คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana)

ตอนที่ 8 : บทที่8 : สร้อยเพชรที่หายไป


     อัพเดท 19 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ชายในฝัน, กำมะลอ, แผนรัก, เล่ห์รัก, ณเดชน์, ญาญ่า, กลรัก, แบรร์รี่, อุรัสสยา, อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/napoonnovels/story/view.php?id=770711#ixzz1sIsPqXR3
ผู้แต่ง : Aislin/อิซลิน/ณปุณ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aislin/อิซลิน/ณปุณ
My.iD: https://my.dek-d.com/Aislin
< Review/Vote > Rating : 90% [ 3 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 6,192
105 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 19 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 8 : บทที่8 : สร้อยเพชรที่หายไป , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 343 , โพส : 2 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 บทที่ 8

 

            การแสดงแฟชั่นโชว์การกุศลของบริษัทสยามอัญมณีจะมีขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า ก่อนจะถึงวันจริงจะต้องมีการซ้อมใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมของบรรดานายแบบและนางแบบทุกคน ทั้งนี้ก็เพื่อให้งานนี้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบและลงตัวอย่างที่สุด ซึ่งไอ้การเดินแบบนี่แหล่ะคือสิ่งที่กำลังรบกวนจิตใจของมัณดาวีย์ ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตน ไม่เคยเลยสักครั้งที่เธอจะไปเดินเฉิดฉันบนแคตวอล์ค และนี่คือครั้งแรกที่เธอจะทำและเธอก็จำเป็นต้องทำมันให้ออกมาอย่างดีที่สุดอีกด้วย


                แต่ถึงเธอจะเป็นกังวลเอามากพอตัวกับการเดินแบบแฟชั่นโชว์เพชรครั้งนี้ แต่ก็คิดว่าคงจะไม่มากเกินไปว่าแฟนหนุ่มกำมะลอที่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนมาอยู่ในสถานะคู่รักนายแบบของเธอ มัณดาวีย์มองใบหน้าตฤณที่กำลังมีเหงื่อเม็ดโตผุดออกมาเสียเต็มหน้าผาก ชายหนุ่มขบกรามแน่นด้วยความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านในใจพลางไล่คิดไปถึงว่าจะต้องโพสท่าอย่างไรให้ดูดีที่สุดเมื่อยามอยู่บนเวที


               
“ตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ” มัณดาวีย์ถามขณะที่ทั้งคู่เดินเคียงกันเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่ถูกจองเอาไว้เป็นสถานที่จัดงานแฟชั่นโชว์


               
“แหม ถามมาได้แม่คุณ อาการเหงื่อออกเต็มหน้าขนาดนี้ก็เดาได้อยู่สองอย่างนั่นแหล่ะ ไม่ตื่นเต้นก็ปวดขี้” ตฤณตอบแบบกวนๆตามสไตล์ แล้วรีบจับแขนมัณดาวีย์ให้มาคล้องที่แขนตนเองเพื่อแสดงให้สายตาหลายสิบคู่ในห้องนั้นเห็นว่าเขากับหญิงสาวนั้นเป็นคู่รักแสนหวานตรงตามคอนเซ็ปงานขนาดไหน


                และดูเหมือนว่าความพยายามของตฤณจะได้ผลเป็นที่น่าประทับใจเมื่อคนที่เห็นเขากับมัณดาวีย์ก็ต่างมองมาที่เขาทั้งคู่แล้วยิ้มกึ่งล้อเลียนให้ พนักงานบางคนถึงกับแอบกระซิบกับเพื่อนว่าคู่นี้เหมาะกันมากอย่างกับกิ่งทองใบหยกเพราะสวยและหล่อสมกันทั้งคู่ ซึ่งเมื่อตฤณบังเอิญได้ยินก็ต้องอมยิ้มด้วยความถูกใจ ผิดกับมัณดาวีย์ที่ไม่รู้สึกยินดียินร้ายเลยสักนิดที่มีคนชมแบบนั้น หากว่าเป็นนิกรล่ะก็...


               
“สวัสดีค่ะคุณมิ้นท์ คุณอติน” เจ๊วินนี่ สาวประเภทสองที่เป็นคนควบคุมการเดินแบบรีบปรี่เข้ามาทักทายท่านประธานของสยามอัญมณีและแฟนหนุ่ม


                ตฤณมองร่างใหญ่ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ผู้หญิงของเจ๊วินนี่กำลังพยายามไหว้อย่างชดช้อยจนเข่าแทบจะแตะพื้นอยู่รอมร่อด้วยความขบขันในท่าทางสุดจะโอเวอร์ของเจ้าตัว หากแต่ชายหนุ่มก็มีมารยาทพอที่จะไม่แสดงความคิดในใจออกมาทางสีหน้า


                มัณดาวีย์รับไหว้ด้วยอาการอิหลักอิเหลื่อก่อนจะรีบถาม
“มิ้นท์กับคุณอตินต้องเตรียมตัวยังไงบ้างคะ”


               
“เดี๋ยวเชิญที่ห้องด้านหลังเวทีเลยค่ะ จะได้ไปเตรียมตัวซักซ้อมคิวกันก่อน ตอนนี้นายแบบนางแบบมากันเกือบครบแล้วล่ะค่ะ” เจ๊วินนี่กระวีกระวาดเดินนำพาตฤณและมัณดาวีย์ไปยังห้องแต่งตัวที่จัดเอาไว้สำหรับนายแบบและนางแบบ ระหว่างทางก็ยังคุยจ้อไม่หยุดตามประสาคนอัธยาศัยดี


