คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana)

ตอนที่ 6 : บทที่6 : อติยะ เหมราชโยธิน


     อัพเดท 11 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ชายในฝัน, กำมะลอ, แผนรัก, เล่ห์รัก, ณเดชน์, ญาญ่า, กลรัก, แบรร์รี่, อุรัสสยา, อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/napoonnovels/story/view.php?id=770711#ixzz1sIsPqXR3
ผู้แต่ง : Aislin/อิซลิน/ณปุณ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aislin/อิซลิน/ณปุณ
My.iD: https://my.dek-d.com/Aislin
< Review/Vote > Rating : 90% [ 3 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 6,192
105 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 19 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 6 : บทที่6 : อติยะ เหมราชโยธิน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 411 , โพส : 1 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 บทที่ 6

 

            ถึงแม้ว่าทิพย์อาภาจะรู้สึกชอบใจคนรักของลูกสาวอยู่มาก แต่ด้วยความที่ยังไม่แน่ใจในชาติตระกูลของตฤณและยังไม่ได้พูดคุยทำความรู้จักกับชายหนุ่มให้ลึกซึ้งกว่านี้ ทิพย์อาภาจึงเสนอให้มัณดาวีย์อย่าเพิ่งปิดโอกาสตัวเอง ผู้เป็นมารดาแนะว่าหญิงสาวควรจะเปิดโอกาสทำความรู้จักและเรียนรู้กับทางฝ่ายเหมราชโยธินด้วย ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้ดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างไรก็ยังรักษามิตรภาพที่มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อเอาไว้ได้ ซึ่งมัณดาวีย์ก็ออกอาการอิดออดไม่อยากทำตามที่ทิพย์อาภาบอก แต่ถึงอย่างไรเสียก็ไม่อาจขัดใจผู้เป็นมารดาได้วันยังค่ำ


             ฝ่ายทิพย์อาภาก็ยิ้มดีใจที่กล่อมมัณดาวีย์ได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกทึ่งในความคิดของผู้ชายที่ชื่ออตินคนนั้น แต่ลึกๆแล้วเธอก็ยังปักใจอยากจะเข้าข้างลูกชายของคุณตรองและคุณขวัญฤทัย เหมราชโยธินอยู่ดี เพราะเธอแน่ใจว่าบุตรชายคนโตของตระกูลเหมราชโยธินนี้คงจะต้องมีภาษีดีกว่าผู้ชายคนอื่นๆที่ผ่านมาในชีวิตของมัณดาวีย์เป็นแน่

 

 


               อติยะมองนาฬิกาข้อมือด้วยความสงบ เลยเวลานัดไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ผู้หญิงคนนั้นยังไม่มา ชายหนุ่มหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มอย่างใจเย็น ไม่มาก็ดีเหมือนกัน เพราะเขาเองถ้าหากไม่ถูกบังคับมา ตัวเองก็ไม่อยากจะมา เสียเวลากับเรื่องไร้สาระบ้าๆแบบนี้หรอก


            เวลาผ่านไปอีกประมาณสิบห้านาทีจนอติยะเริ่มขี้เกียจที่จะนั่งรอ ชายหนุ่มมองหาบริกรตั้งใจจะเรียกเช็คบิล แต่ทว่าเสียงหวานใสเสนาะหูก็ดังขึ้นที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับที่ตนนั่งอยู่


               “คุณตฤณ เหมราชโยธินใช่ไหมคะ ดิฉันชื่อมัณดาวีย์ วิวัฒน์วรากร ขอโทษด้วยนะคะที่มาช้า” อติยะเงยหน้ามองเจ้าของเสียงพูดนั้นแทบจะทันที


              เบื้องหน้าของอติยะคือหญิงสาวแสนสวยในชุดทำงานสีครีมอ่อน เธอปั้นยิ้มบางๆให้ก่อนที่ชายหนุ่มจะเชิญให้เธอนั่งลง


