คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana)

ตอนที่ 1 : บทที่1: คลุมถุงชน


     อัพเดท 17 เม.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ชายในฝัน, กำมะลอ, แผนรัก, เล่ห์รัก, ณเดชน์, ญาญ่า, กลรัก, แบรร์รี่, อุรัสสยา, อ่านต่อ : http://writer.dek-d.com/napoonnovels/story/view.php?id=770711#ixzz1sIsPqXR3
ผู้แต่ง : Aislin/อิซลิน/ณปุณ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aislin/อิซลิน/ณปุณ
My.iD: https://my.dek-d.com/Aislin
< Review/Vote > Rating : 90% [ 3 mem(s) ]
This month views : 1 Overall : 6,191
105 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 19 คน ]

[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 1 : บทที่1: คลุมถุงชน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 751 , โพส : 3 , Rating : 100% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 บทที่ 1

 

            “อะไรนะ แม่แกจะจับแกแต่งงาน เสียงเล็กอุทานด้วยโทนเสียงแหลมสูงซึ่งก็ทำให้คนที่เพิ่งพูดจบไปเมื่อสักครู่ยิ่งหน้าม่อยลงไปกว่าเดิมอีก มัณดาวีย์ส่งสายตาแทนคำตอบให้ศรารัตน์ราวกับจะย้ำว่าเรื่องแบบนี้เธอจะมาพูดจาหลอกเล่นให้ได้ประโยชน์ทำไมกัน “แล้วจะแต่งกับใคร คนเดิมถามต่อ


               
“ลูกชายเพื่อนพ่อ ชื่อตฤณ...ตฤณ เหมราชโยธิน” มัณดาวีย์นึกถึงเหตุผลการที่เธอต้องถูกคลุมถุงชนแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าด้วยความละเหี่ยใจ เหตุผลทางธุรกิจ “พ่อของเขาเป็นนายธนาคารใหญ่” พอบอกชื่อธนาคารออกไปก็ทำให้ศรารัตน์ถึงกับตาวาวแล้วคิดว่าผู้ชายที่เพื่อนรักของเธอจะต้องแต่งงานด้วยคนนี้จะต้องไม่ธรรมดาเลยทีเดียว คงจะเพียบพร้อมทั้งรูปทรัพย์และทุนทรัพย์อย่างแน่นอน แค่ฟังจากนามสกุลก็พอจะเดาออกว่าจะต้องเป็นตระกูลผู้ดีเก่าแน่ๆ


               
“ว่าแต่คุณตฤณ เหมราชโยธินอะไรนี่หล่อเหรอเปล่า ศรารัตน์ถามเพราะอยากจะยืนยันในความคิดของตัวเอง


               
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ หน้าเค้าฉันยังไม่เคยเห็นเลยซักครั้ง แต่ถึงหล่อไม่หล่อยังไงฉันก็ไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะฉันไม่ได้อยากจะแต่งงานกับเค้าเสียหน่อย” ท้ายประโยคมัณดาวีย์เน้นเสียงเป็นพิเศษ เมื่อคุณทิพย์อาภาผู้เป็นมารดาพูดถึงตฤณ เหมราชโยธิน เธอเองก็เคยคิดอยากรู้เช่นกันว่าเขาจะหน้าตาเป็นอย่างไร คนในสังคมสูงระดับนี้น่าจะมีปรากฏตัวตามสื่อให้เห็นบ้าง แต่เธอลองค้นหาในอินเทอร์เนตดูแล้วก็ไม่พบชื่อนี้ พอถามมารดาก็ได้คำตอบว่าอีกฝ่ายไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็กและกำลังจะกลับมาในอีกไม่นานนี้แล้ว


                
“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ฉันว่าคุณน้าทิพย์ก็พิลึกชอบกล ถึงกับจะจัดการให้แกคลุมถุงชนแต่งงานกับผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน อีกอย่างแกก็ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกับเค้า แล้วจะแน่ใจได้ยังไงว่าเค้าเป็นคนดี” คำพูดโพล่งของชานนท์ที่เคยนั่งเงียบอยู่นานตรงกับความคิดในใจมัณดาวีย์เป็นที่สุด



