โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 35 : ในเงื้อมมือนักรบอเมซอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 มี.ค. 58

     เมื่อรู้สึกตัว โอมก็พบตัวเอง อยู่ในห้อง ที่มีแสงสลัว จากหลอดไฟกลมแบบที่เคยเห็นติดในห้องน้ำรุ่นเก่า ข้างๆตัวเขา ปถวีร์ยังคงนอนสลบอยู่และเมื่อมองรอบๆ ชายหนุ่มก็พบว่า เขาและเพื่อนถูกล้อมด้วยลูกกรงเหล็ก ซึ่งสูงจากพื้นห้องถึงเพดานห้อง ส่วนด้านหลังเป็นผนังฉาบปูน ซึ่งมีกรงเหล็กแบบเดียวกับเขาเรียงต่อกันตลอดแนวผนังห้องลักษณะเดียวกับห้องขังในโรงพัก ขณะที่เป้หนังมังกรของพวกเขานั้นหายไปหมดแล้ว
 

 เฮ้ย วีร์ ตื่นๆเขาเขย่าตัวเพื่อนพร้อมกับส่งเสียงเรียก

จนผ่านไปครู่ใหญ่ อีกฝ่ายก็ลืมตาขึ้น ที่นี่ที่ไหนปถวีร์ถามขึ้น

 ไม่รู้ชายหนุ่มสั่นหน้าก่อนพูดว่าแต่ถ้าลองมีลูกกรงเป็นแผงแบบนี้ สงสัยจะเป็นคุกที่อยู่ในผับบ้านี่ๆแหงเลย

 ยาสลบนั่น..ผู้หญิงคนนั้น..ปถวีร์สบถบ้าชะมัด ..ไม่น่าเสียทียัยนั่นเลย

เรื่องนั้นช่างมันเหอะ ว่าแต่ตอนนี้ ไม่รู้ไอ้โย เป็นไงมั่งโอมพูดถึงวาโยอย่างเป็นห่วง ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะโดนอะไรมั่ง หรือโดนแฟนเก่าจับตอนเสียก็ไม่รู้


 คนธรรพ์หนุ่มสะบัดหน้าแรงๆเพื่อขับไล่อาการมึนงง ก่อนมองเพื่อนอย่างนึกขึ้นได้

ทำไม นายฟื้นตัวเร็วจัง ท่าทางเหมือนไม่เป็นอะไรเลยเขาถามไม่มึนหัวหรือเป็นอะไรมั่งเลยเหรอ

 ไม่นะ สงสัย ฉันคงดมยาสลบไปน้อยกว่านายละมั้งคนถูกถามว่าก่อนถามกลับว่าแต่ ยัยพวกนั้น เป็นใคร ทำไมถึงจับเรามาขังแบบนี้ แล้วเราจะออกไปยังไงดี

 เอาทีละคำถามสิอีกฝ่ายบ่น ก่อนจะแบมือยื่นออกไปข้างหน้าและหลับตา

“นั่นนายจะทำอะไร”โอมถาม

“ก็เรียกเป้หนังมังกร ที่พวกนั้นยึดเอาไปน่ะสิ”ปถวีร์ตอบ”แล้วนายไม่เรียกเป้กลบมาเรอะไง”


ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้น จึงรีบทำตาม ทว่าผ่านไปครู่ใหญ่ ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

โอมลืมตามองดูเพื่อนก่อนบอกว่า”ฉันเรียกเป้ไม่ได้ว่ะ ไม่รู้เพราะอะไร”

ฉันก็เหมือนกัน แถมพลังเวทย์ก็ใช้ไม่ได้ด้วยปถวีร์พูดด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ ก่อนกวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาตัวช่วย จากนั้นเขาก็ชะงักเมื่อเห็นบางสิ่งอยู่บนกำแพงส่วนบน นอกลูกกรงเบื้องหน้าเวรล่ะสิ...

 มีอะไรวะ

 อเมซอนระดับความเครียดในคำพูดนั้นเพิ่มเป็นสองเท่า

 โอมทำหน้างงๆร้านกาแฟเหรอ

ฉันหมายถึงพวกนักรบหญิงอเมซอนต่างหากเล่าคนธรรพ์หนุ่มตอบที่นี่คงเป็นฐานทัพย่อยของพวกอเมซอน ตอนนี้เราตกเป็นเชลยของพวกนั้นแล้ว

รู้ได้ไงวะ

อีกฝ่ายจับหัวคนช่างซักให้หันไปข้างหน้าเบิ่งตาดูบนนั้นซะ


 สัญลักษณ์วงกลมสีแดงมีรูปนักรบหญิงง้างคันศรอยู่ตรงกลาง ประทับบนกำแพง

นั่นเป็นสัญลักษณ์ของพวกอเมซอนปถวีร์บอกแล้วท่าทางกรงเนี่ย คงมีพลังมนตรากำกับไว้ ฉันถึงใช้เวทย์ หรือเรียกอาวุธอะไรไม่ได้เลย

เลออามาโซนัส ..อเมซอน..โอมพึมพำก่อนเบิกตากว้างตายโหง! แล้วจะเอาไงดีละวะเนี่ย

ยังนึกไม่ออกว่ะอีกฝ่ายพูด ก่อนยกมือกุมขมับ

ปวดหัวเหรอ

อืม มันมึนๆน่ะ คงเพราะยาสลบนั่นแรงมาก

นายพักก่อนแล้วกันโอมบอกเพื่อนฉันว่าพวกเราแสดงตัวแล้วบอกพวกนั้นว่าเรามีภารกิจสำคัญต้องรีบไปจัดการดีกว่า พวกนั้นจะได้ปล่อยตัวเรา

