Mayday! รักเธอนะ ทราบแล้วเปลี่ยน

ตอนที่ 4 : Chapter 3 | With the Decision

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 457
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 ต.ค. 58

Chapter 3 | With the Decision

 

อ่า

ฉันชักจะไม่มั่นใจแล้วสิว่านี่มันถูกต้องมั้ย

เมื่อฉันได้ตัดสินใจยกมือขึ้นขัดจังหวะการเรียนการสอนของคุณครู ทำให้เพื่อนร่วมห้องหันขวับมามองด้วยความสนใจ ฉันก็เริ่มรู้สึกถึงความประหม่า เพราะต้องออกตัวไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่เคยมีปากมีเสียงเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตัวเองมาก่อน ฉันมักจะเงียบเสมอมา ไม่งั้นโมอาจจะมีบทลงโทษเจ็บแสบให้กับฉันก็เป็นได้ แต่คราวนี้ฉันเองก็แอบช็อกไม่น้อยอยู่เหมือนกันที่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาก่อกบฏเล็กๆ ด้วยการไม่เงียบและปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันจบไปเฉยๆ เหมือนกับทุกครั้ง

รู้ทั้งรู้ว่าการแข็งข้อกับโมไม่เป็นผลดีสักนิด แต่ทำไมฉันถึงยังกล้าทำ

เพราะว่า สิ่งนั้นหายไปงั้นเหรอ

เธอคนนั้นมีอะไรรึเปล่าประโยคคำถามของคุณครูเรียกให้สติฉันกลับมา ย้ำเตือนให้ฉันตระหนักได้ว่ามาถึงขั้นนี้ก็ควรจะพูดต่อไป โดยไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว

กระเป๋านักเรียนของหนูถูกค้น และมีบางสิ่งบางอย่างหายไป…”

ใช่ก็แค่พูดไป ไม่เห็นต้องคิดอะไร

มันเป็นวิทยุสื่อสารค่ะ สีเหลืองๆ เครื่องหนึ่ง

ฉันเผลอกลั้นหายใจอย่างกดดัน คุณครูกำลังเดินมาหาฉัน ก่อนจะชะโงกหน้ามาเพื่อกวาดตาสำรวจสภาพรอบๆ ตัวฉันสักพักใหญ่ก็หันหลัง เดินกลับไปยืนอยู่หน้าชั้นเรียนเหมือนเดิม ท่านหยิบไม้เรียวใกล้ๆ มือขึ้นมาถือไว้ เคาะไปบนโต๊ะ

ปึง! ปึง! ปึง!

ฉันรับรู้ได้ถึงบรรยากาศตึงเครียด จนต้องบีบกระโปรงสุดแรงเพื่อซ่อนความกลัวไว้ข้างหลัง

นักเรียนทุกคนเอากระเป๋านักเรียนของตัวเองขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ

เสียงโห่อย่างไม่พอใจของเพื่อนร่วมห้องดังขึ้นมา แถมเพื่อนข้างๆ ฉันยังหันมาชักสีหน้ารำคาญใส่ด้วย ทำให้ฉันต้องผงกหัวแทนการขอโทษให้อย่างไม่มีทางเลือก คุณครูกำลังตรวจกระเป๋าสะพายของนักเรียนทุกคน ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนลุ้นด้วยความหวังว่าขอให้ความกล้าเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า

แต่สุดท้ายก็เสียเปล่า

เมื่อคุณครูเดินไปตรวจกระเป๋าสะพายจนครบ แต่กลับไม่พบอะไรที่ดูเหมือนว่าจะเป็นวิทยุสื่อสารของฉัน

มีนักเรียนคนไหนเห็นว่ากระเป๋าสะพายของเพื่อนถูกค้นบ้าง เราจะได้ตามตัวผู้กระทำความผิดถูกคุณครูถาม

แต่เงียบกริบ

ไม่มีการกระดุกกระดิกอย่างมีพิรุธว่าเห็นกระเป๋าสะพายของฉันถูกค้นสักคน ฉันก็เลยไล่สายตามองเพื่อนร่วมห้องอย่างอ้อนวอน ขอร้องให้มีคนเห็นว่าโมทำ (ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นฝีมือเธอแน่ๆ) เพราะอย่างน้อยฉันก็จะได้มีหลักฐาน ทำให้คุณครูช่วยเค้นว่าวิทยุสื่อสารนั้นอยู่ตรงไหนจากปากโมอีกทียังไงล่ะ แต่ทุกคนเงียบไปหมดอย่างนี้ ฉันก็เฟลเหมือนกันนะ

ไม่เอาน่า มันจะต้องมีสักคนสิ T^T

เฮ้ย? ไม่มีคนเห็นจริงๆ เหรอ TOT;

ชัดเจนมากค่ะครูจู่ๆ โมก็พูดแทรกกลางความเงียบขึ้นมา เธอหันมาสบตาฉัน และเหยียดยิ้มน่ากลัวมาให้ ฉันเห็นแล้วรู้สึกใจคอไม่ดีเอาซะเลย ท่าทางยัยนั่นอาจจะกำลังเริ่มบทลงโทษเจ็บแสบให้กับฉันแล้วก็เป็นได้ ใครคิดว่าจีต้ากุเรื่องเพื่อเรียกร้องความสนใจบ้าง ยกมือหน่อยสิ

นักเรียนมากกว่าครึ่งยก

บทลงโทษของเธอคงจะเริ่มแล้วจริงๆ เพราะนั่นเป็นวิธีการเดิมๆ ที่เธอมักจะใช้จัดการฉัน

วิธีการเดิมๆ ที่เธอน่ะรู้ดีเลยว่ามันจะทำให้ฉันรู้สึกอ่อนแอ และรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวมากแค่ไหน

ครูเห็นรึยังคะ ผู้หญิงคนนั้นขี้เรียกร้องความสนใจจะตาย

โม

ฉันได้แต่ยืนนิ่งเงียบ กำหมัดไว้แน่นอย่างคิดไม่ออกเลยว่าในเวลาแบบนี้ฉันควรจะโต้ตอบอะไร หัวสมองมันตื้อไปหมด ก็เหมือนกับทุกทีนั่นแหละ ฉันก็หงุดหงิดตัวเองเหมือนกันที่ทำอะไรไม่เห็นจะได้เรื่องสักอย่าง TOT! แต่ฉันโมโหตัวเองได้ไม่นานนักหรอก เมื่อโมได้ลุกขึ้นยืน โพล่งออกมาเสียงดังฟังชัด

ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำค่ะ ว่าพลางกระดิกนิ้วส่งสัญญาณให้ฉันเดินตามไปด้วย

อึก

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดผวา โมชิงเดินออกจากห้องเรียนไปก่อน โดยไม่ลืมส่งสายตากดดันมาให้ ฉันก็เลยต้องบีบมือทั้งสองข้างไว้ด้วยกัน ไม่อย่างนั้นมันอาจจะสั่นไปมากกว่านี้ ขะขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำเหมือนกันค่ะฉันลนลานผงกหัวให้กับคุณครู เดินออกจากห้องเรียน ตามหลังโมต้อยๆ เข้าไปในห้องน้ำอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่ เหมือนกับหมาเลยเนอะ ฮะๆ เพราะว่าพอมาลองคิดๆ ดูแล้ว ถ้าฉันไม่ยอมไปกับโมตอนนี้ เดี๋ยวเธอก็คงจะหาทางเล่นงานฉันวันหลังอยู่ดี ฉันก็เลยเสนอตัวเองไปให้เธอเล่นงานซะตั้งแต่วันนี้ ให้เรื่องมันจบๆ ไปสักทีดีกว่าน่ะ (._.);

นี่ฉันคิดถูกรึเปล่านะ

ยอมรับเลยว่าความคิดของฉันมันชักจะดูบ้าบอมากเข้าไปทุกวัน โอเค ฉันรู้ตัว U_U;

จีต้า!”

กรี๊ด!

ทันทีที่ฉันก้าวเท้าตามโมเข้ามาในห้องน้ำหญิงก็ต้องสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ก็ถูกอีกฝ่ายผลักให้แผ่นหลังไปกระแทกกับบานประตูเต็มแรง จนทำให้บานประตูนั้นปิดไปพร้อมกัน โมกดไหล่ของฉันลงต่ำ ก่อนจะจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน แม้ว่าฉันจะพยายามหลบตา แต่เธอก็จับหน้าของฉันให้เชิดขึ้นมาสบตากับเธอจนได้

โม!” ฉันตะโกนออกมา และสะบัดหน้าให้หลุดจากการคุกคาม

โมดูอึ้งไปเล็กน้อย โหเธอพัฒนาไปมากเลยนะเนี่ย กล้าเรียกชื่อฉันเสียงแข็งซะด้วย ว้าว…”

ฉัน…” ฉันติดอ่างกะทันหัน เพราะเธอจับคางฉันแรงเกินไป

อ้อเหรอคนตรงหน้าหัวเราะออกมา ก่อนจะปล่อยใบหน้าของฉันให้เป็นอิสระอย่างว่าง่าย ฉันก็เลยถือโอกาสนั้นหลบตาเธอซะเลย อย่าหลบตา!”

“O_O”

อือใช่ ค่อยดูเหมือนจีต้าหมาน้อยคนเดิมขึ้นมาหน่อย ฮ่าๆๆเธอหัวเราะชอบใจได้ดูโรคจิตอย่างกับแม่มดใจร้าย ฉันจึงรีบส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้ เพื่อต้องการกลบเกลื่อนความกลัวภายในจิตใจ เพราะไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้จะลงไม้ลงมือทำอะไรกับฉันเป็นอันดับต่อไปนี่ถามหน่อยสิ…”

ถะถามอะไรเหรอ ^^;”

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงต้องสนใจมันขนาดนั้น ไอ้นั่นสำคัญกับเธอมากจนถึงขนาดทำให้เธอกล้าแข็งข้อกับฉันเชียวเหรอ ทีเมื่อก่อนเธอไม่เห็นจะเดือดร้อนจนถึงขั้นต้องไปฟ้องครูเลยนี่นา ว่าไง?

คือว่า…”

ก็แค่ของเล่นขยะๆ ชิ้นหนึ่ง…”

มันไม่ใช่แค่ขยะนะ!”

โมเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ ก่อนจะหัวเราะหยันๆ ออกมา

ฉันที่เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดจาอะไรไม่เข้าท่าออกไปก็เลยก้มหน้าเพื่อหลบตาเธออีกครั้ง ขะขอโทษฉันเป็นอะไรไปเนี่ย ทำไมจู่ๆ ถึงต้องโมโหขึ้นมาด้วยนะ มันไม่สำคัญอะไรหรอก

ดี…”

รู้แต่ว่า…”

“…?

รู้แต่ว่าฉันยอมให้มันหายไปเฉยๆ ไม่ได้ฉันตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างซื่อสัตย์

โมดูชะงักไปสักพัก ก่อนจะหัวเราะชอบใจออกมา ดีดีมาก ดีแล้วล่ะ คิดได้ขนาดนี้นี่แหละดีมากแล้ว!”

หือ?

ดีเหรอ?

ดีตรงไหนกัน?

ไอ้ของเล่นนั่นเธอรู้ว่ามันอยู่กับฉัน และเธอก็อยากได้มันกลับคืนไปใช่มั้ยล่ะ

มันอยู่กับเธอเหรอ!”

อือฮึพยักหน้ายอมรับได้อย่างหน้าตาเฉย ฉันกะแล้วเชียว! คิดเอาไว้แล้วไม่มีผิด TOT

เธอเก็บไว้ไหนน่ะโม เอามาคืนฉันเถอะนะ ^^;” ฉันพยายามเกลี้ยกล่อมผู้หญิงตรงหน้าอย่างสุดความสามารถ

ความสามารถของฉันมีอยู่แค่เพียงเท่านี้จริงๆ (_ _)*

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมๆ คืนฉันมาเถอะน่า TOT! ในเมื่อมันเป็นของขวัญชิ้นแรกจากผู้ชายคนนั้นที่เขาอุตส่าห์เอามาให้ฉันใช้เลยนะ

ถ้าอยากได้มันกลับคืนไป เธอก็ต้องมารับน้องเควนติน

“…”

รับรองว่าเธอจะได้มันคืนไปแน่ๆ โมยื่นข้อเสนอ พร้อมด้วยกระตุกรอยยิ้มแห่งผู้ชนะ

ฉันรู้ว่าโมยิ้ม

เพราะว่าเธอมั่นใจว่าฉันจะไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอนั่นโดยเด็ดขาด

 





เวลา 08.00 P.M.