               “ผมไม่ใช่ตฤณ แต่เป็นน้องชาย ชื่ออติยะ เหมราชโยธินครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณมัณดาวีย์” อติยะแก้ความเข้าใจผิดให้มัณดาวีย์ซึ่งมีสีหน้าเก้อไปเล็กน้อย ชายหนุ่มเลื่อนเมนูอาหารให้ผู้มาใหม่แล้วบอกให้เธอสั่งอาหารได้เลย


                 “แล้วคุณอติยะทานแล้วหรือยังคะ ถ้ายังไม่ทานจะได้สั่งพร้อมกัน” อติยะยิ้มก่อนจะบอกว่า


              “ยังไม่ได้ทานหรอกครับ มัวแต่รอคนมาทานข้าวด้วยเนี่ย” มัณดาวีย์ไม่ได้มีสีหน้ารู้สึกผิดแต่อย่างใด อติยะสังเกตว่าดูเธอออกจะพอใจเสียด้วยซ้ำที่ได้แกล้งให้เขาหิวแทบจะไส้บิดแบบนี้ได้ หรือเธอจงใจจะแกล้งเขากันแน่


             “ฉันนึกว่าคุณจะเป็นคุณตฤณเสียอีก” มัณดาวีย์เปิดบทสนทนาระหว่างรออาหารมาเสริ์ฟ หญิงสาวพิจารณาเครื่องหน้าของอติยะ ผู้ชายตรงหน้าเธอจัดว่าดูดีเอาการ ชะรอยนายตฤณอะไรนั่นก็คงหน้าตาไม่ได้แย่เกินไปนัก แต่ทำไมถึงยอมให้ที่บ้านจับคลุมถุงชนก็ไม่รู้ ไม่มีปัญญาหาแฟนเองหรือยังไงนะ


              “พอดีว่าตฤณติดธุระไม่สะดวกน่ะครับ คุณพ่อกับคุณแม่ก็เลยให้ผมมาแทนพี่ชาย” ที่จริงต้องเรียกว่าบังคับให้มาต่างหาก ตั้งแต่เกิดเรื่องที่ตฤณทะเลาะกับผู้เป็นบิดาวันนั้น คุณตรองก็ไม่พูดถึงบุตรชายคนโตอีกเลย จนเมื่อวานที่คุณน้าทิพย์อาภาโทรมานัดตฤณเพื่อทานข้าวกลางวันกับมัณดาวีย์ ผู้เป็นพ่อจึงให้เขามาแทนพี่ชายแก้ขัดไปก่อน หากว่าทางฝ่ายครอบครัวของมัณดาวีย์รู้ว่าตฤณไม่เต็มใจกับการแต่งงานล่ะก็ งานนี้คนแก่คงโดนถอนหงอกไปตามๆกัน ระหว่างที่ยังบังคับตฤณให้แต่งงานไม่ได้ หวยก็เลยมาออกที่อติยะแทน


            ทั้งคู่หาเรื่องคุยกันตามประสาคนที่เพิ่งรู้จัก อติยะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกต่อต้านบางอย่างที่แผ่ออกมาจากหญิงสาวตรงหน้า เหมือนกับว่าเธอกำลังตั้งแง่อะไรบางอย่างอยู่ในใจและเขาก็ต้องรู้ให้ได้ ส่วนมัณดาวีย์ก็ตั้งใจกับตัวเองเอาไว้ว่าไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม เธอจะทำให้พวกเหมราชโยธินเป็นฝ่ายปฎิเสธการคลุมถุงชนนี้ให้ได้ เธอจะต้องสมหวังในความรักกับนิกรเท่านั้น คนอื่นอย่าหวังเลยว่าเธอจะชายตามองให้เสียลูกกะตาแม้ว่าจะเป็นพวกตระกูลเก่าแก่ร่ำรวยอย่างเหมราชโยธินก็เถอะ


             “คุณอติยะช่วยส่งขวดซอสมะเขือเทศมาให้หน่อยได้ไหมคะ” มัณดาวีย์ยิ้มหวาน ในใจกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่างแผลงๆขึ้นมาทันที