               
“ตอนแรกที่เจ๊ได้ยินจากพวกเด็กๆมันว่าคุณมิ้นท์และคุณอตินจะร่วมเดินแบบด้วย เจ๊เนี่ยตื่นเต้นมากเลยล่ะค่ะ” เมื่อได้เห็นสายตาที่ฉงนของมัณดาวีย์ที่อยากรู้ว่าทำไมเจ๊วินนี่ถึงตื่นเต้นหนักหนากับการเดินแบบครั้งนี้ เจ้าตัวก็รีบปิดปากหัวเราะด้วยท่าทางแสร้งทำเป็นเขินก่อนจะยอมเฉลย “ที่ตื่นเต้นก็ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ อยากจะเจอหน้าพ่อหนุ่มสุดหล่อที่คว้าหัวใจคุณมิ้นท์ไปครองเท่านั้นเอง” พูดจบเจ๊แกก็หัวเราะคิกคักทำอย่างกับสาวแรกรุ่น


                มัณดาวีย์เกือบจะบอกไปแล้วว่าชายหนุ่มสุดหล่อที่คว้าหัวใจเธอไปครองตอนนี้ยังไม่กลับจากเรียนต่อที่อเมริกา ส่วนผู้ชายที่เธอควงมาด้วยคนนี้ก็แค่แฟนรับจ้างแก้ขัดเท่านั้นแหล่ะ หญิงสาวปรายตาไปมองตฤณด้วยความขัดเคืองเล็กๆที่เธอเองก็ไม่รู้สาเหตุ ทำไมใครต่อใครที่ได้เห็นตฤณก็มักจะออกปากเป็นอย่างเดียวกันก็คือ
“หล่อ” ในสายตาเธอแล้ว ผู้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ว่าจะมองด้านไหนก็สู้นิกรแฟนตัวจริงของเธอไม่ได้เลยสักอย่าง


               
“พอได้เจอจริงๆแล้วเป็นยังไงบ้างครับ” ตฤณนึกสนุกจึงลองถามอีกฝ่ายแบบทีเล่นทีจริง ซึ่งเจ๊วินนี่ก็แกล้งทำเป็นบิดผ้าเช็ดหน้าที่กำลังถืออยู่ด้วยความขวยเขิน แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาก็ทำเอาทั้งคนถามและอีกคนที่รอฟังอยู่ถึงกับทำหน้าไม่ถูก


               
“นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นแฟนคุณมิ้นท์นะคะ หล่อๆอย่างคุณอตินเนี่ยไม่รอดหรอก เจ๊จะจับทำผัวเสียให้เข็ด”

ตฤณตบอกทำเป็นดีใจ “โชคยังดีนะครับที่ผมมีแฟนแล้ว ไม่งั้นเกิดได้เมียอย่างเจ๊นี่ก็ยุ่งเลย” คำพูดนั้นเรียกเสียงฮาของเจ๊วินนี่ได้พอตัว และก่อนที่เรื่องขบขันบ้าๆบอๆนี้จะดำเนินต่อไป มัณดาวีย์ก็รีบเปลี่ยนเรื่องเสียก่อน


               
“แล้วพวกชุดเครื่องประดับที่จะใส่เดินโชว์ เค้าเอามาเตรียมไว้ให้หรือยังคะ” หญิงสาวเลี่ยงไปถามเรื่องสร้อยเพชรราคาแพงที่จะต้องเอามาใส่เพื่อการซ้อมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งก็ได้คำตอบกลับมาว่าทุกอย่างถูกเตรียมเอาไว้หมดแล้ว


               
“สร้อยและเครื่องประดับเข้าชุดสวยมากเลยนะคะคุณมิ้นท์ รับรองว่ายิ่งได้มาอยู่บนตัวนายแบบนางแบบหล่อสวยอย่างคุณมิ้นท์กับคุณอตินล่ะก็ จะต้องยิ่งเด่นสง่ามีราศีเข้าไปใหญ่เลย” เจ้วินนี่ทำท่าจะสาธยายเยินยอความงามของอตินและมัณดาวีย์ต่อไป โชคดีที่ทั้งคู่มาถึงห้องแต่งตัวแล้ว บทสนทนาจึงจบอยู่แค่ตรงนี้ก่อนที่มัณดาวีย์กับตฤณจะถูกจับแยกไปซักซ้อมคิวกับพวกดารานางแบบคนอื่นที่รออยู่ก่อน


               
“อย่าตื่นเต้นจนเดินผิดเดินถูกล่ะ” มัณดาวีย์กระซิบบอกตฤณ


               
“คุณก็เหมือนกันแหล่ะ อย่าเผลอซุ่มซ่ามสะดุดกลางเวทีแล้วกัน หมดสวยแน่” ตฤณกระซิบกลับก่อนที่จะต้องแยกกันไปจริงๆ

 

 



                และแล้วเวลาที่มัณดาวีย์และตฤณภาวนาให้อย่ามาถึง มันก็มาถึงจนได้เมื่อเจ้วินนี่เรียกนายแบบและนางแบบทั้งหมดมารวมตัวกันที่ด้านหลังเวทีเพื่อที่จะทำการซ้อมใหญ่ร่วมกัน การซ้อมใหญ่ในวันนี้ยังไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่จะใส่แสดงจริง เพราะทางฝ่ายคอสตูมยังแก้ไซส์เสื้อไม่เรียบร้อยดี แต่ว่าจะมีการนำเอาชุดเครื่องประดับมาให้เหล่าบรรดานายแบบและนางแบบใส่ซ้อมจริง เนื่องจากว่าจะได้จัดการซ้อมโพสท่าพรีเซ้นท์สินค้าคอลเล็คชั่นใหม่นี้ได้อย่างเหมาะสม


