Mayday! รักเธอนะ ทราบแล้วเปลี่ยน

ตอนที่ 6 : Chapter 5 | Sad and Disappointed

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 พ.ย. 58

Chapter 5 | Sad and Disappointed

 

เข้าใจความผิดของตัวเองรึเปล่าหืม?

โมหรือหัวหน้ากลุ่มนักเรียนหญิงผู้มีอิทธิพล เจ้าของผมตรงยาวกระตุกรอยยิ้มน่าขนลุก กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะเรียนก็กระโดดลงมาอย่างนักเลง สองมือยกขึ้นมากอดอก ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆ

ฉันถอยหลังไปหนึ่งก้าว

หนึ่ง

เธอกับเด็กใหม่เล่นกับพวกเราซะแสบเลยล่ะ

ยูมิหรือลิ่วล้อมือซ้าย ผู้มาพร้อมกับแว่นตาและทรงผมหางม้า คว้าไม้กวาดข้างตัวมาถือไว้ กระชับให้มั่น ค่อยๆ เดินขนาบข้างหัวหน้าเข้ามาใกล้ๆ เช่นกัน

ฉันถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว

สอง

พูดก็พูดเถอะ แต่ว่าเธอน่ะยุ่งไม่เข้าเรื่องเองนะ

ไอหรือลิ่วล้อคนสุดท้าย ใช้นิ้วชี้ม้วนปลายผมบ๊อบสั้นของตัวเอง ก่อนจะเดินประกบพรรคพวกตามหลังมาอย่างช้าๆ

ฉันถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว

สาม

วิ่ง!!!

หยุดเดี๋ยวนี้นะจีต้า!”

หนีพวกเราไม่พ้นหรอกยัยโง่!”

ถ้าไม่ยอมหยุดวิ่งล่ะก็เธอโดนจัดหนักแน่!”

เสียงคาดโทษของพวกโมยิ่งกว่าเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ทำให้ฉันมีแรงฮึดวิ่งต่อไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดเลยแม้แต่พักหายใจ ไม่ว่าเหนื่อยแค่ไหน เพราะในหัวของฉันกำลังคิดอย่างเดียวว่าต่อให้ยอมหยุดยังไงก็ต้องโดนเล่นงานอยู่ดี ดังนั้นในระหว่างที่ฉันยังพอจะมีทางเลือกอยู่บ้างก็ขอเลือกวิ่งหนีไปเลยจะดีกว่ามั้ย

ใกล้ถึงห้อง 605 แล้วอีกนิดเดียว!

เควนติ…” แต่เมื่อไปถึง ความว่างเปล่าอย่างไร้ตัวตนข้างในนั้นก็ทำให้ฉันช็อกไปเลย เขาหายไปไหน ไม่จริงใช่มั้ย ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เนี่ยนะ?! ฉันหายใจถี่กระชั้นพลางหันหลังกลับมา แต่ก็เจอโมยืนขวางทางไว้ แต่ยูมิกับไอไม่อยู่ด้วย ถ้างั้นก็คงจะพอมีทางให้วิ่งหนีรอดไปได้ ฉันนับหนึ่งถึงสามในใจอีกครั้งราวกับปลอบขวัญตัวเอง ก่อนจะวิ่งสวนไหล่บางไป ในวินาทีนั้นหัวใจฉันได้เต้นแรงอย่างตื่นเต้นทันที ด้วยความกลัวว่าโมอาจจะคว้าคอฉันไว้

แต่มันไม่เป็นแบบนั้น

โมกลับปล่อยให้ฉันวิ่งผ่านไปซะเฉยๆ

ฉันจะบอกอะไรให้นะจีต้า

“…!”

อย่าขึ้นไปบนดาดฟ้า ถ้าไม่อยากเจอทางตัน :)

ฉันชะงักค้าง รีบชักปลายเท้ากลับมาจากบันไดขั้นบนให้เร็วด้วยความตื่นกลัวจนต้องขนลุกซู่ เมื่อดูเหมือนว่าโมจะอยู่เหนือฉันตลอดเวลาก็เลยอ่านความคิดฉันทันเสมอ ไม่ได้การแล้วล่ะ ฉันจะต้องเปลี่ยนแผนด้วยการลงบันไดไปชั้นล่างเดี๋ยวนี้เลย! แต่เสียงรองเท้านักเรียนของโมก็ดังกระทบบันไดกึกๆ ตามมาคอยสั่นประสาท ทำให้ฉันรู้ว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ยอมหยุดเลิกราง่ายๆ จนกว่าจะได้เอาเรื่องให้สมใจแน่ๆ

ท่าไม่ดีแล้ว

ฉันหยิบวิทยุสื่อสารแจ้งเหตุร้ายออกมาจากกระเป๋ากระโปรง พูดโค้ดผิดๆ ถูกๆ ใส่มันเสียงสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่

“Mayday! Mayday! Mayday!” แต่ในที่สุดก็พูดถูกจนได้

แต่แล้วไงต่อ ในเมื่อฉันไม่รู้เลยว่าเขาไปไหน ยิ่งในเวลาแบบนี้ด้วย

ในเวลาที่ฉันได้ลงบันไดมาถึงชั้นล่าง ก่อนจะพบว่ายูมิกับไอกำลังยืนดักหน้า และโมก็กำลังยืนดักหลังฉันเอาไว้เรียบร้อย ฉันพยายามวิ่งแทรกผ่านพวกเธอไป แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลย กลับทำให้ยูมิกับไอคว้าแขนฉันไปจับไว้คนละข้างอย่างเหนียวแน่นได้อย่างง่ายดายด้วยซ้ำ

ปล่อยฉันนะ!”