                 เมื่ออติยะส่งขวดซอสให้ มัณดาวีย์ก็แกล้งเขย่าขวดซอสแรงๆ แล้วแกล้งหันปากขวดไปทางชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้าม ผลก็คือซอสมะเขือเทศสีแดงสดกระเด็นไปเปื้อนเสื้อสูทสีขาวของอติยะเป็นวงเบ้อเริ่ม จนเป็นลายจุดเล็กใหญ่พร้อยไปทั้งตัว


                “อุ๊ยตายจริง ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ดูสิทำเสื้อคุณอติยะเปื้อนหมดแล้ว” มัณดาวีย์แกล้งทำเป็นขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชู่เอื้อมมือมาเช็ดให้อติยะ แต่ชายหนุ่มก็พอจะดูออกว่าเธอจงใจเช็ดให้รอยเปื้อนยิ่งเพิ่มมากกว่าเก่าเสียอีก


                 “พอเถอะครับ ผมขอตัวไปจัดการต่อในห้องน้ำดีกว่า ขอตัวสักครู่นะครับ” อติยะรีบเดินไปจัดการกับเสื้อสูทราคาแพงของตนทันที ปล่อยให้มัณดาวีย์นั่งอยู่ที่โต๊ะเพียงลำพัง


               เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเดินไปไกลแล้ว มัณดาวีย์จึงหยิบเอากระปุกเกลือเทไปยังสปาเก็ตตี้ไวน์ซอสของอติยะจนเกือบจะหมดขวด รับรองว่าถ้าใครได้กิน คงได้ไตวายเพราะความเค็มแน่นอน มัณดาวีย์ยิ้มพอใจในผลงานขณะที่รออติยะกลับมาจากห้องน้ำ


                     ไม่นานอติยะก็กลับมาพร้อมกับเสื้อสูทที่ถูกเจ้าตัวถอดออก เปลี่ยนเป็นเอามาถือไว้แทน ชายหนุ่มกลับมาประจำที่เดิมก่อนจะยิ้มให้มัณดาวีย์เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ในใจเริ่มตะหงิดๆพิกลกับสายตาและการกระทำของหญิงสาวตรงหน้า


                และเมื่อเขาลงมือทานสปาเก็ตตี้ต่อจากที่เหลือค้างไว้ก่อนไปห้องน้ำ ชายหนุ่มก็นึกรู้ว่าเขาเดาถูกเพราะ รสชาติมันเปลี่ยนเป็นเค็มปี๋ขึ้นมาทันที อติยะหันไปมองกระปุกเกลือแล้วก็ต้องถอนใจออกมา เขาชักจะนึกสนุกแล้วสิ ดูซิว่ามัณดาวีย์จะมาไม้ไหนอีก


                 เมื่อเห็นอติยะเลิกกินสปาเก็ตตี้ มัณดาวีย์ก็ถามหน้าตาย
“ไม่ทานต่อแล้วเหรอคะคุณอติยะ หรือว่าไม่อร่อย”


                  “พอดีว่าผมอิ่มแล้วน่ะครับ คุณมัณดาวีย์ไม่ต้องเกรงใจนะครับ เชิญทานต่อตามสบายได้เลย” หญิงสาวยิ้มกับคำพูดนั้น ในเมื่อเขาบอกให้เธอทานต่อ เธอก็จะทานต่อให้เขาดูเป็นขวัญตา


                   จากนั้นมัณดาวีย์ก็เริ่มแสดงอาการรับประทานอาหารของเธอให้อติยะเห็นทันที เริ่มด้วยการกินสปาเก็ตตี้ซอสหมูอย่างมูมมามจนริมฝีปากเต็มไปด้วยคราบซอส ตบท้ายด้วยการยกจานขึ้นมาทำท่าดูดเส้นสปาเก็ตตี้จนเกลี้ยงไม่เหลือและทำท่าว่าจะใช้ลิ้นเลียซอสที่ติดอยู่ในจานหากว่าอติยะไม่พูดดักเสียก่อน


