โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 32 : ภารกิจหนีนรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 ก.พ. 58

 

เดี๋ยวก่อนผอ.เอช ยกมือขวาขึ้นขัดจังหวะ ก่อนจะลงทัณฑ์ เด็กหนุ่มคนนี้ ข้าคิดว่า พวกเราน่าจะกำหนดตัวผู้ที่จะรับหน้าที่ติดตามโลหิตมังกรเพลิงกลับมา

อธีน่าขมวดคิ้วหันมามองอีกฝ่าย “เรื่องนั้น ไว้จัดการทีหลังก็ได้

อธีน่า ท่านเองก็รู้ดีมิใช่หรือว่า ข้อบังคับของกฎแห่งมนตราทำให้ทวยเทพไม่อาจกระทำภารกิจนี้ได้ และพวกเดียวที่จะทำงานนี้ได้ ก็คือ อัศวินผู้พิทักษ์

แล้วข้อนั้น เกี่ยวอะไรกับการชะลอการลงโทษเด็กคนนี้

ข้าคิดจะเสนอให้เขาทำภารกิจเพื่อไถ่โทษ


ทำเช่นนั้นไม่ได้อธีน่าค้านข้อแรก โอม อัครา ยังเป็นเพียงนักรบฝึกหัด ไม่ใช่อัศวินเต็มตัว ข้อที่สอง หากเราให้เขาออกไปทำภารกิจ จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจะไม่ฉวยโอกาสหลบหนี

เรื่องนั้น ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะส่งอัศวินที่ไว้ใจได้ติดตามเป็นผู้ช่วยของเขาและควบคุมไม่ให้เขาหนีไป อีกประการหนึ่ง โอมเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น หากเขาคิดจะหนี มีหรือที่เทพเจ้าอย่างพวกเราจะตามไม่เจอ

มนุษย์ธรรมดารึเทพีนักรบปรายตามองนักโทษไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ขอค้านความคิดนี้


 แต่ข้าคิดว่า เราควรให้โอกาสเด็กคนนี้บ้างเทพีเฟรยาเอ่ย เราท่านต่างก็รู้ว่า เขาทำผิดโดยไม่ตั้งใจ หากไม่ให้โอกาสเขาทำความดีลบล้างโทษบ้าง เช่นนี้แล้ว ความยุติธรรมจะยังมีอยู่อีกหรือ

โอ.....แม่หญิงในอุดมคติ...โอมคิดในใจเมื่อได้ยินเทพีเฟรยากล่าว....ช่างเป็นเทพีที่งามทั้งรูปงามทั้งใจโดยแท้...


เทพีแห่งความรักของแอสการ์ดหันมายิ้มให้เล็กน้อย ราวกับอ่านใจเขาออก ขณะที่อธีน่า(ซึ่งตอนนี้โอมลงชื่อในบัญชีเทพที่เขาเกลียดหน้าแล้ว) เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจที่มีผู้คัดค้านเพิ่มขึ้นมาอีก

ท่านล่ะ ธอร์นางกล่าวกับเทพสายฟ้าจะเข้าข้างเจ้าหนุ่มนี้อีกองค์หรือไม่

ข้าอยู่ข้างความยุติธรรม

หมายความว่า ท่านเห็นด้วยที่ให้เด็กคนนี้ทำภารกิจเพื่อลบล้างความผิดน้ำเสียงเทพีกรีกเข้มขึ้น

เทพไวกิ้งยักไหล่หากนั่นคือความยุติธรรม ข้าก็ไม่ขัดข้อง


เห็นที ข้าคงต้องเตือนความจำพวกท่านเสียหน่อย ก่อนที่เรื่องราวจะแย่ไปกว่านี้อธีน่ากล่าว ก่อนที่ภาษาพูดของนางจะกลายเป็นภาษาอื่นที่โอมฟังไม่รู้เรื่อง ซึ่งในการสนทนาช่วงนี้ แม้จะฟังไม่ออก แต่สีหน้าท่าทางและน้ำเสียงของเทพ เทพีแต่ละองค์ก็เคร่งเครียด ราวกับเรื่องที่คุยกันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายรุนแรง


โอเคล่ะ..โอมรู้ดีว่า..เรื่องที่โลหิตมังกรเพลิงหายไป มันร้ายแรงถึงขั้นมหาสงครามโลก..แต่จากอาการเคร่งเครียดสลับกับการมองมาทางเขาเป็นระยะ มันทำให้โอมอดรู้สึกไม่ได้ว่า ตอนนี้ เขากลายเป็นตัวปัญหาเสียยิ่งกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเสียอีก


ผ่านไปราวสิบห้านาที การโต้เถียงก็จบลง เทพีอธีน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนักว่า

ตอนนี้ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการลงทัณฑ์มีทั้งหมดสี่องค์ ส่วนเห็นด้วยมีสอง ไม่ออกเสียงอีกหนึ่งท้ายประโยคนางหันไปมองพระเสาร์อย่างขัดใจ"แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า เจ้าหนุ่มนี่จะได้รับภารกิจแล้ว


ข้อนั้น ข้ารู้ดีผู้อำนวยการเอชบอกก่อนจะหงายมือขวาขึ้นและมีแสงสว่างเป็นวงปรากฏเหนือฝ่ามือ ก่อนที่วงแสงนั้นจะลอยลงมาบนพื้นและขยายขนาดเปลี่ยนสภาพกลายเป็นลูกแก้วคริสตัลขนาดเท่ากับลูกฟุตบอลที่เปล่งกายหลากสีระยิบระยับ ตั้งบนแท่นสามขาทำจากเงินบริสุทธิ์ วางตรงหน้าเก้าอี้นักโทษพอดี


โอม อัคราเทพฮามาคิสต์เรียกชายหนุ่มนี่คือ ดวงตาเทวะ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะบอกว่า เธอสมควรได้รับภารกิจนี้หรือไม่ ตอนนี้ ขอให้เธอจงตั้งสมาธิและมองไปที่นี่จนกว่าฉันจะบอกให้หลับตา

ชายหนุ่มทำตามที่อีกฝ่ายบอก ขณะที่เทพและเทพีทุกองค์ดูเหมือนจะมองมาที่เขาและลูกแก้วนั้น


แสงที่เปล่งประกายออกมา ทำให้โอมรู้สึกเหมือนอยู่ในภวังค์ ประกายนั้นงดงาม ราวสายรุ้ง แต่ก็ให้ความรู้สึกที่เยือกเย็น และลึกลับ ครู่หนึ่งนั้นเอง ภาพบางอย่างก็ปรากฏในห้วงความคิด มันเป็นภาพของกลุ่มหมอกสีม่วงที่ลอยปกคลุมเหนือหุบเขาแห่งหนึ่ง

หลับตาลงเสียง ผอ.เอช สั่ง


โอมหลับตาลงตามคำสั่ง จากนั้น เขาก็รู้สึกร่างกายเป็นอิสระจากเครื่องพันธนาการ จนเมื่อได้ยินเสียงเทพฮามาคิสต์สั่งให้ลืมตาอีกครั้ง ชายหนุ่มก็พบว่าตัวเองนั่งบนเก้าอี้เดิมโดยปราศจากเส้นด้ายที่เคยรัดตัวไว้ ส่วนเบื้องหน้านั้น ดวงตาเทวะหายไปแล้ว โดยบนแท่นสามขา มีสร้อยคอสีเงินพร้อมจี้ที่ทำจากพลอยสีฟ้าห้อยอยู่

หยิบสร้อยไปสวมผอ.เอช หรือเทพฮามาคิสต์สั่งพลอยสีฟ้าที่สร้อยจะนำไปหาเบาะแสของโลหิตมังกรเพลิง


เมื่อสวมสร้อยเข้ากับตัว โอมรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างวูบหนึ่ง จนขนลุก ชายหนุ่มมองดูเทพและเทพีแต่ละองค์บนบัลลังก์เพื่อดูปฏิกิริยา