ยัยนี่กล้าเสียงแข็งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะยูมิถามเสียงหลง

โมเหยียดยิ้ม สักพักแล้วล่ะ ท่าทางเราจะต้องสั่งสอนมันหนักๆ แล้วนะ

ปล่อยฉันไปเถอะ…” ฉันพูดด้วยหน้าตาสลดทันที นะ…”

ฮ่าๆๆๆ

พวกเราคิดว่าไง

ขอคิดดูก่อนแล้วกัน ฮ่าๆๆๆ

ฉันได้แต่ก้มหน้า ปล่อยให้เสียงหัวเราะเยาะเหล่านั้นกดทับให้ตัวฉันหดเล็กลงไปมากกว่าเดิมเรื่อยๆ อย่างไม่คิดจะโต้ตอบอะไร ฉันน่ะคงจะไม่มีวันเสียงแข็งขึ้นมาได้ตลอดรอดฝั่งหรอก ฉันน่ะไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้นหรอกนะ

เพราะว่าเควนตินไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้

ลากนางไว้ตรงนี้แหละ เสียงของโมเรียกสติฉันกลับมา ทำให้พบว่าตอนนี้ยูมิกับไอกำลังหิ้วปีกพาฉันให้เดินเข้าไปในซอกหลืบของช่องว่างระหว่างสองตึกเรียน ก่อนจะพร้อมใจกันผลักฉันอย่างแรงจนต้องทรุดตัวลงไปนั่งพับเพียบกับพื้นดิน ฉันก็เลยเงยหน้าขึ้นไปสบตากับพวกเธอทั้งสามคน สายตาน่ากลัวเหมือนกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อนั่นทำให้ฉันไม่กล้าลุกขึ้นยืนเพื่อหนีแต่อย่างใด นอกจากค่อยๆ กระถดตัวถอยหลังไปจนแผ่นหลังแนบชิดกำแพงตึกก็เท่านั้น

อย่าเข้ามานะ

โมหัวเราะให้ฉันฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่ะอย่าห่วงเลย แค่ฉลองนิดหน่อย

“…ฉลองอะไร

อุปกรณ์หน่อยสิ สองสาว

ยูมิกับไอแท็กมือกันอย่างนึกสนุก ก่อนจะแยกย้ายกันไปหยิบ อุปกรณ์ตามคำสั่ง โดยฉันเห็นว่าคนหนึ่งเดินไปหยิบขวดน้ำปลาขนาดเล็กในถุงเซเว่นออกมา ส่วนอีกคนก็เดินไปหยิบแก้วเปล่ามาถือไว้ รอให้อีกฝ่ายหมุนจุกขวดออกมาทั้งอัน เธอเทของเหลวสีน้ำตาลเข้มลงไปในแก้วใบนั้น ก่อนจะส่งมันให้กับโม

โมเดินมาหาฉัน ค่อยๆ ย่อตัวลงมานั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระดับเดียวกัน

ฉันใจเต้นแรงอย่างหวาดกลัวทันทีก็เลยรีบหันหน้าหนี

แต่ว่าโมก็ยื่นแก้วในมือเข้ามาแนบแก้มฉัน มากพอจะทำให้ได้กลิ่นคาวเค็มคลุ้งไปทั่วชวนให้น่าเวียนหัว ดื่มฉลองให้กับความกล้าของเด็กใหม่หน่อยสิจีต้าเธอพูดจบก็หัวเราะความกล้าไม่เข้าเรื่องน่ะ ^^”

ยูมิกับไอผสมโรงหัวเราะด้วย แต่ฉันไม่ตอบสนองอะไร

ก็นะในเวลาแบบนี้ฉันควรจะตอบสนองอะไรล่ะ

โมก็เลยฉุน ดื่มสิว่าพลางดันแก้วพลาสติกให้แนบแก้มฉันมากขึ้นไปอีก แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่อยากกินเลย ทำยังไงดี แต่ถ้าไม่กินยัยพวกนี้ก็คงจะไม่ยอมปล่อยให้ฉันไปไหนแน่ๆ ให้ตายเถอะ ฉันจะทำยังไงดี

เควนติน

นายจะต้องมาช่วยฉันนะ ฉันเรียกนายแล้ว นายก็ต้องมาช่วยฉันสิ

ตกลงจะดื่มหรือไม่ดื่ม เธออย่ามาทำให้งานเลี้ยงฉันกร่อยนะ!”

“…” ฉันก้มหน้าอย่างกดดัน เผลอกำหมัดแน่นก็เลยกำทรายบนพื้นดินไปด้วยฉันรู้รู้ว่าเขาจะมาช่วย

เพราะว่าฉันเป็นเพื่อนของเขา

ใช่มั้ย?