                  “พอเถอะครับ ไม่ต้องช่วยทางร้านล้างจานก็ได้” มัณดาวีย์หน้าชาวาบไปเล็กน้อยกับคำพูดแซวของอติยะ แต่เธอก็ไม่อยากจะสนใจ สิ่งที่เธอต้องการก็คือให้ผู้ชายตรงหน้าจดจำภาพไม่ดีเกี่ยวกับเธอให้มากที่สุด เพื่อที่ว่าอติยะจะได้กลับไปบอกพวกเหมราชโยธินว่าเธอเป็นอย่างไร ไร้มารยาทและสมบัติผู้ดีแค่ไหน เธอรู้ว่าสำหรับตระกูลผู้ดีเก่าแก่แล้ว เรื่องความไม่มีมารยาททางสังคมเป็นสิ่งที่คนพวกนั้นรับไม่ได้ที่สุด


                 อติยะถอนหายใจระหว่างที่ส่งกระดาษทิชชู่ให้มัณดาวีย์เช็ดปากที่เลอะคราบซอสอยู่ ชายหนุ่มถามขึ้นลอยๆ

           
                 
“คุณมัณดาวีย์มีอะไรอยากจะบอกผมตรงๆหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มอ่านสายตานั้นออก นักธุรกิจสาวสวยอย่างมัณดาวีย์ เธอได้รับการอบรมมาอย่างดีพอที่จะไม่แสดงกิริยาเละเทะแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น ยิ่งเป็นคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่ “ถ้าให้ผมเดาก็คงจะเป็นเรื่องการแต่งงานระหว่างคุณกับตฤณ”


                มัณดาวีย์ชะงักมือที่กำลังจับกระดาษทิชชู่อยู่ หญิงสาวเงยหน้าสบตากับอติยะ ในเมื่อเขากล้าที่จะเอ่ยปากกับเธอตรงๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องแกล้งทำอะไรแบบนี้อีก ดีเหมือนกันจะได้พูดให้รู้เรื่องกันไป


               
“ค่ะ” มัณดาวีย์ยอมรับว่าเป็นเรื่องนั้น “ฉันขอโทษที่ต้องพูดตามตรงนะคะ ฉันไม่อยากโดนคลุมถุงชนให้แต่งงานกับพี่ชายของคุณ”


              อติยะหัวเราะที่ในที่สุดเรื่องที่เขาคิดก็เป็นเรื่องจริง ชายหนุ่มพยายามระงับอารมณ์ให้กลับมาเยือกเย็นตามเดิมก่อนจะถามหาเหตุผล


               
“ในเมื่อคุณกล้าพูดออกมาตรงๆแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นพอจะบอกเหตุผลได้หรือเปล่าครับว่าเพราะอะไรคุณถึงเลือกที่จะปฎิเสธผู้ชายอย่างตฤณ เหมราชโยธิน”


               
“ฉันคงทำใจแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่เคยเห็นหน้าหรือว่ารู้จักมักคุ้นกันมาก่อนได้หรอกค่ะ ที่สำคัญก็คือฉันไม่ได้รักพี่ชายของคุณ”


               
“คุณพูดเหมือนว่าคุณเองก็มีคนรักอยู่ก่อนแล้ว” อติยะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ระหว่างรอมัณดาวีย์ตอบคำถามนั้น สีหน้าที่เข้มขึ้นจนเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อของหญิงสาวแทนคำตอบได้ดีที่สุด อติยะถอนหายใจ “ในเมื่อเราเลือกที่จะพูดกันตรงๆ ผมก็ขอบอกความจริงกับคุณอย่างไม่ปิดบังก็แล้วกัน” มัณดาวีย์ทำสีหน้าฉงน