ผอ.เอช มองมาที่เขาและยิ้มอย่างให้กำลังใจเช่นเดียวกับเทพีเฟรยา ขณะที่เทพีอธีน่ามีท่าทีไม่สบอารมณ์  เทพธอร์เพียงแต่ยักไหล่ เทพเอ้อหลางไว้ท่าอย่างเย็นชา ส่วนพระเสาร์กับเทพธ็อทมีท่าทีสงบนิ่ง


ทุกท่านคงได้เห็นแล้วว่า ผู้ที่ดวงตาเทวะเลือกให้ทำภารกิจในครั้งนี้แล้ว ยังมีผู้ใดติดใจสงสัยอะไรอีกหรือไม่ผอ.เอช ถามผู้เข้าประชุม


ข้ายังสงสัยว่า เด็กคนนี้จะสามารถทำภารกิจนี้ได้หรือเทพสามตาเอ่ยอย่างเคลือบแคลงใจเขาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา ไร้พลังวิเศษใดๆ กับภารกิจระดับนี้  มันออกจะเกินตัวไปเสียหน่อย

แต่ท่านก็รู้ไม่ใช่หรือว่า ดวงตาเทวะ จะเลือกเฉพาะผู้ที่เหมาะสมเท่านั้น

เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้น เรามาดูกันว่า เจ้าหมอนี่จะทำได้สำเร็จหรือไม่ เพราะหากเกิดอะไรผิดพลาดขึ้น ข้าก็เชื่อว่า ท่านและแอสการ์ดคงยินดีรับผิดชอบทุกอย่างอยู่แล้วนี่


เทพธอร์ชักสีหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไร ขณะที่ ผอ.เอช ได้มองไปยังเทพและเทพีแต่ละองค์ เพื่อดูว่ามีใครจะพูดอะไรอีกบ้าง แต่ทุกองค์ก็นิ่งสงบ ไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดอีก

ถ้าเช่นนั้น เราได้ข้อสรุปแล้วว่า ผู้ที่จะออกติดตามโลหิตมังกรเพลิงกลับมาก็คือ โอม อัคราเสียงเทพเจ้าฮามาคิสต์ประกาศก้อง

*********************


   โอมรู้ดีว่า การติดตามโลหิตมังกรเพลิงเป็นงานที่ยากแสนยาก แต่อย่างน้อย มันก็เป็นโอกาสเดียวที่จะช่วยให้รอดจากการถูกส่งไปลงนรกตลอดกาล อีกอย่าง ชายหนุ่มมีความอุ่นใจเล็กๆว่า การที่ดวงตาเทวะ เลือกเขา นั่นแสดงว่า เขาจะต้องทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ ถึงได้ถูกเลือกแน่ๆ ฉะนั้น โอกาสรอดก็ควรจะมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ความหวังของเขาในข้อนี้ ริบหรี่ลง หลังออกจากห้องพิจารณาคดีแล้ว...


การที่ดวงตาเทวะ เลือกใคร ก็หมายความว่า คนผู้นั้นเหมาะสมกับภารกิจ แต่ก็ใช่ว่า ภารกิจจะบรรลุเป้าหมายทุกครั้ง เพียงแต่ผลที่ตามมานั้น จะไม่เลวร้ายจนเกินรับได้ เท่านั้นเองผอ.เอช อธิบายให้เขาฟังในห้องทำงาน โดยมีวาโยและปถวีร์นั่งอยู่ด้วย

เอ่อ..แล้วคนที่ได้รับเลือกล่ะครับโอมเริ่มรู้สึกไม่ดี


นั่นเป็นคนละเรื่องกันเทพเจ้ากล่าวดวงตาเทวะไม่ได้เลือกผู้ที่จะรอดชีวิตกลับมา แต่เลือกผู้ที่จะทำให้ภารกิจบรรลุผลหรืออาจไม่สำเร็จ แต่ผลที่ได้ อยู่ในขอบเขตที่ไม่เลวร้ายเกินไป

ขอแบบเข้าใจง่ายๆหน่อยสิครับโอมพูด...บางครั้ง เทพเจ้าก็ชอบพูดอะไรเข้าใจยากเหมือนกัน

