คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana)

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 : แปลงโฉม(หล่อ)


     อัพเดท 30 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ชายในฝัน, กำมะลอ, แผนรัก, เล่ห์รัก, ณเดชน์, ญาญ่า, กลรัก, แบรร์รี่, อุรัสสยา, อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/napoonnovels/story/view.php?id=770711#ixzz1sIsPqXR3
ผู้แต่ง : Aislin/อิซลิน/ณปุณ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aislin/อิซลิน/ณปุณ
My.iD: https://my.dek-d.com/Aislin
< Review/Vote > Rating : 90% [ 3 mem(s) ]
This month views : 1 Overall : 6,191
105 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 19 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 4 : บทที่ 4 : แปลงโฉม(หล่อ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 368 , โพส : 2 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


  

บทที่ 4

 


           
เมื่อมัณดาวีย์เอาเรื่องที่เธอบอกทิพย์อาภาไปว่าเธอมีคนรักอยู่แล้วไปปรึกษากับชานนท์และศรารัตน์ที่บริษัทในวันรุ่งขึ้น ทั้งสองคนนิ่งมองหน้ากันอย่างคนที่เข้าใจสถานการณ์ดีโดยที่มัณดาวีย์ไม่ต้องอธิบายรายละเอียดมากนัก หญิงสาวเจ้าของเรื่องหันไปทางชานนท์อย่างขอคำปรึกษา ตอนนี้เธอกำลังมืดแปดด้านจริงๆเพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะจัดการยังไงกับดินเนอร์มื้อค่ำที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้


               
“แกไม่น่าพลั้งปากบอกน้าทิพย์ไปอย่างนั้นเลย” มัณดาวีย์หน้ามุ่ยกับคำพูดของชานนท์แล้วอดที่จะเถียงไม่ได้


               
“ก็มิ้นท์ไม่อยากแต่งงานกับนายนั่นนี่ค่ะพี่นนท์ ถ้ามิ้นท์ไม่พูดไปอย่างนี้ คุณแม่ก็ต้องบังคับมิ้นท์อีกแน่ๆ”


               
“แล้วทีนี้แกจะทำยังไงล่ะ จะให้นิกรบินกลับมาจากอเมริกาก็คงจะไม่ทันมื้อค่ำนี้ สงสัยงานนี้แกโดนเฉ่งเละ แน่ยัยมิ้นท์”


             สีหน้าที่ไม่สู้ดีนักของมัณดาวีย์ทำให้ชานนท์ส่ายหัวระอา ชายหนุ่มรู้ดีว่าทิพย์อาภานั้นเป็นคนที่เกลียดการโกหกหลอกลวงเป็นที่สุด หากรู้ว่าลูกสาวของตัวเองกำลังวางแผนโกหกเพื่อหนีการแต่งงานแล้วล่ะก็...เขาไม่อยากจะนึกต่อเลย


               
“ฉันว่านะ ตอนนี้แกน่าจะหาผู้ชายสักคนมาแกล้งทำตัวเป็นแฟนขัดตาทัพหลอกแม่แกไปก่อน เอาให้ผ่านเย็นนี้ไปได้แล้วเราค่อยมาคิดกันใหม่ว่าจะทำยังไงดี” ศรารัตน์เสนอความคิดบ้าง ซึ่งสิ่งที่หญิงสาวเสนอนั้นมัณดาวีย์ก็เคยคิดเอาไว้อยู่ก่อนแล้วตั้งแต่เมื่อคืน แต่ปัญหามันดันอยู่ที่ว่า


               
“แกก็พูดง่ายไปศรา เรื่องมันเฉพาะหน้าขนาดนี้จะให้ฉันไปหาใครมาแกล้งทำตัวเป็นแฟนได้ล่ะ”


               
“ถ้าอย่างนั้นแกก็ยอมบอกความจริงกับน้าทิพย์ไปเหอะ เรื่องมันจะออกหัวออกก้อยก็แล้วแต่บุญพาวาสนาส่งของแกกับนิกรแล้วกัน” ชานนท์เสนออีกหนึ่งทางเลือกแต่ศรารัตน์คิดว่าวิธีนี้ไม่ดีอย่างแน่นอน