               
“ความจริงอะไรคะ


               
“ตฤณก็ไม่ได้เห็นชอบในเรื่องการแต่งงานนี้เช่นกัน เขาทะเลาะกับคุณพ่ออย่างแรงแล้วก็ไม่ได้กลับไปที่บ้านเหมราชโยธินอีกเลย” อติยะเว้นวรรคให้หญิงสาวระบายลมหายใจที่เริ่มร้อนผ่าว “คุณพ่อก็เลยให้ผมมาทานข้าวกับคุณในวันนี้แทน ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าถ้าหากถึงที่สุดแล้ว ท่านบังคับตฤณให้แต่งงานไม่ได้ ผมก็อาจจะต้องถูกจับแต่งงานแทนพี่ชายตัวเอง”


               
“คุณ...ไม่ได้อยากแต่งใช่ไหมคะ” อติยะพยักหน้าช้าๆแล้วบอกว่าเขาเองก็คิดเหมือนเธอที่ว่าตัวเองคงจะทำใจไม่ได้หากต้องแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก


                เมื่อเห็นว่าอติยะเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับเธอ มัณดาวีย์จึงเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อชายหนุ่มตรงหน้าเสียใหม่ อย่างน้อยเธอก็ได้พรรคพวกเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว หญิงสาวยิ้มหวานให้อติยะก่อนจะพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรมากกว่าเดิมมาก


               
“ขอบคุณคุณอติยะมากนะคะที่เข้าใจฉัน”


               
“เรียกผมว่าติยะก็ได้ครับ เวลาผมมองคุณทีไรเหมือนเห็นน้องสาวตัวเองทุกที” อติยะพูดยิ้มๆ ในใจก็คิดไปถึงน้องสาวแท้ๆของตัวเองขึ้นมาทันที


               
“ทำไมเหรอคะ” มัณดาวีย์เอียงคอเป็นเชิงถาม ซึ่งอติยะก็ตอบว่า


               
“เจ้าเล่ห์แสนกล แถมยังชอบทำอะไรแผลงๆแบบคุณมัณดาวีย์ด้วย แต่ติดตรงนี้น้องสาวของผมจะออกแนวขี้วีน นิสัยร้ายกาจไปหน่อยเพราะถูกที่บ้านตามใจตั้งแต่เล็กๆ”


               
“ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นว่า ฉันเรียกคุณอติยะว่าพี่ติยะดีไหมคะ แล้วคุณก็เรียกฉันว่ามิ้นท์เฉยๆก็ได้” การเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกหาทำให้อติยะระบายยิ้มทั่วใบหน้าเมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะได้น้องสาวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ซึ่งชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด


               
“ก็ได้ครับคุณมิ้นท์”


               
“ยินดีค่ะพี่ติยะ” มัณดาวีย์ส่งยิ้มจริงใจให้อติยะที่มองมายังเธอด้วยสายตาทอประกายเอ็นดู ดวงตาของชายหนุ่มทอประกายระยับด้วยความถูกใจที่ได้น้องสาวเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่น้องสาวแท้ๆร่วมสายเลือด แต่อติยะก็มั่นใจลึกๆว่า เขาอาจจะเข้ากับมัณดาวีย์ได้ดีกว่าน้องสาวของตัวเองด้วยซ้ำไป

 

 




               
“บ้านเล็กขนาดนี้ นายทนอยู่ไปได้ยังไง” อติยะถามเมื่อคราวที่ชายหนุ่มได้มีโอกาสมาเยี่ยมผู้เป็นพี่ชายที่บ้านเช่าเป็นครั้งแรก อติยะนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะจมูกได้กลิ่นอับชื้นภายในห้องนั่งเล่นนั้น