                หลังจากที่เจ๊วินนี่อธิบายคิวลำดับการเดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหล่าสตาร์ฟที่มีหน้าที่ดูแลเครื่องประดับสำหรับใส่โชว์ในงานก็เดินนำเอาชุดอัญมณีของนางแบบและนายแบบแต่ละคนเข้ามาให้กับเจ้าตัว รวมถึงมัณดาวีย์ด้วย แต่ในฐานะที่หญิงสาวเป็นถึงประธานบริษัท ดังนั้นเธอย่อมจะมีสิทธิพิเศษนอกเหนือจากคนอื่นๆ เช่นว่าได้เดินแบบในชุดฟินาเล่ปิดท้ายพร้อมทั้งเครื่องประดับสุดหรูราคาเหยียบร้อยล้าน มัณดาวีย์มองสร้อยเพชรเลอค่าที่เปล่งประกายวาววับในมือด้วยความภูมิใจไม่น้อย เพราะเครื่องประดับเช็ตนี้เธอเป็นคนออกแบบเองกับมือ แต่ก็นึกไม่ถึงว่านอกจากจะทำหน้าที่ออกแบบแล้ว วันนี้ตัวเองจะต้องมาทำหน้าที่เป็นนางแบบผู้พรีเซ้นท์เครื่องประดับชุดนี้ด้วย


                มัณดาวีย์สวมสร้อยเส้นนั้นเข้ากับลำคอระหง ใส่ตุ้มหูเพชรที่ผ่านการเจียรไนจนได้เหลี่ยมมุมงดงามและเข้าชุดกับสร้อยข้อมือเพชรน้ำงามที่น้ำหนักแสนเบาแต่ทว่าราคาแท้จริงของมันเมื่อตีค่าออกมาแล้วไม่เบาเลย หลังจาก เสร็จเรียบร้อย มัณดาวีย์ลองเดินดูสองสามก้าวพร้อมทั้งลองแกว่งแขนน้อยๆเพื่อเรียกความมั่นใจ แต่ว่าเธอก็ต้องนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อพบว่าสร้อยข้อมือที่เธอกำลังใส่อยู่นี้ดูเหมือนว่าตะขอสร้อยจะไม่ดีเท่าไหร่ เดี๋ยวคงต้องให้ช่างเอาไปเปลี่ยนตะขอใหม่ มัณดาวีย์ปัดความคิดเรื่องสร้อยข้อมือออกไป เหลือไว้แต่ความตื่นเต้นที่แล่นพล่านเข้ามาแทน


                การซ้อมดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงชุดสุดท้ายที่เป็นคิวของมัณดาวีย์จะต้องออกเดินโชว์พร้อมกับตฤณ หญิงสาวมองนางแบบคนก่อนหน้าเธอที่เดินออกไปด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองเสียเหลือเกิน ก่อนจะมองไปยังอีกด้านหนึ่งของเวที ตฤณเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มหยักยิ้มน้อยๆส่งมาให้เป็นสัญญาณว่าเขาก็พร้อมแล้วเช่นกัน และเมื่อเห็นว่าคู่รักนายแบบนางแบบไปยืนโพสท่าที่จุดมาร์คเรียบร้อยแล้ว เจ๊วินนี้ก็ส่งสัญญาณให้มัณดาวีย์กับตฤณเริ่มเดินออกไปได้


                มัณดาวีย์สูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกความมั่นใจและก้าวเท้าออกไปท่ามกลางไฟแสงสีที่สาดส่องเข้ามาจับที่ร่างของหญิงสาวและตฤณที่เดินออกมาจากอีกด้านหนึ่งเช่นกัน การที่ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นสิ่งที่มัณดาวีย์คุ้นชินดีอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่กับรองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดที่บรรดานางแบบมืออาชีพเขาใส่กันตอนนี้ แต่ละย่างก้าวของหญิงสาวจึงเป็นไปอย่างไม่ค่อยสะดวกเท่าใดนัก มัณดาวีย์สังเกตเห็นว่าตฤณกำลังแอบอมยิ้มขณะประสานตากับกัน ชายหนุ่มคงเดาได้จากท่าทางการเดินเก้ๆกังๆของเธอนั่นแหล่ะ หญิงสาวส่งค้อนให้วงใหญ่ก่อนจะเดินตามพรมลาดยาวไปยังใจกลางเวทีและก็มาถึงจุดนั้นพร้อมกับตฤณที่เธอรู้สึกได้ว่าเขาเดินช้าลงเพื่อไม่ให้ทิ้งระยะห่างจนเกินไปนัก


