คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana)

ตอนที่ 5 : บทที่5 : แฟนกำมะลอ


     อัพเดท 3 พ.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ชายในฝัน, กำมะลอ, แผนรัก, เล่ห์รัก, ณเดชน์, ญาญ่า, กลรัก, แบรร์รี่, อุรัสสยา, อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/napoonnovels/story/view.php?id=770711#ixzz1sIsPqXR3
ผู้แต่ง : Aislin/อิซลิน/ณปุณ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aislin/อิซลิน/ณปุณ
My.iD: https://my.dek-d.com/Aislin
< Review/Vote > Rating : 90% [ 3 mem(s) ]
This month views : 1 Overall : 6,191
105 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 19 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 5 : บทที่5 : แฟนกำมะลอ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 367 , โพส : 3 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



บทที่
5
 

           
หลังจากจัดการทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว มัณดาวีย์ก็ขับรถพาตฤณไปยังภัตราคารที่เป็นที่นัดพบของเธอกับมารดา ตอนนี้ผู้ชายข้างๆเธอกลายเป็นหนุ่มหล่อไฮโซ การศึกษาดี ไม่เหลือคราบศิลปินหนุ่มสุดเซอร์แบบเมื่อตอนกลางวันแม้แต่นิดเดียว มัณดาวีย์เหลือบตามองตฤณที่นั่งคู่เบาะหน้ามาด้วยกันอย่างประเมินอีกฝ่ายในใจ ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆเธอคนนี้หน้าตาไม่เลวเลย จัดอยู่ในขั้นเรียกว่าหล่อได้อย่างเต็มปากเต็มคำด้วยซ้ำ ผิวพรรณก็ดูดีแบบ ที่ศรารัตน์เคยบอกเอาไว้ ถ้าหากนั่งนิ่งเฉยๆ รับรองว่าเรื่องความหล่อเธอให้เต็มร้อย แต่เมื่ออ้าปากพูดเมื่อไหร่ล่ะก็ ความหล่อของผู้ชายคนนี้จะลดลงมาจนเหลือติดลบเลยทีเดียว พูดยังไม่ทันขาดคำตฤณก็เปิดปากหาวอย่างไม่เกรงใจเธอที่นั่งมาด้วยกันแม้แต่น้อย มัณดาวีย์ถอนหายใจเฮือก

               
“นายจะไปแสดงกิริยาน่าเกลียดแบบนี้ต่อหน้าแม่ของฉันไม่ได้นะนายอติน ต่อหน้าท่านนายต้องสำรวมให้มากๆ ท่านชอบคนที่มีลักษณะของความเป็นผู้ดี” ตฤณเอนหลังพิงพนักก่อนจะถามขึ้น

               
“ถามจริงเหอะ ทำไมสเปคลูกเขยของแม่คุณนี่สูงจังเลย ไอ้โน่นก็ไม่ชอบ ไอ้นี่ก็หาว่าไม่มีมารยาท จะอะไรกันนักหนาเนี่ย ถ้าอยากได้ลูกเขยประเภทไม่มีปากไม่มีเสียง สงบเสงี่ยมเรียบร้อยแล้วล่ะก็ ผมแนะนำว่าให้คุณไปหาแฟนประเภทพิการบื้อใบ้ไร้ประสาทสัมผัสทางการได้ยินก็แล้วกัน จะได้ตามแบบที่แม่คุณต้องการ”

               
“นี่นายอติน...”

               
“จะเรียกทำไมบ่อยๆ กลัวลืมชื่อผมหรือยังไง” ท่าทางที่ลอยหน้าลอยตาหัวเราะของตฤณทำให้มัณดาวีย์อยากจะกรี๊ดให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เธอก็ต้องข่มใจไว้ อีกไม่นานพอทานข้าวเสร็จ เธอก็จะเป็นอิสระไม่ต้องมีผู้ชายคนนี้มาคอยกวนใจแล้ว อีกไม่นานเท่านั้น...
 