ถ้าไม่ดื่มล่ะก็ฉันจะราดมันใส่หัวเธอนะ เอามั้ย

สาม

สอง

หนึ่ง

เควนติน…!

ซ่า!!!

ฉันหลับตา เมื่อความเปียกชุ่มได้มาเยือนหัวฉันเต็มๆ กลิ่นเหม็นคาวก็เช่นกัน ฉันจึงได้แต่เม้มปากแน่น ปล่อยให้ของเหลวไหลรินผ่านขมับ ไล้จากแก้มลงไปท่วมบ่าทั้งสองข้างอย่างไม่มีทางจัดการกับมันได้เลย และพูดตรงๆ ว่าฉันก็เบื่อตัวเองเหมือนกันที่กำลังร้องไห้

พวกโมแท็กมือกัน ก่อนจะกอดคอเดินจากไป ฉันก็เลยปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย

จริงๆ แล้วฉันไม่ควรจะรู้สึกมากมายขนาดนี้

ไม่ควรเลยจริงๆ

ถ้าฉันไม่คาดหวังอะไรกับเขา

ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองบนฟ้า พร่ำบอกตัวเองให้อดทน ปาดน้ำตาได้แล้ว และแบกสภาพเน่าๆ ของตัวเองไปล็อกเกอร์ หยิบชุดพละไปเปลี่ยนในห้องน้ำสักที เพราะว่านี่เป็นสิ่งเดียวที่ฉันพอจะช่วยเหลือตัวเองได้ในตอนนี้

ว่าแล้วฉันก็ลากสังขารไปเปลี่ยนเป็นชุดพละ แถมยังล้างผมให้กลิ่นเค็มๆ ออกไปด้วย แต่มันไม่ค่อยออกไปหรอก สังเกตจากนักเรียนที่เผลอเข้ามาใช้ห้องน้ำเอาน่ะ พวกเธอจะทำจมูกฟุดฟิด บางคนแย่หน่อยก็ถอยหนีไปไกลเลย ฉันถอนหายใจออกมา ยิ้มบางๆ ให้กับตัวเองในกระจก

พยายามทำใจให้ชินซะเถอะ สู้เขาหน่อยจีต้า!

ฉันเก็บชุดนักเรียนเน่าๆ ไว้ในถุงกระดาษ ใส่มันเข้าไปในล็อกเกอร์อีกทีเพื่อไม่ให้กลิ่นแปลกๆ ไม่เป็นมิตรกับผู้คนลอยคลุ้งออกมารบกวนชาวบ้าน และเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วฉันถึงเดินขึ้นตึกเรียนไป เสียงกริ่งของโรงเรียนดังขึ้นตั้งนานแล้วล่ะก็เลยไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่พอฉันเปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วจะพบว่าเพื่อนทุกคนกำลังนั่งเรียนกันอยู่อย่างพร้อมหน้า

ฉันผงกหัวให้คุณครู ก่อนจะเดินตัวลีบไปนั่งที่ตัวเองอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เผลอไปรบกวนสมาธิเพื่อนคนอื่น

แต่สุดท้ายก็รบกวนจนได้

กลิ่นอะไรน่ะ

ไปตกถังขยะมารึไง

ฉันนั่งข้างเธอไม่ได้หรอกนะ

เพื่อนรอบตัวฉันหันมาพูดด้วยเป็นครั้งแรก แต่เป็นบทสนทนาที่แย่ไปหน่อยเนอะฉันรู้ แต่มันก็สมควรแล้วล่ะ ฉันเข้าใจนะ ถ้าพวกเธอจะพูดด้วยสีหน้ารังเกียจแบบนั้น เพราะว่าพอฉันลองดมปกเสื้อเชิ้ตตัวเองดูมันก็เหม็นมากจริงๆ นั่นแหละ อ่าว่าแต่ตามหลักแล้วฉันควรจะตอบอะไรไปสักอย่างสินะ

ขอโทษทีนะ ^^;”

แย่จริงๆ

ดูเหมือนว่าฉันจะหลุดปากขอโทษอีกแล้ว (._.)

แต่ถึงอย่างนั้นเพื่อนรอบตัวฉันก็เบ้ปากให้อย่างไม่พอใจ พวกเธอเหล่มองฉันด้วยสายตาเย็นชา บางคนหยิบพัดขึ้นมาโบกใหญ่เลย บางคนก็เอามืออังจมูกไว้ ท่าทางเหมือนกับว่าไม่อยากจะนั่งใกล้ๆ ด้วย หรือว่าฉันควรจะออกไปยืนข้างนอกห้องรอจนกว่ากลิ่นเหม็นๆ จะหายไปดีนะ

เธอๆ

นารัน

ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของเสียงหวานอย่างทึ่งจัด

ร่างบางกำลังสะกิดไหล่เพื่อนข้างๆ ฉัน

เธออยากจะแลกที่นั่งกับฉันมั้ยล่ะ ^^”

เธอนั่งไหน

ริมหน้าต่างจ้ะ

ตกลง!”