                ตามที่เจ๊วินนี่บอกก็คือเมื่อคู่รักมาถึงตรงกลางเวทีแล้วก็ให้โพสท่าตามที่ตกลงกันไว้ จากนั้นจึงค่อยแยกไปยังแต่ละด้านของเวทีแล้วจึงเดินกลับเข้ามา ซึ่งกรณีของมัณดาวีย์นั้น เจ๊วินนี่ก็อุตส่าห์คิดท่าที่แสนจะเลิศเลอเพอเฟ็คให้กับเธอเพื่อที่ว่าจะได้ดูเด่นกว่านางแบบทุกคน ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะเมื่อจังหวะที่มัณดาวีย์จะต้องหมุนตัวสองรอบแล้วเอียงกายเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างกำยำของตฤณพร้อมกับสบตาหวานซึ้งตามที่เจ๊วินนี่บอก จังหวะหมุนตัวครั้งที่สองนั้นก็ทำให้มัณดาวีย์ต้องขายหน้าเมื่อรองเท้าส้นสูงเจ้ากรรมดันไม่เป็นใจ ส้นข้างหนึ่งเกิดหักขึ้นมาแบบไม่บอกไม่กล่าวกันก่อน ส่งผลให้หญิงสาวร่างบางเซเสียหลักจากข้อเท้าที่พลิกตกจากส้นสูง มัณดาวีย์หวีดร้องตกใจในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ว่ามีมือข้างหนึ่งที่ยื่นออกมาโอบรั้งลำตัวของเธอไว้ไม่ให้ล้มลงไปนอนหงายที่พื้น


                ตฤณนั่นเอง เมื่อเห็นว่ามัณดาวีย์กำลังมีทีท่าเหมือนกับกำลังเซเพราะสะดุดอะไรบางอย่างระหว่างที่หมุนตัวโชว์เครื่องเพชร ไวเท่าความคิด ชายหนุ่มก็รีบไปรับร่างของมัณดาวีย์เอาไว้ได้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะต้องล้มลงไปให้ขายหน้าคนอื่นไปมากกว่านี้ ผลก็คือในอ้อมแขนเขามีร่างนุ่มนิ่มของมัณดาวีย์ที่กำลังโอบรอบคอตนอย่างต้องการที่ยึดเหนี่ยวอยู่ ดวงตาสีน้ำตาลสบตากับดวงตายาวรีสีดำสนิทราวถ่านนั้นราวกับต้องมนต์สะกด แต่เพียงไม่นานนัก อาการตกอยู่ในภวังค์นั้นก็โดนทำลายลงเพราะเสียงแปดหลอดของเจ๊วินนี่ที่กำลังตกอกตกใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับมัณดาวีย์


                แม่งานอย่างเจ๊วินนี้รีบวิ่งออกจากทางหลังเวทีมาดู
“ตายจริงคุณมิ้นท์ เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ถามพร้อมกับสั่งสตาร์ฟผู้หญิงให้ช่วยประคองมัณดาวีย์เข้าไปพักด้านในก่อน แม้ว่าหญิงสาวจะบอกว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมากก็ตาม


                ตฤณส่ายหัวเล็กน้อยเป็นเชิงระอา ดูท่าทางข้อเท้าจะพลิก ยังปากดีว่าไม่เป็นอะไรอีกแน่ะ ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินตามมัณดาวีย์เข้าไปหลังเวที โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นสร้อยข้อมือเพชรของมัณดาวีย์หล่นอยู่ที่พื้นเวทีตรงจุดนั้น

 

 



                และก็เป็นอย่างที่ตฤณคาดไว้ มัณดาวีย์มีอาการเจ็บข้อเท้าเนื่องจากอุบัติเหตุเมื่อครู่ เจ๊วินนี่จะบอกให้ทุกคนเลิกซ้อมแล้วมาซ้อมต่อใหม่วันพรุ่งนี้แทน แต่มัณดาวีย์ก็บอกว่าไม่เป็นไร เธอไม่ได้เจ็บอะไรมากมายเสียหน่อย แค่ได้นั่งพักก็คงจะดีขึ้น ที่สำคัญก็คือเธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงการทำงานของคนอื่น


               
“ถ้างั้นเดี๋ยวเจ๊ให้เด็กไปหาผ้าชุบน้ำร้อนมาช่วยประคบให้นะคะ เผื่อว่าจะช่วยได้มากขึ้น” มัณดาวีย์หันไปขอบคุณในความมีน้ำใจของอีกฝ่าย และเมื่อเจ๊วินนี่เดินไปแล้ว หญิงสาวจึงตวัดสายตาไปทางตฤณที่กำลังมองมาที่ เธอโดยไม่พูดอะไรสักคำ


               
“อย่ามาหัวเราะเยาะฉันนะนายอติน” คนที่ถูกกล่าวหามีสีหน้าฉงน นี่เขาไปหัวเราะเยาะเธอตอนไหนกัน “ฉันรู้ว่านายกำลังหัวเราะฉันอยู่ในใจใช่ไหมล่ะ” คนคิดเองเออเองเดาได้เองอย่างเสร็จสรรพไม่เปิดโอกาสให้ตฤณได้แก้ตัวอะไรเลย


               
“ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ มานั่งในใจผมหรือไงถึงได้รู้น่ะ” ตฤณก้มลงนั่งยองๆใกล้กับมัณดาวีย์ที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ “อีกอย่างนะ ถ้าผมจะหัวเราะคุณ ผมไม่หัวเราะในใจหรอก แต่จะหัวเราะแบบเปิดเผย” ว่าจบชายหนุ่มก็เริ่มต้นหัวเราะทันทีพร้อมกับแซวหญิงสาวที่กำลังหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย “ผู้หญิงอะไรเนี่ย ซุ่มซ่ามชะมัด นึกว่าตัวเองเป็นนักบัลเล่ต์กระโปรงบานหรือยังไง ถึงหมุนเร็วขนาดนั้น ไม่ล้มฟาดพื้นคอหักตายก็บุญถมไปแล้ว ฮ่าๆ” ยิ่งฟังคำพูดของตฤณก็ทำให้มัณดาวีย์ทั้งอับอายทั้งโมโหจนแยกไม่ถูก