 



               
“อย่าลืมที่ฉันบอกนะว่านายคือ...”

               
“ผมชื่อนายอติน เป็นนักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกล ที่บ้านทำกิจการเกี่ยวกับการส่งอออก จบการศึกษาปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยท๊อปเท็นในอเมริกา ปัจจุบันกำลังคบหาดูใจกับนางสาวมัณดาวีย์ วิวัฒน์วรากร นักธุรกิจไฮโซสาวสวย มีแพลนว่าจะวิวาห์สุดหรูกันในอนาคตเพื่อที่ว่าเรือล่มในหนองทองจะได้ไม่กระเด็น(ออกจากกระเป๋าคนรวย) แต่ตอนนี้ยังขอเป็นโสดให้หายเบื่อเสียก่อน นอกจากนี้ยามว่างผมชอบเล่นกีฬาเทนนิส อ่านหนังสือและยังชอบแคะขี้ฟันในที่สาธารณะด้วย” งานอดิเรกอย่างสุดท้ายที่ตฤณพูดออกมาจากการแต่งเติมของตัวเองก็ทำให้มัณดาวีย์หลุดขำ หญิงสาวหันไปถองเข้าที่อกของอีกฝ่ายอย่างไม่จริงจังนักซึ่งตฤณก็หัวเราะเช่นกัน


               
“บ้าเหรอไง แคะขี้ฟันในที่สาธารณะ คนอะไรพูดมาได้ไม่รู้จักอาย” มัณดาวีย์ว่าเข้าให้ ส่วนตฤณก็ย้อนกลับ

               
“เอาเหอะหน่า กะอีแค่เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ผมไม่ลืมหรอก คุณสบายใจได้” ชายหนุ่มพูดให้มัณดาวีย์มั่นใจมากขึ้น “แต่หากแม่คุณถามอะไรเจาะลึกมากกว่านี้ ผมก็จะโม้แหลกไปตามน้ำแล้วกัน ผิดถูกเดี๋ยวคุณก็ค่อยไปหาทาง แก้ไขทีหลัง”

               
“นายไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวฉันจะช่วยพูดด้วย แต่นายเองต้องจำเอาไว้ให้แม่นนะ หน้าที่ของนายวันนี้ก็คือทำยังไงก็ได้ให้แม่ฉันพอใจในตัวนายจนไม่คิดอยากจะจับคู่คลุมถุงชนให้ฉันอีก ง่ายๆแค่นี้คิดว่านายคงจะทำได้นะ” ตฤณพยักหน้าก่อนจะบอกว่าตนจะพยายามเต็มที่เพื่อตอบแทนให้คุ้มค่ากับเงินค่าจ้างของมัณดาวีย์

               
“น่าสงสารเนอะ” จู่ๆตฤณก็พูดขึ้นลอยๆระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินจากลานจอดรถเข้าไปในตัวภัตตาคาร มัณดาวีย์หันมามองชายหนุ่มที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนราคาแพงเข้าคู่กับกางเกงแสล็คอย่างลงตัวแล้วเอ่ยถามเบาๆ

               
“เรื่องอะไร”

               
“ก็เรื่องที่คุณต้องปิดบังแม่ว่ามีคนรักอยู่แล้วน่ะสิ เฮ้อ...อย่างกับเรื่องรักต้องห้ามแน่ะ”

               
“นายไม่ต้องมาสงสารฉันหรอก สนใจแต่เรื่องของตัวเองไปเถอะ อย่าให้พลาดโดนแม่ฉันจับพิรุธได้ก็แล้วกัน” หญิงสาวสำทับอีกรอบซึ่งตฤณกลับเริ่มหัวเราะเสียจนท้องคัดท้องแข็ง “หัวเราะอะไรนายอติน”

