Mayday! รักเธอนะ ทราบแล้วเปลี่ยน

ตอนที่ 3 : Chapter 2 | My Hero

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 524
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    23 ต.ค. 58

Chapter 2 | My Hero

 

พอได้ยินคำว่า ซูเปอร์ฮีโร่ฉันก็มักจะนึกถึงผู้ชายร่างใหญ่สวมชุดเกราะ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างที่เห็นแล้วก็สามารถตะโกนตอบว่าได้เลยว่าเฮ้ นั่นมันซูเปอร์แมน หรือแบทแมนไงล่ะ มีตัวอะไรอีกนะ เอ่อโทษที พอดีว่าฉันไม่ค่อยดูหนังค่าย Marvel เท่าไหร่น่ะ ^^;

แต่ผู้ชายตรงหน้าฉัน เขากลับออกตัวว่าตัวเองเป็นฮีโร่

ทั้งที่เขาก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ผู้ชายธรรมดาทั่วไป ผิวขาวราวกับหิมะ ตัดกับดวงตาสีดำลึกลับเหมือนกับท้องฟ้ายามค่ำคืน จมูกโด่ง ปากสีแดงธรรมชาติ แก้มตอบ และช่วงกรามของเขาก็เรียวจนกลายเป็นทรงวีเชฟ อาจเป็นเพราะว่าเขาผอมมาก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นคนสูงมากอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันคิดว่าตัวเองสูงแล้ว แต่พอวัดความสูงของเขาด้วยสายตา ฉันกลับพบว่าตัวเองสูงแค่บ่าของเขาเท่านั้นเอง -O- เขามีเส้นผมสีน้ำตาลแดง ซอยสั้นไล่ระดับขึ้นไป ไว้หน้าม้ายาวปรกหน้าผาก สวมเฮดโฟนอันใหญ่คล้องรอบคอเหมือนกับวันนั้น กางเกงขายาวกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นผูกเนคไทก็เหมือนกัน

เหมือนเดิม

เขายังดูเหมือนเดิม เป็นผู้ชายคนเดียวกับที่ฉันได้เจอเขาครั้งแรกที่สะพานข้ามแม่น้ำ

แต่มีสิ่งหนึ่งไม่เหมือนเดิม เครื่องแบบของเขามันไม่ได้เป็นของโรงเรียนเอกชนสักโรงเรียนอีกต่อไป แต่กลับเป็นเครื่องแบบของโรงเรียนฉัน เซนต์พรีแอร์ เขากำลังโบกมือให้ฉัน และขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง

กลับไปเรียนสิเขาต้องขยับปากซ้ำถึงสามรอบ กว่าฉันจะอ่านปากเขาออก

อ่อ…” ฉันพึมพำเบาๆ ละสายตาไปจากเขา ก่อนจะหันไปบอกพวกโม ฉันกลับไปเรียนก่อนนะ

มันดูตลกฉันรู้

รู้ดีเลยล่ะว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องขออนุญาตผู้หญิงกลุ่มนั้นด้วยซ้ำว่าจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร จะไปไหนหรือไม่ไปไหน แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อมันติดกลายเป็นนิสัยของฉันไปแล้ว (._.); ฉันคิดในใจพลางเดินกลับไปห้องเรียนคนเดียว แต่จู่ๆ ฉันก็เห็นว่าใครบางคนกำลังตามหลังมาด้วยจังหวะการก้าวเท้าที่ยาวกว่าจนทำให้ตีคู่มาเดินขนานอยู่เคียงข้างฉันได้ทัน

ฉันหยุดเดิน

ใครคนนั้นหยุดบ้าง

และฉันก็ค่อนข้างจะแปลกใจทีเดียวเมื่อพบว่าเป็นเขา

อันที่จริงฉันควรจะเดินไปส่งเธอด้วยรึเปล่า

ไม่ต้องหรอก ฉันส่ายหัวให้เขา

นี่อุตส่าห์ตามมาเพื่อถามประโยคนี้เลยรึไงกัน

ฉันก็ไม่ได้ดูอ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อยนะ

แต่พอเขาหันหลังไป ฉันก็คว้ามือไปจับชายเสื้อของเขาและกำไว้แน่น เควนติน…”

เปลี่ยนใจแล้วเหรอเขาถามกลั้วหัวเราะ

แต่ฉันส่ายหัวให้เขาอีกครั้ง

เปล่าหรอก

ฉันไม่ได้เรียกเขาไว้เพราะเปลี่ยนใจหรอก แต่มันเป็นเพราะฉันกำลังสงสัยอะไรหลายๆ อย่างในตัวเขาต่างหากว่าเขาย้ายมาอยู่โรงเรียนเดียวกันเพราะอยากปกป้องฉันจริงๆ เหรอ ทำไมล่ะ ไหนจะคำพูดของเขาอีก เขาพูดเหมือนกับว่าเขารู้ว่าฉันไม่เรียกเขามาเพราะคิดว่าเขาคงจะมาช่วยไม่ทัน เขารู้ได้ยังไง ฉันอยากรู้คำตอบทั้งหมดนั่น แต่ดันไม่เก่งเวลาที่ต้องพูดอะไรยาวๆ เอาซะเลย มันทำให้เรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก แถมฉันก็ยังไม่รู้ด้วยว่าตัวเองจะมีสิทธิ์ถามหรือรู้อะไรจากเขาแค่ไหน