                ตฤณหัวเราะในลำคอเบาๆ
“คับที่อยู่ได้ แต่คับใจมันอยู่ยาก” เจ้าของบ้านเดินไปรินน้ำใส่แก้วมาให้น้องชายที่ตอนนี้อยู่ในสถานะแขกของตน “นายก็รู้นี่นา ถ้าฉันทนอยู่บ้านนั้นต่อไป มีแต่จะทำให้คุณพ่อเหม็นขี้หน้าเปล่าๆ แยกออกมาอยู่คนเดียวก็สบายดีเหมือนกัน” ตฤณพูดไปตามความจริง การที่เขาออกมาเช่าบ้านอยู่คนเดียวมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองมีอิสระในชีวิตมากขึ้น ไม่ต้องทนสายตากดดันของใครบางคนในบ้านเหมราชโยธิน


                อติยะถอนหายใจ ชายหนุ่มเข้าใจตฤณดี เพราะรู้ว่าพี่ชายของเขาคนนี้เป็นคนเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองสูง เรียกง่ายๆก็คืออีโก้สูงนั่นแหล่ะ หากลองตฤณเชื่อหรือว่าปักใจกับเรื่องใดแล้ว ชายหนุ่มจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงความคิดของตนเองง่ายๆแน่ เช่น เรื่องความฝันที่จะเป็นศิลปินวาดภาพชื่อดัง แล้วก็เรื่องการค้านหัวชนฝาไม่ยอมถูกจับคลุมถุงชน เป็นต้น


                “วันนี้ฉันไปเจอเขามาแล้ว” อติยะพูดลอยๆ


               
“ใครล่ะ”


               
“ว่าที่เจ้าสาวของนายนั่นแหล่ะ” ตฤณชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ถามขึ้นแบบไม่ค่อยสนใจเท่าใดนัก


               
“แล้วเป็นยังไงบ้าง”


               
“ก็ดี” ตฤณเลิกคิ้ว คำว่าก็ดีของอติยะไม่ได้ให้ความหมายอะไรมากกว่านั้นเลยสักนิด อติยะเหมือนจะนึกรู้      ว่าตฤณกำลังคิดอะไร ชายหนุ่มพูดต่อ “ครบเครื่อง ทั้งหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล การศึกษา และที่สำคัญ...” อติยะลากเสียงให้ตฤณยิ่งอยากรู้


               
“ที่สำคัญอะไร


               
“เธอก็ไม่ได้นึกอยากจะโดนคลุมถุงชนให้แต่งงานกับนายเพราะตัวเธอเองก็มีคนรักอยู่แล้ว”


                 ตฤณระบายลมหายใจแรงด้วยความโล่งอกกับคำพูดที่อติยะบอก อย่างน้อยผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้นึกเออออห่อหมกไปกับพวกผู้ใหญ่ด้วย


               
“แล้วนายพูดกับเธอไปว่ายังไงบ้าง”


               
“ก็บอกไปว่านายเองก็ไม่อยากแต่ง ส่วนฉันเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเจ้าบ่าวสำรองแทนนาย ดูจากท่าทางของเธอแล้ว เธอก็คงจะพอใจเหมือนกันนั่นแหล่ะ” อติยะพูดถึงมัณดาวีย์พร้อมรอยยิ้มในหน้า ชายหนุ่มคิดไปถึงการกระทำแสนพิเรนทร์เมื่อตอนกลางวันแล้วก็ต้องกลั้นยิ้มกับตัวเอง แต่อาการนั้นก็ไม่รอดจากสายตาของตฤณ ผู้เป็นพี่ชายก็พอจะจับเค้าออกว่าอติยะคงจะถูกใจผู้หญิงคนนั้นไม่น้อย เขาจึงเสนอ


               
“ถ้านายถูกใจเธอ ก็ลองบอกพ่อกับแม่ดูสิ เผื่อท่านจะได้เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวไง ถือว่าช่วยสงเคราะห์ฉันไปในตัวด้วย”


                  อติยะส่ายหน้า แล้วบอกว่าเขาเพียงแต่เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวเท่านั้น เรื่องที่จะคิดหาหาศรีภรรยามาผูกมัดตัวเอง ชายหนุ่มยังไม่อยากคิดสั้นขนาดนั้น ซึ่งตฤณก็หัวเราะเพราะมันตรงกับความคิดของเขาเช่นกัน

