โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 37 : ระเบิดค่ายอเมซอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ต.ค. 58

นักรบอเมซอนสาวผมยาวพาโอม มินตราและปถวีร์ไปตามทางเดินแคบของตัวอาคาร จนมาถึงหน้าห้องที่มีบานประตูโลหะสีเงิน

นี่แหละ ห้องของหัวหน้าสาวอเมซอนบอก

งั้นก็พาเราเข้าไปมินตราดันอีกฝ่ายไปที่ประตูเร็ว

สาวผมยาวมีท่าทีลังเล ก่อนยื่นหน้าเข้าไปที่หน้าจอแอลซีดีข้างประตู พร้อมกดปุ่มสีเงินที่ข้างจอ

สัญญาณไฟสีแดงวาบขึ้นที่บานประตู พร้อมเสียงกริ่งดังยาว แบบเสียงเตือนภัย

นักรบอเมซอนอาศัยจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามตกตะลึงสะบัดตัวจากการเกาะกุม ก่อนออกวิ่งเร็วจี๋ไปตามทางเดิน ทว่ายังช้ากว่านาคสาวที่ซัดฝ่ามือยิงพลังใส่หลัง จนฝ่ายนั้นล้มคว่ำลงกับพื้น เสื้อด้านหลังไหม้จนถึงผิวหนัง มีควันสีขาวลอยขึ้นมา

นังบ้า รนหาที่แท้ๆมินตราสบถ

โอมมองร่างที่นอนคว่ำอย่างสยองถึงกับต้องฆ่ากันเลยเหรอ

เสียงตะโกนโหวกเหวกดังมาจากด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมาก บอกถึงสถานการณ์อันตรายที่โอมและพรรคพวกกำลังเผชิญ

ไม่ต้องรอให้ใครบอก ทั้งสามก็รู้ว่าชีวิตตอนนี้ ต้องพึ่งฝีเท้ามากแค่ไหน ทั้ง มนุษย์ นาคและคนธรรพ์ออกวิ่งเร็วจี๋โดดข้ามร่างที่หลังเกรียมสลบเหมือดของสาวอเมซอนไปยังปลายอีกด้านของทางเดิน ตรงข้ามกับฝั่งที่พวกนักรบกำลังวิ่งมา

ทว่าเมื่อเลี้ยวที่หัวมุม ทั้งสามก็พบนักอเมซอนสามนางถือหอกออกมาสกัดหน้า มินตราใช้พลังนาคีซัดใส่ทั้งสามจนกระเด็น ก่อนวิ่งนำชายหนุ่มทั้งสองตรงไปยังบันไดทางลงอีกทาง จนเมื่อลงถึงชั้นล่างแล้ว โอมก็เห็นประตูบานหนึ่งถูกแง้มอยู่ ชายหนุ่มกับเพื่อนจึงวิ่งเข้าไปทันที

ภายในห้องมีลังเก็บของใบเท่าตู่เย็นนับสิบตั้งเรียงรายซ้อนเป็นชั้น ทั้งสามจึงปีนเข้าไปหลบอยู่ข้างหลังลังเหล่านั้น ขณะที่เสียงฝีเท้าคนจำนวนมากวิ่งผ่านหน้าห้อง จนเมื่อผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงสัญญาณเตือนภัยก็เงียบลง 

ท่าทาง พวกมันคงไปหมดแล้ว”ปถวีร์กระซิบบอก ก่อนจะโผล่หน้าออกจากที่ซ่อนและเมื่อมองซ้ายมองขวาดูว่าปลอดภัยดีแล้ว จึงปีนออกมา โดยมี ตามออกมาเป็นลำดับ

 ห้องที่พวกเขาอยู่มีเพดานสูงไม่น้อยกว่าห้าเมตร รอบๆเต็มไปด้วยลังใส่ของ มีตั้งแต่ขนาดเท่าตู้เย็นไปจนถึงขนาดเท่ารถตู้ซึ่งทำด้วยโลหะวางเรียงซ้อนกันจนเกือบถึงเพดาน มีเพียงแสงไฟสลัวจากหลอดสีส้มที่แขวนลงมาจากเพดาน อากาศในห้องยะเยือกราวกับถูกเร่งเครื่องปรับอากาศ

“ห้องนี่หนาวชะมัด”โอมบ่นพลางมองดูลังบรรจุของที่อยู่รอบๆ“พวกนี้ มันลังอะไรวะ”เขาถาม

“คงเป็นลังเก็บอาวุธ”ปถวีร์บอก”ฉันเคยได้ยินว่า พวกอเมซอนใช้ฐานทัพบางแห่งเป็นที่เก็บอาวุธ จากโรงงานก่อนส่งให้ลูกค้า”