               
“ผมบอกเหรอว่าผมสงสารคุณ คนที่ผมนึกสงสารก็คือแฟนคุณต่างหาก ได้ผู้หญิงแบบคุณมาเป็นแฟน ช่างเป็นผู้ชายที่แสนซวยอะไรเช่นนี้ ฮ่าๆ” เป็นอีกครั้งที่มัณดาวีย์เกือบจะปรี๊ดแตกกับการยั่วโมโหของตฤณ หญิงสาวกัดฟันแน่นแล้วพยายามนับหนึ่งถึงสิบอย่างต้องการข่มอารมณ์เดือดที่กำลังปะทุของตัวเอง เธอหันไปมองตฤณที่กำลังหัวเราะตัวงออยู่ด้วยแววตาวาววับ ถึงแม้ว่านิกรจะโชคร้ายที่ได้แฟนอย่างเธอ แต่วันนี้คนที่โชคร้ายที่สุดก็คงหนีไม่พ้นผู้ชายตรงหน้าแน่ๆ เพราะตอนนี้ก็เท่ากับว่าเขาอยู่ในสถานะแฟนของเธอเช่นกัน มัณดาวีย์แสร้งยิ้มหวานก่อนจะเดินไปคว้าแขนตฤณมาควงไว้แล้วเดินก้าวเข้าไปในภัตตาคารที่มีบริกรมาเปิดประตูต้อนรับ
 
 


                คุณทิพย์อาภาผู้เป็นมารดาของมัณดาวีย์เป็นผู้หญิงอายุประมาณห้าสิบปลายๆ ดวงหน้าที่สวยสะคราญสมวัยกำลังแย้มยิ้มละไมให้กับสองคนที่เพิ่งมาใหม่ ตฤณทำความเคารพผู้สูงวัยกว่าด้วยความนอบน้อม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาปะทะกับดวงตาสีดำสนิทที่เหมือนกับดวงตามัณดาวีย์ ดวงตาคู่นั้นทอประกายบางอย่างราวกับว่า เจ้าตัวกำลังพิจารณาประเมินเขาอยู่ในที ตฤณอมยิ้มบางๆก่อนจะทำหน้าที่สุภาพบุรุษเลื่อนเก้าอี้ให้มัณดาวีย์นั่ง

               
“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะคุณแม่ พอดีว่ารถติดมากเลย” มัณดาวีย์พูดพร้อมรอยยิ้มก่อนจะแนะนำให้มารดาได้รู้จักกับตฤณในฐานะคนรักของเธอ “อตินคะ นี่แม่ของมิ้นเองค่ะ”

              ตฤณไหว้ทิพย์อาภาอีกรอบซึ่งทิพย์อาภาเองก็รับไหว้นั้นพร้อมกับรอยยิ้ม มัณดาวีย์เองก็ยิ้มตามแต่ในใจกำลังนึกวิตกไม่น้อยว่าแม่ของเธอจะว่าอย่างไรเมื่อได้เห็นหน้าแฟนหนุ่มกำมะลอคนนี้ของเธอ แต่ทิพย์อาภาก็ไม่ได้พูดอะไรมากนักกลับส่งเมนูให้ตฤณและมัณดาวีย์สั่งอาหาร

                ตฤณรับเมนูมาพร้อมกับคิดในใจ คุณทิพย์อาภาคงกำลังประเมินว่าที่ลูกเขยกำมะลอคนนี้อยู่ในใจแน่ๆ และการประเมินนี้ก็คงจะดูจากท่าทางกิริยาความเป็นผู้ดีที่ฝังลึกอยู่ในตัวเขาอย่างแน่นอน ถ้าเป็นยามปกติเวลากินข้าว เขาไม่มานั่งมากหมอมากความกับกิริยาอาการที่จะแสดงออกมากนัก แต่นี่เป็นการกินข้าวกับแม่ของมัณดาวีย์ ชายหนุ่มคงต้องสำรวมเป็นพิเศษ ไม่อยากให้มัณดาวีย์ขายหน้าเพราะตอนนี้เขากำลังอยู่ในสถานะคนรักของเธอ