               
“ทำอย่างนั้นไม่ได้นะพี่นนท์ มิ้นท์คบกับพี่กรมาตั้งห้าปี หากว่าคุณแม่จู่ๆก็ไม่พอใจพี่กรขึ้นมาแล้วสั่งให้มิ้นท์เลิกคบกับเค้า อย่างนั้นมิ้นท์ยอมตายดีกว่า”


               
“โอ้ยยัยมิ้นท์ อย่างโน้นก็ไม่ดี อย่างนี้ก็ไม่ได้ ฉันก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วเนี่ย” ศรารัตน์บ่นขึ้นบ้าง ปัญหาของมัณดาวีย์คล้ายกับเป็นปัญหาโลกแตกเสียจริง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ดูเหมือนจะมีแต่ทางตัน


                ระหว่างที่ทั้งสามกำลังครุ่นคิดหาทางออกสำหรับปัญหานี้กันอยู่  เลขาส่วนตัวของมัณดาวีย์ก็โทรเข้ามาแจ้งว่ามีคนต้องการพบเธอ โดยบอกว่าเขาเอารูปมาส่งให้ตามคำสั่งของมัณดาวีย์


                มัณดาวีย์ลืมเรื่องภาพเขียนไปเสียสนิท หญิงสาวสั่งให้เลขารับภาพเขียนเอาไว้ก่อนเพราะเธอกำลังคุยธุระอยู่กับชานนท์และศรารัตน์ แต่หลังจากที่เลขาสาววางหูโทรศัพท์ไปได้ไม่ถึงห้านาที เสียงเอะอะโวยวายนอกห้องก็ดังลอดเข้าไปในห้องทำงานของหญิงสาว มัณดาวีย์ขมวดคิ้ว ตั้งใจจะถามคุณเลขาว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ยังไม่ได้ทันถาม ประตูห้องทำงานของประธานกรรมการบริหารก็ถูกกระแทกให้เปิดออก


                ท่านประธานเจ้าของห้องหันไปมองตฤณที่ยืนจังก้าอยู่ที่หน้าประตู เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร มัณดาวีย์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง


               
“เข้าไปไม่ได้นะคะคุณ ท่านประธานกำลังมีแขก” เลขาสาวพยายามห้ามปรามผู้มาใหม่


               
“นึกว่าใครมาเอะอะโวยวายอยู่หน้าห้อง ที่แท้ก็คุณนี่เอง” สีหน้ามัณดาวีย์ไร้รอยยิ้มขณะเอ่ย “มีอะไรก็ว่ามาคุณทาร์ซาน”


               
“คุณยังไม่ได้จ่ายเงินผม” คำพูดเจ็ดพยางค์นี้ทำให้มัณดาวีย์หน้าเจื่อนลงไปนิดหนึ่ง เธอบอกให้เลขารับภาพเขียนเอาไว้แต่กลับลืมสั่งให้เลขาจ่ายเงินให้ผู้ชายตรงหน้าเสียนี่


                มัณดาวีย์หันไปเปิดกระเป๋าแล้วหยิบเงินค่าภาพเขียนออกมาแล้วส่งให้อีกฝ่ายที่รับไปอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก


               “ขอโทษด้วยที่ลืมให้เงิน แล้วก็ขอบคุณที่เอาของมาส่งให้ถึงที่”


                 ตฤณยักไหล่แต่ไม่พูดอะไรอีก ชายหนุ่มเดินไปที่ประตูเพราะได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องอยู่ต่ออีก


               
“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณ” เสียงเรียกด้านหลังทำให้ตฤณชะงักหันไปมอง ตอนแรกนึกว่ายัยผู้หญิงปากดีที่ชื่อมัณดาวีย์เป็นคนแรก แต่ก็ไม่ใช่ เป็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ในห้องนั้นอีกคนต่างหาก


               
“มีอะไรเหรอศรา แกจะเรียกนายนี่เอาไว้ทำไมอีก” มัณดาวีย์หันมองหน้าศรารัตน์อย่างไม่เข้าใจซึ่งคำตอบของอีกฝ่ายก็ทำให้หญิงสาวต้องชะงักค้างแทบจะสะดุดลมหายใจของตัวเอง


               
“ฉันว่าเราเจอคนที่จะมารับจ้างเล่นละครตบตาแม่แกแล้วล่ะ”


               
“อะไรนะ!!!”