“พวกนี้ ค้าอาวุธสงครามด้วยเหรอ”

“ใช่”คนธรรพ์หนุ่มพยักหน้า”รายได้หลักของพวกอเมซอนมาจากการผลิตอาวุธและจัดให้บริการบอดี้การ์ดรวมทั้งกองทหารรับจ้างด้วย”

“แล้วใครเป็นลูกค้าวะ”

“ไม่เลือก จะเป็น เทพ อสูร หรือ มนุษย์ ขอให้มีเงินจ่าย พวกนี้เอาหมดแหละ”

แล้วไม่ผิดกฎเหรอ”

“เอ่อ เท่าที่ผ่านมา ก้อยังไม่เคยมีหลักฐานว่าพวกนี้ ทำผิดกฎมนตรานะ”

ตกลง จะเก็บข้อมูลกันอีกนานไหม”มินตราเอ่ยขัดขึ้น”ฉันว่า ตอนนี้พวกนายเลิกสนใจธุรกิจของพวกอเมซอนแล้วมาคิดกันดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อ”

“เรากลับไปห้องนั้นอีกดีไหม เผื่อไอ้โยจะอยู่ในนั้น”โอมเสนอ

 ฉันว่าป่านนี้ พวกอเมซอนคงระดมกำลังกันมาเฝ้ารอบห้องเพียบ ลำพังเราสามคนคงฝ่าเข้าไปไมได้แน่”ปถวีร์พูดเสียงเครียด

โอมนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “แล้วเราจะทิ้งไอ้โยไว้ที่นี่...เหรอ

”ไม่หรอก แต่เราต้องหาทางอื่น..คนธรรพ์หนุ่มชะงักคำพูด เมื่อเห็นมินตราทำท่าจะแยกออกจากกลุ่ม

 “นั่นเธอจะไปไหน

นาคสาวชี้มือไปยังอีกฝั่งของห้องฉันได้ยินเสียงบางอย่างมาจากทางนั้น

ก็เลยอยากรู้ ว่างั้นโอมอดแขวะไม่ได้

หุบปากไปก็ไม่มีใครว่านายตายหรอกนะ

เอาล่ะ ฉันว่าอย่าเพิ่งเถียงกันจะดีกว่าปถวีร์รีบห้ามทัพก่อนพูดกับนาคสาวว่าเธอนำไปเลยแล้วกัน มินตรา เผื่อจะมีทางออกอื่น

โอมหันไปทางประตูที่เข้ามาฉันว่า กลับไปทางเดิมไม่ชัวร์กว่าเรอะ

อ๋อ ถ้ากลับทางเดิมล่ะนายเจอหอกของพวกนั้นรอเสียบพุง ชัวร์มินตราว่าหรือนายอยากโดนล่ะ

คำพูดดังกล่าว เตือนให้ชายหนุ่มรู้ว่าตัวเองไม่มีทางเลือกเออ งั้นตามเธอไปก็ได้เขากัดฟันพูดแต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น เธอต้องผิดชอบด้วยแล้วกัน

แน่นอนนาคสาวยิ้มกว้างฉันรับรองจะจัดการร่างของนายอย่างสมเกียรติในกรณีที่นายโชคร้ายสุดๆ

ยัยงูเขียวปากเสีย...โอมนึกด่าในใจ เพราะรู้ว่าฝ่ายตรงข้าม อ่านความคิดเขาได้ แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนคู่กรณีจะไม่มีปฏิกิริยาอะไรในคราวนี้

     โอมกับปถวีร์เดินตามหลังมินตราไปอย่างเงียบๆ เขารู้สึกว่าห้องนี้ กว้างกว่าที่เห็นครั้งแรกและดูใหญ่เกินกว่าจะอยู่ในตัวอาคารนี้ได้ แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดว่ามันแปลกอะไร ในเมื่ออาคารหลังนี้มีอำนาจเวทมนต์ควบคุมอยู่ ก็แล้วทำไม กับแค่การยัดห้องที่ใหญ่กว่าตัวอาคารเข้ามา ทำไมจะทำไม่ได้

  เมื่อเดินมาจนถึงอีกด้านของห้อง ก็พบประตูเหล็กบานใหญ่ มินตราใช้นิ้วชี้แตะประตูอย่างระมัดระวังก่อนยิ้มเล็กน้อย จากนั้นเธอจึงปล่อยกระแสไฟฟ้าจากปลายนิ้วไปที่บานประตู ก่อนจะมีเสียงดังคลิกหนักๆตามมาและประตูก็เปิดออก

เมื่อกี้ ทำไม เธอไม่ใช้วิธีนี้เปิดประตูห้องนั้นโอมข้องใจไม่งั้น ป่านนี้ เราอาจช่วยไอ้โยมาได้แล้ว