สรุปก็คือ เธออาจตายหรือรอดก็ได้ ในการทำงานนี้ แต่ถึงเธอจะตาย ทุกอย่างก็จะไม่เลวร้ายจนเกินไป

ถ้าผมตาย มันคงไม่มีอะไรเลวร้ายกว่านั้นแล้วแหละครับ


ผอ. เอช ยิ้ม เอาเถอะ ฉันเชื่อในการฝึกฝนที่ผ่านมา ว่ามันจะช่วยให้เธอรอดกลับมาได้และอีกประการ ทั้งวาโยกับปถวีร์ก็เป็นหนึ่งในอัศวินที่เก่งที่สุดของหอคอยเทวะ พวกเขาน่าจะช่วยเธอได้มาก


โอมพยักหน้ารับก่อนหันไปมองเพื่อนทั้งสอง ซึ่งสองคนนั้นก็ยิ้มกลับมาอย่างให้กำลังใจ

ผมกับวาโย รับรองว่าจะช่วยโอม อย่างเต็มที่ครับ ผอ.ปถวีร์บอกด้วยเสียงมุ่งมั่น


ผอ.เอช มีสีหน้าพอใจฉันขอให้พวกเธอทั้งสามร่วมแรงร่วมใจกัน ทำภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วง โดยเฉพาะเธอนะโอม เธอต้องตั้งสติให้ดีก่อนตัดสินใจทำสิ่งใด และพยายามควบคุมอารมณ์ความรู้สึกอย่าให้มีอิทธิพลเหนือความคิดของเธอเด็ดขาดประโยคสุดท้าย เทพฮามาคิสต์เน้นเสียง

ครับท่านโอมรับคำ ก่อนจะถามต่อแล้วพวกผมจะออกเดินทางได้เมื่อไหร่ครับ

วันนี้เทพเจ้าอียิปต์ตอบ


โอมถึงกับอึ้งกับความเร่งด่วนของภารกิจจนไม่มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจ โดยเฉพาะเมื่อความรู้สึกบอกเขาว่า ภารกิจนี้ อาจทำให้เขาไม่มีโอกาสได้กลับมามีชีวิต เหมือนเช่นเดิมอีก...

********************


 แล้วเราจะเริ่มต้นกันที่ไหนโอมถามเพื่อนทั้งสอง ขณะมาเก็บของใส่เป้หนังมังกร ที่บ้านพัก เป้หนังมังกรเป็นอุปกรณ์สุดพิเศษที่เหมาะสำหรับการเดินทางที่สุด เพราะนอกจากจะเอาของต่างๆใส่ได้แบบไม่จำกัดจำนวนแบบกระเป๋าโดเรมอนแล้ว ตอนหยิบมาใช้ ก็ยิ่งสะดวกกว่า เพราะแค่เพียงนึกภาพของสิ่งที่อยู่ในเป้ ของสิ่งนั้น ก็จะมาปรากฏตรงหน้าทันที ที่สำคัญ ต่อให้เป้ถูกทิ้งไว้ที่ไหน ก็ยังสามารถเรียกของมาใช้ได้

นายนั่นแหละ ต้องบอกว่าพวกเราจะไปที่ไหนเป็นที่แรกปถวีร์ย้อนกลับ

แล้วฉันจะรู้ได้ไงวะ

ก็ใช้สร้อยที่คอไงเล่าวาโยบอกตั้งจิตให้สงบ แล้วเอาพลอยที่สร้อยประทับลงกลางหน้าผาก จากนั้นหลับตา ภาพแรกที่เห็น คือเบาะแสที่จะพาไปหาสิ่งที่พวกเรากำลังติดตาม

แล้วไม่บอกโอมบ่นก่อนหยิบจี้พลอยของสร้อยประทับที่หน้าผากและทำตามที่เพื่อนบอก


การฝึกฝนหลายเดือนที่ผ่านมาในหอคอยเทวะ รวมทั้งการฝึกหนักที่ค่าย ทำให้ชายหนุ่มรวบรวมสมาธิได้ดีขึ้นแม้จะต้องใช้เวลากว่าคนอื่นก็ตาม และเมื่อจิตของเขาเข้าสู่ความสงบ นิมิตแรกก็ปรากฏ