                เสียงอุทานดังก้องของตฤณเมื่อได้ฟังเรื่องราวที่แสนจะพิลึกพิลั่นนั้นจบ คนพวกนี้จะจ้างให้เขาเป็นแฟนหนุ่มกำมะลอของยัยผู้หญิงไฮโซปากดีที่ชื่อมัณดาวีย์ แถมเย็นนี้ยังต้องไปร่วมดินนงดินเนอร์กับแม่ของยัยนั่นอีก นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย ใครก็ได้ช่วยบอกเขาที


               
“นายฟังไม่ผิดหรอกนายอติน เรื่องนี้มันค่อนข้างฉุกละหุกมากฉันเองก็เข้าใจ แต่พวกเราก็หาคนอื่นไม่ทันแล้วจริงๆ นายได้โปรดช่วยเพื่อนฉันหน่อยเถอะนะ” ศรารัตน์พยายามพูดกึ่งอ้อนวอนให้ชายหนุ่มตรงหน้ายอมตกลง ในขณะที่สายตาก็เหลือบไปทางชานนท์กับมัณดาวีย์เป็นเชิงให้ช่วยกันพูดอีกแรง ชานนท์ถอนหายใจไม่รู้ว่าศรารัตน์กำลังคิดแผลงๆอะไรกันแน่ที่คิดจะจ้างไอ้หนุ่มผมยาวเคราดกคนนี้  แต่ในเมื่อเรื่องมันก็มาถึงขนาดนี้แล้ว เป็นไงเป็นกัน


               
“ช่วยพวกเราหน่อยเถอะนะ แค่ละครตบตาฉากเดียวเอง แค่ไปดินเนอร์เย็นนี้แล้วก็จบ อีกอย่างรับรองว่านายไม่ได้เหนื่อยฟรีแน่”


                 ศรารัตน์รีบพยักหน้าสนับสนุนคำพูดของชานนท์ก่อนจะหันไปขอคำยืนยันจากมัณดาวีย์อีกแรงหนึ่ง แต่หญิงสาวตัวต้นเรื่องกลับมีสีหน้ากระอักกระอ่วนแสดงถึงความไม่ยินยอมพร้อมใจด้วย


               
“จะบ้าเหรอศรา พี่นนท์ มิ้นท์ไม่เอาด้วยหรอก อยู่ดีๆจะให้ไปเป็นแฟนกับไอ้ครึ่งคนครึ่งสัตว์ป่าแบบนี้ได้ยังไง แม้ว่าจะแค่หลอกๆก็เถอะ”


               
“นี่คุณ พูดให้มันดีๆหน่อยนะ ผมเองก็ไม่ได้นึกพิศวาสอยากจะจับคู่ชูชื่นอะไรนี่นักหนา ที่สำคัญคือผมไม่มีเวลาว่างจะมาเล่นเกมหลอกแม่อะไรนี่ด้วยหรอก” ตฤณฮึดฮัดจะรีบเดินหนีออกจากห้อง แต่ศรารัตน์ที่ไวกว่าก็รีบไปขวางประตูเอาไว้ก่อน หญิงสาวบอกให้ตฤณใจเย็นๆแล้วเธอก็รีบวิ่งมาพูดกับมัณดาวีย์


               
“เอาเหอะหน่ายัยมิ้นท์ เชื่อฉันเหอะ หลับหูหลับตาทนๆไปเดี๋ยวก็จบแล้ว” มัณดาวีย์ส่ายหน้าไม่ยอมท่าเดียว เธอไม่ชอบขี้หน้าและนิสัยชอบกวนโมโหของตฤณเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไอ้เรื่องที่จะให้แกล้งมาเป็นแฟนกันนั้นน่ะ เลิกคิดไปได้เลย


