โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 6 : สิงโตพิศวงในห้อง ผอ.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 603
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 ก.พ. 58

เฮ้ย!นั่นๆโอมร้องออกมาอย่างตกใจ พลางยกมือชี้ไปยังเงาของคนขับที่สะท้อนในกระจกมองหลัง มันเป็นเงาของใบหน้าเกลี้ยงๆที่ไม่มีตา ปาก หรือจมูก  

นั่งเฉยๆหน่อยสิวะวาโยบอก

แกจะให้ฉันอยู่เฉยๆ ในรถแท็กซี่ที่คนขับไม่มีหน้าเนี่ยนะโอมโวยวายด้วยความกลัว

ไม่ต้องกลัวหรอกเพื่อนปถวีร์พูดแท็กซี่ปีศาจไร้หน้า เป็นการเดินทางที่เร็วและปลอดภัยที่สุด


ตรงไหนวะโอมนึก โดยไม่พยายามมองไปทางด้านหน้ารถ เขาก้มหน้าลงมองมือตัวเอง โดยไม่กล้าหันไปมองทางไหนอีก เพราะกลัวว่า จะต้องเห็นอะไรที่ชวนสยองขวัญอีก ชายหนุ่มนึกแช่งชักหักกระดูกตัวเองที่หลวมตัวมากับไอ้สองตัวนี่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่องนะโม ไม่รู้กี่จบ ต่อกี่จบ โดยหวังเอาพระเป็นที่พึ่งให้รอดจากวันนี้


ถึงแล้ววาโยบอก หลังจากรถออกวิ่งมาได้ไม่ถึงสิบนาที


    โอมเงยหน้าขึ้นและมองไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายังสว่างอยู่ จากที่เห็น บอกให้รู้ว่า เขากำลังอยู่บริเวณย่านชานเมืองแถวๆรังสิต ปทุมธานี ที่รู้ก็เพราะเห็นป้ายบอกอยู่ข้างทาง


   รถเลี้ยวออกจากถนนใหญ่เข้าไปในซอยเล็กๆแห่งหนึ่ง ในนั้นพอมีบ้านคนและร้านค้าให้เห็นอยู่บ้าง  เพียงครู่เดียว รถแท็กซี่ก็ไปจอดหน้าอาคารเก้าชั้นที่อยู่ท้ายซอย สภาพของมันก็เหมือนกับคอนโดมิเนียมทั่วๆไป ด้านหน้าอาคารมีป้ายขนาดใหญ่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า God Tower หรือ หอคอยเทวะ เยื้องกับอาคารหลังดังกล่าว มีร้านสะดวกซื้อร้านหนึ่งตั้งอยู่ 


  หลังจากรถจอด วาโยส่งการ์ดสีเงินคาดแถบเขียวมรกต ให้คนขับไร้หน้า อีกฝ่ายรับไปรูดกับเครื่อง ก่อนจะส่งคืน จากนั้นวาโยกับปถวีร์ก็เปิดประตูลงจากรถ พร้อมกับดึงโอมลงไปด้วย ชายหนุ่มตามอีกฝ่ายออกไปยืนงงๆ อยู่นอกรถ และในขณะนั้นเอง ทั้งรถทั้งคนขับก็สลายร่างไป


โอมเบิกตากว้างอย่างตกใจ ขณะที่เพื่อนทั้งสองนั้น แทบจะไม่ได้ใส่ใจมองด้วยซ้ำ ทั้งสองดึงชายหนุ่มเดินไปที่ทางเข้าตัวอาคารซึ่งเป็นประตูกระจกบานเลื่อนติดฟิล์มทึบ 


    ถัดจากประตูทางเข้า เป็นห้องโถงแบบเดียวกับล็อบบี้โรงแรม ด้านในมีประตูกระจกอยู่อีกบาน ก่อนถึงประตูมีเคาน์เตอร์เล็กๆตั้งอยู่  พร้อมกับหญิงสาวผมยาวคนหนึ่งสวมชุดกระโปรงสีฟ้าน้ำทะเล ใส่หมวกเบรเร่ต์สีเขียวอ่อนนั่งอยู่


ทันทีที่ทั้งสามมาถึงเคาน์เตอร์ หญิงสาวคนนั้นก็กล่าวว่าผอ.สั่งไว้ว่าให้พวกคุณพาเพื่อนขึ้นไปที่ออฟฟิศเลยค่ะ


