Evil Key กุญแจ[ลับ]ร้ายสลายหัวใจนายหายนะ

ตอนที่ 6 : Evil Key : เผชิญหน้า กุญแจ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ต.ค. 55

บทที่ 4

 

 

“หึ งั้นขอให้เธอจำไว้! ต่อไปนี้ชีวิตเธอจะมีฉันคอยรังควาน!

 

 

 

 

 

ตุบเสียงเอกสารมากมายมายที่เดิมทีเคยกองอยู่บนโต๊ะ แต่บัดนี้กลับกระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้อง

 

“แกคิดว่าแกทำอะไรอยู่!” เสียงเกรี้ยวกราดดุดัน เช่นเดียวกับใบหน้า แผดเสียงใส่ผู้เป็นลูกอย่างไม่พอใจ

 

“.......” แต่คำถามที่ควรจะมีคำตอบกลับมา กลับเงียบสงัดเมื่อผู้เป็นลูกได้แค่ชายตามองบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่ออยู่เงียบๆ

 

“เล่นเกมงั้นหรือ...หึ แกรู้มั้ยว่าพวกนั้นมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว แกจะให้มันพังอีกใช่มั้ย! นัยน์ตาสีฟ้าเข้มเริ่มมีประกายเล็กๆขึ้นเมื่อได้ยินคำว่า พังอีกครั้งสายตาตวัดมามองผู้เป็นพ่ออย่างถือดี

 

“ข้าเจอตัวเธอแล้ว...แล้วไอ้หมอนั่นก็เจอตัวเธอแล้วเช่นกัน!” สายลมเย็นเยือกที่พัดเข้ามาทางกระจกที่แง้มเอาไว้กัดโอบล้อมร่างสูงอย่างจงใจ สายลมนี้พยายามจะสื่อว่า มันจะไม่เป็นอย่างเดิมแน่นอน!

 

“แล้วทำไม เจ้ายังนิ่งเฉย”

 

“เพราะมันมีตัวแส่หาเรื่องไง” ใบหน้าเจ้าของคำพูดดูไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ คิ้วของผู้เป็นพ่อขมวดเข้าหากัน เมื่อได้ยินคำพูดของลูกตน ผู้เป็นลูกจึงพูดต่อเพื่อคลายความสงสัย

 

“ไวท์ เฟเวียส ทายาทต้นตระกูลจักรพรรดิ ก็อยู่ที่นั่นด้วย..ข้าก็เลยยังไม่อยากรีบร้อนสักเท่าไหร่” พูดเสร็จเจ้าตัวก็เสยผมที่ปรกอยู่ที่หน้าเผยให้เห็นใบหน้าขาวใส  เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เป็นพ่อก็แสยะยิ้ม

 

“พวกมันคงกัดเราไม่ปล่อยสินะ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยจบก็เดินออกไปจากห้อง โดยไม่หันกลับมาสนใจผู้เป็นลูกที่นัยน์ตาสีฟ้าเข้มตวัดไปมองผู้เป็นพ่ออย่างไม่พอใจ

 

เมื่อผู้เป็นพ่อพ้นประตูบานใหญ่ไป เจ้าของเรือนผมสีดำหันกลับไปมองวิวผ่านกระจกบานใสเช่นเดิม สายตาที่เหม่อมองไปไกล เริ่มเกรี้ยวกราดอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวนึกถึงภาพในอดีต ภาพที่ทำให้ชีวิตของเด็กอย่างเขา น่าสมเพชยิ่งนัก!

 

“พวกแกต้องชดใช้”

 

...............................................

 

“เธอได้ข่าวเรื่องเข้าค่ายป่ะ” เสียงเจือยแจ้วของปาล์มดังออกมาทันทีที่ได้เวลาเลิกเรียน  ฉันกับยัยปาล์มเดินทอดน่องมุ่งตรงไปยังร้านกาแฟเล็กๆที่อยู่ในมาหาลัย

 

“ค่ายอะไรอ่ะ”

 

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นขณะที่ฉันผลักประตูกระจกบานใสเข้าไปในร้านที่มีลูกค้านั่งกันอยู่ที่ต่างๆ  ร้านนี้ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น การตกแต่งของร้านออกสไตล์คลาสสิก เรียบๆ แต่หรูหรา 

 

“ก็ค่ายรวมน้องเฟรชชี่อ่ะสิ” ยัยปาล์มตอบพร้อมทิ้งตัวนั่งลงกับเก้าอี้ไม้อย่างสบายอารมณ์

 

“พวกเราต้องไปหรอ?” ฉันถามขณะหยิบเมนูจากพนักงานเสิร์ฟมาเปิดดู

 