ฉันเดินกลับบ้านไปเก็บกระเป๋าสะพาย กวาดบ้านถูบ้านให้เรียบร้อย ถึงค่อยเดินทางมาโรงเรียนเซนต์พรีแอร์ หน้าห้องธุรการได้อย่างตรงต่อเวลา แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนตรงต่อเวลามากกว่าฉันซะอีก จะเป็นใครได้อีกล่ะ ก็เควนตินไง

ร่างสูงโปร่งกำลังนั่งเท้าคางอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อน เส้นผมสีน้ำตาลแดงกับหน้าม้ายาวปรกหน้าผากของเขาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ดวงตาสีเดียวกับท้องฟ้าในเวลากลางคืนกำลังเหม่อมองออกไปไกล ถ้าให้ทายมันก็คงจะเป็นเพราะเจ้าตัวกำลังฟังเพลงอย่างเพลิดเพลินไปกับเฮดโฟนอันใหญ่นั่นอยู่แน่ๆ

ฉันค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เควนตินอย่างช้าๆ อย่างกลัวว่าอาจจะไปรบกวนให้เขาหลุดจากโลกส่วนตัว

“…!”

แต่เขาก็หลุดจากโลกส่วนตัว

เมื่อฉันไม่ทันระวังไปชนกับเสาต้นหนึ่งเข้า

โป๊ก!

งามไส้

“-*-” และพอฉันเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเขากำลังขมวดคิ้วใส่ เจ็บมั้ย

(‘ ‘)///” อาย

เควนตินถอดเฮดโฟนมาคล้องรอบคอเหมือนเดิม เขาลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินเข้ามาหาฉันอย่างเงียบๆ อืมเงียบเกินไปด้วยซ้ำจนทำให้ฉันรู้สึกประหม่าขึ้นมาก็เลยทักอะไรไปเรื่อยไปเทื่อยมาก

นายได้กลับบ้านรึเปล่าเนี่ย ทำไมถึงยังใส่ชุดนักเรียนอยู่เลยล่ะ O.O!”

กลับแล้วสิเขาตอบ แค่ขี้เกียจเปลี่ยนชุดเฉยๆ ก็เลยออกมาทั้งอย่างนี้เลย

อ๋อ…”

เธอล่ะ

ฉันก็เหมือนนาย…”

เขาพยักหน้าอย่างรับรู้ แล้วก็หลบตาฉันไปยืนเก้ออยู่เฉยๆ มองนกมองไม้ เตะฝุ่นไปพลาง ท่าทางเหมือนคนคิดไม่ออกว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี ฉันรู้เพราะว่าฉันมักจะเป็นอยู่บ่อยๆ (._.) อันที่จริงเธอไม่เห็นต้องมาเลยนะ ให้ฉันมารับน้องบ้าๆ นี่กับพวกผู้หญิงกลุ่มนั้นคนเดียวก็ยังไหวเขายักไหล่ หันหน้ากลับมาสบตาฉัน

แต่กลายเป็นว่าฉันกลับต้องเป็นฝ่ายหลบตาเขาซะเอง

ก็เหตุผลนั้นน่ะ

นายยังไม่รู้เหรอ

รู้อะไร

ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่รู้

มะไม่มีอะไรหรอก ^^;” ฉันถึงกับไปต่อไม่เป็น ใจหนึ่งก็อยากจะสารภาพความจริงให้มันรู้แล้วรู้รอดไปว่าไอ้เครื่อง Mayday ถูกยัยพวกนั้นเก็บไว้เป็นตัวประกัน แต่อีกใจหนึ่งกลับหวาดหวั่นขึ้นมาซะงั้นว่าถ้าขืนบอกไปเขาจะต้องโกรธฉันมากแน่ๆ รักษาของไว้กับตัวง่ายๆ แค่นี้กลับทำไม่ได้ มันน่าโมโหจะตาย! ขนาดฉันนี่ยังรู้สึกโกรธตัวเอง

เควนตินคงจะเห็นฉันเงียบไปนานก็เลยสะกิดหัวไหล่ฉันเบาๆ จีต้า?

ฉันไม่กล้าสบตาเขา ไม่อยากนั้นเขาอาจจะจับโกหกฉันได้ จึงได้แต่พยักหน้าเงียบๆ ตอบรับไปเท่านั้น

เป็นอะไรไปอีกเนี่ยเขาถาม โกรธฉันเหรอ

โหคิดได้

แต่ปล่อยให้เขาคิดแบบนั้นไปก็ไม่เสียหายนะ (‘ ‘);

ฮัลโหล้~!”

มาแล้วเหรอ จีต้า

มาแล้วเหรอ เด็กใหม่

ฉันหันไปมองตามต้นเสียงของทีมสามสาวทันที นี่อาจจะเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ฉันเห็นพวกเธอแล้วรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกขึ้นมา (สาบานว่ามันจะเป็นแค่ครั้งแรกและครั้งเดียว) โม ยูมิ ไอ เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องวีไอพีของเหล่าสมาชิกสภานักเรียน ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งอะไร ยังไงก็ตาม พวกเธอก็กำลังก้าวขาเข้ามาใกล้ ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉันกับเควนตินในเวลาต่อมา

พวกเรามาสายไปหน่อย ไม่ว่ากันนะโมกล่าวเปิดบทสนทนา อีกอย่างฉันก็เห็นว่าจีต้ากำลังทักทายเด็กใหม่อยู่ด้วยก็เลยให้เวลานิดหน่อยโมส่งยิ้มให้ฉัน

ฉันก็เลยผงกหัวกลับไป ขอบคุณมากนะ

เธอจะไปขอบคุณยัยนั่นทำไม ประชดใช่มั้ย -*-”

อ้าวเปล่าสักหน่อย (‘ ‘);