โอมลอบสังเกตหญิงสาวที่นั่งตรงเคาน์เตอร์เพื่อดูว่า เธอมีอะไรผิดปกติบ้างหรือไม่ แต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติไปจากมนุษย์ธรรมดาแต่อย่างใด ขณะที่ปถวีร์หยิบการ์ดสีทองออกจากประเป๋าเสื้อมาเสียบในช่องสอดบัตรติดกับประตู จากนั้นพวกเขาจึงเดินผ่านเข้าประตูไปยังลิฟต์สี่ตัวที่เรียงกันเป็นแถวอยู่ด้านใน ทั้งสองพาโอมไปยังลิฟต์ตัวในสุดซึ่งมีประตูเป็นสีบรอนซ์ทอง ปถวีร์กดปุ่มเปิด เมื่อทั้งหมดก้าวเข้าไปในลิฟต์แล้ว จึงกดปุ่มขึ้นไปที่ชั้นเก้า  

 
  
ครู่ต่อมา ลิฟต์ก็มาถึงที่หมาย และในทันทีที่ประตูเลื่อนเปิดออก โอมก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น

 พ้นจากประตูลิฟต์ออกไป คือห้องโถงยาวที่มีทางเดินปูด้วยแผ่นหินอ่อนสีขาว สองข้างทางเดินเรียงรายไปด้วยเสาโลหะขนาดใหญ่สีบรอนซ์ทองที่มีประดับลวดลายคล้ายเถาวัลย์ เสาแต่ละต้นตั้งบนฐานที่ทำเป็นชั้นๆ ซึ่งเมื่อกะด้วยสายตาแล้ว แต่ละต้นน่าจะสูงไม่ต่ำกว่าหกถึงเจ็ดเมตร เสาดังกล่าวค้ำส่วนของเพดานที่มีลักษณะเป็นหลังคาโค้ง มีโคมระย้าแขวนห้อยลงมาเป็นระยะ แสงสว่างจากโคมเหล่านั้นตกกระทบต้นเสาโลหะที่เป็นเงาวาววับ จนเกิดเป็นประกาย อากาศในห้องเย็นยะเยือก


จากที่ได้เห็น ทำให้โอมมีความรู้สึกว่า เขากำลังอยู่ในวิหารอะไรสักอย่างหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่า จากสภาพของตัวอาคารที่เขาเห็นภายนอกจะมีห้องที่ใหญ่โตและอลังการขนาดนี้อยู่ข้างใน


   วาโยกับปถวีร์พาโอม เดินไปตามทางเดินหินอ่อนก่อนจะไปหยุดยืนที่หน้าประตูไม้บานใหญ่ที่อยู่สุดทาง ทันใดนั้นเอง ประตูดังกล่าวก็เปิดออกเองอย่างช้าๆ เหมือนกับมีระบบอัตโนมัติ ชายหนุ่มทั้งสามก้าวเข้าไปในห้องจากนั้นประตูก็ปิดลง และพร้อมๆกันนั้น โอมก็เริ่มสังเกตสภาพในห้องนั้น


   เมื่อเห็นครั้งแรก ชายหนุ่มรู้สึกว่าห้องนี้ดูไม่แตกต่างจากห้องทำงานธรรมดาเลย พื้นที่ของห้องกว้างขวางพอๆกับห้องชุดในคอนโดขนาดใหญ่ ยกเว้นเพดานที่สูงกว่าห้องธรรมดา ผนังด้านตรงข้ามกับประตูมีโต๊ะไม้สีดำเงาวับและเก้าอี้ทำงานที่บุด้วยกำมะหยี่สีน้ำตาลตั้งอยู่หน้าฉากกั้นขนาดใหญ่ที่เขียนเป็นภาพทิวทัศน์แบบภาพวาดพู่กันจีน

ผนังห้องทางด้านขวา มีชั้นวางหนังสือที่สูงจนถึงเพดานห้อง บรรจุแน่นด้วยหนังสือจำนวนมาก ทางด้านหน้าชั้นหนังสือนั้น มีชุดรับแขกเล็กๆวางอยู่ ส่วนผนังทางด้านซ้ายของห้องติดวอลเปเปอร์เป็นรูปทุ่งหญ้าซึ่งมีบ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่ปลูกอยู่กลางทุ่งหญ้าสีเขียว โดยมีฉากหลังเป็นทิวเขาซึ่งมียอดปกคลุมด้วยหิมะ บรรยากาศในห้องสดชื่นเย็นสบาย เหมือนอยู่กลางทุ่ง
 