“ไม่รู้สิ เห็นรุ่นพี่คณะเราบอกว่า พี่เขาจะสุ่มจับชื่อคณะละห้าคนอ่ะ  ขอเป็นเค้กช็อคโกแลตที่หนึ่งค่ะ” ยัยปาล์มเงยหน้าขึ้นจากเมนูพรางสั่งพนักงานเสิร์ฟ

 

“เฮ้อ!” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่พรางเท้าคางมองหน้ายัยปาล์มนิ่ง ยัยปาล์มเงยหน้าจากเมนูพรางจิบน้ำเปล่า แล้วมองมาที่ฉัน

“แกไม่อยากไปหรอ รุ่นพี่เยอะแยะเลยน้า~” ยัยปาล์มทำหน้าเพ้อฝัน สายตามองออกไปนอกกระจกอารมณ์ดีเสียเต็มประดา

 

“ฉันไม่อยากโดนแกล้งนี่นา”ฉันเบ้ปากพรางนึกไปถึงช่วงที่รับน้องใหม่ๆ ฉันโดนรุ่นพี่รุมแกล้งให้จับไส้เดือนตัวเป็นๆอ่า

ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่เป็นกำ! แค่นั้นยังไม่พอ รุ่นพี่ยังแกล้งให้ฉันไปตักน้ำ แล้วพวกเขาก็ผลักฉันให้ลื่นตกน้ำอ่ะสิ ฮึ่ย!! คิดแล้วแค้นโว้ย อย่าให้ถึงทีฉันมั่งนะ จะเช็คบิล ทั้งต้นทั้งดอกเลย เคยดูสิ! T.T

 

“ฮ่าๆ” ฉันนึกถึงตอนนั้นแล้วฮาว่ะ แกนี่โคตรอึดเลยนะ” ยัยนั่นหัวเราะร่วนจนต้องเอามือกุมท้องตัวเอง

“ฉันไม่อยากไปอีกแล้ว! เธออยากไปก็ไปคนเดียวเลย”ฉันทำหน้าบึ้งตึงใส่ยัยปาล์มที่หัวเราะเยาะฉัน พรางจิ้มเค้กตรงหน้าใส่ปาก อย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

 

 

กรุ๊ง กริ๊ง~

 

เสียงกระดิ่งหน้าประตูดัง ทำให้ฉันต้องเลื่อนสายตาไปมองผู้มาเยือนใหม่ ไม่ใช่แค่ฉันกับยัยปาล์มที่หันไปมอง แต่เป็นทั้งร้าน สายตาจับจ้องไปที่เดียวกันคือ ร่างชายหนุ่มสูงโปร่งสองคน  คนหนึ่งเดินถือหนังสือเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาราวกับไม่ใส่ใจว่ามันจะปลิวหรือหล่นไปไหนเลย  อีกคนก็เสื้อผ้าหลุดลุ่ยผิดระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

“ให้ตายสิ พวกนายมาทีไร เป็นเรื่องใหญ่โตทุกทีสินะ” ยัยปาล์มดูดน้ำส้มตรงหน้า ยังไม่วายที่จะจิกกัดเพื่อนตรงหน้า

“แหม ก็คนมันฮอตนี่ครับ” พ็อยช์เอาหนังสือยัดใส่ไว้ข้างๆฉันพรางทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆอย่างสบายๆ ไวท์ไม่ได้พูดอะไร แค่ชายตามองฉันแล้วนั่งลงข้างๆกัน
 

“หลงตัวเอง” ฉันแลบลิ้นใส่พ็อยช์ พรางมองหน้าหาเรื่อง
 

“อ้าว หาเรื่องกันหรอครับคุณเตี้ย เดี๋ยวเอาไส้เดือนยัดปากหรอก ฮ่าๆ” พ็อยช์พูดว่าไส้เดือนเท่านั้นแหละ ทั้งหมดยกเว้นฉัน
 

ก็หัวเราะกันออกมา แม้แต่ไวท์ผู้แสนจะเยือกเย็น ยังกระตุกยิ้มหน่อยๆเลย -.-

 

“ถ้าพวกเธอยังไม่หยุดหัวเราะฉัน ฉันจะงอนจริงๆด้วย!” ฉันเชิดหน้าหันไปทางอื่น ทำแก้มป่องออกมาน้อยๆแสดงอาการไม่พอใจ
 

“โอ๋ๆ คนดี อย่าโกรธเลยน้า~” พ็อยช์พูดพรางยื่นนิ้วก้อยมาข้างหน้าฉัน กระดิกน้อยเป็นการขอคืนดี
 