ฉันหันไปส่ายหัวให้เควนติน แต่เขาก็เอาแต่ถอนหายใจอยู่นั่นแหละ

ช่างเถอะเขาพูด ว่าแต่เธอหายโกรธฉันแล้วรึไง

เขาดูคิดว่าฉันโกรธจริงจังอ่ะ -O- อ่าถ้างั้นฉันยอมบอกความจริงกับเขาไปดีกว่า เพราะไม่ว่าฉันจะบอกหรือไม่บอก ยังไงพวกโมก็คงจะบอกให้เองอยู่แล้ว ซึ่งมันคงจะดีกว่ามาก ถ้าฉันจะได้เป็นฝ่ายบอกกับเขาก่อนด้วยปากของฉันเอง เควนตินจริงๆ แล้วฉัน…”

ตกลงว่าจะคุยกันเองใช่มั้ย หรือยังไง ถ้าไม่ก็หยุดพูดก่อนจีต้า เราเสียเวลามามากพอแล้วโมเอ่ยขัดจังหวะ ทำให้ฉันที่ยังไม่ทันได้บอกความจริงกับเขาสักทีต้องปิดปากเงียบไว้ต่อไป เควนตินขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่ฉันคงจะไม่มีโอกาสอธิบายให้เขาฟังแล้ว เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ ที่ฉันเรียกนายมาในคืนนี้ ก็เพราะว่าฉันมีบททดสอบความกล้ามาให้นาย เควนติน

เจ้าของชื่อเลิกคิ้วให้เธอว่าไงเขาถาม

โมฉีกยิ้มกว้าง ก็ง่ายๆ นายจะต้องเดินทัวร์ สำรวจไปทั่วโรงเรียนยามวิกาล แต่นายไม่ต้องห่วงว่าจะหลงทางหรอกนะ เพราะว่าฉันจะให้ผู้หญิงข้างๆ นายไปด้วย

ไม่ต้องเขาขยับเท้าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวฉันไปคนเดียวได้ -_-”

นายถามผู้หญิงคนนั้นรึยังล่ะ ดูเหมือนว่าเธอจะอยากไปด้วยนะโมพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม พลางจ้องมองฉันเขม็งเหมือนพยายามข่มขู่ ฉันก็เลยรีบพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะหันหน้าไปบอกเควนตินว่าฉันโอเค เห็นมั้ย จีต้าอยากไปกับนายด้วย!”

เควนตินสบถออกมาอย่างหงุดหงิด

อ้อแล้วก็ฉันอยากจะบอกให้นายรู้เรื่องสำคัญไว้ด้วยนะว่าจีต้าน่ะสมควรไปกับนายสุดๆ ไปเลย

“…”

เพราะว่าเธอได้ทำของเล่นชิ้นหนึ่งหายไปยังไงล่ะ

…!

หยุดนะ

ช้าก่อน อย่าเพิ่งงง

มันน่าจะเป็นวิทยุสื่อสาร สีเหลืองๆ เครื่องหนึ่งน่ะ…”

ม่ายยย TOT

ฉันว่าจีต้าคงจะทำมันหล่นหายไปแถวๆ ในห้องสักห้องในโรงเรียนแห่งนี้เนี่ยล่ะ โมยังคงพูดยั่วประสาทฉันต่อไป ในขณะที่ฉันได้แต่ก้มหน้า เพราะว่าไม่กล้าสบตาเควนตินเท่าไหร่ แต่ขนาดไม่สบตาเขา ฉันก็ยังอุตส่าห์สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่สามารถเดาได้เลยว่าเขากำลังใช้สายตาเลเซอร์เล็งจะยิงหัวของฉันอยู่อย่างแน่นอน T_T; “ฉันทำให้นายตัดสินใจได้ง่ายขึ้นรึเปล่าน้า~ สรุปว่านายจะไปหาของคนเดียวหรือว่าจะให้ลูกมือสักคนไปหาเป็นเพื่อนดีล่ะ

ไปคนเดียว -_-” เขาพูดจบก็เดินขึ้นตึกไป

ไม่นะ

ฉันรู้สึกผิดจัง TOT;

เควนติน! ฉันไปด้วย

สุดท้ายฉันกับเขาก็ต้องเล่นไปตามเกมของกลุ่มนักเรียนหญิงผู้มีอิทธิพลจนได้

ระวังผีกันด้วยนะ ทั้งสองคน >O<”

เขาว่ากันว่าผีที่นี่โคตรเฮี้ยนเลยล่ะ

ใช่ๆ ฉันได้ยินว่าโรงเรียนนี้เคยมีนักเรียนเครียดโดดตึกตายไปหลายคน

คิกๆ โชคดีจ้า~”

          เฮ้อ

ฉันถอนหายใจให้กับเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น พวกเธอบิ๊วเรื่องผีของโรงเรียนไปก็เท่านั้นแหละ คนตายแล้วฉันไม่กลัวหรอกนะ ก็จะกลัวไปทำไมกันล่ะ ในเมื่อคนเป็นๆ น่ะน่ากลัวกว่ากันเยอะเลยจริงมั้ย

เควนติน! รอฉันด้วย TOT”

เอิ่มนี่ก็ว่าไม่กลัวเลยนะ ไม่กลัวเล้ยยย ไม่กลั้ววว

เควนตินนน! TTOTT”

จริงๆ นะ (._.);

 





นี่เป็นห้องแล็บ เดี๋ยวนายคงจะได้เข้ามาเรียนในคาบวิทยาศาสตร์ฉันพูดพลางผายมือไปทางขวา แต่เควนตินฟังไม่ทันจบด้วยซ้ำก็เดินสวบๆ เข้าไปเหยียบในห้องนั้นอย่างรวดเร็ว ฉันเดินตาม ก่อนจะเห็นว่าเขากำลังเปิดตู้เก็บโถดอง เลื่อนมันไปมาอยู่พักใหญ่ ถ้านายสนใจแนววิทย์ๆ ล่ะก็ โรงเรียนของเรากำลังจะดำเนินโครงการให้นักเรียนที่สนใจไปร่วมสมทบทุนสร้างหอดูดาว…”

เธอไม่ต้องอธิบายแล้วมาช่วยฉันหาไอ้เครื่อง Mayday ดีกว่านะ -*-”

ก็ฉันกำลังรับน้องนาย…”

“…เฮ้อ!” เขาถอนหายใจออกมาแรงๆ เป็นสัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายให้ฉันรีบไปช่วยเขาหาของได้แล้ว ไม่งั้นมีระเบิดลงแน่ -O- ฉันไม่เคยเห็นเขาระเบิดลงจริงๆ หรอกนะ แต่อาจจะเป็นเร็วๆ นี้ก็เป็นได้ เพราะพอเขารู้ว่าวิทยุสื่อสาร Mayday หายไปก็หน้าบูดหน้าบึ้ง ไม่แม้แต่ยิ้มสักนิดเดียว ดูเหมือนว่าฉันจะต้องสำเหนียกตัวเองว่ามีส่วนผิด และเลิกสวมบทบาทเป็นไกด์พาเที่ยวไปช่วยเขาหามันอย่างจริงจังสักทีแล้วสินะ

ฉันเดินไปยืนข้างๆ เขาแล้วเปิดถังขยะดู แต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า

งั้นก็ลองเปิดตู้เก็บของตรงหน้าดูบ้างแล้วกันล่ะเป็นไง

ผ่าง!

กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!” ฉันแหกปากกรีดร้องสุดเสียงด้วยความตกใจ

นะนั่นมัน

นั่นมัน…TOT!

เควนตินดูตกใจกว่าฉันซะอีก เขารีบชะโงกหน้าเข้ามาส่องในตู้เก็บของว่าฉันเจอดีอะไร

สาบานว่ามันน่ากลัวกว่าผีแน่นอนฉันบอกเลย T^T!

หุ่นจำลองร่างกายมนุษย์อ่ะนะ -*-” เขาพยายามอุ้มมันออกมา เธอกลัวเหรอ

อย่านะ…!” ฉันตะโกนห้ามเขา

แต่เขาไม่ฟังเสียงฉัน ฮะๆ เธอกลัวมันจริงๆ อ่ะ

ไม่ แต่นายอย่าเอามันออกมาเล่นสิ ราคามันแพงมากเลยนะ หมื่นกว่าบาทเชียวล่ะ เป็นรุ่นลิมิเต็ทด้วย แต่คุณครูของเราดิลมาได้ในราคาพิเศษก็เลยให้นักเรียนทุกคนช่วยกันเก็บรักษา!”

เขาดูชะงักไป ดูเหมือนว่าเขาจะล้มเลิกความตั้งใจแล้ว “…อะไรนะ ฉันนึกว่าเธอกลัว

เปล่า ฉันก็แค่กรี๊ดเพราะว่าฉันตกใจ

เธอน่าจะรีบบอกเขาพูดกลั้วหัวเราะ

ใบหน้าเปลี่ยนสีของเขาได้ทำให้ฉันเป็นฝ่ายชะงักไปบ้าง แต่นายยิ้มแล้วแฮะ ดีจัง…” ฉันพูดไปตามความคิด ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความรู้สึกโล่งใจ เพราะนึกว่าจะอดได้เห็นรอยยิ้มของเขาแล้วซะอีก นายดูเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าใบหน้าบึ้งๆ ตั้งเยอะเลย เชื่อฉันสิ

“…!” เขาดูชะงักไปอีกแล้ว

อ่าหรือว่าฉันจะเผลอพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไปนะ (._.)

ฉันพยายามจ้องตาเขาเพื่อหาโอกาสจะขอโทษ แต่เควนตินก็เอาแต่หลบตาฉันไปมองตู้เก็บโถดองอยู่นั่นแหละ

ท่าทางเขาจะสนใจมันจริงๆ นะเนี่ย -O- โรงเรียนของเรากำลังจะดำเนินโครงการให้นักเรียนที่สนใจไปร่วมสมทบทุนสร้างหอดูดาว…”

จีต้า!”

อ้าวเฮ้ย?

ฉันอธิบายไม่ทันจบ เควนตินก็พูดขัดขึ้นมาด้วยการเรียกชื่อฉันเสียงดังแค่นั้นก็เดินตัวปลิวออกไปอย่างไว ทำให้ฉันนี่ออกตัววิ่งตามเขาไปแทบจะไม่ทัน

รอด้วยสิ! เควนติน

ไม่รอเลยวุ้ย =O=;

อ๋อนายคงจะรีบไปหาไอ้นั่นสินะ โอเค ฉันเข้าใจแล้ว

เขาถอนหายใจ อืมใช่ว่าพลางลดความเร็วของฝีเท้าลงมาเป็นเดินนำอย่างช้าๆ พอให้ฉันเดินตามหลังได้ทัน

เควนติน…” ฉันเรียกเขา ก่อนจะเงียบไปพักหนึ่งด้วยความลังเลใจว่าควรจะถามมันออกไปดีมั้ย

ว่าไงแต่ถ้าฉันไม่ถามซะตั้งแต่ตอนนี้แล้วจะไปถามเขาเอาตอนไหน

“Mayday มันมีความหมายรึเปล่าฉันถามออกไปจนได้ และทำไมนายถึงต้องให้ฉันพูดว่า ‘Mayday’ ถึงสามครั้งด้วยล่ะ ถ้าฉันพูดคำอื่นมันจะมีผลให้นายมาหาฉันเหมือนเดิมรึเปล่า

ตอบตรงไหนก่อนดีล่ะเขามองบน เธอรู้จัก SOS ป่ะ

อ๋อสัญญาณขอความช่วยเหลือเหรอ

“Mayday ก็เหมือนกัน มันเป็นโค้ดสัญญาณแจ้งเหตุร้ายของพวกตำรวจหรือนักบินด้วยกันในเวลาฉุกเฉินน่ะ

อ่า…”

แปลว่ามาช่วยจีต้าด้วย

จริงเหรอ! O_O”

ไม่จริงครับผมเขาพูดยิ้มๆ แปลว่า มาช่วยฉันด้วยต่างหากล่ะ

อ้าว…” อุตส่าห์มโนไปโน่นแล้วว่าโค้ดที่ว่าได้กำเนิดมาเพื่อฉันโดยเฉพาะ TOT

หึๆ เชื่อคนง่ายเกินไปแล้วนะ

(._.)แสดงว่าฉันไม่ควรจะเชื่อเขาอีกต่อไปแล้วสินะ ชิ! =3=

โดยปกติแล้วโค้ดนี้จะพูดซ้ำกันสามครั้งเขาพูดต่อ แต่ฉันจะไม่เชื่อเขาอีกต่อไปแล้ว! (ล้อเล่น) ดังนั้นพ่อของฉันอ้อพ่อของฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์น่ะ ท่านชอบประดิษฐ์ของแปลกๆ อะไรไปเรื่อยเปื่อยก็เลยหยิบจับไอเดียนี้ขึ้นมาเปลี่ยนรูปเป็นวิทยุสื่อสารไว้ให้คนทั่วไปได้ใช้แจ้งเหตุร้าย แต่จะต้องพูดคำว่า ‘Mayday Mayday Mayday’ เท่านั้นนะ มันถึงจะส่งสัญญาณไปให้ ฮีโร่รู้ตัว และรีบมาช่วยเหลือ

“…ฮีโร่?