               
“แกลองคิดดีๆสิยัยมิ้นท์ ตอนนี้เราหาใครไม่ทันแล้วนะ อย่าดื้อให้มากนักเลย” ชานนท์ช่วยพูด “อีกอย่าง ถ้าแกไม่ทำตามแผนนี้ที่ยัยศราคิด แล้วแกจะไปหาใครที่ไหนมารับหน้าแม่แกได้ มันก็เท่ากับว่าแกกำลังยอมรับว่าตัวเองโกหกน้าทิพย์แล้วก็เปิดทางให้น้าทิพย์จับแกคลุมถุงชนแต่งงานนะ”


                มัณดาวีย์เริ่มคิดตามแต่ก็ไม่วายเถียง ความจริงเธอก็เห็นดีกับแผนของศรารัตน์ แต่ว่าทำไมต้องเป็นชายหนุ่มที่เธอไม่เคยนึกชอบหน้าคนนั้นด้วย


               
“แล้วสารรูปทาร์ซานที่เพิ่งออกจากป่าอย่างนายนั่นเนี่ยนะ แม่ฉันเห็นคงได้เป็นลมตายพอดี” คำว่าทาร์ซานที่ออกจากปากของมัณดาวีย์ก็ดังพอที่จะทำให้ตฤณหันขวับมาจ้องเธออีกรอบ


                ฝ่ายศรารัตน์กับชานนท์ก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ ศรารัตน์รีบดึงมัณดาวีย์ไปอีกทางหนึ่งแล้วกระซิบเสียงเบา


               
“นี่ยัยมิ้นท์ แกก็พูดเกินไป ฉันว่าถ้าหากจับพ่อเคราดกคนนี้ไปแปลงโฉมใหม่แล้วล่ะก็ รับรองว่าผู้หญิงต้องตะลึงจนเหลียวหลังแน่ๆ แกลองดูผิวพรรณนายอตินอะไรนี่ดีๆสิ ผิวพรรณดูดีมีน้ำมีนวลอย่างกับลูกคนรวยแน่ะ”


                   มัณดาวีย์หันไปตั้งใจพิจารณาตามที่ศรารัตน์บอก บังเอิญไปสบตาเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลของอีกฝ่ายอย่างพอดิบพอดี ดวงตาคู่นั้นเหมือนจะออกแนวยั่วโมโหเธออยู่ไม่น้อย ตฤณบิดริมฝีปากแบบเบื่อหน่ายเต็มทน


               
“ตกลงว่าเชิญคุณสามคนปรึกษาแก้ปัญหาเรื่องนี้ไปแล้วกัน ผมขอลาตรงนี้เลย” สุดท้ายตฤณหันไปบอกมัณดาวีย์ “รักษาภาพเขียนของผมให้ดีๆล่ะ แล้วหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน”


               
“นายจะยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เพราะฉันตัดสินใจแล้วว่าจะจ้างนายมาเป็นแฟนกำมะลอชั่วคราวของฉัน” มัณดาวีย์พูดโพล่งขึ้น หญิงสาวเดินไปประจันหน้ากับตฤณ “ฉันจะจ่ายให้นายอีกห้าพันถ้าหากนายตกลงรับงานนี้”


               
“อย่าคิดเอาเงินคุณมาฟาดหัวผมแบบนี้นะ ถึงผมจะเป็นศิลปินจนๆ แต่ผมก็ไม่ได้เห็นเป็นคนเห็นแก่เงินอย่างที่คุณคิด” ตฤณตาลุกวาวด้วยความโกรธ เขาไม่ชอบให้ใครเอาเงินมาซื้อศักดิ์ของเขา ยิ่งผู้หญิงตรงหน้าด้วยแล้ว เขายิ่งรู้สึกไม่ชอบใจใหญ่


               
“ถ้านายไม่ใช่คนเห็นแก่เงิน นายก็คงไม่โก่งค่าภาพเขียนของนายจนแพงลิบลิ่วหรอก คิดให้ดีนะ งานง่ายๆแค่ครั้งเดียวแลกกับเงินครึ่งหมื่น มันก็คงจะดีกว่าการที่นายต้องหลังขดหลังแข็ง เสียเวลาไปหาแรงบันดาลใจในการวาดรูปก็แล้วกัน”