ฉันก็เลยได้แต่เงียบไป

เขาดูงงๆ นิดหน่อย ก่อนจะพูดตัดบทสั้นๆ เจอกันเพียงแค่นั้นก็เดินจากไป

ฉันเหลียวหลังมองแผ่นหลังกว้างของเขา และกลืนก้อนบางอย่างลงคอไปหนึ่งทีด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างที่ฉันเองก็ตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร

อ่าเจอกันอย่างนั้นเหรอ

ไม่มีคนพูดกับฉันด้วยคำนี้มานานมากแล้วนะ

หมับ!

ทันใดนั้น ฉันก็ถูกใครสักคนคว้าคอไปกอด ไม่ต้องหันไปมองก็เดาได้ทันทีว่าเป็นใคร

รู้จักกันด้วยเหรอโมถาม ข้างๆ ของเธอประกบด้วยยูมิกับไอที่คอยส่งสายตาพิฆาตเพื่อเค้นคำตอบจากฉัน

ก็เปล่านะ ^^;” ฉันตอบไปตามความเป็นจริง แค่เคยเจอกันครั้งหนึ่ง

ป้าบ!

โมตบไหล่ฉันแรงๆ จนฉันรู้สึกเจ็บ แต่ฉันไม่โวยวายออกมาเพราะได้เตรียมใจไว้แล้ว สิ่งที่ฉันทำและจะทำตลอดไปคือเงียบไว้ พลางมองอีกฝ่ายที่เดินนำเข้าห้องเรียนไปก่อน ลิ่วล้ออีกสองคนเดินตาม ปิดท้ายด้วยฉันที่เข้าไปก็ผงกหัวขอโทษคุณครูประจำวิชาภาษาไทยเป็นอันดับแรก ท่านแค่ปรายตามองเฉยๆ ไม่ว่าอะไรสักคำ ไม่สิจริงๆ ต้องใช้คำว่า ไม่กล้า มากกว่า เพราะว่าโมเป็นถึงลูกสาวของผู้ใหญ่คนหนึ่งที่บริจาคเงินให้โรงเรียนนี้เยอะมาก (หลายล้าน -O-) จนถึงขนาดที่ผอ. ยังต้องเกรงใจ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงคุณครูระดับล่าง เกรงใจยิ่งกว่าเกรงใจซะอีก ส่วนฉันก็พลอยโชคดีไม่โดนด่าไปด้วย เพราะคุณครูก็เห็นกับตาอยู่ว่าฉันถูกโมลากออกไปยังไงล่ะ ถ้าท่านด่าฉัน มันก็จะกระทบถึงโม

นี่พูดไปพูดมา สรุปว่าฉันต้องขอบคุณยัยนั่นรึไงเนี่ย T^T เอ่อฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะ!

ฉันค่อยๆ เดินตัวลีบกลับไปนั่งที่ตัวเอง (ข้างถังขยะ) ก่อนจะหยิบหนังสือวิชาภาษาไทยขึ้นมาเปิด และพยายามเรียนตามเพื่อนคนอื่นให้ทัน

 

แล้วก็เควนติน

‘…หือ?

เควนตินคือชื่อของฉัน

 

แต่ทำไมในหัวของฉันกลับเต็มไปด้วยใบหน้าหมอนั่นกันนะ TOT

 

เรียกฉันได้เสมอ ถ้าเธอต้องการ

‘…?

แค่ตะโกนคำว่า Mayday Mayday Mayday ออกมา แล้ว ฮีโร่อย่างฉันก็จะโผล่มาช่วยเธอ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

 

แต่มันอดคิดถึงเขาไม่ได้จริงๆ นี่นา

สรุปว่าฉันคนนี้กำลังมีฮีโร่เป็นของตัวเองจริงๆ เหรอ

แถมเขายังอยู่โรงเรียนเดียวกับฉันแล้วด้วย

ฉันหันไปเปิดกระเป๋านักเรียน หยิบ Mayday ขึ้นมา ก่อนจะโน้มตัวลงไปใต้โต๊ะเพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง

อ่า…” ฉันลองพูดอย่างไม่มั่นใจ แล้วก็ขมวดคิ้ว

อ่ะ…” อีกสักครั้งแล้วกัน

อ่า…” ครั้งสุดท้าย

สรุปว่าวิชาภาษาไทยคาบนี้ ฉันก็ได้เรียนรู้ว่าควรจะออกเสียง อ่ะกับ อ่ายังไงให้ฟังดูเพราะที่สุด -_-;

 