               
“แม่บอกว่ารู้จักมักคุ้นกับครอบครัวนี้ดีเพราะไปมาหาสู่กันนานแล้วตั้งแต่สมัยที่พ่อมิ้นท์ยังมีชีวิตอยู่ อีกอย่างพ่อมิ้นท์กับคุณลุงตรองยังเคยตกลงกันว่าถ้าหากมีลูกสาวลูกชายก็จะให้มาแต่งงานกัน แต่มิ้นท์ว่าที่สำคัญก็คือ แม่ถูกใจในฐานะและความเป็นผู้ดีเก่าของเขามากกว่า” เมื่อได้ฟังเรื่องที่มัณดาวีย์บอก ศรารัตน์ก็หัวเราะร่วน ในขณะที่ชานนท์อมยิ้มแล้วส่ายหน้า

  
               
“ตกลงให้ลูกมาแต่งงานกัน อย่างกับในละครน้ำเน่าเด๊ะเลย” สีหน้าของมัณดาวีย์ไม่ขำไปกับคำพูดนั้นด้วย หญิงสาวยืนกอดอกแล้วหันหลังให้กับโต๊ะทำงาน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกำลังจ้องมองกลุ่มเมฆก้อนใหญ่บนท้องฟ้าผ่าน ทางกระจกใสของตึกแล้วอดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาเหยียดยาว


               
“ก็ขออย่าให้เรื่องนี้จบแบบในละครน้ำเน่าแล้วกัน ฉันไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น”


               “ถ้าอย่างนั้นแกจะทำยังไงกับเรื่องของพี่กร จะบอกแม่แกเลยหรือเปล่า? แม่แกจะได้ยกเลิกความคิดจะจับแกแต่งงานไงยัยมิ้นท์” คำถามของศรารัตน์ทำให้มัณดาวีย์รู้สึกปวดหัวขึ้นอีกทวีคูณ เหตุผลจริงๆที่เธอไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่มารดาเลือกให้ เป็นเพราะเธอเองมีคนรักอยู่ก่อนแล้วคือนิกร นักศึกษาปริญญาเอกที่เธอไปพบรักกับเขาสมัยที่เธอยังเรียนอยู่ต่างประเทศ เมื่อเรียนจบปริญญาโท มัณดาวีย์ก็กลับมาทำงานรับช่วงต่อกิจการของครอบครัวที่เมืองไทย ในขณะที่นิกรเลือกที่จะอยู่สหรัฐอเมริกาต่อไปเพื่อศึกษาต่อจนจบระดับปริญญาเอก


            “แกคิดว่าฉันจะกล้าบอกแม่เรื่องพี่กรตอนนี้น่ะเหรอ แกก็รู้ว่าแม่ฉันไม่ชอบครอบครัวพี่กรเอามากๆ ขืนบอกไปว่าฉันกำลังคบกับพี่กร มีหวังแม่คงได้ยิ่งเร่งให้แต่งงานเร็วขึ้นเท่านั้น” มัณดาวีย์ไม่เคยบอกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนิกรให้ใครรู้แม้แต่ทิพย์อาภา มีเพียงสองคนที่รู้เรื่องนี้ก็คือศรารัตน์ ที่เป็นเพื่อนสนิทและชานนท์ ญาติผู้พี่ที่เธอรักเหมือนพี่ชายแท้ๆเท่านั้น


             “อันที่จริงครอบครัวของนิกรก็รวยเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ แกแต่งกับเค้าชาตินี้ก็ไม่มีทางลำบากหรอก หรือคุณน้าทิพย์คิดว่านามสกุลรากเหง้าของเค้าจะสู้พวกเหมราชโยธินไม่ได้”


                มัณดาวีย์พยักหน้าให้กับการสันนิษฐานของชานนท์ แม่ของเธอไม่ชอบพวกเศรษฐีใหม่ที่ชอบอวดร่ำอวดรวยแบบพ่อแม่ของนิกร มัณดาวีย์เคยได้ฟังทิพย์อาภาบ่น อยู่เนืองๆ


             “แม่ล่ะเบื่อไอ้พวกเศรษฐีใหม่จริงๆ ดูสิแต่งตัวก็สีสันฉูดฉาด ใส่เพชรพลอยทองหยองเสียรกรุงรังอย่างกับไปเหมามาจากแถวพาหุรัด เยาวราชแน่ะ เดินก็ดูอุ้ยอ้ายไม่มีสง่าราศีจับแม้แต่นิดเดียว ถ้าไม่รู้ว่าบ้านรวยนะ แม่ยังนึกเลยว่าคงจะหลุดออกมาจากโรงลิเก”


