โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 7 : รากษสบนรถเมล์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 611
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    23 ก.พ. 58

นายน่าจะรับข้อเสนอของ ผอ.ปถวีร์บ่นขณะที่ลงลิฟต์มาด้วยกันนายไม่รู้หรอกว่า ตอนนี้โลกข้างนอก มันอันตรายสำหรับนายมากแค่ไหน

นั่นสิ อย่างที่เจอเมื่อตอนเย็นน่ะ มันแค่น้ำจิ้ม หากนายเจอไอ้ระดับตัวแม่เข้าล่ะก็วาโยหยุดเสียงนิดนึง เพื่อให้อีกฝ่ายจินตนาการตาม ก่อนจะพูดต่อ นายแหลกแน่

ขอบใจนะ สำหรับคำเตือน แต่คนอย่างฉัน ไม่ชอบให้ใครมาบังคับโว้ย

แต่..”

พวกนายหุบปากได้แล้วโอมตัดบท 

     หลังออกมาจากอาคาร วาโยกับปถวีร์เสนอจะไปส่งที่บ้าน แต่โอมปฏิเสธโดยขอเดินออกไปรอรถที่ปากซอยเอง เนื่องจากเขาไม่อยากนั่งรถที่ผีไร้หน้าเป็นคนขับอีกแล้ว

จากนี่ไปถึงปากซอย เกือบกิโลเชียวนะปถวีร์บอก

งั้น ฉันเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างออกไป ก็ได้ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆ

นายคงไม่อยากซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่คนขับไม่ใช่มนุษย์หรอกวาโยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นๆ

โอมกลืนน้ำลายเอื๊อก ขนบนต้นคอลุกชันงั้นฉันเดินไปก็ได้วะ

ดื้อชิบเลย นายเนี่ยวาโยว่า

เรื่องของกูโอมทำเสียงแข็ง ก่อนจะหันหลัง เดินออกไปอย่างเร็ว และทิ้งเพื่อนทั้งสองไว้ข้างหลัง

วาโยและปถวีร์ยืนมองขณะที่ชายหนุ่มเดินห่างออกไปจะปล่อยมันไปยังงี้เหรอวะ วีร์วาโยถาม

ทำไงได้ ก็มันไม่ให้เราไปส่งนี่หว่า

แต่มันจะไปถึงบ้านเหรอวะ วันนี้

ไม่ต้องห่วงน่า ผอ. ไม่ปล่อยให้ผู้ถูกเลือกคนใหม่ ถูกกินหรอกน้ำเสียงปถวีร์แสดงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

 วาโยมองหน้าเพื่อนสลับกับการหันไปมองคนหัวดื้อที่ตอนนี้เดินออกไปไกลแล้ว ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยก็ขอให้เป็นอย่างที่นายว่าเถอะ

มันชัวส์อยู่แล้วอีกฝ่ายว่า พร้อมกับตบไหล่ตอนนี้ ฉันว่า เราไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า ซัดกับไอ้พวกนั้นเสียแรงไปเยอะ ชักหิวแล้วว่ะปถวีร์เอ่ยชวน ซึ่งผู้เป็นเพื่อนก็ไม่ปฏิเสธ..

*********************

      ที่ป้ายจอดรถประจำทางตรงปากซอย โอม อัครา นั่งอยู่บนเก้าอี้ในที่พักสำหรับรอรถเพียงลำพัง พลางนึกทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดวันนี้ เขายอมรับว่า ตอนแรกที่รับรู้เรื่องทั้งหมด เขาเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจอย่างที่สุด แต่พอมารู้ว่า ตัวเองกำลังเป็นที่หมายปองของพวกอสุรกายกระหายเลือดแล้ว มันก็ทำให้เขาโมโหอย่างที่สุดเหมือนกัน เขาไปทำอะไรมาหนักหนา ถึงต้องมาเจอเรื่องบ้าๆแบบนี้ด้วย แล้วจากนี้ต่อไป ชีวิตของเขาจะอยู่ได้อย่างไร มิต้องคอยหวาดระแวงไปตลอดชีวิตหรือ ว่าวันหนึ่งคนที่เขาเจอจะไม่กลายร่างเป็นปีศาจหรือสัตว์ประหลาดแล้วจับเขากิน