พักเที่ยง

ฉันลงไปซื้อข้าวในโรงอาหาร และมองหาโต๊ะว่างๆ นั่งกินข้าวคนเดียวเหมือนกับทุกๆ วัน ฉันไม่มีเพื่อนหรอก ไม่มีสักคน เพราะฉันตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มนักเรียนหญิงผู้มีอิทธิพลก็เลยไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง ขนาดเวลากินข้าวฉันยังต้องนั่งคนเดียวเลย จะมีวันที่โชคดีจริงๆ หนึ่งในสิบวันเท่านั้น ที่จะมีนักเรียนชายบางคนหลงผิดมานั่งด้วย แต่ฉันนั่งอยู่ริมซ้าย เขานั่งอยู่ริมขวา และคือว่ามันเป็นโต๊ะตัวยาวสำหรับนั่งกันได้ประมาณสิบคนไง ฮะๆ ท่าทางฉันจะเหมาเรียกว่า เขามานั่งด้วยไม่ได้แล้วสินะ T_T;

เห็นมั้ยไม่มีหรอก

บอกแล้วว่าไม่เคยมีจริงๆ ที่ใครสักคนจะเต็มใจมานั่งข้างๆ ฉัน ยิ่งตรงข้ามกันนี่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ ^^;

แน่นอนว่าฉันเคยหลอกตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าเราชินแล้ว กินข้าวคนเดียวมันก็สบายใจดี แต่พอเห็นโต๊ะตัวอื่นกำลังจับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกสนานตามประสาคนมีเพื่อนทีไร ฉันก็อดอิจฉาขึ้นมาไม่ได้ทุกทีสิน่า ทำให้แอบจินตนาการไปเองเล่นๆ อยู่หลายต่อหลายครั้งว่าถ้าฉันมีเพื่อนมานั่งกินข้าวด้วยกัน มันจะเป็นยังไงกันนะ

ตรงนี้ว่างมั้ย

ทันใดนั้น จู่ๆ เสียงทุ้มนุ่มก็ดังขึ้นอยู่บนหัว และโดยไม่ทันตั้งตัว จานข้าวของใครบางคนก็ถูกวางลงตรงหน้าฉัน

เคร้ง

ขอนั่งด้วยคนนะ เขาพูดขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกันทันที

เควนติน…”

ทำไมเธอถึงต้องทำหน้าตาดูตลกแบบนั้นด้วยล่ะเขาเลิกคิ้วถาม พลางทำท่าจะหัวเราะออกมาเหมือนกับว่าฉันกำลังทำหน้าตาดูตลกอย่างที่เขาบอกจริงๆ อ่าถ้าให้เดา มันก็คงเป็นเพราะเขาชอบทำให้ฉันแปลกใจอยู่เรื่อยเลยล่ะมั้ง

ฉันดีใจนะ

“…”

ดีใจที่นายมานั่งด้วยกัน แล้วก็ที่นายย้ายมาอยู่โรงเรียนนี้ฉันดีใจมาก

แค่ก!” เขาสำลักข้าวทันทีจนหน้าเน่อแดงไปหมด ไม่เห็นต้องพูดตรงๆ ออกมาเลยนี่เขาพูดอยู่ทั้งที่กำลังเอามือปิดปากไว้ ก่อนจะหันหน้าไปมองทางอื่น และตั้งหน้าตั้งตาสำลักต่ออย่างเอาเป็นเอาตาย

นายเป็นอะไรมากรึเปล่า -O-” ฉันถาม

เขาไม่ตอบ เพียงแต่ยกมือขึ้นมาข้างหนึ่ง

อ้อฉันชื่อจีต้านะ ดูเหมือนว่าฉันจะลืมแนะนำตัวกับนายไปเลย ขอโทษที

ไม่เป็นไร ฉันรู้จักเธออยู่ก่อนแล้ว เควนตินค่อยๆ หันหน้ากลับมาดื่มน้ำเปล่าเข้าไปอึกใหญ่ แต่คำพูดของเขาก็ทำให้ฉันรู้สึกสงสัย

นายรู้จักฉันอยู่ก่อนแล้วเหรอ

เอ่อ…”

และที่นายเอา Mayday มาให้ฉัน ก็เพราะว่านายรู้จักฉันอยู่ก่อนด้วยใช่มั้ย นายเป็นใครน่ะ ฉันไม่เห็นจำได้เลย

เธอเรียนเป็นไงบ้างเขาจงใจเปลี่ยนเรื่องอย่างหน้าตาเฉย

ก็โอเคนะ ฉันพยักหน้าเบาๆ ตามน้ำเขาไป ตอนนี้เขาอาจจะยังไม่สบายใจจะตอบ ฉันก็เลยไม่อยากรบเร้าเท่าไหร่ นายล่ะ?