อะไรกันเนี่ย

เพื่อนข้างๆ ฉันเก็บข้าวของบนโต๊ะใส่เข้าไปในกระเป๋าสะพายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปนั่งริมหน้าต่างทันที

ส่วนนารันก็นั่งข้างๆ ฉันแทน

ทำไมล่ะ?

ฉันมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ แต่เธอไม่ตอบอะไร นอกจากอมยิ้มเงียบๆ

ฉันก็เลยยังคงไม่เข้าใจต่อไปแม้ว่าจะยังไม่เข้าใจก็เถอะ แต่มันก็แอบรู้สึกดีอยู่เล็กๆ นะ

ถามต่อๆ กันไปหน่อยสิว่ามีใครอยากจะแลกที่นั่งกับฉันบ้างในขณะเดียวกัน เพื่อนข้างหน้าฉันอีกสองคนก็หันไปถามเพื่อนร่วมห้องคนอื่นต่อเป็นทอดๆ เพราะว่าไม่อยากจะนั่งใกล้ๆ ฉันเหมือนกัน ตอนนี้เลยไม่มีใครสนใจการเรียนอีกต่อไปแล้ว เอาแต่สนใจการส่งข้อความลูกโซ่ด้วยปากต่อปากอยู่นั่นแหละ

เพิ่งจะรู้สึกดีแท้ๆ เชียว

ฉันเอง

…!

ราเอล

ราเอลเนี่ยนะ?! ฉันไม่เคยคุยกับเธอหรอกนะ เพราะว่าเธอเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และมักจะนั่งอ่านหนังสืออยู่ในมุมของตัวเองเสมอ แต่ตอนนี้เธอกลับกำลังแบกกระเป๋าสะพายมา พร้อมกับหนังสือเรียนกองโตเต็มสองอ้อมแขน ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะของเพื่อนข้างหน้าฉันอีกสองคนเหมือนกับจงใจแกล้ง

นี่! เกือบทับมือแน่ะ

ราเอลยักไหล่ เธอลากอีกฝ่ายออกมา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งแทนอย่างหน้าตาเฉย คนถูกลากจึงทำได้เพียงเก็บข้าวของไปนั่งที่ของเธอตามที่ตกลงกันไว้ ฉันมองผู้หญิงแกร่งตรงหน้าอย่างอดชื่นชมไม่ได้

เท่ชะมัด

เหลือฉันคนเดียวได้ยังไง เพื่อนข้างหน้าฉันคนสุดท้าย (ถ้าไม่นับราเอล) ชะโงกหน้าไปกระซิบบอกเพื่อนร่วมห้องคนอื่นอีกครั้ง ถามต่อๆ กันไปอีกหน่อยสิว่าขออีกคนว่าพลางลุกลี้ลุกลนอย่างกลัวว่าจะไม่ได้แลก

ฉันเองก็คิดแบบนั้น

คนไหนกล้าแลกมานั่งข้างฉันก็เท่ากับว่าอยู่ฝ่ายฉันเช่นกัน แค่สองคนมันก็มากเกินพอแล้ว ไม่น่าจะมีใครยอมเสี่ยงเป็นศัตรูกับพวกโมอีกแล้วล่ะ แต่ว่า

“…ก็หลบไปสิ

ว้าย! ไอ้บ้าเอ๊ย แค่ขนหนังสือก็พอแล้วจะยกมาทั้งโต๊ะเพื่ออะไรยะ?!”

ฉันหันไปมองนักเรียนชายตัวสูงกว่าฉันเล็กน้อย เจ้าของเส้นผมสีดำ ดวงตาเฉยชาสีเดียวกัน ชอบสวมหมวกแก๊ปกลับหลังอยู่ตลอดเวลา ฉันจำได้ว่าเขาคือ ควี หนุ่มรักสันโดษ โลกส่วนตัวสูงประจำห้องเรียน เขากำลังแบกโต๊ะไว้เหนือหัว เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านักเรียนหญิงข้างหน้าฉัน

นี่เขาก็สนับสนุนฉัน ยอมเสี่ยงเป็นศัตรูกับพวกโมด้วยคนเหรอ

แค่แลกกันก็จบแล้วใช่ป่ะ ฉันจะได้เรียนอย่างสงบสักที น่ารำคาญเขาพูดเสียงห้วนอย่างหงุดหงิด ฉันก็เลยรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ฝ่ายฉันหรอก ก็แค่รำคาญน่ะ ส่วนนักเรียนหญิงคนนั้นก็สะดุ้งโหยง รีบเลื่อนโต๊ะไปทางอื่นทันทีด้วยความกลัวเกรง เขาถึงได้ถอนหายใจเฮือกยาว วางโต๊ะลงตรงช่องว่างข้างๆ ราเอล ก่อนจะนั่งเรียนต่อไปอย่างไม่ใส่ใจสายตาของผู้คนรอบข้าง

แข็งแกร่งมาก

ฉันอยากจะขอบคุณพวกเขาทั้งสามคนเป็นรายตัวเลย

แต่ตอนนี้คงจะไม่เหมาะเท่าไหร่หรอกมั้ง

เพราะว่าโมดูไม่พอใจมากเลยน่ะสิ

 





