Love Actually รักนาย...ผู้ชายในฝัน (สำนักพิมพ์ Happy Banana)

ตอนที่ 1 : บทที่1: คลุมถุงชน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 เม.ย. 55

 บทที่ 1

 

            อะไรนะ แม่แกจะจับแกแต่งงาน!” เสียงเล็กอุทานด้วยโทนเสียงแหลมสูงซึ่งก็ทำให้คนที่เพิ่งพูดจบไปเมื่อสักครู่ยิ่งหน้าม่อยลงไปกว่าเดิมอีก มัณดาวีย์ส่งสายตาแทนคำตอบให้ศรารัตน์ราวกับจะย้ำว่าเรื่องแบบนี้เธอจะมาพูดจาหลอกเล่นให้ได้ประโยชน์ทำไมกัน แล้วจะแต่งกับใคร?” คนเดิมถามต่อ


               
ลูกชายเพื่อนพ่อ ชื่อตฤณ...ตฤณ เหมราชโยธิน มัณดาวีย์นึกถึงเหตุผลการที่เธอต้องถูกคลุมถุงชนแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าด้วยความละเหี่ยใจ เหตุผลทางธุรกิจ พ่อของเขาเป็นนายธนาคารใหญ่ พอบอกชื่อธนาคารออกไปก็ทำให้ศรารัตน์ถึงกับตาวาวแล้วคิดว่าผู้ชายที่เพื่อนรักของเธอจะต้องแต่งงานด้วยคนนี้จะต้องไม่ธรรมดาเลยทีเดียว คงจะเพียบพร้อมทั้งรูปทรัพย์และทุนทรัพย์อย่างแน่นอน แค่ฟังจากนามสกุลก็พอจะเดาออกว่าจะต้องเป็นตระกูลผู้ดีเก่าแน่ๆ


               
ว่าแต่คุณตฤณ เหมราชโยธินอะไรนี่หล่อเหรอเปล่า?” ศรารัตน์ถามเพราะอยากจะยืนยันในความคิดของตัวเอง


               
ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ หน้าเค้าฉันยังไม่เคยเห็นเลยซักครั้ง แต่ถึงหล่อไม่หล่อยังไงฉันก็ไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะฉันไม่ได้อยากจะแต่งงานกับเค้าเสียหน่อย ท้ายประโยคมัณดาวีย์เน้นเสียงเป็นพิเศษ เมื่อคุณทิพย์อาภาผู้เป็นมารดาพูดถึงตฤณ เหมราชโยธิน เธอเองก็เคยคิดอยากรู้เช่นกันว่าเขาจะหน้าตาเป็นอย่างไร คนในสังคมสูงระดับนี้น่าจะมีปรากฏตัวตามสื่อให้เห็นบ้าง แต่เธอลองค้นหาในอินเทอร์เนตดูแล้วก็ไม่พบชื่อนี้ พอถามมารดาก็ได้คำตอบว่าอีกฝ่ายไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็กและกำลังจะกลับมาในอีกไม่นานนี้แล้ว


                
อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ฉันว่าคุณน้าทิพย์ก็พิลึกชอบกล ถึงกับจะจัดการให้แกคลุมถุงชนแต่งงานกับผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน อีกอย่างแกก็ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกับเค้า แล้วจะแน่ใจได้ยังไงว่าเค้าเป็นคนดี คำพูดโพล่งของชานนท์ที่เคยนั่งเงียบอยู่นานตรงกับความคิดในใจมัณดาวีย์เป็นที่สุด



               
แม่บอกว่ารู้จักมักคุ้นกับครอบครัวนี้ดีเพราะไปมาหาสู่กันนานแล้วตั้งแต่สมัยที่พ่อมิ้นท์ยังมีชีวิตอยู่ อีกอย่างพ่อมิ้นท์กับคุณลุงตรองยังเคยตกลงกันว่าถ้าหากมีลูกสาวลูกชายก็จะให้มาแต่งงานกัน แต่มิ้นท์ว่าที่สำคัญก็คือ แม่ถูกใจในฐานะและความเป็นผู้ดีเก่าของเขามากกว่า เมื่อได้ฟังเรื่องที่มัณดาวีย์บอก ศรารัตน์ก็หัวเราะร่วน ในขณะที่ชานนท์อมยิ้มแล้วส่ายหน้า