ไงล่ะ ทำเป็นอวดเก่ง แล้วก็มานั่งประสาทกินทีหลังเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น ทำให้ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งตกใจ เขาหันไปมองต้นเสียงและเห็นหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง อายุไม่เกินยี่สิบปี ผิวสีน้ำผึ้งใส่เสื้อยืดคอกลมตัวใหญ่สีน้ำเงินเข้มกับกางเกงยีนส์กัดสีและรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลซีดๆ ใบหน้ารูปไข่ ผิวหน้ามัน ไม่แต่งหน้า มีกระและสิวกระจายอยู่สองข้างแก้ม สวมแว่นกรอบดำหนาอันโตเกือบครึ่งของใบหน้า ผมยาวแค่ต้นคอถูกรวบด้วยยางรัดผม รวมแล้วท่าทางดูคล้ายทอม เดินมานั่งอยู่ห่างออกไปสองช่วงเก้าอี้พร้อมกับคุยโทรศัพท์ไปด้วย

โอมชำเลืองมองผู้มาใหม่อย่างหวาดๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เขาเกิดความไม่ไว้ใจผู้คนรอบข้างขึ้นมา

ไม่ต้องปอดแหกขนาดนั้นก็ได้เธอพูดกรอกลงไปในมือถือที่จริง ถ้ายอมๆไปซะ ก็สิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องมานั่งระแวงหน้าระแวงหลังเป็นคนบ้าอย่างนี้ 

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เมื่อได้ยินแบบนั้น แม้จะเห็นชัดๆว่าอีกฝ่ายจะกำลังพูดโทรศัพท์ แต่เขากลับรู้สึกว่าคำพูดพวกนั้น มันตรงกับสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่

  รถเมล์คันหนึ่งวิ่งมาพอดี เมื่อเห็นดังนั้น โอมก็รีบลุกขึ้นโบกเรียกให้จอด อย่างน้อย เขาก็ขอไปจากแถวนี้ก่อนเถอะ จากนั้นจะทำยังไงค่อยว่ากันทีหลัง     

   ทันทีที่รถจอด ชายหนุ่มก็แทบจะกระโจนขึ้นรถ พร้อมกับรู้สึกโล่งใจที่ได้ออกจากบรรยากาศชวนอึดอัดนั้นเสียได้ โอมหันมองไปรอบๆ และพบว่าบนรถมีผู้โดยสารอยู่ราวสิบกว่าคนเห็นจะได้ ทว่านอกจากผู้โดยสารเหล่านั้นแล้ว โอมยังเพิ่งสังเกตเห็นว่า ผู้หญิงคนนั้นตามเขาขึ้นมาบนรถด้วย โดยเธอนั่งอยู่คนเดียวที่เก้าอี้ยาวด้านหลังของรถและยังคุยโทรศัพท์อยู่เหมือนเดิม

   โอมหันกลับมาโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก อย่างน้อยตอนนี้ เขาก็อยู่บนรถ มีคนอื่นอยู่ด้วยตั้งหลายคน คงไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก

กระเป๋ารถเมล์ร่างเล็ก หน้าตาคล้ายๆนักร้องเคป๊อป เดินเข้ามาเก็บเงิน โอมก้มลงล้วงเศษเหรียญในกระเป๋าเสื้อก่อนจะหยิบส่งให้กระเป๋ารถหนุ่ม อีกฝ่ายฉีกตั๋วและส่งให้เขา

ที่สุด เราก็เจอตัวเจ้าเสียงนั้นมาจากกระเป๋ารถที่ยืนอยู่

โอมชะงัก ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่าย และเห็นกระเป๋ารถกำลังแสยะยิ้ม ดวงตาทั้งสองเปล่งประกายสีเขียวเรืองๆ เขี้ยวยาวโผล่งอกออกมาจากมุมปากทั้งสอง

เฮ้ย!“ชายหนุ่มร้องด้วยความตกใจพร้อมกับผุดลุกขึ้น ทว่ามือกำยำของอีกฝ่ายกลับตะปบเข้าที่หัวไหล่และกดให้เขานั่งลง

เจ้าหนีพวกข้าไม่พ้นหรอก โอม อัครากระเป๋ารถเมล์พูดเสียงแหบพร่าชวนสยอง มือข้างนั้นเต็มไปด้วยขนหยาบสีแดงและเส้นเอ็นปูดโปน กรงเล็บของมือข้างนั้นจิกลงไปบนไหล่ของโอมจนเขารู้สึกเจ็บ

กระจกหน้าต่างทุกบานบนรถเลื่อนลงมาปิดฉับ  ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆ ยังคงนั่งนิ่งอยู่เช่นเดิม 