                ตฤณก้มลงมองเมนูอาหาร ด้วยความที่เป็นภัตตาคารอาหารอิตาเลียนจึงมีแต่อาหารอิตาเลียนจริงๆ ปกติชายหนุ่มไม่ค่อยชอบทานอาหารพวกนี้มากนักเพราะเห็นว่ารสชาติมันออกจะเลี่ยนๆเกินไปหน่อย แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ในสถานะที่จะเรื่องมากตามใจตัวเองได้ ตฤณจึงเลือกสั่งไปสองอย่างก่อนที่จะวางเมนูลง

                ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่ามัณดาวีย์ลอบระบายลมหายใจแผ่วเบาอย่างโล่งอก หญิงสาวคงจะคิดว่าเขาเป็นเพียงแค่ศิลปินไส้แห้งไม่มีปัญญากินของแพงๆแบบนี้ล่ะสิ และก็คงจะกลัวด้วยว่าเขาจะอ่านชื่อเมนูอาหารผิดๆถูกๆจนเธอต้องขายขี้หน้าผู้เป็นแม่ ยิ่งคิดตฤณก็ยิ่งแอบขำในใจ

                ระหว่างการรับประทานอาหารนั้น บรรยากาศก็เป็นไปด้วยดี ตอนแรกที่ได้ฟังเรื่องจากมัณดาวีย์ ตฤณก็คิดไปไกลเลยว่าคุณทิพย์อาภาคงจะต้องเป็นพวกป้าแก่ๆหัวโบราณ จอมเรื่องมากแน่ๆ แต่พอได้มาพบและพูดคุยกันจริงๆแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกได้เลยว่าความคิดของตัวเองนั้นผิดถนัด คุณทิพย์อาภานั้นค่อนข้างเป็นคนหัวสมัยใหม่พอสมควร แถมบางครั้งยังมีอารมณ์ขันอีกต่างหาก ไม่เหมือนกับมัณดาวีย์ผู้เป็นบุตรสาวเลยสักนิดที่มักจะชอบวางหน้าบึ้งตึงเย็นชาไร้อารมณ์อยู่เป็นประจำ

               
“แล้วคุณพ่อคุณแม่ของอตินทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรเหรอลูก”

              ตฤณยิ้มเพราะคำถามนี้เข้าทางพอดี มัณดาวีย์ย้ำกับเขาเป็นร้อยรอบได้แล้วล่ะมั๊ง ดังนั้นชายหนุ่มจึงตอบคำถามของทิพย์อาภาได้อย่างไม่มีติดขัด

               
“ทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าน่ะครับ ตอนนี้ท่านทั้งสองพักอยู่ที่ต่างประเทศ นานๆทีถึงจะกลับเมืองไทยเพราะว่าท่านอยากจะไปขยายตลาดส่งออกที่เมืองนอกน่ะครับ ส่วนทางนี้ก็ให้ผมรับช่วงดูแลไป”

              มัณดาวีย์หันไปมองตฤณด้วยความเลื่อมใส ที่จริงแล้วเธอเตรียมคำตอบให้เขาแค่ว่าชายหนุ่มเป็นนักธุรกิจส่งออก แต่นึกไม่ถึงว่าตฤณจะโม้ลื่นไหลไปถึงเพียงนี้และดูท่าทางแม่ของเธอก็ออกจะพอใจมากเสียด้วย

                ตฤณยิ้มกริ่มก่อนจะบรรจงตักอาหารให้ทิพย์อาภาอย่างเอาใจ แล้วค่อยหันไปตักให้มัณดาวีย์ด้วย ผู้สูงวัยมองภาพนั้นด้วยความนิยมในใจ การที่ตฤณให้เกียรติกับเธอในฐานะมารดาของคนรักด้วยการเอาใจใส่ตักอาหารให้ มันแสดงได้ถึงกิริยาความเป็นผู้ดีอย่างแท้จริง อีกทั้งเธอสังเกตตั้งแต่แรกแล้วว่าคนรักของลูกสาวเธอที่ชื่อว่าอตินนั้น เวลาจะทานอาหารประเภทต่างๆก็เลือกใช้มีดและซ้อมได้ถูกต้องตามมารยาทบนโต๊ะอาหาร ดูท่าทางคงจะเป็นพวกผู้ดีมีเงินจริงอย่างที่บอก