  
               
ตกลงให้ลูกมาแต่งงานกัน อย่างกับในละครน้ำเน่าเด๊ะเลย สีหน้าของมัณดาวีย์ไม่ขำไปกับคำพูดนั้นด้วย หญิงสาวยืนกอดอกแล้วหันหลังให้กับโต๊ะทำงาน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกำลังจ้องมองกลุ่มเมฆก้อนใหญ่บนท้องฟ้าผ่าน ทางกระจกใสของตึกแล้วอดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาเหยียดยาว


               
ก็ขออย่าให้เรื่องนี้จบแบบในละครน้ำเน่าแล้วกัน ฉันไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น


               “ถ้าอย่างนั้นแกจะทำยังไงกับเรื่องของพี่กร จะบอกแม่แกเลยหรือเปล่า? แม่แกจะได้ยกเลิกความคิดจะจับแกแต่งงานไงยัยมิ้นท์ คำถามของศรารัตน์ทำให้มัณดาวีย์รู้สึกปวดหัวขึ้นอีกทวีคูณ เหตุผลจริงๆที่เธอไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่มารดาเลือกให้ เป็นเพราะเธอเองมีคนรักอยู่ก่อนแล้วคือนิกร นักศึกษาปริญญาเอกที่เธอไปพบรักกับเขาสมัยที่เธอยังเรียนอยู่ต่างประเทศ เมื่อเรียนจบปริญญาโท มัณดาวีย์ก็กลับมาทำงานรับช่วงต่อกิจการของครอบครัวที่เมืองไทย ในขณะที่นิกรเลือกที่จะอยู่สหรัฐอเมริกาต่อไปเพื่อศึกษาต่อจนจบระดับปริญญาเอก


            “แกคิดว่าฉันจะกล้าบอกแม่เรื่องพี่กรตอนนี้น่ะเหรอ แกก็รู้ว่าแม่ฉันไม่ชอบครอบครัวพี่กรเอามากๆ ขืนบอกไปว่าฉันกำลังคบกับพี่กร มีหวังแม่คงได้ยิ่งเร่งให้แต่งงานเร็วขึ้นเท่านั้น มัณดาวีย์ไม่เคยบอกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนิกรให้ใครรู้แม้แต่ทิพย์อาภา มีเพียงสองคนที่รู้เรื่องนี้ก็คือศรารัตน์ ที่เป็นเพื่อนสนิทและชานนท์ ญาติผู้พี่ที่เธอรักเหมือนพี่ชายแท้ๆเท่านั้น


             “อันที่จริงครอบครัวของนิกรก็รวยเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ แกแต่งกับเค้าชาตินี้ก็ไม่มีทางลำบากหรอก หรือคุณน้าทิพย์คิดว่านามสกุลรากเหง้าของเค้าจะสู้พวกเหมราชโยธินไม่ได้


                มัณดาวีย์พยักหน้าให้กับการสันนิษฐานของชานนท์ แม่ของเธอไม่ชอบพวกเศรษฐีใหม่ที่ชอบอวดร่ำอวดรวยแบบพ่อแม่ของนิกร มัณดาวีย์เคยได้ฟังทิพย์อาภาบ่น อยู่เนืองๆ


             “แม่ล่ะเบื่อไอ้พวกเศรษฐีใหม่จริงๆ ดูสิแต่งตัวก็สีสันฉูดฉาด ใส่เพชรพลอยทองหยองเสียรกรุงรังอย่างกับไปเหมามาจากแถวพาหุรัด เยาวราชแน่ะ เดินก็ดูอุ้ยอ้ายไม่มีสง่าราศีจับแม้แต่นิดเดียว ถ้าไม่รู้ว่าบ้านรวยนะ แม่ยังนึกเลยว่าคงจะหลุดออกมาจากโรงลิเก


            แม่เคยเหน็บคุณเดือนจรัสผู้เป็นแม่ของนิกรให้ฟังตอนครั้งหนึ่งที่เธอไปออกงานสังคมเป็นเพื่อนมารดา แถมความไม่ชอบใจนั้นยังเผื่อแผ่มาถึงผู้เป็นบุตรชายด้วย