ในระหว่างนั้นเอง คนขับก็ลุกจากที่นั่ง เดินมาสมทบ ร่างกำยำของเขาดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้ออัดเป็นมัดๆจนทำให้เสื้อชุดคนขับที่สวมอยู่แทบจะปริ ดวงตาฉายประกายสีเขียว เขี้ยวยาวงอกพ้นจากริมฝีปาก     

ไม่มีใครช่วยเจ้าได้หรอก เจ้าหนุ่มเจ้าอสุรกายในชุดคนขับพูด ก่อนยื่นมือขวาที่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมตรงมาที่หน้าอกของเขายอมเป็นอาหารของพวกข้าเสียเถอะ

ประกายสีเงินแวบหนึ่งผ่านไประหว่างเจ้าอสุรกายกับโอม เจ้าอสูรตัวนั้น ร้องโหยหวน มือขวาของมันขาดตกลงบนพื้น เลือดสีดำสาดกระเซ็นเปรอะเบาะและเสื้อผ้าของชายหนุ่ม กลิ่นคาวคละคลุ้งชวนคลื่นไส้

แก!”อสุรกายในร่างคนขับรถประจำทางคำรามด้วยความเจ็บปวดพร้อมหันไปยังผู้ที่เข้ามาขวาง แกเป็นใคร

หญิงสาวมาดเซอร์เจ้าของแว่นกรอบโตยิ้มเล็กน้อย ดาบสั้นสีเงินในมือเปล่งประกายคนที่จะส่งพวกแกลงนรกน่ะสิ เจ้ารากษสชั่ว 

ผู้พิทักษ์!” อสุรกายทั้งสองตนอุทาน ดวงตาของมันเบิกกว้างอย่างตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นโกรธแค้น

พวกแกสังหารพี่น้องเราไปมาก ดีล่ะ ครานี้ ข้าจะล้างแค้นให้พวกของข้ารากษสที่อยู่ในชุดคนขับร้องคำราม ก่อนจะพุ่งเข้าใส่

สีหน้าหญิงสาวแสดงความสมเพชเล็กน้อย ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ดาบในมือเหวี่ยงตัดร่างของอสูรตัวนั้นขาดเป็นสองท่อน ล้มครืนลงขาดใจตาย

รากษสอีกตนดึงร่างของโอมขึ้นเป็นเกราะกำบัง กรงเล็บของมันจ่อที่คอของเขา ถ้าแกเข้ามา ไอ้หนุ่มนี่ตาย

ถ้าแกทำอะไรเขา แกก็ไม่รอดเหมือนกันหญิงสาวพูดเสียงเยือกเย็น

งั้นเรามาแลกกัน แกปล่อยข้า ข้าจะปล่อยไอ้หนุ่มนี่อีกฝ่ายต่อรอง

ก็ได้หญิงสาวพยักหน้าและลดดาบในมือลง ก่อนจะยกมือซ้ายขึ้นสะบัดอย่างรวดเร็ว

ประกายสีเงินผ่านหน้าโอมไปแว่บหนึ่ง เด็กกระเป๋ารถสะดุ้งเฮือก ร่างสูงใหญ่ล้มคว่ำลงเหมือนต้นไม้โค่น โดยมีมีดสั้นเล่มหนึ่งปักเข้าที่หว่างตาพอดี

โอมยังคงยืนตัวแข็งอยู่กับที่ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที นับแต่รากษสทั้งสองแสดงตนและถูกสังหาร แม้จะเคยผ่านประสบการณ์แนวแอคชั่นแฟนตาซีกึ่งสยองขวัญแบบนี้มาแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี

สาววัยรุ่นมาดทอมก้าวเข้ามาดึงมีดออกจากร่างของอสุรกาย ก่อนจะหันไปทางพวงมาลัยและดีดนิ้วดังเปาะ ทำให้รถเมล์ไร้คนขับที่เริ่มจะเป๋ไปเป๋มานั้น กลับมาวิ่งตรงทางอีกครั้ง

ไม่ต้องตกใจ มิสเตอร์เอช เป็นคนส่งฉันมาเธอหันมาบอกกับโอมที่ยังอยู่ในอาการตกใจ จากนั้นจึงหยิบสเปรย์ขวดเล็กจากกระเป๋าเสื้อฉีดใส่ร่างสองร่างที่กองอยู่บนพื้น

เพียงชั่วพริบตา ทั้งซากศพและคราบเลือดก็หายไปหมด คงเหลือแต่รถเมล์ที่วิ่งอย่างไม่มีคนขับกับผู้โดยสารที่นั่งนิ่งเป็นหุ่นเท่านั้น