                โชคยังดีที่พวกสตาร์ฟกับเจ๊วินนี่พากันวิ่งวุ่นหาผ้าชุบน้ำร้อนให้กับมัณดาวีย์ แถมพวกนางแบบนายแบบก็ กำลังทยอยถอดเครื่องเพชรเก็บคืนที่เดิมจึงไม่มีใครมาสนใจตฤณกับมัณดาวีย์มากนัก ไม่อย่างนั้นคงได้งงเป็นไก่ตาแตกแน่ว่าทำไมคู่รักที่น่าจะหวานชื่นปานจะกลืนกินถึงได้มาทำหน้ากวนโทสะหรือว่าตีหน้ายักษ์ใส่กันได้


               
“มาแล้วค่ะ มาแล้ว ผ้าชุบน้ำร้อนสำหรับประคบมาแล้วค่ะ” เสียงเจ๊วินนี่ดังมาก่อนตัวซึ่งก็ช่วยยุติสงครามน้ำลายระหว่างตฤณและมัณดาวีย์ลงชั่วคราว


                อยู่ต่อหน้าคนอื่น ตฤณจำต้องแกล้งเล่นไปตามบทคู่รักแสนดีแบบที่มัณดาวีย์เคยบอก ชายหนุ่มจึงขอผ้าจากเจ๊วินนี่แล้วบอกว่าตนจะช่วยประคบนวดเท้าที่กำลังปวดอยู่จากการพลิกตกจากรองเท้าส้นสูงให้กับมัณดาวีย์เอง ซึ่งเจ๊วินนี่ก็มองตฤณด้วยความทึ่งราวกับว่ากำลังปลาบปลื้มใจแทนมัณดาวีย์อย่างนั้นแหล่ะ


               
“นี่ถ้าเป็นผัวเจ๊ทำให้แบบนี้นะ รักตายเลยอ่ะ” ตฤณประคบเท้าไปด้วยขำไปด้วย เมื่อเห็นว่าเจ๊วินนี่เดินแยกออกไปไกลพอพ้นรัศมีการได้ยินแล้ว ชายหนุ่มก็ถามเบาๆ


               
“ผมทำให้ขนาดนี้แล้ว รักหรือเปล่า” คนถูกถามรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงซ่านแบบไม่รู้สาเหตุ หญิงสาวแว้ดขึ้นมาทันทีหลังจากแน่ใจแล้วว่าสีหน้าตนไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมหลังจากได้ยินคำถามนั้น


               
“บ้าเหรอไง น้อยๆหน่อยนะ ใครจะไปรักนายมิทราบ”


               
“ชู่ว์ๆ เบาๆสิ เดี๋ยวคนอื่นก็รู้หมดหรอกว่าเราไม่ได้เป็นแฟนกัน” เมื่อนึกขึ้นได้ มัณดาวีย์จึงรีบหรี่เสียงลง แต่ก็ไม่วายเค้นเสียงเอาเรื่องกับตฤณที่ยักไหล่แบบไม่สนใจ


               
“อย่ามาทำตีมึนใส่ฉันนะนายอติน นายก็รู้นี่นาว่าความจริงคืออะไร ยังจะมาพูดจาเลื่อนเปื้อนถึงความรักอะไรนี่อีก”


                คำพูดของมัณดาวีย์สะกิดใจของตฤณอย่างจัง ก็จริงอย่างที่มัณดาวีย์บอก ทั้งเขาและเธอต่างก็รู้กันดีอยุ่ในใจ แล้วทำไมเขาถึงเซ่อซ่าไปหลุดปากถามอะไรแบบนั้นออกมาได้ ตัวเองก็น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว


                มัณดาวีย์มองตฤณที่เงียบไปอย่างเริ่มใจไม่ไดี หญิงสาวถอนหายใจบาง คำว่ารักของเธอไม่ได้มีเอาไว้บอกกับคนอื่นอย่างพร่ำเพรื่อจนขาดความขลังและไร้ความหมาย แต่หญิงสาวรู้ดีว่าคำๆนี้เธอจะมอบให้กับผู้ชายเพียงคน เดียวเท่านั้น...นิกร


                ช่วงหลังมานี้ มัณดาวีย์มาชีวิตมาผูกพันอยู่กับตฤณเป็นเสียส่วนใหญ่ เพราะต้องวุ่นวายอยู่กับแผนการลับ ลวง พรางเพื่อปิดบังความจริงกับคุณทิพย์อาภา ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนิกรจึงออกจะห่างเหินไปบ้าง เดี๋ยวนี้เธอโทรไปหานิกรไม่บ่อยนักด้วยเพราะไม่อยากจะไปรบกวนการทำงานวิจัยของเขา และนิกรเองก็โทรกลับมาหาเธอไม่บ่อยเช่นกัน ซึ่งเหตุผลเดียวที่มัณดาวีย์พอจะคิดออกก็คือว่าคนรักของเธอยุ่งมากเสียจนไม่มีเวลา ความคิดนอกเรื่องประเภทว่านิกรจะไปมีผู้หญิงคนใหม่หรือว่าทำอะไรที่นอกใจเธอ เป็นสิ่งหญิงสาวไม่เคยคิดและก็ไม่มีวันจะคิดด้วย เธอเชื่อใจนิกรมาก...มากจนเกินกว่าที่จะเชื่อว่าอีกฝ่ายจะทรยศต่อความรักของเธอได้ลงคอ