           “แล้วดูพ่อคนนั้นสิ เห็นว่าเป็นลูกชายคนโต ใครๆเขาก็ลือกันว่าโตจนป่านนี้ยังหยิบโหย่ง รักสนุกไปทั่ว การเรียนหรือว่าการงานก็ไม่ได้เรื่องสักอย่าง ใครได้ผู้ชายแบบนี้ไปเป็นคู่ครองล่ะซวยแย่เลย จะไปเป็นหลักยึดให้กับครอบครัวได้อย่างไรกัน เห็นเค้าว่าชื่อนิกรหรืออะไรเนี่ยแหล่ะ


               มัณดาวีย์จึงได้แต่หวังว่าเมื่อนิกรเรียนจบด็อกเตอร์จากเมืองนอกแล้วกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง ความคิดของผู้เป็นมารดาที่มีต่อชายหนุ่มที่เธอรักจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น  และเมื่อบอกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนิกรให้ทิพย์อาภาทราบ อีกฝ่ายก็คงจะไม่คิดกีดกันในความรักของเธอกับชายหนุ่มในที่สุด


             “ฉันว่าถ้าแกไม่อยากแต่งงานกับคุณตฤณอะไรนั่นจริงๆ แกก็ต้องเลือกที่จะบอกความจริงกับแม่แกได้แล้วล่ะ อย่างน้อยถ้ารู้ว่าแกมีคนที่ชอบอยู่ก่อนแล้ว แม่แกก็อาจจะเลิกบังคับแกแต่งงานก็ได้


              “ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นถ้าหากว่าคนที่ยัยมิ้นท์ชอบไม่ใช่นิกร ลูกชายของคนที่คุณหน้าทิพย์เกลียดขี้หน้าอย่างกับอะไรดี ชานนท์พูดแทรกขึ้นมาขัดจังหวะศรารัตน์ พี่ว่าแกรอดูท่าทีของน้าทิพย์ก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปก่อนเลย เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ แม่แกคงจะไม่ด่วนตัดสินใจแบบฉุกละหุกหรอก


               ศรารัตน์หันไปยักไหล่ให้กับมัณดาวีย์ที่ยืนหน้าเครียดอยู่ คำพูดกึ่งปลอบของชานนท์ไม่ได้ทำให้หญิงสาว

คลายความกังวลลงเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่ลึกลงไปในใจ มัณดาวีย์กลับรู้สึกได้ว่าคราวนี้มารดาของเธอพูดจริงและทำจริงอย่างแน่นอน

 

 


               เสียงเคาะประตูห้องทำให้มัณดาวีย์หลุดจากภวังค์ หญิงสาวตะโกนถามออกไปว่าใคร เมื่อได้คำตอบว่าคนที่มาเคาะประตูห้องนอนเธอในยามดึกเช่นนี้ก็คือคุณทิพย์อาภาผู้เป็นมารดา มัณดาวีย์จึงรีบยัดอัลบั้มรูปถ่ายของเธอกับนิกรลงไปในลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วล็อคกุญแจทันที จากนั้นจึงเดินไปเปิดประตูให้ทิพย์อาภาเข้ามา


                   “นี่ก็ดึกแล้ว ยังไม่นอนอีกเหรอคะแม่?” มัณดาวีย์เดินตามหลังทิพย์อาภาเข้ามานั่งลงที่เตียงนอนหลังกว้าง


               “แม่อยากจะมาพูดกับลูกเรื่องการแต่งงาน หัวข้อสนทนาที่ทิพย์อาภาหยิบยกขึ้นเปิดประเด็นทำให้มัณดาวีย์นึกอยากจะบ้าตาย ทางนั้นอยากจะให้ลูกกับตฤณได้เจอเพื่อทำความรู้จักกันก่อน คุณตรองก็เลยอยากชวนเราไปทานข้าวเย็นร่วมกับครอบครัวของเค้า มันก็คือการดูตัวดีๆนี่เอง มัณดาวีย์คิดในใจ แม่ก็เลยจะมาถามลูกว่าว่างวันไหน แม่จะได้นัดกับทางบ้านโน้นถูก