เลิกเรียน

ยอมรับว่าการเรียนครึ่งบ่ายของฉันไม่ง่ายเลย ฉันได้แต่กังวลว่าเพื่อนรอบตัวจะโอเครึเปล่ากับการมานั่งเรียนใกล้ฉัน เพราะว่าเพื่อนคนก่อนมักจะดูหงุดหงิดตลอดเวลา แถมตัวฉันก็ยังเหม็นอีกด้วย ฉันก็เลยกลัวน่ะ แต่สำหรับนารันกลับต่างออกไป เธอก็ดูโอเคนะ หันมายิ้มให้ฉันบ่อยมากเลยล่ะ เขิน (‘ ‘)///

แต่ว่าฉันยังไม่ทันได้ขอบคุณเธอเลยน่ะสิ

นี่เลิกเรียนแล้ว ทุกคนดูเร่งรีบกลับบ้าน นารันก็เหมือนกัน

ราเอลก็ด้วย

ควีก็ด้วย

ท่าทางฉันจะมัวแต่ชักช้าไม่ได้แล้วสินะ ว่าแล้วก็หันไปสะกิดแขนนารันเพราะว่าอยากจะขอบคุณ จริงๆ ฉันน่าจะขอบคุณเธอให้เร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่ก็กลัวว่าจะไปรบกวนเธอเข้าก็เลยรอเลิกเรียนก่อนดีกว่า แหะๆ

คนถูกสะกิดหันมามองฉันทันที

อ่าสวยจัง

มีอะไรเอ่ย? ^^” ตาก็หวาน ยิ้มก็ดูจริงใจ

(‘ ‘)///” เขิน

“^^?

ฉะฉันขอบคุณเธอมากนะกว่าฉันจะรวบรวมสติพูดออกไปได้

แต่นารันดูชิลมาก เธอโบกมือไปมา ไม่เป็นไรหรอกจ้า เธอเคยช่วยฉันไว้ และอีกอย่างฉันน่ะรู้สึกเสียดายจะตายไป เธอนิสัยดีมาก น่าจะเป็นเพื่อนด้วยตั้งนานแล้ว ^O^” เจิดจ้า

เจิดจ้าเหลือเกิน =O=;

แต่เอาเป็นว่าเสร็จไปหนึ่ง ต่อไปก็เป็นเพื่อนข้างหน้าฉันสองคนนั่นล่ะนะ

ไม่ต้องขอบคุณ ฉันมีเหตุผลของฉันราเอล

ฉันก็แค่รำคาญควี

จะจบอย่างรวดเร็ว

ฉันรู้น่า! แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณมากๆ เลยนะ ^^”

“-_-” ราเอล

“-_-” ควี

นี่มันพวกหน้าตาย -O-;

ฉันได้แต่ยืนเกร็ง บีบมือตัวเองแก้เก้อไปเรื่อยเปื่อยมาก ยังไงก็ตามดูเหมือนว่าทุกคนจะสมัครใจ ไม่ได้ถูกบังคับให้มานั่งเรียนใกล้ๆ ฉันเนอะ ค่อยโล่งอกหน่อย

หมับ!

แหมขอบคุณฉันด้วยสิจีต้า ไม่งั้นเธอก็คงจะไม่มีฉากซึ้งๆ ให้สัมผัสหรอกนะ

จู่ๆ โมก็เดินมากอดคอและกระซิบคำพูดมั่นใจข้างๆ ฉัน ก่อนจะเดินออกจากห้องเรียนไปกับลิ่วล้ออีกสองคน ทิ้งฉันไว้กับมวลแห่งความไม่สบายใจอันหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก เพราะว่าถ้าโมพูดแบบนั้น แสดงว่ามันจะต้องไม่จบง่ายๆ แค่นี้แน่ เฮ้อรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย

ไม่เป็นไรนะ

นารัน

จริงๆ ไม่มีใครชอบโมสักคนหรอก แต่ก็คงจะไม่อยากงัดข้อด้วย เพราะว่ามันมักจะมีปัญหาตามมา

นารัน!”

นั่นใช่มั้ยปัญหาที่ว่า

เพื่อนกลุ่มเดิมของนารันกวักมือเรียกเธอไปคุยอะไรสักอย่าง นารันดูกระอักกระอ่วนมากเลยล่ะ คุยอะไรกันนะ

ถูกบังคับให้เลือกข้าง

“…ฮะ?ฉันหันไปเลิกคิ้วให้ราเอล

ยัยนั่นน่ะ…”

ฉันหันกลับไปมองนารันอีกครั้ง อ่าอย่างนั้นเหรอใจร้ายจัง คบกับฉันก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเลิกคบกับเพื่อนกลุ่มเดิมสักหน่อยนี่

ฮะๆ บ้าเอ๊ย!” นารันเดินกลับมาสบถไม่เป็นภาษา เล่นเอาฉันไม่กล้ามองหน้าเธอเลย ฉันเลือกเธอนะ จีต้า

ขะขอโทษนะ (._.)

ขอบคุณต่างหากล่ะ เดี๋ยวแม่ก็เขกหัวซะเลย!”

ขอบคุณ (._.)