            แม่เคยเหน็บคุณเดือนจรัสผู้เป็นแม่ของนิกรให้ฟังตอนครั้งหนึ่งที่เธอไปออกงานสังคมเป็นเพื่อนมารดา แถมความไม่ชอบใจนั้นยังเผื่อแผ่มาถึงผู้เป็นบุตรชายด้วย


           “แล้วดูพ่อคนนั้นสิ เห็นว่าเป็นลูกชายคนโต ใครๆเขาก็ลือกันว่าโตจนป่านนี้ยังหยิบโหย่ง รักสนุกไปทั่ว การเรียนหรือว่าการงานก็ไม่ได้เรื่องสักอย่าง ใครได้ผู้ชายแบบนี้ไปเป็นคู่ครองล่ะซวยแย่เลย จะไปเป็นหลักยึดให้กับครอบครัวได้อย่างไรกัน เห็นเค้าว่าชื่อนิกรหรืออะไรเนี่ยแหล่ะ”


               มัณดาวีย์จึงได้แต่หวังว่าเมื่อนิกรเรียนจบด็อกเตอร์จากเมืองนอกแล้วกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง ความคิดของผู้เป็นมารดาที่มีต่อชายหนุ่มที่เธอรักจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น  และเมื่อบอกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนิกรให้ทิพย์อาภาทราบ อีกฝ่ายก็คงจะไม่คิดกีดกันในความรักของเธอกับชายหนุ่มในที่สุด


             “ฉันว่าถ้าแกไม่อยากแต่งงานกับคุณตฤณอะไรนั่นจริงๆ แกก็ต้องเลือกที่จะบอกความจริงกับแม่แกได้แล้วล่ะ อย่างน้อยถ้ารู้ว่าแกมีคนที่ชอบอยู่ก่อนแล้ว แม่แกก็อาจจะเลิกบังคับแกแต่งงานก็ได้”


              “ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นถ้าหากว่าคนที่ยัยมิ้นท์ชอบไม่ใช่นิกร ลูกชายของคนที่คุณหน้าทิพย์เกลียดขี้หน้าอย่างกับอะไรดี” ชานนท์พูดแทรกขึ้นมาขัดจังหวะศรารัตน์ “พี่ว่าแกรอดูท่าทีของน้าทิพย์ก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปก่อนเลย เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ แม่แกคงจะไม่ด่วนตัดสินใจแบบฉุกละหุกหรอก”


               ศรารัตน์หันไปยักไหล่ให้กับมัณดาวีย์ที่ยืนหน้าเครียดอยู่ คำพูดกึ่งปลอบของชานนท์ไม่ได้ทำให้หญิงสาว

คลายความกังวลลงเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่ลึกลงไปในใจ มัณดาวีย์กลับรู้สึกได้ว่าคราวนี้มารดาของเธอพูดจริงและทำจริงอย่างแน่นอน

 

 


               เสียงเคาะประตูห้องทำให้มัณดาวีย์หลุดจากภวังค์ หญิงสาวตะโกนถามออกไปว่าใคร เมื่อได้คำตอบว่าคนที่มาเคาะประตูห้องนอนเธอในยามดึกเช่นนี้ก็คือคุณทิพย์อาภาผู้เป็นมารดา มัณดาวีย์จึงรีบยัดอัลบั้มรูปถ่ายของเธอกับนิกรลงไปในลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วล็อคกุญแจทันที จากนั้นจึงเดินไปเปิดประตูให้ทิพย์อาภาเข้ามา


                   “นี่ก็ดึกแล้ว ยังไม่นอนอีกเหรอคะแม่ มัณดาวีย์เดินตามหลังทิพย์อาภาเข้ามานั่งลงที่เตียงนอนหลังกว้าง


               “แม่อยากจะมาพูดกับลูกเรื่องการแต่งงาน” หัวข้อสนทนาที่ทิพย์อาภาหยิบยกขึ้นเปิดประเด็นทำให้มัณดาวีย์นึกอยากจะบ้าตาย “ทางนั้นอยากจะให้ลูกกับตฤณได้เจอเพื่อทำความรู้จักกันก่อน คุณตรองก็เลยอยากชวนเราไปทานข้าวเย็นร่วมกับครอบครัวของเค้า” มันก็คือการดูตัวดีๆนี่เอง มัณดาวีย์คิดในใจ “แม่ก็เลยจะมาถามลูกว่าว่างวันไหน แม่จะได้นัดกับทางบ้านโน้นถูก”