               
“แล้วจะวางแผนแต่งงานกันเมื่อไหร่ล่ะลูก”

            คำถามนั้นทำเอามัณดาวีย์เกือบจะสำลักน้ำที่กำลังดื่มอยู่ ถึงแม้ว่าเธอจะเตรียมคำตอบมาแล้วก็ตาม แต่การที่มารดาถามขึ้นแบบทะลุกลางป้องเช่นนี้ เธอก็ทำหน้าไม่ค่อยจะถูกเช่นกัน โดยเฉพาะหากคิดว่าเจ้าบ่าวเป็นผู้ชายปากร้ายข้างกายด้วยแล้ว

               
“เอ่อ...ก็มีคิดเอาไว้บ้างน่ะค่ะแม่ แต่ว่าคงยังไม่ใช่เร็วๆนี้แน่นอน”

                 ทิพย์อาภานิ่วหน้าแล้วหันไปขอคำตอบจากว่าที่ลูกเขยบ้าง

               
“ผมก็ตามใจคุณมิ้นท์นั่นแหล่ะครับ อันที่จริงผมก็อยากรีบๆแต่งเหมือนกัน จะได้มีลูกทันใช้ แต่ว่าคิดอีกแง่หนึ่ง ผมก็เห็นใจคุณมิ้นท์เค้าน่ะครับ คุณมิ้นท์เป็นผู้หญิงสมัยใหม่ เรียนจบดีกรีสูงก็คงไฟแรงอยากจะทุ่มเทให้กับงานก่อนเป็นอันดับ
แรก ผมเองก็ไม่อยากจะไปเร่งรัดเธอหรอกครับคุณแม่”

              มัณดาวีย์หันไปยิ้มให้ตฤณอย่างขอบคุณจากใจจริง ที่ชายหนุ่มพูดมามันตรงกับใจเธอทุกอย่าง ดูท่าเธอคงจะประเมินนายอตินต่ำไปแล้ว

               
“อย่าว่าแม่หัวโบราณเลยนะ แต่ผู้หญิงถึงจะเก่งกาจยังไง สุดท้ายก็ต้องเป็นช้างเท้าหลังอยู่วันยังค่ำ หน้าที่ หลักของผู้หญิงไม่ใช่ทำงาน แต่คือการเลี้ยงดูลูกและเอาใจสามีต่างหาก”

                 มัณดาวีย์เม้มปากแน่นกับความคิดของมารดา นี่น่ะหรือคือเหตุผลที่ทำให้มารดาต้องการจับเธอคลุมถุงชนกับผู้ชายที่เธอไม่แม้แต่จะเคยเห็นหน้าคนนั้น หญิงสาวเบือนหน้าไปทางตฤณเพื่อรอฟังว่าชายหนุ่มจะตอบกลับว่าอย่างไร

               
“คุณแม่ไม่ได้พูดในฐานะของคนหัวโบราณหรอกครับ แต่ผมว่าคุณแม่พูดในฐานะของแม่ที่รักและหวังดี อยากให้ลูกได้แต่งงานมีความสุขแบบเป็นฝั่งเป็นฝาต่างหาก” ตฤณหยุดไปชั่วอึดใจก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนัก แน่น “ผมไม่ได้คิดอยากจะให้คุณมิ้นท์เป็นช้างเท้าหน้าแทนผู้เป็นสามี แล้วก็ไม่เคยคิดว่าผู้หญิงอย่างคุณมิ้นท์สมควรที่จะเป็นเพียงแค่ช้างเท้าหลังที่คอยเออออตามใจสามีไปเสียหมดทุกอย่าง แต่ถ้าหากผมได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคุณมิ้นท์ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือ...การที่เราสองคนเดินก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน”

