหล่อของเราหลุดไปอีกหนึ่งคนแล้ว น้องฮาร์ทได้พี่พินต้าร์เป็นผู้ดูแลเจ้าค่า ><
ซุบซิบ ๆ
เสียงซุบซิบของนักศึกษามากมายที่ดังกระทบโสตประสาทของฉัน แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะพูดถึงฉันยังไง ฉันได้แต่ยืนนิ่งๆไม่พูดอะไร   รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีร่างสูงมายืนอยู่ข้างหน้า สายตาที่เขาจ้องมองฉันช่างน่าหมั่นไส้ สายตาเหยียดๆ มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัววอนหาเรื่องทำให้ฉันหงุดหงิดเป็นบ้า
ฉันกับเขาต่างคนต่างเงียบทำให้บรรยากาศรอบข้างเริ่มกดดันขึ้นเรื่อยๆ สายตาของพินต้าร์ที่จ้องมองฉันมันทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก ผู้ชายคนนี้เหมือนไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ผู้ชายอันตราย!
“ไง จะยืนอึ้งอีกนานมั้ย?” อยู่ดีๆพินต้าร์ก็พูดแทรกความเงียบขึ้นมา  น้ำเสียงยียวนพอๆกับหน้าตา ฉันยอมรับหมอนี่หล่อมาก ไม่ว่าจะหุ่น รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ ดีทุกอย่างยกเว้นนิสัย!! เหมือนผุดขึ้นมาจากอเวจีขัดกับหน้าตาที่พระเจ้าเต็มใจสรรค์สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ
“เหอะ!” ฉันหันหน้ามาทางอื่นทันที แต่สายตาก็ต้องปะทะเข้ากับสายตาอีกคู่ที่จ้องอยู่อย่างไม่ละไปไหน ไวท์ยืนกำมือแน่นอยู่ข้างๆยัยโรสที่เอาแต่ซบไหล่ไวท์ สายตานิ่งๆแต่วาวโรธบอกถึงอารมณ์ของเจ้าตัวที่เดือดพล่าน ฉันได้แต่หลบสายตาเขา ก้มหน้านิ่งๆ ไวท์โกรธเรื่องอะไรกันนะ?
 
หลังจากที่จับชื่อรุ่นพี่เสร็จเรียบร้อยพี่ดุ๊กดุ๋ยก็ให้ไปดูห้องพัก มาหาลัยที่ฉันอยู่ค่อนข้างที่จะไฮโซพอตัว(งบเยอะ) ห้องพักจึงแยกไปเป็นหลังๆ ให้พักห้องละ 2-3 คน ฉันก็เลยเลือกที่จะพักกับยัยปาล์ม ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนแท้ๆสักเท่าไหร่ มีก็แต่เพื่อนกิน เฮฮาปาตี้เท่านั้นแหละ  สังคมไฮโซมีแต่คนสวมหน้ากากเข้าหากันเท่านั้นแหละ!
“ยัยฮาร์ท~ เร็วเข้าพี่ดุ๋ยเรียกแล้ว” เสียงยัยปาล์มดังขึ้นหน้าประตูที่เรียกฉันที่เพิ่งหลุดจากภวังค์
"อื้อๆ เดี๋ยวฉันตามไป" 
 
หาดทรายสีขาวสะอาด กับทะเลสีครามกว้างสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าสีสดใส ปุยเมฆนุ่มขาวสะอาดคล้ายๆเกลียวคลื่นในทะเล ลมพัดเข้ามาปะทะกับใบหน้าทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ฉันจำไม่ได้ว่าฉันเคยมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ จะว่าไปแล้วฉันไม่เคยมาเที่ยวเลยด้วยซ้ำ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี้ย ว่าแล้วฉันก็เอาขาเกลี่ยทรายเล่นไปมา
 
ฟึ่บ!
 
“โอ้ย! นี่แกจะแกล้งฉันไปถึงเมื่อไหร่กันยัยฮาร์ท!!” เสียงตวาดดังเรียกให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบกับโรสที่ยืนเอามือปัดทรายที่หน้าของหล่อน ทำให้คนอื่นๆเริ่มหันมามอง  ฉันไปทำเวรกรรมอะไรกับยัยนี่รึเปล่า ทำไมต้องเป็นยัยนี่ทุกครั้งกันนะ
“ฉันขอโทษ” ฉันได้แต่ยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้น  มองยัยนั่นเอามือปัดทรายออก จนพี่ดุ๋ยเดินเข้ามาดู
“เกิดเรื่องอะไรกันคะ น้องๆ”
“พี่ดุ๋ยดูสิคะ ฮาร์ทเขาแกล้งเตะทรายเข้าตาโรสซี่ค่ะ” ยังไม่พอแค่นั่น ยัยนั่นยังเรียกความสนใจด้วยการบีบน้ำตาเรียกความน่าสงสารจากคนที่ยืนดูอยู่รอบๆ แล้วให้ฉันเป็นนางร้ายโดยสมบูรณ์แบบ เหอะ!
“น้องฮาร์ทคะ” พี่ดุ๋ยหันมามองหน้าฉันอย่างเอาเรื่อง ฉันก็ได้แต่ยืนจ้องหน้าพี่เขานิ่งๆรอให้พี่เขาพูดต่อ
“....”
“น้องแกล้งน้องโรสจริงหรอคะ?
“ถ้าฮาร์ทคิดจะแกล้งยัยนี่จริงๆฮาร์ทคงไม่แค่เตะทรายใส่หน้ายัยนี่หรอกค่ะ!” ฉันพูดจบฉันก็สะบัดหน้าเดินออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว เหอะ! เชื่อยัยนั่นเข้าไปเถอะ เข้าข้างกันไปเถอะ ฉันไม่สน
“เดี๋ยวสิ!” แต่มันยังไม่จบแค่นั้นเมื่อมีคนมาคว้าข้อมือฉันไว้ ร่างฉันเซไปตามแรงดึงจนไปหยุดอยู่ตรงหน้า เขาคนนั้น นันย์ตาสีดำสนิทมองฉันอย่างกวนอวัยวะเบื้องล่างเป็นที่สุด
“จะไม่ขอโทษเขาสักคำหรอ”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ!
“ก็ขอโทษเขาซะสิ”
“ไม่!
“นี่เธอ!” พินต้าร์บีบข้อมือฉันแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บระบมไปทั่วข้อแขน ผุดขึ้นมาจากอเวจีชัดๆ! ทำไมฉันต้องขอโทษยัยโรสด้วย ฉันไม่ผิด ยัยนั่นเดินเข้ามาหาทรายที่ฉันเตะเอง ช่วยไม่ได้
 