                  “ช่วงนี้มิ้นท์ไม่ค่อยว่างเลยค่ะแม่ พอดีว่าที่บริษัทกำลังจะมีโปรเจคส์งานใหญ่พอดี มิ้นท์ไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาดก็เลยอยากจะคุมงานด้วยตัวเอง คงจะต้องเลิกงานดึกน่ะค่ะ” มัณดาวีย์ปดพร้อมกับเสหลบสายตาที่มองมาของทิพย์อาภา แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายก็รู้ดีว่าผู้เป็นลูกสาวกำลังคิดอะไรอยู่


                    “อย่ายกเรื่องงานมาอ้างแม่เลยมิ้นท์ แม่รู้นะว่าลูกบ่ายเบี่ยงไม่อยากจะไปเจอตฤณ แต่สักวันลูกก็ต้องแต่งงานกับตฤณอยู่ดี ดังนั้นอย่าพยายามเลี่ยง”


                “แล้วแม่เคยถามมิ้นท์บ้างไหมว่ามิ้นท์อยากจะแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า มัณดาวีย์หยุดแล้วหันไปทางทิพย์อาภาก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ว่าชัดเจน “มิ้นท์ไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่มิ้นท์ไม่ได้รัก”


                 “ถ้าอย่างนั้นมิ้นท์มีคนที่มิ้นท์ชอบพออยู่ในใจแล้วเหรอ มัณดาวีย์เกือบจะตอบออกไปแล้วว่าใช่ แต่สติก็หยุดยั้งไม่ให้ปากเจ้ากรรมหลุดชื่อของนิกรออกไปให้มารดาได้ยิน เมื่อเห็นว่าลูกสาวนิ่งเงียบไป ทิพย์อาภาจึงพูดต่อทำลายความเงียบที่กำลังเข้าปกคลุมในห้องนอนแห่งนี้ “ถ้ายังไม่มี มิ้นท์ก็ควรจะเปิดใจให้กับตฤณบ้าง เชื่อคำพูดแม่เถอะ ผู้ชายคนนี้ดีพร้อมคู่ควรกับลูกทุกอย่าง ทั้งการศึกษา ฐานะ ชาติตระกูล ความเห็นชอบของผู้ใหญ่” ทิพย์อาภาหันไปลูบที่แขนมัณดาวีย์เบาๆ “ขอให้เชื่อสายตาของผู้ใหญ่เถอะ โบราณท่านว่า อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเองนั่นแหล่ะ”


                  มัณดาวีย์อยากจะเถียงว่าตอนนี้มันหมดยุคสมัยคลุมถุงชนไปแล้ว และที่สำคัญเธอจะไม่มีวันยอมแต่งงานกับใครนอกจากนิกรเพียงคนเดียวเท่านั้น ผู้ชายที่เธอจะแต่งงานด้วย จะต้องเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมในทุกด้าน และที่สำคัญก็คือจะต้องเป็นคนที่เธอรักและเขาก็รักเธอ ซึ่งนิกรก็คือคำตอบนั้นในใจของมัณดาวีย์


                มัณดาวีย์ตัดสินใจโทรหานิกรหลังจากที่ทิพย์อาภาออกไปจากห้องแล้ว หญิงสาวมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง ป่านนี้ที่อเมริกาคงจะเช้าแล้ว หลังจากรอสายไม่นาน เธอก็ได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยจากปลายสาย


                หลังจากที่ทักทายถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนรักเรียบร้อยแล้ว มัณดาวีย์จึงเริ่มเลียบเคียงชักนำเข้าสู่ประเด็นที่เป็นจุดประสงค์ในการโทรมาหานิกรในครั้งนี้ทันที


               
“แล้วงานวิจัยของพี่กรเป็นยังไงบ้างคะ คืบหน้าจวนจะเสร็จแล้วหรือยัง


               
“เอ่อ ยังเลยครับ พอดีว่าเกิดปัญหานิดหน่อย พี่กำลังรอปรึกษากับอาจารย์อยู่ ว่าแต่มิ้นท์มีอะไรหรือเปล่า