 ชายผู้หนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางสีฟ้าสลับสีทองกับกางเกงขายาวสีน้ำตาลไหม้ สวมรองเท้าหนังแกะสีดำ เดินออกมาจากหลังฉากกั้น รูปร่างของเขาดูสมส่วนและสง่างาม ผมหยักศกสีดำสนิท ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแลดูอ่อนเยาว์ เขานั่งลงที่เก้าอี้กำมะหยี่ พลางมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาคมกริบ


   ทันทีที่ชายคนนั้นนั่งลง ทั้งวาโยและปถวีร์ก็ก้มศีรษะลงคำนับพร้อมกัน เมื่อเห็นดังนั้น โอมจึงทำตามอย่างเก้ๆกังๆเล็กน้อย


นี่น่ะรึ ผู้ถูกเลือก คนใหม่ชายคนนั้นมองดูหน้าโอม พร้อมกับเปิดยิ้มบางๆ อย่างเป็นมิตรเธอคือ โอม อัคราสินะ

 เอ่อ..ครับชายหนุ่มตอบโดยไม่เงยหน้า

เงยหน้าขึ้นสิ ฉันอยากเห็นหน้าเธอให้ชัดๆ


โอมเงยหน้าขึ้นและถือโอกาสนั้นมองดูอีกฝ่ายอย่างเต็มตา ซึ่งเมื่อได้เห็นแล้ว เขาต้องยอมรับว่าชายผู้นี้มีบุคลิกที่สง่างามแต่ขณะเดียวกันก็ดูอบอุ่นและเป็นมิตร เมื่อดูจากลักษณะท่าทางการพูด โอมคิดว่าอายุของเขาน่าจะอยู่ในวัยกลางคนแล้ว ทว่ารูปร่างหน้าตานั้นดูอย่างไรก็ไม่น่าจะเกินยี่สิบต้นๆ ว่ากันง่ายๆ รุ่นพี่ปีสี่บางคนที่คณะของเขายังหน้าแก่กว่าชายคนนี้อีก


 ขอต้อนรับสู่หน่วยงานของเรา ฉันชื่อ ฮามาร์คิส หรือเรียกสั้นๆว่า มิสเตอร์ เอช ก็ได้ชายผู้นั้นกล่าวฉันเป็น ผู้อำนวยการของที่นี่

หน่วยงาน…”โอมทวนคำพวกคุณเป็นหน่วยสืบราชการลับหรือครับ

อืม จะว่าไป ก็คล้ายๆแบบนั้นแหละ เพียงแต่เรามีข้อแตกต่างออกไปนิดหน่อย

แตกต่างยังไงหรือครับ

หน่วยของเราไม่ได้ทำงานให้กับรัฐบาลใดๆในโลกนี้

ไม่ได้ทำงานให้กับรัฐบาลใดๆ แสดงว่าเป็นองค์กรอิสระใช่ไหมครับโอมพยายามเดาต่อ

แทนที่จะตอบ อีกฝ่ายกลับเอ่ยขึ้นว่าเธอเคยได้ยินเรื่องของเทพเจ้าบ้างไหมล่ะ

เอ่อ ครับโอมพยักหน้า พร้อมกับเริ่มรู้สึกสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่ด้วย

เทพเจ้า กรีก จีน อินเดีย บลาๆๆฮาร์มาคิสซ่อนยิ้มในหน้านั่นแหละคือ ผู้ที่เราทำงานให้

ทำงานให้เทพเจ้า..” ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายด้วยอาการตาค้างแต่..แต่ เทพเจ้าพวกนั้น เป็นแค่เรื่องที่คนแต่งขึ้นมานี่ครับ

ถ้าอย่างนั้น เธอจะอธิบายเรื่องที่เธอเจอในวันนี้ว่ายังไงล่ะอีกฝ่ายย้อนถาม

เอ่อ..”โอมถึงกับอึ้งภาพลวงตามั้งครับ

เธอนี่เป็นคนที่ไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆเลยนะมิสเตอร์เอช ยิ้มขำๆถ้าอย่างนั้น เธอก็คงคิดว่านี่เป็นภาพลวงตาด้วยสินะกล่าวจบ ร่างของมิสเตอร์เอช ก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นสิงโตขนาดใหญ่ที่มีขนเป็นสีทอง ทว่ามีใบหน้าเป็นมนุษย์และเป็นใบหน้าของมิสเตอร์เอชเอง


 โอมถึงกับถอยหลังด้วยความตกใจ ขณะที่เพื่อนทั้งสองกลับไม่แสดงอาการแปลกใจหรือตกใจแต่อย่างใด

คราวนี้ เธอยังคิดว่า ตัวฉันเป็นภาพลวงตาอีกหรือเปล่าสิงโตตัวนั้นพูด ก่อนจะส่งเสียงคำรามดังก้องกังวาน