 
“มากไปแล้วมั้ง” เสียงปริศนาที่ดังมาจากด้านหลังฉันทำให้ต้องหันไปมอง ไวท์เดินเข้ามาในวงล้อมแล้วแกะมือพินต้าร์ออกจากข้อมือฉัน
“หึ!” พินต้าร์ได้แต่ยิ้มที่มุมปากสายตาจ้องไปยังร่างตรงกันข้ามที่จ้องกลับมาอย่างไม่มีใครยอมแพ้ใคร  
“ไวท์ พอเถอะ คนมองกันหมดแล้วนะ” ฉันกระตุกแขนไวท์ยิกๆเมื่อบรรยากาศรอบด้านเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ท้องฟ้ามืดครึ้ม ลมแรงราวกับพายุกำลังจะเข้า คลื่นในทะเลแรงขึ้นเรื่อยๆอย่างเห็นได้ชัด ไวท์ปรายสายตามามองฉันนิดหนึ่ง แล้วก็ยอมที่จะเป็นคนหยุดก่อน  ให้มันได้อย่างนี้สิ!
“อ่า เอาเป็นว่าน้องฮาร์ทไม่ได้ตั้งใจที่จะแกล้งน้องโรสนะจ๊ะ พี่ว่าพวกเรามาเริ่มทำกิจกรรมกันเลยดีกว่า”
ว่าแล้วพี่ดุ๊กดุ๋ยก็เป็นคนทำให้บรรยากาศที่เยือกเย็นเมื่อกี้ค่อยๆจางลง  ไวท์เดินออกจากตรงนั้นทันที สายตาที่มองไปยังพินต้าร์ยากที่จะคาดเดา แต่ฉันเดาว่าสายตาที่ไวท์มองหมอนั่นต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ
“ไวท์” ฉันตะโกนไล่หลังไวท์ไป แต่ไม่มีทีท่าที่ไวท์จะหยุดเดิน  เฮ้อ! เอาไว้เดี๋ยวค่อยง้อก็แล้วนะไวท์
 
“น้องๆที่รักคะ เข้าคู่ตัวเองเลยจ๊ะ พี่ๆจ๊ะเดินมาหาน้องๆหน่อยเร็วเข้า น้องโรสคะ เดี๋ยวพี่ไปตามพี่ไวท์ให้ทีหลังแล้วกันนะคะคนดี” ยังไม่ทันไร ฉันก็ดันมีเรื่องกับคู่ตัวเองไปแล้ว ทีนี้จะมองหน้าติดกันมั้ยเนี่ย - -
“นายคงแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกนะ ฉันรู้ว่านายไม่ชอบฉันแล้วฉันก็ไม่ชอบนาย แต่เราต้องทำกิจกรรมร่วมกัน ก็ทนๆไปหน่อยแล้วกัน” เมื่อพินต้าร์เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ฉันก็รัวคำพูดที่อยากจะพูดออกไปทั้งหมด โดยไม่สนว่าฝ่ายตรงข้ามจะฟังทันรึเปล่า
“เดี๋ยวก็รู้ ว่าฉันแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ออกไม่ออก หึ!
 
 
“เอาล่ะค่ะ กิจกรรมแรกของวันนี้มีอยู่ว่า คู่ของน้องๆทุกคนต้องทำกิจกรรมร่วมกันคือหาลายแทงของแต่ละด่านให้เจอแล้วทำตามที่ลายแทงเขียนไว้ให้ได้ ถ้าพวกน้องทำได้ พวกเราจะมาเจอกันตรงนี้ที่นี่อีกครั้งตอนประมาณ สองทุ่ม แต่ถ้าเกินสี่ทุ่มไปแล้ว แสดงว่าพวกน้องหลงนะจ๊ะ”
หลังจากที่พี่ดุ๋ยอธิบายกิจกรรมแรกคร่าวๆให้ฟัง ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ให้ตายสิ ฉันต้องไปหาลายแทงกับหมอนี่จริงๆหรอ??
 
 
 
 
 
 
 
 
G Minor!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

78 ความคิดเห็น

  1. #39 opel_zuza (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2555 / 23:41
    มีแรื่องกันแล้ว! ><
    กรี้ดดดดดดด  555555 (มันบ้า)
    ติดตามๆค่ะ ^^
    #39
    0