                คำพูดของตฤณทำให้ทิพย์อาภาตะลึงไปนาน ก่อนที่ผู้สูงไวกว่าจะยิ้มละไมด้วยความพอใจกับคำตอบนั้น ท่าทางมัณดาวีย์จะตาแหลมไม่ใช่เล่นเลย ทิพย์อาภาคิดในใจก่อนจะเปลี่ยนไปพูดคุยเรื่องอื่นต่อโดยที่ไม่หยิบยกปัญหาเรื่องการแต่งงานของบุตรสาวขึ้นมาพูดอีก ซึ่งนั้นก็ทำให้มัณดาวีย์ทั้งดีใจและโล่งใจ สิ่งหนึ่งที่เธอสัมผัสและรู้สึกได้ก็คือ ตฤณทำให้ทิพย์อาภาเกิดความประทับใจได้จริงๆเสียด้วย
 
 


                หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย มัณดาวีย์ก็ส่งมารดาขึ้นรถที่มารอรับกลับบ้านวิวัฒน์วรากรไปก่อน หญิงสาวบอกทิพย์อาภาว่าตอนขามา ตฤณไม่ได้ขับรถมาด้วยแต่ติดรถมาพร้อมกับเธอ ดังนั้นเธอจึงคิดว่าจะไปส่งชายหนุ่มที่บ้านก่อน ซึ่งผู้เป็นแม่ก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด

                ระหว่างทางที่ไปส่งตฤณที่บ้านเช่า มัณดาวีย์นั่งเงียบไปตลอดทาง ส่วนตฤณก็ขี้เกียจจะไปกวนโมโหหญิงสาวในตอนนี้ เขาจึงเลือกที่จะเงียบแล้วจ้องมองใบหน้าสวยซึ้งด้านข้างของมัณดาวีย์แทน

               
“มองอะไร หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือเปล่า” หญิงสาวถามขึ้นโดยไม่หันไปมอง

               
“เปล่าหรอก แค่รู้สึกว่าคุณน่าจะได้ความสวยมาจากแม่” คำพูดที่เหมือนจะชมนั้นทำให้มัณดาวีย์อมยิ้มน้อยๆ แต่ประโยคถัดมาก็ทำให้รู้ว่าเธอไม่น่าจะไปหลงปลื้มกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายจอมกวนประสาทคนนี้เลย “แต่นิสัยปากร้าย แสนหยิ่งไม่เห็นใครในสายตา ไอ้นิสัยแย่ๆพวกนี้ไม่รู้ไปเอามาจากใคร”

               
“นายอติน” เสียงหวานที่เริ่มแหวทำให้ตฤณยอมหยุดแค่นั้น แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด

               
“แม่คุณท่านน่ารักดีนะ” พอพูดถึงทิพย์อาภาก็ทำให้ตฤณพาลนึกไปถึงคุณขวัญฤทัยมารดาของตนเช่นกัน “ท่าทางใจดีแล้วก็คุยสนุกด้วย”

               
“นั่นเป็นเพราะท่านชอบคุณต่างหาก”

                ตฤณทวนคำเสียงสูงอย่างไม่เชื่อในคำพูดของฝ่ายนั้น แต่มัณดาวีย์ยืนยัน
“แม่ฉันเป็นคนถูกใจคนยาก แต่ถ้าหากว่าชอบใครแล้วก็จะเอ็นดูเป็นพิเศษ แล้วฉันก็คิดว่าท่านคงจะถูกใจคุณมากพอตัวเลยล่ะ”

               
“ตายล่ะสิ” ตฤณทำท่าตบอกแบบกลุ้มใจนักหนาจนมัณดาวีย์เลิกคิ้วถามว่าเป็นอะไร ชายหนุ่มตอบแบบกลั้นยิ้ม “ก็ถ้าหากว่าแม่คุณเกิดชอบผมเอามากๆ แล้วอยากให้ผมแต่งงานกับคุณจริงๆ ผมไม่แย่เหรอเนี่ย ต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงตัวร้ายอย่างคุณ”