                เรื่องที่เธอจ้างตฤณให้มาเล่นละครเป็นแฟนกำมะลอของตัวเองเพื่อถ่วงเวลารอให้นิกรกลับเมืองไทยก็เป็นอีกเรื่องที่มัณดาวีย์ไม่เคยเอ่ยปากบอกคนรักที่อยู่ไกลถึงอเมริกาให้ได้รู้ เพราะคิดว่าถึงจะบอกหรือไม่บอกอย่างไรก็ไม่ต่างกันอยู่ดี นิกรเชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่เธอเชื่อใจเขา และเมื่อใดที่นิกรกลับมา เมื่อนั้นตฤณก็จะหมดความสำคัญลงทันที คนที่มัณดาวีย์จะให้ความสำคัญและพร้อมจะเปิดตัวในฐานะคนรักก็คือผู้ชายที่ชื่อนิกร แฟนหนุ่มที่คบหากันนานหลายปี ไม่ใช่แฟนหนุ่มกำมะลอที่รู้จักกันได้ไม่ถึงหนึ่งเดือนเต็มแบบผู้ชายจอมกวนโทสะตรงหน้าที่มักจะทำให้ประสาทของมัณดาวีย์ต้องเต้นตุบๆด้วยความโมโหอยู่บ่อยๆ


               
“ดีขึ้นบ้างหรือยัง” คำถามของตฤณทำให้มัณดาวีย์ที่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่ถึงกับสะดุ้ง


               
“อืม ดีขึ้นแล้วล่ะ” มัณดาวีย์พูดแผ่วเบาขณะเอื้อมมือไปลองบิดๆนวดๆอยู่ที่ปลายข้อเท้าของตัวเอง แต่เสียงโทรศัพท์มือถือของตฤณที่ดังขึ้นทำให้ทั้งคู่ชะงักไปพร้อมกัน มัณดาวีย์มองเห็นหน้าจอก็รู้ว่าเป็นดอนที่โทรมา ในขณะที่ตฤณก็ขอตัวไปคุยโทรศัพท์อีกด้านหนึ่ง


                หลังจากนั่งพักอีกสักครู่ใหญ่ๆ มัณดาวีย์ก็คลายจากอาการเจ็บข้อเท้าจนเกือบจะเป็นปกติแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วเดินถือผ้าผืนที่ประคบข้อเท้านั้นตั้งใจจะไปคืนให้เจ๊วินนี่ที่กำลังคุมงานอยู่อีกห้องหนึ่งใกล้ๆ แต่ทางจะไปห้องนั้นต้องเดินผ่านตฤณที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ ด้วยความที่ขายังไม่หายเจ็บดีนัก มัณดาวีย์จึงก้าวเท้าได้ช้ากว่าปกติ หญิงสาวจึงได้เห็นสีหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดของตฤณ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าปลายสายอีกด้านหนึ่งพูดว่าอะไร แต่เธอก็พอจะจับเค้าได้ว่าทั้งคู่คงกำลังพูดถึงเรื่องเงินๆทองๆอยู่เป็นแน่


                 “แกไม่เป็นไรแน่นะเว้ยไอ้ดอน เงินนั้นก็ไม่ใช่น้อยๆเลย แล้วแกจะไปหาเงินมาคืนพวกมันได้ยังไง”


            ดูเหมือนว่าดอนกำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน
มัณดาวีย์เดาเอาเอง “เออๆ เดี๋ยวขอฉันคิดหาวิธีก่อน ยังไงแกก็ลองผ่อนผันเจ้าหนี้ไปก่อนแล้วกัน”


                มัณดาวีย์ถอยห่างออกมาจากบริเวณนั้น แค่นี้เธอก็พอจะรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ดอนคงมีเรื่องด่วนจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจึงได้โทรมาปรึกษากับตฤณที่เป็นเพื่อนสนิท แต่ฟังจากน้ำเสียงของตฤณแล้ว ท่าทางเงินนี้จะเป็นจำนวนที่เยอะพอตัว ไม่อย่างนั้นมัณดาวีย์ก็คิดว่าตฤณคงเสนอตัวพร้อมที่จะช่วยแล้ว เพราะเงินห้าหมื่นกว่าบาทที่ได้เป็นค่าจ้างจากเธอไปเมื่อครั้งก่อนก็ไม่น้อยเลย


               เธอควรจะเสนอตัวเข้าไปช่วยอีกฝ่ายดีไหม
? คำถามนี้เกิดขึ้นในใจของมัณดาวีย์ทันที เพื่อตอบแทนที่ตฤณยอมช่วยเล่นละครฉากนี้ให้ฟรีๆและเพื่อตอบแทนที่ชายหนุ่มแสดงอาการห่วงใยช่วยประคบน้ำร้อนที่เท้าให้เธออย่าง เมื่อครู่นี้


                    “มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้” ตฤณเรียกเบาๆแต่ก็ทำให้มัณดาวีย์ถึงกับสะดุ้ง หญิงสาวหันไปถามตฤณว่าดอนโทรมาเรื่องอะไร แม้ว่าในใจเธอจะมีคำตอบให้ตัวเองเสร็จสรรพแล้วก็ตาม