                  “ช่วงนี้มิ้นท์ไม่ค่อยว่างเลยค่ะแม่ พอดีว่าที่บริษัทกำลังจะมีโปรเจคส์งานใหญ่พอดี มิ้นท์ไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาดก็เลยอยากจะคุมงานด้วยตัวเอง คงจะต้องเลิกงานดึกน่ะค่ะ มัณดาวีย์ปดพร้อมกับเสหลบสายตาที่มองมาของทิพย์อาภา แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายก็รู้ดีว่าผู้เป็นลูกสาวกำลังคิดอะไรอยู่


                    “อย่ายกเรื่องงานมาอ้างแม่เลยมิ้นท์ แม่รู้นะว่าลูกบ่ายเบี่ยงไม่อยากจะไปเจอตฤณ แต่สักวันลูกก็ต้องแต่งงานกับตฤณอยู่ดี ดังนั้นอย่าพยายามเลี่ยง


                “แล้วแม่เคยถามมิ้นท์บ้างไหมว่ามิ้นท์อยากจะแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า?” มัณดาวีย์หยุดแล้วหันไปทางทิพย์อาภาก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ว่าชัดเจน มิ้นท์ไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่มิ้นท์ไม่ได้รัก


                 “ถ้าอย่างนั้นมิ้นท์มีคนที่มิ้นท์ชอบพออยู่ในใจแล้วเหรอ?” มัณดาวีย์เกือบจะตอบออกไปแล้วว่าใช่ แต่สติก็หยุดยั้งไม่ให้ปากเจ้ากรรมหลุดชื่อของนิกรออกไปให้มารดาได้ยิน เมื่อเห็นว่าลูกสาวนิ่งเงียบไป ทิพย์อาภาจึงพูดต่อทำลายความเงียบที่กำลังเข้าปกคลุมในห้องนอนแห่งนี้ ถ้ายังไม่มี มิ้นท์ก็ควรจะเปิดใจให้กับตฤณบ้าง เชื่อคำพูดแม่เถอะ ผู้ชายคนนี้ดีพร้อมคู่ควรกับลูกทุกอย่าง ทั้งการศึกษา ฐานะ ชาติตระกูล ความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ทิพย์อาภาหันไปลูบที่แขนมัณดาวีย์เบาๆ ขอให้เชื่อสายตาของผู้ใหญ่เถอะ โบราณท่านว่า อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเองนั่นแหล่ะ


                  มัณดาวีย์อยากจะเถียงว่าตอนนี้มันหมดยุคสมัยคลุมถุงชนไปแล้ว และที่สำคัญเธอจะไม่มีวันยอมแต่งงานกับใครนอกจากนิกรเพียงคนเดียวเท่านั้น ผู้ชายที่เธอจะแต่งงานด้วย จะต้องเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมในทุกด้าน และที่สำคัญก็คือจะต้องเป็นคนที่เธอรักและเขาก็รักเธอ ซึ่งนิกรก็คือคำตอบนั้นในใจของมัณดาวีย์


                มัณดาวีย์ตัดสินใจโทรหานิกรหลังจากที่ทิพย์อาภาออกไปจากห้องแล้ว หญิงสาวมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง ป่านนี้ที่อเมริกาคงจะเช้าแล้ว หลังจากรอสายไม่นาน เธอก็ได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยจากปลายสาย


                หลังจากที่ทักทายถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนรักเรียบร้อยแล้ว มัณดาวีย์จึงเริ่มเลียบเคียงชักนำเข้าสู่ประเด็นที่เป็นจุดประสงค์ในการโทรมาหานิกรในครั้งนี้ทันที


               
แล้วงานวิจัยของพี่กรเป็นยังไงบ้างคะ คืบหน้าจวนจะเสร็จแล้วหรือยัง?”


               
เอ่อ ยังเลยครับ พอดีว่าเกิดปัญหานิดหน่อย พี่กำลังรอปรึกษากับอาจารย์อยู่ ว่าแต่มิ้นท์มีอะไรหรือเปล่า?”