ฉันไงเขาตอบ ตอนนี้มีอยู่เครื่องเดียว ฉันก็เลยเป็นฮีโร่คนเดียว เพื่อปกป้องเธอแค่คนเดียว

“-O-///” เขินทำไม

พ่อกำลังให้ฉันช่วยทดลองมันอยู่ พูดง่ายๆ ก็เราสองคนคือหนูทดลอง…”

หนูทดลอง -O-” เยี่ยมมาก! ฉันหายเขินแล้ว ว่าแต่ทำไมนายถึงเลือกฉันล่ะ

“…หืม?

ทำไมนายถึงเลือกที่จะมาปกป้องฉันว้าย!” ฉันมัวแต่มองเขาก็เลยลืมมองทางจนทำให้ก้าวขาลงบันไดผิดขั้น เกือบล้มหน้าคว่ำไปกับบันไดขั้นสุดท้าย ถ้าเควนตินไม่ช่วยคว้าแขนฉันไว้ล่ะก็ ป่านนี้ฉันคงจะล้มไม่เป็นท่าไปจริงๆ แล้ว ขะขอบคุณ…” ฉันพูดติดขัดขึ้นมาทันที หลังจากพบว่าตัวเองกำลังยืนซบเขาอยู่อย่างอิงแอบแนบชิด O_O!

ฉันรีบผละตัวออกมาจากแผงอกกว้างของเขา

เอ่อ…” ติดอ่างเลยเรา -O-;

เควนตินก็เอาแต่จ้องฉันไม่วางตา เล่นเอาฉันเสียสมาธิไปหมดแล้วสร้อยของเธอ…” เขาพูดสั้นๆ

“…? ฉันทำหน้างง เครื่องหมายคำถามคงจะแปะไว้อยู่บนหน้าผากอย่างชัดเจน เควนตินก็เลยเอื้อมมือเข้ามาใกล้ เกี่ยวจี้รูปแมลงเต่าทองออกมาเพ่งพินิจดู ฉันก้มหน้าลงมา สร้อยของฉันได้โผล่พ้นออกมาจากคอเสื้อเชิ้ตสีขาว ทั้งที่มันควรจะซ่อนอยู่ข้างในแท้ๆ

เพราะแรงเหวี่ยงก่อนหน้านี้ล่ะมั้ง

ใส่มันไว้ตลอดเวลาเลยเหรอเขาถามแล้วก็ปล่อยสร้อยของฉัน ให้มันทิ้งตัวไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก

อืม…” ฉันตอบเสียงแผ่ว มีคนให้มาน่ะ

ถ้าใครคนนั้นรู้ เขาจะต้องดีใจมากแน่ๆ เลยนะเขาพูดลอยๆ ให้ฉันสงสัย เธอว่าเราสองคนแยกย้ายกันตามหาดีกว่ามั้ย ฉันเริ่มจะง่วงนอนแล้วด้วยนี่มันก็สี่ทุ่มแล้ว

โห!

สี่ทุ่มแล้ว OoO

เอาไงเขาถาม

แยกย้ายกันตามหาเถอะฉันว่าพลางบิดตัวไปมาอย่างเร่งเครื่องเต็มที่

ฉันไปซ้าย เธอไปขวาแล้วกัน

อ่าๆฉันพยักหน้าตอบรับ มองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงโปร่งที่กำลังเดินออกห่างไปไกลกว่าเดิมทุกทีแล้วก็ถึงตาฉันบ้างแล้วสินะ ว่าแล้วฉันก็หมุนตัวไปอีกทาง เดินเข้าไปค้นหาไอ้เครื่อง Mayday ในห้องเรียนตั้งหลายห้อง แต่ต่อให้พยายามขุดคุ้ยจนแทบจะพลิกแผ่นดินหาเท่าไหร่ก็ยังไม่เจอสักที แฮกๆ =O=;

หรือว่า

ฉันชะงักไป เมื่อได้มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องน้ำหญิง บานประตูแง้มออกเพียงเล็กน้อย ก่อนที่อะไรบางอย่างจะชักนำให้ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปสำรวจข้างใน

มืดไปหน่อยแฮะ -O-

กริ๊ก!

ฉันตะปบมือไปแถวผนังตั้งนานกว่าจะเจอสวิตช์เปิดไฟ

อ้าวเฮ้ย! นั่นมัน Mayday OoO!!!

วิทยุสื่อสารสีเหลืองสดใสใช่จริงๆ ด้วย! มันถูกวางอยู่บนขอบอ่างล้างหน้าได้อย่างโจ่งแจ้ง ราวกับว่ารอคอยให้ฉันเปิดประตูเข้าไปเจอง่ายๆ อะไรแบบนั้นเลยล่ะ ฉันเดินตรงเข้าไปหยิบมันขึ้นมากอดไว้ด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ และลำดับต่อไปฉันก็จะต้องเอามันไปให้เควนตินเห็นกับตา

ปัง!

ประตู…!

ฉันใจหล่นวูบไปทันที เมื่อจู่ๆ ประตูมันก็ปะปิดเองเฉยเลย! เฮ้ยๆๆๆ เดี๋ยวๆ นี่มันไม่ตลกเลยนะ -O-; ฉันวิ่งไปหาประตู หมุนลูกบิดไปมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะผลักมันไปข้างหน้าสุดแรง แต่ว่า

มันติด

ติดอะไรบางอย่าง

เฮ้ย? TOT!