เป็นไงมั่ง เห็นอะไร ไหนบอกมาซิวาโยซักเมื่อเห็นเพื่อนลืมตา

โอมทำหน้าแปลกๆเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาเห็นในนิมิตเอ่อ..ฉันไม่แน่ใจว่ะ ว่าที่เห็นจะใช่

พลอยผู้ชี้ทางไม่เคยผิดพลาดปถวีร์เอ่ยนายบอกมาเหอะว่าเห็นอะไร

ฉันเห็น โคโยตี้ ว่ะ

หมาป่าโคโยตี้เหรอ

ป่าว ฉันหมายถึงสาวโคโยตี้น่ะ เต้นแบบหลุดโลกเลย

คนธรรพ์หนุ่มขมวดคิ้วแล้วมีอะไรอีก

โคโยตี้เต้นบนโต๊ะในบาร์ ไฟมันไม่ค่อยสว่าง เห็นไม่ชัดโอมพยายามนึกว่าเขาเห็นอะไรอีกอ้อ นึกออกแล้ว มีภาพหน้าร้านด้วย แล้วก็ชื่อร้าน

เพื่อนทั้งสองยื่นหน้าถามแทบจะเป็นเสียงเดียวกันชื่ออะไร

เลอ อามาโซนัสชายหนุ่มตอบ

ปถวีร์ขมวดคิ้วชื่อคุ้นๆแฮะ อยู่แถวไหนน่ะ

ในนิมิตบอกว่า พัทยาว่ะ

รู้ที่แล้ว ก็รีบไปกันเถอะ อย่ามัวข้องใจอยู่เลยวาโยเร่งอย่างใจร้อนเมื่อเห็นคนธรรพ์หนุ่มยังทำท่าสงสัยเกิดทำงานไม่สำเร็จ ไอ้โอมมันซวยมหาซวยแน่

เออๆ งั้นก็ไปอีกฝ่ายไม่ขัด

โอมมองไปรอบๆบ้านอย่างเพิ่งนึกขึ้นมาได้ แล้วมินตราไปไหนน่ะ ตั้งแต่ออกมานี่ ยังไม่เห็นเลย

ไม่รู้เหมือนกันว่ะ สงสัยไปทำธุระมั้งบุตรแห่งลมเหนือตอบจะไปกันยัง เดี๋ยวจะออกไปไม่ทันค่ำนะ

ถ้าออกไม่ทันจะเป็นไงเหรอ

รอบค่ายเนี่ย อันตรายสุดๆ รู้ป่าว

โอมพยักหน้ารับ ก่อนจะรูดซิบเป้และหยิบขึ้นสะพายหลัง จากนั้นจึงเดินออกจากบ้านพร้อมกับเพื่อนทั้งสอง

หลังก้าวออกจากประตูบ้านมาแล้ว โอมก็นึกอะไรขึ้นมาได้

เออ ก่อนไป ฉันขอไปเยี่ยมร็อคหน่อยได้ไหม

***************************************

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #96 jlmm (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:08
    อ่านมาสามสิบกว่าตอนนี่ยังไม่รู้สาเหตุที่พระเอกเป็นผู้ถูกเลือกนี่เลย จู่ๆก็ได้มาเป็นมันไม่ใช่ละ แอบรู้สึกหงุดหงิดแทนจริง ๆ รึมันเป็นปม = =??? เนื้อเรื่องโดยรวมสนุกนะคะ บรรยายตอนสู้กันนี่โอเลยเห็นภาพ เขียนต่อไปนะคะ #อ่านแล้วบรรยากาศคล้ายเรื่องเพอร์ซีแจ็คสันเลย 5555
    #96
    0
  2. #93 lekjomphol (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:51


    ตามหาของสำคัญ อันเป็นชนวนสงครามได้ แต่ให้ไก่อ่อนเป็นคนหา เหมือนไม่สำคัญ แล้วถ้าหาไม่เจอจะทำอย่างไร

    #93
    0