               
“ผม-ไม่-ทำ” ตฤณพูดย้ำทีละคำตอกหน้ามัณดาวีย์ เขาทนอยู่เห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แล้ว เพราะไม่งั้นคง มีอันได้ขึ้นโรงขึ้นศาลแน่นอน ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้หญิงปากดี


               
“ห้าหมื่น” ตฤณชะงักมือที่กำลังจับลูกบิดทันที “ฉันจะจ่ายให้นายห้าหมื่นเท่ากับที่นายเคยเรียกร้องเงินค่ารูปเมื่อวานนี้” มัณดาวีย์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ตฤณแล้วพูดพร้อมรอยยิ้มที่ริมฝีปาก “หวังว่าคงจะพอกับค่าเสียเวลาของนายนะ”


                ราคาค่าจ้างที่แพงลิบลิ่วทำให้ตฤณหัวใจสั่น เงินห้าหมื่นไม่น้อยเลยสำหรับเขา เงินนี้เขาสามารถเอาไปจ่ายค่าเช่าบ้านได้ตั้งหลายเดือน สามารถช่วยเอาไปต่อยอดความฝันของเขาให้ไกลขึ้นกว่าเดิม แต่เงินนี้กลับต้องแลกมากับศักดิ์ของเขาเอง...ผู้ชายเห็นแก่เงิน


               
“ช่วยเราเถอะนะครับคุณอติน แค่คุณรับปากว่าจะยอมเป็นแฟนกำมะลอของยัยมิ้นท์ เรื่องอื่นไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพวกเราจะช่วยคุณเอง” ชานนท์หมายความอย่างที่พูดจริงๆ เพียงแค่ตฤณยอมตกลงและพาตัวเองไปกินข้าวกับทิพย์อาภาในเย็นนี้ เรื่องอื่นๆที่จะช่วยปกปิดทิพย์อาภา เขากับศรารัตน์จะช่วยวางแผนต่อให้เอง


               
“ตกลง ผมรับงานนี้” ตฤณพูดออกมาเบาๆ ซึ่งก็ทำให้ศรารัตน์กับชานนท์ดีใจมากที่ในที่สุดก็สามารถเกลี้ยกล่อมมัณดาวีย์และตฤณให้ยอมร่วมมือในแผนการนี้ได้สำเร็จ


               
“ขอบคุณมากนะคะคุณอติน” ศรารัตน์ยิ้มกว้างแต่ตฤณไม่ยิ้มด้วย ชายหนุ่มเหลือบตามองมัณดาวีย์ที่สะบัดหน้าพรืดไปออกทางก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอันดังอย่างจงใจให้หญิงสาวได้ยิน


               
“ไม่ต้องขอบคุณผู้ชายหน้าเงินอย่างผมหรอกครับ ผมยอมตกลงไอ้แผนบ้าๆบอๆนี่ก็เพื่อแค่อยากจะได้เศษเงินจากคนรวยอย่างพวกคุณไปต่ออายุความฝันของตัวเองก็เท่านั้นแหล่ะ” คำกระทบกระทั่งนั้นทำให้มัณดาวีย์อดที่จะเบือนหน้ากลับมามองคนพูดเสียไม่ได้

 

 



                ก่อนจะที่พาตฤณไปพบและทานข้าวเย็นกับคุณทิพย์อาภาผู้เป็นมารดา อันดับแรกมัณดาวีย์เลือกที่จะพาตฤณไปปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดีเสียก่อน ด้วยสภาพปัจจุบันที่ออกแนวศิลปินสุดเซอร์เกินจะรับได้ของชายหนุ่มทำให้มัณดาวีย์แน่ใจว่าถ้าหากทิพย์อาภาได้เห็นตฤณในลักษณะแบบนี้ อย่าว่าแต่กินข้าวร่วมโต๊ะเลย แค่เข้าใกล้ทิพย์อาภาก็คงจะไม่ยอมเป็นแน่


                แรกสุด มัณดาวีย์ขับรถพาตฤณไปเข้าร้านทำผม เมื่อตฤณเห็นว่าสถานที่ที่หญิงสาวพาเขามาคือที่ไหน ชายหนุ่มก็นึกรู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผมยาวดกดำที่ตัวเองเพียรเลี้ยงอย่างทะนุถนอมมาหลายปี ตฤณรีบจับผมของตัวเองก่อนจะหันไปส่ายหน้าประท้วงไม่ยอมทำตามความคิดของหญิงสาว