 
               “เอ้อ ว่าแต่ทำไมอยู่ดีๆนายถึงยอมตัดใจหั่นผมแสนยาวสลวยของตัวเองทิ้งล่ะ แถมโกนหนวดซะเกลี้ยงแบบนี้อีก” อติยะถามสิ่งตัวเองสงสัยตั้งแต่แรกที่ได้เห็นหน้าตฤณในวันนี้ ชายหนุ่มผู้พี่ดูแปลกตาไปไม่น้อย


                 ตฤณรีบปฎิเสธ เขาไม่อยากบอกใครเรื่องที่ตัวเองรับจ้างเป็นแฟนกำมะลอของมัณดาวีย์
“ไม่มีอะไรหรอก แค่นึกเบื่อๆอยากเปลี่ยนลุคใหม่เท่านั้นเอง” ตฤณรู้สึกโล่งอกเมื่อดูเหมือนว่าอติยะจะไม่ติดใจอะไรกับคำพูดนั้น “ว่าแต่หมู่นี้วิโทรหานายบ้างหรือเปล่า” ตฤณหมายถึงวิรัญดาน้องสาวของทั้งเขาและอติยะ เธอกำลังเรียนอยู่ที่อเมริกาแต่ถึงอย่างไรก็มักจะโทรมาหาผู้เป็นพี่ชายถามไถ่ข่าวคราวที่เมืองไทยเสมอ


                อติยะส่ายหน้าปฎิเสธ
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ตฤณนิ่งไป ชายหนุ่มหันไปสบตาอติยะแล้วพูดด้วยน้ำเสียง จริงจัง


               
“ฉันว่าหมู่นี้ยัยวิเริ่มเปลี่ยนไป ชอบพูดจาแปลกๆชอบกลเหมือนกับว่าตัวเองไปทำอะไรผิดเอาไว้นั่นแหล่ะ” ตฤณเม้มริมฝีปากด้วยท่าทางครุ่นคิด อาการและอารมณ์ที่แปลกไปของน้องสาว ตฤณสามารถรู้สึกได้ผ่านทางน้ำเสียงยามที่อีกฝ่ายโทรมาหา แต่เมื่อชายหนุ่มเอ่ยปากถาม วิรัญดาก็มักจะปฎิเสธหรือว่าบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่องพูดทุกครั้งไป ตฤณก็เลยอยากรู้ว่าวิรัญดาเอาเรื่องอะไรมาปรึกษาพี่ชายคนรองอย่างอติยะหรือเปล่า


               
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ขนาดนายที่ว่าสนิทกับยัยวิมากกว่าฉันยังไม่รู้เลย แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไง” ตฤณโบกมือเป็นเชิงว่าถ้าอติยะไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่ในใจชายหนุ่มกำลังนึกสังหรณ์อย่างประหลาด น่ากลัวว่าเริ่มจะมีลางไม่ดีบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว ตฤณค่อนข้างมั่นใจในความรู้สึกส่วนลึกของตัวเอง



Aislin :
สวัสดีค่ะ ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ วันนี้มาอัพให้แล้ว อ่านให้สนุกเน้อ อ่านจบก็ทิ้งคอมเม้นท์ไว้ด้วยนะคะ เวลาเราเห็นคอมเม้นท์แล้วมันชื่นใจพิกล 555 แล้วจะตอบทุกข้อความเลยค่ะ

ปล. ตอนหน้าพระเอกนางเอกออกโรงแน่นอนค่ะ ยังไงตามลุ้นต่อด้วยนะคะ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 6 : บทที่6 : อติยะ เหมราชโยธิน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 411 , โพส : 1 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 11
พระเอก นางเอก ต้องมาทะเลาะกันเพราะ วิรัญดาแน่เลยยยยยย
Name : Kawaii [ IP : 223.204.12.180 ]

วันที่: 13 พฤษภาคม 2555 / 20:54

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android