คิกๆๆๆ

จีต้าถูกขังแล้ว

คืนนี้ถึงพรุ่งนี้เช้า เธอก็อาบน้ำในนั้นให้สะอาดหน่อยก็แล้วกันนะ โชคดีจ้า

เฮ้ย!!! TTOTT

นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย ยูมิ ไอ

ห้าทุ่มแล้วล่ะโม

ดึกแล้วเนอะ กลับบ้านกันดีกว่า

เดี๋ยวก่อน!

ปล่อยฉันออกไปเถอะนะ

ปึง! ปึง! ปึง!

โม ยูมิ ไอ ฉันขอร้องล่ะ พวกเธอจะขังฉันไว้ในนี้ไม่ได้นะ

ปัง! ปึง! ปึง!

กลับมากันก่อน ฉันขอร้อง…” ฉันตะโกนเรียกยัยพวกนั้นจนแสบคอไปหมด แถมยังทุบบานประตูจนเจ็บมือไปหมดแล้วด้วย ดูเหมือนว่าฉันจะหมดหวังแล้วสินะ (._.)

เห็นจีต้ามั้ย

เสียงเควนติน O_O!

ฉันเห็นว่าเธอกลับบ้านไปแล้ว

ใช่ๆ กลับไปก่อนคนแรกเลย

นายก็ต้องรีบกลับเหมือนกันนะ ดึกมากแล้ว”        

เหรอ…”

ไม่จริง!!!” ฉันรวบรวมพลังตะโกนออกมาอีกครั้ง เควนติน!!!”

ปี๊ดดดดดดดดดดดด!

ดึกดื่นแล้วทำไมยังไม่กลับบ้านกันอีกฮึ? ไอ้เด็กพวกนี้! พ่อแม่เป็นห่วงแย่แล้ว ออกไปๆ

หมดกัน

เสียงตะโกนครั้งสุดท้ายของฉันไม่อาจส่งไปถึงเควนตินได้ เพราะว่าถูกเสียงนกหวีดของยามกลบไปจนหมด และพอฉันตัดสินใจจะตะโกนให้ดังกว่าเดิมแค่ไหน หรือทุบบานประตูซ้ำๆ อีกเท่าไหร่มันก็สายเกินไปเมื่อดูเหมือนว่าพวกเขาทุกคนจะถูกยามไล่ออกไปกันหมดแล้ว รวมทั้งเควนตินด้วย

ไม่เอาสิ อย่าเพิ่งไป

นายจะต้องกลับมาช่วยฉันก่อน

 

แค่ตะโกนคำว่า Mayday Mayday Mayday ออกมา แล้ว ฮีโร่อย่างฉันก็จะโผล่มาช่วยเธอ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

 

ไม่จริงครับผม

 

แปลว่า มาช่วยฉันด้วยต่างหากล่ะ

 

เปล่าเลย

นายผิดแล้ว

ต่อจากนี้เป็นต้นไป

คำว่า ‘Mayday’ มันจะแปลว่า มาช่วยจีต้าด้วย

ฉันสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ค่อยๆ ยกวิทยุสื่อสารในมือขึ้นมาจ่อปากไว้ “Mayda…”

ผลั้วะ!

ฉันตาฝาดไปใช่มั้ย

ทำไมจู่ๆ ประตูถึงได้เปิดออกมา

และทำไมฮีโร่ของฉันที่ควรจะกลับบ้านไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้นถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉันได้ล่ะ

ฉันขอโทษเขาพูดได้แค่นั้นก็ต้องหยุดพูดไปหอบตัวโยน

เล่นเอาฉันพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ

ฉันขอโทษ เขาพูดซ้ำ

มะไม่เป็นไรฉันก็เลยยิ้มให้เขาเพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันไม่เป็นไรจริงๆ ยังไงนายก็มาช่วยฉันแล้วนี่ไง

“…”

แถมฉันยังพูดโค้ดไม่ทันจบเลยด้วย นายก็มาช่วยฉันซะแล้ว แปลกใจอยู่เหมือนกันนะเนี่ย ฮะๆ

เขาถอนหายใจ เอนไหล่กว้างไปพิงกับผนังข้างหลังอย่างเหนื่อยอ่อน สีหน้าของเขาดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

วันหลังรอให้ฉันพูดโค้ดเรียกนายมาก่อนนะ ไม่งั้นเราคงจะช่วยพ่อนายทดลองไม่สำเร็จแน่ๆฉันพูดติดตลก

เขาส่ายหัวยิ้มๆไม่เอาอ่ะ

อ้าว…”

ผลการทดลองของพ่อฉันไม่สำคัญเท่ากับการช่วยเหลือเธอหรอก

“…”

บอกแล้วไงว่าฉันจะเป็นฮีโร่ของเธอ

“…”

และอีกอย่างเธอก็เป็นเพื่อนฉันด้วย เห็นเพื่อนตัวเองกำลังเดือดร้อนทั้งที เธอจะให้ฉันนิ่งดูดายไม่ช่วยเหลือได้ยังไงกันล่ะจริงมั้ย

เพื่อน?ฉันพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำลึกลับของคนตรงหน้าอย่างต้องการคำยืนยัน

เขายิ้มละมุนมาให้ อือเราสองคนเป็นเพื่อนกันแล้วนะ

มันมาพร้อมกับการยืนยันที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาจากปากของเขา

เธอจะช็อกอะไรขนาดนั้น

ห้ามเปลี่ยนใจนะ

“…หืม?

นายเป็นเพื่อนฉันแล้วห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาดเลยนะ ฉันพูดออกไปด้วยความไม่แน่ใจ ฉันน่ะไม่มีเพื่อนในโรงเรียนคนไหนกล้าคบหรอก เพราะทุกคนต่างก็เกรงกลัวอำนาจของกลุ่มนักเรียนหญิงผู้มีอิทธิพลกันหมด ฉันก็เลยกลัวว่าวันหลังเขาจะเปลี่ยนใจน่ะสิ

ไม่เปลี่ยนใจหรอก

จริงๆ นะ

ฉันประทับตราให้เธอเลยเอ้า ถ้าไม่ยอมเชื่อฉันอ่ะ!” เขาดูโมโหขึ้นมาก็เลยพูดแบบนั้น และก่อนที่ฉันจะทันได้เอ่ยปากถามถึงวิธีการประทับตราว่าเราจะต้องทำยังไง เขาก็ค่อยๆ ยื่นนิ้วโป้งเข้ามาใกล้ๆ และสัมผัสเบาๆ ตรงที่หน้าผากของฉัน