การเรียนมันไม่ใช่ทางฉันน่ะ

อ่อ…”

เขากำลังหมายความว่า ไม่โอเคใช่ป่ะ -_-;

ถ้านายไม่เข้าใจตรงไหนก็มาถามฉันได้เสมอเลยนะ ^^”

“…” เขาดูอึ้งไป

เอ่อฉันพูดอะไรผิดไปรึเปล่านะ (._.) ยิ่งไม่ค่อยได้พูดกับใครบ่อยๆ ซะด้วยสิ กลัวว่าจะเผลอพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไปชะมัด

หลังจากนั้น เราสองคนก็ต่างคนต่างเงียบเหมือนว่าหมดเรื่องคุยกันแล้วซะงั้น

จนกระทั่ง

ครืด~

นี่ทำอะไร ฉันถาม เมื่อจู่ๆ เขาก็เลื่อนชามใส่กับข้าวมาให้ ทำให้ฉันได้แต่มองการกระทำของเขาอย่างงงๆ

ฉันเกลียดกุ้งเขายิ้มให้ฉันเบาๆ แต่ฉันไม่เข้าใจ

ถ้างั้นนายจะสั่งต้มยำกุ้งมาทำไมอ่ะ

เขาไม่ตอบ นอกจากก้มหน้าก้มตาไปกินข้าวราดผัดผักรวมมิตรเงียบๆ ฉันเลยไม่มีทางเลือก ต้องจิ้มกุ้งในชามกับข้าวของเขามากินรวมกับข้าวผัดอเมริกันของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ อ่าอร่อยจะตาย ของแบบนี้ถ้าจิตใจไม่แข็งแกร่งพอก็คงจะเกลียดมันลงคอไม่ได้แน่ๆ (‘ ‘)

จีต้า

จีต้า

จีต้า

เฮือก! มะมาแล้ว -O-;

ทีมสามสาวสวยสยองประกอบด้วยโม ยูมิ ไอพร้อมใจกันตะโกนเรียกฉันดังลั่นโรงอาหาร ก่อนจะเดินตรงมา

นั่งข้างๆ ฉัน! O_O

ล้อเล่นใช่มั้ย ทำไมวันนี้ฉันถึงโชคดีมีเพื่อนมานั่งกินข้าวด้วยเต็มไปหมดล่ะเนี่ย แม้ว่าสามคนหลังฉันจะไม่ต้องการก็เถอะ แต่ก็นับว่ามันเป็นวันที่ดีวันหนึ่งได้เลยนะ

รึเปล่า

หวัดดี! เด็กใหม่โมทักเควนติน พลางสะบัดเส้นผมตรงยาวไปข้างหลังเหมือนจงใจหว่านเสน่ห์ แต่เขาไม่สนใจแม้แต่คำทักทายของเธอด้วยซ้ำ นอกจากอาหารตรงหน้า นี่!”

ฉันสะกิดแขนเขาเพื่อเตือน เพราะการเมินโมแบบนี้มันไม่เป็นผลดีต่อเขาเลยสักนิด เขาถึงยอมเงยหน้าขึ้นมาจากจานข้าว และเลิกคิ้วใส่ผู้หญิงคนนั้นด้วยท่าทางกวนประสาทสุดๆ อย่างไม่เกรงกลัว

หวัดดี เขาทักสั้นๆ

เฮอะ! เชื่อเลย…” โมแค่นหัวเราะ แล้วยกมือขึ้นมาโบกพัดใบหน้าเหมือนร้อนจัด ก่อนจะ จีต้า!”

ฉันสะดุ้งโหยงทันที การแผดเสียงตวาดอย่างไม่พอใจของอีกฝ่ายทำให้ฉันรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนทุกครั้ง จนต้องก้มหน้ารอรับฟังคำสั่งของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนกับทุกที

มีอะไรเหรอ ^^;”

โมลุกขึ้นยืน และกอดอก

วันนี้เวลาสองทุ่มตรง…”

“…”

เธอจะต้องมารับน้องเควนติน

“…!” ฉันเหรอ?

ฉันหันไปสบตาผู้ชายตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจอย่างสุดขีด เขายักไหล่กลับมา

พวกเธอสองคนจะกลับบ้านไปก่อนหรือจะรอในโรงเรียนจนกว่าจะถึงเวลานัดก็ตามใจ แต่ว่า…”

“…”

พอถึงเวลาสองทุ่มเมื่อไหร่ ฉันจะต้องเห็นหน้าพวกเธอ โอเคนะ ห้ามหนี ห้ามเอาโทรศัพท์มาด้วย

ฉันจะเอามา -_-” เควนตินแย้งหน้านิ่ง

โมเพียงแต่กระตุกยิ้มชั่วร้ายให้เขาแค่นั้น เรื่องของนาย ว่าพลางปรายตามามองฉันด้วยสายตาที่กดดัน ก่อนจะพูดต่อเสียงต่ำ แต่จีต้าจะไม่เอามา…”

อึก

ใช่มั้ย?

ฉันเผลอสบตากับเธอเข้าก็เลยสะดุ้งโหยงเบาๆ

อะอือใช่ ^^;” และเหมือนปากมันตอบไปเอง

นั่นทำให้เควนตินขมวดคิ้วให้ฉันอย่างไม่พอใจ

ขอโทษทีนะ (._.)