มะ..มะไม่แล้วครับชายหนุ่มปากคอสั่น เป็นใครบ้างจะไม่ขนลุก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิงโตสูงสองเมตรแถมยังมีหัวเป็นคนอีก


สิงโตตัวนั้นคืนร่างกลับเป็นมิสเตอร์เอชอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่โอมเอามือจับหน้าอกซ้ายของตนและพบว่ามันเต้นระรัวอย่างกะกลองดุริยางค์ยังไงยังงั้นแหละ

ฉันว่าตอนนี้ เราเข้าใจตรงกันแล้วนะมิสเตอร์ เอช พูด พร้อมกับดีดนิ้ว ทันใดนั้นอากาศเบื้องหน้าโอมก็รวมรูปกลายเป็นเก้าอี้ตัวหนึ่งนั่งลงสิ จากนี้ไป เราจะได้คุยกันต่อ ถึงเรื่องของเธอ

เอ่อครับชายหนุ่มรับคำพร้อมกับนั่งลงอย่างเกรงๆ

ที่จริง เรามีโรงภาพยนตร์สี่มิติสำหรับให้สมาชิกใหม่ดูเพื่ออธิบายถึงหน่วยงานของเรา เพียงแต่วันนี้ อุปกรณ์ของเรามีปัญหานิดหน่อย เอาเป็นว่า ฉันจะอธิบายเกี่ยวกับหน่วยงานของเราให้เธอฟังอย่างคร่าวๆก็แล้วกันมิสเตอร์เอช พูดหน่วยงานของเราก่อตั้งขึ้นจากมติของสภาเทพเจ้า เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์กฏแห่งมนตรา ซึ่งเป็นกฏที่เหล่าเทพเจ้าทั้งหลายตั้งขึ้นเพื่อรักษาสมดุลย์แห่งพลังของเทพเจ้าคณะต่างๆ และงานของพวกเราก็คือการ ไล่ล่าเหล่าอสุรกาย อมนุษย์ ภูตผี ที่ฝ่าฝืนกฏแห่งมนตรานั้น

แล้วเรื่องทั้งหมดนี้ เกี่ยวอะไรกับผมด้วยหรือครับ

ว่ากันตามตรง หน่วยงานของเราก็มีปัญหาเหมือนหน่วยงานทั่วๆไป นั่นคือ เรายังมีคนไม่พอกับงานที่เรามี ยังไม่นับว่าบางครั้งเราอาจต้อง..เอ่อ..เสียคนของเราให้กับงานที่ทำ ..” น้ำเสียงของมิสเตอร์เอชคล้ายๆกับพวกเซลล์ขายประกันเวลากล่อมลูกค้าโอ.. ไม่หรอก มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แค่นานๆครั้งน่ะแต่มันก็ทำให้คนที่เรามีน้อยอยู่แล้ว ลดน้อยลงไปอีก เพราะฉะนั้น เราจึงต้องคอยมองหาคนใหม่ๆเข้ามาร่วมงานด้วยเสมอ

 คุณคงไม่ได้หมายความว่าจะให้ผมทำงานกับคุณหรอกนะครับโอมดักคอ

แน่นอนว่า..ไม่”อีกฝ่ายส่ายหน้า ทว่าดวงตาทั้งสองเป็นประกาย “..อย่างน้อยก็จนกว่าเธอจะผ่านการฝึกฝนแล้ว


แต่ผมยังไม่ได้รับปากเลยนะชายหนุ่มขึ้นเสียงอย่างลืมตัว เขาเกลียดที่สุด เวลาที่ใครก็ตามมาทำกับเขาเหมือนมัดมือชกแบบนี้


มิสเตอร์เอช ยักไหล่เสียใจหน่อยนะ แต่ฉันว่าเธอไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธได้

คุณจะบังคับผมอย่างนั้นเหรอโอมถามอย่างไม่พอใจ

ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นพวกข้างนอกนั่นต่างหาก อย่างพวกที่เธอเจอเมื่อตอนเย็นน่ะแหละมิสเตอร์เอช มองหน้าคู่สนทนาเพราะจากนี้ไป เธอจะหลายเป็นเป้าหมายในการตามล่าของพวกอสุรกาย