                  ตฤณนิ่วหน้า คิ้วหนากำลังขมวดมุ่นด้วยความเครียด
“แม่ไอ้ดอนติดหนี้พนันสองแสน ถ้าหามาจ่ายไม่ได้ภายในพรุ่งนี้ พวกมันก็ขู่จะฆ่า” มัณดาวีย์ยกมือทาบอกด้วยความตกใจ ถึงขนาดต้องฆ่าแกงเอาชีวิตกันทีเดียวหรือ? อีกอย่าง เงินตั้งสองแสนจะหามาง่ายๆได้เสียเมื่อไหร่ บ้านไม่ได้เป็นโรงงานพิมพ์ธนบัตรเสียหน่อย มัณดาวีย์คิดพลางถอนใจแรง


                    “จะยืมฉันก่อนก็ได้นะ” หญิงสาวเอ่ยปากด้วยความเต็มใจ ในใจก็นึกติดหนี้บุญคุณของดอนเหมือนกัน เพราะถ้าไม่ได้ดอนช่วยพูดกับตฤณ ชายหนุ่มตรงหน้าเธอก็คงจะไม่ยอมช่วยเล่นละครต่อแน่


                      ตฤณมองหน้ามัณดาวีย์ นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายแววซาบซึ้งชั่วแวบเดียวก่อนที่จะอันตธานหายไป
“ขอบคุณมาก แต่ไม่ต้องหรอก ผมแก้ปัญหาเองได้” ตฤณไม่ยอมรับการช่วยเหลือนั้นเพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณมัณดาวีย์ ชายหนุ่มคิดว่าเรื่องนี้เขาจัดการได้ ไม่แน่เขาอาจจะขอยืมเงินจากอติยะมาให้ดอนไปส่งเจ้าหนี้ก่อน


                    คำตอบของตฤณทำให้คนใจดีถึงกับค้อนปะหลับปะเหลือกในความหยิ่งยโสของอีกฝ่าย
“ทำเป็นปากดีไปเหอะ อย่ามาขอร้องฉันทีหลังก็แล้วกัน”


                   “ปากผมดีหรือว่าเสีย คุณจะลองพิสูจน์ไหมล่ะ” ตฤณทำท่ายื่นปากมาใกล้ๆ ส่วนมัณดาวีย์รีบหลบแล้วตบป้าบเข้าให้ที่ไหล่กำยำสมส่วนของผู้ชายคนที่เธอเพิ่งบอกว่าเขาปากดี


                    “น้อยๆหน่อย อย่ามาลามปามกับฉันนะ” ตฤณมองมัณดาวีย์ที่เริ่มหน้าแดงด้วยความขำ การได้แหย่หญิงสาวเล่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สร้างความบันเทิงเริงใจให้เขาได้ อย่างน้อยก็ได้เห็นมัณดาวีย์ในอีกอารมณ์หนึ่งที่ไม่ใช่คนที่ชอบนั่งปั้นหน้าเฉยชาเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็ง


                         บทสนทนาถูกหยุดอยู่แค่นั้นเมื่อเจ๊วินนี่อุทานเสียงดังลั่นว่ามีเครื่องประดับหายไปชิ้นหนึ่ง มัณดาวีย์ ตฤณ และคนอื่นๆที่อยู่ในที่นั้นพากันตกใจ เครื่องประดับหายนับเป็นเรื่องใหญ่ นอกจากจะทำให้ชุดอัญมณีที่จะใส่เดินแบบในครั้งนี้ไม่ครบเซ็ตแล้ว พวกทีมงานเองก็จะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ด้วยโทษฐานที่ทำงานสะเพร่าปล่อยให้ของมีค่าราคาแพงหายไป


                     “เกิดอะไรขึ้นคะเจ๊วินนี่” มัณดาวีย์ตั้งสติ หญิงสาวพยายามไม่กระวนกระวายไปตามคนอื่น แต่ยังไม่วายหันไปถามเจ๊วินนี่ด้วยเสียงร้อนใจ “เครื่องประดับอะไรหายไป”


                  “ก็ชุดเครื่องเพชรที่คุณมิ้นท์ใส่นั่นแหล่ะค่ะ สร้อยข้อมือมันหายไปไหนก็ไม่รู้” มัณดาวีย์นิ่งไป สมองของหญิงสาวพยายามทบทวนเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ตอนก่อนที่เธอจะขึ้นเวที สร้อยข้อเธอก็ยังอยู่แน่นอน จากนั้นเธอก็สะดุดล้มกลางเวที ตฤณพยุงเธอไว้แล้วก็พาเข้ามาพักด้านหลัง จากนั้นเจ๊วินนี่ก็หาผ้าชุบน้ำร้อนมาให้เธอ ตฤณอาสาจะช่วย ประคบและนวดข้อเท้าให้ จากนั้นชายหนุ่มก็ขอตัวไปคุยโทรศัพท์ ส่วนเธอก็นั่งอยู่ซักพักก็มีทีมงานมาขอเก็บเครื่องประดับไป เธอถอดให้แบบไม่ได้สนใจมากนักเพราะตอนนั้นยังมัวแต่พะวงเรื่องขาเจ็บอยู่ จำได้ลางๆว่าตอนที่ถอดให้ก็มีสร้อยคอ ตุ้มหู ส่วนสร้อยข้อมือเธอกลับไม่แน่ใจ


                   ในเมื่อเจ๊วินนี่บอกว่าสร้อยข้อมือหายไป ก็น่าจะแสดงว่าตอนที่เธอถอดเครื่องประดับนั้นไม่มีสร้อยข้อมือรวมอยู่ด้วย แล้วมันหายไปไหน
? มัณดาวีย์หันไปสบตากับตฤณที่ทำหน้ามึนงงเช่นกัน