เรียบร้อย! แยกย้ายจ้ะเพื่อนๆโมตบไหล่ฉันดังป้าบแทนการบอกลา (ฉันคิดว่างั้นนะ) ก่อนจะดึงแขนยูมิกับไอให้เดินตามเธอไปด้วย แต่ถ้าเดินไปกันเฉยๆ ก็ดีน่ะสิ

ซ่า!

ว้าย!” โมแหกปากร้องโวยวายราวกับโดนน้ำร้อนลวก ทั้งที่คนที่ควรจะร้องจริงๆ น่าจะเป็นฉันมากกว่า เพราะว่าฉันเปียกไปหมดทั้งกระโปรงเลย T_T “เธอวางแก้วน้ำยังไงของเธอน่ะหา มือฉันเปียกไปหมดแล้วเนี่ยเห็นมั้ย!”

ขะขอโทษนะ

โมดูหัวเสียมากกับน้ำผลไม้เหนียวๆ ที่หกไปเลอะมือ เธอเลยจ้องฉันไม่วางตา และสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเพื่อนผู้ติดตามอีกสองคน ในขณะที่ฉันได้แต่นั่งโง่ๆ ก้มมองกระโปรงนักเรียนที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำผลไม้ของตัวเอง พลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

ลุกขึ้น

แต่จู่ๆ เสียงของเควนตินก็เรียกให้สติฉันกลับมา ก่อนจะเห็นว่าเจ้าของเสียงได้ลุกจากที่นั่งฝั่งตรงข้ามมายืนซ้อนหลังฉันตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ เพื่อกระตุกแขนเสื้อของฉันยิกๆ

ลุกขึ้นเขาพูดซ้ำ

ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นตามคำสั่งของเขา ผู้คนหลายคนกำลังจ้องมองอย่างสนใจมายังพวกเรา แต่พอร่างสูงโปร่งหันไปจ้องหน้า พวกเขาเหล่านั้นก็หลบตาเควนตินกันเป็นแถบ ท่าทางสายตาของเขาจะต้องน่ากลัวมากแน่ๆ

จีต้า…” ตอนนี้เขาหันกลับมามองฉัน แต่สายตาของเขาไม่ได้ดูน่ากลัวอย่างที่คิดไว้ เธอก็เห็นอยู่ว่าผู้หญิงคนนั้นจงใจแกล้งปัดแก้วน้ำของเธอชัดๆ ยัยนั่นผิด เธอไม่ผิด และอีกอย่างเธอเองก็เปียกโชกไปหมดทั้งตัวจะไปขอโทษยัยนั่นทำไม

ฉัน…”

“…?

ฉันขอโทษ

เฮ้อ!”

(._.);”

ตามมา เควนตินพูด ก่อนจะเดินนำทางไปก่อน แต่ฉันยังไม่เดินตามเขาไปในทันที เพราะกำลังลังเลกับข้าวผัดอเมริกันกับกุ้งของเขาที่เหลือมากกว่าครึ่งจาน จนทำให้เควนตินต้องเป็นฝ่ายเดินกลับมาลากฉันด้วยการจับชายเสื้อ เพื่อบังคับให้ฉันไปไปไหนหว่า (‘ ‘)

อ่อเขาพาฉันมาที่ล็อกเกอร์

นายดูเป็นเด็กใหม่ที่ต่างจากเด็กใหม่ทั่วไปดีจังเลยนะ

ยังไง?

นายดูไม่เหมือนเด็กใหม่ทั่วไปฉันพยายามจะพูดอะไร (วะ) ฉันหมายถึงว่านายดูเป็นเด็กใหม่ที่รู้เส้นทางในโรงเรียนนี้ดีน่ะ ไม่หลงทางเลย แถมยังรู้อีกด้วยว่าโซนล็อกเกอร์อยู่ตรงไหน

ผอ. ก็ต้องพาฉันมาเก็บหนังสือในล็อกเกอร์ก่อนไปเรียนมั้ย -*-”

จริงด้วย…” ฉันก้มหน้าพึมพำกับตัวเอง

แต่เดี๋ยวนะ!

ผอ. พานายมาเลยเหรอ O_O!” ฉันถามต่ออย่างตกใจกับข้อมูลใหม่ของเขา

ผอ. รู้จักกับพ่อฉันน่ะ ไม่มีอะไรมากเขายักไหล่ ถามฉันบ้าง อันไหนของเธอ

ทำไมอ่ะฉันถามกลับ และเพิ่งมารู้ตัวทีหลังว่าไม่น่าถามอะไรโง่ๆ ออกไปเลย อ่อรอแป๊บหนึ่งนะ

ฉันเปิดล็อกเกอร์ตัวเอง หยิบกระดาษทิชชูออกมา ก่อนจะหันไปมองหน้าเขาอย่างไม่มั่นใจ อ่าน่าจะใช่ล่ะนะ ฉันค่อยๆ เขย่งปลายเท้าให้ระดับความสูงอยู่ทัดเทียมกับเขา ตามด้วยบรรจงไล้กระดาษแผ่นบางไปทั่วใบหน้าเนียนละเอียดเพื่อเช็ดน้ำผลไม้เหนียวๆ นั่น แม้ว่าจะแปลกใจว่าน้ำผลไม้กระเด็นท่าไหนถึงไปเลอะแถวนั้นได้ แต่ก็เช็ดมันให้เขาไปก่อนเถอะอีกนิดเดียวนะ เดี๋ยวน้ำผลไม้ก็ออกหมดแล้ว

เควนตินดูชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด

เขามองข้อมือฉัน ก่อนจะหันมาสบตาด้วยสีหน้าที่ฉันก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าเขากำลังรู้สึกอะไร

นั่นมันเหงื่อ

อ้าว…”

ฉันรู้แล้วว่าเขากำลังรู้สึกว่า ยัยนี่กำลังทำบ้าอะไรอยู่ฮะแน่เลย TOT!

เขาส่ายหัวให้เบาๆ และถือวิสาสะหยิบชุดพละในล็อกเกอร์ของฉันออกมา ม้วนกลมๆ เป็นลูกบอล ก่อนจะยัดมันใส่อ้อมแขนฉัน เอาไปเปลี่ยนเขาพูดสั้นๆ

อ่า…” ฉันพยักหน้าลงอย่างเข้าใจ

ก็น่าจะบอกกันตั้งแต่แรก แง…T_T

ฉันจะยืนรออยู่ข้างนอกเขาบอก เมื่อเราสองคนเดินมาถึงห้องน้ำที่ติดกับล็อกเกอร์ ฉันกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปในนั้นแล้ว แต่เสียงกริ่งของโรงเรียนก็ทำให้ฉันเปลี่ยนใจหันกลับมาพูดกับเขาก่อน เพราะเริ่มรู้สึกถึงความเกรงใจนิดๆ

นายไม่ต้องรอฉันหรอก หมดพักเที่ยงแล้วด้วย

เขาพยักหน้า ก่อนจะเดินจากไป

ไปจริงด้วยแฮะ -O-

ฉันเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดพละในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเช็กความเรียบร้อยของตัวเองหน้ากระจก และใช้มือวักน้ำมาล้างหน้า ตามด้วยลูบปลายเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม ยาวเลยบ่า เผื่อว่าน้ำเหนียวๆ จะกระเด็นไปโดน หลังจากนั้นก็จัดแต่งผมให้แสกไปข้างขวา

โอเค สภาพค่อยดูเหมือนเป็นคนขึ้นมาหน่อย

ยกเว้นชุดพละ ฉันไม่ชอบมันเอาซะเลย ยิ่งเวลาที่เพื่อนในห้องทุกคนใส่ชุดนักเรียนกัน แต่ฉันดันทะเล่อทะล่าใส่ชุดพละแตกต่างจากพวกอยู่คนเดียว มันทำให้ทุกคนมองเหมือนฉันเป็นตัวประหลาด และแม้ว่ามันจะเคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นอยู่บ่อยๆ ก็เถอะ แต่สาบานได้ว่าฉันไม่เคยชินกับมันเลยสักที

เพราะว่ามันยิ่งตอกย้ำให้ฉันรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวมากกว่าเดิมทุกครั้ง

ฉันถอนหายใจให้กับตัวเอง และเดินออกมาจากห้องน้ำ

ก่อนที่สายตาของฉันจะไปประสานกับดวงตาสีดำสนิทของร่างสูงโปร่งของเควนตินที่ดูเหมือนว่าเขาจะยังคงยืนรอฉันอยู่หน้าห้องน้ำ ไม่ได้ไปไหน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังใส่ชุดพละเหมือนกับฉันด้วย

นี่มันทำไมกัน

ใส่เป็นเพื่อนไงเขาพูดยิ้มๆ

“…”

ปล่อยให้เธอใส่คนเดียวก็เขินแย่

ฉันถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่เดินหนีเขาขึ้นตึกเรียนไป เพราะกลัวว่าเขาจะมองเห็นความอ่อนไหวในดวงตาของฉัน แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ ข้างหลังก็บ่งบอกได้ว่าเขากำลังเดินตามมา

หมับ!

และข้อมือของฉันก็ถูกอีกฝ่ายคว้าเอาไว้

เป็นอะไรเขาถาม

นายไม่มีเพื่อนรึไง ตามติดฉันเป็นตังเมเชียวนะฉันเปลี่ยนเรื่องซะเลย

เขาปล่อยมือฉันออกแล้วตอบว่า ก็น่าจะ

นายจะไปรับน้องคืนนี้มั้ย

“…?

ถ้าไม่สะดวก นายไม่ต้องไปก็ได้นะ คนพวกนั้นไม่บังคับนายหรอก

แต่บังคับฉัน

ฉันแทบจะไม่ต้องคิดเลยว่าถ้าไม่ไป มันจะทำให้ฉันต้องเจอกับอะไร

เธอล่ะ?เขาเลิกคิ้วถาม ไป?

(._.)(‘ ’)(._.)