นายไม่ได้มองเรอะไง ว่าหน้าห้องนั่น มีระบบสแกนอยู่ ขืนฉันแตะประตู ผลมันอาจจะแย่กว่านี่ก็ได้”มินตราว่าก่อนจะผลักประตูและก้าวเข้าไปข้างในจะตามมาได้ยังเธอโผล่หน้ามาเรียก

โอมยักไหล่ก่อนที่เขาและเพื่อนจะเดินตามเข้าไป โดยประตูบานนั้นเปิดออกไปสู่ทางเดินที่ทอดยาวขึ้นข้างบน และขณะที่ทั้งหมดขึ้นบันไดไปนั้น ก็มีเสียงสัตว์บางอย่างดังแว่วมา

ฉันว่า ฉันได้ยินเสียงม้านะโอมพูด

หูนายใช้ได้นี่นาคสาวชม”ไม่เหมือนปาก อันนั้นไร้ประโยชน์สุดๆ

ชายหนุ่มแค่นเสียงอย่างไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยก่อนจะเดินแซงหน้านาคสาวขึ้นไปข้างบน

จากบันได นำพวกเขาไปสู่ห้องโถงกว้างเต็มไปด้วยคอกสัตว์กั้นไว้เป็นส่วนๆ ในแต่ละคอกมีม้าหลากสีหลายขนาดถูกขังเอาไว้ ทั้งม้าแข่ง ม้าลากรถ ม้าแกลบ และที่น่าทึ่งคือ มีม้าบินรวมอยู่ด้วย

ม้าเยอะแยะเลยโอมอุทาน”โห มีม้าบินด้วย”

มินตราขมวดคิ้วขณะทำจมูกฟุดฟิด พลางมองไปยังคอกม้าแต่ละคอกฉันว่าที่นี่มันแปลกๆ

แปลกยังไง

ที่นี่มีม้าเยอะแยะ แต่ทำไม ถึงไม่มีกลิ่นสาปสัตว์เลยหญิงสาวตั้งข้อสังเกต

“ม้าที่นี่คงสะอาดมากๆล่ะมั้ง

นี่นายทึ่ม ม้าน่ะนะ ต่อให้สะอาดแค่ไหน ก็ต้องมีกลิ่นสาปสัตว์อยู่ดีแหละนาคสาวพูดฉันว่า ม้าพวกนี้ มันมีอะไรแปลกๆ

เรื่องนั้นพักไว้ก่อนเถอะปถวีร์บอกปัญหาเฉพาะหน้าคือ เรายังหาไอ้โยไม่เจอเลย แถมตอนนี้ พวกเราอยู่ตรงไหนของฐานทัพก็ไม่รู้

ธนูหนึ่ง พุ่งมาปักที่เสาคอกม้า ตรงหน้าทั้งสาม ก่อนที่เสียงหวานใส หากเจือกังวานเหี้ยมเกรียมจะดังขึ้น

แสบมากนะ เจ้าพวกอัศวินเทวะ

โอมมองไปยังเจ้าของเสียง ก็เห็นหญิงสาวที่ชื่อ เมย์ ยืนอยู่พร้อมลูกน้องเกือบยี่สิบคน ทุกคนแต่งกายในชุดนักรบ สวมชุดเกราะและหมวกศึกพร้อมอาวุธครบมือ ขณะที่นักรบอีกยี่สิบคนพร้อมอาวุธครบมือก็เข้ามาปิดทางออกอีกด้านไว้ ธนูร่วมยี่สิบถูกเล็งมายังพวกเขา

ที่แท้ ก็เธอนี่เอง มินตราที่มาช่วยเจ้าพวกนี้เมย์พูด”ไอ้ผู้ชายพวกนี้ มันมีค่าอะไร นาคีจอมยโสอย่างเธอถึงยอมเสี่ยงตายมาช่วยมัน”

“นั่นมันเรื่องของฉัน ไม่ใช่เรื่องของเธอ”นาคสาวย้อน

อีกฝ่ายหัวเราะ“ปากดี ไม่มีเปลี่ยนเลยนะ”

ฉันว่าเธอปล่อยพวกเราไปดีกว่า เมย์”ปถวีร์พูดขึ้นบ้าง”พวกเรามาทำภารกิจของเทพเจ้า หากเธอขัดขวางงานของเรา ทวยเทพจะพิโรธเป็นแน่

เทพองค์ไหนล่ะน้ำเสียงนักรบสาวเย้ยหยันอีกอย่าง พวกแกย่อมรู้ว่า ในเขตของพวกเรา ชาวอเมซอน เรามีสิทธิทำลายทุกชีวิตที่มาบุกรุกโจมตีเรา