               
“ไม่ได้นะคุณ อยู่ดีๆจะมาตัดผมของผมได้ยังไง รู้หรือเปล่าว่าผมเลี้ยงมันตั้งหลายปีกว่าจะปล่อยให้ยาวสยายแบบนี้ได้น่ะ”


                 มัณดาวีย์ส่ายหน้าไม่อยากฟัง หญิงสาวใช้สองแขนออกแรงดันให้ตฤณเข้าไปในร้านตัดผมจนได้โดยแกล้งทำเป็นหูทวนลมกับอาการดื้อดึงฮึดฮัดของอีกฝ่าย


               
“ช่วยออกแบบทรงผมให้ด้วยนะคะ เอาให้หล่อสุดๆไปเลยค่ะพี่สมชาย” มัณดาวีย์บอกกับพี่สมชายเจ้าของร้านทำผมที่เธอเป็นลูกค้าประจำอยู่ “ไอ้ผมยาวรกรุงรังนี่ก็ตัดออกให้หมดเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ” หญิงสาวหันไปแสร้งยิ้มหวานให้ตฤณจนชายหนุ่มขนลุก


               
“เฮ้ย จะบ้าหรือไง ผมไม่ตัดเด็ดขาด ไม่เอา” ตฤณสะบัดผ้าคลุมตัดผมออกจนพี่สมชายต้องเรียกลูกน้องผู้ชายสองสามคนเข้ามาช่วยจับตัวของตฤณไว้ให้แน่น จะได้สะดวกในการตัดเล็มผมมากยิ่งขึ้น


               
“จะให้พี่ช่วยโกนหนวดโกนเคราด้วยไหมคะคุณน้อง จะได้รับกับใบหน้าหล่อๆพร้อมกับทรงผมเท่ห์ๆหลังจากที่ตัดผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว”


                  มัณดาวีย์รีบพยักหน้าทันที ไหนๆจะแปลงโฉมทั้งทีก็ต้องแปลงให้โลกตะลึงไปเลย ในขณะที่ตฤณซึ่งได้ฟังคำพูดของพี่สมชายก็แทบจะตัวไหลจากเก้าอี้ตัดผมลงมากองที่พื้น


                        โอ้ว...หมดกัน หนวดลูกพ่อ


               
“แค่ตัดผมก็แย่พออยู่แล้ว นี่จะโกนหนวดอีก มันไม่มากเกินไปหน่อยเหรอคุณ” น้ำเสียงฉุนขาดนั้นไม่ได้ทำให้มัณดาวีย์สะทกสะท้านแต่อย่างใด หญิงสาวทำสีหน้ารำคาญก่อนจะแสดงบทบาทสาวไฮโซที่ชอบใช้เงินฟาดหัวคนอื่นอีกครั้ง


               
“ฉันให้เพิ่มอีกห้าพันถ้าหากว่านายยอมให้ช่างโกนหนวดด้วย” เท่านั้นก็ทำให้ตฤณยอมสงบปากสงบคำได้สำเร็จ ท่องไว้ไอ้ตฤณ ห้าหมื่นห้าพันจ่ายค่าเช่าบ้านได้เป็นปี...ห้าหมื่นห้าพัน...ห้าหมื่นห้าพัน...


                เมื่อเห็นสีหน้าที่กำลังทำท่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของตฤณ มัณดาวีย์ก็เดินเข้าไปใกล้จนอยู่ในระยะประชิดตัวอีกฝ่าย
“ไม่ต้องห่วงหรอกหน่า พี่สมชายน่ะตัดผมเก่งมากเลยนะ รับรองว่าคราวนี้นายได้เกิดแน่นอนนายอติน” มัณดาวีย์กระซิบข้างหูตฤณพร้อมกับหัวเราะร่วน หญิงสาวเดินไปนั่งรอที่โซฟาอีกด้านก่อนจะหยิบนิตยสารขึ้นมาอ่านเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอกระบวนการแปลงโฉมทาร์ซานเจ้าป่าผู้จะมารับหน้าที่เป็นแฟนกำมะลอของเธอในวันนี้ ในใจก็พาลนึกไปถึงคำพูดของเพื่อนสนิท


           
“...ฉันว่าถ้าหากจับพ่อเคราดกคนนี้ไปแปลงโฉมใหม่แล้วล่ะก็ รับรองว่าผู้หญิงต้องตะลึงจนเหลียวหลังแน่ๆ...”