ผู้ชายตรงหน้าถอนหายใจหนักๆ ใส่หัวฉัน ถ้างั้นฉันก็จะไป

แต่หน้าตาเขาดูเหมือนไม่อยากไปเลย ถ้านายไม่สะดวก…”

ฉันจะไปเสียงดังชัดเจนมาก

โอเค ไปก็ไป -O-” ฉันกล่าวสรุป แต่ฉันอาจจะกลับบ้านไปเก็บกระเป๋าก่อน ยังไงก็เจอกันเวลาสองทุ่มหน้าห้องธุรการของโรงเรียนนะ

เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เพียงแค่หันหลังเดินจากไป พร้อมกับยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท่านั้น

นั่นมันหมายความว่า โอเคใช่ป่ะ -_-;

ฉันหันหลังให้เขาบ้าง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเรียนตัวเองเช่นกัน คุณครูประจำวิชาประวัติศาสตร์เข้ามาสอนแล้ว ฉันก็เลยยกมือไหว้ท่านไปอย่างไม่มีคำแก้ตัวใดๆ โชคดีที่ท่านไม่ว่าอะไร แถมยังไม่ทักฉันเรื่องชุดพละสักคำ มันอาจเป็นเพราะท่านคุ้นชินกับสภาพนี้ของฉันแล้วก็ได้ และต่อให้ท่านถามมาว่า ทำไมฉันก็คงจะตอบไปว่า สะดุดล้มลงไปในบ่อโคลนหรืออะไรประมาณนี้อีกเช่นเคย

ฉันเดินหลบสายตาของเพื่อนร่วมห้องไปยังที่นั่งตัวเอง ก่อนจะผงะไป เมื่อเห็นว่าข้าวของหล่นกระจายเต็มพื้นห้อง และกระเป๋านักเรียนของฉันก็ถูกเปิดอ้าออกมาด้วย

โม

ฉันหันไปมองผู้หญิงคนนั้น เธอกระตุกยิ้มอวดดีให้ฉัน พลางใช้นิ้วทำท่าปาดคอแทนการพูดว่า ห้ามฟ้อง ถ้าไม่อยากไม่ตาย ฉันก็เลยได้แต่เงียบไว้ ในขณะที่กำลังนั่งยองๆ เพื่อก้มเก็บเครื่องเขียนกับหนังสือเรียนใส่เข้ากระเป๋าสะพายตัวเองให้เร็วที่สุด

แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งหายไป

หัวใจฉันหล่นไปที่ตาตุ่มเมื่อพบว่ามันหายไป

ฉันกวาดสายตามองหาไปทั่วพื้นห้อง เพราะว่าบางทีมันอาจจะหล่นไปแถวๆ นี้

แต่ไม่เจอเลย

ให้ตายยังไงก็หาไม่เจอ

ไม่จริง

ในวินาทีนั้น จู่ๆ ฉันก็ได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ฉันเองก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าจะกล้าทำ

ฉันค่อยๆ ยกมือขึ้น

คุณครูคะ…”



-------------------------------------------------------------

ก้าวข้ามสู่ความเปลี่ยนแปลงอันดับแรก 55555+

แต่เป็นเรานี่ไม่กล้ายกมือนะ =_= เป็นสายชอบอยู่กับความสงบ

ชอบเควนตินเวอร์ชั่นนี้มาก เพราะนายอ่อยแรง~ 5555+

ส่ง ตฉบ ไปแล้ว หวังว่าจะผ่านค่ะ ฮือออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

276 ความคิดเห็น

  1. #272 ✎ เทียนไข ❀ (@cantian) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 22:31
    อัพต่ออออออออออออ
    รอออออออออออออออออออออ
    #272
    0
  2. #265 Bwitchayaz.♥ (@witchbenz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 18:37
    ฮามาก นางเอกน่ารักอ่ะตอนเเกล้งพระเอกกลับ5555
    #265
    0
  3. #248 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 01:02
    Mayday mayday mayday
    #248
    0
  4. #231 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 15:12
    ฮีโร่ ต้องใกล้ขนาดนั้น
    #231
    0
  5. #218 pitchayn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:43
    ทั้งเขินทั้งสะใจอะ
    #218
    0
  6. #216 Copstix (@Spash173) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:27
    สนุกมาก
    #216
    0
  7. #154 riren (@riren) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 09:59
    อือหือ สงสารเพื่อนบ้านเถอะครับ 55555555 เพื่อนบ้านฝากบอกมาว่าหูจะแตกตาย
    #154
    0
  8. #145 Berlity (@eiiromio) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 17:46
    จะขอเรียกทั้งวันเลย
    เมย์เดย์ๆๆๆๆ
    ><
    #145
    0
  9. #133 Thetwinkle (@cincine) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 17:01
    สงสารเควนตินเถอะจีต้า แกล้งเขาซะะ 55555555555
    เวอร์ชั่นนี้น่ารักจริงค่ะ ช๊อบบบบบบ
    #133
    0
  10. #112 Lächeln (@orpicuew) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 / 23:39
    แอบสงสารเควนตินเบาๆ โดนจีต้าแกล้งซะ 555
    #112
    0
  11. #109 Another.XDZ' (@aomzlovely) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 / 19:51
    เควนตินนี่จะน่ารักหรือน่าตบดี? ปากจัดๆแต่ยอมง่ายมากอ่ะชอบๆๆๆ 5555555555
    #109
    0
  12. #103 rainbow-light (@rainbow-light) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 19:26
    เควนตินน่ารัก
    อยากบอกแค่นี้ แฮ่ 555
    #103
    0
  13. #99 Eyp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 08:48
    ฮ่าๆๆๆ นางเอกกวนอะ ชอบๆๆๆ