 
              
เปล่าหรอกค่ะ มิ้นท์แค่คิดถึงพี่กร ก็เลยคิดว่าถ้างานวิจัยใกล้จะเสร็จแล้ว พี่กรคงจะเรียนจบเป็นด็อกเตอร์แล้วกลับเมืองไทยเสียที มิ้นท์คิดถึงพี่กรจะแย่อยู่แล้ว” มัณดาวีย์เลือกที่จะไม่พูดถึงเหตุผลที่แท้จริงที่อยากให้นิกรกลับเมืองไทย เนื่องจากไม่อยากให้นิกรต้องมาพลอยกังวลเรื่องของเธอด้วย แต่น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของมัณดาวีย์ทำ ให้นิกรรู้สึกสงสัย

 
              
มิ้นท์เป็นอะไรหรือเปล่า น้ำเสียงดูเครียดๆผิดปกติ มีปัญหาอะไรก็บอกพี่ได้ อย่าเก็บเอาไว้คนเดียวนะ มิ้นท์ คำพูดของนิกรทำให้มัณดาวีย์ยิ่งเสียงสั่น หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ในใจก็ยังลังเลว่าจะบอกนิกรดีหรือไม่เรื่องที่เธอกำลังจะถูกทิพย์อาภาจับคลุมถุงชน แต่มัณดาวีย์ก็ใช้เวลาไม่นานนักในการตัดสินใจ ในเมื่อเธอกับนิกรเป็นคนรักกันก็ย่อมไม่ควรจะมีเรื่องปิดบังกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องนี้ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับทั้งคู่โดยตรง


               
มิ้นท์อยากให้พี่กรกลับเมืองไทยโดยเร็วที่สุดค่ะ คือว่ามิ้น...มิ้นท์กำลังถูกคุณแม่บังคับให้แต่งงาน คำพูด

  ของมัณดาวีย์ทำให้นิกรนิ่งอึ้งไปนานทีเดียว

 

 

 
               วิรัญดามองนิกรที่กำลังรีบร้อนลงบันไดจากชั้นสองของบ้านพักด้วยความแปลกใจ ท่าทางของชายหนุ่มดูเร่งรีบพิกล แต่พอได้เห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่และพาสปอร์ตที่อยู่ในมืออีกฝ่าย วิรัญดาก็นึกรู้ได้ทันที ไวเท่าความคิด หญิงสาวทิ้งนิตยสารแม่และเด็กที่กำลังอ่านอยู่แล้วถลาเข้าไปดักหน้านิกรเอาไว้


               
คุณจะไปไหนคะกร?” วิรัญดาถามทั้งที่ในใจก็กลัวว่าจะเป็นอย่างที่เธอคิดไว้


               
วิ ผมต้องกลับเมืองไทยด่วน มีเรื่องนิดหน่อย นิกรหลบสายตาคู่สนทนาแล้วเดินเลี่ยงลากกระเป๋าไปยังหน้าประตูบ้าน


               
หวังว่าธุระที่ต้องกลับเมืองไทยด่วนของคุณคงจะไม่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นนะคะ วิรัญดาพูดดักคอซึ่งก็ทำให้นิกรถึงกับสะอึกพูดอะไรไม่ออกซึ่งความเงียบนั้นก็แทนคำตอบได้ดีเหลือเกิน เมื่อไหร่คุณจะตัดขาดกับผู้หญิงคนนั้นเสียที อย่าลืมนะกร ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตอนนี้คุณมีเมียแล้ว และคุณก็กำลังจะมีลูกด้วย วิรัญดากรีดเสียงแหลม นิกรขบกรามแน่นอย่างพยายามข่มใจแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา


               
เมียที่ผมไม่ได้ตั้งใจ กับลูกที่ผมไม่ได้อยากจะให้เกิดน่ะเหรอวิ พูดจบนิกรก็ต้องหน้าหันจากแรงฝ่ามือของวิรัญดาที่ตบเข้าที่ใบหน้าตนเต็มแรง คุณเองก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร


               
แล้วยังไงล่ะ คุณคิดจะปฏิเสธในสิ่งที่คุณทำไว้กับฉัน คุณจะปล่อยให้ฉันต้องแบกหน้าท้องไม่มีพ่อหรือยังไงกร คุณจะใจร้ายใจดำขนาดนั้นเชียวเหรอ วิรัญดาพรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