               
“น้อยๆหน่อยเถอะ แล้วคิดเหรอว่าฉันนึกพิศวาสอยากจะแต่งงานกับผู้ชายอย่างคุณ ฉันจะบอกอะไรให้นะ คุณน่ะไม่คู่ควรกับฉันเลยสักนิด เทียบอะไรไม่ได้กับแฟนตัวจริงของฉันเลยด้วยซ้ำ”

               
“ถ้างั้นไหนลองบอกมาสิ ว่าผมสู้คนรักของคุณไม่ได้ตรงไหน” ตฤณนึกสนุกอยากรู้ว่าสเปคผู้ชายของผู้หญิงตรงหน้าเป็นอย่างไร อย่างน้อยก็เป็นการหาเรื่องคุยแก้เหงาระหว่างที่รถติดยาวเหยียดแบบนี้

               
“คุณจะอยากรู้ไปทำไม” มัณดาวีย์แกล้งถาม “หรือว่าจะอยากเอาไปปรับปรุงตัวให้คู่ควรกับฉัน” ตฤณส่ายหัวกับคำพูดของมัณดาวีย์ ชายหนุ่มพึมพำ

               
“ถ้าทำแบบนั้นล่ะก็ ผมคงต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ” โชคดีที่มัณดาวีย์ไม่ได้ยิน “ว่าไงล่ะ จะบอกหรือไม่บอก” หญิงสาวค้อนแต่ก็ยอมบอกแต่โดยดี ผู้ชายตรงหน้าเธอจะได้รู้เอาไว้ว่าตัวเองห่างไกลจากคำว่าสุภาพบุรุษแค่ไหน

               
“แฟนกำมะลออย่างคุณห่างไกลจากแฟนตัวจริงของฉันมาก แฟนฉันเค้าเป็นคนน่ารัก เป็นสุภาพบุรุษ ชาติตระกูลฐานะทางบ้านก็ร่ำรวย การศึกษาก็สูง เค้ากำลังจะจบปริญญาเอกกลับมาเมืองไทยเร็วๆนี้แล้ว” มัณดาวีย์พูดถึงนิกรด้วยรอยยิ้มกว้างจนตฤณนึกหมันไส้แบบไม่รู้สาเหตุ

               
“คุณสมบัติเพอร์เฟ็คเป็นว่าที่ด็อกเตอร์แบบนี้ แล้วทำไมถึงไม่รีบพามาเปิดตัวกับแม่คุณไวๆล่ะ ยิ่งประเภทหล่อรวย มีชาติตระกูลด้วยแล้ว ท่านต้องชอบแน่ๆ แล้วก็คงเลิกจับคู่คลุมถุงชนให้คุณไปเองแหล่ะ” มัณดาวีย์เงียบไปโดยไม่ตอบอะไร เมื่อตฤณถามซ้ำ หญิงสาวจึงเลือกที่จะบอกปัด เธอกับเขาไม่ได้สนิทสนมกันจนถึงขั้นจะบอกให้รู้ทุกเรื่องเสียหน่อย พอผ่านวันนี้ไปแล้ว สถานะของเธอกับผู้ชายคนนี้ก็จะกลายเป็นเพียงแค่คนเคยรู้จักเท่านั้น ไม่ใช่ในฐานะคนรักแบบวันนี้อีก

               
“ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของนายเสียหน่อย” คำพูดนั้นถือเป็นการตัดบทสนทนาระหว่างคนทั้งคู่ไปในตัว

                จากนั้นตฤณและมัณดาวีย์ก็นั่งเงียบกันมาตลอดทางจนถึงบ้าน ชายหนุ่มเปิดประตูรถแล้วจะก้าวเดินลงไป แต่มัณดาวีย์เรียกไว้ก่อน

               
“นี่ค่าจ้างของนาย” หญิงสาวยื่นซองค่าจ้างให้ตฤณที่รับไปเปิดดู “ห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน ฉันไม่ได้โกงนายใช่ไหม”