    ส่วนพระเอกก็... >
    #99
    0
  14. #90 !!! ~fon~ !!! (@fon2929) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 / 19:00
    mayday mayday mayday
    ช่วยด้วยๆ
    #90
    0
  15. #79 # IS_tangma (@sweed-tangma) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 / 23:50
    โหยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    บรรยายได้สุดยอดมากกกกกกกกก
    เจ๋งอ่าาาาาาาาาาาาา
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบ
    >______<

    เปลี่ยนจากเอาหน้าผากชนกัน เป็นจุ้ปปากแทนได้ปะ 
    อรั้ยยยยยยยยยยยยย แค่คิดก็ฟินนนน
    555555555555
    #79
    0
  16. #74 TANH_ZEPIA (@tanh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 / 00:25
    วิธีหยุดเสียงเพลงมันช่าง...
    เฮือก!
    รู้แบบนี้แล้วก็... เรียกเมย์เดย์รัวๆ เลย
    เอาให้เสียงเพลงมันดังขึ้นทุกๆ สิบนาที
    จะได้แตะหน้าผากกับคนหล่อหนึ่งที โอว (#เพ้อ)
    นี่ถ้าจีต้าเรียกบ่อยๆ เราก็รู้เจตนาลึกๆ ของเธอละ ฮา...

    กุ๊กกิ๊กขึ้นเยอะเลยน้องมุก
    ยิ่งช่วงที่เควนตินต้องเข้ามาใกล้ชิดกับจีต้า
    มันแบบ เฮ้ย เป็นโอกาสทำโมเม้นต์กุ๊กกิ๊กได้ดีเลย
    บทนี้ก็แอบมีนิดๆ พอให้กระชุ่มกระชวย
    คาดว่าบทต่อๆ ไปอาจสานต่อไปมากกว่าคำว่ากุ๊กกิ๊ก =..=
    (#นี่ชั้นคิดอัลไล)

    อีกจุดที่ชอบคือเสียงเพลงที่ดัง เวลาเมย์เดย์ถูกเรียก
    มันดูสร้างสรรค์อะ คิดภาพตามแล้วก็ฮา
    เออเนอะ คงน่าอายสุดๆ เลย
    เดินไปไหนก็มีแต่เสียงเพลงนี้เนี่ย
    ถือว่าคุณพ่อจิ้มเพลงมาได้ดีมาก
    เพราะพี่คิดว่า ถ้าเพลงมันมาแนวอะคูสติก หรือแจ๊ส หรือป๊อปทั่วไป
    อิเควนตินมันคงไม่รีบร้อนอยากหยุดเพลงหรอก
    เผลอๆ จะฟังแล้วเคลิ้ม ไม่อยากให้เพลงหยุดอีก

    มาบทนี้ก็รู้สึกได้ชัดเจนเลยว่า...
    เควนตินพูดมากขึ้นเยอะ!
    ทำให้ลืมอิมเมจนิ่งขรึมอันเก่าของเควนตินไปเลย
    นับจากนี้จะมีแต่เควนตินจอมกวนประสาทเท่านั้น หึหึ

    ฮาตอนเควนตินกำลังจะไป แล้วจีต้าเรียกเมย์เดย์
    คือมันเป็นอะไรที่น่าแกล้งมากอะ จุดนี้ ๕๕๕
    แต่ก็นะ เกรงว่าจีต้าจะโดนเควนตินแกล้งกลับ
    ด้วยการกดเข้าหาผนังแล้วเบียดร่างเข้ามาชิดอีกน่ะสิ
    อืม...กำไรกันทั้งคู่ หรือจีต้ากำไรอยู่คนเดียวละเนี่ย?
    555555
    รอบทต่อปายยย

    แหม่งๆ เล็กน้อย พี่ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร น้องมุกลองเช็กดูนะ
    องค์บ้า = องค์กรบ้า
    ไม่ไว้ใจวางได้แล้ว (?)
    ขอให้เธอก็ช่วย = ขอให้เธอช่วย
    #74
    0
  17. #70 nedacha (@nedacha) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 20:32
    ฮามาก 555
    #70
    0
  18. #69 Poisoned Vintage (@hanhyunri) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 20:21
    แวะมาสกรีมให้แพนด้าดอง :) สู้ๆนะ รออ่านตอนต่อไป พระเอกมีบทบาทขึ้นมาแล้ว เย่ๆๆ ><
    #69
    0