 
              
ถ้าผมใจร้ายใจดำอย่างที่คุณว่า ผมคงรอให้คุณคลอดแล้วให้พาเด็กไปตรวจดีเอ็นเอแทนที่จะรับคุณมาอยู่ด้วยกันที่บ้านนี้หรอก นิกรจ้องหน้าวิรัญดาด้วยประกายตาที่แสดงถึงความเฉยชา ชายหนุ่มไม่เคยนึกรักวิรัญดาเลย ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักก็คือมัณดาวีย์ แต่เพราะเขาผิดเอง เขาผิดที่ปล่อยให้อารมณ์เหงาชักนำตัวเองให้เผลอไผลจนไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับวิรัญดา นักศึกษารุ่นน้องที่คณะเดียวกัน เขาพลาดเองที่โง่ไปคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความสนุกชั่วครู่ชั่วคราวระหว่างเขากับผู้หญิงตรงหน้าไม่มีอะไรให้ต้องผูกมัด แต่ชายหนุ่มก็คิดผิดเมื่อวิรัญดาเดินเข้ามาหาเขาในเย็นวันหนึ่งและบอกว่าตัวเองท้องกับเขา ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนโลกถล่มทลายมาตรงหน้า และในที่สุดก็จบลงด้วยการยอมรับให้วิรัญดาเข้ามาพักด้วยกันที่อพาร์ตเม้นต์เดียวกับตน


               
คุณดูถูกวิมากนะกร คุณคิดว่าวิเป็นผู้หญิงสำส่อนหรือยังไง วิมีคุณเพียงแค่คนเดียว และวิก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจไปจากคุณด้วย ภาพเบื้องหน้าวิรัญดาพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตาที่ยังไม่หยุดไหลง่ายๆ


               
แล้วผู้หญิงดีๆที่ไหนเขาง่ายกับผู้ชายกันล่ะ คำพูดเชือดเฉือนยังดังออกจากปากของนิกรไม่หยุด วิรัญดาปาดน้ำตาด้วยความเสียใจ ผู้ชายคนเดียวที่เธอรักก็คือนิกร เธอแอบรักรุ่นพี่คนนี้มานานแล้ว และเพราะรักเธอถึงยินยอมพร้อมใจให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นมาได้


               
ใช่สิ วิจะไปสู้อะไรผู้หญิงคนนั้นของกรได้ล่ะ วิรัญดาเขยิบเข้ามาจนใกล้ในระยะประชิดตัวนิกร แล้วเค้นเสียงรอดไรฟัน แต่อย่าคิดนะ ว่าวิจะปล่อยกรไปมีความสุขกับมันง่ายๆ คำพูดของคนตรงหน้าทำให้นิกรนึกหวั่นใจ เขารู้ดีว่าวิรัญดาเป็นคนอารมณ์รุนแรง ประเภทรักแรง เกลียดแรง เธอกล้าจนเขาเองก็ยังกลัวใจ


               
หลบไปวิ ผมจะต้องรีบไปสนามบิน นิกรพยายามตัดบทก่อนจะเดินหนีหญิงสาว


               
ไม่ วิจะไม่ยอมให้คุณไปหามันเด็ดขาด นิกรไม่ฟังเสียง ยังไงวันนี้เขาก็ต้องกลับเมืองไทยไปหามัณดาวีย์ให้ได้ เรื่องที่มัณดาวีย์เล่าให้เขาฟังยังคงก้องอยู่ในรูหู เขาจะไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักต้องถูกมารดาคลุมถุงชนกับผู้ชายคนอื่นอย่างเด็ดขาด วิเป็นเมียคุณนะ คนที่คุณต้องให้ความสนใจก็คือวิ ไม่ใช่ผู้หญิงคนอื่น วิรัญดาพูดพร้อมแย่งพาสปอร์ตในมือของนิกรมาถือเอาไว้ ซึ่งนิกรไม่ยอมและจะแย่งคืน ระหว่างที่ยื้อแย่งกันนั้น นิกรบังเอิญผลักวิรัญดาล้มลงจนอีกฝ่ายไถลไปตามพื้น สติและความรู้สึกผิดแล่นวูบเข้ามาในห้วงความคิด ชายหนุ่มหันไปมองวิรัญดาด้วยความเป็นห่วง เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆอยู่ หากแต่คำพูดถัดมาของหญิงสาวกลับทำลายความรู้สึกนั้นของนิกรจนหมดสิ้น