“เออๆ ไม่งอนก็ได้” ^__^
 

“ว่าแต่พวกเธอสองคนรู้ยังว่าต้องไปเข้าค่ายอ่ะ” ทันทีที่ฉันได้ยินคำพูดที่หลุดจากปากพ็อยช์ถึงกับสำลักน้ำกันเลยทีเดียว ไวท์ก็เลยรีบหยิบทิชชู่ยื่นมาให้
 

“นายหลอกฉัน” ฉันลุกพรวดขึ้น พรางชี้หน้าพ็อยช์ จนโต๊ะรอบด้านเริ่มหันมามองทางเราเป็นตาเดียว
 

“ฉันไม่ได้หลอก ลองถามไอ้ไวท์ดิ ฮ่าๆ” พ็อยช์ส่งสายตาไปหาไวท์ที่ตอนนี้ก็พยักหน้าหงึกๆ เป็นเชิง
บอกว่า ที่พ็อยช์มันเรื่องจริง


“ฉันไม่ไป!!” ฉันตะคอกใส่หน้าไวท์เสียงแข็ง
 

“ฮ่าๆๆ ฉันว่าเธอคงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะ” พ็อยช์หัวเราะร่วน นั่งจิบชาสบายอารมณ์ หน้าตายียวนชวนเตะเป็นบ้า
 

“นั่นดิ รุ่นพี่เลือกแล้ว ฉันว่าถ้าแกคิดจะเบี้ยว มีหวังเจอหนักกว่าเดินนะ”ยัยปาล์มเอ่ยขึ้นราวกับรู้ว่าฉันคิดที่จะเบี้ยวไม่ไป T[]T
 

“นายส่งชื่อฉันไปใช่มั้ย พ็อยช์!” ฉันหันไปแหวๆใส่หมอนั่น แต่หมอนั่นก็ไม่สะทกสะท้านอะไร ยังมีหน้าพยักหน้าน้อยๆเป็นการตอบรับอีกตางหาก

 

................................

 

           ฉันเดินหน้าบึ้งตึงไปตามทางฟุตบาทเพื่อมุ่งสู่บ้านสุดที่รักอย่างจิตใจห่อเหี่ยว เมื่อรู้ว่าตัวเองต้องไปเข้าค่ายรับน้องรวมอีกครั้ง ถามว่าทำไมฉันต้องเดินกลับด้วยล่ะ ทำไมไม่ให้ไวท์หรือพ็อยช์ไปส่ง หลังจากฉันเรียนเสร็จไวท์ก็โทร.มาบอกว่าติดธุระด่วนไปรับไม่ได้ให้พ็อยช์ไปส่งแทน แต่ฉันเคืองหมอนั่นอยู่ก็เลยไม่ไปด้วย ส่วนยัยปาล์มก็ไปไหนไม่รู้ -0-

 

           ตอนนี้ก็ประมาณเกือบหกโมงครึ่งแล้วแหละ บ้านฉันอยู่ไม่ห่างจากมหาลัยมากนัก ก็เลยเลือกที่จะดินกินลมชมวิวกลับบ้าน แทนที่จะโหนรถเมย์กลับบ้าน

 

ฟิ้ว~

           อยุ่ดีๆท้องฟ้าที่เคยสดใสสว่างจ้ากลับถูกกลุ่มเมฆสีเทาทะมึนบดบังแสง สายลมกรรโชกเหมือนพายุจะเข้า หรือว่าฝนกำลังจะตกกันนะ

 

ซู่~~~

           ไวเท่าความคิด เม็ดฝนที่ตกซ่าลงมากระทบตัวเหมือนฟ้ารั่ว  ฉันจึงรีบวิ่งเข้าไปหลบที่ตึกเก่าๆซึ่งอยู่ใกล้ๆ หลังคาที่ยื่นออกมานั้น ทำให้ตัวฉันไม่โดนฝน แต่ก็ยังไม่พ้นละอองฝนที่สาดเข้ามา ทำให้ฉันต้องเอากระเป๋าขึ้นมาบังหัวไว้  สายฝนที่ดูท่าทีแล้วน่าจะตกนานพอควร อากาศเย็นลงเรื่อยๆ รอบด้านไม่มีแม้แต่รถวิ่งผ่านสักคัน บรรยากาศชวนวังเวงชอบกล

 

ฟึ่บ!  ฉันสังเกตเห็นเหมือนมีอะไรวิ่งผ่านข้างหลังฉันไป แต่เมื่อหันไปก็ไม่พบใคร ฟึ่บ!! อีกแล้ว ร่างสีดำทะมึนวิ่งผ่านหน้าฉันไป แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่ ฝนที่ตกลงมาไม่หยุดหย่อนกับอากาศเย็นๆ ช่างเหมาะเจาะดีจริงๆ

 

“ใครน่ะ” ฉันกลั้นใจถามออกไป แต่ไม่มีเสียงใดตอบรับมา หัวใจฉันเริ่มเต้นแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ มือไม้เย็นไปหมด สมองฉันสั่งการให้รีบวิ่งฝ่าฝนกลับบ้านซะ! แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง ขาฉันไม่ยอมขยับไปไหน ขาฉันไม่ได้เป็นตะคริว แต่นี่มัน! เหมือนมีอะไรมายึดไว้ไม่ให้ไปไหนตางหาก!!