แต่พวกฉันไม่ได้ทำอะไรพวกเธอเลยนะ”โอมรีบแย้ง เมื่อได้ยินว่า ชีวิตเขากำลังจะถูกทำลาย

ยัยงูเขียวนั่น ทำร้ายคนของฉัน แค่นี้ก็มากพอที่ฉันจะลงโทษพวกเธอแล้ว

แต่เธอจับเพื่อนของเราไป แถมยังเอาพวกเรามาขังด้วย

แล้วใครใช้ให้พวกแกแส่เข้ามาที่นี่เล่า”เมย์ว่า”เตรียมตัวเตรียมใจรับโทษได้แล้ว

เดี๋ยว แล้ววาโยล่ะ เธอเอาเขาไปไว้ไหนปถวีร์ร้องถาม

ไม่ต้องใจร้อน หลังฉันจัดการยัยงูเขียวนี่แล้วพวกแกสองคนก็จะได้ไปอยู่กับเพื่อนของแกเอง

จะเชือดชั้นเหรอ ยัยไก่หลง มันไม่ง่ายหรอก”กล่าวจบ มินตราก็ซัดพลังเวทย์เข้าใส่อีกฝ่าย ทว่าหัวหน้านักรบสาวกลับยกโล่ขึ้นกับรับและสลายพลังไปในพริบตา

เมย์หัวเราะเยาะ“ยังเหลือ มุกอะไรอีกก็จัดมาเลย”

มินตรากวาดตามองซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว และก่อนที่อีกฝ่ายจะสั่งนักรบให้ปล่อยลูกธนู นาคสาวก็ติดสินใจยิงพลังไฟจากปลายนิ้วเข้าใส่คอกม้าเผาคอกส่วนหน้าจนพังลงมา ทำให้พวกม้าวิ่งออกมาข้างนอก

“นังบ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”เมย์กรีดร้อง ก่อนสั่งให้ลูกน้องยิงธนูเข้าใส่

ลูกธนูนับสิบพุ่งเข้าใส่คนทั้งสาม ทว่ากระแสลมวูบใหญ่พัดลูกธนูพวกนั้นกระเด็นไปทว่าช้าไปเสียแล้ว

 ลมสายนั้น มาจากม้าบินตัวใหญ่สีดำที่กระพือปีกพัด ม้าบินสีดำพุ่งเข้าใส่พวกนักรบสาวและเตะถีบจนพวกนั้นกระเด็นล้มกลิ้ง ขณะที่ม้าตัวอื่นๆที่วิ่งออกมาจากคอกก็อาละวาดเตะถีบไปทั่ว จนวุ่นวายโกลาหล

เมย์ร้องสั่งให้พวกนักรบจัดการกับพวกม้าที่หลุดออกมา และสกัดจับผู้บุกรุกทั้งสาม

“เอาไงดี ถ้าพวกมันจัดการพวกม้าได้ เราแย่แน่”โอมถาม เมื่อเห็นพวกอเมซอนเริ่มมีท่าทีต้อนพวกม้าได้แล้ว

มินตราคิดอย่างรวดเร็วก่อนมองไปยังห้องเก็บอาวุธ นาคสาวตัดสินใจรวมพลังยิงลูกไฟเวทย์เข้าไปยังประตูห้องอาวุธ

เมย์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนร้องสั่งพวกนักรบให้หาที่หลบ

เสียงระเบิดดังกึกก้อง ดังมาจากในห้องอาวุธ หลังลูกไฟพุ่งเข้าไป แรงระเบิดทำให้ทั่วบริเวณสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว และส่วนหลังคาห้องโถงที่ตั้งคอกม้า ถึงกับพังลงมา

“เฮ้ย นั่นทางออก”โอมร้องอย่างดีใจที่เห็นทางออกอย่างไม่คาดฝัน

เพดานที่พังลงมาเผยให้เห็นท้องฟ้าสีดำมืดของยามรัตติกาล ลูกไฟกระเด็นออกมา กระจายไปทั่ว ฝูงม้าที่เริ่มจะถูกควบคุม กลับมาแตกตื่นอาละวาดอีกครั้ง

ทันใดนั้น เจ้าม้าบินสีดำก็ควบเข้ามาและช้อนร่างของโอมขึ้นนั่งบนหลัง ส่วนเพื่อนทั้งสอง เมื่อเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งมาขึ้นหลังม้า ก่อนที่เจ้าม้าบินจะพุ่งทะยานพาทั้งสามหนีออกไปทางเพดานห้องที่พังทลายเป็นช่อง ทิ้งพวกอเมซอนที่โกรธแค้นไว้เบื้องหลัง

.................... 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น