                  เดี๋ยวก็รู้ว่าจะเป็นจริงอย่างที่ศรารัตน์บอกหรือเปล่า มัณดาวีย์คิดอย่างรื่นรมย์

 

 

 

               ผ่านไปราวสองถึงสามชั่วโมง กระบวนการแปลงโฉมนายอตินศิลปินสุดเซอร์ก็เสร็จเรียบร้อย พี่สมชายมาเรียกเธอให้ไปดูผลงานด้วยน้ำเสียงที่ออกจะภาคภูมิใจเสียเหลือเกิน


                มัณดาวีย์เดินสาวเท้าเข้าไปใกล้เก้าอี้ตัดผมตัวเดิมที่ตฤณนั่งอยู่ ในขณะเดียวกันชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนทันทีหลังจากที่พนักงานบอกว่าทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตฤณเอียงคอไล่ความเมื่อยขบเล็กน้อยก่อนจะหันไปด้านหลัง และปะทะสายตากับมัณดาวีย์ที่กำลังมองมาที่เขาอย่างพอดิบพอดี


                ชายหนุ่มตรงหน้าเปลี่ยนไปอย่างไม่เหลือเค้าเดิม ผมที่เคยยาวรุงรังบัดนี้ถูกตัดจนสั้นให้อยู่ในทรงสากลตามสมัยนิยมทั่วไป สีผมที่เคยดำสนิทตอนนี้กลับถูกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มรับกับใบหน้าคมสันและจมูกโด่งเชิดรั้นอย่าง เหมาะเจาะลงตัว มัณดาวีย์เบนสายตาไปที่ปลายคางโล่งราบเรียบของตฤณที่บัดนี้ไร้หนวดเคราให้กวนใจและกวนสายตาอีกแล้ว เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังมองปลายคางของตนอยู่ ตฤณก็รีบลูบคางแก้เก้อทันที ซึ่งการกระทำนั้นก็ทำให้มัณดาวีย์หลุดออกจากภวังค์ในที่สุด


               
“หน้าผมคงตลกมากล่ะสิ” ตฤณเอ่ยเบาๆอย่างไม่ค่อยมั่นใจในลุคใหม่ของตัวเองเท่าไหร่นัก มัณดาวีย์ระบายยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบแก้ให้ในใจ ไม่หรอก หล่อขึ้นเยอะเลยต่างหาก


               
“เป็นยังไงบ้างคะคุณน้องมิ้นท์ ถูกใจหรือเปล่า” พี่สมชายถามขึ้นอย่างเอาใจลูกค้าคนสำคัญซึ่งมัณดาวีย์ก็ตอบไปว่าเธอพอใจมากทีเดียวและคิดไม่ผิดเลยทีเลือกใช้บริการร้านพี่สมชาย คำชมนั้นทำเอาเจ้าของร้านปลื้มจนยิ้มไม่หุบไปเป็นชั่วโมง


                หลังจากจัดการจ่ายเงินค่าตัดผมของตฤณเรียบร้อยแล้ว เหลือเวลาอีกแค่สองชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาที่เธอนัดกับผู้เป็นมารดาเอาไว้ มัณดาวีย์จึงรีบเดินนำตฤณไปยังแผนกที่ขายเครื่องแต่งกายบุรุษทันที


               
“นี่จะไปไหนของคุณอีกเนี่ย” ตฤณรีบวิ่งมาดักหน้าเอาไว้ก่อน เมื่อกี้ก็บังคับให้เขาเข้าร้านตัดผมโกนหนวดโกนเครา นี่ยัยบ้านี่กำลังจะพาเขาไปไหนอีกล่ะทีนี้


               
“ฉันจะพาคุณไปเลือกซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่”