 อาจไม่ได้ผลว่ะ เพราะพวกอเมซอน เป็นพวกที่เข้าใจยากและจะทำตามกฎของตัวเองเท่านั้น

ยังไง ก็ดีกว่าไม่ได้ลองไม่ใช่เหรอ       
เออ เอาไงก็เอาปถวีร์พยักหน้าก่อนพูดว่าฉันได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินมาทางนี้ คงเป็นพวกนั้นแน่


ครู่ต่อมา หญิงสาวสองคนก็เดินเข้ามาในห้อง ทั้งคู่ใส่เสื้อยืดรัดรูปสีเขียวสด กระโปรงสั้นสีดำเหนือเข่า สวมรองเท้าบูทหนังสีดำ สะพายกระบอกลูกศรพร้อมคันธนู คาดเข็มขัดหนังสีดำมีดาบสั้นใส่ฝักแขวนอยู่ หน้าผากคาดแถบสีเงิน  คนที่เดินนำไว้ผมสั้นสีดำถือถาดบรรจุอาหาร ส่วนคนผมยาวสีน้ำตาลเข้มที่เดินตามหลัง ถือหอกด้ามยาวมาด้วย


ได้เวลาอาหารแล้ว กินซะน้ำเสียงสาวผมสั้นแม้หวานใสแต่กังวานเยือกเย็นอำมหิต ขณะเจ้าตัววางถาดอาหารที่มีน้ำเปล่ากับขนมปังลงที่พื้นหน้าลูกกรง ก่อนถาดนั้นจะเลื่อนทะลุผ่านเข้ามาข้างใน

เราขอคุยกับหัวหน้าของคุณได้ไหมปถวีร์เริ่มพูดด้วยเสียงมั่นคงพวกเราเป็นอัศวินเทวะ มีงานสำคัญต้องไปทำ ถ้าหัวหน้าของคุณกักตัวเราไว้ งานของเราจะเสียหายแล้ว..


ยังไม่ทันที่คนธรรพ์หนุ่มจะพูดจบ สองสาวก็หัวเราะอย่างขบขัน

แล้วยังไงสาวผมยาวพูดพร้อมยิ้มเย้ยเรื่องของหอคอยเทวะ เกี่ยวอะไรกับค่ายอเมซอนด้วย

แต่เรามาทำภารกิจของเทพเจ้านะโอมรีบแย้งขึ้นบ้างแม้จะเริ่มสังหรณ์ใจแล้วว่าท่าจะไร้ผลแล้วทั้งหมดก็เพื่อปกป้องโลกนี้ด้วย

โลกนี้ ยังมีผู้กล้าอีกมากมายที่พร้อมจะปกป้อง ไม่จำเป็นพึ่งพวกผู้ชายเฮงซวยอย่างพวกแกหรอกสาวผมสั้นบอก

งั้นบอกทีซิ ว่าพวกเราทำผิดอะไรถึงต้องมาจับขังกันแบบนี้

ผู้ชายหื่นๆอย่างพวกแก สมควรโดนแบบนี้แหละ

บ้าไปใหญ่แล้ว ปล่อยพวกเราเดี๋ยวนี้นะ

เมื่อถึงเวลา พวกเราเอาพวกแกออกไปแน่สาวผมสั้นบอกก่อนยิ้มมุมปากด้วยท่าทีเยาะเย้ย จากนั้นจึงชวนหญิงสาวที่มาด้วย เดินกลับออกไป

เดี๋ยวโอมเกาะลูกกรงตะโกนเรียกแล้วเพื่อนเรา คนที่ชื่อวาโยล่ะ เขาเป็นไงบ้าง


สาวผมสั้นหันกลับมา ยักไหล่แล้วตอบว่าชะตากรรมของเขาขึ้นกับความพึงพอใจของแม่ทัพเรา

หมายความว่าไง

ไม่มีคำตอบใดๆ จากอีกฝ่าย แบบเดียวกับตอนที่โอมส่งข้อความทักสาวไปทางเฟสแล้วเงียบหายไม่มีผิด มือของชายหนุ่มตกลง ขณะมองสองสาวเดินออกไปจากช่องประตู

บอกแล้วว่า เปล่าประโยชน์ปถวีร์ถอนหายใจพวกนั้นไม่ยอมฟังอะไรง่ายๆหรอก

พวกมันไม่กลัวเทพเจ้าลงโทษหรือไง

ค่ายอเมซอนได้รับการอุถัมภ์จากเทพนารีระดับบิ๊กหลายองค์อย่างพระนางเฮร่า พระนางไอซิส พระนางฟริกกา พวกนี้ก็เลยถือว่าเส้นใหญ่ ไม่ค่อยกลัวใครง่ายๆ

แล้วเราจะทำยังไง ถึงจะออกจากไอ้คุกบ้าๆนี่ได้

คนธรรพ์หนุ่มส่ายหน้าช้าๆไม่รู้ว่ะ ตอนนี้ฉันยังตื้ออยู่เลย

โธ่โว้ย!โอมระเบิดอารมณ์พร้อมขว้างถาดอาหารไปที่มุมกรงขังด้วยความโมโห เสียงดังโครม

  เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมร่างเพรียวในชุดแบบพวกอเมซอน สวมทับด้วยเสื้อแจ๊คเก๊ตสีเขียวมีฮูดปิดศีรษะ

สงบสติอารมณ์หน่อยสิ นายโอมเจ้าของใบหน้าใต้หมวกฮูดเอ่ยขึ้น

*************

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น