แต่นั่นไม่ยุติธรรมเลย

โลกนี้ยุติธรรมเสมอ เพียงแต่บรรทัดฐานของโลกกับของเรา อาจไม่ตรงกันนัก

 แล้วทำไม พวกมันต้องตามล่าผมด้วย

 
เพราะตอนนี้เธอได้กลายเป็นผู้ถูกเลือกแล้วน่ะสิ อสุรกายตัวใดที่ได้กลืนกินเลือดเนื้อของผู้ถูกเลือกจะมีพลังชีวิตเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่ามิสเตอร์ เอช เน้นคำว่า กลืนกิน เป็นพิเศษจนทำเอาโอมขนลุกเกรียวและในเวลานี้ พวกอสุรกายจำนวนมากจะเริ่มสัมผัสพลังการเป็นผู้ถูกเลือกของเธอได้ ซึ่งแน่นอนว่านั่นจะทำให้พวกมันออกตามล่าเธอ ดังนั้นหนทางรอดเดียวคือ เธอต้องเข้ารับการฝึกเป็นผู้พิทักษ์เท่านั้น เพราะพลังของผู้พิทักษ์จะคุ้มครองเธอจากการรับรู้ของพวกมัน


 สีหน้าของชายหนุ่มซีดเผือดยิ่งกว่าตอนที่เห็นตัวเองสอบติดเกรดเอฟ วิชา แคลคูลัสเบื้องต้น เมื่อตอนเรียนเทอมแรกเสียอีก ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่เขาเพิ่งพบมา โอมต้องยอมรับว่า เขาเองเชื่อเรื่องที่อีกฝ่ายพูดไปแล้วเกือบแปดสิบเปอร์เซนต์


อย่างไรก็ตาม อีกยี่สิบเปอร์เซนต์ที่เหลือ ก็ทำให้เขายังไม่ยอมรับในข้อเสนอของอีกฝ่ายอย่างง่ายๆ ชายหนุ่มพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติและกล่าวออกไปอย่างไว้เชิงว่า

แล้วถ้าหากผมยังยืนยันที่จะปฏิเสธการทำงานกับคุณล่ะ

คุณปถวีร์มิสเตอร์เอชหันไปเรียกลองเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ถูกเลือกคนก่อนที่ปฏิเสธการทำงานกับพวกเรา ให้เพื่อนของคุณฟังทีสิ


ครับปถวีร์ก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะเล่าสั้นๆด้วยน้ำเสียงเย็นๆเขาแอบหนีออกจากค่ายฝึกไปตามลำพัง พอพวกเราตามไปเจอ ก็พบว่าเขาแทบไม่มีอะไรเหลือ นอกจากกระดูกสองสามชิ้น

อย่ามาขู่กัน หน่อยเลยโอมทำปากแข็ง แม้ว่าขาจะเริ่มสั่น

ฉันพูดความจริง เพราะคนที่ตามไปเจอ ก็คือฉันเองสายตาของปถวีร์ดูจริงจังผิดจากที่เคยถ้านายไม่อยากเป็นแบบนั้น นายต้องเข้ารับการฝึกนะ

แล้วถ้าผมขอเวลาคิดสักหน่อยล่ะชายหนุ่มพยายามต่อรอง อย่างน้อย หากว่านี่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับชีวิตของเขา ก็ควรให้เวลาเขาได้คิดบ้างสิ

เอาเป็นว่า เราให้เวลาเธอหนึ่งวัน สำหรับทำใจโอมสังเกตว่า มิสเตอร์เอช ใช้คำว่าทำใจไม่ใช่ตัดสินใจซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะฝ่ายนั้นมั่นใจแล้วว่า ถึงอย่างไร อีกฝ่ายก็คงไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมนี้ได้แน่ แต่สำหรับโอมแล้ว ตราบใดที่เหตุการณ์ยังไม่ถึงที่สุด มันต้องมีทางเลือกให้เสมอ

ถ้าอย่างนั้น วันนี้ ผมกลับได้แล้ว ใช่ไหม

ได้แน่นอนมิสเตอร์เอชพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต


โอมรีบลุกขึ้นและกล่าวลาอีกฝ่ายหนึ่งสั้นๆพอไม่ให้ดูเป็นการเสียมารยาทจนเกินไป ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง โดยมีเพื่อนทั้งสองคนรีบตามไปด้วย….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #77 jsoc (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 22:20
    ต้องบอกว่าซวยสินะ ฮ่าๆ
    #77
    0
  2. #33 kimurakung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 17:31
    ผู้ถูกเลือก .. สำหรับอะไรอะ แล้วทำไมพอเป็นผู้พิทักษ์จึงสามารถปกปิดตัวตนได้
    #33
    0
  3. #9 okaolala (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 เมษายน 2555 / 15:26

    เจอดีอีกแล้ว นายโอมของเรา

    #9
    0