               
“ทำไมต้องเปลี่ยนด้วย ผมว่านี่ก็ดีอยู่แล้วนี่นา” มัณดาวีย์ปรายตามองชุดเสื้อยืดคอย้วยสีเทากับกางเกงยีนส์ขาดๆของตฤณโดยไม่เกรงอีกฝ่ายจะหาว่าเสียมารยาท ก่อนจะหันไปบอกตฤณที่กำลังเดินตามมาติดๆ


               
“แต่งตัวแบบนี้เนี่ยนะเรียกว่าดี ฉันกำลังจะพาคุณไปดินเนอร์ที่ภัตราคารอาหารหรูหรามีระดับนะ ไม่ได้พาไปกินพวกก๋วยเตี๋ยวข้างถนนที่จะแต่งตัวแบบนี้ได้ อีกอย่างวันนี้คุณก็มารับจ้างเป็นแฟนกำมะลอของฉัน จะแต่งตัวอะไรก็ต้องเหมาะสมคู่ควรกับฐานะและถือเป็นการให้เกียรติฉันที่เป็นคู่ควงของคุณด้วย”


                                ตฤณเบ้หน้าแต่ยังไม่วายตีฝีปากต่อ


               
“งั้นเราก็เปลี่ยนจากดินเนอร์ที่ภัตราคารไปเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางเสียสิ อีกอย่างแม่คุณจะได้ลองเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ๆไง จะได้ทำตัวให้คุ้นชินหากว่าคุณได้แฟนจนๆขึ้นมา”


                           มัณดาวีย์ขำไม่ออกกับมุขตลกหรือคำที่ตั้งใจประชดเสียดสีของชายหนุ่มที่มาด้วยกัน หญิงสาวหันไปพูดเสียงเย็นชา


               
“เห็นทีคงไม่ต้องให้แม่ฉันลองไปคุ้นกับร้านอาหารข้างถนนหรอก เพราะถึงยังไงคนอย่างฉันก็ไม่มีวันจะยอมลดตัวไปมองผู้ชายเดินดินถึงขนาดเอามาควงเป็นแฟนเด็ดขาด” มัณดาวีย์เดินจ้ำอ้าวนำเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแบรนด์ เนมหรูราคาแพงทันที ทิ้งให้ตฤณยืนส่ายหน้ายิ้มขำกับตัวเองคนเดียว


               
“แล้วผู้ชายที่คุณเดินควงพาไปไหนต่อไหนคนนี้ ไม่ใช่ผู้ชายเดินดินเหมือนกับคนอื่นๆหรือไง”




Aislin :
กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้วค่ะ วันนี้มาอัพเพิ่มให้แล้วเน้อ หวังว่าคงมีความสุขกับการอ่านนิยายเรื่องนี้นะคะ ตอนนี้นางเอกของเราก็พาพระเอกไปแปลงโฉมเรียบร้อยแล้ว ออกมาหล่อเฟี้ยวเลยแหล่ะค่ะท่านผู้ชม โฮ๊ะๆๆๆ ส่วนพระเอกมาดเซอร์ที่ตอนนี้มาดเนี้ยบแล้วอย่างนายอตินจะทำให้แม่ของนางเอกประทับใจได้แค่ไหน ยังไงก็ตามลุ้นกันต่อตอนหน้านะคะ

ขอบคุณอีกครั้งที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ค่ะ เจอกันตอนหน้าค้าบบบ


ปล. อ่านจบแล้วเม้นท์ด้วยนะเออ คนแต่งจะได้มีกำลังใจในการแต่งต่อจ้า ^ ^



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 4 : บทที่ 4 : แปลงโฉม(หล่อ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 368 , โพส : 2 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 56
สองคนนี้เค้าจะรักกันยังไงละเนี่ย
Name : clockcodie < My.iD > [ IP : 27.130.51.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2555 / 01:16
# 1 : ความคิดเห็นที่ 7
ในที่สุด!! พระเอกก็เป็นผู้เป็นคนซะที 5555 นางเอกช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยว่าเดินกับมหาเศรษฐีอยู่แท้ๆ 5555
Name : Captain America [ IP : 49.48.137.132 ]

วันที่: 3 พฤษภาคม 2555 / 08:26

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android