ฮ่าๆๆๆ

เก่งชะมัด

แม้แต่ช่วงเวลาแบบนี้ เธอก็ยังสามารถหัวเราะออกมาอย่างสดใสได้ด้วย

ถ้าเป็นฉันจะต้องร้องไห้แน่ๆ

เฮ้ย? จีต้าแฟนเธอกำลังยืนรออยู่หน้าห้องแน่ะ O.O!”

“…หือ?ฉันไม่เข้าใจนารัน เธอก็เลยหมุนตัวฉันให้หันไปมองประตู ประสานสายตากับร่างสูงโปร่ง เจ้าของดวงตาสีดำสนิทคนหนึ่ง เขาดูผงะไปเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือให้ฉันอย่างเก้ๆ กังๆ

เควนติน

ไม่ใช่แฟนฉันสักหน่อยฉันปฏิเสธเสียงอ้อมแอ้ม

นารันก็เลยถอนหายใจ งั้นเหรอว่าพลางผลักฉันให้เดินไปหาเขา ไปสิ ดูท่าว่าเขาจะมีอะไรอยากคุยกับเธอนะ

ยะอย่าผลักฉันสิ…” ฉันเอ่ยปากห้าม แต่ว่าไม่ทันแล้ว

นารันผลักฉันอย่างแรงจนทำให้ฉันเสียหลักมายืนอยู่ตรงหน้าเควนตินแล้ว ฉันจึงรีบก้มหน้าหลบตา ด้วยความกลัวว่าถ้าเผลอสบตาเข้า ความผิดหวังชั่ววูบอาจจะถาโถมเข้ามาจู่โจมในใจฉันได้ ฉันไม่อยากรู้สึกแบบนั้นเลยไม่อยากผิดหวัง รวมทั้งไม่อยากโกรธเขาด้วย เพราะไม่ว่าเขาจะมาช่วยฉันหรือไม่ มันก็เป็นสิทธิ์ของเขาอยู่แล้ว การผิดหวังหรือโกรธเขามันค่อนข้างเรียกร้องมากเกินไป

แต่ทั้งที่คิดแบบนั้น ฉันก็ยังอดผิดหวังและโกรธเขาไม่ได้

แย่จริงๆ

ฉันขอโทษราวกับว่าเขารู้ว่าฉันกำลังคิดอะไร

เขาก็เลยขอโทษฉัน

ฉันขอโทษ…”

ฉะฉันไม่เป็นไร…” ฉันยิ้มให้เขาเพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันไม่เป็นไร

แต่จริงๆ แล้วฉันเป็น

ฉันไม่น่ากลับบ้านไปเอากีตาร์มาไว้ในห้องชมรมเลย ไม่งั้นฉันก็คงจะมาช่วยเธอทันไปแล้วเขาสารภาพพลางมองชุดพละของฉัน ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกมากขึ้นไปอีกว่าความจริงแล้วฉันเป็นเป็นมากเลยด้วยมันยากที่จะโกหกอีกต่อไป เพียงแค่ขอให้เขาอย่าถามฉันอีกครั้งก็แล้วกัน เชื่อเลยว่าฉันจะต้องปล่อยโฮออกมาแน่ๆไปห้องชมรมกัน กลายเป็นว่าเขาไม่ถามฉันสักคำ แต่ชวนแทน แต่ว่าฉันไม่พร้อมเลย

ขอโทษนะ ฉันมีธุระ

อะไรกันจีต้า เธอเป็นคนชวนฉันเข้าชมรมเองแท้ๆ แต่ดันไม่อยู่เป็นเพื่อนกันในวันแรกของการเป็นสมาชิกเนี่ยนะนารันเดินเข้ามาสมทบวงสนทนาด้วยการกระแทกไหล่เป็นเชิงหยอกล้อ ราเอลกับควีเองก็อยากจะเข้าด้วยเหมือนกัน นี่อย่าบอกนะว่าเธอจะกล้าทิ้งสมาชิกใหม่ทั้งสามคนลงคอน่ะ

ราเอลกับควีด้วยเหรอ

“-_-”

“-_-”

ดูหน้าพวกเขาก่อนเถอะว่าอยากจะเข้าจริงรึเปล่า -O-;

ชมรมอินดี้เหรอ ฟังดูน่าสนใจดีนะ

ฉันนอนได้ใช่มั้ย

ราเอลกับควีถามเควนติน เขาก็เลยพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น และกว่าฉันจะรู้ตัวอีกที

 

สมาชิก

1.      นางสาว จินห์จุฑา อรุณโยธา      ม.6 ห้อง 1 (หัวหน้า)

2.      นาย เควนติน คูเปอร์                  ม.6 ห้อง 5 (สมาชิก)

3.      นางสาว นารัน ดาหลัน               ม.6 ห้อง 1 (สมาชิก)

4.      นางสาว พรรณทิรา แจ่มจันทร์    ม.6 ห้อง 1 (สมาชิก)

5.      นาย ควี อินทร์นารา                   .6 ห้อง 1 (สมาชิก)

 

พวกเราทั้งห้าคนก็มานั่งรวมกันเป็นวงกลมในห้องชมรมอินดี้เรียบร้อยแล้ว -_-;