 

ฉันก้มลงมองขาตัวเองและรอบๆตัว แต่ก็ไม่มีอะไร ตัวฉันสั่นเทา พยายามที่จะข่มความกลัวเอาไว้ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันรุนแรงเกินที่ฉันจะรับไหว

 

หมับ!!  

“กุญแจอยู่ที่ไหน!” ร่างฉันถูกกระชากให้หันหลังกลับไปเผชิญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่ปีศาจ ซาตาน หรือผี ตามที่ฉันคิดไว้ แต่กลับเป็นร่างชายหนุ่มสูงโปร่ง หุ่นราวกับนายแบบ นัยน์ตาสีดำขลับเช่นเดียวกับเส้นผม สายตานิ่งๆ มองฉันอย่างไม่คิดจะละไปไหน

 

“นะ..นาย เป็นใคร” ฉันรวบรวมความกล้ากลั่นกรองคำพูดออกไป แต่สิ่งที่ได้รับมาคือมือที่เขาบีบแขนฉันไว้ทั้งสองข้างกลับบีบแรงขึ้นกว่าเดิม ราวกลับจะตอกย้ำ
 

“หึ! อย่ามานอกเรื่อง” หมอนั่นบีบแขนฉันแรงขึ้นอีก ทำเอาฉันเจ็บจี๊ด ฉันพยายามที่จะสะบัดมือเขาออก แต่ไม่เป็นผล
 

“เรื่องอะไรของนายเล่า นายเป็นใครกันแน่ ทำอย่างนี้เพื่ออะไร!
 

“กุญแจอยู่ที่ไหน!” หน้าตายียวนชวนหาเรื่องของคนตรงหน้า ทำให้ฉันเก็บความโมโหเอาไว้ ถ้าหมอนี่ไม่หล่อ การแต่งตัวไม่ดูดี ฉันคงคิดว่าเป็นโจรไปแล้ว แต่นี่ ไม่เหมือนโจรซักนิด
 

“กุญแจอะไรของนาย”เมื่อเขาถามถึงกุญแจ? กุญแจอะไรของเขากัน  หรือเขาเมา?
 

“อยากลองดีกับฉันหรอ!” หมอนั่นกระชากแขนฉัน ให้เข้าหาตัว หัวใจฉันเต้นรัวและแรงกว่าเดิม เขาก้มหน้าลงมาทำให้ลมหายใจของเขารดมาที่หน้าฉัน หน้าฉันร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ทำไมกันนะ
 

“ฉันมีแต่กุญแจบ้าน นายจะเอามั้ยล่ะ!” ฉันตะคอกหมอนั่นกลับไป แล้วหันหน้าหนี
 

“อย่ามาตลก” หมอนั่นก้มหน้าตามฉันลงมาเรื่อยๆเหมือนจะกดดัน กุญแจอะไรของเขากัน ฮาร์ท งง ค่ะ!
 

“ฉันไม่รู้เรื่อง!! อยู่ดีๆก็มาถามฉันเรื่องกุญแจ ฉันจะรู้มั้ย”
 

“หึ งั้นขอให้เธอจำไว้! ต่อไปนี้ชีวิตเธอจะมีฉันคอยรังควาน!” หมอนั่นพูดจบ เขาก็ผลักฉันออกจากตัว จนฉันเซล้มลงไปกับพื้น พอฉันจะเงยหน้าขึ้นมาจะด่า แต่ก็พบกับความว่างเปล่า หมอนั่นหายไปแล้ว? ฉันได้แต่นั่งนิ่งอึ้งอยู่เช่นนั้นประมาณห้านาที 



หมอนั่นเป็นใครกัน? ต้องการอะไรจากฉัน? ฉันกำลังจะเผชิญหน้ากับอะไร?



 

 

 

 

 

 
 
G Minor!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

78 ความคิดเห็น

  1. #38 opel_zuza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2555 / 23:20
    บ๊ะๆๆ
    เอาไงต่อดีกับชีวิตนางเอก 5555
    #38
    0