 
              
“เปล่าหรอกค่ะ มิ้นท์แค่คิดถึงพี่กร ก็เลยคิดว่าถ้างานวิจัยใกล้จะเสร็จแล้ว พี่กรคงจะเรียนจบเป็นด็อกเตอร์แล้วกลับเมืองไทยเสียที มิ้นท์คิดถึงพี่กรจะแย่อยู่แล้ว” มัณดาวีย์เลือกที่จะไม่พูดถึงเหตุผลที่แท้จริงที่อยากให้นิกรกลับเมืองไทย เนื่องจากไม่อยากให้นิกรต้องมาพลอยกังวลเรื่องของเธอด้วย แต่น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของมัณดาวีย์ทำ ให้นิกรรู้สึกสงสัย

 
              
“มิ้นท์เป็นอะไรหรือเปล่า น้ำเสียงดูเครียดๆผิดปกติ มีปัญหาอะไรก็บอกพี่ได้ อย่าเก็บเอาไว้คนเดียวนะ มิ้นท์” คำพูดของนิกรทำให้มัณดาวีย์ยิ่งเสียงสั่น หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ในใจก็ยังลังเลว่าจะบอกนิกรดีหรือไม่เรื่องที่เธอกำลังจะถูกทิพย์อาภาจับคลุมถุงชน แต่มัณดาวีย์ก็ใช้เวลาไม่นานนักในการตัดสินใจ ในเมื่อเธอกับนิกรเป็นคนรักกันก็ย่อมไม่ควรจะมีเรื่องปิดบังกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องนี้ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับทั้งคู่โดยตรง


               
“มิ้นท์อยากให้พี่กรกลับเมืองไทยโดยเร็วที่สุดค่ะ คือว่ามิ้น...มิ้นท์กำลังถูกคุณแม่บังคับให้แต่งงาน” คำพูด

  ของมัณดาวีย์ทำให้นิกรนิ่งอึ้งไปนานทีเดียว

 

 

 
               วิรัญดามองนิกรที่กำลังรีบร้อนลงบันไดจากชั้นสองของบ้านพักด้วยความแปลกใจ ท่าทางของชายหนุ่มดูเร่งรีบพิกล แต่พอได้เห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่และพาสปอร์ตที่อยู่ในมืออีกฝ่าย วิรัญดาก็นึกรู้ได้ทันที ไวเท่าความคิด หญิงสาวทิ้งนิตยสารแม่และเด็กที่กำลังอ่านอยู่แล้วถลาเข้าไปดักหน้านิกรเอาไว้


               
“คุณจะไปไหนคะกร วิรัญดาถามทั้งที่ในใจก็กลัวว่าจะเป็นอย่างที่เธอคิดไว้


               
“วิ ผมต้องกลับเมืองไทยด่วน มีเรื่องนิดหน่อย” นิกรหลบสายตาคู่สนทนาแล้วเดินเลี่ยงลากกระเป๋าไปยังหน้าประตูบ้าน


               
“หวังว่าธุระที่ต้องกลับเมืองไทยด่วนของคุณคงจะไม่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นนะคะ” วิรัญดาพูดดักคอซึ่งก็ทำให้นิกรถึงกับสะอึกพูดอะไรไม่ออกซึ่งความเงียบนั้นก็แทนคำตอบได้ดีเหลือเกิน “เมื่อไหร่คุณจะตัดขาดกับผู้หญิงคนนั้นเสียที อย่าลืมนะกร ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตอนนี้คุณมีเมียแล้ว และคุณก็กำลังจะมีลูกด้วย” วิรัญดากรีดเสียงแหลม นิกรขบกรามแน่นอย่างพยายามข่มใจแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา


               
“เมียที่ผมไม่ได้ตั้งใจ กับลูกที่ผมไม่ได้อยากจะให้เกิดน่ะเหรอวิ” พูดจบนิกรก็ต้องหน้าหันจากแรงฝ่ามือของวิรัญดาที่ตบเข้าที่ใบหน้าตนเต็มแรง “คุณเองก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร”


               
“แล้วยังไงล่ะ คุณคิดจะปฏิเสธในสิ่งที่คุณทำไว้กับฉัน คุณจะปล่อยให้ฉันต้องแบกหน้าท้องไม่มีพ่อหรือยังไงกร คุณจะใจร้ายใจดำขนาดนั้นเชียวเหรอ” วิรัญดาพรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