จีต้ามีเพื่อนเยอะเลยเควนตินกวาดตามองรายชื่อสมาชิกในกระดาษแผ่นบาง เขายิ้มให้ฉันอย่างพอใจ แต่ฉันเกร็งเกินกว่าจะยิ้มกลับไป เล่นเอาเขาเหวอไปเลย ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจเมินเขาหรอก แต่ว่าร่างกายมันตอบสนองไปเองน่ะ ทุกคนตามสบายเลยนะเขากระแอมแก้เก้อ ก่อนจะปลีกตัวไปนั่งดีดกีตาร์บนโซฟาอยู่เงียบๆ

มีคนเคยพูดว่าผู้ชายดีดกีตาร์จะเพิ่มเสน่ห์มากไปกว่า 80%

เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

อย่าเข้าใจผิดแต่ราเอลก็ขัดจังหวะฉันด้วยการจ้องมองมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ฉันไม่เคยพูดเลยว่าอยากจะเป็นเพื่อนกับเธอ

“…” ฉันถึงกับอึ้งไป

ราเอล…” นารันก็ดูตกใจ

แต่ว่าเจ้าของชื่อกลับยักไหล่อย่างไม่สนใจ ฉันน่ะเคยเป็นอดีตสมาชิกในกลุ่มของพวกโมมาก่อนนะเธอพูดกลั้วหัวเราะ แต่เพิ่งจะรู้ตัวไงว่าถูกยัยพวกนั้นนินทาลับหลังตลอดเวลา ฉันก็เลยไปไหนมาไหนกับเธอเพื่อกวนประสาทก็แค่นั้น มันน่าสนุกดี

ฉันก็เป็นพวกไหลไปเรื่อยควีเสริมทัพบ้าง ฉันไม่เคยพูดเลยว่าอยากจะเป็นเพื่อนกับเธอด้วย

“…”

“…”

นารันกับฉันก็เลยนิ่งเงียบไป หลังจากได้รับฟังคำสารภาพอย่างจริงใจ

ถ้างั้นเรามาเป็นเพื่อนกันมั้ย

ว่าไงนะราเอล

“…” ควี

นี่ฉันพูดอะไรออกไป

ทำไมถึงกล้าพูดอย่างมั่นใจราวกับว่าพวกเขาจะยอมตอบตกลง บ้าไปแล้วฉัน

ฉันล้อเล่น…”

ตกลง

…O_O!

ราเอลหันหน้าไปมองทางอื่นทันที

ส่วนควีก็… “เอาสิ -_-///”

มันหมายความว่าทุกคนยอมรับฉันเป็นเพื่อนแล้วใช่มั้ย

นารันปรบมือให้ฉันเบาๆ

เควนตินถึงกับเล่นผิดคอร์ด เขาก็เลยหยุดเล่นกีตาร์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ฉันเหมือนเคย แต่ฉันกลับเป็นฝ่ายเม้มปากแน่น และหลบตาเขาอีกครั้งด้วยการหันหน้าไปมองนารันแทน

ฉันทำอะไรลงไป โอ๊ย

นายเขินจีต้าเหรอราเอลทักควี หูนายมันแดง -_-”

ไม่จริง ควีตอบอะไร หรืออาจจะไม่ตอบอะไร คือฉันไม่ได้สนใจเลย ฉันได้แต่กังวลมากกว่าว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะทำตัวเป็นปกติกับเควนตินได้ ในเมื่อเขาก็ขอโทษฉันแล้วไง นี่ฉันยังต้องการอะไรอีกล่ะ

จึกๆ

“…จีต้านารันจิ้มไหล่ฉันเบาๆ ออกไปคุยกันข้างนอกหน่อยสิ

“-O-? แม้ว่ามันจะน่าแปลกใจไม่น้อย แต่ฉันก็ยอมเดินตามอีกฝ่ายออกไปนอกห้องแต่โดยดี

จนกระทั่งเหลือพวกเราแค่สองคน นารันก็เริ่มพูดออกมา

เธอชอบเขามั้ย

“…ฮะ?

เควนตินไง เธอไม่ได้เป็นแฟนกับเขานี่นา ฉันก็เลยอยากรู้ว่าเธอชอบเขามั้ยนารันถามด้วยสายตาคาดหวัง

ฉัน…” ฉันตอบตะกุกตะกักทันที เพราะว่าตั้งตัวไม่ถูก จู่ๆ ก็ถามกันเลย ใครไม่ตกใจก็บ้าแล้ว! เควนตินน่ะเพิ่งจะเข้ามาในชีวิตฉันไม่นานเองนะ ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ถ้าชอบเขามันก็ออกจะเร็วไปหน่อยมั้ง อีกอย่างเราสองคนก็เป็นแค่เพื่อนกัน ฉันไม่ได้ชอบเขาหรอกฉันตอบออกมาจนได้

นารันก็เลยถอนหายใจอย่างโล่งอกดีจัง…”

“-O-?