ในวินาทีนั้นมันเป็นวินาทีเดียวกันกับที่หัวใจของฉันได้เต้นแรง


----------------------------------------------------------------
อร๊ายยย แอบเขินแทนจีต้า U_U
ตอนนี้จีต้ามึนหนักมาก
แล้วก็น่ารักมากด้วย เกลียดพวกโมจริงๆ
พวกนางบ้าค่ะ พวกผี 55555555+
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

276 ความคิดเห็น

  1. #274 ✎ เทียนไข ❀ (@cantian) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 19:44
    เควนตินเวอร์ชั่นนี้ บทนี้ นางออกตัวแรงเย่อร์ 5555555555555555
    #274
    0
  2. #249 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 01:13
    มาเดินตามเค้ามั้งจิ
    #249
    0
  3. #232 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 15:12
    มาวันแรกก็โดนจัดหนักละ
    #232
    0
  4. #155 riren (@riren) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 10:11
    Mayday Mayday Mayday!!! เควนติดค้าาาา Mayday โว้ยยยยยยยย!!!!
    #155
    0
  5. #150 Another.XDZ' (@aomzlovely) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 21:47
    เควนตินมาช่วยจีต้าด้วยยยย !!!!
    #150
    0
  6. #134 Thetwinkle (@cincine) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 17:13
    ทุกคนเปลี่ยนไปปป แต่เบนซ่านี่ก้ยังนิสัยเหมือนเดิมม
    กลัวฟ้า นักเพาะกายยย
    รอเควสตินตอนหน้า รีบๆออกมาาา
    สู้ๆค่าาา
    #134
    0
  7. #113 Lächeln (@orpicuew) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 / 23:53
    แหม่...สมัยอนุบาลเชียวนะ
    #113
    0
  8. #104 rainbow-light (@rainbow-light) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 19:43
    เบนซ่าน่าเตะมาก
    รอเควนตินมาช่วยนะฮะ ^^
    #104
    0
  9. #91 !!! ~fon~ !!! (@fon2929) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 / 19:08
    โอ้ ตั้งแต่สมัยอนุบาล
    #91
    0
  10. #84 TANH_ZEPIA (@tanh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 14:57
    เบนซ่ากลายพันธุ์...?
    หล่อนดูวุ่นวายแบบน่ารักขึ้นนะ
    จะเกลียดก็เกลียดไม่ลง
    ไม่เหมือนสมัยหน้าใส
    ตอนนั้นฟันธงได้เลยว่าหมั่นไส้หล่อนมาก
    แต่ตอนนี้ออกจะฮาซะมากกว่า อือหือ อริตั้งแต่อนุบาล!
    เจอกันยังอุตส่าห์จำได้แฮะ
    ถ้าเป็นพี่นี่คงลืมไปแล้วอะ นานขนาดนั้นจำไม่ได้จริงๆ โฮ

    ฮาตอนสุดท้ายที่เบนซ่ากับฟ้าจับจีต้ายัดแท็กซี่
    คือยังไงๆ ก็จะต้องดึงจีต้าชาบี้ไปกินข้าวด้วยให้ได้ว่างั้น
    มันตลกดีตรงที่การไปกินข้าวควรดูเป็นเรื่องเล็ก
    แต่เจ๊เบนทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ได้ ฮาาา
    อยากรู้อะว่าเบนซ่ามีลับลมคมในอะไรรึเปล่า
    ตอนนี้ยังไม่กล้าเดา กลัวโดนหลอก แฮ่

    เพทายก็น่ารักขึ้น เกิดอะไร ทำไมตัวละครน่ารักจุง ๕๕๕
    แบบนี้ก็เพลินๆ ดีนะ
    แอบคิดเล่นๆ ด้วยว่า จะมีเหตุการณ์พลิกผันระหว่างตัวละครเกิดขึ้น
    เหมือนเวอร์ชั่นก่อนรีไรต์หรือเปล่า
    เอ่อ...เพทายนี่ก่อนหน้านี้เป็นโลนเนอร์สินะ
    พอจีต้ามานี่อารมณ์เหมือนเด็กเจอของเล่นใหม่ เห่อเชียว ฮ่าๆๆ

    เบนซ่าเข้าใจเลือกลูกสมุนนะ
    เลือกได้แบบ...พอยืนข้างกันแล้ว ตัวเองดูสง่าเป็นเทพีอะ
    ยัยฟ้านี่ก็หลงกล โดนเค้าหลอกแล้วย่ะ
    ยืนข้างกันอย่างนั้น ชั้นก็ยิ่งเห็นความแตกต่างราวฟ้ากับเหวของพวกหล่อนนะเซ่

    บทนี้อ่านเพลินๆ รู้ตัวอีกที เหย เควนตินไม่มีบทเลยนี่หว่า
    นิยายสนุกได้แม้ไม่มีนาย ๕๕๕ ล้อเล่นๆ
    บทหน้าเจอกันนะเควนติน
    :)
     
    คำผิดจ้า
    ดี่ยวฉัน = เดี๋ยวฉัน ประกบข้างๆ เพทาย = ประกบข้างๆ เบนซ่า วิ่งสวนเพทาย = วิ่งสวนเบนซ่า
    #84
    0
  11. #80 # IS_tangma (@sweed-tangma) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 / 00:04
    คำว่านักเพาะกายของเธอ ทำให้ฉันจินตการว่า ฟ้าตัวดำๆ ใหญ่ๆ กล้ามปู หุบแขนไม่ได้ ใส่เสื้อสายเดี่ยวสีสะท้อนแสง กระโปรงสั้นๆบานๆ ง่ายๆ ภาพกระเทยความผลุบเข้ามาในหัวเลยจ่ะ -____- อัลไลลลลลลลลลล

    ตอนหน้าจัดเต็มนะยะ เอาพ่อ เค วน ติน มาเยอะๆหน่อยยยยยย

    คิดถึงฉากชนหน้าผาก อร้ายยยยยยยยยยยยยย เขินแทนนนนนนนนนน >O<
    #80
    0
  12. #75 Frazer (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2556 / 21:41
    จีต้าชาบี้ แลดูน่ากลัวพิลึกนะ เรียกแบบนี้อ่ะ55+
    #75
    0