 
              
“ถ้าผมใจร้ายใจดำอย่างที่คุณว่า ผมคงรอให้คุณคลอดแล้วให้พาเด็กไปตรวจดีเอ็นเอแทนที่จะรับคุณมาอยู่ด้วยกันที่บ้านนี้หรอก” นิกรจ้องหน้าวิรัญดาด้วยประกายตาที่แสดงถึงความเฉยชา ชายหนุ่มไม่เคยนึกรักวิรัญดาเลย ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักก็คือมัณดาวีย์ แต่เพราะเขาผิดเอง เขาผิดที่ปล่อยให้อารมณ์เหงาชักนำตัวเองให้เผลอไผลจนไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับวิรัญดา นักศึกษารุ่นน้องที่คณะเดียวกัน เขาพลาดเองที่โง่ไปคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความสนุกชั่วครู่ชั่วคราวระหว่างเขากับผู้หญิงตรงหน้าไม่มีอะไรให้ต้องผูกมัด แต่ชายหนุ่มก็คิดผิดเมื่อวิรัญดาเดินเข้ามาหาเขาในเย็นวันหนึ่งและบอกว่าตัวเองท้องกับเขา ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนโลกถล่มทลายมาตรงหน้า และในที่สุดก็จบลงด้วยการยอมรับให้วิรัญดาเข้ามาพักด้วยกันที่อพาร์ตเม้นต์เดียวกับตน


               
“คุณดูถูกวิมากนะกร คุณคิดว่าวิเป็นผู้หญิงสำส่อนหรือยังไง วิมีคุณเพียงแค่คนเดียว และวิก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจไปจากคุณด้วย” ภาพเบื้องหน้าวิรัญดาพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตาที่ยังไม่หยุดไหลง่ายๆ


               
“แล้วผู้หญิงดีๆที่ไหนเขาง่ายกับผู้ชายกันล่ะ” คำพูดเชือดเฉือนยังดังออกจากปากของนิกรไม่หยุด วิรัญดาปาดน้ำตาด้วยความเสียใจ ผู้ชายคนเดียวที่เธอรักก็คือนิกร เธอแอบรักรุ่นพี่คนนี้มานานแล้ว และเพราะรักเธอถึงยินยอมพร้อมใจให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นมาได้


               
“ใช่สิ วิจะไปสู้อะไรผู้หญิงคนนั้นของกรได้ล่ะ” วิรัญดาเขยิบเข้ามาจนใกล้ในระยะประชิดตัวนิกร แล้วเค้นเสียงรอดไรฟัน “แต่อย่าคิดนะ ว่าวิจะปล่อยกรไปมีความสุขกับมันง่ายๆ” คำพูดของคนตรงหน้าทำให้นิกรนึกหวั่นใจ เขารู้ดีว่าวิรัญดาเป็นคนอารมณ์รุนแรง ประเภทรักแรง เกลียดแรง เธอกล้าจนเขาเองก็ยังกลัวใจ


               
“หลบไปวิ ผมจะต้องรีบไปสนามบิน” นิกรพยายามตัดบทก่อนจะเดินหนีหญิงสาว


               
“ไม่ วิจะไม่ยอมให้คุณไปหามันเด็ดขาด” นิกรไม่ฟังเสียง ยังไงวันนี้เขาก็ต้องกลับเมืองไทยไปหามัณดาวีย์ให้ได้ เรื่องที่มัณดาวีย์เล่าให้เขาฟังยังคงก้องอยู่ในรูหู เขาจะไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักต้องถูกมารดาคลุมถุงชนกับผู้ชายคนอื่นอย่างเด็ดขาด “วิเป็นเมียคุณนะ คนที่คุณต้องให้ความสนใจก็คือวิ ไม่ใช่ผู้หญิงคนอื่น” วิรัญดาพูดพร้อมแย่งพาสปอร์ตในมือของนิกรมาถือเอาไว้ ซึ่งนิกรไม่ยอมและจะแย่งคืน ระหว่างที่ยื้อแย่งกันนั้น นิกรบังเอิญผลักวิรัญดาล้มลงจนอีกฝ่ายไถลไปตามพื้น สติและความรู้สึกผิดแล่นวูบเข้ามาในห้วงความคิด ชายหนุ่มหันไปมองวิรัญดาด้วยความเป็นห่วง เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆอยู่ หากแต่คำพูดถัดมาของหญิงสาวกลับทำลายความรู้สึกนั้นของนิกรจนหมดสิ้น