ฉันนึกว่าตัวเองจะหน่วงซะแล้วสิ

ทำไมเหรอ ฉันถามบ้าง แม้ว่าจะไม่ค่อยเข้าใจคำว่า หน่วงเท่าไหร่ แต่ด้วยอะไรบางอย่างในใจ อาจจะเป็นจิตใต้สำนึกหรืออะไรก็ตาม มันกำลังร้องเตือนว่าฉันไม่ควรจะถามมันออกไป

ฉันชอบเขาล่ะ!”

เพราะว่านั่นทำให้ฉันได้เข้าใจความหมายของคำว่า หน่วงอย่างแท้จริง

มันเป็นความรู้สึกเล็กๆ

ไม่ถึงกับเจ็บ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่รู้สึกอะไรเลย


--------------------------------------------
เอาแล้ววว =O=; เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดก็มา 5555+
ความรักครั้งนี้ไม่ง่ายซะแล้ว เป็นกำลังใจให้จีต้า
และคนเขียนด้วยจ้า ^^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

276 ความคิดเห็น

  1. #251 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 01:29
    เปนห่วงจีต้าอ่ะดิ๊ อิอิ
    #251
    0
  2. #234 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 15:42
    ครั้งนี้ก็ถือว่าช่วยนะ
    #234
    0
  3. #226 EvaaRatta (@evaaratta) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2557 / 21:52
    เขินค่ะ >_< ชอบค่ะ >_< รักเควนตินค่ะ >_<



    อยากให้กุ๊กกิ๊กมุ้งมิ้งแบบนี้ทั้งเรื่อง อิอิ



    แอบชอบผู้ชายปากร้ายใจดี
    #226
    0
  4. #165 Lächeln (@orpicuew) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 15:12
    จีต้าใช้เมย์เดย์พร่ำเพรื่อมาก เดี๋ยวหมดหรอก
    #165
    0
  5. #157 riren (@riren) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 10:39
    ชัก....ชักเหมือนโนบิตะนะคะจีต้า = =
    เจอเควนตินรอบหน้าอย่าลืมซื้อโดรายากิไปฝากล่ะ
    #157
    0
  6. #106 rainbow-light (@rainbow-light) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 20:16
    เห่ยยยยย
    จีต้าแอบอยากเจอเควนตินรึเปล่าเนี่ย ?
    เอะอะอะไรเรียกตลอดๆ
    #106
    0
  7. #96 !!! ~fon~ !!! (@fon2929) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 / 22:40
    เอะอะอะไรก็เรียกเควนตินตลอดเลย
    #96
    0
  8. #93 Aomjai^^ (@aom_goodchange) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 / 20:39
    ปากพี่แกแบบ......
    #93
    0
  9. #86 TANH_ZEPIA (@tanh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 23:48
    หึย! แอบตกใจแทนจีต้า
    ตอนที่เควนตินอุ้มเก็บกระโปรง
    นั่นๆๆ จีต้าเริ่มเขินแล้ววว
    ก็นะ จากแตะหน้าผากเฉยๆ เลเวลอัพมาเป็นการอุ้ม
    มันค่อนข้างจะเป็นพัฒนาการหลายขั้นอยู่
    แอบสงสารเควนตินเมื่อลองคิดภาพตามเล่นๆ ว่า...
    กำลังนั่งอยู่ในห้องเรียน แล้ว แช่แวบ! ดังขึ้นแบบรัวๆ
    อืม...มันคงเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำไม่ใช่น้อย

    ไม่ไหวแล้ว เบนซ่าแกล้งได้เด็กอนุบาลเกินไปแล้ววว
    จับเธอไปลงเรียนคอร์สแกล้งคนด่วนๆ
    (อย่าเชียวนะ : จีต้า)

    ชอบตอนสุดท้าย เรียกให้เควนตินมาคัดลายมือ
    คิดภาพหน้าเฮียแกออกเลยตอนที่รู้ว่าต้องมาทำอะไร
    นับวันภารกิจที่นายต้องทำนี่เหนือคาดขึ้นเรื่อยๆ นะ ฮา

    160 หนัก 46 ไม่อ้วนสักหน่อย!
    เควนตินนายอย่าทำเราเฮิร์ตดิ
    เราก็พอๆ กับจีต้าอะแหละ
    เดี๋ยวๆ เดี๋ยวแช่งให้ชวดสองหมื่นเลยนี่

    แอบคิดเล่นๆ ตอนที่เพทายเพ้อถึงเควนติน
    ว่าจะเกิดปัญหาเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแนวๆ เดียวกับตอนหน้าใสรึเปล่า
    แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร
    ดีแล้วๆ อย่าให้เพทายร้ายอีกคนเลย
    แค่นี้จีต้าก็กระอักเืลือดพอละ ฮ่าๆๆ
    รอบทต่อไปนะน้องมุก
    ><
    คำผิดๆ
    อย่างได้ = อยากได้ เสียสันหลัง = เสียสันหลัง

    ประโยคแหม่งๆ
    เพราะฉันจะไปดึงเส้นผมของพวกเธอไปทำพิธี = เพราะฉันจะดึงเส้นผมของพวกเธอไปทำพิธี (ตัด "ไป" ทิ้งอันนึงดีปะ?)
    จะเอาต่อ = จะเอาไงต่อ
    #86
    0