                ตฤณพยักหน้าก่อนจะเอ่ยขอบคุณ

                  “ขอบใจสำหรับทุกอย่างในมื้อค่ำนี้ คุณทำให้แม่ฉันประทับใจมาก และแม่คงจะเลิกจับคู่ให้ฉันเสียที” เมื่อพูดมาถึงตอนนี้ มัณดาวีย์ก็อดคิดไปถึงคำพูดของตฤณบนโต๊ะอาหารไม่ได้...การที่เราสองคนเดินก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน หากนิกรพูดแบบนี้กับเธอ เธอคงจะดีใจจนแทบยิ้มไม่หุบแน่

               
“นี่คุณ เป็นอะไรหรือเปล่า” ตฤณเอามือมาโบกเบาๆข้างหน้ามัณดาวีย์เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งไป “มัวแต่คิดเพ้อเจ้ออะไรอีกล่ะ” มัณดาวีย์รีบปฎิเสธเสียงแข็งว่าไม่มีอะไรก่อนจะตัดบทเอ่ยลา

               
“ฉันไปก่อนแล้วนะ ขอบใจนายอีกครั้งหนึ่ง”

               
“ไม่เป็นไรหรอก ผมก็เล่นละครไปตามหน้าที่ที่คุณจ้างมาเท่านั้นแหล่ะ อันที่จริงเล่นละครแบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำตั้งหลายอย่าง” เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของมัณดาวีย์ ตฤณจึงยอมเฉลย ชายหนุ่มเอามือจับผมแล้วก็เอามาลูบปลายคางสากของตัวเองเบาๆ มัณดาวีย์กลั้นยิ้ม

               
“โกรธฉันหรือเปล่าที่บังคับให้นายตัดผมแล้วก็โกนหนวดโกนเคราจนเกลี้ยงแบบนี้”

               
“ไม่หรอก แบบนี้ก็รู้สึกโล่งดีเหมือนกัน” ตฤณจุดยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะไขกุญแจเข้าบ้านไปโดยไม่เหลียวมองมาทางมัณดาวีย์อีกเลย





Aislin : 
สวัสดีค่ะ มาอัพให้แล้วนะคะ ขอบคุณมากๆที่ยังติดตามอ่านกันค่ะ แม้ว่าจะมีไม่กี่คนก็เถอะ 555 แต่อยากบอกว่าไม่ว่าจะมีคนอ่านเยอะหรือน้อยก็ไม่เป็นไรค่ะ ความสุขของเราก็คือการได้แต่งนิยายมาแบ่งปันให้คนอื่นๆอ่านก็เท่านั้นแหล่ะเนาะ อิอิ ยังไงก็ฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ อ่านแล้วก็เชิญคอมเม้นท์ได้ตามสบายเลยจ้า เดี๋ยวไปตอบกลับแน่นอน แล้วตอนหน้ามาลุ้นกันนะคะ ว่าพระเอกนางเอกของเราจะหาเรื่องอะไรมากัดกันอีก เจอกันตอนหน้าจ้า

ปล. ขอให้มีความสุขกับการอ่านนิยายเรื่องนี้นะจ้ะ ^ ^


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 5 : บทที่5 : แฟนกำมะลอ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 367 , โพส : 3 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 57
คุณแม่จะชอบว่าที่ลูกเขยก็ไม่แปลกหรอนะ
Name : clockcodie < My.iD > [ IP : 27.130.51.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2555 / 01:28
# 2 : ความคิดเห็นที่ 14
 มิ้นท์ๆๆๆ
Name : ลิลลี่ อีสเตอร์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ลิลลี่ อีสเตอร์ [ IP : 49.229.229.20 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 / 11:32
# 1 : ความคิดเห็นที่ 9
ว้าวว คุณแม่ชอบนายอตินแล้วว มาอัพไวๆนะคะอยากรู้ว่า2คนนี้จะได้เจอกันอีกเพราะอะไร :))

เป็นกำลังใจให้ค่า สู้ๆ!! xD
Name : Whatever < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Whatever [ IP : 171.5.69.230 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 / 12:42
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android