               
“ถ้าคุณก้าวออกจากบ้านนี้ไป วิจะเอาเรื่องของเราไปแฉให้คนอื่นรู้ รับรองว่าอนาคตการทำงานของคุณที่กำลังสดใสจะต้องดับวูบแน่นอน และที่สำคัญก็คือ หากว่าผู้หญิงคนนั้นเกิดรู้เรื่องที่คุณมีเมียและกำลังจะมีลูกแล้วล่ะก็ มันจะยังหน้าด้านแย่งสามีคนอื่นอยู่อีกหรือเปล่า”


         นิกรปล่อยมือออกจากกระเป๋าเดินทางช้าๆอย่างคนหมดแรง สิ่งที่ชายหนุ่มกลัวที่สุดก็คือกลัวว่ามัณดาวีย์จะรู้เรื่องนี้ อย่างน้อยถ้าหากว่าถึงที่สุดจริงๆ เขาก็อยากจะให้มัณดาวีย์รู้เรื่องนี้จากปากเขาเอง ไม่ใช่จากคนอื่น แต่ตอนนี้ที่อีกฝ่ายยังไม่รู้เรื่อง ก็เพราะเขายังไม่กล้าพอ เขายังไม่กล้าพอที่จะทำลายความฝันในการสร้างครอบครัวร่วมกันของตัวเองและมัณดาวีย์ให้ย่อยยับไปด้วยมือของตัวเอง

 

 
Aislin :
สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับสู่นิยายเรื่องใหม่ของเรานะคะ ขอแนะนำเรื่องสักเล็กน้อยแล้วกันเน้อ เรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติคคอมเมดี้ค่ะ ผสมด้วยดราม่าบางส่วน รับรองอ่านแล้วมีความสุขอมยิ้มไปกับความน่ารักของพระนางแน่นอนค่ะ (ใครคิดคาแรคเตอร์ไม่ออกก็ลองคิดถึงคู่กัดสุดแสนน่ารักอย่างณเดชน์และญาญ่าได้เลยจ้า) ยังไงก็ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะคะ แล้วเราจะรีบมาอัพให้บ่อยๆค่ะ ถ้าอยากอ่านไวๆก็รบกวนทิ้มคอมเม้นท์เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเราหน่อยเน้อ จะได้มีแรงอัพต่อ สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณมากๆค่ะที่เลือกกดเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ แม้ว่าจะอาจจะเปิดมาแล้วก็ผ่านไปก็ตาม...

เจอกันตอนหน้านะคะ เอ้อ ลืมให้เครดิตรูป icon ประกอบนิยาย...ชอบคุณภาพแบร์รี่และญาญ่าที่สุดแสนจะน่ารักจาก facebook 
Nadech & Yaya Home at Pantip ด้วยนะคะ

ปล. ติดต่อหรือว่าพูดคุยกับเราผ่านทางแฟนเพจใน FB , comment in dek-d , หรือทาง Aislinnovels@hotmail.com รับรองว่าตอบกลับทุกข้อความแน่นอนค่ะ อย่าลืมเม้นท์พูดคุยกันเยอะๆนะคะ ใครชอบก็เข้าไปกดไลท์ในแฟนเพจด้วยเน้อ ^ ^



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana) ตอนที่ 1 : บทที่1: คลุมถุงชน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 751 , โพส : 3 , Rating : 100% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 81
น่าสนุกมากๆเลยค่ะ
Name : ►NhoyNay◄ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ►NhoyNay◄ [ IP : 101.51.67.132 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 กันยายน 2555 / 16:21
# 2 : ความคิดเห็นที่ 53
อยากเห็นคุณพี่ตฤนเหมือนกันนะเนี่ย
Name : clockcodie < My.iD > [ IP : 27.130.51.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2555 / 00:44
# 1 : ความคิดเห็นที่ 52
อยากเห็นคุณพี่ตฤนเหมือนกันนะเนี่ย

Name : clockcodie < My.iD > [ IP : 27.130.51.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2555 / 00:43
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android