                      “อาจจะหล่นบนเวทีตอนที่มิ้นท์ล้มก็ได้ เจ๊ลองให้คนไปหาดูหรือยังคะ” มัณดาวีย์เสนอคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้ แต่เจ๊วินนี่พยักหน้าแล้วบอกว่าลองจนทั่วเวทีแล้วแต่ก็ไม่พบ


                      “บางทีอาจจะติดมือใครไป” คำพูดนั้นแปลได้ไม่ยากเลยว่างานนี้ต้องมีขโมยแน่นอน “เจ๊ว่าเราลองค้นหาอย่างละเอียดกันดีไหมคะคุณมิ้นท์” เจ๊วินนี่เสนอให้ค้นหาอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม รวมถึงสัมภาระและค้นตัวสตาร์ฟ นางแบบนายแบบและผู้เกี่ยวข้องทุกคนในงานนี้ เพราะถ้าหากไม่ทำเช่นนี้ล่ะก็...ถ้าหากว่าหาสร้อยเพชรไม่เจอ เธอนั่นแหล่ะที่จะต้องร่วมรับผิดชอบและมันก็ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆเลยด้วย


                        ทุกคนยืนยันความบริสุทธิ์ใจและเห็นด้วยที่จะให้ค้นรวมถึงมัณดาวีย์ จากนั้นเจ๊วินนี่จึงสั่งให้บรรดาสตาร์ฟสามสี่คนช่วยกันหาสร้อยเพชรตามกองสัมภาระต่างๆ อีกสองคนไปหาที่เวทีอย่างละเอียดอีกรอบและที่เหลือสามคนช่วยกันค้นตัวผู้ที่เกี่ยวข้อง


                       ใช้เวลาไม่นานนัก สตาร์ฟคนหนึ่งก็ส่งเสียงดังบอกว่าเจอสร้อยเพชรแล้ว มัณดาวีย์หันไปมองทันที สตาร์ฟคนนั้นเป็นคนที่รับหน้าที่ค้นกองสัมภาระ สายตาทุกคู่ในห้องนั้นมองมายังสร้อยเพชรเจ้าปัญหา เสียงเจ๊วินนี่ถามขึ้นอย่างเฉียบขาด


                         “ค้นเจอจากที่ไหน”


                          “กระเป๋าสะพายของคุณอตินครับ” คำตอบของสตาร์ฟคนนั้นทำให้เจ้าของกระเป๋าแทบจะล้มทั้งยืน



Aislin :  สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน วันนี้มาต่อให้ไวเป็นพิเศษเพราะเห็นคนกดlike fanpageนิยายเรื่องนี้เพิ่มหลายคนก็เลยมีกำลังใจอัพนิยายต่อ 555 มาว่าถึงตอนนี้....เอาล่ะสิ สร้อยเพชรไปอยู่ที่พระเอกของเราได้ยังไงละเนี่ยยย แล้วนางเอกจะจัดการยังไงต่อไป พลาดไม่ได้กับตอนหน้านะคะ ถ้ามีคนเม้นท์ใจดีเม้นท์ให้หลายๆคนก็จะรีบมาอัพให้อย่างด่วน อิอิ ยังไงก็ฝากคอมเม้นท์ด้วยนะคะ จะติชม ให้กำลังใจ หรือว่าพูดคุยสนุกสนานก็ได้ทั้งนั้นเลยจ้า
                      เอ้อ ไม่รู้ว่าเคยบอกไปหรือยังว่าศรารัตน์เพื่อนสนิทของมัณดาวีย์นะค่ะ มีบทเป็นตัวหลักในนิยายของเราเรื่อง "ทัณฑ์กามเทพ" นะคะ ใครอยากอ่านเรื่องราวของศราก็ตามอ่านกันได้เลยจ้า แต่บอกก่อนว่ามันเป็นนิยาย y หรือว่านิยายชายรักชายนะคะ แต่อย่าเข้าใจผิดนะ เพราะเรื่องทัณฑ์กามเทพนี้ไม่ได้เน้นแนวเซ็กส์สตอร์รี่จ้า แต่จะออกดราม่าเข้มข้นและซึ้งกินใจแน่นอน อ่านแล้วไม่ผิดหวัง 555 ใครมีภูมิต้นทานyไม่สูงก็สามารถอ่านได้อย่างสนุกสนานจ้า ถ้าใครสนใจก็ลองเข้าไปอ่านดูเน้อ แล้วจะติดใจ 555



ปล. อย่าลืมทิ้งคอมเม้นท์ไว้ให้เราหน่อยนะคะ เราได้อ่านและจะตอบกลับทุกคอมเม้นท์จ้า



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 8 : บทที่8 : สร้อยเพชรที่หายไป , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 343 , โพส : 2 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 17
ถ้า มิ้นท์ ใช้ image เป็น ญาญ่า น่าจะเป็นตากลมโต มากกกว่ายาวรีนะคะ (ตายาวรีนี่หมายถึงนางเอกใช่มั้ยคะ)
Name : แว้นดี้ [ IP : 223.206.20.106 ]

วันที่: 20 พฤษภาคม 2555 / 11:22
# 1 : ความคิดเห็นที่ 16
 สนุกมากๆค่ะ ลุ้นค่ะ ลุ้นๆ อัพด่วนเลยนะคะ ขอร้อง!
Name : ลิลลี่ อีสเตอร์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ลิลลี่ อีสเตอร์ [ IP : 110.49.227.179 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 / 13:37

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android