               
ถ้าคุณก้าวออกจากบ้านนี้ไป วิจะเอาเรื่องของเราไปแฉให้คนอื่นรู้ รับรองว่าอนาคตการทำงานของคุณที่กำลังสดใสจะต้องดับวูบแน่นอน และที่สำคัญก็คือ หากว่าผู้หญิงคนนั้นเกิดรู้เรื่องที่คุณมีเมียและกำลังจะมีลูกแล้วล่ะก็ มันจะยังหน้าด้านแย่งสามีคนอื่นอยู่อีกหรือเปล่า


         นิกรปล่อยมือออกจากกระเป๋าเดินทางช้าๆอย่างคนหมดแรง สิ่งที่ชายหนุ่มกลัวที่สุดก็คือกลัวว่ามัณดาวีย์จะรู้เรื่องนี้ อย่างน้อยถ้าหากว่าถึงที่สุดจริงๆ เขาก็อยากจะให้มัณดาวีย์รู้เรื่องนี้จากปากเขาเอง ไม่ใช่จากคนอื่น แต่ตอนนี้ที่อีกฝ่ายยังไม่รู้เรื่อง ก็เพราะเขายังไม่กล้าพอ เขายังไม่กล้าพอที่จะทำลายความฝันในการสร้างครอบครัวร่วมกันของตัวเองและมัณดาวีย์ให้ย่อยยับไปด้วยมือของตัวเอง

 

 
Aislin :
สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับสู่นิยายเรื่องใหม่ของเรานะคะ ขอแนะนำเรื่องสักเล็กน้อยแล้วกันเน้อ เรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติคคอมเมดี้ค่ะ ผสมด้วยดราม่าบางส่วน รับรองอ่านแล้วมีความสุขอมยิ้มไปกับความน่ารักของพระนางแน่นอนค่ะ (ใครคิดคาแรคเตอร์ไม่ออกก็ลองคิดถึงคู่กัดสุดแสนน่ารักอย่างณเดชน์และญาญ่าได้เลยจ้า) ยังไงก็ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะคะ แล้วเราจะรีบมาอัพให้บ่อยๆค่ะ ถ้าอยากอ่านไวๆก็รบกวนทิ้มคอมเม้นท์เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเราหน่อยเน้อ จะได้มีแรงอัพต่อ สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณมากๆค่ะที่เลือกกดเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ แม้ว่าจะอาจจะเปิดมาแล้วก็ผ่านไปก็ตาม...

เจอกันตอนหน้านะคะ เอ้อ ลืมให้เครดิตรูป icon ประกอบนิยาย...ชอบคุณภาพแบร์รี่และญาญ่าที่สุดแสนจะน่ารักจาก facebook 
Nadech & Yaya Home at Pantip ด้วยนะคะ

ปล. ติดต่อหรือว่าพูดคุยกับเราผ่านทางแฟนเพจใน FB , comment in dek-d , หรือทาง Aislinnovels@hotmail.com รับรองว่าตอบกลับทุกข้อความแน่นอนค่ะ อย่าลืมเม้นท์พูดคุยกันเยอะๆนะคะ ใครชอบก็เข้าไปกดไลท์ในแฟนเพจด้วยเน้อ ^ ^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

105 ความคิดเห็น

  1. #81 ►NhoyNay◄ (@nhoynay-97) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2555 / 16:21
    น่าสนุกมากๆเลยค่ะ
    #81
    0
  2. #53 clockcodie (@clockcodie) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 00:44
    อยากเห็นคุณพี่ตฤนเหมือนกันนะเนี่ย
    #53
    0
  3. #52 clockcodie (@clockcodie) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 00:43
    อยากเห็นคุณพี่ตฤนเหมือนกันนะเนี่ย<br />
    #52
    0