ทันทีที่ร่องรอยทั้งหมดหายไป หญิงสาวก็ดีดนิ้วอีกครั้ง รถเมล์คันนั้นเบนหัวพุ่งเข้าชนกับตู้โทรศัพท์ข้างทางเสียงดังโครม ทำเอาทุกคนบนรถรวมทั้งโอมล้มกลิ้งไปตามกัน

อูย นี่เธอทำบ้าอะไรเนี่ยโอมบ่น ขณะพยายามยันตัวลุกขึ้น

ก็ทำให้ทุกอย่างมันเป็นปกติน่ะสิเด็กสาวบอกเอาล่ะ ลุกขึ้นแล้วตามฉันลงไปข้างล่าง

แล้วคนอื่นๆล่ะ โอมหันไปมองผู้โดยสารที่นอนนิ่งไม่ไหวติง อยู่บนพื้น

ไม่ต้องห่วงไม่มีใครเป็นอะไรหรอก อีกเดี๋ยวพวกเขาก็ได้สติเด็กสาวพูด ก่อนจะฉุดเขาลงจากรถ

หลังจากทั้งสองเดินออกห่างจากรถเมล์คันนั้นประมาณยี่สิบเมตร ก็มีเสียงผู้คนดังมาจากในรถ จากนั้นผู้โดยสารหลายคนก็ทยอยกันลงมา ท่าทางของแต่ละคนบอกให้รู้ว่า ไม่ได้เป็นอะไรมากนัก นอกจากมึนงงและขัดยอกเล็กน้อยเท่านั้น

โอมหันกลับไปมองเกิดอะไรขึ้นกับพวกนั้นเหรอ

ก็แค่มนต์สะกดของอสุรกาย เด็กสาวมาดทอมยักไหล่พลางตอบ ตอนนี้ สิ่งเดียวที่พวกนั้นจะจำได้ก็คือ รถที่นั่งมาเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนตู้โทรศัพท์ ส่วนคนขับกับกระเป๋ารถหนีไปแล้ว   

ตกลง เธอเป็นพวกเดียวกับ มิสเตอร์เอช งั้นเหรอโอมหันมามองหน้าคนพูดอย่างข้องใจ

ฉันชื่อมินตราเธอแนะนำตัว ผอ.สั่งให้ฉันมาทำหน้าที่คุ้มครองนาย

คุ้มครอง

 มินตราพยักหน้า ผอ.ไม่อยากให้นายตายก่อนที่จะได้ทำประโยชน์ให้องค์กร ก็เลยสั่งให้ฉันมาดูแลนาย

ฉันไม่ยักรู้นะว่าตัวเองจะมีค่าถึงขนาดนั้นน้ำเสียงโอมแฝงแววแดกดัน

สำหรับพวกอสุรกายนะใช่เลยหญิงสาวพูด นายมีค่ามากในฐานะอาหารเสริมพลังจานโปรด

ประโยคดังกล่าว ทำให้โอมรู้สึกหงุดหงิด บ้าที่สุด นี่มันเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรกัน

ฉันว่านายเลิกตีโพยตีพายแล้วยอมรับข้อเสนอของพวกเราดีกว่า ไม่งั้นใครหรืออะไรก็คุ้มครองนายไม่ได้" มินตราบอกด้วยน้ำเสียงรำคาญ

 ตอนนี้ ขอฉันกลับบ้านก่อนได้ไหม ขอร้องล่ะชายหนุ่มต่อรอง อย่างน้อย ตอนนี้ เขาก็อยากกลับไปตั้งสติที่บ้านก่อนที่จะตัดสินใจอะไรต่อไป

ได้อีกฝ่ายพยักหน้ารับ พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

นั่นเธอจะทำไรอะไรน่ะ โอมสงสัย

ก็โทรเรียกแท็กซี่มารับพวกเราไปบ้านนายน่ะสิ

แต่ฉันไม่อยากนั่งรถผีไร้หน้านะ

“’เอางั้นก็ได้มินตรายักไหล่พลางยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะกดหมายเลขลงไป    

**************************       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #34 kimurakung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 17:36
    เอิ่ม...โอม ดื้อมาก ก็ไปเป็นอาหารก็ได้นะ จะได้จบเรื่อง 555
    #34
    0
  2. #10 narine545 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2555 / 15:27

    คราวนี้ ชัดๆเลย ไม่ต้องปิดบังกันล่ะ ว่าแต่นายโอมจะเป็นไงต่อไปน้อ

    #10
    0